Archives พฤศจิกายน 5, 2020

Highlining ไต่เส้นท้านรก

Highlining ไต่เส้นท้านรก

หากว่ากีฬา Extreme ประเภท Free Diving ถือว่าอันตรายมากแล้ว แต่กีฬา Extreme อีกอย่างที่ถือว่าอันตรายไม่แพ้กันและถือว่าหากพลาดก็อาจตายได้ทันที นั่นคือกีฬา Highlining หรือว่าการไต่เชือกโดยกีฬาประเภทมักจะเล่นกันบนเทือกเขาสูงโดยจะมีเชือกแขวนอยู่ระหว่างหุบเหบวของภูเขาจากนั้นนักกีฬาจะลงไปเดินทรงตัวอยู่บนเชือกซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กระตุ้นอดรีนาลีนของทั้งผู้เล่นและผู้ชมให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา

Highlining ไต่เส้นท้านรก

สำหรับประวัติของกีฬาชนิดนี้นั้นไม่ปรากฏว่าเริ่มได้รับความนิยมเมื่อไหร่แต่การไต่เชือกเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศรัสเซียแถบดาเกสถานโดยที่การไต่เชือกถือว่าเป็นประเพณีพื้นบ้านของผู้คนในละแวกนี้ซึ่งจะมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งการไต่เชือกของคนในแถบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยใช้บันไดหรือเสาตั้งเอาไว้จากนั้นนำเชือกมาขึง โดยจะมีความสูงที่ประมาณ 3.5 เมตร จากนั้นผู้เล่นจะนำไม้พลองยาว 6 เมตรถือขึ้นไปด้วยเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายขณะที่เดินอยู่บนเชือกและพอถึงระยะเมื่อสามารถรักษาความสมดุลได้แล้วนั้นจะมีการเต้นรำบนเชือกบางครั้งอาจจะเต้นคนเดียวบางครั้งอาจจะเต้นเป็นคู่ก็แล้วแต่สถานการณ์

การไต่เชือกนอกจากจะเป็นที่นิยมในเดกาสถานแล้วยังเป็นที่นิยมในคณะละครสัตว์ต่างๆทั่วโลกที่มักจะมีโชว์การเดินบนเชือกและเล่นกายกรรมบนเชือกซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมากทีนี้ทำไมอยู่ดีๆการไต่เชือกถึงกลายมาเป็นกีฬา Extreme ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เกิดจากความต้องการที่จะท้าทายความกล้าของตัวเองของบรรดานักกีฬา Extreme โดยพวกเขาใช้สถานที่ตามธรรมชาติอย่างหุบเหว โดยจะทำการขึงเชือกระหว่างหุบเหวทั้งสองฝั่งจากนั้นก็จะใช้การทรงตัวเดินจากอีกฝั่งไปยังอีกฝั่ง

จุดของความน่ากลัวอยู่ที่อุปกรณ์เซฟตี้ของคนเล่นนั้นจะมีเพียงสลิงที่ยึดติดระหว่างตัวนักกีฬากับเชือกเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายที่เสียงกับความเป็นความตายมากเลยทำให้ผู้เล่นเลือกที่จะเล่นบนยอดเขาสูงอย่างเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรปโดยมีการจัดการแข่งขันที่ความสูงถึง 2,000 เมตรด้วยกัน ซึ่งจะแข่งขันกันที่เทือกเขาโมเลซอนในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่อยู่ในภูเขาแอลป์ การแข่งขันจะมีนักไต่เชือกระดับพระกาฬของยุโรปถึง 50 มาฟันฝ่าอุปสรรต่างๆ โดยจะมีเชือกทั้งหมด 6 เส้น ซึ่งมีความระหว่าง 45 – 495 เมตรและด้วยความสูงนับพันเมตรทำให้นักกีฬาจะต้องใช้สมาธิและติดอุปกรณ์เซฟตี้เพื่อป้องกันอันตรายหากมีการพลัดตกลงไป

ทีนี้นอกจากการแข่งขันแล้วในประเทศอิตาลียังมีเทศกาลหนึ่งชื่อ “The International Highline Meeting Festival” ที่จัดขึ้นในเทือกเขาแอลป์ในประเทศอิตาลี โดยรายการนี้จะเป็นการมีตติ้งของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบความเสียวบนที่สูง โดยจะมีการแข่งขันให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกัน คือการไต่เชือกข้ามไปยังอีกฝั่ง แม้จะมีระยะทางไม่ยาวนัก แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชินกับความสูง จะรู้สึกว่าการอยู่บนนั้นจะเป็นเวลาที่ยาวนานมากที่สุด โดยหลังจากนั้นผู้ที่ผ่านภารกิจทั้งหมดจะได้รับใบประกาศจากผู้จัดการแข่งขัน  และหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วจะมีการจัดมินิคอนเสิร์ต รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ร่วมสนุกกัน พร้อมกับกิจกรรมนอนเปลบนเชือก โดยทั้งหมดจะขึ้นไปนอนบนเปลที่ติดอยู่กับเชือก ซึ่งอากาศก็เหน็บหนาวและยิ่งเวลาลมพัดมา ก็สร้างความเสียวให้กับทุกคนอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่อยากจะเล่นกีฬาประเภทนี้ก็ต้องศึกษาและใช้สมาธิให้ดีเพราะหากพลาดไปอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

 

# ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

นักกีฬา Extreme ของไทยในประเภทหากไล่ดูแล้วจะมีจำนวนที่ไม่เยอะมากนัก แม้ว่ากีฬา Extreme จะมีมากมายหลายชนิดด้วยกันก็ตามที โดยนักกีฬาที่พอจะมีชื่อเสียงและคนไทยพอจะรู้จักกันก็คือ อาแมนดา คาร์ ที่เป็นนักกีฬาขี่จักรยานประเภท BMX แต่ยังมีกีฬา Extreme อีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย และมีนักกีฬาไทยมีชื่อเสียงโด่งดังมากมายหลายคนด้วยกัน นั่นคือการแข่งขัน “Jet Ski” นั่นเอง

การแข่งขันเจ็ตสกีคือการแข่งขันความเร็วๆทางน้ำโดยใช้ยานพาหนะที่เรียกว่าเจ็ตสกีในการแข่งขันซึ่งผู้เล่นจะต้องบังคับให้เจ็ตสกีพุ่งไปข้างหน้าอาจจะบอกได้ว่าเจ็ตสกีกับมอเตอร์ไซค์มีความคล้ายคลึงกันก็คงไม่แปลกนักเพราะมีทั้งคันเร่งมีทั้งเบรกถึงแม้ว่าจะเป็นการแข่งขันทางน้ำก็ใช้ว่าการบังคับจะง่ายมากนักยากยิ่งกว่าการบังคับมอเตอร์ไซค์มากนัก

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

สำหรับอุปกรณ์ป้องกันของผู้เล่นนั้นจะประกอบไปด้วยหมวกกันน็อค, เสื้อชูชีพ และยังมีเครื่องป้องกันอีกหลายอย่างที่ต้องเซฟนักกีฬาอย่างเต็มที่ ทีนี้เมื่อเรามองจากในโทรทัศน์เราจะเห็นเวลาที่นักกีฬาล้ม หลายคนอาจจะมองว่าไม่เจ็บเท่าไหร่นักเพราะล้มลงในน้ำ แต่ในความเป็นจริงนั้นอาการบาดเจ็บไม่ต่างกับการล้มบนพื้นเลย เพราะการขี่เจ็ตสกีนั้นต้องใช้ความเร็วมากถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแถมยังต้องทำความเร็วให้คงที่ดังนั้นเวลาล้มแม้จะเป็นผืนน้ำแต่ก็ทำให้ได้รับอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกันดังนั้นเลยต้องมีเครื่องป้องกันไว้เต็มรูปแบบ

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

อย่างที่บอกไปว่าเจ็ตสกีเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความเร็วเลยทำให้เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักกีฬา Extreme หลายคนให้ความสนใจและเลือกเล่นกีฬาชนิดนี้ เพราะสามารถเร่งความเร็วได้อย่างถูกกฎหมาย และได้รับลมจากทะเลอย่างเต็มที่รวมถึงสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับนักกีฬาได้อย่างมาก นอกจากจะมีการขขับขี่ในทะเล ยังมีหลายครั้งที่เจ็ตสกีได้มาขับขี่ในแม่น้ำสายใหญ่ต่างๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นกีฬาที่คนไทยให้ความนิยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังต้องทำการฝึกฝนให้ช่ำชอง ทั้งการเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาและการเร่งเครื่อง เลยทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเสน่ห์อย่างมากของเจ็ตสกี

จากทั้งหมดที่กล่าวมาเลยทำให้เจ็ตสกีกลายเป็นกีฬา Extreme ยอดฮิตอย่างมากในประเทศไทย และมีการเล่นอย่างแพร่หลายในหลายภาคของประเทศไทย รวมถึงยังมีนักกีฬาชื่อดังมากมายเช่นเปิ้ลนาคร ศิลาชัย ซึ่งเป็นทั้งดาราและนักเจ็ตสกีชื่อดังของประเทศไทย และได้แชมป์หลายรายการรวมถึงยังเคยได้ลงเล่นในการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว รวมถึงเจเจตรินวรรธนะสินก็เป็นนักร้องอีกรายหนึ่งที่แข่งขันเจ็ตสกีและได้แชมป์จนมีชื่อเสียง

ส่วนปัจจุบันนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันเจ็ตสกีก็มีมากมายหลายคนด้วยกันอาทิเช่นมนุษย์เหล็กเชาวลิตเกื้อจรูญที่นำทีมไปแช่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้วนอกจากนี้ยังมีธีระเสร็จธุระที่มีฝีมือไม่แพ้กันรวมถึงยังมีนักแข่งดาวรุ่งอีกมากมายที่พร้อมจะก้าวไปเป็นตัวแทนของรุ่นพี่ในนามทีมชาติไทยและพร้อมจะสร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติทั้งในระดับทวีปและระดับโลกต่อไป

สำหรับนักกีฬามือใหม่ที่อยากจะหัดขี่เจ็ตสกีก็ต้องเรียนรู้พื้นฐานในการขับขี่ให้แม่นยำเสียก่อนจากนั้นก็ต้องฟังคำสอนของผู้เชี่ยวชาญและเตรียมอุปกรณ์ป้องกันเอาไว้ให้พร้อมเพื่อจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุต่อตัวนักกีฬาเพราะขนาดนักกีฬาที่มีประสบการณ์มานานหลายๆปียังเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ถือว่าเป็นกีฬาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใครที่ชื่นชอบความเร็วในสายน้ำก็ลองฝึกหัดดูจะได้รับรู้ถึงประสบการณ์ที่จะลืมไม่ลงอย่างแน่นอน

# เทคนิคในการพายเรือแคนูและคายัค

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีนักกีฬาจักรยาน BMX อยู่มากมาย แต่ส่วนมากจะเป็นนักกีฬาที่เน้นการขี่แบบ Extreme เป็นหลัก เลยทำให้นักกีฬาชื่อดังที่ขี่ BMX Racing มีน้อยมาก ผิดกับทางฝั่งของทวีปยุโรปที่มีนักกีฬาชื่อดังมากมาย แต่ก็ใช่ว่าสหรัฐฯ จะไม่มีนักกีฬา BMX ที่มีชื่อเสียงเลย ยังมีอยู่อีกคนหนึ่งทีมีชื่อเสียงไม่แพ้กับนักกีฬาจากฝั่งของยุโรป แต่น่าเสียดายที่เขาต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยอุบัติเหตุ เขามีนาม Kyle Bennett (ไคล์ เบนเนตต์)

ไคล์เบนเนตต์เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี 1979 (..2522) ที่คอนโร รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เบนเนตต์ เป็นเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปของสหรัฐฯ ที่ชื่นชอบกีฬาประเภท Extreme มาเป็นพิเศษทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่จะเป็นนักกีฬาจักรยานประเภท BMX เขาเริ่มลงแข่งขันในระดับการแข่งขันท้องถิ่นในปี 1988 (..2531) ตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งจะอายุได้เพียง 9 ปีเท่านั้น แต่ด้วยสไตล์การขี่ที่นุ่มนวล ทำให้เขาถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งที่จะก้าวมาเป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติสหรัฐฯ ในอนาคต

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

จากนั้นเข้าได้ลงเล่นในการแข่งขันระดับชาติเป็นครั้งแรกในปี 1988 เช่นเดียวกัน เขาใช้เวลาอยู่หลายปีที่ลงแข่งขันในฐานะมือสมัครเล่น และได้เข้าร่วมสังกัดกับทีมชื่อดังระดับท้องถิ่นหลายทีมอาทิเช่น S&S Racing, R&R Racing, ODI และ S&M Racing จนกระทั่งวันที่ 28 ธันวาคม ปี 1997 (..2540) เข้าได้เทิร์นเป็นระดับโปรเฟสชั่นแนล กับการแข่งขันรายการ NBL Christmas Classic ขณะที่เขามีอายุได้ 18 ปี และรายการนั้น เบนเนตต์ คว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้ เบนเนตต์ มีฉายาในวงการว่า “Butter” มาจากสไตล์การขี่ที่ดูสมูทของเขานั่นเอง

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

ในปี 2002 (..2545) เบนเนตต์ วัย 23 ปี ได้เข้าร่วมการแข่งขัน UCI BMX World Championship 2002 ตอนนั้นเขามีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว และได้รับยกให้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนั้น ซึ่ง The Butter ไม่ทำให้แฟนคลับผิดหวังเขาคว้าเหรียญทองมาครองได้เป็นผลสำเร็จ เท่านั้นยังไม่พอกับการแข่งขัน UCI BMX World Championship 2003 ปีถัดมา เบนเนตต์ ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในการแข่งขันและเขาจัดการคว้าเหรียญทองมาได้ 2 สมัยติดต่อกัน ซึ่งนับตั้งแต่มีการแข่งขัน UCI BMX World Championship ครั้งแรกเมื่อปี 1996 ยังไม่เคยมีนักปั่นคนไหนคว้าเหรียญทองได้ 2 สมัยติดต่อกันมาก่อนซึ่งนั่นทำให้ชื่อเสียงของเบนเนตต์โด่งดังเป็นอย่างมาก

แม้จะมีสไตล์การขี่ที่นุ่มนวลแต่ก็มีหลายครั้งที่เบนเนตต์ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเขาเคยมือหักระหว่างการแข่งขัน Summer X – GAMES Downhill BMX Race ที่จัดการแข่งขันในวู้ดวอร์ด รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ปี ค..2001 (..2544) เคยขาหักเมื่อตอนอายุ 16 ปี หลังจากประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์, เคยไหปลาหัก 2 รอบ ในปี 2003 และ 2004 รวมถึงเคยเข้ารับการผ่าตัดเส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าในปี 2006 แต่ทุกครั้งเขาจะกลับมาได้เสมอ

ในปี 2007 เบนเนตต์ กลับมาคว้าเหรียญทองในการขัน UCI BMX World Championship 2007 ได้อีกครั้ง ทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่คว้าเหรียญทองรายการนี้ได้ถึง 3 สมัย (2002, 2003 และ 2007) ก่อนที่จะได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาคนแรกของทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่จะลงทำการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ปี 2008 ที่กรุงปักกิ่งประเทศจีนถึงแม้ว่าในการแข่งขันครั้งนั้นเบนเนตต์จะไปไม่ถึงฝันเพราะตกรอบคัดเลือกเสียก่อนแต่เขาก็ได้ทำตามความฝันในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ

วันเวลาผ่านไปเบนเนตต์ยังคงเดินหน้าคว้าเกียรติยศให้กับตัวเองอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปี 2012 สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เบนเนตต์ ในวัย 33 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในเมืองบ้านเกิดของเขา และเมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเขาได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ท่ามกลางความเศร้าของแฟนคลับ และเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับวงการ BMX ของสหรัฐอเมริกาและของโลกพร้อมกับปิดตำนานของเขาไว้แค่เพียงเท่านี้

 

# อาแมนดา คาร์ จอมปั่นลูกครึ่งแห่งแดนสยาม