Archives 23 ตุลาคม 2020

Bungy Jump

Bungy Jump

กีฬา Extreme มีมากมายหลายชนิดให้ผู้เล่นหรือผู้ที่อยากจะหารสชาติให้กับชีวิตได้ไปลิ้มลองกัน ซึ่งส่วนมากก็มักจะเลือกเล่นกีฬาที่ไม่เป็นอันตรายต่อชีวิตมากนักอย่างเช่น จักรยาน BMX, Skatebord, RollerBlade และ Surfing แต่หากเป็นขั้นที่ชำนาญขึ้นมาหน่อยหรือต้องการความท้าทายเพิ่มมากขึ้นก็อาจจะเลือกไปดำนในถ้ำ, ปีนเขา, ปีนหน้าผา หรือไม่ก็กระโดดร่ม แต่ยังมีกลุ่มที่ต้องการความเสี่ยงยิ่งกว่านั้น และวันนี้จะขอแนะนำกีฬา Extreme ชนิดหนึ่งที่มีรากฐานการกำเนิดมาจากการพิสูจน์ความกล้าของคนในเผ่า จนแปรเปลี่ยนกลายเป็นมากีฬา Extreme ยอดฮิตทั่วโลกอย่าง Bungy Jump (บันจี้ จัมพ์)

Bungy Jump

การกำเนิดของบันจี้จัมพ์มีรากฐานว่ามาจากชนเผ่าเมลานีเซียนซึ่งเป็นชนเผ่าเก่าแก่ที่อาศัยอยู่บนหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิกโดยจุดมุ่งหมายคือต้องการให้ผู้ชายในเผ่าพิสูจน์ความกล้าหาญและความเป็นชายชาตรีเต็มตัวซึ่งวิธีการคือจะมีการสร้างหอสูงประมาณ 20 เมตร จากนั้นจะให้ผู้ที่เข้ารับการพิสูจน์กระโดดลงมาโดยที่มีแค่เถาวัลย์เพียงเส้นเดียวมัดขาเอาไว้ ภายหลังจากนั้นชมรมกีฬาของมหาวิทยาลัยออกซฟอร์ด (Oxford University Dangerous Sport Club) ได้นำมาดัดแปลงให้เป็นกีฬาโดยการนำเชือกที่มีความเหนียวและยืดหยุ่นกว่ามาใช้ในการกระโดดจาก London Bridge แต่ทำได้เพียงแค่ครั้งเดียวเท่านั้น

Bungy Jump

จากนั้นในปีค..1988 (..2531) บริษัทในประเทศนิวซีแลนด์ที่ชื่อ A.J. Hackett ได้นำบันจี้ จัมพ์ กลับมาอีกครั้งโดยใช้ในเชิงพาณิชย์ และมีทำอุปกรณ์รวมถึงสถานที่โดดให้มีความปลอดภัยมากขึ้นกว่าเดิมจนได้รับการยอมรับ และกีฬาบันจี้ จัมพ์ ก็ได้มีชื่อเสียงแพร่กระจายออกไปทั่วโลก อุปกรณ์การเล่นจะประกอบไปด้วยเชือกที่เรียกว่า Bungy Corde โดยเชือกเส้นนี้จะต้องได้รับการคำนวณน้ำหนักของผู้เล่นมาก่อนถึงจะนำมาใช้ได้ และอีกอันที่รัดขา (Leg Warp) โดยที่ตัวรัดขาจะมีขอไว้เกี่ยวกับเชือก Bungy Corde อีกทีหนึ่งและที่เหลือจะเป็นอุปกรณ์เซฟตี้ต่างๆ

วิธีการเล่นคือ Jump Master ที่เป็นคนดูแลจะคำนวณน้ำหนักของผู้เล่นและหาค่าที่เหมาะสมกับเชือก Bungy Corde โดยเชือกตัวนี้สามารถรับน้ำหนักแบ่งได้เป็น 40 – 60 กิโลกรัม, 60 – 80 กิโลกรัม และ 80 – 100 กิโลกรัม เมื่อทุกอย่างเรียบร้อย Jump Master จะนำที่รัดขามาพันรอบขาจะคล้ายๆ กับที่รัดหน้าท้อง จากนั้นก็จะเอาเชือกพันขาส่วนขอไปเกี่ยวกับ Bungy Corde ที่ได้รับการคำนวณมาแล้ว อุปกรณ์สำคัญๆ อาจจะดูว่ามีน้อยแต่อุปกรณ์เหล่านี้จะเป็นตัวชี้เป็นชี้ตายให้กับผู้เล่นได้เป็นอย่างดี เมื่อทุกอย่างเสร็จหมดแล้ว Jump Master จะอธิบายหลักคร่าวๆ ให้ผู้เล่นฟังว่าต้องทำอย่างไร

ทีนี้วิธีการโดดก็จะมีทั้งหมด 4 แบบด้วยกัน แบบแรกคือ DD จะเป็นการกระโดดแบบทิ้งดิ่งลงมา, แบบที่สองคือ Forward จะเป็นการกระโดดพุ่งตัวลงมาแบบนี้มักจะนิยมใช้กับการกระโดดจากเครน แบบที่สามคือ Back Ward หรือการหันหลังกระโดดแบบนี้สำหรับคนที่เล่นกีฬาประเภทนี้บ่อยๆ และแบบสุดท้ายคือ Tandom จะเป็นการกระโดดลงมากันเป็นคู่บางครั้งอาจจะมี Jump Master กระโดดลงมาพร้อมกันสำหรับมือใหม่ที่ยังกลัวอยู่

สำหรับผู้เล่นมือใหม่ก็ต้องศึกษาวิธีการเล่นแล้วทำตามคำแนะนำของ Jump Master ให้ดีๆเพราะถึงแม้ว่าจะมีอุปกรณ์เซฟขนาดไหนก็ยังมีข่าวออกมาแทบจะทุกปีว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากการเล่นบันจี้จัมพ์โดยส่วนมากจะเป็นสาเหตุจากไม่ได้คำนวณระยะของเชือกให้ดีและอีกสาเหตุมาจากเชือกที่ไม่ได้รับการดูแลซ่อมแซมให้อยู่ในสภาพพร้อมใช้งานส่วนสาเหตุอื่นที่พบเจอได้คือการที่กระโดดลงไปแล้วเชือกแกว่งพาผู้เล่นไปกระแทกกับสิ่งที่อยู่ใกล้เคียง

 

# Bull Riding

Bull Riding

Bull Riding

Bull Riding

เมื่อกล่าวถึงกีฬาประเภท Extreme หลายๆ คนจะนึกถึง Skateboard, Roller Blade, BMX, Surfing และ Climb mountain จากที่กล่าวมานั่นคือกลุ่มกีฬา Extreme ที่มีคนให้ความสนใจเป็นจำนวนมากและมีการผู้เล่นมากมายแพร่กระจายไปทั่วโลก บางอย่างถึงขั้นมีการเปิดสอนเพื่อพัฒนาเป็นนักกีฬาอาชีพเลยทีเดียว แต่ยังมีกีฬา Extreme อีกขนิดหนึ่งที่ทำรายได้ให้กับผู้เล่นอย่างมหาศาลแต่หากพลาดขึ้นมาอาจจะต้องแลกมาด้วยความบาดเจ็บหรือบางครั้งอาจจะแลกมาด้วยชีวิต กีฬาชนิดนั้นคือ “Bull Riding” หรือการขี่วัวพยศนั่นเอง

Bull Riding

หากเป็นคนปกติถ้าเห็นวัวที่กำลังคลั่งวิ่งมาก็แทบจะขวัญหนีดีฝ่อแล้วแต่นี่ต้องขึ้นไปนั่งอยู่บนวัวที่ถูกทำให้โกรธพร้อมจะทำลายทุกสิ่งที่ขวางหน้าแม้กระทั่งชีวิตของคนที่ขึ้นไปขี่บนหลังมันแต่ก็มีหลายๆคนยอมที่จะเอาชีวิตไปเสี่ยงกับ 8 วินาทีบนนั้น บางคนอาจจะมองว่าแปบเดียวแค่ 8 วินาที แต่สำหรับคนที่อยู่บนนั้นมันคือเวลาที่นานมากสำหรับพวกเขา การแข่งขันขี่วัวพยศ (Bull Riding) เกิดขึ้นเมื่อปี 1935 (..2478) โดยเกิดขึ้นจากบุคคลที่ทำงานอยู่ในฟาร์มวัว เพราะถือว่าเป็นการฝึกในขั้นเริ่มต้นเพื่อจะเป็นคาวบอย (Cowboy) ในอนาคต และกลายพื้นฐานของ Cowboy ทุกคนที่จะต้องมีในการขี่วัวพยศ

โดยกีฬาขี่วัวพยศเป็นส่วนหนึ่งของกีฬาโรดิโอ (Cowboys Rodeo) ซึ่งการแข่งขันนี้ถูกจัดโดยสองพี่น้องจากประเทศแคนาดาอย่าง มิสเตอร์เอิร์ลและมิสเตอร์เวลดอน มาสคอม ร่วมกับมิสเตอร์เจคและมิสเตอร์วัลโดรอค โดยมีการจัดขึ้นครั้งแรกที่เมืองโคลัมเบีย รัฐมิสซิสซิปปี้ ประเทศสหรัฐอเมริกา จากนั้นในปีถัดมา (..1936 หรือ พ..2479) ได้มีการเปลี่ยนชื่อมาเป็น Professional Rodeo Cowboys Association (PRCA) ภายหลังจากนั้นกีฬาขี่วัวพยศได้แพร่นิยมไปอย่างแพร่หลายในประเทศสหรัฐอเมริกา, แคนาดา ในแถบอเมริกากลาง, อเมริกาใต้, ประเทศออสเตรเลีย และบางพื้นที่ในทวีปยุโรปและเอเชีย รวมถึงที่ประเทศไทยด้วยเช่นกัน ซึ่งที่ประเทศไทยได้มีจัดตั้งกลุ่ม Bull Riders of Thailand (BRT) ขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

ทีนี้มาถึงวิธีการเล่นกันบ้างอย่างที่บอกไปว่าคนที่จะเล่นกีฬาขนิดนี้ได้จะต้องเป็นคนที่ต้องการจะเป็นคาวบอย (Cowboys) และทำไมถึงต้องใช้เวลา 8 วินาที เพราะกฎกติกากำหนดมาว่าให้ผู้เข้าแข่งต้องทรงตัวอยู่บนหลังวัวที่กำลังพยศภายใน 8 วินาทีโดยห้ามถูกสลัดตกลงมาแต่อย่างใด ซึ่งนักกีฬาพวกนี้จะได้รับการฝึกฝนเป็นอย่างดีจากเครื่อง Bull Riding Machine ที่ถูกตั้งให้เหมือนกับวัวจริงๆ ที่กำลังพยศอยู่ แต่จะต่างกันตรงที่ของจริงหากนักกีฬาตกจากหลังวัวจะทั้งถูกขวิดถูกโจมตีอย่างรุนแรง ซึ่งในประวัติศาสตร์ที่ผ่านมาเคยมีผู้เสียชีวิตมาแล้วจากการโดนวัวที่กำลังพยศโจมตีใส่หลังจากหล่นมาจากด้านบน

เมื่อขึ้นไปอยู่บนหลังวัวนักกีฬาจะต้องกำเชือกและทรงตัวอยู่บนนั้นให้ครบตามเวลาที่กำหนดโดยอุปกรณ์หลักๆจะมีเชือกที่ใช้รัดกับกระดึงวัวที่ทำหน้าไว้ยึดน้ำหนักของนักกีฬาและจะมีสารเหนียวที่ช่วยในการจับเชือกให้แน่นยิ่งขึ้นนอกจากนี้นักกีฬายังเอาเชือกพันไว้รอบวัวและส่วนที่เหลือมักจะพันให้แน่นกับมือตัวเองแม้จะมีความเสี่ยงสูงแต่ก็เป็นกีฬาที่ให้ค่าตอบแทนคุ้มค่าซึ่งนักกีฬามืออาชีพจะมีรายได้เฉลี่ยอยู่ที่ 150,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อปี (ประมาณ 4,680,750 ล้านบาท) แต่มีครั้งหนึ่งที่ Renato Nunes (เรนาโต้ นูนเซญ) นักกีฬาจากประเทศบราซิลและเป็นนักกีฬาขี่วัวพยศอันดับต้นๆ ของโลก เคยทำเงินต่อปีได้มากที่สุดถึง 1,594,527 ดอลลาร์สหรัฐฯ (ประมาณ 49,765,187 ล้านบาท) ซึ่งถือว่าเป็นตัวเลขที่สูงมากหากนับเวลาแค่ 8 วินาทีที่ต้องต่อสู่อยู่บนหลังของวัว

 

F5 Climbing Center

Free Running

Free Running

Free Running

ในบรรดากีฬาทั่วโลกมีกีฬามากมายหลายชนิดด้วยกัน และก็มีกีฬากลุ่มหนึ่งที่เน้นเรื่องผาดโผนโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น จักรยาน BMX, สเก็ตอบอร์ด, เจ็ตสกี และการปีนป่ายไปยังสถานที่ต่างๆ แต่ยังมีกีฬาเอ็กสตรีมชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยกีฬาประเภทนี้มาโด่งดังเป็นอย่างมากหลังจากภาพยนตร์เรื่อง District B13 ออกฉายเมื่อปี 2004 ภายในภาพยนตร์มีการใช้ Free Running หลายฉากทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น

ซึ่ง Free Running มีการปรับเปลี่ยนมาจาก Parkour (ปาร์กัวร์) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส ทั้งสองอย่างเป็นกีฬาที่มีความคล้ายคลึงกันโดย Parkour จะเน้นการวิ่งเป็นเส้นตรงและพยายามใช้ร่างกายไปยังเป้าหมายให้ไวที่สุด โดยต้องผ่านสิ่งกีดขวาง ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือความแข็งแรงของร่างกายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแขน, ขาและลำตัวเพราะหากพลาดมาอาจจะทำให้บาดเจ็บถึงขั้นนอนโรงพยาบาลเลยก็มี

Free Running

ทีนี้ Free Running ก็มีการแผลงมาจาก Parkour แต่ Free Running จะมีการใส่ทวงท่าเข้าไปในการวิ่งการปีนป่ายไปยังที่ต่างๆ ท่าทางก็จะมีทั้ง ตีลังกาหน้า, ตีลังกาหลัง, บิดตัวคล้ายกับนักยิมนาสติก ซึ่ง Free Running ไม่ได้มีกฎเกณฑ์เหมือนอย่าง Parkour อาจจะบอกได้ว่า Free Running คือการวิ่งทำท่าทางให้เป็นอิสระ ไม่จำกัดว่าต้องวิ่งไปทางไหนหรือตรงไหน แต่จะเน้นทวงท่าลีลาในการปีนป่ายในการกระโดดมากกว่า โดยจะเน้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เล่น ในการแสดงออกมาจึงทำให้ Free Running เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากกว่า Parkour

การเตรียมตัวจะเล่น Free Running ต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกเลยคือร่างกายให้แข็งแรงเพราะอย่างที่บอกไป Free Running เป็นกีฬาที่เน้นการปีนป่ายเน้นทวงท่าลีลาผู้เล่นต้องมีแขนและขาที่แข็งแรงพอสมควรเสื้อผ้าต้องใช้ให้กระชับกับร่างกายเพราะในการปีนป่ายอาจจะมีบางครั้งที่ชุดมักจะไปเกี่ยวเข้ากับสิ่งของอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมนั้นก็ไม่มีอะไรมากถ้าหากเป็นกลุ่มที่เป็นมืออาชีพมักจะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวใด

แต่หากเป็นมือใหม่อาจจะมีทั้งสนับเข่า, สนับศอก หรือแม้กระทั่งหมวกสวมใส่กันกระแทก เพื่อกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อีกอย่างคือรองเท้าเพื่อกันเวลาไปเหยียบกับสิ่งของในสถานที่ต่างๆ ทีนี้ Free Running ก็มีการจัดการแข่งขันขึ้นมาเช่นเดียวกัน โดยรายการที่เป็นที่รู้จักมากในวงการ Free Running คือรายการ Red Bull Art Of Motion ที่จัดการแข่งขันโดย Red Bull เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2007 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และได้รับการตอบรับจากบรรดาผู้เข้าแข่งขัน Free Running เป็นอย่างดี โดยการแข่งขันยังคงมีการจัดมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในปี 2020 ไม่มีการจัดการแข่งขันขึ้นเนื่องจากภาวะโรคระบาดไวรัสโควิด – 19 และผู้ที่ได้แชมป์รายการนี้มากที่สุดคือ Pavel Petkuns จากลัตเวียกับ Jason Paul จากเยอรมนีที่ได้เหรียญทองไปคนละ 3 ครั้งเท่ากัน

สำหรับกีฬา Free Running ในประเทศไทยนั้นถือว่าได้รับความนิยมอยู่พอสมควร โดยคนที่มีชื่อเสียงกับกีฬาชนิดนี้คือ อนัน อันวา อดีตนักร้องชื่อดังที่หันไปเอาดีทางด้านนี้ และมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นในฐานะนักกีฬา Free Running ที่มีชื่อเสียงในวงการ รวมถึงมีการตั้งทีมชื่อว่า ทีมฝรั่ง “Team Farang” เข้าแข่งขันรายการต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้ไปเป็นคณะกรรมการตัดสินในการแข่งขัน Red Bull Art Of Motion 2014 มาแล้วสำหรับกีฬาประเภทนี้หากใครสนใจอยากจะลองเล่นก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนทั้งสถานที่และอุปกรณ์ที่ต้องใช้รวมถึงความพร้อมของร่างกายให้แข็งแรงจะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างเล่น

 

# อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

กีฬาสเก็ตบอร์ดถือว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาทางเลือกที่ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นักในเมืองไทยแต่ก็เริ่มมีคนบางกลุ่มแล้วที่หันมาสนใจกีฬาชนิดนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่เริ่มเบื่อกีฬาเดิมๆเรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ให้อิสระกับผู้เล่นขอแค่มีสเก็ตบอร์ดเพียงอย่างเดียวคุณก็สามารถไถสเก็ตบอร์ดไปได้ทุกแห่งแถมอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวอย่างสเก็ตบอร์ดก็ไม่ได้มีราคาแพงมากยิ่งในปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายเกรดหลายราคาจึงไม่แปลกที่วัยรุ่นในยุคนี้เริ่มหันมาให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้น แต่สำหรับคนที่ต้องการฝึกเล่นสเก็ตบอร์ดอย่างจริงจังนั้น ในพื้นที่ต่างจังหวัดอาจจะยังมีสถานที่ฝึกไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

ในระยะแรกการเล่นสเก็ตบอร์ดอาจจะต้องได้รับการฝึกฝนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อนเพราะกีฬาชนิดนี้ต้องใช้ทักษะต่างๆในการเล่นมากพอสมควรและเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เล่นเองด้วยจึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยประกบตัวระหว่างฝึกฝนก่อนแต่เมื่อฝึกฝนจนเริ่มมีความเชี่ยวชาญแล้วก็น่าจะเป็นผลดีสำหรับผู้เล่นเองเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีรัฐบาลหลายประเทศที่เริ่มสนับสนุนกีฬาสเก็ตบอร์ดมากขึ้นหากพัฒนาทักษะจนเริ่มมีความชำนาญแล้วอาจจะนำไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพได้ในอนาคตที่สำคัญคือกีฬาสเก็ตบอร์ดนั้นเริ่มถูกบรรจุลงไปในรายการแข่งขันกีฬาสำคัญระดับโลกแล้วหากฝึกฝนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆอาจจะเป็นผลดีในอนาคต

อีกหนึ่งข่าวดีของแฟนกีฬาสเก็ตบอร์ดเนื่องจากในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นณกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
ในปี พ..2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะมีการบรรจุกีฬาสเก็ตบอร์ดเข้าไปในรายการแข่งขันด้วย ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ได้มีการบรรจุกีฬาชนิดนี้เข้าไปไว้ในรายการแข่งขันของเทศกาลโอลิมปิก โดยต้องรอติดตามกันต่อไปว่าในปีหน้าจะมีนักกีฬาของประเทศไหนบ้างที่จะสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาชนิดนี้มาครอบครองได้สำเร็จ สำหรับประเทศไทยนั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปด้วยว่าจะมีการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ด้วยหรือไม่ 

คุณปริญญากิจพูลลาภ (คุณเต๋า) นักกีฬาสเก็ตบอร์ดชื่อดัง และเป็นเจ้าของร้านสเก็ตบอร์ดย่านใจกลางเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับประสบการณ์ทางด้านกีฬาสเก็ตบอร์ด โดยเขาได้เล่าว่าตัวเขาเองนั้นได้สอนเล่นสเก็ตบอร์ด และได้เจอคนมาค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในส่วนของอาชีพการงานและอายุ หากจะมองข้อดีก็มองว่าเป็นกีฬาที่มีความอิสระ ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับตายตัว สามารถเล่นคนเดียวได้ หรือเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆเพื่อสร้างมิตรภาพระหว่างกันได้ด้วย โดยร้านของเขานั้นได้เปิดให้เป็นแหล่งในการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เลือกซื้ออุปกรณ์ไว้สำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด และขายภาพวาดจากศิลปินต่างๆทั่วโลก ซึ่งรายได้จากการขายภาพวาดเหล่านี้ จะนำไปพัฒนาลานสเก็ตบอร์ด Pink Skate Park เอกมัย ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่ากีฬาสเก็ตบอร์ด เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ ยิ่งในเทศกาลกีฬาสำคัญอย่าง โอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว จะมีการบรรจุกีฬาชนิดนี้เข้าไปในรายการแข่งขันด้วย น่าจะส่งผลให้ทางรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มส่งเสริมให้ผู้คนในประเทศหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น เพื่อที่ในอนาคตจะสามารถพัฒนาศักยภาพได้เท่าทันนักกีฬาของประเทศอื่นๆ ยิ่งในประเทศไทยนั้นยังต้องได้รับการสนับสนุนอีกมาก ทั้งในแง่ของอุปกรณ์ และสถานที่ ที่ยังถือว่าได้ว่าไม่ค่อยมีความพร้อมมากเท่าไหร่นัก หากรัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนให้นักกีฬาของประเทศไทยคว้าชัยชนะจากการแข่งขันรายการสำคัญระดับโลก ก็จำเป็นที่จะต้องเริ่มสนับสนุนกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังมากขึ้นด้วย

 

# อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

ถือว่าเราชาวไทยโชคดีมากๆเลยนะคะ เพราะว่าเรามีทะเลที่สวยงามและอีกอย่างโลกใต้น้ำของเราก็นับได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์แบบสุดๆอีกด้วย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำจุดดำน้ำตื้นสุดเจ๋งที่คุณสามารถมาดำได้ทั้งแบบ Snorkeling และ Freediving เลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

 

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

เกาะแสมสาร

สำหรับที่ใแสมสารเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำตื้นที่คุณจะได้เห็นทะเลสวยน้ำใส อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯเรียกได้ว่าขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงเลย ซึ่งนับได้ว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดำน้ำยอดฮิตของชาวกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้ เพราะว่าทั้งทำเลที่ตั้ง และสภาพน้ำทะเลที่เรียกได้ว่ามีความใสสะอาดเป็นอย่างมาก เพียงเท่านั้นยังไม่พอ โลกใต้น้ำของที่นี่ก็ยังสวยงามอลังกาลและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะว่ามีกฏที่ค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ที่ตั้ง : เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

หมู่เกาะช้าง

สำหรับที่เกาะช้างก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดำน้ำยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งบอกได้เลยว่านี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะฝั่งอ่าวไทยที่สวยไม่แพ้ททะเลอันดามันเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความอุดมสมบูณ์ของโลกใต้น้ำที่นี่คุณจะได้เห็นกลุ่มปะการังมากมายที่มีสีสันสวยงาม รวมถึงสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ที่มีสีสันที่สวยงามให้คุณได้มาชื่นชม ซึ่งที่นี่ก็จะมีทริปดำน้ำต่างๆมากมายให้คุณได้เลือกอีกด้วย เรียกได้ว่าคุณสามารถมาเที่ยวชิวๆในช่วงวันหยุดยาวกันได้เลย

ที่ตั้ง : หมู่เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะเฮ

ที่เกาะเฮแห่งนี้มีชื่อที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Coral Island เพราะที่นี่นั่นมีปะการังมากมายที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงสัตว์ทะเลต่างๆอีกด้วย เพียงเท่านั้นยังไม่พอที่นี่ก็ยังมีหาดทรายที่ขาวเนียนละเอียด และน้ำทะเลที่ใสสะอาด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะสวรรค์ที่เหมาะแก่การดำน้ำแบบสุดๆ หรือว่าคุณจะมาเที่ยวพักผ่อนบนเกาะก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นั่นมีเส้นทางเดินป่า จุดชมวิว และมีนกเงือกมากมายอีกด้วย เอาเป็นว่าถ้าอยากจะเที่ยวครบๆก็ต้องมากันที่เกาะเฮได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง : เกาะเฮ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะไม้ท่อน

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งเกาะสวยที่จะมาเที่ยวชิวๆริมชายหาดก็ได้ หรือว่าจะมาดำน้ำดูปลาก็ดีเช่นเดียวกัน และที่ที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่นี้นั่นก็คือเกาะไม้ท่อนนั่นเองค่ะ ซึ่งเกาะนี้ถือว่าเป็นเกาะส่วนตัวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวแบบ One day trip หรือจะมาพักค้างแรมกันก็ได้เช่นเดียวกัน และนอกจากชายหาดที่แสนจะสวยงามและที่นี่ก็ยังมีโลกใต้ทะเลที่สวยไม่แพ้กัน เพราะต้องบอกเลยว่าคุณสามารถมาเจอปลาการ์ตูนกันได้ง่ายๆที่นี่เลย เรียกได้ว่าไม่ต้องดำน้ำกันให้เหนื่อย เพราะคุณสามารถมองเห็นได้จากบนผิวน้ำกันไปเลย ซึ่งที่นี่ก็มีโปรแกรมทัวร์มากมายให้คุณได้เลือกถ้ายังไงต้องห้ามพลาดกันเลยนะคะ

ที่ตั้ง : เกาะไม้ท่อน ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

เกาะกูด

ถ้าใครที่อยากจะมาดำน้ำกันแบบชิวๆแบบที่ไม่ต้องนั่งเรือออกไปกลางทะเลให้ยุ่งยาก เราขอแนะนำให้คุณมาดำน้ำกันที่เกาะกูดได้เลย เพราะว่าที่นี่นั้นคุณสามารถดำน้ำออกไปดูความสวยงามของโลกใต้น้ำบริเวณใกล้ๆชายฝั่งกันได้เลย อีกทั้งปะการังที่นี่ก็สวยงาม อุดมสมบูรณ์เพราะว่าได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทำให้เกาะกูดนี้มีดีทั้งชายหาดและปะการังกันเลยนะคะ

ที่ตั้ง : เกาะกูด จังหวัดตราด

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

# Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด