Archives 19 ตุลาคม 2020

BMX Freestyle

จักรยานวิบาก BMX นอกจากจะมีการแข่งขันแบบ Racing ยังมีแยกออกไปเป็นอีกแบบหนึ่งนั่นคือการเล่นแบบ Freestyle โดยที่ผู้เล่นจะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยาน BMX และข้ามสิ่งกีดขวางหรือกระโดดขึ้นไปอยู่บนสิ่งกีดขวางซึ่งมีทั้ง เก้าอี้ โต๊ะ ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากบันได พร้อมกันนี้ผู้เล่นยังสามารถคิดค้นท่าทางต่างๆ ออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการหมุนล้อ, การโยกตัวมาอยู่ด้านจักรยานแล้วกลับไปอยู่ที่เดิมแล้วอีกมากมายสุดแล้วแต่จะคิดค้นท่าทางขึ้นมาได้

BMX Freestyle

ส่วนมากจักรยาน BMX Freestyle จะเน้นการโชว์ท่าทางต่างให้ผู้ชมรู้สึกตื่นตาตื่นใจ โดยได้รับความนิยมอย่างมากในแถวทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กีฬาประเภทได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการจัดการแข่งขันขึ้นมา ซึ่งจะตัดสินจากท่าทางที่ผู้เข้าแข่งขันแสดงออกมาแบ่งความยากออกเป็นแต่ละระดับไป แต่โดยทั่วไปแล้วจักรยาน BMX Freestyle จะมีการพื้นที่ในการเล่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งพื้นที่หลักที่นิยมเล่นกันจะประกอบด้วย

สวนสาธารณะ (PARK) เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เพราะที่นี่จะมีพื้นที่แตกต่างกันออกไปบางจุดอาจจะเป็นทางลาด บางจุดอาจจะเป็นบันได และมีทั้งเก้าอี้, โต๊ะเรียงรายรวมถึงขอบปูนเลยกลายเป็นจุดหลักให้ผู้เล่นเข้ามาท้าทายความสามารถในการทรงตัวจักรยานของตัวเองให้ผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

แนวตั้ง VERT (ย่อมาจากคำว่า Vertical) หากใครสังเกตภาพยนตร์ของทางฝั่งอเมริกาที่เกี่ยวกับวัยรุ่นจะเห็นพื้นที่เป็นรูปตัว U ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละด้านจะมีความสูงอยู่ที่ 4 เมตรด้วยกัน นั่นแหละคือสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกให้ชำนาญเสียก่อน เพราะหลังจากที่ผู้เล่นลงไปในทางลาดแล้วไปกระโดดขึ้นอีกฝั่ง จุดที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้คือการกระโดดขึ้นไปบนอากาศและแสดงท่าทางลีลาต่างๆ ออกมา (บางคนสามารถกระโดดได้สูงถึง 5 เมตรด้วยกัน) นั่นคือสิ่งที่ท้าทายผู้เล่น BMX Freestyle เป็นอย่างมาก

ที่ราบ (Flat) พื้นที่นี้จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่จะให้ผู้เล่น BMX Freestyle ได้โชว์ลีลาท่าทางการทรงตัวอยู่บนจักรยานอย่างเต็มที่ โดยส่วนมากมักจะใช้แค่ล้อเดียวในการทรงตัว จากนั้นแต่ละคนก็ปล่อยลีลาออกมาเรียกเสียงกรี๊ดกับผู้ชมที่ยืนดูอยู่ ซึ่งก็ถือว่าต้องอาศัยการทรงตัวที่ดีและความชำนาญพอตัว

ถนน (Street) ขึ้นชื่อว่าถนนไม่มีใครสามารถเอาแน่เอานอนได้ว่าถนนแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะอย่างไร บางที่อาจจะเป็นที่ราบบางที่อาจจะเจอที่โค้ง เจอลูกระนาด เจอถนนขรุขระ นั่นคือความท้าทายของบรรดาผู้เล่น BMX Freestyle โดยผู้เล่นจะต้องพยายามคิดค้นท่วงท่าออกมาในตอนที่ขี่อยู่บนถนนและจุดที่ยากอีกอย่างหนึ่งก็คือจะต้องทำให้ล้อทั้งสองข้างอยู่พ้นจากพื้นดินด้วยในตอนที่แสดงท่าทางออกมา

กองดิน (Dirt) ผู้เล่นจะต้องขี่ขึ้นไปบนเนินดินที่สูงเพื่อกระโดดยังเนินดินอีกอันที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อกระโดดชึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้เล่นที่จะคิดค้นลีลาท่าทางต่างๆ ออกมให้ผู้ชมประทับใจ แต่ต้องทรงตัวให้ดีทั้งตอนอยู่บนอากาศและตอนที่ลงสู่พื้น ซึ่งความยากก็มีหลายระดับอยู่ที่ความชำนาญของบุคคล

หากใครที่สนใจอยากจะเล่น BMX Freestyle ควรจะศึกษาหาข้อมูลให้เรียบร้อยเสียก่อนและต้องมีความทางด้านร่างกายที่ดีอยู่ในระดับที่สูงเพราะต้องใช้ความแข็งแรงและสมาธิอย่างมากเมื่อตอนที่ลอยอยู่ในอากาศนอกจากนี้ยังต้องศึกษาเรื่องความปลอดภัยควบคู่กันไปอีกด้วย

 

Urban Playground Climbing

Rock Climbing คืออะไร

Rock Climbing คืออะไร

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผา หรือ Rock Climbing กันดีกว่า เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าในโรงยิมใหญ่ๆบางแห่งนั้นก็จะมี หน้าผาจำลองให้ปีนป่ายกันอีกด้วย ซึ่งก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้นก็เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กำลังมาแรง ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดี อีกทั้งยังสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วยนะคะ เอาล่ะงั้นเรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผากันต่อได้เลยค่ะ

กีฬาปีนหน้าผา Rock Climbing ก็เป็นกีฬาประเภทนี้ก็จัดว่าอยู่ในหมวดประเภทกีฬาผาดโผน โดยที่คุณจะต้องใช้ทักษะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว แม้กระทั่งการใช้ความคิดด้วยเช่นกัน เพื่อให้คุณสามารถปีนป่ายขึ้นไป ทั้งตามแนวสูงและแนวขวางไปได้จนถึงจุดสูงสุดนั้นเอง

ซึ่งกีฬาปีนหน้าผา ในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถานที่ในคุณได้มาลองปีนป่ายท้าทายความหวาดเสียวกันอยู่ 2 ประเภท นั่นก็คือ การปีนหน้าผาจำลอง(Indoor) และการปีนหน้าผาจริงตามธรรมชาติ(Outdoor)

Indoor หรือการปีนหน้าผาจำลอง

สำหรับการปีนประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นที่จะปีนหน้าผา เพราะที่นี่จะมีความปลอดภัยที่สูงกว่า เพราะหน้าผาจำลองที่คุณจะได้ปีนนั่นส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่ตั้งตรงตามแนวสูง และมี Holds (ตัวจับ) ให้คุณได้ปีนป่ายไปตามสีต่างๆได้ ซึ่งโดยปกติแล้วการปีนหน้าผาจำลองนั้นจะใช้สำหรับฝึกซ้อมท่าในการปีนก่อนที่จะออกไปปีนแบบ Outdoor ซึ่งการปีนใน Indoor ก็จะมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกปีนได้อีกด้วย และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะสูงกว่า

Outdoor หรือการปีนหน้าผาตามธรรมชาติ

ส่วนการปีนแบบนี้คือคุณต้องออกมาปีนกันหน้าผาจริงๆเลยซึ่งส่วนใหญ่จะมีการวางเส้นทางเอาไว้อยู่แล้ว แต่ว่าจะมีได้มี Holds ให้คุณได้ Follow เหมือนการปีนแบบ Indoor เพราะฉะนั้นการปีนแบบ Outdoor คุณจะต้องหาหนทางไปต่อด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้นก็จะมีความท้าทายที่มากกว่า เพราะคุณต้องใช้ความคิดและพละกำลังในเวลาเดียวกัน รวมถึงประสบการณ์การปีนหน้าผาด้วยเช่นกัน เพราะโดยปกติหน้าผาตามธรรมชาตินั่นจะไม่ได้ตั้งตรง 90 องศากับพื้น แต่จะมีแนวขวางบ้างเอียงบ้าง ให้คุณได้ใช้ทักษะและเทคนิคที่มากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณต้องการที่จะทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผาให้มากขึ้น คุณก็สามารถมาลองปีนกันแบบ Indoor ไปก่อนก็ได้ เพราะว่าโดยปกติแล้วทุกที่ก็จะมีอุปกรณ์ให้คุณสามารถเช่าได้ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแนะนำวิธีการปีน การใช้อุปกรณ์​ รวมถึงเทคนิคต่างๆในการปีนให้คุณได้อีกด้วย อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะปลอดภัยมากกว่าการออกไปปีนหน้าผาจริงๆ และมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกฝึกฝนกันอีกด้วย

 

# Urban Playground Climbing