รูปแบบการแข่งรถทางเรียบระยะสั้น หรือ Drag raching

รูปแบบการแข่งรถทางเรียบระยะสั้น หรือ Drag raching

รูปแบบการแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทางเรียบระยะสั้น โดยวัดระยะจากจุดเริ่มต้นจนถึงเส้นใช้มีระยะทางมาตรฐานคือ 1.4 ไมล์ หรือ 402 เมตร กับระยะทางแบบสั้น 1,000 ฟุตหรือ 3.5 เมตร โดยการแข่งขันจะใช้ระบบจับเวลาและระบบตรวจจับความเร็วแบบอิเล็กทรอนิกส์เพื่อบันทึกผลการแข่งขัน

การเตรียมพร้อมเครื่องยนต์เพื่อแข่งขันแดร็กเรสซิ่งในสนาม

ก่อนที่จะเริ่มการแข่งขัน นักแข่งแต่ละคนสามารถทำการเบรินเอ้าท์เพื่อวอมเครื่องรถยนต์ /จักรยานยนต์ และยางให้มีความร้อนจนเกิดการเผาไห้มและทำให้ควันฟุ้งไปทั่วซึ่งนักแข่งเด็กน้อยวัยรุ่นบางคนไม่เข้าใจ คิดว่าทำแบบนี้เป็นเหมือนเป็นการแสดงออกเชิงสัญลักษณ์ซึ่งความจริงแล้วไม่ใช่ ที่ทางสนามแข่งรถอนุญาตให้ทำการวอมเครื่องยนต์ได้นั้นเพื่อให้สร้างแรงฉุดกับตัวรถยนต์จนถึงขีดสุดนั่นเอง

รูปแบบการแข่งรถทางเรียบระยะสั้น หรือ Drag raching

ขั้นตอนการแข่งขันอาศัยไฟคริศมาส์เป็นตัวแจ้ง

การแข่งปัจจุบันจะใช้ตัวจับเวลาเริ่มที่เรียกว่า “ไฟคริสมาส์” โดยจะเป็นไฟที่อยู่ด้านหน้าของนักแข่ง รวมถึงเซนเซอร์จับการเคลื่อนไหวในแต่ละเลน ประกอบไปด้วยดวงไฟสีน้ำเงิน สีเหลือง สีเขียว และสีแดง ซึ่งแต่ละสีแต่ละดวงมีความหมาย เช่น

  • ดวงไฟสีแรกติดหลังจากที่ล้อหน้าของรถข้ามเข้าเส้นเรียกว่า “Pre-staged” ประมาณ 7 นิ้ว (180 มม.) จากเส้นเริ่มต้น เมื่อเซนเซอร์ที่ซองจับสัญญาณได้จะเรียกว่า “Staged”
  • ไฟดวงที่สองก็จะสว่างขึ้น รถอาจออกจาก Pre-Stage ได้แต่ต้องอยู่ใน Stage จนกว่าจะเริ่มการแข่งขันเริ่มต้นขึ้น

การแข่งขันรถยนต์และรถจักรยานยนต์ทางเรียบระยะสั้นหรือ แดร็กเสซิ่งเหล่านี้นิยมมากในประเทศสหรัฐอเมริกาแล้วแพร่หลายมายังทวีปเอเซีย เช่น ดูไบ ไทย ศรีลังกา ปากีสถาน ญี่ปุ่น เป็นต้น

ทำไมการแข่งขัน Drag raching จึงต้องใช้ระยะทาง 402 เมตร

การแข่งขัน Drag raching ด้วยระยะทาง 402 เมตร สาเหตุที่ใช้ระยะทางจำนวน 402 เมตรเพราะการแข่งรถทางตรงมี 2 ปัจจุบัยที่ต้องให้ความสำคัญได้แก่

  • รูปแบบ
  • ระยะทาง

โดย การแข่งแดร็กเรสซิ่ง เป็นรูปแบบ การแข่งขันรถไม่ว่าจะรถยนต์หรือรถจักรยานยนต์ครั้งละ2 คันออกตัวพร้อมๆ กัน แต่ถ้าแข่งทีละคันแล้วทำการจับเวลาเพื่อหาคันที่ใช้เวลาดีที่สุดจะเรียกการแข่งขันประเภทนี้ว่า Time Trial นอกจากนี้แล้วหากการแข่งขันทำการจับเวลาเฉพาะช่วงที่ล้อของรถหมุนตั้งแต่พ้นจากเส้นสตาร์ทจนถึงเส้นชัย วงการแข่งรถก็จะเรียกรูปแบบนี้ว่า “อีที เรคคอร์ด” ที่กล่าวมาทั้งหมดคือความแตกต่างในเรื่องของรูปแบบ

ส่วนในเรื่องของ “ระยะทาง” ที่ใช้ 402 เมตรซึ่งความจริงแล้วจะเกินมาเล็กน้อยนั้นกเพราะเป็นระยะทางที่สามารถเร่งความเร็วได้เต็มกำลังของเครื่องยนต์และเป็นช่วงระยะทางที่ผู้ชมสามารถมองเห็นด้วยการกวาดสายตาตามเพียงครั้งเดียว ไม่สั้นหรือยาวจนเกินไปเท่านั้นเอง