Archives ตุลาคม 2020

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิตแต่ถ้าหากพวกนักกีฬาหรือคนที่ชื่นชอบกีฬา Extreme จะรู้ดีว่านี่คือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของ โรลเลอร์เบลด (Roller Blade) อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิตที่มีผู้เล่นมากมายทั่วโลกและมีการจัดการแข่งขันในหลายประเทศด้วยกัน

โดยจุดเริ่มต้นของอินไลน์เสกต (Inline Skate) หรือโรลเลอร์เบลด (Roller Blade) มีการสันนิษฐานกันว่าจุดเริ่มแรกต้องย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 17 ในตอนนั้นชาวดัตช์ที่มีชื่อว่า เจสัน เลวิส (Jason Lewis) พยายามที่จะสร้างรองเท้าเพื่อต้องการจะเล่นสเกตน้ำแข็งในช่วงฤดูร้อน โดยเขาได้ประดิษฐ์แผ่นไม้กับพื้นรองแล้วนำมายึดกับรองเท้าสเกต จากนั้นวันเวลาผ่านมาจนถึงปี 1819 M.Petibled ได้ทำการจดสิทธิบัตรขึ้นเป็นครั้งแรกณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ตอนนั้น อินไลน์เสกต (Inline Skate) ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักและแทบจะไม่มีใครรู้จักเลย

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 1979 สกอตต์ โอลเซ่น (Scott Olsen) นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งชื่อดังได้เดินไปพบกับรองเท้ากับ อินไลน์เสกต (Inline Skate) ในร้านขายอุปกรณ์กีฬา เขาได้ติดใจกับการออกแบบและมองเห็นถึงศักยภาพบางอย่างในรองเท้าคู่นั้น โอลเซ่น ตัดสินใจซื้อมันมาและจากนั้นเขาได้เดินทางไปยังชิคาโก และได้ซื้อบริษัทที่ชื่อว่า Chicago Roller Skate ที่ในตอนนั้นยังเป็นบริษัทโนเนมทั่วไป ก่อนที่ภายหลัง โอลเซ่น จะเปลี่ยนชื่อ Rollerblade และมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างมาก และเขาได้ผลักดันให้ อินไลน์เสกต (Inline Skate) โด่งดังไปทั่วทั้งแผ่นดินอเมริกา

สำหรับมือใหม่จะต้องรู้จักกับอุปกรณ์การเล่นโรลเลอร์เบลดกันเสียก่อนอย่างแรกเลยคือรองเท้ารองเท้าจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือแบบแรกจะเป็นล้อเรียงกันในแนวยาวแบบเดียวกับรองเท้าสเกตน้ำแข็ง และอีกแบบจะเป็นแบบสี่ล้อซึ่งแบบนี้เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่อยากจะหัดเล่นโรลเลอร์เบลด และกีฬา Extreme แทบจะทุกชนิดจะต้องมีหมวกันน็อกไว้กันหัวกระแทกเวลาล้มรวมถึงสนับข้อศอกและสนับเข่าไว้ป้องกันอีก เมื่อผู้เล่นมือใหม่รู้ถึงอุปกรณ์การเล่นแบบคร่าวๆ แล้วทีนี้จะพามารู้จักกับ ประเภทของการเล่นว่ามีอะไรกันบ้าง

 

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

ประเภทของการเล่นโรลเลอร์เบลดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

1. Speedประเภทแรกคือเน้นความเร็ว โดยจะไม่มีอะไรมากนักเพียงแค่วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงไม่ต้องเน้นท่าทางหรืออะไรมากนัก แต่เน้นแค่ความเร็วกับการทรงตัวให้ดีอย่างเดียว และประเภทนี้เป็นประเภทที่มีการแข่งขันกันมากที่สุด โดยลักษณะของล้อจะมีขนาดใหญ่กว่าประเภทอื่นๆ อยู่ที่ประมาณ 100 มิลลิเมตร รองเท้าจะไม่มีที่รัดข้อเท้า และบางครั้งอาจจะมีถึง 5 ล้อด้วยกัน ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของผู้ใช้ว่าชื่นชอบแบบไหน

 

2. Fitnessประเภทนี้จะเล่นการเล่นแบบสบายๆ ขนาดของล้อจะอยู่ที่ 80 มิลลิเมตร รองเท้าจะถูกดีไซน์ออกมาเป็นแบบ Soft Boot ทำให้รองเท้ามีความนิ่มและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับกการออกกำลังกายแบบทั่วๆ ไป ไม่เน้นความเร็วและการออกท่าทางมากนัก

 

3. Slalom – ประเภทนี้เป็นอีกประเภทที่มีการแข่งขัน โดยจะเน้นลีลาที่สวยงาม มักจะมีอุปกรณ์เสริมอย่างโคนยางมาเป็นสิ่งขีดขวางเพื่อให้นักกีฬาได้โชว์สเต็ปวิ่งซิกแซกผ่านโคนยาง ขนาดของล้อจะมีตั้งแต่ 72, 76 และ 80 มิลลิเมตร รองเท้าจะมีความแข็งแรงเพื่อรองรับการเล่นที่มีหลายรูปแบบ

 

4. Aggressiveประเภทสุดท้ายแบบถูกใจวัยรุ่นกับแนว Extreme ที่ต้องกระโดดขึ้นไปโชว์ลีลาบน Ramp หรือสิ่งกีดขวางชนิดต่างๆทำให้รองเท้าถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงเพราะนักกีฬาใช้การกระโดดอยู่บ่อยครั้งด้วยกันและประเภทสุดท้ายนี้นักกีฬาจะต้องรับผิดชอบและดูแลตัวเองให้ดีเพราะเป็นประเภทมีความเสี่ยงจะได้รับอันตรายสูง

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

วันนี้เราจะมารวบรวมปัญหาที่หลายๆคนมักจะประสบอยู่เป็นประจำขณะที่กำลังดำน้ำกันนะคะ ซึ่งนอกจากเราจะรวบรวมปัญหาแล้ว เราก็ยังมีแนวทางการแก้ไขมาให้คุณอีกด้วย เอาล่ะถ้าอยากรู้กันแล้วก็มาดูกันเลยว่าปัญหาที่นักดำน้ำเจออยู่บ่อยๆนั่นมีอะไรกันบ้าง

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

อาการหูอื้อ

ไม่ว่าคุณจะดำน้ำแบบ Snorkeling, Freediving หรือ Scuba หากคุณดำลงไปในน้ำแล้ว แน่นอนว่าคุณจะต้องเจอกับเรื่องความดันภายในน้ำที่มาบีบอัดคุณจนทำให้คุณเกิดอาการหูอื้อได้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจเสียเหลือเกิน แต่นี่ไม่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่นะคะ เพราะมีวิธีที่สามารถเเก้ปัญหาได้

วิธีการแก้ไข : สำหรับวิธีการแก้ไขอาการหูอื้อก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยวิธีนี้จะเรียกว่าการ “เคลียร์หู” โดยที่คุณสามารถทำได้ในขณะที่ใส่ Mask อยู่โดยทำเหมือนการสั่งขี้น้ำมูกออกมานั่นเอง จะเป็นการสั่งอาการที่อยู่ในหูเราออกมาด้านนอก และคุณก็จะรู้สึกโล่งหูอีกครั้งนึงค่ะ

น้ำทะเลเข้า Snorkel

สำหรับปัญหานี้เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะคนที่ดำน้ำแบบ Snoekeling และ Freediving นะคะ เพราะว่าบางครั้งเราอาจจะมาการดำน้ำผ่านช่วงที่มีกระแสน้ำแรง และเป็นไปได้ที่น้ำทะเลจะถูกพัดกระเซ็นเข้ามาในท่อ Snorkel ของเรา แล้วเราต้องหายใจทางท่อแล้วจะทำอย่างไรหากมีน้ำทะเลอยู่ข้างใน วันนี้เรามีทางออกให้คุณค่ะ

วิธีการแก้ไข : หากมีน้ำอยู่ในท่อ Snorkel ที่เราต้องใช้หายใจ ก็มีวิธีง่ายๆเลยคือ คุณสามารถเป่าลมออกจากท่อแรงๆ เพื่อเป็นการไล่น้ำออกไปได้ค่ะ จากนั้นคุณก็จะสามารถหายใจในท่อโล่งๆได้ตามปกติเเล้ว

เลนส์เป็นฝ้า

นับได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่กวนใจเสียเหลือเกิน นั่นก็คือเมื่อคุณดำน้ำไปสักพักแล้ว เลนส์ Mask ของคุณจะเริ่มมีฝ้ามาเกาะ ทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าขัดใจเสียจริงๆ แต่เราก็มีวิธีแก้ไขง่ายๆมาฝากคุณด้วยนะคะ

วิธีการแก้ไข : ก่อนที่คุณจะสวม Mask และออกไปดำน้ำ แนะนำให้คุณใช้แชมพูเด็ก หรือน้ำยาล้างจาน ผสมกับน้ำให้เจือจางแล้วนำมาถูเคลือบบริเวณเลนส์ด้านในแค่นี้ก็สามารถลดการเกิดฝ้ากันได้แล้ว แต่ถ้าหากว่าหน้ากากของคุณดันเกิดฝ้าในระหว่างที่ทำการดำน้ำล่ะก็ให้คุณถอดนห้ากากออกมาแล้วถูเช็ดด้วยมือ หรือจะถอดออกมาใช้น้ำลายของเราทาเคลือบไว้ด้านในจากนั้นก็ใส่แล้วดำน้ำต่อก็ได้เช่นเดียวกัน

น้ำเข้าหน้ากาก

หากคุณกำลังดำน้ำอยู่และรู้สึกว่ามีน้ำซึมเข้ามาในหน้ากาก เพราะคุณรู้สึกได้ถึงอาการเคืองตาและแสบตาแล้วล่ะก็นับว่าเป็นเรื่องที่กวนใจคุณอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เอาเป็นว่าวันนี้เราก็มีหนทางแก้ไขปัญหานี้มาฝากคุณด้วยเหมือนกันนะคะ

วิธีการแก้ไข : เราต้องมาทราบที่สาเหตุกันก่อน การที่น้ำจะสามารถซึมเข้ามาใน Mask ของเราได้นั้น เกิดจากการที่เราสวมใส่ Mask ไว้หลวมจนเกินไป ซึ่งคุณก็จะต้องปรับ Mask ให้พอดีและแนบชิดใบหน้าก่อนลงน้ำทุกครั้ง และอีกหนึ่งเหตุผลก็เกิดจากการที่น้ำทะเลอาจจะซึมตามไรผมของคุณเข้าไปในหน้ากาก เพราะฉะนั้นก่อนลงน้ำแนะนำว่าใครที่ผมยาวก็รวบผมกันให้เรียบร้อยนะคะ และอาจจะมีอีกหนึ่งกรณีคืออาจจะเป็นเหตุสุดวิสัยที่น้ำเข้าไปในหน้ากากของเราจริงๆ คุณสามารถทำการเอานิวกด Maske ด้านบนไว้จากนั้นมองขึ้นด้านบน แล้วก็หายใจออกแรงๆทางจมูกเพื่อไล่นน้ำให้ออกจากหน้ากากของเรา

และนี่ก็เป็นบรรดาปัญหาจุกจิกคุณคุณอาจจะพบเจอในตอนที่ออกไปดำน้ำกันนะคะ ซึ่งบางอย่างนั้นจะเห็นได้ว่าเราสามารถทำการแก้ไขโดยการเตรียมความพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย หรือถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินคุณก็สามารถแก้ไขปัญหาเราเฉพาะหน้าเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ขอแค่คุณอย่าตื่นตระหนก ตั้งสติไว้ให้ดี แล้วค่อยๆทำการเเก้ไขไปตามวิธีที่เราได้แนะนำเอาไว ซึ่งรับรองได้เลยว่าคุณจะสามารถดำน้ำได้อย่างราบรื่นสนุกสนานอย่างแน่นอนค่ะ

 

# อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

สำหรับใครที่เริ่มต้นเล่นกีฬาปีนหน้าผามาสักระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มที่จะปีนบ่อยขึ้นเรื่อยๆแล้วอยากจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองจะได้ไม่ต้องเช่าที่ยิมทุกครั้งไป เราก็จะมาแนะนำกันว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่คุณควรจะซื้อเอาไว้เป็นของตัวเองกันนะคะ หรือใครที่กำลังจะเริ่มต้นไปปีนหน้าผาก็มาอ่านเพื่อเก็บข้อมูลกันดูก็ได้นะคะ จะได้ทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆกันได้เลย

 

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

Climbing Shoes (รองเท้าปีนหน้าผา)

สำหรับรองเท้าปีนหน้าผา จะเป็นรองเท้าที่มีการทำเป็นพิเศษ ซึ่งรองเท้าจะทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน มีความยืดหยุ่น จะมียางแข็งๆหุ้มบริเวณหัวรองเท้า พื้นรองเท้า และบริเวณส้นเท้าด้วยเช่นเดียวกัน แล้วการเลือก Climbing Shoes ที่ดี คุณจะต้องเลือกรองเท้าที่ใส่ได้พอดีกับเท้า และต้องดูความสมมาตรของพื้นรองเท้าด้วยนะคะ Climbing Shoes ที่ดีต้องไม่มีรอยต่อของพื้นยางที่หุ้มส่วนของปลายเท้าและส้นเท้า มียางที่หนามีความหนึบเพราะให้เกาะกับ Holds ได้ดี หรือเมื่อคุณต้องไปปีนแบบ Outdoor เจอหินที่แหลมคมก็สามารถเหยียบขึ้นไปได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

Harness (สายรัดเอว)

Harness เป็นสายรัดที่จะอยู่ติดกับสะโพกและเอวของเราตลอดเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดเครื่องมือ Belaying Device และเป็นตัวเกี่ยวกับ Rope ในเวลาที่คุณปีนหน้าผา หรือเรียกง่ายๆว่า Harness เป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้ติดอุปกรณ์ Safety ในรูปแบบการปีนแบบ Sport Climbing นั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อ Harness ที่ดีจะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน ใส่ได้สบาย สามารถปรับเข้ากับรูปร่างของคุณได้พอดี และมีที่สอดเก็บสายที่สายเกินความจำเป็นได้ด้วย

 

Belaying Device (ตะขอและรอกที่ใช้ทำการ Safe ผู้ปีนหรือClimber)

สำหรับ Belaying Device ก็เป็นอุปกรณ์เล็กๆที่คล้ายกับตะขอล็อก และมีอุปกรณ์เล็กๆที่คล้ายรอก ใช้เพื่อสอดใส่ Rope เพื่อคอยคานน้ำหนักและคอยปล่อยเชือกให้ Climber ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้คุณต้องคัดสรรเป็นพิเศษ เพราะว่านั่นหมายถึงความปลอดภัยของที่ Belayer และ Climber ด้วยเช่นกัน การเลือกง่ายๆเลยคือ ตัวตะขอล็อคสามารถใช้งานได้ดีไหม และมีความแข็งแรงทนทานหรือไม่ ซึ่งบอกได้เลยว่าอุปกรณ์ตัวนี้นั้นสำคัญมากเลยทีเดียว

 

Chalk bag (ถุงใส่ชอล์ค)

เพื่อการปีนที่ดีและสามารถจับ Holds ได้ดีขึ้นคุณจะต้องใช้ชอล์คช่วยค่ะ ซึ่งชอล์คจะทำหน้าที่ลดความมันและลื่นของ Holds ที่คุณจะจับในการปีนขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคุณต้องมีชอล์คติดตัวตลอดเวลา จึงมีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Chalk Bag ขึ้นมา หรือเรียกกันง่ายๆว่าถุงใส่ชอล์คนี่แหละค่ะ ซึ่ง Chalk Bag ก็จะเป็นถุงเล็กๆมีขนาดพอดีกับที่เราสามารถเอามือเข้าไปล้วงชอล์คข้างในได้สะดวกสบาย อีกทั้งยังมีสายที่ติดกับเอวอีกด้วย

และนี่ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์หลักๆที่จำเป็นต่อการปีนหน้าผา สำหรับใครที่อยากจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง หรือใครที่กำลังจะเริ่มต้นปีนก็จะได้รู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

 

F5 Climbing Center

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

หากจะเอ่ยถึง 1 ในกีฬาประเภทเอ็กสตรีมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย จักรยาน BMX คงจะเป็นหนึ่งในนั้น หากใครไม่ทราบคงจะคิดว่าการแข่งขันจักรยาน BMX ก็คงจะเป็นแค่การขี่ให้เข้าเส้นชัยเหมือนอย่างการแข่งขันจักรยานทั่วๆ ไป แต่อาจจะมีความลำบากขึ้นมาในเรื่องของเส้นทางและระยะทางที่จะโหดกว่าการแข่งขันจักรยาน แต่จริงๆ แล้วจักรยาน BMX เป็นการแข่งที่นอกจากจะต้องเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ให้ได้แล้วยังต้องฟันฝ่ากับเส้นทางทั้งทางเรียบ เนินสูงๆ และอุปสรรคอีกมากมายทำให้จักรยาน BMX มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจักรยานวิบาก

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

หากจะเอ่ยถึงจุดกำเนิดของ BMX จะต้องย้อนกลับไปใน พ..2513 (.. 1970) ตอนนั้นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก แต่ด้วยราคาของอุปกรณ์และมอเตอร์ไซค์ที่สูงจนเกินไป ทำให้มีการแข่งขันและมีนักกีฬาอยู่ในวงแคบ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นกีฬาสำหรับคนมีเงินเท่านั้น จากนั้นจักรยาน BMX ได้ถือกำเนิดขึ้นในปีนั้นเนื่องจากต้องการให้เด็กๆ ใช้จักรยานในการฝึกซ้อมแทนรถมอเตอร์ไซค์ โดยมีการขุดที่ดินเพื่อเลียนแบบสนามของมอเตอร์ไซค์วิบาก แต่กลับกลายเป็นว่า จักรยาน BMX กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนมีชื่อเสียงขึ้นมาและมีการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกครั้งแรกเมื่อปี พ..2525 (1977)

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

การแข่งขันจักรยานวิบากได้แพร่หลายไปทั่วโลกจนตอนหลังมีการแตกแขนงออกมาอีกแบบหนึ่งคือ BMX แบบฟรีสไตล์ (อีกแบบจะเรียกว่า BMX เรซซิ่ง และทั้งสองรายการถูกบรรจุให้มีการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ได้มีการเลื่อนการจัดงานออกไปเป็นปีหน้าแทน) ความแตกต่างของทั้งสองอย่างคือ BMX Racing นั้นผู้เข้าแข่งขันจะมีทั้งหมด 8 คนด้วยกันและจะถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกันจากทางลาดสูง และต้องขี่จักรยานไปตามเส้นทางซึ่งมีระยะทาง 300 – 350 เมตร ลักษณะของสนามจะเป็นการวนไปมา และผู้เข้าแข่งขั้นต้องทำทั้งความเร็ว และผ่านอุปสรรคทางกระโดด เนินสลับกับที่ราบ ทำให้ต้องใช้พละกำลังในการขี่จักรยานสูงมาก และต้องเข้าเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกเท่านั้นเพื่อจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ในขณะที่ BMX Freestyle จะเน้นลีลาและท่าทางเป็นหลัก โดยปัญหาหลักของนักกีฬาต้องคิดทวงท่า ในการกระโดดขึ้นสิ่งกีดขวางอาทิเช่น เก้าอี้, โต๊ะหิน, ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากพื้นที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยจะใส่ท่าทางหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ที่ผู้เข้าแข่งขันจะครีเอทออกมาได้ โด BMX Freestyle ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาวัยรุ่นทั่วโลก อย่างที่เห็นจะมีคลิปออกมาบ่อยครั้งทั้งทำเล่นเองหรือเป็นการแข่งขัน โดยเฉพาะทางฝั่งอเมริกาที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ขณะที่ประเทศไทยก็มีกลุ่มที่เล่นจักรยาน BMX Freestyle เช่นเดียวกัน

มากล่าวถึงอุปกรณ์ในการเล่นจักรยาน BMX อย่างแรกเลยคือรถจักรยานจะมีขนาดล้ออยู่ที่ประมาณ 20 นิ้วด้วยกัน และจะไม่มีเบรกอยู่กับตัวรถ เลยทำให้คนที่เล่นกีฬาประเทภนี้ต้องมีทักษะในการชะลอความเร็วพอสมควร และจะอุปกรณ์ป้องกันตัวเช่น หมวกกันน็อค, สนับข้อศอก, สนับเข่า, ชุดที่ปกปิดร่างกายมิดชิดเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผล และในประเทศไทยเองการแข่งขันจักรยาน BMX แบบ Racing จะถูกจัดให้อยู่ในประเภทเดียวกันกับการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา และมีการจัดการแข่งขันมาโดยตลอดพร้อมกับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการแข่งขันตั้งแต่ระดับเยาวชนไล่ขึ้นมาจนถึงรุ่นบุคคลทั่วไป โดยการกำกับดูแลของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยเป็นหลัก และสำหรับนักกีฬาจักรยาน BMX Racing ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยคือ อาแมนดา คาร์ นักปั่นลูกครึ่งอเมริกาที่เคยคว้าเหรียญทองในการแข่งเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2014 มาแล้ว

 

F5 Climbing Center

BMX Freestyle

จักรยานวิบาก BMX นอกจากจะมีการแข่งขันแบบ Racing ยังมีแยกออกไปเป็นอีกแบบหนึ่งนั่นคือการเล่นแบบ Freestyle โดยที่ผู้เล่นจะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยาน BMX และข้ามสิ่งกีดขวางหรือกระโดดขึ้นไปอยู่บนสิ่งกีดขวางซึ่งมีทั้ง เก้าอี้ โต๊ะ ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากบันได พร้อมกันนี้ผู้เล่นยังสามารถคิดค้นท่าทางต่างๆ ออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการหมุนล้อ, การโยกตัวมาอยู่ด้านจักรยานแล้วกลับไปอยู่ที่เดิมแล้วอีกมากมายสุดแล้วแต่จะคิดค้นท่าทางขึ้นมาได้

BMX Freestyle

ส่วนมากจักรยาน BMX Freestyle จะเน้นการโชว์ท่าทางต่างให้ผู้ชมรู้สึกตื่นตาตื่นใจ โดยได้รับความนิยมอย่างมากในแถวทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กีฬาประเภทได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการจัดการแข่งขันขึ้นมา ซึ่งจะตัดสินจากท่าทางที่ผู้เข้าแข่งขันแสดงออกมาแบ่งความยากออกเป็นแต่ละระดับไป แต่โดยทั่วไปแล้วจักรยาน BMX Freestyle จะมีการพื้นที่ในการเล่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งพื้นที่หลักที่นิยมเล่นกันจะประกอบด้วย

สวนสาธารณะ (PARK) เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เพราะที่นี่จะมีพื้นที่แตกต่างกันออกไปบางจุดอาจจะเป็นทางลาด บางจุดอาจจะเป็นบันได และมีทั้งเก้าอี้, โต๊ะเรียงรายรวมถึงขอบปูนเลยกลายเป็นจุดหลักให้ผู้เล่นเข้ามาท้าทายความสามารถในการทรงตัวจักรยานของตัวเองให้ผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

แนวตั้ง VERT (ย่อมาจากคำว่า Vertical) หากใครสังเกตภาพยนตร์ของทางฝั่งอเมริกาที่เกี่ยวกับวัยรุ่นจะเห็นพื้นที่เป็นรูปตัว U ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละด้านจะมีความสูงอยู่ที่ 4 เมตรด้วยกัน นั่นแหละคือสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกให้ชำนาญเสียก่อน เพราะหลังจากที่ผู้เล่นลงไปในทางลาดแล้วไปกระโดดขึ้นอีกฝั่ง จุดที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้คือการกระโดดขึ้นไปบนอากาศและแสดงท่าทางลีลาต่างๆ ออกมา (บางคนสามารถกระโดดได้สูงถึง 5 เมตรด้วยกัน) นั่นคือสิ่งที่ท้าทายผู้เล่น BMX Freestyle เป็นอย่างมาก

ที่ราบ (Flat) พื้นที่นี้จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่จะให้ผู้เล่น BMX Freestyle ได้โชว์ลีลาท่าทางการทรงตัวอยู่บนจักรยานอย่างเต็มที่ โดยส่วนมากมักจะใช้แค่ล้อเดียวในการทรงตัว จากนั้นแต่ละคนก็ปล่อยลีลาออกมาเรียกเสียงกรี๊ดกับผู้ชมที่ยืนดูอยู่ ซึ่งก็ถือว่าต้องอาศัยการทรงตัวที่ดีและความชำนาญพอตัว

ถนน (Street) ขึ้นชื่อว่าถนนไม่มีใครสามารถเอาแน่เอานอนได้ว่าถนนแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะอย่างไร บางที่อาจจะเป็นที่ราบบางที่อาจจะเจอที่โค้ง เจอลูกระนาด เจอถนนขรุขระ นั่นคือความท้าทายของบรรดาผู้เล่น BMX Freestyle โดยผู้เล่นจะต้องพยายามคิดค้นท่วงท่าออกมาในตอนที่ขี่อยู่บนถนนและจุดที่ยากอีกอย่างหนึ่งก็คือจะต้องทำให้ล้อทั้งสองข้างอยู่พ้นจากพื้นดินด้วยในตอนที่แสดงท่าทางออกมา

กองดิน (Dirt) ผู้เล่นจะต้องขี่ขึ้นไปบนเนินดินที่สูงเพื่อกระโดดยังเนินดินอีกอันที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อกระโดดชึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้เล่นที่จะคิดค้นลีลาท่าทางต่างๆ ออกมให้ผู้ชมประทับใจ แต่ต้องทรงตัวให้ดีทั้งตอนอยู่บนอากาศและตอนที่ลงสู่พื้น ซึ่งความยากก็มีหลายระดับอยู่ที่ความชำนาญของบุคคล

หากใครที่สนใจอยากจะเล่น BMX Freestyle ควรจะศึกษาหาข้อมูลให้เรียบร้อยเสียก่อนและต้องมีความทางด้านร่างกายที่ดีอยู่ในระดับที่สูงเพราะต้องใช้ความแข็งแรงและสมาธิอย่างมากเมื่อตอนที่ลอยอยู่ในอากาศนอกจากนี้ยังต้องศึกษาเรื่องความปลอดภัยควบคู่กันไปอีกด้วย

 

Urban Playground Climbing

Rock Climbing คืออะไร

Rock Climbing คืออะไร

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผา หรือ Rock Climbing กันดีกว่า เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าในโรงยิมใหญ่ๆบางแห่งนั้นก็จะมี หน้าผาจำลองให้ปีนป่ายกันอีกด้วย ซึ่งก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้นก็เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กำลังมาแรง ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดี อีกทั้งยังสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วยนะคะ เอาล่ะงั้นเรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผากันต่อได้เลยค่ะ

กีฬาปีนหน้าผา Rock Climbing ก็เป็นกีฬาประเภทนี้ก็จัดว่าอยู่ในหมวดประเภทกีฬาผาดโผน โดยที่คุณจะต้องใช้ทักษะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว แม้กระทั่งการใช้ความคิดด้วยเช่นกัน เพื่อให้คุณสามารถปีนป่ายขึ้นไป ทั้งตามแนวสูงและแนวขวางไปได้จนถึงจุดสูงสุดนั้นเอง

ซึ่งกีฬาปีนหน้าผา ในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถานที่ในคุณได้มาลองปีนป่ายท้าทายความหวาดเสียวกันอยู่ 2 ประเภท นั่นก็คือ การปีนหน้าผาจำลอง(Indoor) และการปีนหน้าผาจริงตามธรรมชาติ(Outdoor)

Indoor หรือการปีนหน้าผาจำลอง

สำหรับการปีนประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นที่จะปีนหน้าผา เพราะที่นี่จะมีความปลอดภัยที่สูงกว่า เพราะหน้าผาจำลองที่คุณจะได้ปีนนั่นส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่ตั้งตรงตามแนวสูง และมี Holds (ตัวจับ) ให้คุณได้ปีนป่ายไปตามสีต่างๆได้ ซึ่งโดยปกติแล้วการปีนหน้าผาจำลองนั้นจะใช้สำหรับฝึกซ้อมท่าในการปีนก่อนที่จะออกไปปีนแบบ Outdoor ซึ่งการปีนใน Indoor ก็จะมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกปีนได้อีกด้วย และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะสูงกว่า

Outdoor หรือการปีนหน้าผาตามธรรมชาติ

ส่วนการปีนแบบนี้คือคุณต้องออกมาปีนกันหน้าผาจริงๆเลยซึ่งส่วนใหญ่จะมีการวางเส้นทางเอาไว้อยู่แล้ว แต่ว่าจะมีได้มี Holds ให้คุณได้ Follow เหมือนการปีนแบบ Indoor เพราะฉะนั้นการปีนแบบ Outdoor คุณจะต้องหาหนทางไปต่อด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้นก็จะมีความท้าทายที่มากกว่า เพราะคุณต้องใช้ความคิดและพละกำลังในเวลาเดียวกัน รวมถึงประสบการณ์การปีนหน้าผาด้วยเช่นกัน เพราะโดยปกติหน้าผาตามธรรมชาตินั่นจะไม่ได้ตั้งตรง 90 องศากับพื้น แต่จะมีแนวขวางบ้างเอียงบ้าง ให้คุณได้ใช้ทักษะและเทคนิคที่มากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณต้องการที่จะทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผาให้มากขึ้น คุณก็สามารถมาลองปีนกันแบบ Indoor ไปก่อนก็ได้ เพราะว่าโดยปกติแล้วทุกที่ก็จะมีอุปกรณ์ให้คุณสามารถเช่าได้ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแนะนำวิธีการปีน การใช้อุปกรณ์​ รวมถึงเทคนิคต่างๆในการปีนให้คุณได้อีกด้วย อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะปลอดภัยมากกว่าการออกไปปีนหน้าผาจริงๆ และมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกฝึกฝนกันอีกด้วย

 

# Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

มีใครที่กำลังตั้งคำถามในใจอยู่ไหมคะว่าทำไมยิมปีนหน้าผาส่วนใหญ่ถึงอยู่บริเวณชานเมืองกันเยอะนัก เพราะบางทีก็ไม่สะดวกในการเดินทาง และถ้ายิ่งใครที่ไม่มีรถส่วนตัวแล้วก็ยิ่งยากไปกันใหญ่ วันนี้เราเลยจะพาคุณมารู้จักกับยิมปีนหน้าผาที่เรียกได้ว่าอยู่ใจกลางกรุงเทพฯเลยทีเดียว ซึ่งเดินทางก็ง่าย สะดวกสบาย แถมยังมี Route เจ๋งๆให้คุณได้มาทดลองปีนป่ายกันอีกเพียบ ซึ่งยิมที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้นั่นก็คือ “Urban Playground Climbing” นั่นเองซึ่งที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลจาก BTS พร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกสบายเอาใจชาวเมืองแบบสุดๆกันไปเลย

Urban Playground Climbing

มาทำความรู้จักกับยิม Urban Playground Climbing กันดีกว่า

สำหรับที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้ถือว่าเป็น Community แห่งใหม่สำหรับคนที่รักสุขภาพและรักในการปีนหน้าผา ซึ่งจุดประสงค์ของที่นี่คือการเป็นยิมปีนหน้าผาที่ดีบที่สุดในเมืองไทย เพราะด้วยทำเลใจกลางเมืองที่นับได้ว่าดีที่สุด และWall ที่ดีที่สุดด้วยความร่วมมือจาก Entry-Prises Climbing ที่เป็นบริษัทที่สร้างหน้าผาจำลองระดับโลก ที่นี่มีพื้นที่ 7,000 ตารางฟุต และความสูงมากถึง 12 เมตร มี Route การปีนที่หลากหลาย ซึ่งที่นี่มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้กลับบ้านไปเช่นเดียวกัน

Urban Playground Climbing

ที่นี่นับว่าเป็นยิมาปีนหน้าผาที่ครบวงจรเป็นอย่างมาก ทุกอย่างทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ มีความสูงมากมายหลากหลายระดับให้คุณได้ปีน และรองรับการปีนในทุกรูปแบบ ทั้งแบบ Bouldering, Top Rope, และ Lead Climbing ด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นที่นี่ก็ยังมี Roof ให้ปีนฝึกความแข็งแรงในท่าที่ยากไม่ธรรมดากันอีกด้วย แต่ใครที่กำลังอยากจะลองปีนหน้าผาดูสักครั้งที่นี่ก็เหมาะกับคุณด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมีทุกเลเวลให้คุณได้เลือกปีนพร้อมทั้งมี Staff ที่คอยให้คำแนะนำคุณได้อีกด้วยด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่นี่ก็มีพร้อมสรรพ ทั้งมุมพักผ่อน ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ หรือถ้าคุณอยากจะมาลองเล่นกีฬาแบบอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นี่มีทั้งสนามแบดมินตัน สนามเทนนิส ยิม โยคะ ซาวน่า และสระว่าน้ำ เรียกได้ว่ามีครบเลยทีเดีว และถ้าหากคุณจะจะนั่งจิบเครื่องดื่มร้อนๆที่นี่ก็มีคาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อคอยให้บริการด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงที่จำหน่ายอุปกรณ์การปีนหน้าผาด้วยนะคะ

ที่ตั้ง

6 8 ซอยสุขุมวิท 49/9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 119 7200

วันและเวลาทำการ : เปิดบริการทุกวันเวลา 10.00-22.00

เรียกได้ว่าที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้เป็นยิมปีนหน้าผาที่เอาใจชาวเมืองเป็นอย่างมาก ทั้งศูนย์รวมการออกกำลังที่ครบวงจร รวมถึงหน้าผาจำลองที่ได้ทีมสร้างระดับโลก และความสะดวกสบายในการเดินทาง ถ้ายังไงก็อย่าลืมมาลองปีนกันที่นี่ได้เลยนะคะ

 

# F5 Climbing Center

Climb Central Bangkok

Climb Central Bangkok

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งสถานที่ปีนหน้าผาจำลองแบบ Indoor ที่เรียกได้ว่าครบวงจรเลยจริงๆนะคะ กับชื่อที่เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะคุ้นหูกันมาก่อนอย่าง “Climb Central Bangkok” ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งยิมที่โดดเด่นโดยการใช้สีส้มที่ดูสะดุดตาแบบสุดๆ และมีรูปแบบการปีนที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนักปีนหน้าผาสายไหนก็สามารถมาฝึกปีนที่นี่กันได้หมด เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับที่ Climb Central Bangkok กันให้มากกว่านี้ดีกว่า

Climb Central Bangkok

มาทำความรู้จักกับยิม Climb Central Bangkok กันดีกว่า

ที่นี่นับว่าเป็นยิมปีนหน้าผาที่ต่อยอดขยายสาขามาจากสาขาแม่คือในประเทศสิงคโปรนั่นเอง เพราะยิมที่นั่นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเมื่อขยายสาขามาที่ไทยก็สามารถไปได้สวยเช่นเดียว เพราะด้วยความที่เป็นยิมที่ค่อนข้างจะใหญ่โตและกว้างขวาง และเรียกได้ว่าที่นี่เป็นอาณาจักรแห่งการปีนหน้าผาเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความครบครันของทั้งรูปแบบหน้าผาต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่มีให้เช่าและจำหน่าย ซึ่งก็นับได้ว่ายิมสีส้มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดศูนย์รวมใหม่ของแวดวงของปีนหน้าผาเลยก็ว่าได้

Climb Central Bangkok

Climb Central Bangkok

สำหรับที่นี่นั้นนับว่ามี Route ที่เยอะมาก มากถึง 50 Route เลยทีเดียว มีทั้งระดับง่ายไปจนถึงระดับยากเลยทีเดียว นับว่ามีครบสำหรับทุกวัยเเละทุก Level เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นที่นี่ก็สามารถรองรับผู้ที่มาปีนหน้าผาได้เยอะมากเช่นเดียวกัน โดยที่คุณสามารถปีนได้โดยที่ไม่ต้องรอให้เสียเวลา และอีกอย่างที่ยิมแห่งนี้ก็มีรูปแบบการปีนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Bouldering, Top Rope และ Lead Climbing ก็มีหมด ซึ่งไม่ว่าคุณจะมาฝึกปีนแบบไหนที่นี่ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน และอีกอย่างที่ Climb Central Bangkok ก็ยังมีเชือก Belay ที่ยืดติดกับพื้นเลย เพราะฉะนั้นหมดปัญหาในเรื่องของน้ำหนักตัวของ Climber และ Belayer ได้เลย

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของที่นี่ก็มีทั้งห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ล็อคเกอร์เก็บของ มีอุปกรณ์ให้เช่ายืมได้อย่างพวกรองเท้า และHarness หรือถ้าคุณอยากจะมาเดินเลือกซื้ออุปกรณ์การปีนเขาที่นี่ก็มีจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน ความดีงามของที่นี่คือเป็นยิมที่ติดแอร์ และมาคาเฟ่เจ๋งๆให้คุณได้ใช้บริการอีกด้วยนะคะ

ที่ตั้ง

10/4 ถนนกัลปพฤกษ์ เขตบางแค กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 092 250 0790

วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ ให้บริการเวลา 10.00-22.00 วันเสาร์-วันอาทิตย์ ให้บริการเวลา 10.00-21.00

และสำหรับใครที่อยากจะมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และพบกับ Route ที่ไม่เหมือนใครด้วยความหลากหลายของรูปแบบการปีนหน้าผา เราขอแนะนำให้คุณมากันที่นี่เลย Climb Central Bangkok เพราะที่นี่คุณจะได้มาลองใช้บริการยิมปีนเขามาตรฐานสิงคโปรกันเลยทีเดียว

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

F5 Climbing Center

F5 Climbing Center

F5 Climbing Center

หากใครที่เป็นมือใหม่อยากจะลองมาปีนหน้าผาจำลอง แต่ว่ายังติดอยู่ที่ว่ากลัวความสูง ใจยังไม่กล้าพอแต่ว่าอยากจะฝึกมือ ฝึกขา ฝึกร่างกายกันก่อนล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณมาลองปีนกันที่นี่เลยค่ะ “F5 Climbing Center” เพราะว่าที่นี่จะเป็นหน้าผาให้ปีนแบบ Boldering(การปีนหน้าผาที่มีความสูงไม่เกิน 5 เมตร และไม่ใช้เชือก และ Harness ในการปีน)

F5 Climbing Center

มาทำความรู้จักกับยิม F5 Climbing Center กันดีกว่า

สำหรับที่ยิม F5 Climbing Center แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นสถานที่ปีนหน้าผาจำลองน้องใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะเรียกได้ว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงยิมที่มีหน้าผาจำลองให้คุณได้มาฝึกปีนป่ายกันเท่านั้น แต่ว่าที่นี่ก็ยังคำนึงถึงสุขภาพโดยรวมของคุณด้วยเช่นกัน เพราะว่าที่นี่จะมีมุมให้คุณสามารถมานั่งพักผ่อนได้ มีโต๊ะปิงปองให้ได้เล่นสนุก มียิมเล็กๆให้คุณได้มาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย และยังมี F5 Food ซึ่งจะมีเบเกอร์รี่ที่อบใหม่ๆหอมกรุ่นให้คุณได้มาลิ้มลองกันอีกด้วย และบอกได้เลยว่าแต่ละเมนูนั้นคัดสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

F5 Climbing Center

ที่ยิมแห่งนี้จะเป็นยิมหน้าผาจำลองที่มีรูปแบบการปีนแบบ Bouldering ซึ่งเป็นการปีนที่ไม่ต้องใส่ Harness ไม่ต้องใช้เชือก ไม่ต้องมีคน belay และก็เป็นการปีนที่ไม่สูงมาก เพราะความสูงจะไม่เกิน 5 เมตรนั่นเอง เหมาะสำหรับผู้ที่อาจจะยังกลัวความสูง และว่าอยากจะลองปีนหน้าผาดูสักครั้งก็สามารถมาทดลองปีนที่นี่กันก่อนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งการปีนหน้าผาของที่นี่ก็สามารถมาปีนได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่เลยทีเดียว และเหมาะกับตั้งแต่ระดับ Beginner ขึ้นไปอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มปีน หรือจะปีนมานานแล้วก็สามารถมาปีนที่ F5 Climbing Center ได้หมดเลยทีเดียว

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

ที่ F5 Climbing Center แห่งนี้นอกจากจะมีหน้าผาจำลองแบบ Bouldering แล้วก็ยังมีมุมให้คุณได้นั่งพักผ่อนอีกด้วย รวมถึงบริการเช่า Climbing Shoes ที่มีทุกรุ่น ทุกขนาดให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นหากคุณไม่เคยปีนหน้าผาจำลองมาก่อนเลย ที่นี่เค้าก็ยังมีบริการสอนและแนะนำให้คุณฟรีๆอีกด้วยนะคะ รวมถึงห้องอาบน้ำ และห้องสุขา ที่นี่ก็มีบริการด้วยเช่นเดียวกัน

ที่ตั้ง

ที่ F5 Climbing Center แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 28 ซอยรามคำแหง 24 แยก 14 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 015 7063

เปิดให้บริการ วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี เวลา 13.00-21.00  ปิดบริการทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์

และถ้าใครที่อยากจะมาลองปีนหน้าผาจำลองก็มากันได้ที่นี่เลย เพราะเค้ารับประกันความประทับใจจากการบริการที่เป็นกันเองและดูแลเป็นอย่างดี รวมถึงเทคนิคต่างๆที่สอนให้ฟรีๆสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มปีนอีกด้วยนะคะ

 

# การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

มีใครที่กำลังสนใจอยากจะลองไปปีนหน้าผาจำลองกันบ้างไหมคะ? สำหรับวันนี้เราเลยจะมาแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนการไปเริ่มปีนหน้าผาจำลองให้คุณได้ทราบกัน แต่ถ้าใครที่เป็นมือใหม่ก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะถ้าหากว่าคุณเตรียมความพร้อมไปดี คุณจะสามารถปีนได้ง่าย ปีนได้สนุกอย่างแน่นอน เผลอๆคุณอาจจะตกหลุมรักกีฬาปีนหน้าผาโดยไม่รู้ตัวอีกด้วยนะคะ

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

ออกกำลังกาย

สวำหรับการปีนหน้าผานี้เป็นการกีฬาที่คุณจะต้องใช้กล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนในร่างกายเลยก็ว่าได้ ทั้งแขน ขา ลำตัว และการที่คุณจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีนั้นคุณก็ต้องมีกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงพอที่จะนำพาตัวของคุณไปยังจุดหมายปลายทางให้ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงจะแนะนำให้คุณออกกำลังกายก่อนมาปีนหน้าผาอาจจะสัก 1-2 อาทิตย์ก็ได้จะได้มีความคล่องแคล่วมากขึ้นนะคะ

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

โยคะ

สำหรับใครที่เล่นโยคะอยู่แล้ว เราบอกได้เลยว่าโยคะสามารถช่วยเรื่องปีนเขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่าไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท่านั้น การปีนหน้าผาคุณยังจะต้องใช้ความยืดหยุ่ยของร่างกาย และการบาลานซ์ที่ดีด้วย ซึ่งจากการสังเกตุนั้นบอกได้เลยว่าถ้าคุณเล่นโยคะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณก็อาจจะจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีกว่าคนทั่วไปอีกด้วย

เตรียมชุดที่เคลื่อนไหวง่าย

สำหรับชุดที่จะใส่มาปีนหน้าผา ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน เพราะกีฬาประเภทนี้นั้นต้องเน้นความคล่องตัวเป็นหลัก คุณต้องเลือกชุดที่รัดกุม ไม่รุ่ยร่าย แนบชิดกับร่างกาย และต้องมีความยืดหยุ่นสูงอีกด้วย เพราะแน่นอนว่าคุณอาจจะต้องมีการฉีกแข้งฉีกขาอย่างแน่นอน สำหรับคุณผู้ชาย เราขอแนะนำเป็นเสื้อกล้าม เสื้อยืดที่พอดีตัว และกางเกงขาสั้นเนื้อผ้ายืดหยุ่น สำหรับคุณสุภาพสตรี ก็สามารถใส่สปอร์ทบรา เสื้อยืด เสื้อกล้ามที่พอดีตัว กางเกงขาสั้น หรือถ้าจะกันโป๊ก็สามารถใส่เป็นกางเกงขายาวสำหรับออกกำลังกายมาก็ได้เช่นเดียวกัน และถ้าใครผมยาวเราแนะนำให้คุณเตรียมยางรัดผมมามัดผมให้เรียบร้อยด้วยนะคะ

เตรียมใจให้พร้อม

นอกจากการเตรียมตัวทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คุณต้องเตรียมให้ดีเลยนั่นก็คือใจของคุณนั่นเอง เพราะการปีนหน้าผาจำลอง ความสูงจนถึงยอดก็อยู่ที่อย่างต่ำ 8-15 เมตร หรืออาจะสูงมากกว่านั้นขึ้นไปอีก ถ้าหากใครกลัวความสูงก็ต้องทำใจฮึดสู้ จดจ่อเพียงแค่จุดหมายปลายทางเท่านั้น อย่าไปมองข้างล่างบ่อยเดี๋ยวจะพาลปีนต่อไม่ไหว และอีกอย่างจังหวะลงก็หวาดเสียวไม่เบา แต่ถ้าอุปกรณ์ของคุณแข็งแรงทนทาน มี Belayer ที่มีประสบการณ์ก็ปลอดภัยหายห่วง ไม่ต้องกังวลกันเลยทีเดียว

และนี่ก็คือเทคนิคดีๆ สำหรับใครที่อยากจะเตรียมความพร้อมก่อนไปปีนหน้าผากันนะคะ ซึ่งรับรองได้เลยว่า ถ้าคุณเตรียมตัวมาดี คุณก็จะปีนได้อย่างราบรื่นและสนุกสนานอย่างแน่นอน

 

Urban Playground Climbing