Search results for Free running

แนะนำรองเท้า Free running เพิ่มประสบการณ์วิ่ง

แนะนำรองเท้า Free running เพิ่มประสบการณ์วิ่ง

แนะนำรองเท้า Free running เพิ่มประสบการณ์วิ่ง สุดสนุกด้วย Nike Free RN 5.0

 

แนะนำรองเท้า Free running เพิ่มประสบการณ์วิ่ง

 

Free running เป็นกีฬาชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยม มีอีกชื่อเรียกว่า ปาร์ปัวร์ ซึ่งเป็นภาษาฝรั่งเศส เป็นกีฬาเกี่ยวกับการวิ่งผาดโผน วิ่งตามเมืองหรือสถานที่ที่มีสิ่งกีดขวาง อย่างเช่นรั่ว กำแพง ซึ่งเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายสูงมาก เพราะนอกจากต้องวิ่งทำความเร็วแล้ว ยังต้องหลบหลีกหรือข้ามสิ่งกีดขวางนั้นไปให้ได้ โดยที่ต้องไม่ล้มไปกลางทางซะก่อน โดยทั้งหมดนี้ต้องได้รับการฝึกฝนที่ดีและเข้มงวดเพื่อความปลอดภัยของร่างกายนั่นเอง

ซึ่งอุปกรณ์หลักในกีฬา Free running นั้นก็คือรองเท้านั่นเอง รองเท้าที่เหมาะสำหรับกีฬาชนิดนี้มีหลายแบบ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับความต้องการใช้ของนักวิ่งแต่ละคน โดยวันนี้เราจะมาแนะนำรองเท้าใหม่จาก Nike รุ่น Free RN 5.0

 

 

 

Nike Free RN 5.0 ตัวนี้ออกแบบมา เพื่อให้นักวิ่ง สามารถใส่วิ่ง ได้อย่างอิสระ มากขึ้น ให้ความรู้สึก เบาสบาย และยืดหยุ่น มากประหนึ่ง วิ่งด้วยเท้าเปล่า Nike มีการเพิ่ม รอยบากบริเวณ ด้านบนของ midsole และพื้นรองเท้า ตั้งแต่ปลายเท้า จนถึงส้นเท้า ทำให้ประสิทธิภาพ ในการยืดหยุ่น มีมากขึ้น คุณสามารถขยับ เท้าได้อย่างอิสระ จะโค้งงอ มากแค่ไหนก็ได้ และด้วยความ ยืดหยุ่นมาก ๆ นี้ทำให้เหมาะสำหรับ ผู้ที่ต้องกระโดดสูง ๆ อย่างข้าม กำแพง หรือรั่ว เพราะจะทำ ให้มีแรงส่งตัว มากกว่า ปกตินั่นเอง

นอกจากนี้ Nike จะปรับลดความหนา ของพื้นโฟม ของรองเท้า ลดเพื่อให้เท้าของผู้สวมใส่ แตะพื้นมากขึ้น เพิ่มประสบการณ์ ที่ดี ในการวิ่ง บริเวณส้นเท้ามีการปรับออกเพื่อให้ส้นรู้สึกอิสระมากขึ้น แต่ยังคงกระชับเพื่อล็อกส้นไว้ลดโอกาสในการบาดเจ็บ อีกทั้งยังเพิ่มปุ่มยางบริเวฯปลายเท้าและส้นเท้าเพื่อประสิทธิภาพในการยึดเกาะอีกด้วย

 

 

แนะนำรองเท้า Free running เพิ่มประสบการณ์วิ่ง


 

.

.

แนะนำรองเท้า  FREE RUNNING สำหรับสายวิ่ง

แนะนำรองเท้า  FREE RUNNING สำหรับสายวิ่ง

แนะนำรองเท้า  FREE RUNNING สำหรับสายวิ่ง

 

แนะนำรองเท้า  FREE RUNNING สำหรับสายวิ่ง

 

การวิ่งประเภท FREE RUNNING หรือที่เรียกว่า “ปาร์กัวร์” (Parkour) ถือเป็นกีฬายอดฮิตของวัยรุ่นยุคใหม่ที่มองว่าข้อจำกัดเรื่องสถานที่ไม่ใช่อุปสรรคสำหรับการวิ่ง ซึ่งวันนี้เราก็จะมาแนะนำรองเท้าวิ่งที่ให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการวิ่งแบบธรรมชาติมากที่สุดอย่าง Nike Free Run 5.0 ของแบรนด์ Nike ที่ออกวางจำหน่ายเมื่อปี 2019 โดยมันถูกออกแบบให้มีชั้น Upper เป็นผ้า Mesh ที่มีคุณสมบัติระบายอากาศได้ดี น้ำหนักเบา ผสมด้วยเส้นใยสังเคราะห์เพื่อเพิ่มความแข็งแรงทนทาน

 

 

Nike Free Run 5.0 เป็นรองเท้า FREE RUNNING แบบหน้าเท้ากว้าง บริเวณ Midsole จะมีขนาดบางลงและลดความหนาแน่นของชั้นโฟมลงเพื่อให้เท้ารู้สึกถึงพื้นได้มากขึ้น ช่วยให้ความรู้สึกใกล้เคียงกับการวิ่งเท้าเปล่า และในส่วนของ Outsole จะร่องลึกพิเศษช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นมากกว่ารองเท้าทั่วไปถึง 26% รวมถึงร่องดอกยางแบบพิเศษบริเวณพื้นรองเท้าชั้นกลางให้ความยืดหยุ่น พร้อมตาข่ายระบายอากาศที่ส่วนบนจะเคลื่อนไหวไปพร้อมกับเท้า โดยรองเท่ารุ่นนี้มีค่า Drop อยู่ที่ 6 มิลลิเมตร, ปลายเท้า 14 มิลลิเมตร และส้นเท้าที่ 14 มิลลิเมตร น้ำหนักโดยรวมประมาณ 200 กรัม ซึ่งถือว่าค่อนข้างเบา สวมใส่สบาย เรียกได้ว่าเป็นหนึ่งในรองเท้าแบรนด์ Nike ที่ให้การวิ่งแบบธรรมชาติมากที่สุดรุ่นหนึ่งของค่ายเลยก็ว่าได้

 

ทั้งนี้ Nike Free Run 5.0 เหมาะสำหรับนักวิ่งที่ต้องการเปลี่ยนสไตล์มาใส่รองเท้าแบบ “มินิมอล” ที่ต้องการใส่วิ่งในวันที่ต้องมีการ Recovery เบา ๆ ระยะวิ่งไม่เกิน 5 กิโลเมตร สำหรับผู้ที่สนใจสามารถหาซื้อได้ตาม Shop ของ Nike หรือร้านตัวแทนจำหน่ายทั่วไป

 

แนะนำรองเท้า  FREE RUNNING สำหรับสายวิ่ง


 

.

ประวัติ ของกีฬา Free running

ประวัติ ของกีฬา Free running

ประวัติ ของกีฬา Free running

 

ประวัติ ของกีฬา Free running

 

Free running คืออีกหนึ่งประเภทของกีฬา Extreme ที่มีรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างอิสระและสร้างสรรค์ รวมถึงการวิ่งกระโดดและตีลังกาเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ซึ่งไม่มีท่าทางที่จำกัดแบบตายตัว   ผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ส่วนใหญ่    มักชอบที่จะฝึกฝนรวมถึงสรรค์สร้างผลงานตามสถานที่ที่มีสิ่งกีดขวางหลากหลายรูปแบบ    ไม่ว่าจะเป็น ทางเท้า สิ่งปลูกสร้าง อาคารร้างต่าง ๆ รวมถึงสวนสาธารณะ โดยผู้เล่นมักจะเปลี่ยนสถานที่ที่ใช้ทำผลงานไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดรูปแบบแปลกใหม่และไม่ซ้ำเดิม

 

สำหรับการเล่น Free running นั้น หากสามารถฝึกซ้อมจนเกิดความชำนาญและเชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ ผลงานที่รังสรรค์ออกมา ก็จะดูสวยงามลื่นไหลและได้ และได้รับคำชื่นชมเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้จะเห็นได้จากปัจจุบันนี้ มีคลิปวีดีโอของผู้เล่น กีฬาชนิดนี้อยู่มากมายปรากฏตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้หากคุณเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจในกีฬาฟรีรันนิ่งอยู่แล้วล่ะก็ ในวันนี้เราจะพามาทำความรู้จัก ประวัติของกีฬา Free running เพื่อให้รับรู้ถึงที่มาที่ไปและเข้าใจในกีฬา Extreme ชนิดนี้มากขึ้นนั่นเอง

 

 

ที่มาของกีฬา Free running 

Free running ถือเป็นกีฬาที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Parkour จนสามารถใช้เรียกชื่อแทนกันได้ โดยรูปแบบในรายละเอียดนั้นอาจจะมีความต่างกันเพียงเล็กน้อยจนสามารถรวมกีฬา 2 ชนิดนี้เข้าเป็นประเภทเดียวกันได้เลยทีเดียว

ต้นกำเนิดของกีฬาฟรีรันนิ่งที่นิยมเล่นกันอยู่ในปัจจุบันนั้น ถูกพัฒนามาจาก รูปแบบ การออกกำลังกายวิ่งผ่านสิ่งกีดขวาง วิธีเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศส ว่า Parkour ทั้งนี้จากหลักฐานที่ปรากฏ การเริ่มต้นของ Free running หรือ Parkour นั้น แท้จริงแล้วเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1980 โดย มี การกล่าวเอาไว้ว่ากีฬาชนิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปแบบ การออกกำลังกายของทหาร ฝรั่งเศสภายในค่าย หลังกลับมาจากร่วมรบในสงครามเวียดนาม นั่นเอง

จุดเริ่มต้นความนิยมของ Free running

หลังจากได้รับแรงบันดาลใจจากการออกกำลังกายของทหาร ฝรั่งเศสภายในค่าย จนถูกพัฒนามาเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันภายในประเทศเท่านั้น แต่จุดเริ่มต้นของความนิยมที่ทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้น ได้แก่ การที่ เดวิด เบลเล่ ได้ผสมผสานกีฬา

Free running เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์จากฝรั่งเศส เรื่อง B11 และด้วยรูปแบบการเคลื่อนไหวจากร่างกายมนุษย์ที่มีความสวยงามสร้างสรรค์และแปลกใหม่ อีกทั้งยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รูปแบบกีฬาชนิดนี้ ได้รับความสนใจและถูกพัฒนาส่งต่อจนกลายมาเป็นที่นิยมอย่าง Free running ที่เห็นในปัจจุบันนั่นเอง

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้จะมาจากประเทศฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันสถิติผู้เล่นที่พบมากที่สุด เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ  โดยผู้ที่สร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้คนในประเทศอังกฤษหันมานิยมและให้ความสนใจกีฬาประเภทนี้ ได้แก่ Chase และ Cole Armitage ซอยสองพี่น้องตระกูล Armitage ได้มีการปล่อยคลิปวีดีโอการเล่นฟรีรันนิ่งของตนเองที่มีชื่อว่า Brothers Journey ลงสู่แพลตฟอร์มอินเตอร์เน็ต มันกลายเป็นไวรัลที่มียอดผู้ชมมากกว่า 10 ล้านคนเลยทีเดียว ด้วยทักษะความชำนาญที่สองพี่น้องคู่นี้ได้สร้างสรรค์และผสมผสานใส่ลงไปในคลิปวีดีโอจนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมนั่นเอง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมและแพร่หลายที่เกิดขึ้นสำหรับ Free running ในประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบัน ถือเป็นกีฬาที่มีการจัดแข่งขันอย่างใหญ่โต และ ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในประเทศ เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

รูปแบบพื้นฐานของ Free running

ถึงแม้จะมีการ create และประยุกต์สร้างสรรค์รูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆมากมาย   แต่แท้จริงแล้ว การเคลื่อนไหวของฟรีรันนิ่งนั้น มีรูปแบบมาจาก 5 ท่าพื้นฐาน ด้วยกัน

  1. Palm Flip ท่าที่ใช้เรียกสำหรับการตีลังกาไปทางด้านหลังโดยใช้มือเป็นตัวพยุงและยันพื้นไว้
  2. Wall Spin เป็นท่าที่ใช้สำหรับการตีลังกากลับหลังเช่นเดียวกันเพียงแต่ถ้านี้จะถูกเรียกเมื่อเป็นการเคลื่อนที่ ผ่านสิ่งกีดขวางจำพวกกำแพง
  3. Wall Run เป็นท่าที่ใช้เรียกสำหรับการวิ่งไต่กำแพงขึ้นไปเป็นแนวตั้ง
  4. Front Flip ท่านี้สามารถเรียกเป็นภาษาไทยได้ว่า ท่าตีลังกา
  5. Palm Spin ท่านี้ใครเรียกสำหรับการเคลื่อนที่เพื่อหมุนกลับตัว

 

 

Free running ในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเองนั้นกีฬา Free running ก็ถือได้ว่ามีแนวโน้มความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้สังเกตได้จาก ในปัจจุบันที่มีคลิปวีดีโอถูกปล่อยออกมาทางทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเป็นฝีมือของนักกีฬา Free running ชาวไทย  ซึ่งทำให้วงการ Free running ของประเทศเราเป็นที่ยอมรับและแพร่ขยายชื่อเสียงออกไป ในระดับสากลมากขึ้น โดยตัวอย่างนักกีฬา Free running ที่มีชื่อเสียงของไทยนั้น ได้แก่ อดีตนักร้องชื่อดังอย่าง อนัน อันวา นั่นเอง

ทั้งหมดนี้ คือข้อมูลพื้นฐาน รวมถึงที่มา และประวัติของกีฬา Free running ที่เรานำมาฝากกัน อย่างไรก็ตามถึงแม้การเล่นกีฬาประเภทนี้ที่ปรากฏออกมาเป็นภาพตามสื่อต่าง ๆ นั้นจะดูสวยงามและไม่ซับซ้อน แต่ในกระบวนการเล่นที่แท้จริงแล้วมีรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงต้องอาศัยการฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญ และทักษะ เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ หากคุณเป็นผู้เล่นมือใหม่ จำเป็นต้องฝึกซ้อม และศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงขอคำแนะนำจากผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาก่อน ก็จะช่วยให้ การเริ่มต้นเล่นกีฬา Free running  ของคุณนั้น เป็นไปได้ด้วยดีและมีปลอดภัย

 

 

ประวัติ ของกีฬา Free running


 

.

.

Free running กีฬาตัวเปล่า สุดเอ็กซ์ตรีม

Free running กีฬาตัวเปล่า สุดเอ็กซ์ตรีม

Free running กีฬาตัวเปล่า สุดเอ็กซ์ตรีม

หากจะเกริ่นถึงกีฬาเอ็กซ์ตรีม ทุกคนน่าจะมีภาพจำ ถึงการเคลื่อนไหวแบบผาดโผน อาศัยร่างกายที่แข็งแรงผ่านอุปกรณ์การเล่น เช่นจักรยาน บอร์ด หรือ สิ่งกีดขวางต่างๆแต่ที่ขาดไม่ได้ ก็ต้องมีอุปกรณ์ป้องกันร่างกายและอุบัติเหตุแบบครบครัน แค่นี้ก็ตื่นเต้นมากแล้ว แต่ถ้าเราสามารถผาดโผนได้โดยที่เราไม่มีอะไรป้องกันเลย ไม่มีอุปกรณ์ประกอบอะไรเลย มีเพียงตัวเราเท่านั้นจะตื่นเต้นขนาดไหน

 

Free running กีฬาตัวเปล่า สุดเอ็กซ์ตรีม

Credit: Minimore

 

เรากำลังพูดถึงหนึ่งในกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่กำลังโด่งดังมากในโลกโซเชียล อย่าง Free running ที่มักจะมีคนแชร์ภาพวิดีโอในมุมมองที่มีคนกระโดดข้ามตึกต่างๆ  หรือข้ามสิ่งกีดขวางเสมือนว่าเราอยู่ ฯ สถานที่นั้นด้วย หลายคนอาจจะไม่รู้ว่านี่เป็นหนึ่งในกิจกรรมที่มีกลุ่มสนใจเล่นเป็นจำนวนมาก โดย Free Running มีพื้นฐานมาจากกีฬาที่เรียกว่า ปากัวร์( Pakour) ที่ถือกำเนิดขึ้นในฝรั่งเศส โดยปากัวร์เป็นการเคลื่อนไหวเพื่อเอาชนะอุปสรรค ต่าง ๆ ในเส้นทางต่าง ๆ ซึ่งปากัวร์ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อเป็นกีฬาการแข่งขันแต่เป็นทักษะของร่างกายที่ใช้ในการช่วยในการเคลื่อนที่ในสถานการณ์ฉุกเฉินหรือการเดินทางนั่นเอง

 

โดยปากัวร์ มักถูกเรียกเป็นภาษาอังกฤษว่า Free Running แต่ถ้ามาวิเคราะห์ดูจริง ๆ แล้ว ทั้งสองไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว โดยพื้นฐานเหมือนกันคือใช้ร่างกายเพียงอย่างเดียวในการเคลื่อนไหว แต่ Free running จะโฟกัสที่ความสวยงามและพลิ้วไหวในการเคลื่อนที่มากกว่า กว่าวคือ Free Running คือปากัวร์ฉบับสวยงามนั้นเอง โดยคำว่า Free running ปรากฏต่อสายตาชาวโลกครั้งแรกจากสารคดี London Jump ถ่ายทอดเรื่องราวของกลุ่มที่นำศิลปะการต่อสู้มาประยุกต์กับการเคลื่อนไหวของร่างกาย และแสดงตามมุมเมืองต่างๆ โดยจะเน้นไปเล่นกันที่สูงเนื่องจากในต่างประเทศ จะมีตึกหรืออาคารขนาดสูงที่มีดาดฟ้ารายล้อมตลอดทั้งแนว จะทำให้เกิดการต่อเนื่องของท่าทางได้มากกว่า

 

 

เมื่อถ่ายทอดออกมาผ่านวิดีโอหรือสื่อต่างๆก็จะทให้สวยงามมากขึ้นจนทำให้ Free Running มากขึ้น ด้วยความน่าสนใจของกีฬาชนิดนี้ทำให้ถูกนำมาตีแผ่ในรูปของภาพยนต์ค่อนข้างเยอะมากเมื่อเทียบกับกิจกรรมชนิดอื่น โดยส่วนใหญ่มักจะเป็นหนังบู๊แอคชั่น โดยผู้เชี่ยวชาญแขนงนี้มากที่สุดคนหนึ่ง คือ เจ้าพ่อหนังบู๊ อย่าง เฉินหลง ที่มักนำ Free Running มาประกอบฉากต่อสู้หรือฉากไล่ล่าต่างๆ ยิ่งทำให้กิจกรรมนี้ดูเท่ ไม่เหมือนใครมากขึ้นไปอีก  แต่ก็แฝงไปด้วยความอันตรายแบบที่เราอาจจะคาดไม่ถึงถ้าร่างกายไม่พร้อมหรือไม่มีสติระหว่างเล่น เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์ป้องกันอะไรเลย ถึงจะผาดโผนถึงใจขนาดนั้นก็ต้องอยู่ภายใต้ความ ประมาทของตนเองด้วย

 

ในประเทศไทยปัจจุบันก็มีกลุ่มที่สนใจ Free running เกิดขึ้นมาค่อนข้างเยอะ ซึ่งในโลกโซเชียลเป็นคอมมูนิตี้ในการแลกเปลี่ยนวิดีโอผลงานกันตามสถานที่ต่างๆ หรือใช้ในการพูดคุยนัดฝึกซ้อมหรือแลกเปลี่ยนเทคนิคกัน ถึงแม้ว่าจะยังไม่มีผู้สนับสนุนกิจกรรมชนิดนี้เหมือนกับกีฬาชนิดอื่นๆ แต่ก็ไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรมากมายนัก เพราะด้วยการไม่ต้องใช้ทุนทรัพย์มากมายในการแสดงความเอ็กซตรีมแบบนี้ แต่ถ้ามีสถานที่จัดเตรียม หรือ บริเวณที่เหมาะสมอาจะทำให้เกิดพัฒนาการที่ถูกต้อง ซึ่งไม่แน่ว่าหาก Free running ได้รับการยอมรับระดับสากลมากขึ้น มีการจัดการแข่งขัน เยาวชนไทยเหล่านี้อาจเป็นหนึ่งในทรัพยากรที่สร้างชื่อเสียงได้ หากได้รับการเริ่มต้นที่ดีจากผู้สนับสนุนพวกเขา

 

 

Credit : sarakadee

 

 

Free running กีฬาตัวเปล่า สุดเอ็กซ์ตรีม


 

  • ส่วนประกอบจักรยาน BMX

.

.

Free Running กีฬา extreme การออกแบบท่าทาง ในสังคมปัจจุบันนั้นการท้าทายความสามารถของตนเองหรือการออกกำลังกายโดยใช้หลักของกีฬา extreme

Free Running กีฬา extreme การออกแบบท่าทาง

Free Running กีฬา extreme การออกแบบท่าทาง

ในสังคมปัจจุบันนั้นการท้าทายความสามารถของตนเองหรือการออกกำลังกายโดยใช้หลักของกีฬา extreme เป็นกีฬาที่กำลังได้รับความนิยมและผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากเนื่องจากมีรูปแบบวิธีการเล่นที่สามารถทำให้ทุกท่านนั้นสนุกสนานไปกับการเล่นและยังช่วยในการออกกำลังกาย ทำให้ร่างกายแข็งแรงอีกด้วย ซึ่งเป็นกีฬาที่ผู้คนกำลังให้ความสนใจและชื่นชอบเป็นอย่างมาก วันนี้เราจะพาทุกท่านมาทำความรู้จักกับกีฬา Free Running โดยเป็นกีฬาที่กำลังได้รับกระแสนิยมในไทย เราจึงเลือกที่จะมาอธิบายเกี่ยวกับรายละเอียดรวมถึงรูปแบบวิธีการเล่น ที่จะช่วยทำให้ทุกท่านนั้นเข้าใจกฎกติกาได้อย่างถ่องแท้พร้อมทั้งรู้จักวิธีการเล่นว่าจะสามารถนำไปปฏิบัติได้อย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยว่าเขามีรูปแบบและวิธีการเล่นอย่างไรรวมถึงเป็นกีฬารูปแบบไหน

Free Running หรือ Parkour กีฬายอดฮิตในปัจจุบัน

อย่างที่ทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วกีฬายอดฮิตในปัจจุบันที่กำลังโด่งดังและได้รับความนิยม ในไทย มีหลากหลายกีฬาแต่วันนี้ที่เราจะยกขึ้นมาเป็น กีฬา extreme ที่กำลังมีผู้คนพูดถึงมากที่สุด คงจะเป็นกีฬาอื่นไม่ได้นอกจาก Free Runnung มีกระแสนิยมโด่งดังอย่างต่อเนื่องเพราะเป็นกีฬาที่ผู้คนออกมาแสดงความสามารถและศักยภาพของตนเอง ซึ่งมีขั้นตอนและวิธีการเล่นที่ค่อนข้างง่ายดายโดยลักษณะวิธีการเล่นนั้นจะคล้ายคลึงกับการเคลื่อนที่และเคลื่อนไหวของร่างกายแต่ละรูปแบบของกีฬาจะเน้นการออกลวดลายท่าทางที่สวยงาม รวมถึงเป็นการเคลื่อนไหวที่มีศักยภาพสูง เช่น การตีลังกาและการกระโดดโลดโผนให้มีท่าทางออกมาอย่างสวยงามเมื่อถ่ายภาพหรือถ่ายคลิปวีดีโอภาพเคลื่อนไหวแล้วจะเห็นถึงลวดลายการเคลื่อนไหวที่ไม่ธรรมดา และยังโชว์ศักยภาพหลบหลีกสิ่งกีดขวางที่อยู่ต่อหน้าได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

Extreme Sport กีฬาออกกำลังกายยอดนิยม

อย่างที่เราได้อธิบายไว้ข้างต้นแล้วเป็นกีฬาที่ใช้ในการเคลื่อนไหวและมีประสิทธิภาพสูงในการออกกำลังกาย เนื่องจากได้ใช้ทุกสัดส่วนของร่างกาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้พละกำลังที่สูงเพราะจะช่วยพยุงร่างกายให้เคลื่อนไหวได้อย่างรวดเร็ว หลบสิ่งกีดขวางที่อยู่ตรงหน้าและเน้นกล้ามขาที่ต้องมีความแข็งแรงเพื่อควบคุมการลื่นไหลและความแม่นยำในการเคลื่อนที่ได้อย่างยอดเยี่ยม จึงเป็น กีฬา extreme ที่ผู้คนพูดถึงมากที่สุดในปัจจุบันและนิยมเล่นกันในเขตชุมชนเมือง จากที่ได้อธิบายไว้ทั้งหมดข้างต้นจะเห็นได้ว่าการเล่นกีฬาที่หวาดเสียวจะช่วยเพิ่มความกกล้าให้กับผู้ที่เล่นได้เป็นอย่างดี ยังไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยทำให้ผุ้เล่นได้ท้าทายความสามารถของตนเองและพิสูจน์ความกล้าของตนเองอีกด้วย


Free running คืออะไร

Free running คืออะไร

Free running คืออะไร

Free Running ถือว่าเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีทอีกหนึ่งประเภท ที่ได้รับความนิยมสูงมาในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา เชื่อว่าเพื่อน ๆ หลาย ๆ คนคงเคยเห็ยคลิปเกี่ยวกับการโชว์ Free Running ได้จากคลิปทั่ว ๆ ไปตามโซเชียลต่าง ๆ มากมาย มีทั้ง Free Running จากฝากฝั่งตะวันตกอย่างอเมริกา หรือประเทศแทบยุโรปต่าง ๆ รวมไปถึงการโชว์ Free Running จากทางแทบเอเชียอย่างประเทศจีน ก็มีให้เห็นจำนวนมากเช่นกัน และในประเทศไทยเราเอง ก็มีกลุ่มทีม Free Running ที่ฟอร์มทีมและทำการฝึกฝนอยู่อย่างต่อเนื่องเพื่อการแข่งขันทางด้านกีฬาแอ็กซ์ตรีมนั่นเอง

และด้วยความนิยมที่เพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทยกับกีฬาแอ็กซ์ตรีทสุดโลดโผนอย่าง Free Running นี้ งั้นเรามาล้วงลึกเจาะที่มาที่ไปของกีฬา Free Running กันดีกว่าว่าแท้จริงแล้วกีฬาแอ็กซ์ตรีทประเภทนี้คืออะไรกันแน่ และมีที่มาที่ไปอย่างไร ไปดูกันเลย

Free running คืออะไร

Free Running เป็นกีฬาวิ่งแบบผาดโผนที่ช่วยฝึกวินัยของร่างกาย และจิตใจผู้เล่นได้เป็นอย่างดี ด้วยลักษณะของกีฬาชนิดนี้ที่ผู้เล่นต้องทำการวิ่ง และผสมผสานการวิ่งไปกับการทำ Tricking, Street Stunts และ Urban Ninja ในการวิ่งเพื่อผ่านสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ ของสถานที่นั้น ๆ ที่ไม่ว่าจะเป็นตึกราบ้านช่อง หรือการวิ่งไปตามแหล่งธรรมชาติต่าง ๆ ที่อาจจะมีพื้นที่ต่างระดับ มีสิ่งกีดข้าวงอยู่มากเพียงใด นักกีฬา Free Running ก็จะต้องทำการวิ่งเพื่อผ่านข้ามสิ่งต่าง ๆ เหล่านั้นไปให้ได้ โดยใช้ท่าทางที่มีความยากกว่าการวิ่งข้ามสิ่งกีดขว้างทั่ว ๆ ไป โดยมีเป้าหมายในการ Free Running ที่จำเป็นต้องใช้สิ่งแวดล้อมรอบๆตัวในการสร้างท่าทางต่างๆที่มีความพิเศษไม่ว่าจะเป็นการตีลังกาการม้วนตัวการกระโดดการใช้ศิลปะการเคลื่อนไหวต่างๆอีกมากมายนั่นเอง

นอกจากนี้คำว่า Free Running ยังถูกใช้ครั้งแรกในสารคดี Jump London ซึ่งเป็นสารคดีที่ถ่ายทอดเรื่องราวของกลุ่มผู้ฝึกการเคลื่อนไหวของร่างกายแบบใช้ศิลปะการต่อสู้ และการเคลื่อนไหวมาผสมผสาน อีกทั้งคำว่า Free Running ยังถูกกำหนดให้เป็นคำแปลในภาษาอังกฤษของค่า parkour อีกด้วย

สำหรับคำว่า Free Running นั้นสามารถกล่าวได้อีกว่า เป็นคำที่ใช้อธิบายวิธีในการทำ parkour Foucan โดยมีเป้าหมายของการวิ่งแบบ Free Running ว่าเป็นการวิ่งที่ใช้สิ่งแวดล้อม เพื่อพัฒนาตัวเอง และเคลื่อนไหวอยู่เสมอ ที่ไม่มีการถอยหลังกลับนั่นเอง อย่างคำที่ว่า Parkour UP, OVER, UNDER, THROUGH เป็นคำสำคัญ และถูกใช้เป็นคำขวัญของ Free Running for Free Runners อีกด้วยนั่นเอง

ในการวิ่งแบบ Free Running นั้นถือว่าเป็นการใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกาย ที่จำเป็นต้องมีทริค หรือเทคนิคในการเคลื่อนไหวร่างกายต่าง ๆ มากมาย โดยสามารถใช้คำเรียกอีกหนึ่งคำอย่าง parkour ตามศัทย์ทางการกีฬา Free Running  หมายถึงการเข้าถึงพื้นที่ต่างๆด้วยความสามารถในการเคลื่อนไหวของร่างกายเพื่อใช้ในการเข้าถึงพื้นที่ที่ไม่สามารถเข้าถึงได้เป็นการเคลื่อนที่ที่มีความรวดเร็วพลิ้วไหวและสมูทไปกับการเคลื่อนที่แบบหาตัวจับยากอาจจะใช้ใการหลบหนีหรือหลบเลี่ยงผู้ไล่ตามนั่นเองโดยเทคนิคการหลบหนีที่จำเป็นต้องใช้ทักษะการเคลื่อนไหวของร่างกายในการเข้าถึงพื้นที่ที่คนปกติอาจเข้าถึงไม่ได้ด้วยความรวดเร็วว่องไวของร่างกายเช่นนี้กลายเป็นการฝึกฝนร่างกายและท้ายที่สุดได้กลายเป้นประเภทกีฬาแอ็กซ์ตรีมชนิดหนึ่งนั่นเอง

และอีกหนึ่งการแสดง Free Running ที่คนทั่วไปสามารถพบเห็นได้อย่างง่ายดาย แต่อาจไม่ทราบว่าแท้จริงแล้วการวิ่งเช่นนั้น คือรูปแบบของการทำ Free Running นั่นก็คือ ภาพยนตร์ของ เฉินหลง นั่นเอง อย่างที่คนไทยรู้จักกันดีสำหรับหนังเฟรนไชส์ฟอร์มยักษ์อย่าง วิ่งสู้ฟัด ที่มีภาคแยกภาคต่อมากมาย การใช้ศิลปะการต่อสู้ที่ผสมผสานกับการวิ่งหนี วิ่งไล่ล่า หรือวิ่งหลบต่าง ๆ นั้นก็มีเบสพื้นฐานจาก Free Running เช่นเดียวกันนั่นเอง และนี้คือทั้งหมดของ Free Running ที่ทางเราหวังว่าเพื่อนๆคงเข้าใจและมองเห็นภาพของกีฬาแอ็กซ์ตรีมสุดโลดโผนนี้มากยิ่งขึ้น

 

# Free Running

Free Running

Free Running

Free Running

ในบรรดากีฬาทั่วโลกมีกีฬามากมายหลายชนิดด้วยกัน และก็มีกีฬากลุ่มหนึ่งที่เน้นเรื่องผาดโผนโดยใช้อุปกรณ์ต่างๆ เช่น จักรยาน BMX, สเก็ตอบอร์ด, เจ็ตสกี และการปีนป่ายไปยังสถานที่ต่างๆ แต่ยังมีกีฬาเอ็กสตรีมชนิดหนึ่งที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม โดยกีฬาประเภทนี้มาโด่งดังเป็นอย่างมากหลังจากภาพยนตร์เรื่อง District B13 ออกฉายเมื่อปี 2004 ภายในภาพยนตร์มีการใช้ Free Running หลายฉากทำให้คนเริ่มหันมาให้ความสนใจมากขึ้น

ซึ่ง Free Running มีการปรับเปลี่ยนมาจาก Parkour (ปาร์กัวร์) ซึ่งมีถิ่นกำเนิดในประเทศฝรั่งเศส ทั้งสองอย่างเป็นกีฬาที่มีความคล้ายคลึงกันโดย Parkour จะเน้นการวิ่งเป็นเส้นตรงและพยายามใช้ร่างกายไปยังเป้าหมายให้ไวที่สุด โดยต้องผ่านสิ่งกีดขวาง ซึ่งองค์ประกอบที่สำคัญคือความแข็งแรงของร่างกายทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นแขน, ขาและลำตัวเพราะหากพลาดมาอาจจะทำให้บาดเจ็บถึงขั้นนอนโรงพยาบาลเลยก็มี

Free Running

ทีนี้ Free Running ก็มีการแผลงมาจาก Parkour แต่ Free Running จะมีการใส่ทวงท่าเข้าไปในการวิ่งการปีนป่ายไปยังที่ต่างๆ ท่าทางก็จะมีทั้ง ตีลังกาหน้า, ตีลังกาหลัง, บิดตัวคล้ายกับนักยิมนาสติก ซึ่ง Free Running ไม่ได้มีกฎเกณฑ์เหมือนอย่าง Parkour อาจจะบอกได้ว่า Free Running คือการวิ่งทำท่าทางให้เป็นอิสระ ไม่จำกัดว่าต้องวิ่งไปทางไหนหรือตรงไหน แต่จะเน้นทวงท่าลีลาในการปีนป่ายในการกระโดดมากกว่า โดยจะเน้นความคิดสร้างสรรค์ของผู้เล่น ในการแสดงออกมาจึงทำให้ Free Running เป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมมากกว่า Parkour

การเตรียมตัวจะเล่น Free Running ต้องเตรียมอะไรบ้าง อย่างแรกเลยคือร่างกายให้แข็งแรงเพราะอย่างที่บอกไป Free Running เป็นกีฬาที่เน้นการปีนป่ายเน้นทวงท่าลีลาผู้เล่นต้องมีแขนและขาที่แข็งแรงพอสมควรเสื้อผ้าต้องใช้ให้กระชับกับร่างกายเพราะในการปีนป่ายอาจจะมีบางครั้งที่ชุดมักจะไปเกี่ยวเข้ากับสิ่งของอาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุขึ้นได้ส่วนอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมนั้นก็ไม่มีอะไรมากถ้าหากเป็นกลุ่มที่เป็นมืออาชีพมักจะไม่มีอุปกรณ์ป้องกันตัวใด

แต่หากเป็นมือใหม่อาจจะมีทั้งสนับเข่า, สนับศอก หรือแม้กระทั่งหมวกสวมใส่กันกระแทก เพื่อกันในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ อีกอย่างคือรองเท้าเพื่อกันเวลาไปเหยียบกับสิ่งของในสถานที่ต่างๆ ทีนี้ Free Running ก็มีการจัดการแข่งขันขึ้นมาเช่นเดียวกัน โดยรายการที่เป็นที่รู้จักมากในวงการ Free Running คือรายการ Red Bull Art Of Motion ที่จัดการแข่งขันโดย Red Bull เริ่มต้นครั้งแรกในปี 2007 ที่กรุงเวียนนา ประเทศออสเตรีย และได้รับการตอบรับจากบรรดาผู้เข้าแข่งขัน Free Running เป็นอย่างดี โดยการแข่งขันยังคงมีการจัดมาจนถึงปัจจุบัน แต่ในปี 2020 ไม่มีการจัดการแข่งขันขึ้นเนื่องจากภาวะโรคระบาดไวรัสโควิด – 19 และผู้ที่ได้แชมป์รายการนี้มากที่สุดคือ Pavel Petkuns จากลัตเวียกับ Jason Paul จากเยอรมนีที่ได้เหรียญทองไปคนละ 3 ครั้งเท่ากัน

สำหรับกีฬา Free Running ในประเทศไทยนั้นถือว่าได้รับความนิยมอยู่พอสมควร โดยคนที่มีชื่อเสียงกับกีฬาชนิดนี้คือ อนัน อันวา อดีตนักร้องชื่อดังที่หันไปเอาดีทางด้านนี้ และมีชื่อเสียงโด่งดังขึ้นในฐานะนักกีฬา Free Running ที่มีชื่อเสียงในวงการ รวมถึงมีการตั้งทีมชื่อว่า ทีมฝรั่ง “Team Farang” เข้าแข่งขันรายการต่างๆ นอกจากนี้ยังได้รับเชิญให้ไปเป็นคณะกรรมการตัดสินในการแข่งขัน Red Bull Art Of Motion 2014 มาแล้วสำหรับกีฬาประเภทนี้หากใครสนใจอยากจะลองเล่นก็ควรศึกษาข้อมูลให้ดีเสียก่อนทั้งสถานที่และอุปกรณ์ที่ต้องใช้รวมถึงความพร้อมของร่างกายให้แข็งแรงจะไม่ได้เกิดอุบัติเหตุระหว่างเล่น

 

# อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

10 รูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทาย

10 รูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทาย

10 รูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทาย

กีฬาเอ็กซ์ตรีมมีทั้งหมด 3 รูปแบบหลัก ๆ คือ ทางบก ทางน้ำ และ ทางอากาศ ซึ่งแต่ละรูปแบบก็จะมีรายละเอียดปลีกย่อย หรือ รูปแบบของกีฬาที่แตกออกมาจากรูปแบบหลัก ๆ อีกมากมายหลายประเภท แต่หากมองโดยรวมแล้ว ก็จะมีหลากหลายประเภทที่สร้างความตื่นเต้น ท้าทาย และ หวาดเสียว

 

10 รูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทาย

 

วันนี้จะมาลองมัดรวมชนิดกีฬาของทั้ง 3 รูปแบบหลัก ออกเป็น 10 อันดับรูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีม ที่ไม่ว่าจะเป็นทางบก ทางน้ำ หรือ แม้แต่ทางอากาศ โดยไล่เรียงจากความท้าทายมากเป็นอันดับ 10 ไปยังอันดับ 1 ได้ดังนี้

 

 

 

          อันดับที่ 10  ที่เข้าชิงรูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีมสุดท้าทาย เหมาะสำหรับนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทสายออกแบบท่าทาง อย่าง Free Running  วิธีเล่นง่าย ๆ คือการเคลื่อนไหวร่างกาย เน้นตีลังกา ตามสไตล์ของใครของมัน เน้นความสวยงามจากท่าทางเป็นหลัก

อันดับที่ 9 เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เรียกว่าอาจจะให้ความสดชื่นไปพร้อมกัน เพราะเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางน้ำอย่าง Wakeboard  ซึ่งการเล่นกีฬาในรูปแบบนี้จะเป็นการผสมผสานระหว่าง สกี กับ เซิร์ฟ  โดยมีสายสลิงคอยพาให้เราเคลื่อนตัวไปบนผิวน้ำ แต่อาจจะต้อง อาศัยความชำนาญเป็นพิเศษ

อันดับ 8  เรียกว่าอีกหนึ่งความท้าทายอย่าง Sky Runner หรือ การกระโดดสูง ที่ไม่ใช่การกระโดดสูงธรรมดาแต่เป็นการกระโดดสูงแบบจอมยุทธ์  เพราะต้องอาศัยความคล่องแคล่วว่องไว เหมือนในจอมยุทธ์ในหนังกำลังภายในของจีน และ กีฬารูปแบบนี้เป็นที่นิยมมากในหมูวัยรุ่น

อันดับที่ 7  เป็นกีฬาที่ต้องมีอุปกรณ์มาเสริมในการเล่น นั่นก็คือ ว่าว และยังไม่พอยังมี กระดานโต้คลื่น พร้อมทั้งผู้เล่นจำเป็นต้องสวมอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อความปลอดภัย

อันดับที่ 6 มาในส่วนของรูปแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีม ทางอากาศ บ้างดีกว่า อย่าง Heli Skiing เป็นการเพิ่มระดับความหวาดเสียว ผสมกับความท้าทายเข้าไปเพื่อเพิ่ม อะดินนาลีน ในร่างกายให้สูงขึ้นเพราะผู้เล่นจะต้อง ขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปบนยอดเขา เมื่อถึงจุดที่ต้องการจึงจะกระโดดลงมา กีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากใน ญี่ปุ่น แคนนาดา เป็นต้น

อันดับ 5 ได้แก่ BMX ซึ่งมาในรูปแบบของการปั่นจักรยาน ตามสไตล์ต่าง ๆ ของผู้เล่น

            อันดับที่ 4 มาอัพสกิลความมันส์ ผสม กับ ความท้าทายขึ้นมาอีกหน่อย อย่าง Extreme Motorsport โดยรูปแบบนี้ได้เปลี่ยนจากจักรยานเป็นมอเตอร์ไซค์ ที่แรงและเร็วทันใจกว่า พร้อมเพิ่มความเสี่ยงและความท้ายทายเข้าไปอีก แต่เตือนกันสักหน่อย ว่าถึงสนุกยังไง ก็อันตรายไม่แพ้กันเลยนะ

            อันดับที่ 3  ความสนุก ท้าทาย อย่าง Cave Diving ถือเป็นความนิยมระดับโลก เลยก็ว่าได้ เพราะเป็นการดำน้ำลงไปในถ้ำใต้ทะเล และคาดเดาได้ยากว่าจะมีอะไรที่ต้องเจอบ้างขณะที่ลงไปใต้ทะเลลึก

            อันดับ 2 ได้แก่ Base Jumping ที่มาในรูปแบบของกีฬาเอ็กซ์ตรีมทางอากาศ  โดยเป็นการกระโดดจาก อาคาร หรือ เสา ด้วยร่มชูชีพนั่นเอง

            อันดับ 1 ที่ทุกคนรอคอย อย่าง Canyoning  หรือการกระโดดผา และ ว่ายน้ำด้วยระดับความสูงที่ท้าทาย แต่ไม่นิยมเล่นในประเทศไทย เพราะสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ไม่เอื้อต่อความปลอดภัย

 

 


 

.

.

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

 

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

 

สำหรับใครที่กำลังชื่นชอบกีฬาผาดโผนสุดโหดที่ผู้เล่นนั้นจะต้องใช้ความสามารถพิเศษของตนเองและประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬาผาดโผนสุดโหดที่เรากำลังจะแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบกันในปัจจุบัน กีฬาที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากแต่จะต้องเป็นผู้ที่มีความกล้าและชอบท้าทายความสามารถของตนเองเป็นผู้เล่น เนื่องจากเขาเป็นกีฬาที่มีความหวาดเสียวและผาดโผนเป็นกีฬาทางน้ำที่ผู้คนให้การยอมรับว่ามีรูปแบบวิธีการเล่นที่ค่อนข้างยาก ผู้ที่จะสามารถเล่นได้นั้นจะต้องมีประสบการณ์สูงและมีพละกำลังกล้ามเนื้อของแขนและขาได้อย่างยอดเยี่ยมจึงจะสามารถยืนทรงตัวบนกีฬาดังกล่าวได้ เป็นกีฬาสีอื่นไม่ได้นอกจาก Kitesurfing กีฬา extreme ในไทย ที่กำลังมีผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด ถึงเลือกที่จะมาอธิบายเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการเล่นพื้นฐานรวมถึงลักษณะพิเศษของกีฬาดังกล่าวว่าเขามีความแตกต่างจากกีฬาทางน้ำรูปแบบอื่นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยว่าเขามีรูปแบบวิธีการเล่นรวมถึงรายละเอียดของกีฬาดังกล่าวอย่างไร

 

 

Extreme Sport ยอดนิยม

อย่างที่ทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า กีฬา extreme กำลังได้รับความนิยมในไทย มีผู้คนพูดถึงมากที่สุดคงจะเป็นกีฬาอื่นไม่ได้นอกจาก Kitesurfing เป็นกีฬาทางน้ำที่ได้รับความนิยมเราจะมาอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์การเล่นและขั้นตอนวิธีการเล่นที่ทุกท่านสามารถปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอน แต่จะต้องมีการฝึกฝนและผ่านประสบการณ์มาอย่างยาวนานจึงจะสามารถเล่นได้อย่างคล่องตัว เขาเป็นกีฬาที่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมนั่นก็คือ ว่าว และ การโต้คลื่นขนาดเล็ก อุปกรณ์ ที่ใช้ในการเล่นเป็นหลักและต้องมีอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการเล่นเพื่อป้องกันความปลอดภัย Safety ที่ช่วยป้องกันอันตรายหรืออุบัติเหตุที่เกิดจากการเล่นได้ จะเห็นได้ว่าเป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถอย่างมากจะต้องอาศัยทั้งลมและคลื่นทะเลที่ซัดอย่างรุนแรงโดยผู้เล่นนั้นจะต้องทรงตัวอยู่บนกระดานโต้คลื่นและมืออีกฝั่งนั้นจะต้อง เชื่อมโยงกับการดึงว่าว ที่อยู่ด้านบนเพื่อให้การเคลื่อนที่นั้นไปในทิศทางลมที่สามารถฝึกบังคับทิศทางลมได้จากการประคองว่าว

ทักษะและวิธีการเล่น Kitesurfing

สำหรับทักษะและวิธีการเล่นกีฬา extreme ที่จะช่วยทำให้ทุกท่านนั้นสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องใช้ทักษะการทรงตัวและพละกำลังของกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแขน เพื่อช่วยประคับประคองกระดานโต้คลื่นที่จะทำให้ทุกท่านเล่นไปยังจุดหมายและปลายทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเทคนิคหนักจะต้องใช้การทรงตัวที่ยืนอยู่บนกระดานโต้คลื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบคือการฝึกผ่านประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน


 

Cliff Jumping ดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไร้สิ่งป้องกัน

Cliff Jumping ดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไร้สิ่งป้องกัน

กีฬา Extreme แม้ว่าจะเป็นกีฬาที่เสี่ยงอันตรายสูงมาก แต่ยังโชคดีที่การเล่น Extreme ทุกประเภทจะได้รับการป้องกันเป็นอย่างดีเพื่อชีวิตและความปลอดภัยของร่างกายนักกีฬาเอง แต่ถึงกระนั้นยังมีกีฬา Extreme อีกหนึ่งประเภทที่ผู้เล่นจะไม่มีเครื่องป้องกันอะไรเลย แถมยังเป็นการเล่นที่เสี่ยงตายเป็นอย่างมาก หากเล่นไม่ดีหรือไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี ก็อาจจะทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ นั่นคือกีฬา Cliff Jumping หรือ Cliff Diving หรือที่เรียกในภาษาไทยว่ากระโดดหน้าผานั่นเอง

Cliff Jumping ดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไร้สิ่งป้องกัน

เริ่มแรกจะขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการกระโดดหน้าผาว่าเกิดจากอะไรประวัติความเป็นมากว่าจะมาเป็น Cliff Jumping นั้นต้องย้อนกลับไปเกือบ 250 ปีที่แล้ว ตอนนั้นตำนานเรื่องเล่าบนเกาะฮาวายมีบันทึกไว้ว่ากษัตริย์ Muai Kahekli II ต้องการจะพิสูจน์ความกล้าหาญของบรรดานักรบในอาณาจักร โดยการบังคับให้นักรบของพระองค์กระโดดจากหน้าลงไปสู่ผืนน้ำเบื้องล่างและนับรบจะต้องทำตามห้ามขัดคำสั่งอย่างเด็ดขาด จนกระทั่งมาถึงสมัยการปกครองของ King Kamehameha การกระโดดน้ำจากหน้าผาได้ถูกเปลี่ยนมากีฬาสำหรับแข่งขัน และมีผู้ที่ให้ความสนใจเข้าแข่งขันมากมาย โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่กระโดดลงมาจะต้องทำให้น้ำกระจายน้อยที่สุด

หลังจากกลายเป็นกีฬายอดฮิตในฮาวายการแข่งขันก็ได้แพร่หลายไปสู่พื้นที่ต่างๆทั่วโลกโดยส่วนมากจะเป็นนักกีฬาที่ชื่นชอบในกีฬา Extreme เป็นอย่างมากและนักกีฬาพวกนี้จะเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วโลกที่เป็นหน้าผาเพื่อจะกระโดดลงมาและทุกครั้งจะมีการแสดงท่าทางทั้งม้วนหน้าม้วนหลังแบบยิมนาสติกซึ่งบางคนที่เชี่ยวชาญมักจะโดดลงมาจากที่สูงๆเพื่อท้าทายความแข็งแรงของตัวเองจนกระทั่งในช่วงหลังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬานี้อย่างแพร่หลายเลยทำให้เป็นที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายใหม่ๆ

มาในเรื่องของความปลอดภัยของการเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่ากีฬาชนิดนี้ไม่มีเครื่องป้องกันตัวเองเหมือนอย่างกีฬา Extreme ประเภทอื่นๆ และยิ่งต้องกระโดดจากหน้าผาลงมาด้วยความเร็วมากกว่า 60 – 70 ไมล์ต่อชั่วโมง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยคือการฟกช้ำตามร่างกาย, กระดูกหัก, กระดูกสันหลังเสียหาย บางรายอาจจะหนักสุดถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี ดงนั้น ส่วนมากนักกีฬามือใหม่จะเริ่มโดดจากพื้นที่ไม่สูงนักเพื่อให้ร่างกายได้ซึมซับถึงความรู้สึกตอนกระโดดเอาไว้ และเรียนรู้เทคนิคต่างๆ พร้อมกับเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับตัวนักกีฬาเอง

หากเป็นนักกีฬามือใหม่ที่อยากจะลองโดดหน้าผาแม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์ที่เซฟตี้ติดกับตัวนักกีฬาแต่ในน้ำเบื้องล่างจะมีไลฟ์การ์ดคอยว่ายอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือนักกีฬาที่กระโดดงมาทีนี้ก็ต้องเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เพื่อศึกษาเทคนิคและวิธีกระโดดรวมถึงวิธีการลงน้ำรวมถึงผู้เล่นก็ต้องมีสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยมสามารถว่ายน้ำได้ดีในระดับหนึ่งนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นในการกระโดดทั้งทิศทางลมทั้งโขดหินรวมถึงสิ่งกีดขวางอื่นที่อยู่ภายในน้ำและอยู่ตามริมหน้าผาเพราะไม่งั้นอาจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

สำหรับการแข่งขันที่โด่งดังอยู่ในประเทศฝรั่งเศสรวมถึงที่สหราชอาณาจักรโดยที่สหราชอาณาจักรจะมีการให้นักกีฬาทำอุปกรณ์ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆและให้แข่งขันกันว่าใครจะกระโดดออกไปได้ไกลที่สุดและกีฬาชนิดนี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Base Jumping และสถิติกระโดดหน้าผาสูงสุดอยู่ที่ 58.8 เมตร (193 ฟุต) และก็อย่างที่บอกไปหากจะเรียนรู้การเล่นกีฬาชนิดนี้ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆไม่งั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

 

# Free running