Archives 30 พฤศจิกายน 2020

ประวัติกีฬาแคนู คายัคสู่การแข่งขันในประเทศไทย-03

ประวัติกีฬาแคนู คายัคสู่การแข่งขันในประเทศไทย

ประวัติกีฬาแคนู คายัคสู่การแข่งขันในประเทศไทย

     ไม่ว่าจะเป็นกีฬาใดๆก็ตามที่เกิดขึ้นมาในโลกของเรานั้นย่อมมีประวัติความเป็นมาด้วยกันทั้งสิ้น ว่าเกิดขึ้นได้อย่างไร เกิดขึ้นด้วยวัตถุประสงค์อะไร แต่ละประเภทกีฬามีจุดเริ่มต้นมาจากที่ใดประเทศอะไร และ ทำไมถึงได้เกิดเป็นกีฬาให้เราได้รู้จักกันในปัจจุบันนี้ ไม่ว่าอะไรก็ตามย่อมมีเหตุและผลของมันเสมอ วันนี้เราจะมานำเสนอถึงประวัติความเป็นมาของกีฬาชนิดหนึ่งที่เป็นที่รู้จักทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วยเช่นกัน เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่มีข้อดีต่างๆมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งให้ความสุข ความสนุกสนาน ความเพลินเพลิน ความท้าทาย การได้เปิดโลกกว้าง และที่สำคัญที่สุดคือการทำให้สุขภาพร่างกายของเรานั้น แข็งแรง มีภูมิคุ้มกันในการป้องกันโรคร้ายที่จะเกิดขึ้น กีฬาที่กล่าวมานี้นั่นก็คือกีฬาพายเรือแคนูคายัคนั่นเอง ซึ่งมีประวัติความเป็นมาอย่างไร วันนี้เราจะมาบอกให้ทุกคนได้ทราบกัน

https://www.google.co.th/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fwww.khaosod.co.th%2Fsports%2Fnews_1464002&psig=AOvVaw12yFydohezLBmSUBGcS9fW&ust=1606798589855000&source=images&cd=vfe&ved=0CAIQjRxqFwoTCJjUpKu9qe0CFQAAAAAdAAAAABAF

     สำหรับประวัติของเรือแคนูคายัคนั้นมีมายาวนานแสนนาน หลายยุคหลายสมัย หลายชั่วคนตั้งแต่บรรพบุรุษตกทอดมาจนถึงลูกหลานในปัจจุบัน ได้มีการประดิษฐ์คิดค้นขึ้นมาตั้งแต่ครั้งสมัยหลายพันปีก่อนยุคประวัติศาสตร์ซะอีก มีจุดเริ่มต้นมาจากบุคคลๆหนึ่งซึ่งเป็นชาวอินเดียแดง เข้าได้คิดค้นเรือแคนูคายัคโดยมีวัตถุประสงค์หลักคือการใช้ในการคมนาคม การติดต่อระหว่างกัน และจุดประสอื่นๆคือยุคนั้นใช้เรือแคนูคายัคในการทำการสงคราม และเพื่อการค้าขายกระตุ้นเศรษฐกิจนอกจากนี้ยังใช้เป็นยานพาหนะในการออกไปล่าสัตว์มาบริโภคบำรุงเลี้ยงชีพ ซึ่งเรือแคนูคายัคนั้นถูกสร้างขึ้นมาหลายลักษณะด้วยกัน ความแตกต่างของแต่ละลำนั้นก็ขึ้นอยู่กับวัตถุประสงค์ในการใช้งานและสภาพแวดล้อมโดยรอบของที่ตั้งถิ่นฐาน ซึ่งจากการคิดค้นในครั้งนั้นทำให้เรือแคนูคายัคแพร่กระจายไปในหลายๆประเทศ อย่างเช่นประเทศนิวซีแลนด์ ได้สร้างเรือแคนูคายัคโดยชาวเมารี ซึ่งได้ใช้หนังกวางมาทำเรือ และใช้กำลังคนถึง80คนด้วยกัน ต่อมาเรือแคนูคายังได้มีการพัฒนาขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง จนในที่สุดชาวอังกฤษคนหนึ่งได้สร้างเรือแคนูคายัคที่มีฝาปิดคลุมกันนำเข้าออกบริเวณตัวเรือ จนกระทั่งปีค. 1556 เรือแคนูคายัคได้จัดให้เป็นกีฬาชนิดหนึ่งโดยให้มีการแข่งขันเกิดขึ้น

     ในเวลาต่อมาหลายๆประเทศก็เริ่มรู้จักกับกีฬาชนิดนี้เพิ่มมากขึ้นรวมถึงประเทศไทยของเราด้วย และได้มีการจัดระเบียบข้อบังคับต่างๆในการแข่งขันขึ้นมา โดย1ในระเบียบข้อบังคับการแข่งขันเรือแคนูคายัคในขณะนั้นคือ ในแต่ละจะหวัดจะต้องส่งนักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันทุกจังหวัด ซึ่งมีทั้งประเภททีมชายและทีมหญิง โดยมีจำนวนสมาชิคในทีมตั้งแต่สามคนขึ้นไปแต่ต้องไม่เกินหกคนโดยมีเกณฑ์ในการตัดสินคือ แต่ละจังหวัดมีการแข่งขันในระดับภาค ผู้ชนะเลิศอันดับที่1และอันดับ2ของแต่ละภาคจะได้แข่งขันต่อในระดับชาติ ซึ่งเป็นการแข่งขันในรอบสุดท้าย และในเวลาต่อมาได้มีการปรับเปลี่ยนกฎกติกาในการแข่งขันต่อมาเรื่อยๆจนถึงปัจจุบันนี้

     และสิ่งต่างๆที่กล่าวมาข้างต้นนี้ก็คือประวัติศาสตร์ความเป็นมาของกีฬาแคนูคายัค รวมไปถึงจุดหำเนิดของการแข่งขันประเภทนี้ กีฬาแคนูคายัคนับเป็นกีฬาที่มีมาเนิ่นนาน มีประวัติที่บ่งบอกให้เห็นถึงความเป็นอยู่ของคนสมัยก่อน ตั้งแต่เทคโนโลยีการคมนาคมขนส่งยังไม่สะดวกสบายและทันสมัยเหมือนในปัจจุบันนี้ นับเป็นกีฬาที่ควรอนุรักษ์ไว้ให้คงอยู่กับคนรุ่นหลังสืบต่อกันรุ่นต่อรุ่น การเล่นกีฬานั้นนับเป็นสิ่งที่ดีไม่ว่าจะเป็นกีฬาประเภทใดก็ตามต่างก็มีความสำคัญไม่แพ้กัน เป็นการฝึกให้มีทักษะสมาธิผ่อนคลายความเครียด และได้ค้นพบความสามารถในอีกมิติหนึ่งของตนเองอีกด้วย

 

# รู้หรือไม่ เรือแคนูกับเรือคายัคต่างกันอย่างไร

ทำขอบวงล้อรถมอเตอร์ไซค์วิบาก ถึงมีจุ๊ดเติมลม 2 จุด

ทำขอบวงล้อรถมอเตอร์ไซค์วิบาก ถึงมีจุ๊ดเติมลม 2 จุด

ทำขอบวงล้อรถมอเตอร์ไซค์วิบาก ถึงมีจุ๊ดเติมลม 2 จุด

สำหรับนักบิดสายลุยป่าหรือลุยฝุ่นไม่ว่าจะเป็นจักรยานยนต์วิบากแบบ โมโตครอสหรือเอ็นดูโร่ นั้นการจะออกทริปลุยแต่ละครั้งนั้นจำเป็นต้องเตรียมความพร้อมเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ต่างๆที่ต้องมีการเช็ครถไม่ว่าจะเป็นระบบเบรกหรือส่วนต่างๆที่ลืมไม่ได้ก็คือวงล้อรวมไปถึงยางเพราะถือว่าว่าเป็นส่วนที่ทำงานหนักไม่แพ้สวนอื่นๆของรถ

ทำขอบวงล้อรถมอเตอร์ไซค์วิบาก ถึงมีจุ๊ดเติมลม 2 จุด

ยางสำหรับรถจักรยานยนต์วิบากทั้งแบบ โมโตครอสและเอ็นดูโร่ นั้น 100% ก็คือยางที่ต้องใหญ่ และหนา ส่วนดอกยางนั้นก็ควรจะถี่ เพราะสามารถยึดเกาะพื้นผิวถนนได้หลายรูปแบบได้ดีกว่าดอกยางที่ถี่ ไม่ว่าจะเป็นการขี่เส้นทางที่เป็นโคลน พื้นดิน ถนนที่ลื่น ดอกยางที่ถี่ก็มักจะมีประสิทธิภาพที่ดีกว่านั่นเอง นอกจากเรื่องการยึดเกาะกับพื้นผิวถนน แล้ว ดอกยางที่ถี่ยังมีส่วนช่วยในการดูดซับการสั่นสะเทือน และแรงกระแทกได้ดี ฉะนั้นอุปกรณ์เสริมสำหรับยางจึงต้องมีและจำเป็นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เพราะถ้าต้องออกทริปไม่สุด แถมยังต้องมานั่งซ่อมหรือเข็นรถอยู่กลางป่าคงทำให้กร่อย และเสียอารมณ์เป็นอย่างมาก

อุปกรณ์เสริมสำหรับวงล้อ และยางที่เรียกกันว่า Rim Lock (รีมล็อค) จึงเป็นตัวช่วยที่เข้ามาเสริม ซึ่งรถจักรยานยนต์วิบากนั้นอาจจะไม่ได้ใช้ความเร็วที่ต่อเนื่องเหมือนรถจักรยานยนต์ทางเรียบ แต่ก็เป็นรถที่ต้องอาศัยรอบเครื่องยนต์ที่มากกว่าแรงม้าพอสมควรในการขับเคลื่อน ยิ่งถ้าไปในทางป่า หรือลุยเส้นทางกันดารมาก ๆ ก็อาจจะทำให้ส่วนของวงล้อกับยางนั้นขยับเคลื่อนตัวได้ ด้วยการใช้งานยางที่หนักขนาดนี้แน่นอนว่าหากวงล้อ และยางเกิดการบิดตัวขึ้นมาก็จะส่งผลไปถึงจุ๊บลมถึงขั้นที่ว่าอาจจะขาดได้เลย เพื่อเป็นการห้องกันเหตการเหล่านั้นจึงต้องใช้ตัว Rim Lock เข้ามาช่วยนั่นเอง

นั่นจึงทำให้คนที่ไม่ใช่นักบิด หรือคนที่กำลังเข้ามาสู่วงการจักรยานยนต์วิบาก ไม่ว่าจะเป็นโมโตครอส หรือเอ็นดูโร่ต่างก็งงและตั้งข้อสงสัย ว่าทำไมวงล้อของยาง ถึงมีจุ๊บเติมลมอยู่สองที่ ซึ่งจริง ๆ แล้วในส่วนของจุ๊บเติมลมนั้นมีเพียงแค่ที่เดียวและตัวเดียวเท่านั้น ส่วนจุ๊บอีกตัวที่เห็นและเข้าใจว่าเป็นจุ๊บตัวที่ 2 แท้ที่จริงก็คือตัวรีมล็อคในการติดตั้งริมล็อคนั้นสามารถมารถที่จะติดตรงไหนก็ได้ของขอบวงล้อบางคนก็ติดเอาไว้ไกลๆกับจุ๊บเติมลมเลยหรือบางคนก็ติดเอาไว้ตรงข้ามกับจุ๊บลมแต่ตรงนี้ก็แล้วแต่ความสะดวกของนักบิดว่าจะติดตรงไหนและรถวิบากทุกประเภทต้องติดริมล็อคกันแทบจะทุกคันซึ่งตรงจุดนี้ก็เป็นข้อแตกต่างกับรถแข่งประเภทจักรยานยนต์ทางเรียบที่พัฒนาเป็นยางแบบไม่มียางในที่เรียกกันว่ายางจุ๊บเลสและการขับขี่นั้นก็ไม่ได้รับการกระแทกอะไรมากมายนักถ้าเทียบกับจักรยานยนต์วิบากนั่นจึงทำให้จักรยานยนต์ทางเรียบนั้นจึงไม่จำเป็นต้องใช้อุปกรณ์ตัวช่วยอย่างริมล็อค

คราวนี้คงทำให้หลายๆคนหายสงสัยกันแล้วว่าทำไมรถจักรยานยนต์โมโตครอสหรือเอ็นดูโรถึงมีจุ๊บลม 2 อัน แต่แท้ที่จริงแล้วมีแค่อันเดียวอีกอันหนึ่งคือริมล๊อค  ส่วนใครที่วางแผนจะลุยจะเข้าป่า แล้วยังไม่ได้ติดตัวริมล็อค ก็ควรจะหามามาติดตั้งที่ล้อไว้ได้แล้ว การติดตั้งก็ไม่ได้ยากอะไร และราคาก็ไม่ได้แพงอีกด้วย ติดไว้ก็สามารถทำให้เราขี่ลุยออกทริปได้อย่างสบายใจ ดีกว่าที่จะเข้าข่าย เสียน้อยเสียยาก เสียมากเสียง่าย นะจ๊ะ แล้วจะหาว่าไม่เตือน

 

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ ไปไหนไปกันได้ทุกเส้นทาง