Archives พฤศจิกายน 2020

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก 

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

ในรายการแข่งขันเจ็ตสกีเวิลด์คัพ 2019 ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันทำให้ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ ยอดนักเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการนี้ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน และครั้งแรกที่นักกีฬาเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์ในรุ่น PRO-AM RUNABOUT 1100 OPEN ซึ่งโชว์ฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ทั้ง 4 โมโต ทำให้ชื่อของ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ ไปปรากฏอยู่บนโปสเตอร์ของรายการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2020-2021″ ที่กำลังจะมาถึงเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของวงการเจ็ตสกีไทย

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

แฟนเจ็ตสกีไทยอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับนักกีฬาท่านนี้กันอยู่แล้วด้วยผลงานที่โดดเด่นมากความสามารถมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกเลยทีเดียวแต่วันนี้จะมาทำความรู้จักกับเพิ่มพลมากขึ้นไปอีกคุณ

เพิ่มพล เป็นนักกีฬาเจ็ตสกีมากความสามารถ คว้าแชมป์โลกการแข่งขันหลายปีซ้อนด้วยอายุเพียงแค่ 27 ปี เท่านั้น คุณเพิ่มผลเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยได้เริ่มเล่นครั้งแรก ๆ คือจากคุณพ่อของเขานั่นเองและเริ่มแข่งจริงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เป็นรายการจูเนียร์รุ่นเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งในตอนนั้นไม่ได้รางวัลเลย แต่คุณเพิ่มพลก็ไม่ได้ท้อใจ ก็ได้ทำการฝึกฝนและเริ่มแข่งขันมาเรื่อย ๆ และได้เข้าร่วมแข่งขันในรุ่นถัดมาคือรุ่นมือใหม่อายุมากกว่า 14 ปี ปีแรก ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็ยังไม่ได้แชมป์ แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่สองก้เริ่มติดอันดับ และทำผลงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้แชมป์ประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2014 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน จากนั้นก็เริ่มมีการแข่งขันในต่างประเทศทั้งจีน เกาหลี และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งคุณเพิ่มพลเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ SPORT ZABB x2 เมื่อต้นปีที่แล้วว่า จริง ๆ แล้วการแข่งขันเจ็ดสกีนี้ไม่ได้เป็นอาชีพหลัก เป็นเพียงกีฬาที่ชื่นชอบเท่านั้น แต่ด้วยความชอบนี้ทำให้เขาได้หมั่นฝึกฝนแลกมีความตั้งใจที่จะคว้าถ้วยเวิร์ลคัพมาครองให้ได้และก็ทำได้สำเร็จ

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

โดยในการแข่งขัน world final นั้น คุณเพิ่มพลเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น แต่ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมั้ตงแต่เด็ก ทำให้คุณเพิ่มผลสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์มามากมายจากหลายรายการอีกด้วย ทำให้เป้าหมายในตอนนี้คือการมุ่งเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกในรายการทัวร์ยุโรป และรายการแข่งขัน UIM ซึ่งเป็นรายการระดับโลก รวมไปถึงการป้องกันแชมป์ที่ได้มาด้วย ซึ่งการแข่งขันในยุโรปนั้นจะทำการแข่งขันที่ใช้ความอดทนมากกว่า โดยทำการแข่งขันรอบละ 30 นาทีกับอีก 1 รอบ ซึ่งต้องใช้ความอึดมากกว่าสนามในไทย จึงเป็นการแข่งขันที่ท้าทายความสามารถของแชมป์โลกอย่างคุณเพิ่มผลเป็นอย่างมาก

นับว่าเป็นนักเจ็ตสกีที่มากด้วยประสบการณ์การจริงๆเพราะเริ่มเล่นเจ็ตสกีตั้งแต่เด็กและยังได้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศซึ่งแต่ละสนามนั้นก็มีความแต่งต่างกันทั้งในแง่ของสนามที่มีลูกคลื่นที่ต่างกันออกไปรวมไปถึงการใช้เจ็ตสกีที่คุ้ยเคยก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่นเดียวเชื่อว่าคุณเพิ่มพลจะเป็นไอดอลให้กับนักกีฬาเจ็ตสกีรุ่นน้องหลายๆที่ฝันอยากจะเป็นนักเจ็ตสกีระกดับโลกอย่างแน่อนอน

ความสำเร็จของเพิ่มพลผลนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับวงการเจ็ตสกีไทยที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในวงการเจ็ดสกีโลกมากขึ้นและยังทำให้คนทั่วไปรู้จักกีฬาเจ็ตสกีและหันมาเล่นเจ็ตสกีกันมากขึ้นอีกด้วยเป็นการส่งเสริมกีฬาเจ็ตสกีในประเทศให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นด้วย

# ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 กับการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ทีมชาติไทยได้ส่งนักกีฬาจักรยานเข้าแข่งขันในครั้งนั้นซึ่งรวมถึงการแข่งขันจักรยานประเภท BMX ด้วย ทีมชาติไทยไม่ได้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญทองมาครอง และแฟนๆ ที่ส่งกำลังใจไปเชียร์ก็ไม่ได้คาดหวังกับกีฬาชนิดนี้มากนัก แต่หลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง เพลงชาติไทยกลับได้เปิดไปก้องทั่วทั้งสนาม ธงของประเทศไทยได้โบกสะบัดไปบนเสา นักกีฬาของไทยคว้าเหรียญทองมาครองได้ และเธอคนนั้นในเวลานั้นยังไม่มีใครรู้จักเธอเลย เธอคืออาแมนดา คาร์

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

หลังจากที่เธอคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์มาให้กับวงการจักรยาน BMX ของประเทศไทย ชื่อของเธอเริ่มจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นสำหรับแฟนๆ กีฬาของประเทศไทย และพอสือประวัติถึงได้ทราบว่า อาแมนดา คาร์ เป็นลูกครึ่งไทยสหรัฐอเมริกา และเธอเลือกที่จะขี่จักรยาน BMX ให้กับทีมชาติไทย เธอบอกว่านั่นคือความฝันของเธอ อาแมนดา หลังจากคว้าเหรียญทองให้กับทีมชาติไทยได้แล้ว เธอยังได้คว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์อีก 2 สมัยและ ได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 2016 ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้หลุดทีมชาติไป เพราะทางสมาคมมีแผนจะเก็บตัวยาว 4 ปี แต่ อาแมนดา ที่ติดภารกิจอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถมาเข้าร่วมได้

หลังจากนั้นชื่อของเธอได้หายไปจากคนไทยจนมีหลายคนสงสัยว่าเธอคงเลิกเล่นไปแต่ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งออกมาบอกว่ายังคงขี่จักรยานอยู่ยังไม่เลิกแต่อย่างแต่อย่างไรก็ตามล่าสุดจอมปั่นสาววัย 30 ปี ได้ออกมาประกาศรีไทร์ตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยเธอได้โพสต์ภาพของเธอในการแข่งขันครั้งสุดท้ายที่สนาม “Charlotte BMX” พร้อมสวมหมวกกันน็อคที่มีลายธงชาติไทยพร้อมกับคำพูดว่า

นี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของฉัน เธอชื่อว่า อาแมนดา เกวิ่ง เราได้พบกับครั้งแรกตอนปี 2541 ในการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 7 หรือ 8 ปี นี่แหละ จากนั้นเราได้กลายมาเป็นคู่หูกัน ฉันไม่เคยคิดเราจะกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั่วโลก และเราประกาศอำลาวงการพร้อมกัน โดยตอนแรกฉันคิดว่า อยากจะเลิกเล่นเพียงคนเดียว แต่พอได้ปรึกษากับเธอในเรื่องนี้ เธอก็มาขอเข้าร่วมด้วย เราสองคนปั่นไปด้วย เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีความฝันเหมือนกันและฉันอยากจะเก็บสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในความทรงจำตลอดไป ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากแฟนๆ ทั่วโลก ที่ส่งมาให้ในทุกช่องทาง

สำหรับอาแมนดาคาร์นั้นเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี พ..2533 ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่เธอมีคุณแม่เป็นคนไทยที่มาจากจังหวัดอุดรธานี ส่วนคุณพ่อเป็นชาวอเมริกันมีอาชีพเป็นทนาย และเธอมีชื่อเล่นว่าหยองเธอได้ชื่นชอบจักรยาน BMX มาตั้งแต่เด็กและมักจะขี่แข่งกับลูกพี่ลูกน้องของเธอบ่อยครั้งนั่นเลยทำให้เธอมีความชำนาญในด้านเทคนิคต่างๆตั้งแต่อายุยังน้อย

อาแมนดาแม้จะมีคุณพ่อเป็นช่าวต่างชาติแต่เธอก็ได้คุณแม่คอยสอนภาษาไทยให้โดยเฉพาะภาษาอีสานที่เธอพูดได้คล่องมากดังเช่นตอนที่เธอให้สัมภาษณ์หลังจากคว้าเหรียญทองที่อินชอนประเทศเกาหลีใต้ทำให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากนั้นเธอได้กลายเป็นคนดังของประเทศไทยอาแมนดาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและชอบกินส้มตำเป็นประจำหลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 อาแมนดาได้ตัดสินเดินทางกลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตอนนั้นเธอได้ให้เหตุผลว่ากลับไปเรียนต่อให้จบตามที่ได้สัญญากับคุณแม่เอาไว้จากนั้นเธอจึงหลุดจากทีมชาติไทยก่อนจะประกาศอำลาวงการในที่สุด

 

มาริส สตรอมเบิร์ก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ BMX

ภาพจาก : https://www.mainstand.co.th/

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX FLATLAND

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX FLATLAND

การแข่งขันกีฬาจักรยานประเภท BMX ถือว่าเป็นการแข่งขันอีกรายการที่ชาวไทยให้ความนิยม ซึ่งรูปแบบการแข่งขันจักรยาน BMX จะมีแบ่งออกเป็นอีก 6 ประเภทด้วยกัน วันนี้จะขอพามาดูว่าทั้ง 6 ประเภทมีอะไรกันบ้าง ซึ่งตอนนี้จะขอกล่าวถึงประเภทนั่นคือ “BMX FLATLAND” หรือการขี่จักรยานประเภทแฟลตแลนด์

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX FLATLAND

BMX FLATLAND คืออะไร? BMX FLATLAND คือการขี่จักรยานประเภทแฟลตแลนด์ ซึ่งจะเป็นขี่ผาดโผนในพื้นราบ ทีนี้หากใครกำลังสงสัยว่าบนพื้นราบจะผาดโผนยังไงให้ดูการเล่นยินาสติกไปด้วยจะเข้าใจได้ทันที การแข่งขันประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการทรงตัวและการเล่นท่าในขณะที่ผู้ขับขี่ยังอยู่บนจักรยาน เสน่ห์ของ BMX FLATLAND จะอยู่ที่ความต่อเนื่องของนักกีฬาในการเล่นท่าทางต่างๆ และเท้าไม่สัมผัสกับพื้นเลย โดย BMX FLATLAND เข้ามาสู่ประเทศไทยได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว และเป็นการเล่นที่มีคนให้ความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นประเภทที่เสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด และตอนนี้จะเห็นวัยรุ่นบางส่วนที่ชื่นชอบ BMX FLATLAND จะจับกลุ่มเล่นกันตามสวนสาธารณะหรือพื้นที่ว่าง และนอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันอีกด้วย

การแข่งขัน BMX FLATLAND จะมีการแบ่งรุ่นอายุ, แบ่งประเภทชายหญิง เอาไว้อย่างชัดเจน และการให้คะแนนจะให้คล้ายๆ กับการแข่งขันยิมนาสติกลีลา จะแบ่งย่อยออกเป็น 2 ลักษณะคือแข่งขันภายในเวลาที่กำหนดโดยจะมีกรรมการคอยให้คะแนน ซึ่งคะแนนจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับทวงท่าและลีลาที่ผู้ใช้จะสรรสร้างออกมาก รวมถึงท่าทุกอย่างจะต้องมีความต่อเนื่องกันไม่สะดุดแต่อย่างใด แถมด้วยเท้าของผู้เล่นห้ามสัมผัสกับพื้นอย่างเด็ดขาด แต่ก็มีข้อยกเว้นในบางกรณี และการแข่งอีกแบบเป็นการแข่งขันแบบตัวต่อตัวหรือออกมา Battle กัน ซึ่งจะมีการแข่งขันทังหมด 3 ยก ผู้เล่นจะต้องงัดเอาฟอร์ม งัดเอาลีลาต่างๆ ที่มีออกมาจัดการคู่แข่งให้ได้ โดยกรรมการจะไม่มีการจับเวลาแต่อย่างใด แต่ส่วนมากผู้ที่เข้าแข่งประเภทนี้จะไม่เล่นท่าต่อเนื่องอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จากนั้นเมื่อครบ 3 ยกกรรมการก็จะตัดสินหาผู้ชนะต่อไป ทีนี้นอกจากการแข่งใน 2 ประเภทหลักๆ แล้ว ยังมีการแข่งแบบย่อยๆ ออกไปอีกเช่นการแข่งแบบ Best Trick โดยจะเอาท่าที่ยากที่สุดเป็นผู้ชนะ, และยังมีการแข่งทำท่าต่อเนื่องมากที่สุดที่กระตุ้นให้นักกีฬามารวมตัวกันได้เป็นอย่างดี

ต่อไปจะขอกล่าวถึงลักษณะของ BMX FLATLAND ว่าตัวจักรยานเป็นแบบไหน คือจักรยานที่ใช่เล่น BMX FLATLAND จะมีลักษณะที่สั้นกว่าในประเภท ทำไมถึงสั้นกว่า เพราะทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสำหรับผู้เล่นที่จะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยาน ตัวจักรยานจะมีน้ำหนักที่เบา มีรูปทรงบางตอนที่โค้งเว้า แต่ก็ใช้วัสดุที่มีคุณภาพสามารถรองรับน้ำหนักของผู้เล่นได้ หากผู้ที่ไม่เคยเล่นกีฬาประเภทนี้มาก่อนจะดูผิวเผินว่าจักรยาน BMX FLATLAND จะคล้ายกับจักรยานทั่วไปแต่หากวิเคราะห์ทั้งสองอย่างจะต่างกันเพียงแค่บางจุดเท่านั้น

ทักษะสำคัญที่ผู้เล่นจะต้องมีคือสมาธิและความอดทนเพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า BMX FLATLAND คือการที่จะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยานให้ได้นานที่สุดโดยจุดสำคัญอยู่ตรงที่พักเท้าที่ผู้เล่นจะใช้เหยียบและเป็นแกนในการยกทั้งล้อหน้าและล้อหลังตามที่ต้องการบางท่าอาจจะต้องใช้เวลาฝึกเป็นเดือนแต่สำหรับบางท่าอาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความตั้งใจของนักกีฬาด้วยและกีฬาประเภทยังช่วยให้คนที่ใจร้อนกลับมาใจเย็นมากขึ้นอีกด้วยเช่นเดียวกัน

 

# นักปั่น BMX เศร้า เวียดนามตัดจากการแข่งซีเกมส์

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX STREET

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX STREET

มาต่อกันที่ประเภทของการแข่งขันจักรยาน BMX ประเภทต่างๆ ในตอนที่แล้วได้กล่าวถึง MNX FLATLAND มาในตอนนี้จะขอกล่าวประเภทการแข่งขันที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ในประเภทนี้จะอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาช่วย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นก็หาได้ง่ายตามสวนสาธารณะหรือตามที่ตางๆ ทั่วไป การแข่งขันจักรยาน BMX ในประเภทที่ 2 ที่จะขอกล่าวถึงคือ BMX STREET

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX STREET

BMX STREET คืออะไร? ก็ตามชื่อเลยเป็นการขี่จักรยานแบบสตรีท ซึ่งการขี่จักรยานในประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการผาดโผนเช่นเดียวกันกับการขี่ในแบบ FLATLAND แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ว่า BMX STREET จะมีอุปกรณ์เข้ามาช่วยเสริมในการเล่น และอุปกรณ์พวกนี้จะตั้งอยู่ตามท้องถนน, ตามสวนสาธารณะ หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ถูกปล่อยให้รกร้าง หรือไม้มีใครเข้าไปดูแล ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นจะประกอบด้วย ม้านั่ง, โต๊ะ, ราวเหล็ก, ฟุตบาทข้างถนน, หรือแม้กระทั่งเนินสูงๆ เนินลาดชัน เป็นต้น โดยเมื่อเจอกับอุปกรณ์เหล่านี้สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่ต้องทำคือเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระโดดเอาจักรยานขึ้นไปทรงตัวบนอุปกรณ์เหล่านั้น หรือรูดไปตามราวเหล็ก และอาจจะผสมผสานท่าทางต่างๆ เช่นการตีลังกา, หมุนตัว เป็นต้น

BMX STREET ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับวัยรุ่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป แต่กับที่ประเทศไทยนั้น การขี่ประเภทนี้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ก็มีเล่นบ้างเป็นบางกลุ่มและก็มีการจัดการแข่งขันขึ้น ซึ่งการแข่งขันก็มีแบ่งเป็นประเภทชายหญิงโดยหลักจะเน้นการทำทวงท่าลีลากับอุปกรณ์ที่นำมาให้อย่างเก้าอี้หรือท่อเหล็กยาวๆผู้เข้าแข่งขันก็มีหน้าที่ไปยืนทรงตัวอยู่บนนั้นและใช้ลีลาท่างที่ได้ฝึกฝนมาในการเรียกคะแนนและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมการแข่งขันซึ่งการแข่งขันประเภทนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการโปรโมทเท่าที่ควรมักจะเป็นกิจกรรมในกลุ่มกันมากกว่าในขณะที่ต่างประเทศการแข่งขันประเภทถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและอีกสาเหตุอาจจะมาจากการที่ต่างประเทศมีอุปกรณ์พวกนี้มากกว่าประเทศไทยส่วนอีกเหตุผลคงเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ระหว่างวัยรุ่นไทยกับต่างประเทศที่แตกต่างกัน

มากันที่ลักษณะของจักรยานในการแข่งขันประเภท BMX STREET จักรยานที่ใช้ในการแข่งขันประเภทนี้จะมีความยาวกว่าจักรยานที่ใช้ในการแข่งขันแบบแฟลตแลนด์เล็กน้อยเท่านั้น แต่ในเรื่องของรูปทรงจะไม่แปลกเท่ากับแบบแฟลตแลนด์ เพราะ STREET ไม่ได้เน้นการเล่นท่าอยู่บนพื้นราบ แต่จะเน้นการกระโดดขึ้นไปบนอุปกรณ์ต่างๆ จึงทำให้การออกมาแบบจะเน้นวัสดุที่เบาเพื่อรองรับการกระโดดซะส่วนใหญ่ แต่วัสดุที่ใช้ต้องมีความแข็งแรงและทนทาน รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมีเสริมเข้ามาอีกมากเช่นหมวกกันน็อค, สนับเข่า สนับแขน และอุปกรณ์ป้องกันในกรณีที่เกิดเหตุฉุนเฉินขึ้นมา

สำหรับทักษะที่นักกีฬา BMX STREET จะต้องใช้บ่อยคือการกระโดด (Bunny Hop), การยกล้อหน้า (Manual) และอีกอย่างคือการไถลไปราว (Grind) และก็รวมถึงท่าทางลีล่าส่วนตัวต่างๆ  ที่ผู้เล่นสุดแล้วจะสรรหาเข้าไป การแข่งขันจักรยานประเภท BMX STREET นอกจากจะต้องสมาธิทักษะที่สูงแล้ว ยังต้องใช้ความกล้าเข้ามาอีกด้วย เพราะเป็นประเภทการขี่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงมาก มีนักกีฬาหลายคนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการขี่จักรยานประเภทนี้ ทำให้ผู้เล่นต้องมีการเซฟตี้ตัวองทุกครั้ง ทีนี้เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว อยู่ที่ใจของผู้เล่นเองว่าจะมีความกล้าพอที่จะท้าทายกับการแข่งขันประเภทนี้หรือเปล่า หากใครกล้าพอก็จะได้รับประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งที่ยากจะหาใครมาเลียนแบบได้

 

มาริส สตรอมเบิร์ก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ BMX

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX DIRT

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX DIRT

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX DIRT

มาถึงในประเภทที่ 3 กันแล้วกับการแข่งขันขี่จักรยาน BMX ในครั้งนี้เราจะลืมการแข่งขันแบบ FLATLAND และแบบ STREET ไปได้เลย เพราะในการขี่จักรยาน BMX ประเภทนี้จะต้องขี่กันในสนามแข่งขันเท่านั้น แถมสนามก็ไม่ได้เป็นที่ราบเรียบแต่อย่างใดแต่เป็นเนินดินที่มีความสูงพอประมาณเอาไว้ให้นักกีฬาใช้ในการกระโดดและแสดงท่าทางต่างๆ ในขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศ พร้อมกับลงสู่พื้นด้านล่างอย่างปลอดภัย การขี่จักรยาน BMX ในประเภทนี้เรียกว่า BMX DIRT

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX DIRT

BMX DIRT คืออะไร? คือการขี่จักรยาน BMX แบบผาดโผนแต่ไม่ได้ขี่ตามที่สาธารณะหรือบนพื้นที่ราบเหมือนอย่าง 2 ประเภทแรกที่กล่าวไปก่อนหน้านี้ โดยการขี่จักรยาน BMX ประเภทนี้จะต้องอยู่ในการดูแลของเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิดเพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นกับผู้เล่นได้ การขี่แบบ DIRT จะใช้เนินดินที่เหมือนกับการแข่งขัน MOTORCROSS คือผู้เล่นจะต้องกระโดดขึ้นไปบนเนินดินและแสดงท่าทางลีลาต่างๆ ขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศและจะต้องลงสู่พื้นโดยห้ามล้มอย่างเด็ดขาด ซึ่งอันตรายจะอยู่ที่ตอนลงซะส่วนใหญ่ เพราะหลังจากที่ผู้เล่นได้แสดงท่าทางลีลาแล้ว ตัวของผู้เล่นหรือจักรยานจะอยู่ห่างกันในระยะหนึ่งซึ่งผู้เล่นต้องคว้าเอาไว้ให้ทันเพื่อที่จะได้ทรงตัวต่อในตอนที่ลงสู่พื้น

การแข่งขัน BMX DIRT ยังไม่ถือว่าเป็นที่นิยมมากนักในประเทศไทย แต่เช่นเดียวกันกับในประเทศอื่นทางแถวอเมริกาและยุโรปที่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย โดยการแข่งขันจะปล่อยนักกีฬาออกมาทีละคนและนักกีฬาจะต้องขี่ไปตามเนินดินต่างๆ พร้อมทั้งกระโดดขึ้นเนินและแสดงท่าทางต่างๆ ออกมา สุดแล้วแต่ผู้เล่นว่าจะสร้างสรรค์ท่าแบบไหนออกมา หากเป็นท่าที่ยากและตอนลงสามารถลงสู่พื้นโดยที่ไม่ล้มคะแนนที่ได้ก็จะสูงขึ้นไป แต่หากมีการล้มเกิดขึ้นคะแนนก็จะโดนหักไป เลยทำให้ผู้ที่เข้าร่วมกันแข่งขันต้องใช้สมาธิสูงมาก รวมถึงต้องดูแลตัวเองในเรื่องของความปลอดภัยให้ดีอีกด้วย

ทีนี้มาดูกันที่ลักษณะของจักรยานที่ใช้แข่งขันในรายการ BMX DIRT จักรยานจะมีความคล้ายกับแบบ STREET หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นจักรยานประเภทเดียวกันเลยก็ว่าได้ แต่จุดแตกต่างของทั้งสองประเภทอยู่ที่ยาง ยางในแบบ STREET จะเป็นยางธรรมดาที่ใช้กันมั่งไป แต่ยางในแบบ DIRT จะต้องใช้ยางที่มีดอกยางหนากว่าปกติ โดยจะเป็นยางประเภทเดียวกันกับการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากหรือ MOTORCROSS นั่นเอง ส่วนในเรื่องของอุปกรณ์เสริมต่างๆ ก็อยู่ที่ผู้ขับขี่ว่าจะมีการปรับแต่งเสริมในด้านในบ้าง แต่อย่างที่เห็นได้ชัดผู้เล่นมักจะทำให้น้ำหนักของจักรยานมีขนาดเบา เพราะเวลากระโดดจะได้กระโดดได้สูงและสามารถลอยอยู่กลางอากาศได้เป็นเวลานาน

อย่างที่บอกไปว่าการแข่งขันแบบ DIRT เป็นการแข่งขันที่มีความเสี่ยงสูง เลยต้องถูกควบคุมโดยกรรมการที่อยู่ภายในสนามและจะมีการป้องกันความปลอดภัยของนักกีฬาอย่างดีและอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา เพื่อป้องกันการเกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดฝันขึ้น แต่ผู้เล่นก็ต้องป้องกันตัวเองก่อนในระดับนึงด้วยการสวมหมวกกันน็อค, สนับเข่า, สนับศอก และสนับแข้ง รวมถึงต้องฟังกฎกติการจากกรรมการให้ละเอียดถี่ถ้วน ซึ่งเป็นอีกการแข่งขันที่ต้องใช้ความกล้าบวกกับสมาธิในการแข่งขัน เพราะหากเกิดอุบัติเหตุมาอาจะเกิดการสูญเสียตามมาก็เป็นได้ สำหรับนักกีฬามือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นจักรยาน BMX แบบ DIRT แนะนำให้กระโดดจากเนินดินเตี้ยๆก่อนพอเริ่มเชี่ยวชาญชำนาญมากขึ้นค่อยปรับระดับของเนินดินให้มีความสูงขึ้นและพอเรียนรู้เทคนิคเพิ่มเติมมากขึ้นก็ค่อยตัดสินใจเข้าร่วมการแข่งขัน

 

มาริส สตรอมเบิร์ก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ BMX

เตรียมความพร้อมออกไปเล่นสกี

เตรียมความพร้อมออกไปเล่นสกี

เตรียมความพร้อมออกไปเล่นสกี

    สำหรับคนที่อยากออกไปทำกิจกรรมกลางแจ้ง ไม่ว่าอะไรก็ตาม นอกจากมีความพร้อมทางกายก็ต้องมีความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับกิจกรรมนั้นๆด้วย วันนี้เราจะยกตัวอย่างความพร้อม ก่อนออกไปเล่นสกีให้ทุกคนได้ลองศึกษา การเตรียมความพร้อมเหล่านี้จะมีอะไรกันบ้าง มาดูกันเลย

เตรียมความพร้อมออกไปเล่นสกี

ศึกษาข้อมูลจากสื่อ

ศึกษาและดูจากที่คนอื่นเล่น ไม่ว่าจะเป็นในหนัง ในละคร หรือจะศึกษาจากการดูในเกมการแข่งขัน  ทั้งนี้ก็เพื่อให้การเล่นสกีได้อย่างมั่นใจและปลอดภัยจากเดิมมากยิ่งขึ้นก่อนที่เราจะไปเล่นและรู้จัดฝกกับการเล่นสกีเบื้องต้นอันดับแรกต้องรู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆและรู้วิธีการใช้และประโยชน์ของมันซะก่อนว่าอุปกรณ์แต่ละอย่างนั้นมีประโยชน์อย่างไรและจะช่วยเพิ่มความปลอดภัยกับเราได้ด้วยวิธีใด

เตรียมความพร้อมออกไปเล่นสกี

เลือกชุด

ควรเลือกชุดให้เข้ากับกิจกรรมและสภาพเเวดล้อมอย่างเหมาะสม หากเล่นสกีท่ามกลางหิมะ แน่นอนว่ามีอากาศที่หนาวเย็นอย่างแน่นอน ดังนั้นจึงควรเลือกที่มีความหนา ปกคลุมร่างกายได้อย่างมิดชิดเพื่อกันหิมะเข้าสู่ร่างกาย ซึ่งหากเราเกิดอาการหนาวขึ้นมากๆก็จะเกิดอันตรายกับตัวเราได้

เลือกอุปกรณ์เล่นสกีที่เหมาะสม

การเลือกอุปกรณ์เราสามาถเลือกได้ความชอบและความถนัดของตัวเราไม่ว่าจะเป็นสีขนาดและลักษณะของอุปกรณ์ต่างๆไม่ว่าจะเลือกอุปกรณ์แต่ละชนิดแบบใดก็ตามสิ่งหนึ่งที่ควรคำนึงเสมอก็คือประโยชน์และความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่จะนำมาใช้เพื่อป้องกันอันตรายที่จะเกิดขึ้นให้กับร่างกายของผู้เล่นและอุปกรณ์ต่างๆต้องมีความเหมาะสมกับการทำกิจกรรมและละกิจกรรมรวมถึงสภาพแวดล้อมด้วยและสิ่งหนึ่งที่อย่าลืมนั่นก็คือการเลือกไม้สต็อกไม้ช่วยค้ำยันตอนเล่นสกีจะต้องแข็งแรงน้ำหนักเบาเลือกความยาวที่พอดีกับสรีระนะคะกล่าวคือต้องพอดีกับความสูงของเราเช่นกัน

ใส่รองเท้าถูกวิธี

การเลือกรองเท้าสกีนั้นต้องเลือกให้มีความเหมาะสมและพอกีกันกับเท้าของตัวเอง เลือกที่ไม่คับหรือหลวมจนเกินไป ใส่แล้วไม่รู้สึกเจ็บเท้า ไม่อึดอัน และไม่เกิดการระคายเท้า เนื่องจากรองเท้าสกีเป็นรองเท้าทรงบูท เริ่มจากดึงรองเท้าไปข้างหน้า เปิดล็อก สวมลงครึ่งเท้า ตามด้วยการเคาะส้นเท้าให้เข้ากับรองเท้า พร้อมกับรัดบังเกิ้ลที่อยู่ด้านหน้ารองเท้าให้พอดี ตามด้วยการติดสไตร์ปด้านบน เราควรคำนึงถึงการเลือกรองเท้าเพราะเป็นตัวที่จะช่วยในการเล่นสกีได้ดี เนื่องจากต้องใช้เท้าในการยึดและทรงตัว

วิธีเล่นสกีเบื้องต้น

เมื่อเตรียมความพร้อมทางด้านอุปกรณ์ต่างๆ รองเท้า ศึกษาวิธีการเล่นจากผู้อื่นเสร็จแล้ว สิ่งสุดท้ายที่ควรทำก็คือ การศึกษาวิธีการเล่นสกีเบื้องต้น และเริ่มฝึกฝนด้วยตัวเอง ต้องศึกษาให้มีความเข้าใจเป็นอย่างมาก และปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่แท้จริง เพื่อความปลอดภัยของตัวเอง และจะได้เล่นสกีได้อย่างมีความสุข ความเพลินเพลิน และผ่อนคลายจากความตึงเครียดกับเรื่องราวที่เจอะเจอในชีวิตประจำวันอย่างต่อเนื่อง

    และนี้ก็คือวิธีการเตรียมความพร้อมที่จะออกไปเล่นสกี หากใครที่ยังไม่รู้ว่าก่อนออกไปเล่นสกีควรเตรียมความพร้อมอย่างไรบ้าง ลองนำข้อมูลเหล่านี้ไปศึกษาประกอบกับการพิจารณาและการตัดสินใจของตัวเองดูเพื่อจะได้เล่นสกีได้อย่างไม่ต้องกังวลกับปัญหาใดๆทั้งปวง เมื่อศึกษาข้อมูลและเลือกซื้ออุปกรณ์เรียบร้อยแล้วฝึกฝนการเล่นสกีในท่าเบื้องต้นแล้วออกไปสนุกกับผองเพื่อนกันเลย การเล่นสกีนั้นเป็นกิจกรรมที่เล่นแล้วสนุกได้ทั้งความแข็งแรงของร่างกายและความเพลิดเพลิน นับได้ว่าสุขทั้งกายสุขทั้งใจกันเลยทีเดียว ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อรักษาะบบการทำงานของร่างกายให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไป

สุดยอดสถานที่เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว#

สุดยอดสถานที่เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

สุดยอดสถานที่เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

สุดยอดสถานที่เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

     หากจะกล่าวถึงกิจกรรมที่มีความสนุกและท้าทายนั้น สำหรับเราเราคิดว่ามันมีอยู่อย่างหลากหลายมากมายกิจกรรมซะเหลือเกิน แต่ถ้ากิจกรรมที่ให้ความสนุกและความเพลินเพลิน กิจกรรมการเล่นสกีนั้นก็น่าสนใจอยู่ไม่น้อย ซึ่งการเล่นสกีให้สนุกนั้นแน่นอนว่าต้องเลานใช่ช่วงหน้าหนาวและต้องเป็นประเทศที่มีหิมะตก มันจึงเหมาะกับการเล่นอย่างยิ่ง โดยคนที่ชื่นชอบในการทำกิจกรรมการเล่นสกีก็คงทราบกันดีว่าจุดหมายปลายทางในฤดูหนาวนั้นคือที่ไหน

สุดยอดสถานที่เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

แน่นอนว่าคงไม่พลาดกับประเทศญี่ปุ่นอย่างแน่นอน ซึ่งถ้าหากก่าวถึงสถานที่ที่น่าเล่นสกี ประเทศญี่ปุ่นนั้นจะเป็นชื่อที่โผล่ขึ้นมาในสมองก่อนเพื่อนเลยก็ว่าได้ และนอกจากนี้ทุกคนรู้หรือไม่ว่าอะไรที่พิเศษไปกว่าการเล่นสกี คงเป็นอะไรไปไม่ได้นอกเสียจากสถานที่ที่มีหิมะตก ซึ่งหิมะในประเทศญี่ปุ่นนั้นมีเสียงลือเสียงดังไ่วทุกมุมโลกเลยก็ว่าได้มีความพิเศษของหิมะอยู่ตรงที่ในเรื่องความละเอียดและแห้ง ซึ่งเหมาะอย่างมากในการเล่นสกีนั่นเอง ดังนั้นเราจะขอยกตัวอย่นงมาหนึ่งสถานที่สำหรับบุคคลที่กำลังมองหาสถานที่เล่นกีฬา ทำกิจกรรมต่างๆ รวมถึงการเล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

สุดยอดสถานที่เล่นสกีในช่วงฤดูหนาว

วันนี้เราขอแนะนำกับสถานที่แห่งหนึ่งที่มีความพิเศษมากๆไม่แพ้ที่ใดๆอย่างแน่นอน เหมาะกับการเล่นสกีแบบสุดๆสถานที่แห่งนี้นั้นก็คือ บิวาโกะ วัลเลย์ Biwako Valley (โอซาก้า,เกียวโต) นั่นเอง สำหรับเหล่าบรรดานักกีฬาสกีอาจจะคุ้นๆหู เพราะเป็นที่ยอดนิยมมาอย่างยาวนาน ซึ่งลานสกีบิวาโกะ วัลเลย์ Biwako Valley โอซาก้า,เกียวโตBiwako Valley (บิวาโกะ วัลเลย์) ตั้งอยู่ห่างจากเกียวโตไป 40 นาที ก็จะถึงกับสถานที่แห่งนี้ ซึ่งผู้ที่มานอกจากจะได้เล่นสกีที่แสนสนุกแล้วยังจะได้เห็นวิวทะเลสาบน้ำแข็งที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย มีนเป็นความพิเศษมากเลยจริงๆ โดยขณะที่เราไถสกีลงมาจากเนินนั้น ก็จะได้ชมทิวทัศน์ทะเลสาบบิวะ (Biwa Lake) ทะเลที่ใหญ่ที่สุดในที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ได้เล่นสกีแะทีองเที่ยวในเวลาเดียวกัน มาทั้งทีเอาให้คุ้ม

     ไม่ใครหลายๆคนจะชื่นชอบในการเล่นสกีหรือไม่ หรือจะชอบเล่นกีฬาฤดูหนาวมั้ย แต่ถ้าได้มาที่นี่แค่ได้ชมบรรยากาศชมวิวของที่นี่ก็ถือว่าเกินคุ้มแล้วจริงๆแล้วล่ะค่ะ ที่นี่ได้รับความนิยมจากบรรดานักสกีและนักท่องเที่ยวหลากหลายชาติอย่างเนืองแน่น เพราะนอกจากวิวอันสวยงามแล้ว ที่น่ายังมีลานสกีมากถึง 9 เส้นทาง สำหรับนักเล่นสกีและสโนว์บอร์ดทุกระดับ นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับให้เด็กได้ทำกิจกรรมร่วมกันกับครอบครัว หรือเพื่อนๆ โดยกิจกรรมที่เด็กๆทำกันประจำนั่นก็คือการปั้นตุ๊กตาหิมะนั่นเอง

     นอกจากนี้สำหรับใครที่เล่นสกีไม่เป็นหรือไม่เคยเล่นมาก่อนที่นี่ยังมีให้บริการเช่าสกีมาเพื่อฝึกเล่น และสามารถลงเรียนการเล่นสกีตามคอสที่สนใจได้อีกด้วย ซึ่งะอยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของเจ้าหน้าที่ผู้เชี่ยวชาญ ทำให้มีความปลอดภัยสูง สามารถ ฝึกกได้อย่างปลอดภัย สบายใจ และหายห่วง พร้อมทั้งจะเกิดทักษะในการเล่น หากเล่นเป็นก็จะเกิดความเพลิดเพลินและความสนุกแบบไม่มีวันลืม ต้องกลับมาเล่นและมาเที่ยวที่นี่ซ้ำแน่นอน ยิ่งถ้าได้เล่นสกีกับคนที่เรารัก จะทำให้ช่วงเวลาของวันนั้นๆเป็นช่วงเวลาที่มีความพิเศษเอามากๆ

สิ่งที่ควรติดตัวเมื่อออกไปเล่นสกีท่ามกลางหิมะ #

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

“ JET SKI WORLD CUP and JET SKI WORLD SERIES ” season 2020 – 2021

นักกีฬาเจ็ตสกีหรือแฟนๆกีฬาเจ็ตสกีแทบทุกคนน่าจะคุ้นเคยกับการแข่งขันสุดยิ่งใหญ่นี้เป็นอย่างดีเป็นการต่อสู้สุดยิ่งใหญ่ของนักกีฬาเจ็ตสกีจากทั่วทุกมุมโลกเพื่อชิงตำแหน่งสุดยอดนักเจ็ตสกีหนึ่งเดียวโดยได้จัดการแข่งขันขึ้นเป็นประจำทุกปีโดยมีจุดประสงค์เพื่อสนับสนุนให้กีฬาเจ็ตสกีเป็นที่รู้จักของคนทั่วไปมากขึ้นและเปิดโอกาสให้นักกีฬาเจ็ตสกีได้ประลองความสามารถที่สำคัญแฟนๆกีฬาชนิดนี้ก็จะได้เห็นภาพสุดประทับใจทุกๆครั้งที่จัดการแข่งขันนี้

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

ถึงแม้ว่าในปี 2020 นี้ ที่ได้มีการประกาศยกเลิกสนามแรกที่ประเทศฝรั่งเศสไป เนื่องจากปัญหาการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ในฤดูกาลนี้จึงเป็น 2in1 super tournament ที่แฟน ๆ หลายคนรอคอย ล่าสุด เมื่อช่วงเดือนตุลาคมที่ผ่านมา ทางผู้จัดก็ได้ปล่อยโปสเตอร์สำหรับการแข่งขันในรอบนี้ออกมาแล้วอย่างเป็นทางการผ่านทางเว็บไซต์ www.jetski-worldcup.com โดยจะเป็นการแข่งขันในรอบ one round – final ซึ่งจะจัดขึ้นที่พัทยา ประเทศไทยบ้านเรานี่เอง ในวันที่ 3-7 มีนาคมที่จะถึงนี้แฟนๆกีฬาเจ็ตสกีพลาดไม่ได้เลยสำหรับความสนุกที่มาเสิร์ฟกันถึงที่ขนาดนี้ล็อคตารางเตรียมตัวให้พร้อมกับการแข่งขันระดับโลกครั้งนี้

นับว่าเป็นโปสเตอร์ที่ดึงดูดความสนใจและสร้างความตื่นเต้นให้แฟนๆได้เป็นอย่างมาเลยทีเดียวเพราะได้มีการปรากฏชื่อและรูปของนักกีฬาเจ็ตสกีระดับโลกทั้ง Jeremy Poret #72 อดีตแชมป์เวิร์ลคัพปี 2016-2017 และแชมป์จากรายการแข่งขัน PRO SKI GRANDPIX 2019  Taiji Tamamoto แชมป์จากรายการการแข่งขัน PRO FRESTYLE Jean B. Pastorello #8 แชมป์รายกายแข่งขัน PRO-AM ENDURANCE OPEN Marcus Jorgensen #7 แชมป์จากรายการ PRO RUNNABOUT GP Permphon Teerapatpanich #79 คนไทยหนึ่งเดียว แชมป์จากรายการแข่งขัน PRO RUNNABOUT 1100 OPEN เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมานี้เอง และ Dustin Farthing #1 แชมป์จากรายการแข่งขัน PRO SPORT GP ทั้ง 6 ผู้ชนะนี้ช่วยสร้างสีสันให้กับโปสเตอร์ที่เพิ่งจะปล่อยออกมานี้ได้เป็นอย่างมากเลยทีเดียวด้วยดีกรีระดับแชมป์จากรายการแข่งขันต่างๆ

รายการแข่งขัน JET SKI WORLD CUP and JET SKI WORLD SERIES นี้ มีนักกีฬาเจ็ตสกีจากทั่วโลกเข้าร่วมการแข่งขัน รวมทั้งนักกีฬาจากประเทศไทยด้วย ซึ่งเป็นเวลาอันดับต้น ๆ ของโลก ที่จัดขึ้นสำหรับการแข่งขันเจ็ตสกีโดยเฉพาะ และได้รับความสนใจจากแฟน ๆ นักซิ่งจากทั่วทุกมุมโลก ซึ่งปีที่ผ่านมามีผู้เข้าร่วมชมการแข่งขันในรอบสุดท้ายมากถึง 10,299 คน ในจำนวนนี้มีทีมนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันมากถึง 2,760 คน และมีผู้รับชมทั่วทั้ง 81 ประเทศทั่วโลกนับว่าเป็นสถิติที่บอกถึงการประสบความสำเร็จของการจัดการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ได้เป็นอย่างดีในปีนี้ก็เช่นเดียวกันเพียงแค่มีการปล่อยโปสเตอร์สำหรับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงก็ได้รับความสนใจจากทั้งนักกีฬาและผู้ชมเป็นอย่างมาก

การแข่งขันเจ็ตสกีนอกจากจะได้ความสนุกสนานกับบรรยากาศข้างสนามแข่งขันที่สุดมันส์แล้วยังได้เห็นทักษะทางด้านกีฬาของนักกีฬาจากประเทศไทยอีกกีฬาหนึ่งอีกด้วยซึ่งกีฬาชนิดนี้นอกจากจะต้องใช้ทักษาะทางด้านความเร็วแล้วทักษะทางด้านการทรงตัวก็เป็นสิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกันนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันจึงต้องมีการเตรียมตัวอย่างเต็มที่เช่นเดียวกับนักกีฬาจากไทยก็มีความพร้อมอย่างมากที่จะเข้าร่วมการแข่งขัน JET SKI WORLD CUP and JET SKI WORLD SERIES 2020 – 2021 ที่กำลังจะมาถึงในวันที่ 3-7 มี.. ที่พัทยานี้อย่างแน่นอน และยังมีแพลนที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในฤดูกาลศึกเจ็ตสกีโปรทัวร์ประจำปี 2564 ต่อไปอีกด้วยสร้างความมั่นใจให้กับวงการเจ็ตสกีไทยให้คนหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น

 

# Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

สิ่งที่ควรติดตัวเมื่อออกไปเล่นสกีท่ามกลางหิมะ

สิ่งที่ควรติดตัวเมื่อออกไปเล่นสกีท่ามกลางหิมะ

สำหรับคนที่มีความคลั่งไคล้ในการเล่นสกี นอกจากจะมีทักษะมนการทรงตัวที่ดีแล้ว มันก็ยังไม่เพียงพอที่จะทำให้เล่นสกีได้อย่างมีความสุขและปลอดภัยคลายจากความกังวลใดๆทั้งปวง ซึ่งถ้าหากจะเล่นสกีได้อย่างมีความสุขได้นั้น ก็ต้องอาศัยอุปกรณ์เสริงที่ช่วยให้เกิดความปลอดภัยในการเล่นมากขึ้นด้วย ซึ่งวันนี้เราจะาแนะนำกับอุปกรณ์ 4 สิ่งที่ควรติดตัวไปด้วยเมื่อออกไปเล่นสกีตามสถานที่ต่างๆ จะทำให้ทุกคนมีความสุขและมีประทธิภาพในการเล่นได้เพิ่มมากยิ่งขึ้น อุปกรณ์ทั้ง 4 สิ่งนี้จะมีอะไรบ้างมาดูกันเลยดีกว่าค่ะทุกคน

สิ่งที่ควรติดตัวเมื่อออกไปเล่นสกีท่ามกลางหิมะ

แว่นตากันลม

ถ้าหากไม่มีแว่นตากันลมจะถือว่าเป็นสิ่งที่ไม่ดีเอาซะมากๆเลยเพราะว่าอากาศรอบข้างที่มีความหนาวจนอาจทำให้ผู้เล่นนั้นเกิดอาการปวดตาได้เลยทีเดียว ซึ่งส่งผลต่อการเล่นสกีเป็นอย่างมาก และนอกจากนี้ก็ยังมีแสงแดดก็จ้ามากเพราะเพราะการเล่นสกีเช่นการเล่นในที่ที่มีหิมะนั้นจะมีหิมะเข้ามาสะท้อนแสงอาทิตย์ ถ้าไม่สวมแว่นตากันลม้เล่นก็จะต้องหรี่ตาตลอดเวลาในการเล่นซึ่งกระทำอยู่แบบนี้จนตาล้าพร่ามัวได้ ดังนั้นถ้าทุกๆครั้งที่เราออกไปเล่นเราควรที่จะพกแว่นตากันลมไปด้วย ซึ่งอย่างน้อยก็จะทำให้การเล่นสกีนั้นเป็นไปอย่างลุล่วงและทำให้ทำกิจกรรมได้อย่างสนุกและคลายจากความกังวลได้ และสำหรับคนที่สวมแว่นสายตาอยู่แล้ว แนะนำให้ซื้อแว่นกันลมที่สวมทับแว่นตาได้เลยจะทำใ้เล่นได้อย่างปลอดภัยและมีความสุขในการเล่นเพิ่มมากขึ้นเลยทีเดียว

ผ้าคลุมคอ Neck warmer

เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่เราควรนำติดตัวไปด้วย เพราะถ้าเสื้อผ้ามีส่วนเปิด จะทำให้เวลาเราเล่นสกีนั้นมีลมแทรกผ่านมาตรงต้นคอซึ่งจะทำให้รู้สึกแปลบๆ ดังนั้นเราจึงแนะนำให้นำผ้าคลุมคอ Neck warmer ไปด้วยทุกครั้งเมื่อเล่นสกี เพราะผ้าคลุมคอชนิดนี้จะทำให้ควบคุมเก็บอุณหภูมิได้ดีเลยทีเดียว โดยเฉพาะจำพวกผ้าที่หน้าอย่างพวกที่เป็นขนฟูๆ ก็จะมีประสิทธิภาพที่ดีมากๆเพราะความฟูจองผ้าจะทำให้ผ้าคลุมแนบชิดติดกับเนื้อของเราทำให้กันลมที่จะเข้าไปข้างในได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ก็มีที่ไม่แนะนำเช้นเดียวกัน ที่ไม่ควรนำมาใช้เวลาไปเล่นสกีอย่างจำพวกผ้าพันคอแบบยาวๆ เพราะถ้าเกิดมีเหตุการณ์ลมแรงมากๆขึ้นมาก็จะทำให้ผ้าคลุมนั้นมาพันคอรัดคอจนแน่นซึ่งเป็นอันตรายมากๆในการเล่นสกี

ถุงมือ

เราขอแนะนำกับถึงมือกันน้ำซึ่งจะมีประโยชน์กับการเล่นสกีมากๆยิ่งถ้าหากเป็นึงมือบางๆชนิดที่ยัดใยสังเคราะห์เข้าไปด้านในด้วยนั้นก็จะทำให้ล้มแรงกระแทกเวลาหกล้มได้ด้วยซึ่งลดความเสี่ยงในการเกิดอันตรายมากยิ่งขึ้นแต่ถุงมือที่ไม่แนะนำคือุงือที่มีความบางเพราะถุงมือเหล่านี้ไม่ได้มีประโยชน์อะไรในการเล่นทั้งนั้นซึ่งเสียเงินซื้อซะเปล่าๆนอกจากถุงมือที่มีความางแล้วถุงมือที่เป็นไหมพรมก็เช่นเดียวกันที่ไม่แนะนำอย่างยิ่งถึงแม้ว่าจะมีความหนาแต่เมื่อหิมะตกลงมาใส่มือก็จะทำให้ความเย็นนั้นเข้าไปถึงมือที่อยู่ด้านในได้ซึ่งจะทำให้มือซีดชาเหิดความอันตรายต่อตัวเอง

หมวกไหมพรม

เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่มีความสำคัญมากเมื่อไปเล่นสกีในช่วงเวลาบางสภาพอากาศบางช่วงที่มีความหนาวเย็นเป็นอย่างมาก

ซึ่งหมวกไหมคลุมที่เลือกใช้ควรเป็นแบบที่ปิดไปได้จนถึงหู จะทำให้เกิดความอบอุ่นของร่างกายได้ในระดับนึง

Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ #

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

อย่างที่หลายๆคนนั้นทราบกันดีนะคะว่า การ Freediving นั่นก็คือการที่เราดำลงไปใต้นน้ำโดยใช้การกลั้นหายใจ และไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดๆในการช่วยหายใจเลย ซึ่งการ Freediving ก็ถือว่าเป็นการดำน้ำที่คุณสามารถทำได้อย่างอิสระ สามารถที่จะดำขึ้นดำลง หรือจะแหวกว่ายราวกับนางเหงือกก็ได้เช่นเดียวกัน งั้นวันนี้เรามาลองดูกันว่า 10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving นั้นมีอะไรกันบ้าง

1. มนุษยืเราถือว่าเป็นปลาวาฬและปลาโลมาเวอร์ชั่นสัตวบก

อย่างที่เราทราบกันดีว่าปลาวาฬและปลาโลมานั้นจัดอยู่ในประเภทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกันกับมนุษย์ ซึ่งสัตว์เหล่านี้สามารถว่ายอยู่ในน้ำได้ลึกโดยที่ร่างกายของพวกเขาไม่มีอาการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงดันอากาศที่บีบคั้นปอดเลย นั่นก็เพราะว่ามีการเกิดปฏิกิริยาสะท้อนพิเศษนั่นเอง ซึ่งในนัก Freediving บางคนก็สามารถทำได้เช่นกัน ดดยสามารถดำลงไปได้ลึกถึง 700 ฟุตเลยทีเดียว

2. ในการ Freediving หัวใจของคุณจะเต้นช้ากว่าผู้ป่วยโคม่าถึง 3 เท่า

สำหรับใครที่ยิ่งดำน้ำลงไปลึกมากเท่าไหร่ หัวใจก็จะยิ่งเต้นช้าลงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในบางรายนั้นสามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจได้แค่เพียง 10 ครั้ง/ 1 นาที เท่านั้น แต่จะต้องระวังนะคะ เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ Backout ได้เลย

3. แรงกดอากาศใต้น้ำอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้

ด้วยความที่เราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพราะฉะนั้นร่างกายเราจะไม่ได้สร้างมาเพื่อดำน้ำอยู่แล้ว แต่เมื่อเราดำน้ำลงไปนั้นร่างกายและอวัยวะภายในจะถูกบีบกดจากแรงดันภายผิวน้ำ เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำน้ำด้วยนะคจะได้ไม่เกิดอาการบาดเจ็บ

4. Freediving ปลอดภัยกว่า Scuba

ในด้านที่ปลอดภัยกว่านั่นก็คือ Freediving คุณสามารถดำน้ำได้อย่างอิสระ สามารถขึ้นและลงได้ตามใจชอบ และคุณสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่คุณสามารถกลั้นหายใจได้ ดดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเลือดที่จะกลายเป็นฟองจากการรับก๊าซไนโตรเจนมากเกินไปเหมือนการดำน้ำแบบ Scuba

5. ยิ่งดำลงลึกเท่าไหร่คุณก็จะได้ค้นพบความมหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น

สำหรับการ freediving แล้วยิ่งคุณสามารถดำน้ำลงไปได้ลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ค้นพบกับความน่ามหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น และหากคุณสามารถดำลงไปในระดับที่มากกว่า 40 เมตรแล้วล่ะก็คุณจะจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับการดำในระยะ 40 เมตรแรก เพราะคุณต้องใช้เทคนิคต่างๆให้ตัวของคุณจมลงไปเอง

6. Freediving เป็นกีฬาใต้น้ำที่เก่าแก่มากที่สุด

ถ้าจะพูดกันจริงๆคงจะต้องย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 17 เพราะชาวบ้านในยุคนั้นจะมีการดำน้ำเพื่อลงไปหาไข่มุกหาปลา เเละนี่ก็นับว่าเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงความเก่าแก่ของ freediving

7. Freediving เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่คุณได้ใช้สมาธิมากที่สุด

สำหรับการดำดิ่งลงไปที่ใต้ทะเลลึก แน่นอนว่าคุณไม่สามารถที่จะสื่อสารกับใครได้อยู่แล้ว ซึ่งช่วงเวลานั้นจะเป็นการที่คุณจะได้สำรวจโลกใต้น้ำในบรรยากาศแห่งความเงียบ ให้คุณได้สัมผัสถึงโลกใต้น้ำได้อย่างแท้จริง

8. Freediving ไม่ใช่กีฬาที่มีความพิเศษอะไร

บางคนอาจจะกำลังทึ่งในความสามารถของนัก freediving หลายๆคน แต่แท้จริงแล้วนั้นการ Freediving ก็มีเคล็ดลับอยู่ที่การกลั้นหายใจ และการควบคุมร่างกายเท่านั้นเอง ซึ่งใครๆก็สามารถทำได้ และสามารถไปเรียนก็ได้เช่นเดียวกัน

9. Freediving เป็นกีฬาที่คุณจะได้มีมิตรภาพที่ดีกับ Buddy ของคุณได้มากขึ้น

และอย่างที่เราเคยเน้นย้ำไปแล้วว่าการดำน้ำทุกครั้งไม่ควรดำน้ำคนเดียว คุณนจะต้องมี Buddy ไปด้วย ซึ่ง freediving ก็เช่นเดียวกัน คุณจะได้ลงไปสำรวจโลกใต้น้ำด้วย ได้สร้างประสบการณ์ความตื่นเต้นด้วยกัน ซึ่งก็เป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ

10. เด็กทารกสามารถดำน้ำได้ดีกว่าผู้ใหญ่

เชื่อไหมว่าเด็กทารกสามารถดำน้ำได้ถึง 30 วินาทีแบบสบายๆ ในขณะที่ผู้ใหญ่บางคนจะต้องทำการฝึกฝน แต่เมื่อเด็กทารกโดตขึ้นสักระยะความสามารถนี้จะหายไป และไปมุ่งมั่นกับการหัดเดินเเทน

 

# Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ