Archives พฤศจิกายน 2020

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

ปิดฉากลงอย่างสวยงามไปแล้วสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยเพื่อค้นหานักกีฬาตัวแทนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกของกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่าง เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 ที่นับว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด ได้ใจแฟน ๆ ไปเต็ม ๆ กับการแข่งขันอย่างจุใจทั้ง 4 สนาม โดยเฉพาะในสนามที่ 4 สนามตัดสินการแข่งขัน ปิดฉากการแข่งขันนฤดูกาลนี้ ในวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ท้ายเกาะเลควิว จ.ปทุมธานีซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะจบลงไปแล้วแต่ภาพแห่งความประทับใจยังคงมีการปล่อยออกมาให้ชมกันอยู่เรื่อยๆทางเว็บไซต์ www.JETSKIPROTOUR.com ซึ่งมีให้ชมครบตั้งแต่สนามแรกยันสนามสุดท้าย ซึ่งการแข่งขันในฤดูกาล 2020 นี้ ได้มีการจัดการแข่งขันทั้งหมด 23 ประเภทด้วยกัน ผลจากการแข่งขันทำให้ประเทศไทยได้ตัวแทนสำหรับสู้ศึกศึกชิงแชมป์โลก อย่างแข่งขันเจ็ตสกีรายการใหญ่ที่สุดของโลกเจ็ตสกี เวิลด์ คัพและเจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2020-2021″ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-7 มีนาคม 2564 ที่กำลังจะมาถึงนี้เอง ซึ่งได้มีการปล่อยโปสเตอร์ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ที่ทั้งนักกีฬาและแฟน ๆ ก็ต่างรอคอยและคงรู้สึกตื่นเต้นกับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงเช่นเดียวกัน หนึ่งในความน่าสนใจของโปสเตอร์คือรูปและอันดับของ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ แชมป์จากรายการแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 รุ่น PRO-AM RUNABOUT 1100 OPEN ที่ได้ถูกดึงขึ้นไปเผยแพร่ในโปสเตอร์รายการระดับโลกสุดยิ่งใหญ่นี้ด้วยเช่นเดียวกันทำให้เป็นที่น่าติดตามเลยทีเดียวสำหรับรายการแข่งขันระดับโลกนี้

ไม่เพียงเท่านั้นรายชื่อนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกมาจากแชมป์ประเทศไทยทั้ง 23 รุ่นที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน นับว่าเป็นรายการใหญ่ระดับโลกที่น่าติดตามมากที่สุดรายการหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากรายการแข่งขันเจ็ตสกี เวิลด์ คัพและเจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2020-2021″ แล้ว ยังจะดำเนินการจัดการแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2021 เป็นรายการแข่งขันถัดไปอีกด้วย โดยเบื้องต้น ได้มีการประกาศสนามการแข่งขันแรกในวันที่ 17-18 เมษายน 2564 ต่อด้วยสนามที่ 2 ในวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2564 สนามที่ 3 วันที่ 26-27 มิถุนายน 2564 และสนามสุดท้ายวันที่ 7-8 สิงหาคม 2564 ทั้งนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องก็ได้มีการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันทั้ง 2 รายการอย่างเต็มที่เลยทีเดียวเพื่อเป็นการผลักดันให้กีฬาเจ็ตสกีเป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้นทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามารถของนักซิ่งไทยให้ปรากฎสู่สายตาชาวโลกมากขึ้นในทุกๆปีอีกด้วย

การแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 เป็นอีกรายการการแข่งขันอีกรายการหนึ่งที่สร้างเส้นทางสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกให้กับนักซิ่งไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยสนามการแข่งขันมาตรฐานระดับโลก รวมไปถึงกฎ กติการในการแข่งขัน และรุ่นในการแข่งขัน ทีมีครบทั้ง 23 รุ่นการแข่งขันจึงถือเป็นเวทีการแสดงความสามารถของนักเจ็ตสกีไทยสนามแรกๆที่จะเปิดเส้นทางสู่การแข่งขันระดับโลกต่อไป

ถึงแม้จะมีการระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ก็ไม่ได้ทำให้ความเข้มข้นของการแข่งขันลดลงไปเลย ด้วยมาตรการการป้องกันโรคระบาดที่ดีเยี่ยม และความร่วมมือของทั้งนักกีฬา สตาฟ รวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องท่านอื่น ๆ ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้สามารถขัดการแข่งขันได้ครบทั้ง 4 สนาม สำหรับการแข่งขันทั้งรายการระดับโลกและรายการแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2021 ที่จะจัดขึ้นในครั้งต่อไปจะสร้างสีสันและความสนุกสนานมากเพียงใด ก็คงต้องติดตามกันต่อไป โดยเฉพาะรายการระดับโลกที่ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว แฟน ๆ เจ็ตสกีคงต้องส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาจากไทยทั้ง 23 รุ่นกันเลย

 

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

เจ็ตสกีมือสอง อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากครอบครอง

เจ็ตสกีมือสอง อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากครอบครอง

ปัจจุบันเริ่มมีคนหันมาสนใจเล่นเจ็ตสกีกันมากขึ้นแม้กระทั่งในหมู่ดารานักร้องนักแสดงหลายๆคนก็ได้หันมาเป็นนักซิ่งสายน้ำกันมากขึ้นหรือในแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปเองก็สามารถใช้เจ็ตสกีเป็นเครื่องมือในการผ่อนคลายความเครียดหรือบางคนก็ใช้ขับเป็นอาชีพได้เช่นเดียวกัน

 อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากครอบครอง

สำหรับคนที่เล่นเจ็ตสกีได้ไม่นานนักหรือเรียกว่าเป็นมือใหม่และต้องการจะได้เจ็ตสกีดีๆสักลำมาครอบครองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยเพราะปัจจุบันเจ็ตสกีก็ได้มีช่องทางในการสั่งซื้อได้หลายช่องทางทั้งร้านต่างๆหรือช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ก็ได้เช่นเดียวกันแต่การเลือกซื้อเจ็ตสกีแต่ละลำนั้นก็ต้องเลือกกันอย่างพิถีพิถันทีเดียวเพราะราคาของเจ็ตสกีดีๆนั้นก็ไม่ถูกเลยฉะนั้นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากครอบครองเจ็ตสกีเครื่องดีๆลำสวยๆแต่อยากได้ในราคาที่ถูกก็คือการซื้อเจ็ตสกีมือสองนั่นเองซึ่งบางลำนั้นเรียกว่าถูกและดีมีอยู่จริงเพราะเจ็ตสกีบางลำที่นำมาขายนั้นกีมีการใช้งานที่น้อยมากอาจจะไม่กี่กิโลเมตรเองแต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นของมือสองราคาย่อมจะถูกกว่าของใหม่มือหนึ่งแน่นอน

ซึ่งช่องทางในการซื้อขายเจ็ตสกีมือสองนั้นก็มีได้หลายช่องทาง ทั้งเพจ facebook หรือหน้าร้านหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็มีวางจำหน่ายด้วย โดยบางร้านอาจะเป็นเจ็ตสกีจากไทย บางร้านอาจจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น นำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นต้น บางร้านอาจจะมีการจำหน่ายทั้งมือหนึ่งและมือสอง หรืออาจจะเปิดเป็นศูนย์บริการรับซ่อมด้วย หรืออาจเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเลยก็ได้ อย่างเช่น เพจ Motor Field Thailand ขายเรือ เจ็ทสกี รถ UTV ATV อะไหล่ มือหนึ่ง มือสอง ซึ่งเป็นร้านที่น่าเชื่อถือและเป็นตำแทนจำหน่ายเจ็ตสกีด้วย หรือเว็บไซต์ http://www.mfjetski.com/ หรือเว็บไซต์อื่นๆก็มีประกาศขายค่อนข้างเยอะทีเดียวให้คุณเลือกซื้อเจ็ตสกีได้ตามใจชอบ

ในการเลือกซื้อเจ็สกีทั้งตัวใหม่และมือสองนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงนั้นไม่เพียงแค่เรื่องของเครื่องยนต์ความเร็วแรงเท่านั้นยังต้องคำนึงถึงขนาดของลำความหนักของเรือรวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันด้วยที่สำคัญต้องคำนึงถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวที่พูดถึงปัญหาของการขับเจ็ตสกีต่อสิ่งแวดล้อมด้วยทำให้จำเป็นต้องเลือกซื้อเจ็ตสกีที่มีการเผาพลาญน้ำมันได้ดียิ่งขึ้นซึ่งในการเลือกซื้อเจ็ตสกีมือสองนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณามากกว่าการซื้อมือหนึ่งคือเรื่องของรุ่นที่ควรเลือกรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดพอสมควรเพราะเนื่องจากเป็นสินค้ามือสองหากเราซื้อรุ่นที่ตกรุ่นไปมากแล้วอาจจะลำบากในการซ่อมได้จึงควรเลือกรุ่นที่ได้รับความนิยมและยังมีการผลิตอะไหล่ออกมาวางจำหน่ายอยู่

ส่วนการเลือกขนาดและเครื่องยนต์ก็ควรเลือกตามความเหมาะสมของขนาดของสถานที่ที่เราต้องการขับขี่หากต้องการขับขี่ออกทะเลหรือแม่น้ำที่ค่อนข้างกว้างมากก็ควรเลือกเครื่องยนต์ที่ใหญ่ 1000 ซีซีเป็นต้นไป แต่หากต้องการขับขี่ในแม่น้ำเล็กๆหรือบึงอาจจะใช้เครื่องยนต์ที่เล็กลงมาได้ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือเรื่องของตัวเรือโดยเฉพาะท้องเรือที่ควรเลือกซื้อเรือที่ท้องเรือยังคงมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่ทำจากวัสดุที่ได้มาตรฐานและที่สำคัญไม่ควรผ่านการเสียอย่างรุนแรงมาก่อนเลยเช่นการถูชมจนแตกหักเพราะในการซ่อมตัวถังเรือเหล่านี้นั้นทำได้ค่อนข้างยากและถึงจะสามารถซ่อมได้ก็ไม่เหมือนกับแบบเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนซึ่งการที่ท้องเรือมีรอยร้าวหรือรูรั่วนั้นอาจทำให้ผู้ขับขี่ได้รับอันตรายได้เช่นกันดังนั้นถึงแม้การเลือกซื้อเจ็ตสกีมือสองเป้นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนทีต้องการได้เจ็ตสกีมาครอบครองในราคาถูกแต่ก็ควรมีความรู้ในการเลือกซื้อด้วย

 

# ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ปกติแล้วเรามักจะเห็นการไต่เชือกตามการแสดงกายกรรมต่างๆซึ่งการโชว์ไต่เชือกเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดชนิดที่หาคนที่ไต่เชือกตกลงมาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเนื่องจากมันเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายและอันตรายพอสมควรในประเทศไทยนั้นแทบจะไม่มีคนที่ทำกิจกรรมนี้เลยด้วยซ้ำไปแต่เรามักจะได้เห็นข่าวอยู่เสมอเรื่องการทำลายสถิติของนักไต่เชือกต่างชาติส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการทำลายสถิติไต่เชือกข้ามตึกสูงของชาติฝั่งตะวันตกซึ่งนิยมกิจกรรมดังกล่าวถึงขั้นที่มีคนทำอาชีพเป็นนักไต่เชือกอย่างจริงจังแต่ในฝั่งของเอเชียนั้นยังไม่ค่อยมีนักไต่เชือกอย่างแพร่หลายมากนัก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

แต่ทราบหรือไม่ว่าครั้งหนึ่งในปีพ.. 2559 เคยมีชายชาวจีนคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จาง เหลียง ซึ่งในขณะนั้นอายุได้เพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น แต่เขานั้นได้ทำให้ทุกคนทั่วทั้งโลกต่างต้องลุ้นระทึกและรู้สึกหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาทำ หากคุณเป็นคนที่เบื่อแล้วกับการได้ยินข่าวไต่เชือกข้ามตึกสูง ชายคนนี้จะนำเสนอการไต่เชือกที่ลุ้นระทึกกว่านั้นมากเพราะสิ่งที่เขาไต่ข้ามนั่นก็คือหุบเขา เบื้องล่างนั้นไม่ได้เป็นพื้นหรือขนหินแต่มันเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลกและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราด หากตกลงไปแล้วไม่ต้องพิสูจน์เลยว่าเขาจะยังคงมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้นเชื่อกที่เขาไต่ก็มีขนาดเพียงแค่ 2.5 เซ็นติเมตรเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการเดินบนเชือกบนแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก เพียงแค่เราเอาเชือกที่มีขนาดเดียวกันวางไว้บนพื้นและพยายามเดินให้ไม่ตกก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จแล้ว แต่เขานั้นสามารถเดินบนเชือกขนาดเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรนี้แล้วข้ามระหว่างหุบเขาที่มีแม่น้ำกั้นขวางได้สำเร็จ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ช่วยเหลือชีวิตเพียงสิ่งเดียวที่เขามีนั่นก็คือสายรัดเอวเป็นเชือกสลิงเส้นเล็กๆ เท่านั้นที่คล้องระหว่างข้อเท้าของเขาและเชือกเส้นเล็ก ไม่เพียงเท่านั้นในการไต่เชือกครั้งนี้ยังไม่มีการใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสมดุลอย่างที่เรามักจะเห็นกันนั่นก็คือไม้คานหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ง่ายมากขึ้น เรียกได้ว่าการไต่เชือกครั้งนี้ใช้เพียงความสามารถล้วนๆ ก็ว่าได้

ช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เขาไต่เชือกข้ามผ่านนั้นเรียกกันว่าช่องเขาเสือกระโจนเป็นช่องเขาที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเบื้องล่างนั้นเป็นแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวตราดตลอดเวลาและความลึกนั้นยังเป็นความลึกที่มากที่สุดในโลกอีกด้วยโดยแม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายเดียวกับแม่น้ำแยงซีเกียงที่ไหลผ่านหุบเขาในเมืองลี่เจียงมณฑลยูนนานประเทศจีนโดยระยะทางในการไต่เชือกข้ามช่องเขาในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะที่ไม่ได้ไกลมากนักแต่มันก็เป็นระยะทางที่สามารถทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดในประเทศจีนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในการไต่เชือกครั้งนี้ ด้วยระยะทาง 60 เมตรแล้วปกติหากเราเดินเล่นการก็ใช้เวลาหลายนาทีอยู่แล้ว

แต่นี่เป็นการเดินไต่เขาแต่เขานั้นสามารถทำเวลาไปได้เพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้นนับว่าเขานั้นเป็นนักไต่เชือกที่มีฝีมือเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศจีนไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำเวลาได้ดีถึงขนาดนี้และคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำสถิติดังกล่าวได้อย่างแน่นอนเพราะมันไม่ได้เพียงค่าทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดเท่านั้นแต่มันยังเป็นการไต่เชือกที่อันตรายที่สุดอีกด้วย ที่มาของชื่อช่องเขาเสือกระโจนนั้นมาจากตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่าในอดีตเคยมีเสือตัวหนึ่งได้พยายามหลบหนีการไล่ล่าของนายพรานเมื่อมาถึงหน้าผามันก็ได้กระโดดข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราดในจุดที่แคบที่สุดตั้งแต่นั้นช่องของนี้ก็จึงได้ชื่อเรียกว่าเป็นช่องเขาเสือกระโจนมาตั้งแต่นั้น

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

สำหรับแบรนด์รถจักรยานยนต์ อย่าง YAMAHA นั้นถือว่าเป็นแบรนด์เจ้าใหญ่แบรนด์หนึ่งในตลาดรถจักรยานยนต์ในบ้านเรา แต่สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ประเภทวิบากแล้วดูเหมือน ยามาฮ่า จะค่อนข้างเงียบกว่ายี่ห้ออื่น อาจเป็นเพราะตลาดรถวิบากในบ้านเรานั้นถ้าเทียบกับที่อื่นแล้วอาจจะไม่ใหญ่เท่า เพราะหากใครจำกันได้ รถวิบากรุ่นล่าสุดที่ทาง YAMAHA เข้ามาตีตลาดในบ้านเราก็เป็น ยุค 80 นู้นเลยทีเดียว โดยจักรยานยนต์วิบากในรุ่นนั้นก็คือ YAMAHA DT นั่นเองซึ่งปัจจุบันหากใครครอบครองอยู่ก็ถือว่าเป็นรถคลาสสิคไปแล้วและราคาในท้องตลาดยังสูงอยู่พอสมควรสำหรับคนที่เล่นรถเก่า

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

จนในที่สุดในปีนี้ ( 2020 ) ด้วยความเป็นแบรด์ที่ใหญ่ ทางยามาฮ่า จึงได้ทำการเปิดตัว YAMAHA WR 155 R 2020 เพื่อทำส่วนแบ่งทางการตลาดรถจักรยานยนต์วิบากโดยที่การออกแบบจะเป็นแนวเอ็นดูโร่เพราะดูแล้วค่อนข้างจะอเนกประสงค์กว่าแบบโมโตครอสที่สามารถขี่ได้ในป่าและในสนามแข่งเท่านั้นอีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆก็ไม่เทียบเท่าซึ่งประเภทเอ็นดูโร่นั้นจะสามารถจดทะเบียนกับขนส่งได้มีไฟหน้าสัญญาณไฟท้ายและไฟเลี้ยวเป็นต้นทำให้สามารถขี่ไปที่ต่างๆได้อย่างไม่มีปัญหาไม่ว่าจะที่ทางเรียบในเมืองหรือไปเส้นทางกันดารบุกป่าฝ่าดงโดยก่อนหน้านั้นทางยามาฮ่าได้ทำการเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียไปก่อนหน้าแล้ว

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

ในส่วนของเครื่องยนต์ของ Yamaha WR 155 R 2020 นั้น มาด้วยความแรง 155 CC  1 สูบ ขขาด 4 วาล์ว 4จังหวะ 16.4 แรงม้า 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 14.3 นิวตันเมตร 6,500 รอบต่อนาที และระบบเกียร์ อยู่ที่ 6 speed ระบบระบายความร้อนนั้นก็ระบายด้วยน้ำ

Yamaha WR 155 R 2020 ยังขับขี่ได้สบายด้วยระบบที่รองรับการกระแทก และสั่นสะเทือนด้วยโช๊คหน้าแบบ Telescopic แกน 41 มิลลิเมตร โช๊คหลังเป็นโช๊คแก๊สในแบบ Telescopic ซึ่งสามารถปรับได้ และยังสร้างความมั่นใจด้านความเซฟตี้ ด้วยระบบดิสเบรกหน้าขนาด 240 มิลลิเมตร ดิสเบรกหลังเป็นขนาด 220 มิลลิเมตร ขอบและวงล้อ หน้าขนาด 21ล้อหลังขนาด 18 นิ้ว เป็นซี่อะลูมิเนียม นั่นนอกจากจะช่วยทำให้ตัวจักรยานยนต์เบาขึ้น ยังสามารถรองรับน้ำหนัก และแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แสงสว่างของไฟรถนั้น

ในส่วนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ Yamaha WR 155 R 2020 นั้นก็มีค่อนข้างครบพอสมควรโดยเฉพาะตัวเรือนไมล์ ที่มาในรูปแบบ Digital ซึ่งแสดงข้อมูลได้อย่างเที่ยงตรงแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ระดับความเร็ว รอบเครื่องยนต์ บอกระดับเกียร์ และมีการแจ้งเตือน เกี่ยวกับเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์ รวมไปถึงสัญญาณไฟต่าง ๆ ด้วย แสงสว่างของไฟรถนั้น ก็ใช้หลอดไฟ ฮาโลเจน ทั้งหมดรับรองว่าสว่างสไหวเห็นชัดเป็นอย่างดี ในการบรรจุน้ำมันเชื้อนั้นสามารถจุได้ถึง 8 ลิตร เพิ่มความปลอดภัยขึ้น อีกระดับด้วยการป้องกันคันค้างด้วยการออกแบบเป็นคันเร่งแบบ 2 สาย

การที่ Yamaha WR 155 R 2020 เปิดตัวครั้งนี้ก็คงจะสร้างความฮือฮาไม่น้อย โดยเฉพาะคู่แข่งโดยตรงอย่า Kawasaki KLX150 ที่คงจะหนาว ๆ ร้อน ๆ พอสมควรเพราะหากเปรียบเทียบกันเรื่องเครื่องยนต์ ดู Yamaha WR 155 R 2020 จะดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด สวนในทางด้านราคานั้น Kawasaki KLX150 นั้นเหนือกว่าชัดเขน เพราะว่ามีราคาเพียงแค่ 87,000 ส่วน Yamaha WR 155 R 2020 นั้น ราคาค่อนข้างจะสูงโดยอยู่ที่ประมาณ 10,0000 บาทเลยทีเดียว

และนี่ก็เป็นรายละเอียดที่นำมาฝากสำหรับ Yamaha WR 155 R 2020 เพื่อประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจในการจะซื้อหรืออยากจะเปลี่ยนค่ายซึ่งการผลิตออกมาของแต่ละค่ายนั้นก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไปการเลือกรถวิบากคู่ใจนั้นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ

 

# เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

The Walk ภาพยนตร์ชีวประวัติที่ออกฉายเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมาเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Robert Zemeckis เล่าถึงเรื่องราวประวัติของฟิลลิปเป เปติต ชายชาวฝรั่งเศสวัย 24 ปี ซึ่งเป็นศิลปินที่ถ่ายทอดผ่านการเดินผ่านระหว่างตึกแฝดที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เขานั้นมีชื่อเสียงจากการที่สามารถเดินระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์บนเชือกเส้นเล็กๆ ได้สำเร็จเมื่อปี 1974 ในช่วงยุคนั้นการไต่เชือกยังเป็นเพียงแค่การแสดงกายกรรมในคณะกายกรรมหรือคณะละครสัตว์เท่านั้น ไม่ได้เป็นกีฬาหรือกิจกรรม Extreme เช่นเดียวกับในปัจจุบัน ทำให้ความพยายามของเขานั้นเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่าได้รับความสำเร็จในเรื่องของรายได้เนื่องจากใช้งบประมาณไปไม่เกิน 45 ล้านดอลลาร์แต่สามารถทำรายได้ Box Office ได้สูงถึง 61.2 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

แต่ทราบหรือไม่ว่าตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างฟิลิปเป เปติตนั้นเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ จะบอกว่าเขานั้นเป็นต้นแบบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ และการไต่เชือกข้ามตึกสูงของเขานั้นยังกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ในปัจจุบันนี้มีนักกีฬาแต่เชือกมากมายที่เลือกจะทักทายความสามารถตนเองด้วยการข้ามระหว่างตึกสูง ในวันนี้เราจะมาเล่าถึงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาว่าเหตุใดเขาจึงได้ทำการข้ามระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ด้วยการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ เพียงเส้นเดียวเท่านั้น

เรื่องราวความเป็นมาที่ทำให้ฟิลิปเป เปติต เป็นที่รู้จักต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1974 หรือเป็นเวลากว่า 46 ปีมาแล้วที่ชายหนุ่มอายุเพียง 24 ปีคนนี้ได้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นต้องจดจำเขาในฐานะของนักกายกรรมที่สามารถไต่เชือกข้ามตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ได้สำเร็จโดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันหรือรักษาความปลอดภัยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเขาตกลงไปแล้วล่ะก็ชะตาชีวิตของเขาจะต้องจบสิ้นทันที สิ่งเดียวที่เขาใช้เป็นตัวช่วยในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้นั่นก็คือราวเหล็กที่ช่วยในการรักษาสมดุลและการทรงตัวบนเชือกเท่านั้น โดยเขาได้มีการให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่าการแสดงดังกล่าวของเขานั้นเป็นการแสดงที่มีสีสันที่สุดในชีวิตของเขา และได้มีการเล่าถึงความคิดริเริ่มที่ต้องการจะไต่เชือกท้าทายทั้งความสามารถของตนเอง กฎหมาย และความตาย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดจากการที่เขานั้นได้อ่านวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้เขานั้นมีเวลา 6 ปีในการวางแผนที่จะสร้างตำนานในการไต่เชือกที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันก็ยังคงได้รับการพูดถึงอยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปเกือบครึ่งร้อยปีแล้วก็ตาม ซึ่งในขณะนั้นมีกฎหมายรวมไปถึงข้อห้ามที่อาจจะทำให้เขานั้นต้องถูกพิจารณาว่ามีความผิดหากแสดงโชว์นี้ แต่เขานั้นก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายามอย่างแต่อย่างใดเขานั้นตั้งใจ

ตั้งแต่การศึกษาตึกว่ามีโครงสร้างเป็นอย่างไร ฝึกซ้อมการไต่เชือกของตนเองให้มีความคล่องแคล่วและชำนาญมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเฟ้นหาทีมงานที่จะมาช่วยให้การแสดงโชว์ในครั้งนี้ของเขาสามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งระยะทางระหว่างตึกแฝดทั้ง 2 ตึกนั้นมีความกว้างอยู่ที่ 60 เมตร ส่วนความสูงจากระดับพื้นดินนั้นอยู่ที่ 411 เมตร ยังไม่รวมถึงราวเหล็กที่เขาจะต้องถือซึ่งมีความยาวอยู่ที่ 7 เมตรเพื่อการรักษาสมดุลอีกด้วยหลังจากที่ทุกอย่างได้เตรียมเรียบร้อยแล้วและตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ก็สร้างเสร็จในที่สุดเขาก็ถึงเวลาที่จะได้แสดงโชว์ที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องตกตะลึงแต่การเตรียมตัวของเขานั้นต้องอาศัยการลักลอบรวมถึงการซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมหรือแม้แต่การขึงเส้นลวดระหว่างตึกพอถึงเวลารุ่งเช้าก็เป็นเวลาที่เขานั้นจะได้ทำการแสดงแต่แน่นอนว่าการกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ทำให้มีคนแจ้งตำรวจดังนั้นหลังการแสดงจบตำรวจจึงได้มารอรับตัวเขาไปแต่หลังจากที่เขานั้นได้ตกลงว่าจะไปไต่เชือกที่เซ็นทรัลปาร์คแทนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปล่อยตัวเขาไป

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการขี่รถวิบาก สายลุยฝุ่น ลุยโคลนไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์โมโตครอส  หรือเอ็นดูโร่ การหาเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และหาความท้าทายคือสิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ และความสนุกในการขับขี่เราจึงมาแนะนำ เส้นทางในต่างประเทศ และในประเทศ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกมาฝากกัน

 

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทาง บาฮ่า แคลิฟอร์เนีย เม็กซิโก

สำหรับเส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางในฝันของนักบิดสายลุยที่ชอบการขี่ไปในเส้นทางยาวๆลุยฝุ่นลุยทรายที่แสนจะวิบากที่ครอบคลุมพื้นที่ถึงประมาณหนึ่งแสนสี่หมื่นตารางกิโลเมตรได้ได้รับความรู้สึกปลดปล่อยกับบรรยากาศที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายโล่งกว้างทางตะวันตกของเม็กซิโกหรือหาดทรายละเอียดสีขาวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

หากใครที่คิดว่าอยากจะไปลองขี่ลุยในเส้นทางนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะว่าไม่ต้องนำมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไปโดยที่มีบริษัททัวร์หรือรถเช่าที่เปิดบริการเอาใจนักบิดอยู่หลายแห่งและข้อดีของบริษัทเหล่านี้ก็คือมีคนนำทางให้เราและมอเตอร์ไซค์ที่ตรวจเช็คอย่างดีและปรับแต่งให้เข้ากับเส้นทางและภูมิประเทศภูมิอากาศ จึงทำให้รู้สึกขับขี่ออกลุยได้อย่างสบายใจเป็นอย่างมาก

การเตรียมตัวก่อนที่จะจะออกทริปนั้นวางแผนเส้นทางที่จะขี่แล้วก็ต้องมีสิ่งที่ต้องเตรียมอยู่หลายอย่างที่สำคัญเลยก็คือแผนที่ที่ไม่ควรใช่แผนที่จากโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ GPS อื่น ๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้หลงทางได้ในกรณีที่ แบตเตอรี่หมด หรืออุปกรณ์รวน ทางที่ดีควรจะให้แผนที่กระดาษจะดีกว่า รู้จุดเติมน้ำมัน ว่าแต่ที่ละที่แต่ละจุดนั้น อยู่ที่ไหนบ้าง ห่างกันมากแค่ไหน เพราะนั่นจะทำให้เราไม่น้ำมันหมดกลางทางนั่นเอง และยังสามารถหาน้ำดื่มได้ด้วย ต้องรู้ว่าร้านที่บริการซ่อมรถอยู่ที่ไหนกันบ้าง เพราะการที่เราขี่ในระยะไกล ๆ นั้นเมื่อขี่ได้ระยะแล้วก็จำเป็นต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเปลี่ยนไส้กรอง หากรถมีปัญหาก็สามารถซ่อมได้ พกเงินสดเอาไว้ ถึงแม้ว่าในสหรัฐอเมริกาจะรับบัตรเครดิตกันแทบจะ 100 กันแล้วแต่เพื่อความสบายใจพกเงินสดติดตัวเผื่อฉุกเฉินไว้จะดีกว่า

 

เส้นทางวิบากทางเภาคเหนือที่ จังหวัดน่าน และเส้นทางภาคตะวันออก

ในประเทศไทยนั้น ถือว่ามีภูมิประเทศที่เหมาะต่อการขี่รถวิบากเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทางภาคเหนือของประเทศ หรือจะเป็นเส้นทางชายทะเลทางภาคตะวันออก หรือภาคใต้ ซึ่งนักบิดที่ชอบธรรมชาติสวย ๆ ต้องไปกันให้ได้สักครั้ง

ถ้าเป็นภาคเหนือก็คงต้องเป็นที่จังหวัดน่านที่มีเส้นทางที่มีเส้นทางที่หลากหลายจุดเด่นก็คือถนนสาย 1081 หรือที่เรียกว่าถนนลอยฟ้า ที่ต้องขี่ผ่านเส้นทางบนภูเขาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นเส้นทางที่ผ่านหมู่บ้าน ลุยป่าที่อุดมสมบูรณ์ติดกับแนวชายแดนลาว  ซึ่งผืนป่าในจังหวัดน่านนั้น ยังมีความหลากหลาย ทั้งป่าดงดิบ ป่าโปร่ง เส้นทางน้ำตก ที่นักขี่รถวิบากต้องบอกมันคือสวรรค์ชัด ๆ

สำหรับผู้ที่อยากจะปัดในเส้นทางชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเดินทางไม่ไกลก็มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกของกรุงเทพเข้าสู่ชลบุรี,ระยองจันทบุรี,รวมไปถึงจังหวัดตราดซึ่งมีเส้นทางที่เป็นเลนโคลนให้ท้าทายความสามารถรวมไปถึงการที่ข้ามลำธารเข้าไปในป่าก็ยังได้

นี่เป็นเพียงเส้นทางเล็กๆน้อยๆที่เอามาฝากกันถ้าหากใครพอมีเวลาและมีโอกาส (รวมถึงกำลังทรัพย์ ฮ่า ) ก็ควรจะไปลองสักครั้ง ถ้าไม่ได้ไปในต่างประเทศ ก็ไปขี่ลุยมัน ๆ เส้นทางประเทศก็ยังดี

# Extreme motorsport คืออะไร

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

4โมโตครอสเอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ ไปไหนไปกันได้ทุกเส้นทาง

ในบ้านเรานั้นมีสิงห์นักบิดอยู่หลายแนวมากมาย ซึ่งแต่ละแนวนั้นก็มีความสนุก และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปส่วนใครจะเลือกขี่แนวไหนก้แล้วแต่รสนิยมของใครของมัน แต่สำหรับคนที่ชอบแนวลุย ๆ บุกป่าฝ่าดงไปตามเส้นทางธรรมชาติ หรือชอบลุยฝุ่นลุยโคลนให้เนื้อตัวมอมแมม ให้แม่บ้านบ่นตอนซักผ้าก็คงจะเลือกขี่จักรยานยนต์วิบาก ซึ่งในบ้านเราที่เป็นที่นิยมก็คงจะเป็นจักรยานยนต์ โมโตครอส กับเอ็นดูโร่เสียเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 4 รถจักรยานยนต์วิบาก ที่กำลังมาแรงและน่าใช้ในตอนนี้มาฝากกันโดย 4 รุ่นที่ว่ามีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

1.Kawasaki KX85

สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบากในรุ่นนี้ของค่าย Kawasaki ทำออกมาในรูปแบบของจักรยานยนต์ โมโครอสแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กดูปราดเปรียวคล่องตัว กะทัดรัดเหมาะสำหรับสายลุยทุกระดับไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า โดยการออกแบบนั้นถึงจะดูเรียบง่าย แต่ก็สวยลงตัว ในรูปแบบของ Motocross ขนาดใหญ่ แต่เครื่องยนต์นั้น เป็นขนาด 85 ซีซี 2 จังหวะ 1 สูบ ระบบวาล์ เป็น Piston reed valve การระบายความร้อนด้วยน้ำ หัวจ่ายก็เป็นคาร์บู Keihin PWK 28 ถังน้ำมันบรรจุได้ถึง 5ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นโมโตครอสที่ลงตัวมากเลยทีเดียว

 

2.KTM Enduro 250

สำหรับรถจักรยานยนต์วิบากนั้น ค่าย KTM ย่อมไม่น้อยหน้าใคร โดยรุ่น Enduro 250 นั้น เป็นโฉมใหม่ทั้งหมดทั้งความสวยงาม เครื่องยนต์รุ่นใหม่ รวมไปถึงระบบระบายความร้อน และท่อไอเสีย โดยรุ่นนี้นั้นพัฒนามาจากรุ่น EXT ซึ่งมาปรับให้มีความกะทัดรัด โครงรถเป็นเหล็กแบบโมลิบดีนัม และความเบาของรุ่นนี้นั้นยังเบาขึ้นด้วยการใช้เฟรมโพลีเอทิลีน ในส่วนของความนุ่มนวล รับแรงกระแทกนั้นก็เป็นระบบ WP XPLOR PDS shock absorber ล้อก็เป็นแบบ โมโตครอส เครื่องยนต์ของรุ่นนี้ก็ยังเป็นแบบ กระบอกสูบ วาล์วไทเทเนียม 40 มม. ที่แปลกเพิ่มขึ้นก็คงจะเป็นโซ่ที่มีน้ำหนักเบามากกว่าเดิม แต่แข็งแรงมากขึ้น ในส่วนระบบความปลอดภัยอย่างเบรกนั้นก็เป็น Brembo เผาไหม้หมดจดด้วยหัวเทียนชนิดพิเศษที่เป็นรุ่นใหม่ และรถรุ่นนี้ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าดูแล้วรถรุ่นนี้สามารถสู้กับรถยี่ห้อหรู ๆได้เลย

 

3.Kawasaki KLX150 BF

สำหรับ Kawasaki ในรุ่น KLX150 BF นั้น ดูแล้วน่าจะเป็นการผสมกันระหว่าง Motocross กับรูปแบบของทรง Motard ในรุ่นปี 2020 นี้รูปแบบการดีไซน์ยังออกมาให้รู้สึกเทส์สวยงาม และยังให้สามารถขี่ได้อย่างสนุกสนานในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ หรือทางกันดาร ส่วนในความสามารถของตัวรถเป็นในแบบ 4 จังหวะ 2วาล์ว 5 speed  มาด้วยเครื่องยนต์ 1 สูบ 150 ซีซี ขอบล้อที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้านี้ซึ่งนั่นจึงทำให้แข็งแรงกว่าเดิม ระบบคาร์บูเรเตอร์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ สำหรับรถจักรยานยนต์ Kawasaki KLX150 BF นั้นจึงถือว่า เป็นรุ่นที่น่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง

 

4.Honda CRF 250 L

สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบาก HONDA รุ่น CRF 250 L นั้นผลิตออกมาในรูปแบบของเอ็นดูโร่ ที่สามารถจดทะเบียนกับขนส่งได้ ทำให้สามารถขี่ไปได้บนท้องถนนทั่วไปอย่างไม่มีปัญหา และถ้าอยากจะออกไปท่องเที่ยวในทางกันดาร หรือบุกป่าฝ่าดงก็สามารถลุยได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี 6 เกียร์ รูปทรงนั้นดูสวยงามมีเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ต สะดวกสบายด้วยระบบสตาร์ทมือ โดยการเดินระบบไฟที่ดีเยี่ยมทั่วทั้งคันรถ ไฟหน้ายังเป็นรูป 6 เหลี่ยมเหมือนหัวลูกศร วงล้อที่ใหญ่ขึ้นแข็งแรงขึ้นรับแรงกระแทกได้มากขึ้น เป็นรถจักรยานยนต์วิบากที่น่าสนใจ ไม่น้อยเลยสำหรับ Honda CRF 250 L

 

# Extreme motorsport คืออะไร

ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess's Cup 2020

ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020

ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020

เพิ่งปิดรายการไปหมาดๆกับการแข่งขันกีฬาความเร็วทางน้ำชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้ากรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารีประจำปี 2563 “Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020”  สนามสุดท้ายที่ชายหาดบางแสน วันที่ 14 – 15 พฤศจิกายน 2563 ที่ผ่านมานี้เอง ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เริ่มเปิดสนามแรกที่ สนามบึงหนองโคตร จ.ขอนแก่น ซึ่งก็ได้รับความร่วมมือจากผู้จัดงานและประขาขนผู้เข้าร่วมชมกีฬาเป็นอย่างดี โดยได้เปิดการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 24 สิงหาคมที่ผ่านมา โดยมีนายปานทอง สระคูพันธ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดขอนแก่น เป็นประธานกล่าวเปิดงาน ณ หาดทรายบึงหนองโคตร ตำบลบ้านเป็ด อำเภอเมืองขอนแก่น จังหวัดขอนแก่น โดยในสนามแรกนี้มีการแข่งขันทั้งหมด 4 ประเภทการแข่งขันด้วยกันคือ

การแข่งขันเรือประเภท Sport 40 Hp Open

การแข่งขันเรือประเภท Scooter 30 Hp Open

การแข่งขันเรือประเภท Jetski PAO 650 cc.

และการแข่งขันเรือประเภท F5 standard

ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess's Cup 2020

และทำการแข่งขันต่อในสนามที่ 2 คือ สนามบางเสร่.ชลบุรี วันที่ 19 – 20 กันยายน 2563 ที่ผ่านมา โดยมีการแข่งขันในหลายรายการด้วยกัน เป็นการอุ่นเครื่องนัดสำคัญก่อนเข้าแข่งขันในสนามสุดท้ายในรอบตัดสิน ณ สนามชายหาดบางแสน เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านนี้เอง โดยในสนามสุดท้าย ได้ทำการแข่งขันทั้งหมด 8 ประเภทรายการแข่งขันด้วยกันคือ

การแข่งขันประเภท F5

การแข่งขันประเภท F5 standard

การแข่งขันประเภท Scooter 30HP Open

การแข่งขันประเภท Sport 40HP Open

การแข่งขันประเภท Jetski PAO 650 cc.

การแข่งขันประเภท 30HP standard วันเมคเรซ

การแข่งขันประเภท Scooter 40HP ลากกล้วย

การแข่งขันประเภท Scooter 40HP มือใหม่ (หัวเหลี่ยม)

ในแต่ละประเภทก็มีการแข่งขันอย่างดุเดือด และนักกีฬาที่ลงแข่งขันทุกท่านก็ได้โชว์ฝีมือการขับขี่เจ็ทสกีที่ทั้งรวดเร็วและการเข้าโค้งที่สวยงามให้แฟน ๆ ได้ชื่นชม โดยสำหรับใครที่ไม่ได้เดินทางไปชมการแข่งขันถึงสนามจริง ก็สามารถดูภาพและวิดิโอการแข่งขันย้อนหลังได้ที่  Facebook Page Idemitsu Thailand Powerboat ที่มีการอัพเดตภาพแห่งความประทับใจของงานให้ชมกันอย่างรวดเร็ว

ผลการแข่งขันได้รับการตัดสินออกมาอย่างเป็นทางการ  โดยแชมป์ Jetski Pao 650CC คนล่าสุดของปี2563 คุณราชันย์ อร่ามวงษ์ หรือ ซูเปอร์บอล จากทีม Sea Sport Racing ซึ่งได้คะแนนมากถึง 100 คะแนนเลยทีเดียว และเป็นตัวเต็งมาตั้งแต่รายการแข่งขันแรกๆ ทีเดียว ส่วนแชมป์ Scooter 30HP Open ตกเป็นของ ณัฐวุฒิ จากทีมทรัพย์สุนันท์ ด้วยคะแนน 114 คะแนน แชมป์รุ่น Sport 40HP Open อรรถพล จากทีม อำนวยครัวเสิร์ฟโดย AMC และประเภทสุดท้ายคือเชมป์รุ่นประเภท F5 ซึ่งเป็นเรือรุ่นที่ได้รับการจับตามองมาก ๆ ตกเป็นของคุณนพดล ทีมสิงห์ด้วยคะแนน 98 คะแนน

สำหรับในปีถัดไปยังคงได้รับการยืนยันจากทางผู้จัดงานว่าจะยังคงมีการขัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่องแน่นอนโดยปีถัดไปรับรองว่าการแข่งขันนั้นจะยิ่งใหญ่อลังการมากกว่าในปีนี้อีกแน่นอนส่วนจะเริ่มเปิดรับสมัครการแข่งขันหรือจะทำการแข่งขันวันไหนนั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปแต่สำหรับในปีนี้ก็นับว่าเป็นการแข่งขันที่ปิดฉากลงอย่างสวยงามโดยใช้เวลาในการแข่งขันค่อนข้างยาวนานตั้งแต่เดือนสิงหาคมยาวนานมาจนถึงเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านนี้ซึ่งภายในงานก็ได้รับความร่วมมือจากทุกคนเป็นอย่างดีโดยเฉพาะในเรื่องของนโยบายการป้องกันโรคระบาดโควิด-19 ซึ่งก็มีการตรวจคัดกรองและการลงทะเบียนเข้าร่วมงานอย่างชัดเจนทั้งนี้แม้ว่าในปีนี้จะมีปัญหาทางด้านสัญญาณการถ่ายทอดสดเล็กน้อยก็ตามแต่ทางผู้จัดงานเองก็ได้มีการบันทึกเทปการถ่ายทอดสดไว้ในทุกรายการแข่งขันและมีการเผยแพร่ออกมาให้แฟนๆได้รับชมกันอย่างแน่นอนนับว่าเป็นอีกรายการแข่งขันที่น่าให้การสนับสนุนและติดตามกันต่อไป

 

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

“ JET SKI WORLD CUP and JET SKI WORLD SERIES ” season 2020 – 2021

นักกีฬาเจ็ตสกีหรือแฟนๆกีฬาเจ็ตสกีแทบทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่นี้เป็นอย่างดีเป็นการต่อสู้สุดยิ่งใหญ่ของนักกีฬาเจ็ตสกีจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดนักเจ็ตสกีหนึ่งเดียวโดยได้จัดการแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้กีฬาเจ็ตสกีเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้นและเปิดโอกาสให้นักกีฬาเจ็ตสกีได้ประลองความสามารถที่สำคัญแฟนๆกีฬาชนิดนี้ก็จะได้เห็นภาพสุดประทับใจทุกๆครั้งที่จัดการแข่งขันนี้

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

ถึงแม้ว่าในปี 2020 นี้ ที่ได้มีการประกาศยกเลิกสนามแรกที่ประเทศฝรั่งเศสไป เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในฤดูกาลนี้จึงเป็น 2in1 super tournament ที่แฟน ๆ หลายคนรอคอย ล่าสุด เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางผู้จัดก็ได้ปล่อยโปสเตอร์สำหรับการแข่งขันในรอบนี้ออกมาแล้วอย่างเป็นทางการผ่านทางเว็บไซต์ www.jetski-worldcup.com โดยจะเป็นการแข่งขันในรอบ one round – final ซึ่งจะจัดขึ้นที่พัทยา ประเทศไทยบ้านเรานี่เอง ในวันที่ 3-7 มีนาคมที่จะถึงนี้แฟนๆกีฬาเจ็ตสกีพลาดไม่ได้เลยสำหรับความสนุกที่มาเสิร์ฟกันถึงที่ขนาดนี้ล็อคตารางเตรียมตัวให้พร้อมกับการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้

นับว่าเป็นโปสเตอร์ที่ดึงดูดความสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆได้เป็นอย่างมาเลยทีเดียวเพราะได้มีการปรากฏชื่อและรูปของนักกีฬาเจ็ตสกีระดับโลกทั้ง Jeremy Poret #72 อดีตแชมป์เวิร์ลคัพปี 2016-2017 และแชมป์จากรายการแข่งขัน PRO SKI GRANDPIX 2019 Taiji Tamamoto แชมป์จากรายการการแข่งขัน PRO FRESTYLE Jean B. Pastorello #8 แชมป์รายกายแข่งขัน PRO-AM ENDURANCE OPEN Marcus Jorgensen #7 แชมป์จากรายการ PRO RUNNABOUT GP Permphon Teerapatpanich #79 คนไทยหนึ่งเดียว แชมป์จากรายการแข่งขัน PRO RUNNABOUT 1100 OPEN เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานี้เอง และ Dustin Farthing #1 แชมป์จากรายการแข่งขัน PRO SPORT GP ทั้ง 6 ผู้ชนะนี้ช่วยสร้างสีสันให้กับโปสเตอร์ที่เพิ่งจะปล่อยออกมานี้ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียวด้วยดีกรีระดับแชมป์จากรายการแข่งขันต่างๆ

รายการแข่งขัน JET SKI WORLD CUP and JET SKI WORLD SERIES นี้ มีนักกีฬาเจ็ตสกีจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งนักกีฬาจากประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นเวลาอันดับต้น ๆ ของโลก ที่จัดขึ้นสำหรับการแข่งขันเจ็ตสกีโดยเฉพาะ และได้รับความสนใจจากแฟน ๆ นักซิ่งจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันในรอบสุดท้ายมากถึง 10,299 คน ในจำนวนนี้มีทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 2,760 คน และมีผู้รับชมทั่วทั้ง 81 ประเทศทั่วโลกนับว่าเป็นสถิติที่บอกถึงการประสบความสำเร็จของการจัดการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ได้เป็นอย่างดีในปีนี้ก็เช่นเดียวกันเพียงแค่มีการปล่อยโปสเตอร์สำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงก็ได้รับความสนใจจากทั้งนักกีฬาและผู้ชมเป็นอย่างมาก

การแข่งขันเจ็ตสกีนอกจากจะได้ความสนุกสนานกับบรรยากาศข้างสนามแข่งขันที่สุดมันส์แล้วยังได้เห็นทักษะทางด้านกีฬาของนักกีฬาจากประเทศไทยอีกกีฬาหนึ่งอีกด้วยซึ่งกีฬาชนิดนี้นอกจากจะต้องใช้ทักษาะทางด้านความเร็วแล้วทักษะทางด้านการทรงตัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจึงต้องมีการเตรียมตัวอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับนักกีฬาจากไทยก็มีความพร้อมอย่างมากที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน JET SKI WORLD CUP and JET SKI WORLD SERIES 2020 – 2021 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 3-7 มี.. ที่พัทยานี้อย่างแน่นอน และยังมีแพลนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลศึกเจ็ตสกีโปรทัวร์ประจำปี 2564 ต่อไปอีกด้วยสร้างความมั่นใจให้กับวงการเจ็ตสกีไทยให้คนหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น

 

# สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

BMX PARKำ-01

BMX PARK

BMX PARK

มาถึงประเภทที่ 4 กันแล้วกับประเภทของการแข่งขันกีฬาจักรยาน BMX โดยการแข่งขันในประเภทที่ 4 นี้ จะใช้ทักษะแบบเดียวกันกับการแข่งขันประเภท BMX STREET แต่จะดูดีกว่าประเภท STREET ตรงที่ว่า STREET นั้นจะเป็นการใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ และใช้พื้นที่ตามท้องถนนหรือเนินสูงในการเล่น แต่ในประเภทนี้มีการใช้อุปกรณ์แบบเดียวกันกับ STREET แต่อุปกรณ์ทุกอย่างถูกเซ็ตให้อยู่กันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นแพทเทิร์นในการเล่นซึ่งการขี่จักรยาน BMX ในประเภทนี้จะมีชื่อเรียกว่า BMX PARK

BMX PARK

BMX PARK คืออะไร? BMX PARK คือการขี่จักรยาน BMX แบบผาดโผนจะมีรูปแบบการเล่นคล้ายกับ STREET อย่างที่กล่าวไปในตอนแรก แต่ในการขี่แบบ PARK คือจะมีการจัดวางสิ่งต่างๆ เอาไว้อย่างพร้อมเพรียงและมีสถานที่เล่นอย่างเป็นทางการไม่ต้องไปเล่นตามพื้นที่สาธารณะแต่อย่างใด ส่วนมากสถานที่ที่ใช้จัดสนามสำหรับ BMX PARK จะเป็นตามโกดังขนาดใหญ่ที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่ผู้จัดการแข่งขันสร้างขึ้นมาเอง โดยข้างในจะมีอุปกรณ์แบบเดียวกันกับประเภท STREET จะมีทั้งเก้าอี้, เนินสูง, ราวเหล็ก, พื้นราบ, และขั้นบันได ก็อาจจะบอกได้ว่าการแข่งขันแบบ PARK เป็นการนำแบบ STREET มาจัดวางให้มีระเบียบในการแข่งขันมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับกฎกติกาวิธีการแข่งขันจักรยาน BMX ในประเภท BMX PARK นั้น จะมีกฏกติการเหมือนอย่างประเภทอื่นๆ คือจะมีการแบ่งรุ่นอย่างชัดเจนทั้งในรุ่นของเยาวชนและบุคคลทั่วไป แบ่งเป็นทั้งชายหญิง โดยผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องแข่งขันภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนดและคณะกรรมการทั้งหมดจะเป็นผู้ให้คะแนน โดยคะแนนจะมาจากความยากง่ายของท่า และความต่อเนื่องในจุดที่ต้องย้ายไปอีกอุปกรณ์หนึ่ง ซึ่งในการแข่งขันแบบ PARK ผู้เข้าแข่งสามารถใช้เท้าเข้ามาช่วยได้ในการสัมผัสกับอุปกรณ์หรือพื้น โดยจะไม่มีการหักคะแนนในจุดนั้นแต่อย่างใด หรือบางครั้งผู้เล่นจะเอาเท้ายันพื้นเพื่อจัดท่าทางหรือจัดการออกตัวเพื่อไปสู่อุปกรณ์ต่อไปก็ได้ แถมยังสามารถใช้เท้าร่วมกับการเล่นท่าทางต่างๆ ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าประเภทการแข่งขันแบบ PARK จะมีกฎที่ช่วยนักกีฬามากกว่าประเภท FLATLAND และ STREET

ลักษณะของจักรยานที่ใช้ในการแข่งขันประเภท PARK นั้นจะใช้จักรยานประเภทเดียวกันกับ STREET เพราะอย่างที่บอกไปว่าการแข่งขันแบบ PARK นั้นเป็นการแช่งขันประเภทเดียวกันกับประเภท STREET เพียงแต่ว่าการแข่งขันแบบ STREET นั้นจะเป็นการแข่งขันในพื้นที่เปิด แต่การแข่งขันแบบ PARK จะเป็นการแข่งขันในพื้นที่ที่ได้มาตรฐานที่ได้ถูกจัดเอาไว้สำหรับทำการแข่งขันโดยเฉพาะ ส่วนทักษะเบื้องต้นที่ต้องมีนั้นหากใครที่คุ้นเคยกับการขี่แบบ STREET มาโดยตลอดก็ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยากเพียงแค่มีท่าทางเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยกับเล่นในพื้นที่ที่ถูกจัดไว้แค่นั้น

ด้วยความที่เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูงดังนั้นผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจและเคารพกฏกติกาของทางผู้จัดการแข่งขันอยู่เสมอและต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองซึ่งประกอบด้วยหมวกกันน็อค, สนับเข่า, สนับแข้ง, และสนับข้อศอก เป็นต้น ทั้งหมดเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ป้องกันครบก็ใช่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นไม่ได้ หลายครั้งที่นักกีฬาจักรยาน BMX ประเภท PARK ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงซึ่งหากเป็นมือใหม่แนะนำให้เล่นในจุดที่เป็นพื้นฐานเพื่อเรียนรู้เบสิคและกฎการเล่นเบื้องต้นเสียก่อนจากนั้นพอทำการฝึกฝนจนชำนาญแล้วก็ค่อยขยับขึ้นมาเล่นในจุดที่แอดวานซ์กว่าปกติและนอกจากนี้ก็จะต้องทำตามกฎกติกมารยาทของแต่ละสนามอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นเดียวกัน

 

# BMX RACING