Dive Computer ที่ดีที่สุดในปี 2021 สำหรับ นักดำน้ำแบบ Scuba Dive Computer เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คุณให้ความไว้ใจ และเชื่อใจมากที่สุด

Dive Computer ที่ดีที่สุดในปี 2021

Dive Computer ที่ดีที่สุดในปี 2021

สำหรับ นักดำน้ำแบบ Scuba นับได้ว่า Dive computer นี่เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ถือว่าสำคัญมากๆเลยทีเดียว เพราะว่า Dive Computer เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่คุณให้ความไว้ใจ และเชื่อใจมากที่สุดเพราะว่าหากทำงานผิดพลาดเเม้แต่นิดเดียวนั่นคือคุณอาจจะหลงทางจากตำแหน่งที่คุณต้องการจะไปจริง หรือแม้กระทั่งการบอกระดับความลึกที่ผิดพลาดก็อาจจะทำให้ทุกอย่างไม่เป็นไปตามแผนและหากคุณลงลึกเกินกว่าศักยภาพที่คุณจะทำได้ก็จะให้เกิดอันตรายได้ด้วยเช่นเดียวกัน เพราะฉะนั้นและคุณจะต้องเลือก Dive Computer ที่ดีมีประสิทธิภาพมากจริงๆอีกด้วย และวันนี้เราก็จะพาคุณมาดูกันว่า Dive Computer ที่ดีที่สุดในปี 2021 นั้นมีอะไรกันบ้าง

Dive Computer ที่ดีที่สุดสำหรับนักดำน้ำในทุกระดับ

Cressi Leonardo Dive Computer

สำหรับ Dive Computer ตัวนี้นั้นต้องบอกเลยว่าเหมาะกับคนที่เพิ่งเริ่มต้นที่จะดำน้ำอย่างจริงจัง เพราะว่าด้วยหน้าจอที่ใหญ่ ดูการประมวลผลต่างๆได้ง่าย รวมทั้งปุ่มกดเลือกเมนูต่างๆที่ก็กดง่ายเช่นเดียวกัน ถึงแม้ว่าคุณจะใส่ถุงมือ สำหรับฟังค์ชั่นของเจ้า Dive Computer ตัวนี้คือคุณสามารถเชคระดับความลึก ระดับออกซิเจนในร่างกาย ใช้งานได้ง่ายด้วยปุ่มเดียว อีกทั้งยังมีสีให้เลือกมากมายและราคาไม่แพงอีกด้วย เรียกได้ว่าใครๆก็สามารถจับต้องได้

Advanced Dive Computer ที่ดีที่สุดสำหรับระดับ Advanced เป็นต้นไป

Suunto D5 Dive computer

สำหรับ Suunto รุ่นนี้นับได้ว่าเป็น Dive Computer อีกตัวนึงที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากฟังค์ชั่นที่อัดแน่นแบบสุดๆ เพียงเท่านั้นยังไม่พอยังมีรูปร่างหน้าตาที่เรียกได้ว่าสวยงามใส่ไปดำน้ำก็ได้ ใส่ออกกำลังกายก็ดี หรือว่าจะใส่เพื่อความโก๋เก๋ในชีวิตประจำวันก็ไม่มีติดขัดอะไร ส่วนฟังค์ชั่นสุดเจ๋งของเจ้า Suunto ตัวนี้ก็คือ มีเมนูเข็มทิศ เชื่อมต่อโทรศัพท์ได้ บอกระดับความลึกได้ บอกปริมาณอากาศที่เหลือได้ มีการสั่นแจ้งเตือน และสามารถกันน้ำได้ลึกถึง 100 เมตรเลยทีเดียว เรียกได้ว่าทั้งรูปลักษณ์และฟังค์ชั่นนั่นครบมากจริงๆ

Techniquecal Dive Computer ที่ดีที่สุดสำหรับระดับ Techniquecal Diver

Shearwater Petrel Dive Computer

สำหรับ Dive Computer ตัวนี้จะต้องบอกเลยว่าเจ๋งมากๆ เพราะว่าเป็นสำหรับ Techniquecal Diver ที่มีฟังค์ชั่นอัดแน่นสุดๆ ทั้งการใช้งานที่ง่ายแสนง่ายด้วยปุ่นเพียง 2 ปุ่ม สามารถบอกระดับความลึกได้ รวมถึงอากาศที่คุณใช้ และค่าออกซิเจน ไนโตรเจนในร่างกายของคุณ เพื่อที่คุณจะได้ทราบถึงระดับความเสี่ยงในการดำน้ำของคุณ เพียงเท่านั้นยังไม่พอเจ้า Dive Computer ตัวนี้ยังมีความจุถึง 1,000 ชั่วโมง และสามารถเก็บสถิติการดำน้ำในทุก Dive ของคุณได้อีกด้วย


อุปกรณ์ Scuba สำหรับที่ชื่นชอบการดำน้ำลึก การดำน้ำแบบ Scuba นั้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่เราจะต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะมากกมาย

อุปกรณ์ Scuba สำหรับที่ชื่นชอบการดำน้ำลึก

อุปกรณ์ Scuba สำหรับที่ชื่นชอบการดำน้ำลึก

ต้องบอกเลยว่า การดำน้ำแบบ Scuba นั้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่เราจะต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะมากกมายกว่าการดำน้ำในรูปแบบอื่นๆอย่าง Snorkel และ Freedive มากนัก เนื่องจากว่าเป็นการดำน้ำลึกที่ต้องใช้อุปกรณืต่างๆเพื่อช่วยให้คุณสามารถหายใจใต้น้ำกันได้ และแน่นอนว่าในเรื่องของค่าใช้่านั้นก็สูงด้วยเช่นเดียวกัน และถ้าคุณเป็นอีกหนึ่งคนที่เริ่มจะจริงจังกับ การดำน้ำแบบ Scuba แล้วรู้แล้วว่าคุณรักกิจกรรมนี้มากจริงๆ คุณก็ควรที่จะมี อุปกรณ์การดำน้ำแบบ Scuba เป็นของตัวเอง ซึ่งวันนี้เราจะมาดูกันว่า อุปกรณ์ Scuba สำหรับที่ชื่นชอบการดำน้ำลึก อะไรบ้างที่คุณจะต้องควรมีเป็นอุปกรณ์พื้นฐาน

Mask & Snorkel

สำหรับ Mask แลพ Snorkel นี่นับได้ว่าเป็นอุปกรณ์พื้นฐานของการดำน้ำเลยก็ว่าได้ เพราะว่าไม่ว่าคุณจะดำน้ำแบบไหนก็จะต้องใช้เจ้าอุปกรณ์ตัวนี้ทั้งนั้น เพื่อให้คุณสามารถมองเห็นใต้น้ำได้ และสามารถเห็นโลกใต้น้ำได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น

Scuba Fins

สำหรับ Scuba Fins แล้วก็ค่อนข้างที่จะมีความใกล้เคียงกับ Snorkel Fins มากเลยทีเดียว และสำหรับการดำน้ำแบบ Scuba ที่คุรจะต้องดำไปใต้น้ำแล้วการที่คุณจะสามารถเคลื่อนไหวได้แบบปลาก็ต้องอาศัยการใช้ Fins ที่เปรียบเสมือนครีบเทียมนี่แหละค่ะ เนื่องจากว่าการดำน้ำแบบ Scuba เราจะไม่ใช้มือในการว่ายน้ำ จึงต้องใช้ขาในการตีน้ำแทน และแน่นอนว่าสำหรับ Fins ที่ใช้ในการดำน้ำแบบ Scuba นี้คุณก็สามารถใช้ในการดำน้ำแบบ Snorkel ได้อีกด้วยนะคะ

Wetsuit

เชื่อเถอะว่าการที่คุณมี Wetsuit เป็นของตัวเองนั้นดีที่สุด เพราะทุกครั้งที่คุณจะต้องออกดำน้ำแล้วจะต้องมีการเช่า Wetsuit จาก Diving Shop นั้น ทำให้คุณใส่ได้ไม่สบายใจเท่ากับการที่คุณใส่ Wetsuit ของตัวเองอย่างแน่นอน อีกทั้งยังยังทำให้คุณได้มี Wetsuit ที่ตรงตามไซส์ของคุณเองอีกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจะต้องดีกว่าอย่างแน่นอน

Dive Computers

อุปกรณ์ Scuba สำหรับที่ชื่นชอบการดำน้ำลึก การดำน้ำแบบ Scuba นั้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่เราจะต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะมากกมาย

ส่วนเจ้า Dive computers หรือที่เราเรียกกันสั้นๆว่า Dive Com นั้นก็เป็นนาฬากาที่จำเป็นอย่างยิ่งในการดำน้ำ เพื่อที่คุณจะได้รู้ระดับไนโตรเจนในร่างกายของคุณ รู้เวลา รู้ระดับความลึก รู้ตำแหน่งของคุณเอง และในสมัยนี้ก็มีการทำ Dive Com ที่หน้าตาเหมือนกับนาฬิกาทั่วไปซึ่งบางรุ่นนั้นสามารถเชื่อมต่อกับ Application การดำน้ำของคุณได้เลย เพราะฉะนั้นในทุก Dive ของคุณก็จะมีการบันทึกลงใน Logbook ของคุณโดยอัติโนมัติ จะไม่ใช่ระบบ Manual เหมือนเมื่อก่อนแล้ว

BC (buoyancy compensator)

อุปกรณ์ Scuba สำหรับที่ชื่นชอบการดำน้ำลึก การดำน้ำแบบ Scuba นั้นเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่เราจะต้องใช้อุปกรณ์เยอะแยะมากกมาย

สำหรับ BC นี้เป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่คุณควรจะต้องมีเป็นของตัวเอง ซึ่งแน่นอนว่าจะมีราคาสูงแต่ว่าหากคุณมี BC เป็นของตัวเองจะทำให้คุณ สามารถสังเกตุได้ว่าอะไรที่ผิดปกติ อีกทั้งคุณยังสามารถใช้งาน BC ของคุณไ้อย่างคล่องแคล่วกว่าการเช่า BC จาก Shop อีกด้วย


ความแตกต่างระหว่าง Wet suit และ Dry suit ระหว่าง Wet Suit และ Dry Suit นี้มีความแตกต่างกันอย่างไร และแบบไหนที่ใช้คุณมากกว่ากัน

ความแตกต่างระหว่าง Wet suit และ Dry suit

ความแตกต่างระหว่าง Wet suit และ Dry suit

เชื่อว่าคนส่วนใหญ่น่าจะรู้จักกับ Wet suit กันเป็นอย่างดี แต่ถ้าหากจะพูดถึง Dry Suit แล้วหลายคนอาจจะสงสัยว่าคืออะไร เป็นยังไง ซึ่งวันนี้ก็อีกเช่นเคยที่เราจะมาไขข้อข้องใจให้คุณได้ทราบกันว่า ความแตกต่างระหว่าง Wet suit และ Dry suit และแบบไหนที่ใช้คุณมากกว่า เพราะฉะนั้นมาดูกันเลยค่ะ

การรักษาความอบอุ่น

สำหรับ Wet Suit มีการรักษาความอบอุ่นในร่างกายคุณ โดยการที่ใช้ความหนา และ สร้างเป็น Layer หลายๆชั้นเพื่อที่จะป้องกันไม่ให้ร่างกายของคุณนั้นสูญเสียความร้อนไปอย่างรวดเร็ว โดยส่วนใหญ่วัสดุที่ใช้จะเป็น neoprene ส่วน Dry suit นั่นจะใช้หลักการของอากาศที่มีการกักเอาไว้ในร่างกาย และน้ำไม่สามารถผ่านเข้ามาสัมผัสกับร่างกายของคุณได้ ทำให้การสูญเสียความร้อน และการระบายความร้อนจากอุณหภูมิของน้ำที่ต่ำกว่านั้นช้าลงด้วยเช่นเดียวกัน

การลอยตัว

สำหรับ wet suit การโดดลงน้ำในช่วงแรกก็อาจจะทำให้คุณสามารถลอยตัวได้ดี แต่ว่าหลังจากนั้นการที่มีน้ำอยู่ในใยผ้าด้วยก็จะทำให้การลอยตัวนั้นน้อยลงเรื่อยๆ แต่ สำหรับ Dry suit นั่นมีเนื้อที่บางก็จริงแต่การที่มีการกักเก็บอากาสอยู่ข้างในนั้นทำให้ Dry suit จะมีการลอยตัวที่มากกว่า รวมถึงคุณยังสามารถเพิ่มอากาศเข้าไปในชุดได้อีกด้วย

น้ำหนัก

สำหรับการที่คุณใส่ Dry suit และมีการใส่น้ำหนักเพิ่มนั้นก็ไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเท่าไหร่ เนื่องจากว่า หากคุณดำดิ่งลงไปแล้วก็สามารถที่จะปรับความดัน หรือเพิ่มอากาศเข้าไปในชุดเพื่อเพิ่มการลอยตัวลอยได้ ซึ่งแตกต่างจาก Wet suit ที่เมื่อคุณใส่น้ำหนักมากจนเกินไป เมื่อดำน้ำลึกลงไปในระยะเวลาหนึ่งก็อาจจะทำให้คุณดิ่งลงไปได้  เรียกได้ว่า Dry suit มีการควบคุมน้ำหนักที่ดีกว่านั้นเอง


ความสามารถในการใช้งาน

สำหรับ Wet suit แล้วการใช้งานนั้นคุณจะต้องเลือกใช้ไปตามสภาพภูมิอากาศและอุณหภูมิ เรียกได้ว่าถ้าน้ำอุ่นก็ใส่ Wet suit ที่บางหน่อย หรือถ้าน้ำเย็นก็ต้องใส่ Wet suit ที่มีความหนามากขึ้น แน่นอนว่าแตกต่างจาก Dry suit ที่คุณมีชุดเดียวก็สามารถใส่ดำน้ำได้ตลอดทั้งปี ได้ทุกฤดูกาลเลยทีเดียว

ราคา

แน่นอนว่าฟังมาถึงตรงนี้หลายๆคนก็น่าจะเดาได้แล้วว่า Dry suit ต้องมีราคาที่แพงกว่าแน่นอน และมันก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ ซึ่งเจ้า Dry suit ตัวนึงนี่สามารถซื้อ Wet suit ได้หลายชุดเลยทีเดียว เหมาะกับน้ำดำน้ำที่ดำน้ำบ่อยๆ เดินทางไปดำทุกสภาพอากาศทุกสถานการณ์ แต่ถ้าเราจะดำเฉพาะในโซนน้ำอุ่นอย่างเอเชีย ก็มี Dry suit ไว้ในครอบครองก็เพียงพอนะคะ

ค่าดูแลรักษา

สำหรับค่าดูแลรักษา Wet suit นั้นนับได้ว่ามีราคาที่ไม่สูงมาก ซึ่งอย่างน้อยก็เป็นการซื้อ แชมพูสำหรับซัก Wet suit เท่านั้น แต่สำหรับ Dry suit แล้วแน่นอนว่ามีค่าใช้จ่ายที่มากกว่าด้วยทั้งในเรื่องของการตรวจเชคสภาพ เปลี่ยนซีลบริเวณรองเท้าบูธ ซึ่งค่าซ่อมแซมก็ค่อนข้างสูงระดับนึง แต่หากคุณดูแลดีๆแล้วก็สามารถใช้งานได้ประมาณ 15-20 ปีเลยทีเดียว


อุปกรณ์การ freediving

อุปกรณ์การ freediving

สำหรับ freediving นี่ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการดำน้ำที่มาแรงไม่ใช่เล่นในเมืองไทย เพราะต้องบอกเลยว่าที่เมืองไทยนั้นมีจุดดำน้ำหลายจุดมากที่เหมาะกับ การดำแบบ Freedive ซึ่งถ้าใครที่ชอบดำน้ำก็ต้องมาลอง เรียนดำน้ำแบบ freediving ดูกันนะคะ ซึ่งรับรองได้เลยว่าสนุกถูกใจอย่างแน่นอน และสำหรับวันนี้เราก็จะมาบอกกันดีว่าว่า อุปกรณ์การ freediving นั้นมีอะไรกันบ้าง

Mask

หน้ากากดำน้ำ สำหรับหน้ากากดำน้ำของคนที่จะมาสาย Freedive แบบจริงจัง คุณจะต้องมีหน้ากากดำน้ำแบบ freedive ซึ่งจะแตกต่างจากหน้ากากดำน้ำแบบ Snorkel ทั่งไปที่จะมีขนาดใหญ่กว่า สำหรับ Mask ที่ freediver ใช้นั้นจะมีที่เล็กกว่าเพื่อลดระดับความดันเมื่อดำลงไปในน้ำ ให้คุณไม่เจ็บโพรงไซนัสเมื่อยามที่ดำน้ำลงไป ซึ่งราคาก็ไม่ได้แพงมากนักอยู่ที่ประมาณหลักพันต้นๆเท่านั้นเอง

Snorkel

ท่ออากาศ ส่วนท่ออากาศนี้ก็แน่นอนเลยว่าขาดไม่ได้สำหรับการดำนำ้ทุกประเภท ซึ่งสำหรับ Snorkelนั้นก็ไม่ได้มีความพิเศษอะไร สามารถใช้ Snorkel ธรรมดาๆได้เลย แต่หากจะเลือกที่มีคุณภาพดีขึ้นมาอีกก็ต้องเป็น snorkel ที่มีความยืดหยุ่น แข็งแรงทนทาน ใช้งานง่าย รวมถึงเป็นซิลิโคลนชั้นดีที่ไม่บาดปากเราด้วยก็จะดีมากๆเลยนะคะ

Long Fins

ในส่วนของ Fins หรือตีนกบนี้นับได้ว่าเป็นตัวแปรสำคัญเลยทีเดียว เพราะว่า fins ที่ใช้ในการ freedive นั้นจะมีข้อแตกต่างจากการดำน้ำในแบบอื่นๆ นั้นก็คือจะมีความยาวที่มากกว่า Fins สำหรับดำน้ำทั่วๆไป เพื่อให้คุณสามารถเคลื่อนไหวใต้น้ำได้อย่างอิสระ คล่องแคล่ว และเพื่อเป็นการทุ่นแรงในการตีขาใต้น้ำได้อีกด้วย ซึ่ง Fins โดยทั่วไปที่ใช้นั้นจะเป็น Fins พลาสติก และสำหรับ Freediving แล้ว จะมีหลายประเภท คือ แบบพลาสติก และไฟเบอร์กลาส และแบบคาร์บอนไฟเบอร์ ซึ่งก็จะมีราคาที่สูงที่สุดในเหล่าอุปกรณ์ Freediving ทั้งปวง

Weight

สำหรับเจ้าเวทหรือก้อนตะกั่วถ่วงน้ำหนักตัวนี้ จะใช้ใส่เข้ามาในเข็มขัด เพื่อเป็นการเพิ่มน้ำหนักของเราให้ตัวเราอยู่นิ่งๆใต้น้ำได้งานขึ้น ซึ่งการใส่ตะกั่วถ่วงน้ำหนักนี้ก็แล้วแต่สรีระของแต่ละคนนะคะว่าจะต้องใช้หนักขนาดไหน หรือนักดำน้ำแบบ Freedive บางคนที่สามารถควบคุมร่างกายใต้น้ำได้ดีบางทีก็ไม่ต้องใช้ตะกั่วถ่วงน้ำหนักเลยก็มีเหมือนกันนะคะ

อุปกรณ์การ freediving สำหรับ freediving นี่ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการดำน้ำที่มาแรงไม่ใช่เล่นในเมืองไทย เพราะที่เมืองไทยมีจุดดำน้ำเยอะ

Dive socks

ส่วนนี่ก็จะเป็นถุงเท้าดำน้ำนะคะ ซึ่งสำหรับบางคนที่เมื่อใส่ Fins นานๆ ตีขาบ่อยๆแล้วอาจจะโดน Fins กัดได้เหมือนรองเท้าทั่วไป จึงจะต้องมีการใช้ Dive socks เพื่อกันฟินกัด หรือในอีกกรณีหนึ่งก็คือ Foot pocket ของ Fins อาจจะมีความหลวมเล็กน้อย แต่เมื่อใส่ถุงเท้าดำน้ำเข้าไปก็จะทำให้คุณใส่ Fins ได้พอดีและกระชับมากยิ่งขึ้นนั่นเองค่ะ

อุปกรณ์การ freediving สำหรับ freediving นี่ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการดำน้ำที่มาแรงไม่ใช่เล่นในเมืองไทย เพราะที่เมืองไทยมีจุดดำน้ำเยอะ


หลักสูตร Professional Scuba Diving คุณก็ต้องลงเรียน ครอส Professional Scuba Diver กันไปเลย เรียกได้ว่าเป็น หลักสูตรนักดำน้ำมืออาชีพ

หลักสูตร Professional Scuba Diving

หลักสูตร Professional Scuba Diving

หากคุณคิดว่า การดำน้ำ เป็นสิ่งที่คุณชื่นชอบและคิดว่าอยากจะไปให้สุดทางแล้วล่ะก็ เชื่อได้เลยว่าแค่เพียงการดำน้ำเล่นๆ แบบสันทนาการเพื่อชมความสวยงามของโลกใต้น้ำเพียงเท่านั้นคงจะไม่พออย่างแน่นอน เรียกได้ว่าหากหลงรักอะไรแล้ว อยากจะเต็มที่กับมันคุณก็ต้องลงเรียน ครอส Professional Scuba Diver กันไปเลย เรียกได้ว่าเป็น หลักสูตรนักดำน้ำมืออาชีพ เหมาะสำหรับคนที่ตั้งใจที่จะมาเอาดีทางด้านการดำน้ำเพราะว่าใจรักจริงๆ ก็ต้องมาเรียนกันได้เลยค่ะ ซึ่งหลัก สูตรแบบ Professional Scuba Diving นี้จะมีอะไรกันบ้างนั้นเรามาดูกันต่อได้เลยค่ะ

หลักสูตร Professional Scuba Diving คุณก็ต้องลงเรียน ครอส Professional Scuba Diver กันไปเลย เรียกได้ว่าเป็น หลักสูตรนักดำน้ำมืออาชีพ

Dive Master

สำหรับใครที่ได้ผ่านอบรม หลักสูตร Dive Master นี้แล้วคุณก็จะเป็นผู้ที่สามารถทำงานในอุตสาหกรรมการดำน้ำได้แล้ว โดยสามารถช่วยเหลือผู้ที่มีประสบการณ์ในการดำน้ำที่น้อยกว่าได้ สามารถเป็นไกด์ในกลุ่มดำน้ำได้ และสามารถช่วยเหลือครูสอนดำน้ำได้อีกด้วย

Assistant Instructor

และสำหรับหลักสูตรนี้ก็เหมาะสำหรับคนที่เริ่มรู้ตัวเองแล้วว่าอนาคตนั้นอยากที่จะเป็นครูสอนดำน้ำอย่างจริงจัง โดยเส้นทางของอาชีพนี้ก็จะเริ่มจากการเป็น Assistant Instructor หรือผู้ช่วย Instructor ตัวจริงก่อนนั้นเอง เรียกได้ว่าเรียนรู้ทุกอย่างและคอยช่วยเหลือ Instructor ในระหว่างการฝึกสอนได้

Open Water Scuba Instructor (OWSI)

และแน่นอนว่าหลักสูตรนี้หากคุณสามารถสอบผ่านได้ทั้งข้อสอบและหลักปฏิบัติคุณก็สามารถมาเป็นครูสอนดำน้ำกันได้แล้วค่ะ เรียกได้ว่าเป็น Instructor แบบเต็มตัวได้เลย และสำหรับหลักสูตรนี้คุณก็สามารถสอน หลักสูตร Open Water ได้เลยค่ะ

Master Scuba Diver Trainer

ระดับการรับรองนักดำน้ำมืออาชีพอีกหนึ่งระดับผู้สอนดำน้ำ ที่รับรองจากนักดำน้ำ 25 คนขึ้นไป และผู้ที่สำเร็จ หลักสูตร Specialty Instructor อย่างน้อย 5 หลักสูตรก็สามารถเป็น “Master Scuba Diver Trainers” ได้ ซึ่งต้องบอกเลยว่าหลังจากไปรับการรับรองนี้คุณจะสามารถสอนใน หลักสูตรที่ Advanced มากขึ้นได้อีกด้วย

IDC Staff Instructor

สำหรับหลักสูตรนี้เรียกได้ว่าขยับขึ้นไปอีกขั้น ซึ่งเป็นการอบรมในหลักสูตรที่เป็นมือขวาของ Director ในการสอนนักดำน้ำที่ต้องจากจะเป็น Instructor นั่นเองแหละค่ะ ซึ่งจะต้องคอยช่วยเหลือ Director ในระหว่างทำการสอนเหล่า Instructor นั่นเอง

Master Scuba Instructor

นี่เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรในการสร้างครูผู้สอนดำน้ำระดับสูง โดยได้รับการยกย่องจากปรมาจารย์นักดำน้ำเลยทีเดียวนะคะ ซึ่งหลักสูตรนี้คุณจะต้องผ่านการทดสอบในระดับที่แตกต่างกัน 150 รายการ สอนหลักสูตร “การตอบสนองฉุกเฉินครั้งแรก” 10 หลักสูตร และเข้าร่วมการสัมมนาของ PADI 3 ครั้งเป็นข้อกำหนดในการได้รับใบรับรองการดำน้ำระดับมืออาชีพ

Director

นี่นับได้ว่าเป็นหลักสูตรขั้นสูงสุดของการเป็นครูสอนดำน้ำมืออาชีพเลยก็ว่าได้ เพราะเรียกได้ว่าเป็น Teacher of teacher เป็น Director ผู้สอน Instructor อีกทีหนึ่ง นี้แหละคือขั้นสูงสุดของ หลักสูตร Professional Scuba diving

หลักสูตร Professional Scuba Diving คุณก็ต้องลงเรียน ครอส Professional Scuba Diver กันไปเลย เรียกได้ว่าเป็น หลักสูตรนักดำน้ำมืออาชีพ


การดำน้ำแบบสันทนาการ

การดำน้ำแบบสันทนาการ

สำหรับ การดำน้ำแบบ Scuba ก็คือการดำน้ำแบบที่เราทราบกันดีว่าเป็น Tank Dive นั่นก็คือการดำน้ำแบบที่เราต้องมีการใช้อุปกรณ์ต่างๆ และถังออกซิเจนติดตัวเราไปด้วยเพื่อที่เราจะสามารถหายใจได้น้ำได้ นั่นก็เพื่อที่เราจะสามารถใช้เวลาอยู่ใต้น้ำ และสำรวจความสวยงามต่างๆ ของโลกใต้น้ำได้ยาวนานมากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งถ้าหากฟังดูเผินๆก็ราวกับว่าไม่มีอะไรที่แตกต่างกันสักเท่าไหร่ ก็เพียงแค่สามารถดำลงไปใต้น้ำได้เท่านั้น แต่ว่าอันที่จริงและ การดำน้ำแบบ Scuba ก็มีการแบ่งระดับไว้อีกมากมายตามความสามารถของนักดำน้ำที่ต้องผ่านหลักสูตรการฝึกฝนมาแล้วเท่านั้น โดยมีความลึก และเทคนิคต่างๆเป็นเกณฑ์นั่นเอง

ซึ่งถ้าหากให้แบ่งก็จะมีอยู่ 2 ประเภทใหญ่ๆนั่นก็คือ

การดำน้ำแบบสันทนาการ และ การเป็นนักดำน้ำมืออาชีพ ซึ่งในวันนี้เราจะมาถูกถึงหลักสูตรการดำน้ำแบบสันทนากากันดีกว่า

Recreational Scuba Diving Certification Levels นี่คือการดำน้ำแบบสันทนาการ หรือการเน้นความเพลิดเพลินในการดำน้ำเท่านั้น ไม่ได้เรียนเพื่อการเป็น Instuctor ในการสอนดำน้ำแต่อย่างใด

ซึ่งการดำน้ำแบบนี้ก็จะแบ่งออกเป็น 5 หลักสูตรด้วยกัน

– Junior Scuba Diver

สำหรับหลักสูตรนี้ จะเป็น หลักสูตรสำหรับเด็กที่มีอายุตั้งแต่ 10-15 ปี ซึ่งเป็นหลักสูตรสำหรับเด็ก ใน การดำน้ำแบบ Scuba ซึ่งจะใช้ Tank ที่เล็กกว่า และดำน้ำได้ในความลึกไม่เกิน 12 เมตรเท่านั้น ที่สำคัญต้องดำน้ำกับผู้เชี่ยวชาญในทุก Dive อีกด้วย

– Open Water Diver

สำหรับใครที่อายุเกิน รุ่น Junior แล้วก็สามารถมาลงเรียนหลักสูตรนี้กันได้เลย เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรเริ่มต้นสำหรับใครที่ต้องการจะมาเรียนดำน้ำเลยก็ว่าได้ ซึ่ง Open Water นี้คุณจะสามารถดำน้ำได้ลึกที่ประมาณ 18-20 เมตร และอีกเช่นเคยคือคุณต้องดำน้ำกับผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น

– Advanced Open Water

ส่วนใครที่ผ่านการฝึกอบรมและปฏิบัติใน หลักสูตร OWD กันเรียบร้อยแล้วก็ต้องมาเรียนกันต่อใน หลักสูตร Advanced นี้ได้เลยซึ่งหลักสูตรนี้ก็จะเรียนเทคนิคการดำน้ำที่มากขึ้นกว่าเดิม และคุณจะสามารถดำน้ำได้ลึกมากขึ้นกว่าเดิม โดยระดับความลึกจะอยู่ที่ ไม่เกิน 30 เมตรนั่นเองค่ะ

– Rescue Diver

สำหรับหลักสูตรนี้ก็จะเน้นการดำน้ำสำหรับกู้ภัย หรือการช่วยชีวิตผู้อื่น ในกรณีที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินคุณจะสามารถใช้เทคนิคต่างๆที่ได้เรียนรู้มาเพื่อที่จะชีวิต หรือช่วยเหลือเพื่อนนักดำน้ำของเราได้อย่างถูกต้องแะทันท่วงที

การดำน้ำแบบสันทนาการ การดำน้ำแบบสันทนาการ และ การเป็นนักดำน้ำมืออาชีพ ซึ่งในวันนี้เราจะมาถูกถึงหลักสูตรการดำน้ำแบบสันทนากากันดีกว่า

– Master Scuba Diver

และนี่ก็เรียกได้ว่าเป็นหลักสูตรสูงสุดของการดำน้ำแบบ Recreational Scuba Diving แล้ว ซึ่งการที่คุณจะเป็น Dive Master ได้นั้นคุณจะต้องผ่านหลักสูตรหลักๆคือ OWD, AOWD และ Rescue Diver ให้เรียบร้อยเสียก่อนคุณถึงจะสามารถลงหลักสูตร Master Scuba Diver และได้ Title ว่าเป็น Dive Master นั่นเอง

การดำน้ำแบบสันทนาการ การดำน้ำแบบสันทนาการ และ การเป็นนักดำน้ำมืออาชีพ ซึ่งในวันนี้เราจะมาถูกถึงหลักสูตรการดำน้ำแบบสันทนากากันดีกว่า


Snorkel อย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธี การดำน้ำขั้นพื้นฐาน นั่นก็คือการดำแบบ Snorkel มาให้คุณได้ทราบกันนะคะ

Snorkel อย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ

Snorkel อย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ

วันนี้เราจะมาแนะนำวิธี การดำน้ำขั้นพื้นฐาน นั่นก็คือการดำแบบ Snorkel มาให้คุณได้ทราบกันนะคะ ซึ่งบางคนเนี่ยอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ การดำแบบ Snorkel มาก่อนเลย หรือว่าบางคนอาจจะเคยดำมาบ้างแล้ว แต่ว่าวิธีการดำแบบไหนล่ะที่จะดูราวกับว่าเราเคยดำมาแล้ว 10 Dive แน่นอนว่าการดำน้ำที่ดูเป็นมืออาชีพนอกจากเราจะสามารถดำได้สนุกแล้ว ก็ยังถ่ายรูปออกมาแล้วดูเจ๋ง ดูคูลอีกด้วยนะคะ เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยค่ะ

ฝึกการหายใจทางปาก

สำหรับ การดำน้ำแบบ Snorkel นั้นเราจะต้องใส่ Mask และเราไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการหายใจเป็นการหายใจผ่านทางท่อ Snorkel ทางปากแทน เพราะฉะนั้นคุณจะต้องลองสวม Mask และ Snorkel เพื่อฝึกการหายใจทางปากจนชินเสียก่อน เวลาลงน้ำจะได้ไม่รู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หายใจไม่ออกแว่นเป็นฝ้า กลายเป็นอาการ Panic ได้ เพราะฉะนั้นรวบรวมสติให้ตั้งมั่น ค่อยเปลี่ยนระบบการหายใจทางจมูกเป็นการหายใจเข้า-ออกทางปากของเราแทน

ใช้ขาให้มากกว่าแขน

สำหรับการดำน้ำแทบจะทุกประเภททั้ง Snorkel Freediving หรือแม้กระทั่ง Scuba เราจะเน้นการเคลื่อนที่โดยการใช้ขาของเรามากกว่าการใช้แขนกวัดแกว่ง เพราะว่าการใช้แขนนั้นจะทำให้สัตว์ทะเลที่อยู่ตรงหน้าเรากลัว และว่ายหนีกระเจิงไปได้ แต่ถ้าคุณใส่ขาตีน้ำให้ร่างกายเคลื่อนไหว จะไม่มีฟอกอากาศมาบดบังวิสัยทัศน์ของคุณสามารถชื่นชมกับความสวยงามของโลกใต้น้ำได้อย่างเต็มที่ และไม่ทำให้สัตว์ทะเลตกใจด้วยนะคะ

ลอยตัวให้ขนานกันผิวน้ำ

วิธีการลอยตัวในการ Snorkel ที่ดีมากที่สุดนั่นก็คือการลอยตัวให้ร่างกายของเราขนานกับผิวน้ำให้มากที่สุดเพราะจะทำให้คุณหายใจได้สะดวกที่สุด และเป็นการจัดระเบียบร่างกายที่คุณสามารถมองลงไปชมความสวยงามของโลกใต้น้ำได้ดีมากมายที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

ฝึกการว่ายน้ำให้เก่งขึ้น

ที่จริงแล้ว การดำน้ำแบบ Snorkel คุณแทบจะไม่ได้ใช้ Skill ใดๆในการว่ายน้ำเลย แต่ก็แน่นอนว่าการที่คุณมาลงน้ำก็ต้องมีความสามารถในการว่ายน้ำติดตัวเอาไว้บ้าง ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้นเวลาที่กำลังดำน้ำแบบ Snorkel เพราะว่าสำหรับคนที่ไม่มีทักษะใดๆในการว่าน้ำหรือลอยตัวเลยอาจจะรู้สึกว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทำให้จากการที่มาดำน้ำแบบสนุกๆต้องกลายเป็นว่ามีแต่ความกลัว และความกังวลเต็มไปหมด

หายใจเข้า-ออกให้ลึกและยาว

การที่คุณมีการฝึกสมาธิมาไว้ก่อนนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะว่าในขณะที่คุณดำน้ำแบบ Snorkel การหายใจผ่านท่ออากาศนั้น คุณจะต้องหายใจเข้าให้ลึก และหายใจออกให้ยาว ให้หายใจเป็นจังหวะเช่นนี้จะดีที่สุด เพราะว่าการหายใจแบบสั้นๆ ถี่ๆ นอกจากจะทำให้คุณเหนื่อยง่ายแล้ว ก็ยังทำให้คุณ ปอดไม่ได้รับอากาศมากเท่าที่ควรจนลอยตัวได้ไม่ดีก็ว่าได้นะคะ


10ข้อปฏิบัติที่ Diver ทั้งหลายมีต่อสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล สิ่งที่สำคัญมากกว่าความเพลิดเพลินในการดำน้ำชมความสวยงามของโลกใต้ทะเล

10 ข้อปฏิบัติที่ Diver ทั้งหลายมีต่อสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

10 ข้อปฏิบัติที่ Diver ทั้งหลายมีต่อสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

ในฐานะนักดำนักน้ำ สิ่งที่สำคัญมากกว่าความเพลิดเพลินในการดำน้ำชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลนั่นก็คือ การแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิตใต้น้ำนั่นเองล่ะค่ะ งั้นวันนี้เรามาดูกันเลยว่า ข้อปฏิบัติเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเลนั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. เลือก Dive Centre ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์โลกใต้ทะเล

เราอาจจะเคยเห็นข่าวว่านักดำน้ำหักปะการัง หรือจับสัตว์น้ำมาให้ลูกทัวร์ดู นั่นคือสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอันขาด เพราะฉะนั้นก่อนการไปออกทริปดำน้ำก็คอยเลือกองค์กรที่ดีและใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันนะคะ

  1. ใช้ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายปะการัง

ครีมกันแดดโดยทั่วไปนั่นมีสารเคมีที่ทำร้ายปะการังและสัตว์น้ำอยู่แบบจำนวนมาก และถ้าคุณอยากจะให้โลกใต้น้ำเเห่งนี้สวยงามต่อไปก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันนะคะ

  1. เลือกใช้สินค้ารีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อนี้สำคัญมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงครีมกันแดดเท่านั้นแต่ยังมีอีกมากมายเช่น เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไมโครพลาสติก หรือลดการใช้ถุงพลาสติกกันด้วยนะคะ

  1. รู้จักการวางตัวเมื่ออยู่ใต้น้ำ

ข้อนี้เราสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญได้นะคะว่า เพหมือนเจอสัตว์แต่ละประเภทเราควรวางตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสัตว์เหล่านั้น

  1. พยายามลอยตัวให้เป็นกลาง

การดำน้ำแบบ Scuba คุณจะต้องพยายามลอยตัวให้ตัวคุณนิ่งมากที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกายหรืออุปกรณ์ของเราสัมผัสกับสัตว์ทะเล หรือปะการังบริเวณโดยรอบ

  1. เคลื่อนที่อย่างช้าๆ

ให้คุณเคลื่อนที่ช้าๆ ไม่ตีน้ำจนเกิดแรงกระเผื่อมที่รุนแรง และ ต้องไม่จับสัตว์น้ำ หรือปะการังด้วยนะคะ

  1. ไม่พยายามว่ายน้ำไล่ตามสัตว์น้ำ

หากคุณเจอสัตว์ทะเลหากยาก พยายามว่ายน้ำเข้าไปอย่างช้าๆ แสดงถึงความเป็นมิตร ห้ามว่ายน้ำไล่ต้อนสัตว์นะคะ เพราะสัตว์น้ำอาจจะตื่นตกใจได้

  1. ทำตัวให้เป็นตัวอย่างแก่นักดำน้ำคนอื่นๆ

ข้อนี้ก็ง่ายๆเลยแค่เพียงเราทำตามกฏทั้งหมดที่ว่ามาเพื่อแสดงให้เห็นว่านักดำน้ำที่ดี และมีความรับผิดชอบเป็นแบบไหน เชื่อได้เลยว่าคนอื่นๆก็จะทำแบบเดียวกันกับคุณอย่างแน่นอน

  1. ช่วยเก็บขยะใต้ทะเล

หากคุณเป็นขยะภายใต้ท้องทะเลคุณสามารถเก็บขยะเหล่านั้นออกมาได้ เพื่อที่จะช่วยปกป้องสัตว์น้ำไม่ให้ได้รับอันตรายจากขยะต่างๆอีกด้วย ซึ่งอาจจะเป็นพวกขวดแก้ว ขวดพลาสติก หรือเอ็นตกปลา

  1. ไม่สนับสนุนการทำร้ายสัตว์ทะเล

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้ที่ทำร้ายสัตว์ทะเล แต่หากคุณเดินผ่านร้านอาหารที่มีการนำปลานกแก้ว ปลาฉลาม หรือสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ตามปะการังมาทำเป็นอาหารนั่นก็ถือว่าผิดเช่นเดียวกันะคะ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหยุดสนับสนุนเรื่องเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน


สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving สำหรับการ Freedive นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เบาเลยทีเดียว

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving

สำหรับการ Freedive นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เบาเลยทีเดียว ทั้งการเคลื่อนไหวที่อิสระ สามารถดำลงไปใต้ผิวน้ำได้ดดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ให้มากมายอย่าง Scuba และถ้าใครที่กำลังสนใจการ Freedive ก็มาลองรู้จักกับ freedive ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving

ความเป็นอิสระในการอยู่ใต้น้ำ

แน่นอนว่า Freedive ก็เป็นการบ่งบอกได้อย่างดี การที่เราสามารถดำลงน้ำโดยที่ไม่ต้องแบกอุปกรณืหนักๆราคาแพงเอาไว้ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับปลาเลยทีเดียว

ศาสตร์แห่งการ Freedive

สำหรับการเรียน freedive นั้นต้องบอกเลยว่ามีหลากหลายหลักสูตรไม่แพ้ Scuba เลยทีเดียว โดยจะมีด้วยกันทั้งหมดถึง 7 หลักสูตร ทั้งเกี่ยวกับความลึก ระยะทางในการว่ายน้ำใต้ทะเล และระยะเวลาในการดำน้ำลงน้ำใต้ทะเล

ต้องมี buddy เสมอ

แน่นอนว่านี่คือกฏหลักของการดำน้ำทุกประเภทเลย นั่นก็คือ ห้ามดำน้ำคนเดียว คุณจะต้องมี Buddy ไปด้วยเสมอไม่ว่าคุณจะมีความสามารถในการดำน้ำเก่งมากขนาดไหนก็ตาม เพราะว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และเกิดขึ้นได้กับทุกคนด้วยนะคะ

กฏแห่งความปลอดภัย

สำหรับสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ Freediver ทั้งหลายจะต้องท่องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ เพราะว่าการที่คุณดำน้ำลงไปแล้วนั้นคุณจะต้องปฏิบัติตามกฏต่างๆอย่างเคร่งครัด อย่าพยายามแหกกฏและทำอะไรที่เกินขีดความสามารถของตัวเอง

สถานที่ดำน้ำในฝันของชาว Freediver

ต้องบอกเลยว่าโชคดีมากๆที่เราอยู่ในประเทศไทย นั่นก็เพราะว่าจุดดำน้ำแบบที่เหมาะกับ freediving นั้นมีอยู่ในเมืองไทยเยอะมาก ทั้ง กองหินริเชริว, หินหัวช้างหมู่เกาะสิมิรัน, หมู่เกาะสุรินทร์ หรือในต่างประเทศก็มี SS Yongala Wreck, Australia และ Crystal Bay, Bali

การพัก

สำหรับการขึ้นมาพักบนผิวน้ำในแต่ละ Dive นั้นนับได้ว่าสำคัญมากๆ เพราะว่าขณะที่คุณดำน้ำลงไปใต้น้ำจะมีการกลั้นหายใจและมีการใช้ออกซิเจนเป็นอย่างมากในการเคลื่อนไหวใต้น้ำ เพราะฉะนั้นคุณควรจะต้องมีการพักลอยตัวและหายใจบนผิวน้ำเพื่อเป็นการปรับค่าออกซิเจนในร่างกายอย่างน้อย 3-5 นาทีก่อนทำการ Dive ครั้งต่อไป

วางแผนให้ดี

แน่นอนว่านี่เหมือนการดำน้ำแบบ Scuba ที่คุณจะต้องมีการวางแผนการดำน้ำให้ดีก่อนในแต่ละ Site ทำความรู้จักในเรื่องของความลึก กระแสน้ำ สัตว์น้ำ และระยะเวลาในการดำน้ำด้วยเ่นเดียวกัน

ทฤษฎี 20 วิ

สำหรับ 20 วินาทีแรกที่คุณขึ้นสู่ผิวน้ำ ค่าออกซิเจนในร่างกายของคุณจะต่ำมาก เพราะฉะนั้นคุณจะต้องทำการหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับค่าออกซิเจนให้สมดุลอีกครั้งหนึ่ง

สมาธิ

การมีสมาธิและมีสติตั้งมั่นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการ freedive เพราะว่าหากคุณลงไปใต้น้ำแล้วเกิดการ Panic นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้นพยายามมีสติและสมาธิให้มั่นตลอดเวลานะคะ


ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba การดำน้ำถ้าหากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆแล้วก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ การดำน้ำ Remove term: การดำน้ำแบบ Freediving การดำน้ำแบบ FreedivingRemove term: ความแตกต่างระหว่างการดำ ความแตกต่างระหว่างการดำRemove term: การดำน้ำแบบ Scuba การดำน้ำแบบ Scuba

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

การดำน้ำถ้าหากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆแล้วก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ นั่นก็คือการดำน้ำแบบ Snorkeling Freediving และ Scuba แต่ว่าวันนี้เราจะมาพูดถึง Freediving และ Scuba กันดีกว่า ว่าทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

  1. อุปกรณ์

แน่นอนว่าในเรื่องของอุปกรณ์นั้นมีความแตกต่างการค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องของรูปแบบของ Fins ซึ่ง Freedive จะใช้ Fins ที่มีน้ำหนักเบา และมีความยาวที่มากกว่า ส่วน Scuba จะใช้ Fins ที่มีหน้า Fins กว้างและสั้นกว้าง ส่วนในเรื่องของ Mask ก็สามารถใช้แบบเดียวกันได้ และอีกหนึ่งสิ่งคือ Scuba จะต้องมีถังอากาศและอุปกรณ์ต่างๆที่มากมายกว่า Freediving นั่นเอง

  1. การเคลื่อนไหวใต้น้ำ

สำหรับการเคลื่อนไหวใต้น้ำนั้น Freedive จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระกว่า คล่องแคล่ว คล่องตัวกว่า Scuba มากนัก เนื่องจากข้อกัดในเรื่องของอุปกรณ์ที่มากมายกว่าจึงทำให้การเคลื่อนไหวใต้น้ำของการ ดำแบบ Scuba ค่อนข้างช้า และมีท่าทางจำกัด

  1. ระยะเวลาในการอยู่ใต้น้ำ

สำหรับ Freediving คุณจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่คุณจะสามารถกลั้นหายใจได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นประมาณ 1-5 นาที แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน แต่ว่า Scuba นั้นคุณสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่ปริมาณอากาศในถังของคุณยังเหลืออยู่ ซึ่งก็จะสามารถดำได้ประมาณ 45นาที – 1 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้นก็เป็นได้

  1. ความลึกในการดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำลึกโดยเฉลี่ยของ Scuba แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 30 เมตร(ระดับ Advance) แต่ถ้าหากถามว่าสามารถลงไปลึกกว่านั้นได้ไหมก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยสามารถดำลงได้ลึกถึง 100 เมตรเลยทีเดียว แต่ว่าต้องเป็น Technical Diver เท่านั้น และมีการผสมอากาศในอัตราส่วนที่แตกต่างการออกไป และไม่สามารถดำได้นานกว่า 7 นาที เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนการ ดำแบบ Freediving นั้นก็จะมีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-30 เมตร

ล่าสุดมีสถิติออกมาว่ามี Freediver ที่สามารถดำลงไปลึกได้ถึง 113 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าการดำลงไปลึกแบบนี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เช่นเดียวกันนะคะ เพราะฉะนั้นดำน้ำให้เกิดความสนุกและรู้ลิมิตของตัวเองจะดีกว่านะคะ

  1. ระบบการหายใจ

การที่จะดำลงไปในน้ำลึกของ Scuba นั้นจะมีกฏเหล็กที่สำคัญเลยก็คือ คุณจะต้องหายใจทางปากตลอดเวลา หายกลั้นหายใจเป็นอันขาด และในทางกลับกัน การดำน้ำแบบ Freediving นั้นคุณจะต้องกลั้นหายใจเพื่อลงไปสู่ใต้น้ำ เพราะถ้าหากคุณเผลอหายใจในน้ำจะทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายของคุณโดยทันที

  1. ความเร็วในการเพิ่มระดับความลึก

สำหรับการดำน้ำแบบ Scuba นั้นคุณจะต้องค่อยเพิ่มระดับความลึกลงไปแบบช้าๆ โดยจะใช้เวลาไม่เร็วกว่า 1 นาทีภายใน 9 เมตรแรก แต่ว่าการดำน้ำแบบ Freediving นั้นคุณจะต้องดำลงไปอย่างรวดเร็วมีการเพิ่มระดับความลึกจาก 0-10 เมตรในเวลาเพียวเสี้ยววินาที ซึ่งบางครั้งการดำลงและขึ้นเหนือผิวน้ำเร็วเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกันนะคะ