Archives พฤศจิกายน 20, 2020

BMX RACING

BMX RACING

BMX RACING

ยาวกันมาต่อเนื่องกับประเภทของการแข่งขันจักรยาน BMX ที่ตอนนี้มาถึงในประเภทที่ 5 กันแล้ว ประเภทนี้จะเป็นประเภทที่หลายๆ คนให้ความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องใช้ลีลาผาดโผนอะไรมากนัก เพียงแต่ปั่นไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ อาจจะมีเนินให้กระโดดบ้างเป็นบางครั้ง แต่จะเน้นกันที่ความเร็วเป็นหลัก เลยทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะแข่งขันในประเภทแถมความอันตรายยังน้อยกว่าอีก 4 แบงที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ สำหรับการแข่งขันจักรยาน BMX ในประเภทที่ 5 นี้ก็คือ การแข่งขันจักรยาน BMX ประเภท BMX RACING

BMX RACING

BMX RACING คืออะไร? BMX RACING คือประเภทหนึ่งของการแข่งขันกีฬาจักรยาน BMX โดยเป็นการแข่งขันโดยใช้ความเร็วในระยะทางสั้นๆ รูปแบบของสนามจะถูกออกแบบมาให้เป็นทางเรียบสลับกับทางโค้งและมีเนินให้กระโดดในบางจุด หากใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงการแข่งขัน MOTORCROSS จะใช้สนามในรูปแบบเดียวกัน โดยการแข่งขัน BMX RACING ได้แพร่กระจายเข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน และในตอนนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่อยู่ดีๆ การแข่งขันก็เงียบหายไปจากวงการกีฬาของไทยในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันนี้การแข่งขัน BMX RACING กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นไม่แพ้กีฬาประเภทอื่นๆ และมีการจัดทัวร์นาเม้นท์การแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ทำให้อดีตนักกีฬาหันกลับสู่วงการอย่างมากมาย ซึ่งนักกีฬาเด่นๆ ของไทยในประเภทนี้คือ อาแมนดา คาร์ นักแข่งขันลูกครึ่งไทยอเมริกาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปีก่อนหน้านี้

การแข่งขัน BMX RACING จะเหมือนกับประเภทอื่นๆ จะมีการแบ่งรุ่น แบ่งชายหญิงเอาไว้อย่างชัดเจน โดยในแต่ละรอบของการแข่งขันจะมีการปล่อยนักกีฬาให้แข่งขันสูงสุด 8 คนด้วยกันโดยแต่ละสนามจะมีการเก็บคะแนนสะสมไปเรื่อยๆจนไปถึงสนามสุดท้ายจะเอาผู้ที่มีคะแนนสะสมสูงที่สุดเป็นผู้ชนะในการแข่งขันรายการนั้นๆแต่อย่างไรก็ตามในบางรายการนั้นอาจจะมีกฎกติการที่แตกต่างกันออกไปซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องทำความใจเข้าใจให้ละเอียดเสียก่อนเช่นบางรายการและบางรุ่นอาจจะแข่งแบบสนามเดียวจบหรือบางครั้งอาจจะเอาชนะผู้ชนะของแต่ละสนามมาแข่งขันกันอีกรอบเพื่อหาผู้ชนะคนสุดท้ายของการแข่งขันต่อไป

มาถึงลักษณะของจักรยาน BMX ในประเภท RACING ตัวช่วงรถจักรยานนั้นจะมีความยาวกว่าประเภทอื่นๆซึ่งนั่นทำเพื่อช่วยเพิ่มหน้าสัมผัสกับพื้นสนามทำให้จักรยานเกาะติดกับสนามได้ดีและเป็นการต่อการกระโดดขึ้นและลงเนินตัวรูปร่างของถูกแบบให้ตรงตามหลักวิทยาศาสตร์แต่แฝงไปด้วยความันสมัยซึ่งนั่นก็เพื่อช่วยนักขี่ได้ขี่จักรยานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดแต่ในขณะเดียวรูปทรงธรรมดาก็ยังคงได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

สำหรับนักกีฬาจักรยาน BMX ประเภท RACING นั้นจะเน้นทักษะในเรื่องของความเร็ว การกระโดดขึ้นเนินและการเข้าแบงก์เป็นหลัก แต่สำหรับหากใครที่เป็นมือใหม่ก็ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งลองกระโดดขึ้นเนินเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวนักกีฬาและอาจจะทำให้จักรยานเกิดความเสียหายได้ ซึ่งการกระโดดขึ้นเนินต้องใช้ความชำนาญในระดับที่สูงหากดูจากหน้าจออาจจะเหมือนทำได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วมีความยากมาก หากใครที่อยากจะทดลองกระโดดก็ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญอย่าลืมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองหลักๆ เลยจะประกอบไปด้วย หมวกกันน็อค, สนับเข่า, สนับข้อศอก และ สนับแข้งเป็นหลัก ซึ่งนักกีฬาคนไหนที่ไม่ถนัดในด้านผาดโผน แต่ชื่นชอบในเรื่องของความเร็ว การขี่จักรยาน BMX ประเภท BMX RACING ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีแต่ก็ต้องมีการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเช่นเดียวกัน

 

# บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะออกไปผจญภัยกันในโลกใต้ท้องทะเลดูสักครั้งนึง วันนี้เราก็มีทริคดีๆกันมาฝาก เพื่อที่คุณจะสามารถเตรียมความพร้อมก่อนออกทริปกันได้เลย ซึ่งเชื่อได้เลยว่าการจะมีทริปดำน้ำที่ดีและสนุกได้นั้นก็เกิดจากการเตรียมความพร้อมที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน หรือพูดกันง่ายๆว่าเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งอย่างแน่นอน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเราต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้าง

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

1. หาข้อมูลเกี่ยวกับจุดดำน้ำเจ๋งๆ

เชื่อว่าใครๆก็อยากที่จะไปเที่ยวกันในที่สวยๆ น้ำใสๆกันใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นก่อนการออกไปดำน้ำ คุณจะต้องทำการหาข้อมูลสถานที่ดำน้ำที่คุณจะเดินทางไปว่า มีปะการังที่สวยงามไหม มีปลามากมายหรือไม่ สภาพน้ำใสหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดเลยนั่นก็คือ สถานที่นั้นๆเหมาะกับสไตล์การดำน้ำของคุณหรือไม่ เพราะถ้าหากคุณเป็นสาย Snorkeling แต่จองทริปดำน้ำที่ต้องดำลึกขั้นต่ำ 5 เมตร ก็จะไม่เหมาะ เพราะนั้นจะเหมาะกับสาย Freediving เสียมากกว่า เรียกได้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยทีเดียว

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

2. เลือกวันเวลาที่จะออกเดินทาง

แน่นอนว่าเมื่อคุณได้สถานที่ที่คุณอยากจะไปเเล้วขั้นตอนต่อไปคือคุณจะต้องเลือกวันเวลาที่คุณจะไปออกทริปดำน้ำ ซึ่งคุณควรจะต้องมีการตรวจเชคสภาพอากาศก่อนการออกเดินทางด้วย เนื่องจากสภาพอากาศนี่ก็นับได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำน้ำเลยทีเดียว เพราะถ้าอากาศดีคุณจะได้เห็นโลกใต้น้ำได้อย่างชัดเจน สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และสามารถดำน้ำได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากอากาศไม่ดี มีฝน มีพายุ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะไปเจอน้ำที่ขุ่น มีกระแสน้ำที่แรง ดำน้ำได้ยาก และอันตรายอีกด้วย

3. จองทริปให้เรียบร้อย

ถ้าหากว่าคุณเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เรียบร้อยแล้วก็จัดการจองทริปกันเลย ซึ่งคุณอาจจะซื้อเป็นโปรแกรมทัวร์ร่วมกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆก็ได้ แต่คุณอาจจะมีเวลาในการดำแต่ละ Dive ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ทัวร์จะจัดโปรแกรมที่ค่อนข้างแน่น และถ้าหากคุณอยากจะไปแบบส่วนตัวก็สามารถเหมาเรือแบบส่วนตัวเป็นวันออกไปตามจุดที่คุณต้องการจะดำน้ำกันได้เลย ซึ่งวิธีนี้คุณจะสามารถใช้เวลาในการดำน้ำได้อย่างเต็มอิ่มจุใจ

4. เตรียมชุดให้พร้อม

แน่นอนว่าการดำน้ำนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งและอยู่ในน้ำอีกด้วย คุณควรเตรียมพร้อมเรื่องการเเต่งตัวไปเป็นอย่างดี เช่นควรเตรียมชุดว่ายน้ำที่กระชับ สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ไม่มีเครื่องประดับที่ลุ่มล่าม หรือลูกปัดๆเล็กๆที่ตกแต่งชุด เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะหลุดขาดในทะเลได้ และถ้าหากคุณต้องออกแดดเป็นเวลานานๆก็อย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมไปใส่กันแดดกันลมด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้ป้องกับผิวหนังของเราจากการโดนแสงแดดนานเกินไป แล้วผิวอาจจะไหม้ ลอก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

5. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

หากคุณมีอุปกรณ์ส่วนตัวก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลยทีเดียว แต่ถ้าหากว่าคุณไม่มีอุปกรณ์เป็นของตัวเองแต่คุณไปออกทริปดำน้ำค่อนข้างที่จะบ่อย เราขอแนะนำให้คุณซื้ออุปกรณืเป็นของตัวเองเลยก็ได้นะคะ โดยเฉพาะ Mask และ Snorkel คุณจะได้ไม่ต้องไปเช่าแล้วใช้ร่วมกันกับใคร อีกทั้งการเช่าเรื่อยๆนั้น รวมๆค่าเช่าแล้วอาจจะแพงกว่าการซื้อใหม่ก็ได้นะคะ ซึ่งราคา Mask และ snorkel ก็จะอยู่ที่ประมาณ 700 บาทขึ้นไป แล้วแต่แบรนด์และรุ่นที่คุณจะเลือกใช้

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

ปกติแล้วเรามักจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกหรือการทำลายสถิติตัวเองเพื่อสร้างความท้าทายของเหล่านักไต่เชือกในต่างประเทศ ซึ่งพวกเขานั้นมักจะเลือกไต่เชือกข้ามผ่านระหว่างตึกสูงหรือข้ามผ่านระหว่างหุบเขาที่มีความสูงเป็นอย่างมาก ในประเทศไทยนั้นกีฬาไต่เชือกยังไม่ได้เป็นที่รู้จักและยังมองว่ามันเป็นการแสดงกายกรรมมากกว่าการเล่นเป็นกีฬาหรือมองว่ามันเป็นการทำกิจกรรมแนว Adventure มากกว่า เนื่องจากมันไม่ได้มีการแข่งขันอย่างชัดเจน รวมไปถึงกฎกติกาที่ยังไม่ได้มีการออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับกีฬานี้ และที่สำคัญคือมันเป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงและอันตรายเป็นอย่างมาก ทำให้ในประเทศไทยนั้นอาจจะไม่ได้มีนักไต่เชือกที่มีประสบการณ์หรือความชำนาญเทียบเท่ากับในต่างประเทศ

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการสร้างสถิติหรือการท้าทายตนเองของเหล่านักไต่เชือกชาวต่างชาติอยู่เสมอ รวมไปถึงในประเทศไทยนั้นก็เคยมีการจัดแสดงการไต่เชือกหรือการแสดงกายกรรมในงานใหญ่ต่างๆ อยู่บ้าง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกียร์หรือกิจกรรมที่เราคุ้นชินแต่มันก็ยังคงเป็นที่รู้จักพอสมควร ดังนั้นการมาสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกในประเทศไทยนั้นจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพ.. 2557 ช่วงเดือนกรกฎาคม มีการท้าทายความสูงที่จะทำให้ผู้รับชมอย่างเราๆ นั้นทั้งหวานเสียวและลุ้นระทึก และมันเกิดขึ้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างตึกของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ บนชั้นที่ 55 ซึ่งเป็นเรดบาร์ และดาดฟ้าของตึกที่มีชื่อว่า ดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

กิจกรรมสุดท้าทายนี้ถูกจัดขึ้นในงานของบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จํากัด เป็นงานโปรโมทสินค้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโรลออนของผู้ชายนั่นก็คือ Resona Men  Present World Record Breaking SlackLine Event หากดูตามชื่องานแล้วเราจะพบกับคำว่า SlackLine ซึ่งหมายถึงการเดินบนเชือกนั่นเอง ดังนั้นในงานจึงได้มีการจัดการไต่เชือกซึ่งเป็นกิจกรรม Extreme ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศโดยได้รับเกียรติจากนักกีฬาไต่เชือกชายชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า” แอนดี้ ลูอิสมา “เป็นผู้ท้าประลองในการไต่เชือกครั้งนี้ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะได้มีการไต่เชือกบนตึกสูงกว่า 55 ชั้น ซึ่งเมื่อวัดความสูงจากระดับพื้นดินแล้วจะมีความสูงถึง 175 เมตร ระยะทางความยาวทั้งสิ้นอยู่ที่ 169 เมตร เป็นการทำลายสถิติโลกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกในการเดินข้ามระหว่างตึกสูงบนเชือกเพียงเส้นเดียวที่มีความกว้างไม่เกิน 2 นิ้ว โดยในการไต่เชือกครั้งนี้ลูอิสไม่ได้ใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลให้กับการเดิน อุปกรณ์เดียวที่เขาติดตัวไปด้วยนั่นก็คือเชือกนิรภัยที่คล้องเอวและเชือกที่เขากำลังเดินอยู่เอาไว้เผื่อรักษาความปลอดภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น

ความยากในครั้งนี้นั่นก็คืออากาศที่ร้อนอบอ้าวและลมที่พัดระหว่างซอกตึกอยู่เป็นระยะ ทำให้ในช่วงแรกนั้นเขาเกิดพลัดตกลงมาสร้างความตกใจให้กับฝูงชนที่กำลังลุ้นอยู่ข้างล่างเป็นจำนวนมาก แต่เขานั้นก็สามารถตั้งสติและกรีนกลับขึ้นไปเดินบนเชือกต่อได้อีกครั้ง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ระหว่างทางนั้นเขาต้องพลัดตกลงมาอยู่หลายรอบ แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จโดยใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 5 นาที เป็นการทำลายสถิติโลกที่เป็นของตัวเองซึ่งเคยทำไว้ได้ในระยะ 106 เมตร หลังจากสร้างสถิติเสร็จแล้วเขาก็ได้มีการพูดคุยถึงการไต่เชือกในครั้งนี้โดยกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมากและดีใจที่ได้สร้างสถิติดังกล่าวในประเทศไทย

เขานั้นต้องการที่จะเห็นการบรรจุกีฬาชนิดดังกล่าวนี้ไปไว้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และในครั้งต่อไปเขาจะพยายามเดินบนเชือกให้ไปถึงปลายทางในครั้งเดียวหรือตกลงจากเชื่อเป็นจำนวนครั้งที่น้อยกว่านี้ ซึ่งตรงกับ Concept ของงานที่ว่าไม่หยุดแม้คนอื่นอยู่ของผลิตภัณฑ์อย่างเรโซนา เมน เรียกได้ว่างานในครั้งนี้วินวินทั้งผู้จัดงานและทางด้านนักไต่เชือกเองก็ตาม รวมไปถึงผู้ชมอย่างเราๆ ที่ได้เห็นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ อย่างลุ้นระทึกอีกด้วย

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง