การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะออกไปผจญภัยกันในโลกใต้ท้องทะเลดูสักครั้งนึง วันนี้เราก็มีทริคดีๆกันมาฝาก เพื่อที่คุณจะสามารถเตรียมความพร้อมก่อนออกทริปกันได้เลย ซึ่งเชื่อได้เลยว่าการจะมีทริปดำน้ำที่ดีและสนุกได้นั้นก็เกิดจากการเตรียมความพร้อมที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน หรือพูดกันง่ายๆว่าเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งอย่างแน่นอน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเราต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้าง

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

1. หาข้อมูลเกี่ยวกับจุดดำน้ำเจ๋งๆ

เชื่อว่าใครๆก็อยากที่จะไปเที่ยวกันในที่สวยๆ น้ำใสๆกันใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นก่อนการออกไปดำน้ำ คุณจะต้องทำการหาข้อมูลสถานที่ดำน้ำที่คุณจะเดินทางไปว่า มีปะการังที่สวยงามไหม มีปลามากมายหรือไม่ สภาพน้ำใสหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดเลยนั่นก็คือ สถานที่นั้นๆเหมาะกับสไตล์การดำน้ำของคุณหรือไม่ เพราะถ้าหากคุณเป็นสาย Snorkeling แต่จองทริปดำน้ำที่ต้องดำลึกขั้นต่ำ 5 เมตร ก็จะไม่เหมาะ เพราะนั้นจะเหมาะกับสาย Freediving เสียมากกว่า เรียกได้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยทีเดียว

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

2. เลือกวันเวลาที่จะออกเดินทาง

แน่นอนว่าเมื่อคุณได้สถานที่ที่คุณอยากจะไปเเล้วขั้นตอนต่อไปคือคุณจะต้องเลือกวันเวลาที่คุณจะไปออกทริปดำน้ำ ซึ่งคุณควรจะต้องมีการตรวจเชคสภาพอากาศก่อนการออกเดินทางด้วย เนื่องจากสภาพอากาศนี่ก็นับได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำน้ำเลยทีเดียว เพราะถ้าอากาศดีคุณจะได้เห็นโลกใต้น้ำได้อย่างชัดเจน สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และสามารถดำน้ำได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากอากาศไม่ดี มีฝน มีพายุ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะไปเจอน้ำที่ขุ่น มีกระแสน้ำที่แรง ดำน้ำได้ยาก และอันตรายอีกด้วย

3. จองทริปให้เรียบร้อย

ถ้าหากว่าคุณเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เรียบร้อยแล้วก็จัดการจองทริปกันเลย ซึ่งคุณอาจจะซื้อเป็นโปรแกรมทัวร์ร่วมกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆก็ได้ แต่คุณอาจจะมีเวลาในการดำแต่ละ Dive ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ทัวร์จะจัดโปรแกรมที่ค่อนข้างแน่น และถ้าหากคุณอยากจะไปแบบส่วนตัวก็สามารถเหมาเรือแบบส่วนตัวเป็นวันออกไปตามจุดที่คุณต้องการจะดำน้ำกันได้เลย ซึ่งวิธีนี้คุณจะสามารถใช้เวลาในการดำน้ำได้อย่างเต็มอิ่มจุใจ

4. เตรียมชุดให้พร้อม

แน่นอนว่าการดำน้ำนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งและอยู่ในน้ำอีกด้วย คุณควรเตรียมพร้อมเรื่องการเเต่งตัวไปเป็นอย่างดี เช่นควรเตรียมชุดว่ายน้ำที่กระชับ สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ไม่มีเครื่องประดับที่ลุ่มล่าม หรือลูกปัดๆเล็กๆที่ตกแต่งชุด เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะหลุดขาดในทะเลได้ และถ้าหากคุณต้องออกแดดเป็นเวลานานๆก็อย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมไปใส่กันแดดกันลมด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้ป้องกับผิวหนังของเราจากการโดนแสงแดดนานเกินไป แล้วผิวอาจจะไหม้ ลอก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

5. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

หากคุณมีอุปกรณ์ส่วนตัวก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลยทีเดียว แต่ถ้าหากว่าคุณไม่มีอุปกรณ์เป็นของตัวเองแต่คุณไปออกทริปดำน้ำค่อนข้างที่จะบ่อย เราขอแนะนำให้คุณซื้ออุปกรณืเป็นของตัวเองเลยก็ได้นะคะ โดยเฉพาะ Mask และ Snorkel คุณจะได้ไม่ต้องไปเช่าแล้วใช้ร่วมกันกับใคร อีกทั้งการเช่าเรื่อยๆนั้น รวมๆค่าเช่าแล้วอาจจะแพงกว่าการซื้อใหม่ก็ได้นะคะ ซึ่งราคา Mask และ snorkel ก็จะอยู่ที่ประมาณ 700 บาทขึ้นไป แล้วแต่แบรนด์และรุ่นที่คุณจะเลือกใช้

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

ปกติแล้วเรามักจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกหรือการทำลายสถิติตัวเองเพื่อสร้างความท้าทายของเหล่านักไต่เชือกในต่างประเทศ ซึ่งพวกเขานั้นมักจะเลือกไต่เชือกข้ามผ่านระหว่างตึกสูงหรือข้ามผ่านระหว่างหุบเขาที่มีความสูงเป็นอย่างมาก ในประเทศไทยนั้นกีฬาไต่เชือกยังไม่ได้เป็นที่รู้จักและยังมองว่ามันเป็นการแสดงกายกรรมมากกว่าการเล่นเป็นกีฬาหรือมองว่ามันเป็นการทำกิจกรรมแนว Adventure มากกว่า เนื่องจากมันไม่ได้มีการแข่งขันอย่างชัดเจน รวมไปถึงกฎกติกาที่ยังไม่ได้มีการออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับกีฬานี้ และที่สำคัญคือมันเป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงและอันตรายเป็นอย่างมาก ทำให้ในประเทศไทยนั้นอาจจะไม่ได้มีนักไต่เชือกที่มีประสบการณ์หรือความชำนาญเทียบเท่ากับในต่างประเทศ

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการสร้างสถิติหรือการท้าทายตนเองของเหล่านักไต่เชือกชาวต่างชาติอยู่เสมอ รวมไปถึงในประเทศไทยนั้นก็เคยมีการจัดแสดงการไต่เชือกหรือการแสดงกายกรรมในงานใหญ่ต่างๆ อยู่บ้าง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกียร์หรือกิจกรรมที่เราคุ้นชินแต่มันก็ยังคงเป็นที่รู้จักพอสมควร ดังนั้นการมาสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกในประเทศไทยนั้นจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพ.. 2557 ช่วงเดือนกรกฎาคม มีการท้าทายความสูงที่จะทำให้ผู้รับชมอย่างเราๆ นั้นทั้งหวานเสียวและลุ้นระทึก และมันเกิดขึ้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างตึกของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ บนชั้นที่ 55 ซึ่งเป็นเรดบาร์ และดาดฟ้าของตึกที่มีชื่อว่า ดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

กิจกรรมสุดท้าทายนี้ถูกจัดขึ้นในงานของบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จํากัด เป็นงานโปรโมทสินค้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโรลออนของผู้ชายนั่นก็คือ Resona Men  Present World Record Breaking SlackLine Event หากดูตามชื่องานแล้วเราจะพบกับคำว่า SlackLine ซึ่งหมายถึงการเดินบนเชือกนั่นเอง ดังนั้นในงานจึงได้มีการจัดการไต่เชือกซึ่งเป็นกิจกรรม Extreme ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศโดยได้รับเกียรติจากนักกีฬาไต่เชือกชายชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า” แอนดี้ ลูอิสมา “เป็นผู้ท้าประลองในการไต่เชือกครั้งนี้ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะได้มีการไต่เชือกบนตึกสูงกว่า 55 ชั้น ซึ่งเมื่อวัดความสูงจากระดับพื้นดินแล้วจะมีความสูงถึง 175 เมตร ระยะทางความยาวทั้งสิ้นอยู่ที่ 169 เมตร เป็นการทำลายสถิติโลกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกในการเดินข้ามระหว่างตึกสูงบนเชือกเพียงเส้นเดียวที่มีความกว้างไม่เกิน 2 นิ้ว โดยในการไต่เชือกครั้งนี้ลูอิสไม่ได้ใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลให้กับการเดิน อุปกรณ์เดียวที่เขาติดตัวไปด้วยนั่นก็คือเชือกนิรภัยที่คล้องเอวและเชือกที่เขากำลังเดินอยู่เอาไว้เผื่อรักษาความปลอดภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น

ความยากในครั้งนี้นั่นก็คืออากาศที่ร้อนอบอ้าวและลมที่พัดระหว่างซอกตึกอยู่เป็นระยะ ทำให้ในช่วงแรกนั้นเขาเกิดพลัดตกลงมาสร้างความตกใจให้กับฝูงชนที่กำลังลุ้นอยู่ข้างล่างเป็นจำนวนมาก แต่เขานั้นก็สามารถตั้งสติและกรีนกลับขึ้นไปเดินบนเชือกต่อได้อีกครั้ง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ระหว่างทางนั้นเขาต้องพลัดตกลงมาอยู่หลายรอบ แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จโดยใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 5 นาที เป็นการทำลายสถิติโลกที่เป็นของตัวเองซึ่งเคยทำไว้ได้ในระยะ 106 เมตร หลังจากสร้างสถิติเสร็จแล้วเขาก็ได้มีการพูดคุยถึงการไต่เชือกในครั้งนี้โดยกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมากและดีใจที่ได้สร้างสถิติดังกล่าวในประเทศไทย

เขานั้นต้องการที่จะเห็นการบรรจุกีฬาชนิดดังกล่าวนี้ไปไว้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และในครั้งต่อไปเขาจะพยายามเดินบนเชือกให้ไปถึงปลายทางในครั้งเดียวหรือตกลงจากเชื่อเป็นจำนวนครั้งที่น้อยกว่านี้ ซึ่งตรงกับ Concept ของงานที่ว่าไม่หยุดแม้คนอื่นอยู่ของผลิตภัณฑ์อย่างเรโซนา เมน เรียกได้ว่างานในครั้งนี้วินวินทั้งผู้จัดงานและทางด้านนักไต่เชือกเองก็ตาม รวมไปถึงผู้ชมอย่างเราๆ ที่ได้เห็นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ อย่างลุ้นระทึกอีกด้วย

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

การเล่นเจ็ทสกีนั้นถือเป็นกิจกรรมโปรดของหลายๆคนที่สามารถสร้างความมันส์และความตื่นเต้นเร้าใจให้คุณได้ใช้เวลาในยามว่างอย่างสนุกสนานไม่เพียงเท่านี้ยังเป็นอีกกิจกรรมหนึ่งที่ให้คุณชวนแก๊งของคุณมาร่วมเล่นด้วยกันได้เป็นกิจกรรมกะชับความสัมพันธฺของทั้งเพื่อนและคนในครอบครัวได้อีกด้วย

การเล่นเจ็ทสกีนั้นสามารถเล่นได้ในทุกที่ไม่ว่าคุณจะอาศัยอยู่ในกรุงเทพหรือที่ต่างจังหวัดก็สามารถหาที่เล่นได้ง่ายๆเลยวันนี้เราเลยจะมาแนะนำสถานที่ในการเล่นเจ็ทสกีสนุกๆทั้งในเมืองหลวงและต่างจังหวัดว่าเหล่านักเจ็ทสกีนิยมไปเล่นที่ไหนกันบ้าง

 

สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

• Siamwatwercraft & Club BRP Thailand เป็นคลับเจ็ทสกีที่เรียกว่าสมบูรณ์แบบที่สุดแห่งหนึ่ง เป้นสวรรค์ของคนรักเจ็ทสกี Sea-Doo เพราะคลับนี้มีการเปิดเป็นโชว์รูมของเจ็ทสกีจาก Sea-Doo ที่มีการนำเข้ามาจำหน่ายโดยบริษัทสยามวอร์เตอร์คราฟต์ อีกทั้งยังมีการบริการที่ครบวงจรทั้งศูนย์บริการยานยนต์ และเป็นแหล่งสังสรรค์ของนักเจ็ทสกี ที่สำคัญยังเป็นพื้นที่ในการฝึกซ้อมสำหรับนักกีฬาและประชาชนทั่วไปอีกด้วย และยังมีบริการร้านอาหาร เครื่องดื่ม รวมไปถึงการรับฝากเจ็ทสกีอีกด้วย โดยเพิ่งจะมีการเปิดตัวไปอย่างยิ่งใหญ่เมื่อปีที่ผ่านมา โดยศูนย์แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดบริการวันอังคารถึงวันอาทิตย์ หยุดทุกวันจันทร์ เปิดบริการตั้งแต่เวลา 10.00-18.00 . ใครที่กำลังมองหาสถานที่ดี ๆ มีการบริการครบครัน ก็ลองไปที่เจ็ทสกีคลับแห่งนี้ได้เลย

 

สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

• The Jetski Club Rama2 เป็นสถานที่เล่นเจ็ทสกีในกรุงเทพนี่เอง โดยตั้งอยู่ภายในบึงพระราม 2 ที่เป็นบึงขนาดใหญ่ให้คุณได้ฝึกซ้อมหรือเล่นเจ็ทสกีได้อย่างเต็มที่ โดยเปิดทำการทุกวัน ตั้งแต่ 13.00 . ถึง 21.00 . โดยเปิดเป็นคลับสำหรับให้ผู้เข้าใช้บริการได้ใช้เวลาวันหยุดได้อย่างสบาย

 

สถานที่เล่นเจ็ทสกีสุดฮอตในกรุงเทพและต่างจังหวัด

• Wave Side Jetski club & Restaurant เป็นร้านอาหารบรรยากาศดีริมแม่น้ำ ซึ่งคามพิเศษของร้านอาหารร้านนี้คือมีเจ็ทสกี ให้คุณสามารถขับได้ และมีสนามเด็กเล่นสำหรับลูก ๆ ของคุณอีกด้วย รวมไปถึงมีที่พักให้บริการอีกด้วย ร้านตั้งอยู่บริเวณริมแม่น้ำเจ้าพระยา เปิดทุกวันตั้งแต่ 10.00-22.00 .

 

• Pattaya Water Sports Club เป็นศูนย์รวมกีฬาทางน้ำ รวมถึงเจ็ทสกีด้วย ตั้งอยู่ที่พัทยา เป็นอีกสปอร์ตคลับอีกแห่งหนึ่งที่ค่อนข้างใหญ่ มีการให้บริการทั้งในเรื่องของการเช่าซื้อเจ็ทสกีการสอนการขับขี่เจ็ทสกีรวมไปถึงอาหารและเครื่องดื่มครบครันให้คุณใช้เวลาช่วงวันหยุดได้เต็มที่และที่สำคัญยังมีอุปกรณ์กีฬาทางน้ำอื่นๆอีกมากมายรให้คุณได้มาสัมผัส

 

• Chiangmai Water Sport Club .เชียงใหม่ ศูนย์รวมเครื่องเล่นและกีฬาทางน้ำที่ค่อนข้างใหญ่ที่หนึ่ง โดยมีการบริการเครื่องเล่นต่างๆ มากมาย รวมไปถึงบริการเจ็ทสกีด้วย ซึ่งมีเจ้าหน้าที่คอยดูแลเป็นอย่างดี และมีการให้บริการในส่วนของอาหารและเครื่องดื่มด้วย โดยตั้งอยู่ที่อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ เปิดบริการปิดบริการทุกวัน เวลา 11.00 – 21.00 .

 

บึงหนองโคตร .ขอนแก่น เป็นสถานที่ที่คนเล่นเจ็ทสกีมักมาขับเจ็ทสกีเล่นกัน โดยมีการจัดตั้งเป็นชมรมเจ็ทสกีขึ้นมา เป็นบึงขนาดใหญ่ในตัวเมืองขอนแก่น พื้นกว่า 900 กว่าไร่ให้คุณสามารถขับขี่ได้อย่างเต็มที่นอกจากนี้บึงหนองโคตรนี้ยังใข้เป็นสถานที่ในการแข่งขันเจ็ทสกีในหลายๆรายการอีกด้วย

ทั้งหมดนี้เป็นสถานที่ที่ให้คุณได้ใช้เวลาวันหยุดของคุณไปกับกีฬาสุดโปรดอย่างเจ็ทสกีไม่ว่าจะอยู่ในในประเทศไทยก็สามารถลองไปขับขี่เจ็ทสกีได้อย่างเต็มที่รับรองว่าเป็นอีกกาฬาอีกชนอดหนึ่งที่หากได้ลองเล่นแล้วต้องติดใจแน่นอน

 

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

เปิดตัวพร้อมจองแล้วกับเจ็ทสกีโมเดลล่าสุด ปี 2021 จาก Sea-Doo

เปิดตัวพร้อมจองแล้วกับเจ็ทสกีโมเดลล่าสุด ปี 2021 จาก Sea-Doo

เปิดตัวพร้อมจองแล้วกับเจ็ทสกีโมเดลล่าสุด ปี 2021 จาก Sea-Doo

Sea-Doo เป็นอีกหนึ่งยี่ห้อของเจ็ทสกีที่ได้รับความนิยมจากทั่วโลก รวมถึงประเทศไทยด้วย สำหรับใครที่ให้ความสนใจในวงการเจ็ทสกีอยู่แล้ว ก็คงจะคุ้นเคยกับยี่ห้อนี้เป็นอย่างดี ด้วยเครื่องยนต์ Rotax ที่แรงสมรรถนะยอดเยี่ยมรวมถึงการดีไซน์เรือได้อย่างสวยงามลงตัวเป็นเจ็ทสกีในฝันของใครหลายๆคนและยังเป็นฮอตฮิตของนักแข่งเจ็ทสกีหลายคนอีกด้วย

ปัจจุบันเจ็ทสกียี่ห้อนี้ได้มีวางในประเทศไทยอย่างเป็นทางการแล้วโดยการน้ำเข้าและจำหน่ายจากบริษัทสยามวอเตอร์คราฟแอนด์พาวเวอร์สปอร์ตหรือที่รู้จักกันในชื่อสยามวอเตอร์คราฟ (Siam WaterCraft) ซึ่งเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการของสินค้าจาก BRP ซึ่งรวมไปถึงแบรนด์ Sea-Doo ด้วยโดยมีวางจำหน่ายอุปกรณ์กีฬารวมถึงเจ็ทสกีด้วยโดยนอกจากจำหน่ายแล้วยังมีการเปิดบริการเป็นโชว์รูมเจทสกีที่เป็นเหมือนสถานที่พบปะสังสรรค์ของกลุ่มคนที่ชื่นชอบและหลงไหลในการเล่นเจ็ทสกีให้ได้มีโอกาสแลกเปลี่ยนความรู้หรือประสบการณ์กันรวมไปถึงเปิดเป็นศุนย์บริการเจ็ทสกีครบวงจรอีกด้วย

เปิดตัวพร้อมจองแล้วกับเจ็ทสกีโมเดลล่าสุด ปี 2021 จาก Sea-Doo

ล่าสุดทางสยามวอเตอร์คราฟก็ได้มีการเปิดให้จองเจ็ทสกีตัวใหม่ล่าสุดที่เป็นโมเดลปี 2021 ของแบรนด์ Sea-Doo ให้แฟน ๆ ได้มีโอกาสเป็นเจ้าของก่อนใคร โดยมีการเปิดให้จองทางเว็บไซต์ https://siamwatercraftpromotion.com ซึ่งใครที่เป็นแฟนเจตสกีของยี่ห้อนี้อยู่แล้วก็ไม่รอช้าที่จะลงชื่อจับจองเป็นเจ้าของกันอย่างง่ายดาย นับว่าตัวโมเดลใหม่ปี 2021นี้ ก็น่าสนใจเลยทีเดียว ด้วยการปรับกรุงจากทางแบรนด์ที่พัฒนาทุกอย่างให้มีประสิทธิภาพที่ดีขึ้นอย่างเสมอ ซึ่งรุ่นไฮไลท์ 4 รุ่น ที่เปิดให้จองมีดังนี้

 

เปิดตัวพร้อมจองแล้วกับเจ็ทสกีโมเดลล่าสุด ปี 2021 จาก Sea-Doo

• GTX 300 LTD ที่เป็นเครื่องยนต์ Rotax 1630 CC 300 แรงม้า ซึ่งถือว่าเป็นเครื่องยนต์ที่ค่อนข้างใหญ่และแรงอีกด้วย พร้อมระบบเบรก Electronic iBR ที่สามารถถอยหลังได้ และยังมาพร้อมระบบป้องกันขยะเข้าไปติดในใบพัดและเครื่องยนต์อีกด้วย รวมไปถึงระบบอัดอากาศ Supercharge และระบบ iTC มาพร้อมการขับขี่ด้วย อัตราความเร็วที่มากถึง 120 กิโลเมตร/ชั่วโมง สามารถนั่งได้มากสุด 3 ที่นั่ง และเป็นเบาะแบบ Ergo Lock ที่ให้ความกระชับขณะนั่ง และอัตราการการใช้น้ำมันเฉลี่ย 2 ชั่วโมงต่อถัง นอกจากนี้หน้าจอแสดงผลยังเป็นจอ LCD ขนาด 7.8 นิ้ว และมาพร้อมลำโพงกันน้ำอย่างดี ให้คุณได้เพลิดเพลินขณะขับขี่ เปิดให้จองในราคา 815,000 บาท

 

• Spark เป็นเจ็ทสกีตระกูล Rec Lite ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Rotax 900 CC 60 แรงม้า เป็นเจ็ทสกีขนาดเล็ก น้ำหนักเบา สามารถเคลื่อนย้ายได้สะดวก มาพร้อมระบบเบรก Electronic iBR ที่สามารถถอยหลังได้และ ระบบ iTC นอกจากนี้ยังรองรับ sport mode อีกด้วย เปิดให้จองในราคา 295,000 บาท

 

• Fish Pro 170 เป็นเจ็ทสกีเครื่องยนต์ Rotax 1630 CC 170 แรงม้า และมาพร้อมระบบต่าง ๆ เช่นเดียวกับเจ็ทสกีลื่น ๆ ในโมเดล 2021 แต่ความพิเศษของรุ่นนี้คือ มีการออกแบบมาเพื่อตอบโจทย์การใช้งานของคนที่ชอบตปลาโดยเฉพาะ มีโหมดสำหรับตกปลาโดยเฉพาะ มี Garmin ECHOMAP หรือที่เรียกกันว่าNavigator สำหรับนักตกปลาโดยเฉพาะ นอกจากนี้ยังมีถังเก็บความเย็นขนาดใหญ่ด้านท้ายเรืออีกด้วย ทั้งหมดนี้มีเปิดให้จองในราคา 689,000 บาท

 

• RXP-X 300 เป็นเจ็ทสกีในตระกูล Performance ที่เน้นความเร็วและแรงของเครื่องยนต์มากที่สุดจาก ที่มาพร้อมเครื่องยนต์ Rotax 1630 CC 300 แรงม้า เช่นเดียวกับ GTX 300 LTD แต่มาพร้อมส่วนของท้องเรือโฉมใหม่ด้วย T3-R พร้อม Shark gills ที่ลดการเกิดฟองอากาศ ทำให้สามารถขับขี่ได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น นอกจากนี้ในส่วนของเบาะนั่งก็มีการปรับให้ดูสปอร์ตมากขึ้นและกระชับมากขึ้น ในราคาการจองสุดพิเศษ 715,000 บาท

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

BMX VERT 

BMX VERT

BMX VERT

หลังจากที่ได้สำเสนอประเภทของการแข่งขันจักรยาน BMX ไปแล้ว 5 ประเภทด้วยกัน ก็ได้เดินทางมาถึงในประเภทสุดท้ายกันแล้ว ประเภทนี้จะเป็นการรวมทักษะของทุกประเภทเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกระโดด การทรงตัวกลางอากาศ การแสดงท่าทาง และการใช้ความเร็วเข้ามาช่วย แม้การขี่จักรยาน BMX ในประเภทนี้จะไม่ใช้เนื้อที่มากเท่าไหร่นัก แต่ความท้าทายถือว่าสูงมากและต้องได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าสนามอย่างใกล้ชิด การขี่จักรยาน BMX ประเภทนี้คือ BMX VERT (VERT ย่อมาจากคำว่า Vertical)

BMX VERT

BMX VERT คืออะไร? BMX VERT คือการขี่จักรยาน BMX แบบผาดโผนที่ถือเป็นขั้นสูงของการแข่งขันกีฬาจักรยาน BMX โดยอุปกรณ์การเล่น BMX VERT จะมีลักษณะเป็นท่อครึ่งวงกลม หรือเรียกอีกแบบว่า Half Pipe หากใครนึกไม่ออกให้ถึงตัว U จะเป็นในลักษณะนี้ ซึ่งการขี่จักรยาน BMX ประเภท BMX VERT ยังไม่ได้ความนิยมมากเท่าไหร่นักในประเทศไทย และหากเป็นในต่างชาติอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา การขี่จักรยานแบบ BMX VERT ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากและมีนักกีฬามีชื่อเสียงมากมายบางคนสามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยกีฬาประเภทนี้ ซึ่ง BMX VERT จะเน้นในเรื่องของความเร็วโดยผู้เล่นจะต้องทิ้งตัวจากอีกฝั่งจากนั้นก็ไหลไปตามทางลาดและมากระโดดขึ้นอีกฝั่ง ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำการลอยอยู่บนอากาศและแสดงท่าทางให้นานที่สุดก่อนที่จะกลับมาลงมาสู่พื้น

สำหรับการแข่งขับ BMX VERT ส่วนมาจะมีแต่ผู้ชายที่เชี่ยวชาญในการขี่จักรยาน BMX น้อยครั้งที่จะเห็นนักกีฬาที่เป็นผู้หญิงโดยการแข่งขันจะแข่งกันในเวลาที่กำหนดซึ่งกรรมการจะเป็นผู้ให้คะแนนคะแนนที่นักกีฬาจะได้นั้นมาจากท่าที่โชว์ออกมาความต่อเนื่องของการเล่นท่าโดยที่นักกีฬาสามารถใช้เท้าในการสัมผัสกับอุปกรณ์ได้และจะไม่มีการหักคะแนนแต่อย่างซึ่งนั่นเพื่อเป็นการให้นักกีฬาได้จัดท่าทางและเตรียมตัวที่จะทำการแข่งขันต่อและนอกจากนี้ตอนที่แสดงท่าทางตอนอยู่กลางอากาศนักกีฬายังสามารถใช้เท้าเข้ามาช่วยในการเรียกคะแนนได้อีกด้วย

ลักษณะของจักรยานที่ใช้แข่งขันใน BMX VERT ส่วนมากจะใช้แบบเดียวกันกับ BMX STREET เพราะเป็นการแข่งขันที่เน้นในเรื่องของการผาดโผนเป็นหลัก จักรยานเลยต้องมีความแข็งแรงและรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งก็ขึ้นอยู่กับตัวนักกีฬาเองว่ามีความถนัดในจักรยานประเภทไหน หรือได้รับการฝึกฝนกับจักรยานแบบไหนมาก่อน เลยทำให้หลายๆ ครั้งผู้เข้ารวมการแข่งขันอาจจะใช้จักรยานลักษณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ STREET เข้าแข่งขันซึ่งกรรมการก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์ในเรื่องนี้แต่อย่างใด

อย่างที่บอกไปว่า BMX VERT เป็นการแข่งผาดโผนที่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูง เนื่องจากตัวอุปกรณ์คือ Half Pipe จะมีด้านตั้งฉากอยู่ที่สองด้าน ซึ่งทำให้นักกีฬาต้องใช้ความเร็วเป็นอย่างสูงในการที่จะเหวี่ยงตัวไปตามแนวโค้งของสนาม ซึ่งนักกีฬาส่วนมากจะฝึกฝนกับเครื่องกระโดดลอยตัวที่ชื่อว่า Quarter Pipe ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้จะมีอยู่ในสนามของจักรยาน BMX ประเภท BMX PARK ซึ่งส่วนนักกีฬาที่อยากจะเข้าแข่งขันในรายการ BMX VERT จะไปฝึกฝนในสนามของ BMX PARK จนเกิดความชำนาญ ก่อนที่จะลงแข่งขันในสนามจริง และด้วยกีฬาที่ถือว่าใช้เทคนิคขั้นสูง ทำให้ความอันตรายเพี่มขึ้นไปด้วยดังนั้น ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเตรียมเตรียมร่างกายให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความกล้าและอุปกรณ์ป้องกันตัวต่างๆ รวมถึงต้องฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันอย่างเคร่งครัด เพราะในอดีตที่ผ่านมามีนักกีฬาหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงในการแข่งขัน BMX VERT มาแล้ว

 

# นักปั่น BMX เศร้า เวียดนามตัดจากการแข่งซีเกมส์

3คุณประโยชน์หลักที่ได้จากการเล่นสกี

3คุณประโยชน์หลักที่ได้จากการเล่นสกี

3คุณประโยชน์หลักที่ได้จากการเล่นสกี

     การออกกำลังกายโดยการเล่นกีฬานั้นถือว่าเป็นกิจกรรมที่แต่ละคนควรคำนึงถึงและให้ความสำคัญกับมามากๆ เพราะการออกกำลังกายจะช่วยให้ระบบต่างๆของร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม เป็นยารักษาปัญหาต่างๆของสุขภาพได้ดีเลยทีเดียว ซึ่งการเล่นกีฬานั้นก็มีอยู่หลายชนิด อต่ในวันนี้เราจะมาพูดถึงเกี่ยวกับประโยชน์ของการเล่นสกี ซึ่งประโยชน์ที่เราจะพูดถึงนั้นก็มีอยู่จำนวน3ข้อที่เป็นสิ่งทอราสำคัญ มีอะไรบ้างมาฟังกันเลย

3คุณประโยชน์หลักที่ได้จากการเล่นสกี

1สร้างกล้ามเนื้อ

ไม่ว่าเราจะเล่นสกีแบบไหนจะเป็นการซูมเพชรดำหรือการคดเคี้ยวไปมาบริเวณตามบนเนินเขาหรือราบลุ่ม ก็จะทำให้การทำงานของกล้ามเนื้อในหลายหลายกลุ่มทำงานได้ดีซึ่งกล้ามเนื้อในส่วนต่างๆเหล่านี้มันจะถูกกระตุ้นและเสริมสร้างความแข็งแรงแข็งแกร่งได้มากยิ่งขึ้น ซึ่งการเล่นสกีนั้นจะเป็นการฝึกในเรื่องของการทรงตัวและการทำงานที่มีการประสานกันอย่างลงตัวของอวัยวะทุกส่วนในร่างกาย ซึ่งจำเป็นที่จะต้องเร็งตัว ซึ่งส่งผลให้กร้ามเนื้อนั้นมีความกระชับมากยิ่งขึ้น เป็นการทำให้กล้ามเนื้อนั้นมีความแข็งแรงมากกว่าเดิม โดยกล้ามเนื้อส่วนใหญ่ที่ต้องออกแรงนั้นจะเป็นส่วนจองขา สะโพก ซะส่วนใหญ่ ในส่วนของกล้ามเนื้อส่วนที่จึงได้เคลื่อนไหวและทำงาอยู่ตลอด สางผลดีช่วยให้กล้ามเนื้อกระชับแข็งแรงและได้สัดส่วน นับว่าการเล่นสกีนั้นเป็นตัวช่วยสคัญในการสร้างความแข็งแรงให้กับระบบกล้ามเนื้อได้ดีมากๆเลยทีเดียว มากกว่าการออกกำลังกายโดยการเต้นแอโรบิคะอีก

2เป็นตัวช่วยในการเผาผลาญไขมัน

เหตุผลที่การเล่นสกีนั้นช่วยเผาผลาญไขมันให้กับตัวผู้เล่น นั่นก็เพราะว่าการเล่นสกีนั้นคงเป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่สำคัญอย่างยิ่งสำหรับ้ที่ทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยกิจกรรมกลางแต้งก็มีอยู่กลายกิจกรรม เช้นการเต้นแอโรบิค การวิ่ง การปั่นจักรยาน แต่ละกิจกรรมก็ถือว่ามีการเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี แต่สำหรับการเล่นสกีนั้นมีความพิเศษอยู่ตรงที่ได้เคลื่อนย้ายไปในหลายๆที่ ไม่จำเจ ไม่เกิดความเบื่อหน่ายในการทำกิจกรรม และในการเล่นสกีก็ต้องใช้การผสมผสารการออกเเรงของร่างกายในหลายส่วน ทำให้เกิดการเผาผลาญไขมันในร่างกายได้เป็นอย่างดีไม่แพ้การทำกิจกรรมชนิดใดอย่างแน่นอน ซึ่งการเล่นสกีจะสามารถเผาผลาญไขมันได้อย่างน้อยชั่วโมงละประมาณ350แคลอรี่เลยทีเดียว ได้ทั้งความแข็งแรงความสนุก และช่วยลดไขมันในร้างกายได้ด้วย บรรเทาปัผญหาโรคร้ายที่เกี่ยวกับไขมันที่สะสมในร่างกายได้เป็นอย่างดี

3ความยืดหยุ่นและความสมดุล

นักเล่นสกีนั้นจะมีการยืดหยุ่นที่ดีมากยิ่งขึ้น ทำให้ร่างกายสามารถเคลื่นไหวได้โดยไม่ติดขัด ไม่ปวดบริเวณส่วนนู้นส่วนนี้ เนื่องจากท่าทางในการเล่นสกีผสมกับสภาพแวดล้อมของสถานที่ที่ไปเล่น ทำให้ต้องใช้ทักษะการทรงตัวและโยกย้ายได้ดี เมื่อเล่นบ่อยๆจนเกิดความชำนาญก็จะทำให้ร่างกายนั้นสามารถยืดหยุ่นได้ดีกว่าคนปกติทั่วไป ส่งผลให้มีความกระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้นไปอีก นับเป็นกีฬาและวิธีการออกกำลังกายที่ดีมากๆเลยจริงๆ

     นอกจากการเล่นสกีนั้นจะมีประโยชน์มากมายแต่สิ่งที่สำคัญที่สุดเราก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัยของร่างกายตนเองด้วย ซึ่งกาอนออกไปเล่นสกีก็ต้องตรวจสอบสภาพร่างกายของตนเองว่ามีความพร้อมที่มากพอที่จะออกไปทำกิจกรรมได้หรือไม่ และต้องศึกษาข้อมูลเกี่ยวกับการเล่นให้ดี และสิ่งที่สำคัญมากๆอีกหนึ่งอย่างนั้นก็คือการเตรียมอุปกรณ์สำหรับการเล่นสกีให้พร้อม ตรวจสอบให้แน่ใจว่ามีการชำรุดทรุดโทรมหรือไม่ เพื่อจะได้ออกไปเล่นได้อย่างสนุกสนานปลอดภัยและไม่มีอะไรให้น่าวิตกกังวล

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก#

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

การแข่งขันจักรยานไม่ว่าจะเป็นจักรยานเสือหมอบหรือ BMX ล้วนแล้วแต่มีอันตรายอยู่ในตัว หากผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันไม่รักษากฏกติการให้ดีก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่น่ากลัวเกิดขึ้นได้ อย่างเช่นในการแข่งขันจักรยานทางไกลรายการทัวร์ ออฟ โปแลนด์เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้นักกีฬาคนหนึ่งต้องพักยาวและต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตรอดเอาไว้ ส่วนนักกีฬาอีกรายหนึ่งก็ถูกแบนจากการกระทำดังกล่าวเป็นเวลาถึง 9 เดือนด้วยกันแถมยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

เหตุการณ์ดังกล่าวต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ศึกการแข่งขันจักรยานทางไกลรายการทัวร์ ออฟ โปแลนด์ที่ประเทศโปแลนด์ ตอนนั้นทุกอย่างกำลังดำเนินมาได้ด้วยดีบรรดานักกีฬาที่มาจากทีมตัวเต็งต่างโชว์ผลงานกันอย่างเต็มที่ และท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนคลับการแข่งขันจักรยาน ไม่มีใครคาดคิดว่าก่อนที่จะเข้าเส้นชัยจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น และเกิดขึ้นเพราะความตั้งใจของนักแข่งด้วยกันเอง เพียงเพื่อต้องการที่จะเอาชัยชนะมาครองให้ได้ ทำให้อีกฝ่ายเกือบจะไม่มีโอกาสอยู่บนโลกใบนี้อีก และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับนักปั่น 2 รายที่มาจากประเทศเดียวกันแต่อยู่กันคนละทีม

ดีแลนกรูเนอเวเกนนักปั่นจากประเทศเนเธอร์แลนด์แห่งทีมจัมโบวิสมา และเป็นผู้ที่ก่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ในตอนนั้น ดีแลน เป็นฝ่ายนำอยู่และเหลือระยะทางอีกไม่เท่าไหร ดีแลน จะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ความต้องการในชัยชนะของ ดีแลน เกือบจะทำให้เขาถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตรกรไปตลอดกาล โดยจังหวะนั้น ดีแลน ตีคู่มากับ ฟาบิโอ ยาค็อบเซ่น นักปั่นเพื่อนร่วมชาติแห่งทีม ดีคอยนิคควิปสเต็ปทั้งคู่ต่างมีการเบียดและชิงจังหวะโดยดีแลนต้องการจะรักษาอันดับผู้นำไว้ขณะที่ยาค็อบเซ่นก็ต้องชิงจังหวะเพื่อขึ้นนำแทน

ทั้งคู่เบียดกันมาอย่างสูสีและแล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดรวมถึงตัวของยาค็อบเซ่นเองก็ได้เกิดขึ้นเมื่อดีแลนกรูเนอเวเกนตัดสินใจเบียดยาค็อบเซ่นจนทำให้เขาเสียหลักและพุ่งชนป้ายโฆษณาทะลุไปชนกับเสาเหล็กที่อยู่บริเวณเส้นชัยอย่างรุนแรงท่ามกลางความตกใจของแฟนๆที่ยืนชมอยู่ด้านข้างส่วนตัวของดีแลนเองก็ล้มแต่ก็เข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับที่และเหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้นักกีฬาที่ขี่ตามมาเบรกไม่ทันและชนกันล้มอีกหลายคนด้วยกันภายหลังจากนั้นทุกคนถูกนำตัวโรงพยาบาลทันทีแต่คนที่อาการสาหัสที่สุดคงจะหนีไม่พ้นฟาบิโอยาค็อบเซ่นที่เข้าขั้นโคม่า

หลังจากนั้นได้มีการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงในการกระทำดังกล่าวของดีแลนกรูเวอเนเกนซึ่งเจ้าตัวยอมรับและสารภาพว่าตั้งใจจะเบียดยาค็อบเซ่นเพื่อจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับเลยทำให้เขาทำผิดกฎที่ทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ตั้งเอาไว้ ซึ่งการยอมรับผิดแต่โดยดีของทาง ดีแลน ทำให้ล่าสุดทาง ยูซีไอ ตัดสินใจแบนเขาจากการแข่งขันเป็นเวลา 9 เดือนด้วยกันโดยนับจากวันแรกที่เขาได้ก่อเหตุซึ่งนั่นจะหมายความว่าดีแลนกรูเวอเนเกนจะได้กลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้าพร้อมกันนี้ดีแลนยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของทางยูซีไอที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นเดียวกันในขณะที่ทางด้านของยาค็อบเซ่นที่หลังจากนั้นการผ่าตัดดำเนินไปได้ด้วยดีกล่าวว่าเขายังดีใจที่ตัวเองไม่ได้เสียชีวิตไปจากเหตุการณ์ซึ่งในตอนนั้นได้เข้ารับการผ่าตัดเป็นการด่วนเพื่อรักษาโครงหน้าและกรามให้กลับเข้าที่เดิมและในปีหน้ายังมีกำหนดผ่าตัดเพิ่มเติมอีกครั้ง

 

# บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เผย ยังหวังให้นักกีฬาจักรยานประเภท BMX ของไทยทั้งชายและหญิงได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ปีหน้าที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น แม้จะมีคะแนนตามหลังกลุ่มที่การันตีไปแข่งขันชัวร์ก็ตาม หลังจากการแข่งขันรายการล่าสุด ชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ถูกบรรจุให้อยู่ในปฏทินแข่งขันของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) หมาด ทำให้นักกีฬาชายหญิง ที่ได้แชมป์รายการนี้จะได้เก็บคะแนนสะสมอีกด้วย

บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

โดยพลเอกเดชาเปิดเผยว่าการแช่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตรราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 5 สนามสุดท้าย ประจำปี 2563 ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อช่วงวันที่ 7 – 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาได้ถูก ยูซีไอ นำเข้าปฏิทินการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยนั่นแปลว่าจะช่วยส่งผลให้นักปั่นของไทยที่เข้าแข่งรายการนี้ได้เก็บคะแนนสะสมเพื่อรักษาอันดับทั้งในรายบุคคลและอันดับประเทศ ปัจจุบันในรุ่นประชาชนชาย ประเทศไทยนั้น อยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก เก็บคะแนนสะสมได้ทั้งหมด 298 คะแนน อันดับดีขึ้นมา 3 อันดับด้วยกัน ส่วนในรุ่นประชาชนหญิง ก็ได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 20 ส่วนในรุ่นเยาวชนชายและหญิงยังคงอยู่ที่เดิมคือ 6 และ 5 ตามลำดับ

ส่วนประเภทบุคคล สิบตรี โกเมธ สุขประเสริฐ นักปั่นมือ 1 ของทีมชาติไทยอยู่ที่ 77 ส่วน สมคิด ฮาระตะวัน อยู่ที่ 101 ส่วนฝั่งหญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร ทำอันดับไต่ขึ้นมา 6 อันดับอยู่ที่ 55 ในตอนนี้ ขณะที่ วรัญญา แซ่แต้ อยู่ในอันดับ 67 ซึ่งการทำคะแนนสะสมสำหรับทีม BMX ของไทยนั่นเพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ที่ทีมชาติไทยจะได้เข้าแข่งขันในรายการที่ทาง ยูซีไอ ได้กำหนดเอาไว้เพื่อเป็นการเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อนครั้งที่ 32 ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปีหน้า โดยทางสหพันธ์นานาชาติได้เลื่อนการแข่งขันในรอบควอลิฟายออกมาเนื่องจากปัญหาโควิด – 19 โดยคาดการณ์ว่าทาง ยูซีไอ จะจัดการเรื่องทุกอย่างให้สิ้นสุดภายในเดือนพฤษภาคม 2564”

จากผลงานของทีม BMX ทีมชาติไทยหลังจบฤดูกาล 2020 ทำให้เราได้สิทธิ์ในการส่งนักกีฬาไปเข้าร่วมรายการเวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอสและ รายการจักรยาน BMX RACING ชิงแชมป์โลกที่ทาง ยูซีไอ จะใช้เป็นสนามหลักในเก็บคะแนนเพื่อคัดเลือกเข้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ แต่ในตอนนี้เรายังไม่ได้ข้อมูลจากทาง ยูซีไอ ว่าจะเริ่มแข่งขันกันเมื่อไหร่ แต่ทางเราก็ไม่ประมาทในจุดนี้ โดยทางสมาคมได้ให้นักกีฬาเตรียมความพร้อมโดยตลอด ซึ่งหลังจากการเสร็จการแข่งขันที่จังหวัดชัยนาม เราก็ส่งนักกีฬาเข้าเก็บตัวที่สนาม “BMX เสมอกันเซอร์กิตที่จังหวัดสุพรรบุรี โดยมี มร.อดัม แครี่ และนายอัภร ไชยมาโย ดูแลการซ้อมอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้พลเอกเดชายังกล่าวต่อไปอีกว่าอันดับในโอลิมปิกแรงก์กิ้ง ที่จะได้รับเลือกไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ในรุ่นประชาชนชาย ไทยอยู่อันดับที่ 25 มีคะแนน 640 คะแนน ขณะที่รุ่นประชาชนหญิง เก็บได้ 1,200 คะแนน อยู่อันดับ 17 แต่ในการแข่งขันโอลิมปิเกจะคัดเลือกถึงแค่อันดับที่ 11 เท่านั้น โดยในรุ่นประชาชนชายยังมีแต้มตามหลังที่ 11 อยู่หลายร้อยคะแนนด้วยกัน ซึ่งโอกาสที่จะผ่านไปก็ถือว่าริบหรี่เต็มทน แต่ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง เช่นเดียวกันกับในรุ่นประชาชนหญิง ที่ตอนนี้อันดับ 11 คือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีแต้มห่างเราถึง 400 แต้ม แต่โอกาสยังพอมีกับการแข่งขันเวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอสและ รายการจักรยาน BMX RACING ชิงแชมป์โลกที่ไทยได้รับสิทธิ์เข้าแข่งด้วย ซึ่งทาง ยูซีไอ ยืนยันว่าจะมีการให้คะแนนตั้งแต่อันดับที่ 1 จนถึงอันดับที่ 64 นั่นคือความหวังของไทยเรา หากนักกีฬาสามารถทำได้ตามเป้าหมาย โอกาสที่ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ก็จะเปิดกว้างต่อไป

 

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก 

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

ในรายการแข่งขันเจ็ตสกีเวิลด์คัพ 2019 ที่ผ่านมา ผลการแข่งขันทำให้ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ ยอดนักเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์ในการแข่งขันรายการนี้ ได้รับถ้วยรางวัลพระราชทาน และครั้งแรกที่นักกีฬาเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์ในรุ่น PRO-AM RUNABOUT 1100 OPEN ซึ่งโชว์ฝีมือได้อย่างยอดเยี่ยมด้วยการคว้าแชมป์ทั้ง 4 โมโต ทำให้ชื่อของ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ ไปปรากฏอยู่บนโปสเตอร์ของรายการแข่งขันที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2020-2021″ ที่กำลังจะมาถึงเป็นอีกหนึ่งความภูมิใจของวงการเจ็ตสกีไทย

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

แฟนเจ็ตสกีไทยอาจจะคุ้นหน้าคุ้นตากับนักกีฬาท่านนี้กันอยู่แล้วด้วยผลงานที่โดดเด่นมากความสามารถมีดีกรีเป็นถึงแชมป์โลกเลยทีเดียวแต่วันนี้จะมาทำความรู้จักกับเพิ่มพลมากขึ้นไปอีกคุณ

เพิ่มพล เป็นนักกีฬาเจ็ตสกีมากความสามารถ คว้าแชมป์โลกการแข่งขันหลายปีซ้อนด้วยอายุเพียงแค่ 27 ปี เท่านั้น คุณเพิ่มผลเริ่มเล่นตั้งแต่อายุ 6 ขวบ โดยได้เริ่มเล่นครั้งแรก ๆ คือจากคุณพ่อของเขานั่นเองและเริ่มแข่งจริงตั้งแต่อายุ 7 ขวบ เป็นรายการจูเนียร์รุ่นเด็กอายุไม่เกิน 13 ปี ซึ่งในตอนนั้นไม่ได้รางวัลเลย แต่คุณเพิ่มพลก็ไม่ได้ท้อใจ ก็ได้ทำการฝึกฝนและเริ่มแข่งขันมาเรื่อย ๆ และได้เข้าร่วมแข่งขันในรุ่นถัดมาคือรุ่นมือใหม่อายุมากกว่า 14 ปี ปีแรก ๆ ที่เข้าร่วมการแข่งขันก็ยังไม่ได้แชมป์ แต่เมื่อเข้าสู่ปีที่สองก้เริ่มติดอันดับ และทำผลงานมาอย่างต่อเนื่อง โดยได้แชมป์ประเทศไทยครั้งแรกเมื่อปี 2014 จนกระทั่งถึงปัจจุบัน จากนั้นก็เริ่มมีการแข่งขันในต่างประเทศทั้งจีน เกาหลี และสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ซึ่งคุณเพิ่มพลเคยให้สัมภาษณ์ในรายการ SPORT ZABB x2 เมื่อต้นปีที่แล้วว่า จริง ๆ แล้วการแข่งขันเจ็ดสกีนี้ไม่ได้เป็นอาชีพหลัก เป็นเพียงกีฬาที่ชื่นชอบเท่านั้น แต่ด้วยความชอบนี้ทำให้เขาได้หมั่นฝึกฝนแลกมีความตั้งใจที่จะคว้าถ้วยเวิร์ลคัพมาครองให้ได้และก็ทำได้สำเร็จ

เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ สุดยอดนักเจ็ตสกีสัญชาติไทยดีกรีแชมป์โลก

โดยในการแข่งขัน world final นั้น คุณเพิ่มพลเข้าร่วมการแข่งขันเป็นครั้งที่ 2 เท่านั้น แต่ด้วยความสามารถและประสบการณ์ที่สั่งสมมั้ตงแต่เด็ก ทำให้คุณเพิ่มผลสามารถคว้าแชมป์โลกมาครองได้สำเร็จ นอกจากนี้ยังคว้าแชมป์มามากมายจากหลายรายการอีกด้วย ทำให้เป้าหมายในตอนนี้คือการมุ่งเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกในรายการทัวร์ยุโรป และรายการแข่งขัน UIM ซึ่งเป็นรายการระดับโลก รวมไปถึงการป้องกันแชมป์ที่ได้มาด้วย ซึ่งการแข่งขันในยุโรปนั้นจะทำการแข่งขันที่ใช้ความอดทนมากกว่า โดยทำการแข่งขันรอบละ 30 นาทีกับอีก 1 รอบ ซึ่งต้องใช้ความอึดมากกว่าสนามในไทย จึงเป็นการแข่งขันที่ท้าทายความสามารถของแชมป์โลกอย่างคุณเพิ่มผลเป็นอย่างมาก

นับว่าเป็นนักเจ็ตสกีที่มากด้วยประสบการณ์การจริงๆเพราะเริ่มเล่นเจ็ตสกีตั้งแต่เด็กและยังได้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งในและต่างประเทศซึ่งแต่ละสนามนั้นก็มีความแต่งต่างกันทั้งในแง่ของสนามที่มีลูกคลื่นที่ต่างกันออกไปรวมไปถึงการใช้เจ็ตสกีที่คุ้ยเคยก็เป็นเรื่องสำคัญที่ต้องคำนึงถึงเช่นเดียวเชื่อว่าคุณเพิ่มพลจะเป็นไอดอลให้กับนักกีฬาเจ็ตสกีรุ่นน้องหลายๆที่ฝันอยากจะเป็นนักเจ็ตสกีระกดับโลกอย่างแน่อนอน

ความสำเร็จของเพิ่มพลผลนี้เป็นอีกหนึ่งความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่ที่ถือเป็นก้าวสำคัญสำหรับวงการเจ็ตสกีไทยที่ทำให้ประเทศไทยเป็นที่รู้จักในวงการเจ็ดสกีโลกมากขึ้นและยังทำให้คนทั่วไปรู้จักกีฬาเจ็ตสกีและหันมาเล่นเจ็ตสกีกันมากขึ้นอีกด้วยเป็นการส่งเสริมกีฬาเจ็ตสกีในประเทศให้มีความก้าวหน้ามากขึ้นด้วย

# ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 กับการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ทีมชาติไทยได้ส่งนักกีฬาจักรยานเข้าแข่งขันในครั้งนั้นซึ่งรวมถึงการแข่งขันจักรยานประเภท BMX ด้วย ทีมชาติไทยไม่ได้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญทองมาครอง และแฟนๆ ที่ส่งกำลังใจไปเชียร์ก็ไม่ได้คาดหวังกับกีฬาชนิดนี้มากนัก แต่หลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง เพลงชาติไทยกลับได้เปิดไปก้องทั่วทั้งสนาม ธงของประเทศไทยได้โบกสะบัดไปบนเสา นักกีฬาของไทยคว้าเหรียญทองมาครองได้ และเธอคนนั้นในเวลานั้นยังไม่มีใครรู้จักเธอเลย เธอคืออาแมนดา คาร์

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

หลังจากที่เธอคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์มาให้กับวงการจักรยาน BMX ของประเทศไทย ชื่อของเธอเริ่มจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นสำหรับแฟนๆ กีฬาของประเทศไทย และพอสือประวัติถึงได้ทราบว่า อาแมนดา คาร์ เป็นลูกครึ่งไทยสหรัฐอเมริกา และเธอเลือกที่จะขี่จักรยาน BMX ให้กับทีมชาติไทย เธอบอกว่านั่นคือความฝันของเธอ อาแมนดา หลังจากคว้าเหรียญทองให้กับทีมชาติไทยได้แล้ว เธอยังได้คว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์อีก 2 สมัยและ ได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 2016 ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้หลุดทีมชาติไป เพราะทางสมาคมมีแผนจะเก็บตัวยาว 4 ปี แต่ อาแมนดา ที่ติดภารกิจอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถมาเข้าร่วมได้

หลังจากนั้นชื่อของเธอได้หายไปจากคนไทยจนมีหลายคนสงสัยว่าเธอคงเลิกเล่นไปแต่ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งออกมาบอกว่ายังคงขี่จักรยานอยู่ยังไม่เลิกแต่อย่างแต่อย่างไรก็ตามล่าสุดจอมปั่นสาววัย 30 ปี ได้ออกมาประกาศรีไทร์ตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยเธอได้โพสต์ภาพของเธอในการแข่งขันครั้งสุดท้ายที่สนาม “Charlotte BMX” พร้อมสวมหมวกกันน็อคที่มีลายธงชาติไทยพร้อมกับคำพูดว่า

นี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของฉัน เธอชื่อว่า อาแมนดา เกวิ่ง เราได้พบกับครั้งแรกตอนปี 2541 ในการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 7 หรือ 8 ปี นี่แหละ จากนั้นเราได้กลายมาเป็นคู่หูกัน ฉันไม่เคยคิดเราจะกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั่วโลก และเราประกาศอำลาวงการพร้อมกัน โดยตอนแรกฉันคิดว่า อยากจะเลิกเล่นเพียงคนเดียว แต่พอได้ปรึกษากับเธอในเรื่องนี้ เธอก็มาขอเข้าร่วมด้วย เราสองคนปั่นไปด้วย เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีความฝันเหมือนกันและฉันอยากจะเก็บสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในความทรงจำตลอดไป ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากแฟนๆ ทั่วโลก ที่ส่งมาให้ในทุกช่องทาง

สำหรับอาแมนดาคาร์นั้นเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี พ..2533 ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่เธอมีคุณแม่เป็นคนไทยที่มาจากจังหวัดอุดรธานี ส่วนคุณพ่อเป็นชาวอเมริกันมีอาชีพเป็นทนาย และเธอมีชื่อเล่นว่าหยองเธอได้ชื่นชอบจักรยาน BMX มาตั้งแต่เด็กและมักจะขี่แข่งกับลูกพี่ลูกน้องของเธอบ่อยครั้งนั่นเลยทำให้เธอมีความชำนาญในด้านเทคนิคต่างๆตั้งแต่อายุยังน้อย

อาแมนดาแม้จะมีคุณพ่อเป็นช่าวต่างชาติแต่เธอก็ได้คุณแม่คอยสอนภาษาไทยให้โดยเฉพาะภาษาอีสานที่เธอพูดได้คล่องมากดังเช่นตอนที่เธอให้สัมภาษณ์หลังจากคว้าเหรียญทองที่อินชอนประเทศเกาหลีใต้ทำให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากนั้นเธอได้กลายเป็นคนดังของประเทศไทยอาแมนดาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและชอบกินส้มตำเป็นประจำหลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 อาแมนดาได้ตัดสินเดินทางกลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตอนนั้นเธอได้ให้เหตุผลว่ากลับไปเรียนต่อให้จบตามที่ได้สัญญากับคุณแม่เอาไว้จากนั้นเธอจึงหลุดจากทีมชาติไทยก่อนจะประกาศอำลาวงการในที่สุด

 

มาริส สตรอมเบิร์ก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ BMX

ภาพจาก : https://www.mainstand.co.th/