Archives 23 พฤศจิกายน 2020

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการขี่รถวิบาก สายลุยฝุ่น ลุยโคลนไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์โมโตครอส  หรือเอ็นดูโร่ การหาเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และหาความท้าทายคือสิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ และความสนุกในการขับขี่เราจึงมาแนะนำ เส้นทางในต่างประเทศ และในประเทศ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกมาฝากกัน

 

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทาง บาฮ่า แคลิฟอร์เนีย เม็กซิโก

สำหรับเส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางในฝันของนักบิดสายลุยที่ชอบการขี่ไปในเส้นทางยาวๆลุยฝุ่นลุยทรายที่แสนจะวิบากที่ครอบคลุมพื้นที่ถึงประมาณหนึ่งแสนสี่หมื่นตารางกิโลเมตรได้ได้รับความรู้สึกปลดปล่อยกับบรรยากาศที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายโล่งกว้างทางตะวันตกของเม็กซิโกหรือหาดทรายละเอียดสีขาวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

หากใครที่คิดว่าอยากจะไปลองขี่ลุยในเส้นทางนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะว่าไม่ต้องนำมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไปโดยที่มีบริษัททัวร์หรือรถเช่าที่เปิดบริการเอาใจนักบิดอยู่หลายแห่งและข้อดีของบริษัทเหล่านี้ก็คือมีคนนำทางให้เราและมอเตอร์ไซค์ที่ตรวจเช็คอย่างดีและปรับแต่งให้เข้ากับเส้นทางและภูมิประเทศภูมิอากาศ จึงทำให้รู้สึกขับขี่ออกลุยได้อย่างสบายใจเป็นอย่างมาก

การเตรียมตัวก่อนที่จะจะออกทริปนั้นวางแผนเส้นทางที่จะขี่แล้วก็ต้องมีสิ่งที่ต้องเตรียมอยู่หลายอย่างที่สำคัญเลยก็คือแผนที่ที่ไม่ควรใช่แผนที่จากโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ GPS อื่น ๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้หลงทางได้ในกรณีที่ แบตเตอรี่หมด หรืออุปกรณ์รวน ทางที่ดีควรจะให้แผนที่กระดาษจะดีกว่า รู้จุดเติมน้ำมัน ว่าแต่ที่ละที่แต่ละจุดนั้น อยู่ที่ไหนบ้าง ห่างกันมากแค่ไหน เพราะนั่นจะทำให้เราไม่น้ำมันหมดกลางทางนั่นเอง และยังสามารถหาน้ำดื่มได้ด้วย ต้องรู้ว่าร้านที่บริการซ่อมรถอยู่ที่ไหนกันบ้าง เพราะการที่เราขี่ในระยะไกล ๆ นั้นเมื่อขี่ได้ระยะแล้วก็จำเป็นต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเปลี่ยนไส้กรอง หากรถมีปัญหาก็สามารถซ่อมได้ พกเงินสดเอาไว้ ถึงแม้ว่าในสหรัฐอเมริกาจะรับบัตรเครดิตกันแทบจะ 100 กันแล้วแต่เพื่อความสบายใจพกเงินสดติดตัวเผื่อฉุกเฉินไว้จะดีกว่า

 

เส้นทางวิบากทางเภาคเหนือที่ จังหวัดน่าน และเส้นทางภาคตะวันออก

ในประเทศไทยนั้น ถือว่ามีภูมิประเทศที่เหมาะต่อการขี่รถวิบากเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทางภาคเหนือของประเทศ หรือจะเป็นเส้นทางชายทะเลทางภาคตะวันออก หรือภาคใต้ ซึ่งนักบิดที่ชอบธรรมชาติสวย ๆ ต้องไปกันให้ได้สักครั้ง

ถ้าเป็นภาคเหนือก็คงต้องเป็นที่จังหวัดน่านที่มีเส้นทางที่มีเส้นทางที่หลากหลายจุดเด่นก็คือถนนสาย 1081 หรือที่เรียกว่าถนนลอยฟ้า ที่ต้องขี่ผ่านเส้นทางบนภูเขาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นเส้นทางที่ผ่านหมู่บ้าน ลุยป่าที่อุดมสมบูรณ์ติดกับแนวชายแดนลาว  ซึ่งผืนป่าในจังหวัดน่านนั้น ยังมีความหลากหลาย ทั้งป่าดงดิบ ป่าโปร่ง เส้นทางน้ำตก ที่นักขี่รถวิบากต้องบอกมันคือสวรรค์ชัด ๆ

สำหรับผู้ที่อยากจะปัดในเส้นทางชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเดินทางไม่ไกลก็มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกของกรุงเทพเข้าสู่ชลบุรี,ระยองจันทบุรี,รวมไปถึงจังหวัดตราดซึ่งมีเส้นทางที่เป็นเลนโคลนให้ท้าทายความสามารถรวมไปถึงการที่ข้ามลำธารเข้าไปในป่าก็ยังได้

นี่เป็นเพียงเส้นทางเล็กๆน้อยๆที่เอามาฝากกันถ้าหากใครพอมีเวลาและมีโอกาส (รวมถึงกำลังทรัพย์ ฮ่า ) ก็ควรจะไปลองสักครั้ง ถ้าไม่ได้ไปในต่างประเทศ ก็ไปขี่ลุยมัน ๆ เส้นทางประเทศก็ยังดี

# Extreme motorsport คืออะไร

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

4โมโตครอสเอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ ไปไหนไปกันได้ทุกเส้นทาง

ในบ้านเรานั้นมีสิงห์นักบิดอยู่หลายแนวมากมาย ซึ่งแต่ละแนวนั้นก็มีความสนุก และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปส่วนใครจะเลือกขี่แนวไหนก้แล้วแต่รสนิยมของใครของมัน แต่สำหรับคนที่ชอบแนวลุย ๆ บุกป่าฝ่าดงไปตามเส้นทางธรรมชาติ หรือชอบลุยฝุ่นลุยโคลนให้เนื้อตัวมอมแมม ให้แม่บ้านบ่นตอนซักผ้าก็คงจะเลือกขี่จักรยานยนต์วิบาก ซึ่งในบ้านเราที่เป็นที่นิยมก็คงจะเป็นจักรยานยนต์ โมโตครอส กับเอ็นดูโร่เสียเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 4 รถจักรยานยนต์วิบาก ที่กำลังมาแรงและน่าใช้ในตอนนี้มาฝากกันโดย 4 รุ่นที่ว่ามีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

1.Kawasaki KX85

สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบากในรุ่นนี้ของค่าย Kawasaki ทำออกมาในรูปแบบของจักรยานยนต์ โมโครอสแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กดูปราดเปรียวคล่องตัว กะทัดรัดเหมาะสำหรับสายลุยทุกระดับไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า โดยการออกแบบนั้นถึงจะดูเรียบง่าย แต่ก็สวยลงตัว ในรูปแบบของ Motocross ขนาดใหญ่ แต่เครื่องยนต์นั้น เป็นขนาด 85 ซีซี 2 จังหวะ 1 สูบ ระบบวาล์ เป็น Piston reed valve การระบายความร้อนด้วยน้ำ หัวจ่ายก็เป็นคาร์บู Keihin PWK 28 ถังน้ำมันบรรจุได้ถึง 5ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นโมโตครอสที่ลงตัวมากเลยทีเดียว

 

2.KTM Enduro 250

สำหรับรถจักรยานยนต์วิบากนั้น ค่าย KTM ย่อมไม่น้อยหน้าใคร โดยรุ่น Enduro 250 นั้น เป็นโฉมใหม่ทั้งหมดทั้งความสวยงาม เครื่องยนต์รุ่นใหม่ รวมไปถึงระบบระบายความร้อน และท่อไอเสีย โดยรุ่นนี้นั้นพัฒนามาจากรุ่น EXT ซึ่งมาปรับให้มีความกะทัดรัด โครงรถเป็นเหล็กแบบโมลิบดีนัม และความเบาของรุ่นนี้นั้นยังเบาขึ้นด้วยการใช้เฟรมโพลีเอทิลีน ในส่วนของความนุ่มนวล รับแรงกระแทกนั้นก็เป็นระบบ WP XPLOR PDS shock absorber ล้อก็เป็นแบบ โมโตครอส เครื่องยนต์ของรุ่นนี้ก็ยังเป็นแบบ กระบอกสูบ วาล์วไทเทเนียม 40 มม. ที่แปลกเพิ่มขึ้นก็คงจะเป็นโซ่ที่มีน้ำหนักเบามากกว่าเดิม แต่แข็งแรงมากขึ้น ในส่วนระบบความปลอดภัยอย่างเบรกนั้นก็เป็น Brembo เผาไหม้หมดจดด้วยหัวเทียนชนิดพิเศษที่เป็นรุ่นใหม่ และรถรุ่นนี้ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าดูแล้วรถรุ่นนี้สามารถสู้กับรถยี่ห้อหรู ๆได้เลย

 

3.Kawasaki KLX150 BF

สำหรับ Kawasaki ในรุ่น KLX150 BF นั้น ดูแล้วน่าจะเป็นการผสมกันระหว่าง Motocross กับรูปแบบของทรง Motard ในรุ่นปี 2020 นี้รูปแบบการดีไซน์ยังออกมาให้รู้สึกเทส์สวยงาม และยังให้สามารถขี่ได้อย่างสนุกสนานในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ หรือทางกันดาร ส่วนในความสามารถของตัวรถเป็นในแบบ 4 จังหวะ 2วาล์ว 5 speed  มาด้วยเครื่องยนต์ 1 สูบ 150 ซีซี ขอบล้อที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้านี้ซึ่งนั่นจึงทำให้แข็งแรงกว่าเดิม ระบบคาร์บูเรเตอร์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ สำหรับรถจักรยานยนต์ Kawasaki KLX150 BF นั้นจึงถือว่า เป็นรุ่นที่น่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง

 

4.Honda CRF 250 L

สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบาก HONDA รุ่น CRF 250 L นั้นผลิตออกมาในรูปแบบของเอ็นดูโร่ ที่สามารถจดทะเบียนกับขนส่งได้ ทำให้สามารถขี่ไปได้บนท้องถนนทั่วไปอย่างไม่มีปัญหา และถ้าอยากจะออกไปท่องเที่ยวในทางกันดาร หรือบุกป่าฝ่าดงก็สามารถลุยได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี 6 เกียร์ รูปทรงนั้นดูสวยงามมีเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ต สะดวกสบายด้วยระบบสตาร์ทมือ โดยการเดินระบบไฟที่ดีเยี่ยมทั่วทั้งคันรถ ไฟหน้ายังเป็นรูป 6 เหลี่ยมเหมือนหัวลูกศร วงล้อที่ใหญ่ขึ้นแข็งแรงขึ้นรับแรงกระแทกได้มากขึ้น เป็นรถจักรยานยนต์วิบากที่น่าสนใจ ไม่น้อยเลยสำหรับ Honda CRF 250 L

 

# Extreme motorsport คืออะไร