เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาประเภทไหนถ้าอยากมีความเป็นเลิศในกีฬาประเภทนั้น การทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างมีวินัย คือสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด อย่างนักแข่งที่จะเรียกว่าเป็นเทพแห่ง Hard Enduro อย่าง Jonny walker ( ชื่อน่าดื่มมาก ฮ่า)นักบิดสายลุยจากสหราชอาณาจักร ที่เขาก็ต้องมีโปรแกรมฟิตซ้อม เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์พร้อมลงแข่งมากที่สุด โดยเขามีเคล็ดลับ 5 ข้อ มาเปิดเผย มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

1. ฝึกความอึด

เพราะไม่ว่าจะเป็นนักปั่นจักรยาน หรือนักแข่งจักรยนต์วิบาก ความอึด แข็งแรง ปอดที่ใหญ่ทำงานได้ดี ร่างกายที่แกร่ง เพราะการแข่งขัน Hard Enduro ต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงบนทางวิบาก และต้องมีการวอร์มเครื่องยนต์มอเตอร์ถึง 20 นาที การฝึกซ้อมนั้น ถ้าเป็นการออกไปปั่นจักรยานก็ต้องปั่นต่อเนื่องให้ได้ถึง 4 ชั่วโมง แต่ถ้าหากเป็นการวิ่งอย่าไปนับว่าวิ่งได้กี่กิโลเมตร แต่ขอให้ให้วิ่งจนหอบ ซึ่งเขาเองเคยฝึกซ้อมด้วยการปั่นจักรยานครั้งละ ประมาณ 12-15 ไมล์แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

2. ฟิต แอนด์ เฟิร์ม ด้วย สาย TRX

หากใครได้เห็นรูปร่างของ Jonny walker จะเห็นได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาชัดเจนไปทุกส่วน หลาย ๆ คนนั้นคิดว่าเขาน่าจะใช้เวลาอยู่ในโรงยิมเพื่อเล่นเวท วันละหลาย ๆ ชั่วโมงเป็นแน่นแท้ ถึงได้ทีรูปร่างขนาดนั้น แต่หากใครคิดเช่นนั้นบอกเลยว่าคิดผิด เขาแทบจะไม่เล่นเวทเลย และถ้าจะเล่นก็เล่นเพียงแค่ 2 ท่าเท่านั้น โดยเขาจะฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยใช้อุปกรณ์เพียงแค่สาย TRX เท่านั้นเอง โดยเขาใช้สาย TRX เพื่อใช้ฝึกแรงต้านจากร่างกาย แทบจะทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นขา ลำตัว แขน หน้าอก เป็นต้น และสาย TRX ยังสามารถประยุกต์ใช้ในท่าออกกำลังได้เยอะมาก

3. อย่าฝึกกล้ามเนื้อแขนด้วยการยกดัมเบล หรือยกน้ำหนัก

คนโดยทั่วไปหรือนักแข่งจักรยานยนต์วิบากหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าต้องฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงแขนให้มาก เพราะแขนที่แข็งแรงมีส่วนในการประคองรถ หรือบังคับรถได้ง่ายมากขึ้นแต่  Jonny walker ได้บอกว่าการยกดัมเบลหรือยกน้ำหนักเพื่อฝึกฝนกล้ามเนื้อแขนนั้นไม่ควรที่จะทำเป็นอย่างยิ่ง การที่ไปเพิ่มกล้ามเนื้อช่วงแขนนั้นทำให้ระบบหมุดเวียนของเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงบริเวณแขนนั้นไม่ดี และไม่ทั่วถึง ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อการ ขี่จักรยานยนต์วิบากเลย

4. หลัง และขาที่แข็งแรงมาจากเล่นท่า สควอช ให้มาก

การที่ขา และหลังแข็งแรง เป็นการช่วยให้บังคับรถได้ดีด้วย อย่างเวลาที่ขี่ไปในเส้นทางที่ยืนโก่งตัวในรูปแบบของการขี่ Hard Enduro การเข้าโค้ง ที่ต้องเกร็งหลัง และต้องเหยียดขาออกบ่อย ๆ การออกกำลังกายด้วยท่า สควอช ถือเป็นการสร้างความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี และเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถล้มการจะดันรถให้ตั้งขึ้นได้นั้นต้องใช้กำลังขา และหลังเป็นอย่างมากยิ่งโดยเฉพาะหากเป็นจักรยานรุ่นใหญ่ ยิ่งลำบาก ความแข็งแรงของขาและหลังจึงสำคัญมาก

5. ออกไปลุย

เพราะการออกไปขี่จักรยานยนต์วิบากคือการฝึกซ้อมที่ดีที่สุด ไม่ว่าทักษะรวมถึงประสบการณ์ที่จะได้ การฝึกกล้ามเนื้อด้วยการเกร็ง เพราะว่าเรารักในกีฬาประเภทนี้ สุดท้ายความสุขที่ได้ ก็คือการออกไปขี่จักรยานยนต์วิบากแล้วออกลุยนั่นเอง

เป็นไงกันบ้างสำหรับเคล็ดลับ 5 ข้อ ของนักแข่งอย่าง Jonny walker หวังว่านักบิดสายลุยหลาย ๆ ท่านได้ประโยชน์กันไม่มากก็น้อย ซึ่งงวิธีการฝึกเหล่านี้ เราก็ยังสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองได้อีกด้วย เพราะเคล็ดลับแต่ละข้อนั้นไม่มีข้อไหนยากเลยเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้

 

# การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา