การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะออกไปผจญภัยกันในโลกใต้ท้องทะเลดูสักครั้งนึง วันนี้เราก็มีทริคดีๆกันมาฝาก เพื่อที่คุณจะสามารถเตรียมความพร้อมก่อนออกทริปกันได้เลย ซึ่งเชื่อได้เลยว่าการจะมีทริปดำน้ำที่ดีและสนุกได้นั้นก็เกิดจากการเตรียมความพร้อมที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน หรือพูดกันง่ายๆว่าเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งอย่างแน่นอน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเราต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้าง

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

1. หาข้อมูลเกี่ยวกับจุดดำน้ำเจ๋งๆ

เชื่อว่าใครๆก็อยากที่จะไปเที่ยวกันในที่สวยๆ น้ำใสๆกันใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นก่อนการออกไปดำน้ำ คุณจะต้องทำการหาข้อมูลสถานที่ดำน้ำที่คุณจะเดินทางไปว่า มีปะการังที่สวยงามไหม มีปลามากมายหรือไม่ สภาพน้ำใสหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดเลยนั่นก็คือ สถานที่นั้นๆเหมาะกับสไตล์การดำน้ำของคุณหรือไม่ เพราะถ้าหากคุณเป็นสาย Snorkeling แต่จองทริปดำน้ำที่ต้องดำลึกขั้นต่ำ 5 เมตร ก็จะไม่เหมาะ เพราะนั้นจะเหมาะกับสาย Freediving เสียมากกว่า เรียกได้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยทีเดียว

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

2. เลือกวันเวลาที่จะออกเดินทาง

แน่นอนว่าเมื่อคุณได้สถานที่ที่คุณอยากจะไปเเล้วขั้นตอนต่อไปคือคุณจะต้องเลือกวันเวลาที่คุณจะไปออกทริปดำน้ำ ซึ่งคุณควรจะต้องมีการตรวจเชคสภาพอากาศก่อนการออกเดินทางด้วย เนื่องจากสภาพอากาศนี่ก็นับได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำน้ำเลยทีเดียว เพราะถ้าอากาศดีคุณจะได้เห็นโลกใต้น้ำได้อย่างชัดเจน สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และสามารถดำน้ำได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากอากาศไม่ดี มีฝน มีพายุ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะไปเจอน้ำที่ขุ่น มีกระแสน้ำที่แรง ดำน้ำได้ยาก และอันตรายอีกด้วย

3. จองทริปให้เรียบร้อย

ถ้าหากว่าคุณเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เรียบร้อยแล้วก็จัดการจองทริปกันเลย ซึ่งคุณอาจจะซื้อเป็นโปรแกรมทัวร์ร่วมกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆก็ได้ แต่คุณอาจจะมีเวลาในการดำแต่ละ Dive ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ทัวร์จะจัดโปรแกรมที่ค่อนข้างแน่น และถ้าหากคุณอยากจะไปแบบส่วนตัวก็สามารถเหมาเรือแบบส่วนตัวเป็นวันออกไปตามจุดที่คุณต้องการจะดำน้ำกันได้เลย ซึ่งวิธีนี้คุณจะสามารถใช้เวลาในการดำน้ำได้อย่างเต็มอิ่มจุใจ

4. เตรียมชุดให้พร้อม

แน่นอนว่าการดำน้ำนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งและอยู่ในน้ำอีกด้วย คุณควรเตรียมพร้อมเรื่องการเเต่งตัวไปเป็นอย่างดี เช่นควรเตรียมชุดว่ายน้ำที่กระชับ สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ไม่มีเครื่องประดับที่ลุ่มล่าม หรือลูกปัดๆเล็กๆที่ตกแต่งชุด เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะหลุดขาดในทะเลได้ และถ้าหากคุณต้องออกแดดเป็นเวลานานๆก็อย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมไปใส่กันแดดกันลมด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้ป้องกับผิวหนังของเราจากการโดนแสงแดดนานเกินไป แล้วผิวอาจจะไหม้ ลอก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

5. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

หากคุณมีอุปกรณ์ส่วนตัวก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลยทีเดียว แต่ถ้าหากว่าคุณไม่มีอุปกรณ์เป็นของตัวเองแต่คุณไปออกทริปดำน้ำค่อนข้างที่จะบ่อย เราขอแนะนำให้คุณซื้ออุปกรณืเป็นของตัวเองเลยก็ได้นะคะ โดยเฉพาะ Mask และ Snorkel คุณจะได้ไม่ต้องไปเช่าแล้วใช้ร่วมกันกับใคร อีกทั้งการเช่าเรื่อยๆนั้น รวมๆค่าเช่าแล้วอาจจะแพงกว่าการซื้อใหม่ก็ได้นะคะ ซึ่งราคา Mask และ snorkel ก็จะอยู่ที่ประมาณ 700 บาทขึ้นไป แล้วแต่แบรนด์และรุ่นที่คุณจะเลือกใช้

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

อย่างที่หลายๆคนนั้นทราบกันดีนะคะว่า การ Freediving นั่นก็คือการที่เราดำลงไปใต้นน้ำโดยใช้การกลั้นหายใจ และไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดๆในการช่วยหายใจเลย ซึ่งการ Freediving ก็ถือว่าเป็นการดำน้ำที่คุณสามารถทำได้อย่างอิสระ สามารถที่จะดำขึ้นดำลง หรือจะแหวกว่ายราวกับนางเหงือกก็ได้เช่นเดียวกัน งั้นวันนี้เรามาลองดูกันว่า 10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving นั้นมีอะไรกันบ้าง

1. มนุษยืเราถือว่าเป็นปลาวาฬและปลาโลมาเวอร์ชั่นสัตวบก

อย่างที่เราทราบกันดีว่าปลาวาฬและปลาโลมานั้นจัดอยู่ในประเภทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกันกับมนุษย์ ซึ่งสัตว์เหล่านี้สามารถว่ายอยู่ในน้ำได้ลึกโดยที่ร่างกายของพวกเขาไม่มีอาการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงดันอากาศที่บีบคั้นปอดเลย นั่นก็เพราะว่ามีการเกิดปฏิกิริยาสะท้อนพิเศษนั่นเอง ซึ่งในนัก Freediving บางคนก็สามารถทำได้เช่นกัน ดดยสามารถดำลงไปได้ลึกถึง 700 ฟุตเลยทีเดียว

2. ในการ Freediving หัวใจของคุณจะเต้นช้ากว่าผู้ป่วยโคม่าถึง 3 เท่า

สำหรับใครที่ยิ่งดำน้ำลงไปลึกมากเท่าไหร่ หัวใจก็จะยิ่งเต้นช้าลงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในบางรายนั้นสามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจได้แค่เพียง 10 ครั้ง/ 1 นาที เท่านั้น แต่จะต้องระวังนะคะ เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ Backout ได้เลย

3. แรงกดอากาศใต้น้ำอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้

ด้วยความที่เราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพราะฉะนั้นร่างกายเราจะไม่ได้สร้างมาเพื่อดำน้ำอยู่แล้ว แต่เมื่อเราดำน้ำลงไปนั้นร่างกายและอวัยวะภายในจะถูกบีบกดจากแรงดันภายผิวน้ำ เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำน้ำด้วยนะคจะได้ไม่เกิดอาการบาดเจ็บ

4. Freediving ปลอดภัยกว่า Scuba

ในด้านที่ปลอดภัยกว่านั่นก็คือ Freediving คุณสามารถดำน้ำได้อย่างอิสระ สามารถขึ้นและลงได้ตามใจชอบ และคุณสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่คุณสามารถกลั้นหายใจได้ ดดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเลือดที่จะกลายเป็นฟองจากการรับก๊าซไนโตรเจนมากเกินไปเหมือนการดำน้ำแบบ Scuba

5. ยิ่งดำลงลึกเท่าไหร่คุณก็จะได้ค้นพบความมหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น

สำหรับการ freediving แล้วยิ่งคุณสามารถดำน้ำลงไปได้ลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ค้นพบกับความน่ามหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น และหากคุณสามารถดำลงไปในระดับที่มากกว่า 40 เมตรแล้วล่ะก็คุณจะจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับการดำในระยะ 40 เมตรแรก เพราะคุณต้องใช้เทคนิคต่างๆให้ตัวของคุณจมลงไปเอง

6. Freediving เป็นกีฬาใต้น้ำที่เก่าแก่มากที่สุด

ถ้าจะพูดกันจริงๆคงจะต้องย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 17 เพราะชาวบ้านในยุคนั้นจะมีการดำน้ำเพื่อลงไปหาไข่มุกหาปลา เเละนี่ก็นับว่าเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงความเก่าแก่ของ freediving

7. Freediving เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่คุณได้ใช้สมาธิมากที่สุด

สำหรับการดำดิ่งลงไปที่ใต้ทะเลลึก แน่นอนว่าคุณไม่สามารถที่จะสื่อสารกับใครได้อยู่แล้ว ซึ่งช่วงเวลานั้นจะเป็นการที่คุณจะได้สำรวจโลกใต้น้ำในบรรยากาศแห่งความเงียบ ให้คุณได้สัมผัสถึงโลกใต้น้ำได้อย่างแท้จริง

8. Freediving ไม่ใช่กีฬาที่มีความพิเศษอะไร

บางคนอาจจะกำลังทึ่งในความสามารถของนัก freediving หลายๆคน แต่แท้จริงแล้วนั้นการ Freediving ก็มีเคล็ดลับอยู่ที่การกลั้นหายใจ และการควบคุมร่างกายเท่านั้นเอง ซึ่งใครๆก็สามารถทำได้ และสามารถไปเรียนก็ได้เช่นเดียวกัน

9. Freediving เป็นกีฬาที่คุณจะได้มีมิตรภาพที่ดีกับ Buddy ของคุณได้มากขึ้น

และอย่างที่เราเคยเน้นย้ำไปแล้วว่าการดำน้ำทุกครั้งไม่ควรดำน้ำคนเดียว คุณนจะต้องมี Buddy ไปด้วย ซึ่ง freediving ก็เช่นเดียวกัน คุณจะได้ลงไปสำรวจโลกใต้น้ำด้วย ได้สร้างประสบการณ์ความตื่นเต้นด้วยกัน ซึ่งก็เป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ

10. เด็กทารกสามารถดำน้ำได้ดีกว่าผู้ใหญ่

เชื่อไหมว่าเด็กทารกสามารถดำน้ำได้ถึง 30 วินาทีแบบสบายๆ ในขณะที่ผู้ใหญ่บางคนจะต้องทำการฝึกฝน แต่เมื่อเด็กทารกโดตขึ้นสักระยะความสามารถนี้จะหายไป และไปมุ่งมั่นกับการหัดเดินเเทน

 

# Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำลงไปใต้ทะเลนั้นแน่นอนว่าใต้ผืนน้ำมีอะไรมากมายที่แปลกใหม่แบบที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อนเลยก็ได้ และหลายๆคนที่อาจจะเพิ่งเคยดำน้ำเป็นครั้งแรกก็อาจจะทำตัวไม่ถูกว่าต้องทำอย่างไรบ้าง หรือไม่ควรทำอะไรบ้างในขณะที่กำลังดำน้ำ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำกันในหัวข้อนี้กันนะคะเผื่อว่าใครที่กำลังจะวางไปดำน้ำกันในช่วงหยุดยาวก็จะได้ทราบวิธีปฏิบัติตัวกันนะคะ เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลย

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

1. ใช้สารกันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การที่คุณจะต้องลงไปดำน้ำนั้นแน่นอนว่าบริเวณนั้นจะต้องมีสัตว์น้ำและปะการังอย่างแน่นอน ซึ่งเราก็ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีง่ายๆเลย นั่นก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำมาจากธรรมชาติ เพราะว่าครีมกันแดดโดยทั่วๆไปนั้นมักจะมีส่วนผสมของสารเคมีมากมายที่สามารถทำร้ายปะการังได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกดีๆนะคะ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

2. ห้ามไปดำน้ำคนเดียว

นี่เป็นกฏหลักของการดำน้ำเลยนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำแบบ Snorkeling, Freediving และ Scuba นั่นก็คือการห้ามดำน้ำคนเดียวเป็นอันขาด ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะสามารถดำน้ำได้เก่งมาก และผ่านการดำน้ำมาหลายครั้งก็ยังไม่ปลอดภัยที่จะสามารถดำน้ำคนเดียวได้อยู่ดี เพราะอุบัติเหตุอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และบางครั้งอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตของคุณเลยก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้นการดำน้ำทุกครั้งคุณจะต้องมี Buddy ไปด้วยกัน หรือว่ามีกลุ่มที่ดำน้ำด้วยกันจะปลอดภัยที่สุด

3. ไม่ควรก่อกวนสัตว์น้ำ

การดำน้ำในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีจุดประสงค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาชื่นชมความสวยงามของโลกใต้น้ำ และศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสิ่งต่างๆที่อยู่ใต้น้ำ และสิ่งที่คุณไม่ควรทำเลยในขณะดำน้ำนั่นก็คือ การก่อกวนหรือรังแกสัตว์น้ำ ซึ่งแนะนำว่าให้คุณรักษาระยะห่างระหว่าคุณและสัตว์น้ำ ไม่ว่ายไปใกล้จนเกินไป และไม่จับสัตว์น้ำด้วยนะคะ เพื่อให้ระบบนิเวศน์ยังคงสมบูรณ์ในแบบที่เคยเป็น

4. ไม่สัมผัสปะการัง

นอกจากจะไม่จับสัตว์น้ำแล้ว การจับหรือสัมผัสปะการังก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่ควรทำเช่นกันนะคะ เพราะว่าบางครั้งการที่เราสัมผัสโดนปะการังนั้นอาจจะทำให้ปะการังตายได้เลย ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นเป็นอย่างมาก และถามหากคุณอยากจะมีปะการังสวยๆเอาไว้ดูนานๆ ก็ต้องช่วยกันรักษาและทะนุถนอมสิ่งมีชีวิตใต้น้ำกันนะคะ

5. หยุดหายใจทางจมูก

แน่นอนว่าการหายใจในโลกบนบกและโลกใต้น้ำนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าหากอยู่บนบกเราจะเคยชินกับการหายใจทางจมูกใช่ไหมล่ะค่ะ แต่ว่าเมื่อคุณลงน้ำเมื่อใดคุณจะต้องเปลี่ยนระบบการหายใจของคุณทันที โดยการหยุดหายใจทางจมูกแล้วมาหายใจทางปากแทน เพราะถ้าหากคุณเผลอหายใจทางจมูกแล้วล่ะก็นอกจากจะทำให้น้ำสามารถเข้าไปใน Mask ของคุณได้แล้วก็ยังจะทำให้ Mask เกิดฝ้าอีกด้วย หรือดีไม่ดีอาจจะเกิดอันตรายน้ำเข้าจมูกต่อด้วยอาการ Panic เดี๋ยวจะพลอยดำน้ำไม่สนุกเอานะคะ

6. อย่าขึ้นจากน้ำเร็วจนเกินไป

สำหรับการดำน้ำประเภท Freediving และ Scuba นั้น คุณจะต้องมีการดำลงไปด้านล่างกันด้วย ซึ่งในการดำแต่ละ Dive นั้นก็ถือว่าลึกพอสมควร ซึ่งในน้ำนั้นจะมีแรงดันที่กดร่างกายและตัวเราอยู่แล้ว หากเราขึ้นมาบนผิวน้ำเร็วเกินไปอาจจะเกิดอันตรายกับร่างกายของคุณได้ ทั้งอาการเลือกเป็นฟอง หรืออาจจะน็อคไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นการขึ้นมาสู่ผิวน้ำคุณควรขึ้นมาช้าๆ และสำหรับการดำแบบ Scuba คุณอาจจะต้องขึ้นมาทีละระดับ และต้องดำในระดับนั้นๆ สักพักหนึ่งก่อน คุณถึงจะขยับสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งได้ เพื่อปกกันการได้รับบาดเจ็บของระบบต่างๆในร่างกายเรา

แล้วสิ่งเหล่านี้ก็คือข้อห้าม 6 ข้อที่คุณไม่ควรทำในการดำน้ำ เพราะทุกอย่างนั้นหมายถึงความปลอดภัยของคุณ และเพื่อให้สิ่งแวดล้อมได้คงความสวยงามไปได้นานๆด้วยนะคะ

 

# โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

วันนี้เราจะพาคุณมาแนะนำโรงเรียนสอนดำน้ำในกรุงเทพฯให้คุณได้รู้จักกันนะคะ สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะลองเรียนดำน้ำดูสักครั้งหนึ่งแต่ว่ายังไม่มีเวลาว่างหลายๆวันที่จะสามารถออกไปเรียนที่โรงเรียนสอนดำน้ำตามเกาะต่างๆได้ ซึ่งรับรองได้เลยว่าแต่ละที่นั้น คุณจะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และยังได้ประสบการณ์การดำน้ำที่ไม่ต่างจากการไปเรียนที่โรงเรียนใกล้ๆทะเลเลยอีกด้วย แล้วจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

1. Dumnum

ที่นี่เป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่ไม่ธรรมดาด้วยประสบการณ์การสอนดำน้ำมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี โดยมีการรับรองโดย NAUI ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานการดำน้ำใดๆมาก่อนเลยคุณก็สามารถมาเรียนดำน้ำที่นี่ได้ โดยจะมีการสอนตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่ก็มีหลักสูตรการดำน้ำถึง 4 หลักสูตรด้วยกันนั่นก็คือ NAUI Scuba Diver Course, Advanced Scuba Diver, Master Scuba Diver และ Enriched Air Nitrox ซึ่งก็นับได้ว่าที่นี่มีหลักสูตรการดำน้ำที่ครบครัน และยังมีการเรียนการสอนที่โรงเรียน และมีพาคุณออกทะเลเพื่อได้ลงดำน้ำกันในมหาสมุทรกันจริงๆอีกด้วย อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่ดูมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือ โรงเรียนแห่งนี้เป็นบ้านเรือนสไตล์จีนเก่าแก่ ที่มีอายุยาวนานถึง 200 ปีเลยนะคะ

ที่ตั้ง : 282/1 ซอย ดวงตะวัน ถนน เจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เบอร์ติดต่อ : 02 639 5577

2. Dive Evolution

สำหรับที่ Dive Evolution แห่งนี้ก็นับได้ว่าเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี เรียกได้ว่าในเรื่องของประสบการณ์และมาตรฐานการสอนของที่นี่นั่นไม่ต้องห่วงกันเลยเพราะว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน ที่สำคัญที่นี่ยังได้รับใบอนุญาตของทั้ง PADI และ NAUI เลยทีเดียว ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยากมาเรียนดำน้ำในระดับไหนก็สามารถมาเรียนที่นี่ได้หมด เพราะหลักสูตรของที่ Dive Evolution นั้นมีด้วยกันถึง 7 หลักสูตรเลยทีเดียว คือ Open Water, Advance Open Water, Rescue Diver & First Aid, Nitrox, Master Scuba Diver, Dive Master และ Instructor Training Course ซึ่งนับได้ว่ามีหลากหลายมากๆ และที่นี่ก็มียการสอนทั้งทฤษฎี ในสระ และพาคุณออกไปดำจริงที่ทะเลกันอีกด้วยนะคะ

ที่ตั้ง : สระว่ายน้ำหมู่บ้านผาสุก ซอยพัฒนาการ 65 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 063 289 2946

3. Scuba Jamboree

ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนสอนดำน้ำใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะว่าอยู่ในโซนสุขุมวิทนี่เอง เรียกได้ว่าคุณสามารถเดินทางมาเรียนกันได้อย่างสะดวกสบายสไตล์ชาวเมือง ซึ่งดีกรีความเก๋าของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่มีการเปิดสอนมาแล้วกว่า 20 ปีเลยทีเดียว เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้การรับรองมาตรฐานจาก PADI อีกด้วย ซึ่งหากจะพูดกันในเรื่องของหลักสูตรการสอนดำน้ำของที่นี่นั่น บอกได้เลยว่าครบเครื่องมากจริง เพราะว่ามีด้วยกันมากถึง 12 หลักสูตร นับได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวก็ครบเลย ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนจะมีดังต่อไปนี้ PADI Open Water Diver Course, PADI Advanced Open Water Diver Course, PADI Nitrox Diver Course, Underwater Photography Course, PADI EFR & Rescue Diver Course, PADI Rescue Diver Course, PADI Divemaster Course,

Sidemount Diver CourseSolo Diver Course, Discover Scuba Course, Scuba Diver Course และ Reactivate (Refresh) เรียกว่ามีครบมากจริงเหมาะสำหรับทุกระดับเลยก็ว่าได้ อีกทั้งที่นี่ยังมีทริปดำน้ำมากมายที่คุณสามารถออกไปจอยได้เช่นเดียวกัน เพราะรับรองได้เลยว่าสนุกและยสวยงามอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : Racquet club เลขที่ 8 ห้อง 102 ซอย สุขุมวิท 49/9 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 081 459 0515

 

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

เปิดแฟ้มที่ดำน้ำในถ้ำสุดสะพรึงแต่แฝงด้วยความงาม

เปิดแฟ้มที่ดำน้ำในถ้ำสุดสะพรึงแต่แฝงด้วยความงาม

เปิดแฟ้มที่ดำน้ำในถ้ำสุดสะพรึงแต่แฝงด้วยความงาม

สำหรับนักกีฬา Cave Diving นอกจากจะต้องการดำน้ำในถ้ำเพื่อท้าทายความสามารถแล้วอีกสิ่งหนึ่งที่พวกเขาต้องการคือออกสำรวจโลกใต้น้ำ ดื่มด่ำกับความสวยงามของโลกในถ้ำ และค้นหาสัตว์ใต้น้ำชนิดใหม่เพื่อถ่ายรูปมาสู่สายตาชาวโลก และนำตัวอย่างระบบนิเวศมาให้ผู้เชี่ยวชาญได้ตรวจสอบและนำไปทำเป็นองค์ประกอบการสอนสู่เด็กรุ่นหลังต่อไป

ทีนี้ในโลกนี้ก็มีถ้ำใต้น้ำมากมายทั้งที่ถูกค้นพบและมีการสำรวจไปแล้วแต่ยังมีอีกหลายแห่งที่ยังไม่ถูกค้นพบหรือยังไม่มีการสำรวจอย่างละเอียดถี่ถ้วนซึ่งถ้ำในกลุ่มหลังยังคงรอให้ผู้กล้าดำน้ำเข้าไปเปิดเผยความลับที่อยู่ด้านในและในวันนี้จะขอกล่าวถึงสถานที่ที่มีคนนิยมไปดำน้ำในถ้ำมากที่สุดติดอันดับท็อปๆของโลกว่ามีที่ไหนกันบ้าง

เปิดแฟ้มที่ดำน้ำในถ้ำสุดสะพรึงแต่แฝงด้วยความงาม

1. Chinhoyi Caves (ซิมบับเว)

สถานที่แรกคือ Chinhoyi Caves ในประเทศซิมบับเว ที่นี่นอกจากจะมีถ้ำในน้ำให้บรรดานักสำรวจและนักกีฬา Cave Diving ได้เข้าไปสัมผัสกับบรรยากาศข้างใต้แล้ว ที่นี่ยังเหมาะกับนักดำน้ำมือใหญ่ที่เพิ่งเริ่มต้นหัดดำน้ำใต้ถ้ำ เพราะที่นี่มีทั้งถ้ำที่อยู่ในจุดที่ไม่ลึกมากนัก และมีถ้ำในจุดที่ลึกลงไปอีกเหมาะสำหรับนักดำน้ำมืออาชีพ

เปิดแฟ้มที่ดำน้ำในถ้ำสุดสะพรึงแต่แฝงด้วยความงาม

2. Emergence De Russel (ฝรั่งเศส)

อันดับต่อมาอยู่ที่ประเทศฝรั่งเศส ที่นี่จะมีอุโมงค์ที่ลึกมาพร้อมให้ทุกคนมาท้าทาย ระดับความลึกของน้ำมีตั้งแต่ 10 เมตร ไปจนถึง 70 เมตร ไม่ขอแนะนำให้มือใหม่มาที่นี่ ควรจะเป็นมืออาชีพมากกว่า เพราะหากหลงทางหรือเกิดอะไรขึ้น โอกาสที่จะรอดชีวิตนั้นก็มีน้อยเต็มที

3. Mallorca (สเปน)

มากันที่สเปนกับเกาะมายอร์ก้า การดำน้ำที่นี่ภายในจะมีถ้ำมากมายคล้ายกับเขาวงกต และแต่ละห้องจะมีจุดที่เชื่อมต่อกัน ทำให้มีนักสำรวจมากมายอยากจะเอาชนะเขาวงกตแห่งนี้ แต่อย่างไรก็ตามการจะมาที่ถ้ำแห่งนี้ต้องมีการเตรียมร่างกายและความพร้อมให้เป็นอย่างดี เพราะถ้ำแต่ละห้องมีขนาดที่แตกต่างกัน

4. Great Blue Hole (เบลีซ)

มากันที่จุดใฝ่ฝันของบรรดานักดำน้ำในถ้ำทั้งหลายกับ Great Blue Hole ตั้งอยู่ในทะเลแคริบเบียน และยิ่งเวลาน้ำลดจะเห็นหลุดนี้เด่นชัดขึ้นมา ซึ่งทางองค์กรยูเนสโกก็ได้ประกาศให้สถานที่แห่งนี้เป็นมรดกโลกเป็นที่เรียบร้อยแล้ว แต่อย่างไรก็ตามคนที่จะไปสถานที่แห่งนี้จะต้องฟิตร่างกายให้พร้อม เพราะสถานที่แห่งนี้มีความลึกถึง 400 เมตรเลยทีเดียว

5. Blue Abyss (เม็กซิโก)

ขึ้นชื่อว่าเม็กซิโก มีหรือที่จะน้อยหน้าในเรื่องของถ้ำใต้น้ำ เม็กซิโก ประกอบไปด้วยถ้ำมากมายทั้งที่มีการสำรวจแล้ว และยังไม่ได้รับการสำรวจ สำหรับ Blue Abyss เป็นหลุมลึกที่พร้อมให้ทุกคนเข้ามาท้าทาย มีทั้งความสวยงามและปลามากมายที่พร้อมจะแหวกว่ายไปกับนักดำน้ำ นอกจากนี้ยังมีช่องแคบมากมาย ให้เข้าไปสำรวจ เรียกได้ว่าตื่นเต้นมากที่เดียวกับ Blue Abyss

6. Sac Aktun (เม็กซิโก)

ยังคงอยู่ที่เม็กซิโก กับ Sac Aktun ที่เป็นถ้ำใต้น้ำที่มีระบบนิเวศที่สวยงามและระดับจะค่อยๆไล่ลงไปเรื่อยจนถึงจุดลึกที่สุดจะได้พบกับบรรดารากไม้ที่มากมายให้บรรยากาศเหมือนแหวกว่ายอยู่ในสวนหลังบ้านรวมถึงกับเห็นฝูงปลาแหวกว่ายอยู่ในน้ำถึงแม้ว่าถ้ำแห่งนี้จะมีขนาดไม่ใหญ่มากนักแต่ก็เหมาะแก่การคงไปค้นหา

7. Dean,s Blue Hole (บาฮามาส)

ปิดท้ายกับหลุม Dean,s Blue Hole ที่มองจากมุมสูงจะนึกว่าเป็นเกาะที่เต็มไปด้วยปะการัง แต่หากได้ลงไปสัมผัสจะรู้ว่านี่คือหลุมลึกแห่งเกาะลอง ไอส์แลนด์ มีความลึกถึง 663 ฟุตนอกจากนี้ยังมีถ้ำเล็กถ้ำน้อยอยู่ภายในหลุมอีกมากมายรอนักดำน้ำฝีมือเซียนๆลงไปดำดูความสวยงาม

 

# Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

สิ่งที่ควรทำก่อนการดำน้ำ

สิ่งที่ควรทำก่อนการดำน้ำ

สิ่งที่ควรทำก่อนการดำน้ำ

หลังจากที่เราได้แนะนำคุณไปแล้วเกิดกับสิ่งที่ไม่ควรทำในการดำน้ำ วันนี้เราเลยจะมาพูดถึงสิ่งที่ควรทำในการดำน้ำกันบ้างนะคะ ซึ่งแต่ละข้อก็นับได้ว่าเป็นเรื่องง่ายๆ ที่รับรองได้เลยว่าคุณจะได้ประโยชน์และเกร็ดความรู้ดีๆ รวมถึงเป็นข้อมูลการดำน้ำฉบับย่อจากบทความนี้อย่างแน่นอน เอาล่ะถ้าคุณอยากรู้ว่ามีอะไรกันบ้างก็มาดูต่อกันได้เลยค่ะ

สิ่งที่ควรทำก่อนการดำน้ำ

1. ตรวจสอบความพร้อมอุปกรณ์การดำน้ำก่อนทุกครั้ง

สิ่งที่จำเป็นมากๆสำหรับการดำน้ำเลยนั่นก็คือ อุปกรณ์การดำน้ำค่ะ เพราะพวกจากสิ่งเหล่านี้จะทำให้คุณสามารถดำน้ำได้แล้ว ก็ยังเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณมีความปลอดภัยมากขึ้นอีกด้วย เพราะฉะนั้นก่อนการดำน้ำทุกครั้งจึงจำเป็นมากๆที่จะต้องตรวจสอบอุปกรณ์ต่างๆในการดำน้ำเพื่อใบห้มั่นใจว่ามีสภาพที่พร้อมใช้งาน ไม่ชำรุดเสียหาย เพราะหากเราตรวจสอบก่อนก็ถือได้ว่าเราลดการเกิดอุบัติเหตุที่ฉุกเฉินไปได้ถึง 80% เลยนะคะ

2. เตรียมสภาพร่างกายของคุณให้พร้อม

นอกจากอุปกรณ์เราต้องพร้อมแล้วสภาพร่างกายของคุณก็เป็นที่สิ่งที่จำเป็นมากๆเช่นเดียวกัน คุณต้องดูแลตัวเองให้ดี ไม่เจ็บไม่ป่วย หรือมีปัญหาเรื่องการหายใจ เพราะถ้าหากคุณไม่สบายจะทำให้คุณดำน้ำไม่สนุกอย่างแน่นอน เพราะว่าคุณจะไม่สามารถทำได้เต็มที่ ถ้ายังไงก็อย่าลืมดูแลสุขภาพกันด้วยนะคะจะได้พร้อมออกไปผจญภัยกันได้ตลอดเวลา

3. เตรียมใจของคุณให้พร้อม

ถ้าหากคุณเพิ่งเคยดำน้ำเป็นครั้งแรก นั้นเชื่อได้เลยว่าคุณอาจจะเกิดอาการ Panic ได้ คือการกังวล วิตก และหวาดกลัว เพราะว่าการดำน้ำนั่นถือว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ในดลกที่แปลกใหม่แบบที่คุณไม่เคยเห็นมาก่อนบนบก เพราะฉะนั้นอย่ากลัว พยายามคุมสติ และจดจ่ออยู่กับการดำน้ำก็พอ เพราะว่าถ้าหากคุณ Panic จะทำให้คุณหายใจเร็ว แตกตื่น และอาจจะเผลอหายใจทางจมูกอยู่บ่อยครั้ง ซึ่งนั่นอาจจะเกิดอันตรายกับตัวคุณได้นะคะ

4. ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนการออกทะเลไปดำน้ำ

เชื่อเถอะว่าการที่ได้ดำน้ำในสภาพอากาศที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะคุณจะได้เจอกับน้ำใสๆ ซึ่งทำให้คุณสามารถดูความสวยงามของโลกใต้น้ำได้อย่างชัดเจน และในเรื่องของคลื่นลมก็เป็นที่สิ่งที่สำคัญเช่นเดียวกัน เพราะหากกระแสน้ำแรงมาก คุณก็จะต้องว่ายน้ำ ดำน้ำกันเหนื่อยเลยทีเดียว และในเรื่องของพายุและฝนก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สำคัญ เพราะหากเกิพายุนั่นหมายความว่าการออกทะเลครั้งนั้นจะไม่ปลอดภัยอย่างแน่นอน และถ้าหากมีฝนก็อาจจะทำให้น้ำขุ่น มีฝุ่นใต้น้ำ จนเราแทบจะมองไม่เห็นอะไรเลย

5. ดื่มน้ำก่อนลงดำน้ำ

ก่อนที่คุณจะลงไปดำน้ำต้องอย่าลืมที่จะจิบน้ำสัก 2-3 อึกก่อนด้วยนะคะ เพราะว่าการดำน้ำนั้นเราจะต้องใช้ระบบการหายใจทางปาก ซึ่งลมจะเข้าออกไปสู่ปอดของเราผ่านทางหลอดลมเพราะฉะนั้นก็อาจจะทำให้เกิดอาการคอแห้งได้ และอีกอย่างการดำน้ำก็คือกิจกรรมกลางแจ้งอย่างหนึ่ง ซึ่งการอยู่กลางแดดร้อนๆเป็นเวลานานอาจจะทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ เพราะฉะนั้นอย่าลืมจิบน้ำก่อนด้วยนะคะ เพื่อป้องกันอาการต่างๆที่อาจจะตามมากจากการขาดน้ำ

และนี่ก็คือ 5 ข้อที่คุณควรทำก่อนการออกไปดำน้ำนะคะ เพื่อที่คุณจะสามารถดำน้ำได้อย่างสนุกสนาน และมีความปลอดภัยมากยิ่งขึ้นด้วยค่ะ

 

# จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

จุดดำน้ำลึกในประเทศไทย

จุดดำน้ำลึกในประเทศไทย

จุดดำน้ำลึกในประเทศไทย

สำหรับใครที่เป็นสาย Freediving หรือ สาย Scuba ต้องไม่พลาดนะคะ เพราะว่าวันนี้เราจะมาแนะนำสถานที่ดำน้ำลึกสุดเจ๋งในเมืองไทยให้เราได้รู้จักกัน ซึ่งที่จริงแล้วก็มีหลายสถานที่ แต่วันนี้เราจะคัดสรรมาเฉพาะจุดดำน้ำเจ๋งๆแบบที่ไม่เหมือนใครให้คุณได้ทราบกันนะคะ เอาล่ะงั้นเรามาดูกันเลยว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

 

จุดดำน้ำลึกในประเทศไทย

เกาะเต่า

ที่เกาะเต่าแห่งนี้นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำที่มี Dive เจ๋งๆ เยอะแยะเต็มไปหมด เพราะว่ามีปะการังที่สวยงามอุดมสมบูรณ์ และปะการังหายากบางชนิดเราก็สามารถมาเจอที่นี่ได้อีกด้วย เพียงเท่านั้นยังไม่พอที่นี่จะมีโรงเรียนสอนดำน้ำมากมาย ซึ่งเมื่อคุณเรียนเสร็จก็สามารถลงไปดำในภาคสนามจริงกันได้เลย ซึ่งที่เกาะเต่านี้ก็จะมีทั้งสวนญี่ปุ่น หินใบ กองหินวง กองชุมพร อ่าวลึก และอีกมากมายหลาย Dive ที่คุณจะได้มาเปิดประสบการณ์โลกใต้น้ำสุดเจ๋งกันได้ที่นี่ หรือถ้าคุณโชคดีก็อาจจะได้เจอฉลามวาฬ และเต่าทะเลกันอีกด้วยนะคะ ซึ่งที่นี่บอกได้เลยว่าดำน้ำได้อย่างสนุกแน่นอน เพราะสามารถดำได้ตั้งแต่งแบบ Snorkeling ไปจนถึง Scuba กันเลย

ที่ตั้ง : เกาะเต่า ตำบลเกาะเต่า อำเภอเกาะพงัน จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ประเภทของการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะดอกไม้

ถ้าพูดชื่อนี้หลายๆคนอาจจะไม่เคยได้ยิน เพราะว่าเกาะดอกไม้นั้นเป็นเกาะที่ไม่มีชายหาด ไม่มีสิ่งปลูกสร้างใดๆเลย เรียกได้ว่าเป็นเกาะหินปูนที่ตั้งตระหง่านอยู่กลางทะเลเฉยๆนั้นเอง แต่ที่นี่กลับเป็นที่รู้จักของนักดำน้ำเป็นอย่างมาก เพราะว่าด้วยความสวยงามใต้ท้องทะเลที่สวยงามเหนือความคาดหมาย เนื่องจากว่าในโลกใต้น้ำที่นี่นั้นคุณจะได้เห็นปะการังพันธุ์หายากต่างๆมากมาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่มดอกไม้ทะเลหลากหลายสีสัน รวมถึงสัตว์ทะเลที่มีความหลายหลายด้วยเช่นกัน เพียงเท่านั้นยังไม่พอคุณจะได้เห็นปะการังใบพัดอันใหญ่ๆเยอะจนจุใจไปเลยทีเดียว ซึ่งแนวปะการังนั้นจะมีอยู่โดยรอบเกาะเลยก็ว่าได้

ที่ตั้ง : เกาะดอกไม้ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทของการดำน้ำ : Freediving และ Scuba

 

หมู่เกะสิมิลัน

สำหรับที่หมู่เกาะสิมิลันแห่งนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นอีกหนึ่งสวรรค์ของนักดำน้ำที่คุณไม่ควรพลาด เพราะด้วยความที่หมู่เกาะสิมิลันนี้เป็นเขตอุทยานแห่งชาติ จึงมีการดูแลรักษาทรัพยากรธรรมชาติและโลกใต้น้ำได้เป็นอย่างดี และจะมีการปิดการท่องเที่ยวด้วยเพื่อเป็นการฟื้นฟูธรรมชาติ และนี้ก็คือเหตุผลว่าทำไมที่นี่จึงมีความสวยงามของทั้งปะการังและสัตว์น้ำเป็นยิ่งนัก และถ้าจะถามว่าที่หมู่เกาะสิมิลันนี้สวยขนาดไหน ให้คุณจินตนาการภาพของสวนดอกไม้เอาไว้รอได้เลย เพราะเราจะได้เห็นความอัดแน่นของปะการังและดอกไม้ทะเลที่ขึ้นเบียดเสียดกันจนแทบจะมองไม่เห็นพื้นทรายเลยทีเดียว

ที่ตั้ง :หมู่เกาะสิมิลัน อำเภอคุระบุรี จังหวัดพังงา

ประเภทของการดำน้ำ : Freediving และ Scuba

 

หมู่เกาะสุรินทร์

และที่หมู่เกาะสุรินทร์แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งพื้นที่ที่อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติเช่นเดียวกัน ที่นี่จะมีกฏระเบียบในการมาพักและท่องเที่ยวอย่างเคร่งครัด เพื่อป้องกันไม่ให้ธรรมชาติทั้งบนบกและใต้น้ำเกิดความเสียหาย และถ้าหากจะถ้าว่าโลกใต้ทะเลที่หมู่เกาะสุรินทร์นั่นสวยงามขนาดไหน เราบอกได้เลยว่าสวยขนาดที่ชาวต่างชาติยังต้องดั้นด้นมาเที่ยวดำน้ำกันที่นี่ เพราะทั้งความสมบูรณ์ และความหลากหลายของพืช ปะการัง ดอกไม้ทะเล รวมถือสิ่งมีชีวิตใต้น้ำนั่นมันสุดยอดจริง โดยเฉพาะเต่าทะเลที่คุณสามารถพบเห็นที่นี่ได้อย่างง่ายดายกันเลยทีเดียว อีกทั้งทัวร์ดำน้ำแต่ละทริปยังถูกแบบไม่น่าเชื่อ เพราะว่าราคาก็อยู่ภายใต้การดูแลของอุทยานแห่งชาติด้วยเช่นเดียวกัน

ที่ตั้ง :หมู่เกาะสุรินทร์ อำเภอเกาะพระทอง จังหวัดพังงา

ประเภทของการดำน้ำ : Freediving และ Scuba

 

# จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

ถือว่าเราชาวไทยโชคดีมากๆเลยนะคะ เพราะว่าเรามีทะเลที่สวยงามและอีกอย่างโลกใต้น้ำของเราก็นับได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์แบบสุดๆอีกด้วย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำจุดดำน้ำตื้นสุดเจ๋งที่คุณสามารถมาดำได้ทั้งแบบ Snorkeling และ Freediving เลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

 

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

เกาะแสมสาร

สำหรับที่ใแสมสารเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำตื้นที่คุณจะได้เห็นทะเลสวยน้ำใส อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯเรียกได้ว่าขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงเลย ซึ่งนับได้ว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดำน้ำยอดฮิตของชาวกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้ เพราะว่าทั้งทำเลที่ตั้ง และสภาพน้ำทะเลที่เรียกได้ว่ามีความใสสะอาดเป็นอย่างมาก เพียงเท่านั้นยังไม่พอ โลกใต้น้ำของที่นี่ก็ยังสวยงามอลังกาลและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะว่ามีกฏที่ค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ที่ตั้ง : เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

หมู่เกาะช้าง

สำหรับที่เกาะช้างก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดำน้ำยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งบอกได้เลยว่านี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะฝั่งอ่าวไทยที่สวยไม่แพ้ททะเลอันดามันเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความอุดมสมบูณ์ของโลกใต้น้ำที่นี่คุณจะได้เห็นกลุ่มปะการังมากมายที่มีสีสันสวยงาม รวมถึงสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ที่มีสีสันที่สวยงามให้คุณได้มาชื่นชม ซึ่งที่นี่ก็จะมีทริปดำน้ำต่างๆมากมายให้คุณได้เลือกอีกด้วย เรียกได้ว่าคุณสามารถมาเที่ยวชิวๆในช่วงวันหยุดยาวกันได้เลย

ที่ตั้ง : หมู่เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะเฮ

ที่เกาะเฮแห่งนี้มีชื่อที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Coral Island เพราะที่นี่นั่นมีปะการังมากมายที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงสัตว์ทะเลต่างๆอีกด้วย เพียงเท่านั้นยังไม่พอที่นี่ก็ยังมีหาดทรายที่ขาวเนียนละเอียด และน้ำทะเลที่ใสสะอาด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะสวรรค์ที่เหมาะแก่การดำน้ำแบบสุดๆ หรือว่าคุณจะมาเที่ยวพักผ่อนบนเกาะก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นั่นมีเส้นทางเดินป่า จุดชมวิว และมีนกเงือกมากมายอีกด้วย เอาเป็นว่าถ้าอยากจะเที่ยวครบๆก็ต้องมากันที่เกาะเฮได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง : เกาะเฮ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะไม้ท่อน

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งเกาะสวยที่จะมาเที่ยวชิวๆริมชายหาดก็ได้ หรือว่าจะมาดำน้ำดูปลาก็ดีเช่นเดียวกัน และที่ที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่นี้นั่นก็คือเกาะไม้ท่อนนั่นเองค่ะ ซึ่งเกาะนี้ถือว่าเป็นเกาะส่วนตัวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวแบบ One day trip หรือจะมาพักค้างแรมกันก็ได้เช่นเดียวกัน และนอกจากชายหาดที่แสนจะสวยงามและที่นี่ก็ยังมีโลกใต้ทะเลที่สวยไม่แพ้กัน เพราะต้องบอกเลยว่าคุณสามารถมาเจอปลาการ์ตูนกันได้ง่ายๆที่นี่เลย เรียกได้ว่าไม่ต้องดำน้ำกันให้เหนื่อย เพราะคุณสามารถมองเห็นได้จากบนผิวน้ำกันไปเลย ซึ่งที่นี่ก็มีโปรแกรมทัวร์มากมายให้คุณได้เลือกถ้ายังไงต้องห้ามพลาดกันเลยนะคะ

ที่ตั้ง : เกาะไม้ท่อน ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

เกาะกูด

ถ้าใครที่อยากจะมาดำน้ำกันแบบชิวๆแบบที่ไม่ต้องนั่งเรือออกไปกลางทะเลให้ยุ่งยาก เราขอแนะนำให้คุณมาดำน้ำกันที่เกาะกูดได้เลย เพราะว่าที่นี่นั้นคุณสามารถดำน้ำออกไปดูความสวยงามของโลกใต้น้ำบริเวณใกล้ๆชายฝั่งกันได้เลย อีกทั้งปะการังที่นี่ก็สวยงาม อุดมสมบูรณ์เพราะว่าได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทำให้เกาะกูดนี้มีดีทั้งชายหาดและปะการังกันเลยนะคะ

ที่ตั้ง : เกาะกูด จังหวัดตราด

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

# Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

หากคุณเป็นคนที่ชอบว่ายน้ำ, ดำน้ำ จะคุ้นเคยกับกีฬา Extreme ที่ชื่อว่า Cave Diving หากว่าการดำน้ำดูสิ่งต่างๆ ใต้น้ำน่าตื่นเต้นแล้วล่ะก็ การดำน้ำในถ้ำใต้น้ำก็น่าจะตื่นเต้นยิ่งกว่า และกิจกรรมนี้กลายเป็นกีฬาที่ท้าทายบรรดาสาวก Extreme ทั้งหลายที่เดินทางไปยังถ้ำต่างๆทั่วโลกเพื่อลงดำน้ำพิสูจน์ความสวยงามของโลกใต้ภิภพและท้าทายต่อเส้นกั้นระหว่างความเป็นและตวามตาย

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

การดำน้ำใต้ถ้ำมีจุดกำเนิดที่สหราชอาณาจักรเนื่องจากนักถ้ำวิทยาต้องการที่จะสำรวจโลกใต้น้ำที่อยู่ภายในถ้ำเพื่อศึกษาถึงระบบนิเวศภายในนั้นและหาสัตว์สายพันธ์ใหม่จากนั้นได้มีการขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นที่สำรวจแล้วพบเจอกับถ้ำใต้น้ำแต่กับที่สหรัฐอเมริกานั้นไม่มีหลักฐานปรากฏว่ากิจกรรมประเภทนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่อาจจะเป็นการที่บรรดานักกีฬาที่ชื่นชอบการดำน้ำอาจจะไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นจากนั้นจึงกลับมาสำรวจตามสถานที่ต่างๆจนเจอถ้ำใต้น้ำ

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

สำหรับการดำน้ำในถ้ำนั้นทำไมถึงมีอันตรายมากกว่าการดำน้ำปกติสาเหตุมาจากแรงอัดของน้ำภายในถ้ำหากเราดำน้ำปกติเมื่อไม่ไหวยังสามารถลอยตัวขึ้นมาหายใจบนน้ำได้แต่สำหรับการดำน้ำในถ้ำจะมีช่องว่างระหว่างผืนน้ำกับเพดานถ้ำน้อยมากบางที่อาจจะไม่มีน้ำท่วมอยู่เต็มถ้ำเลยก่อให้เกิดอันตรายกับบรรดานักดำน้ำเป็นอย่างมากเลยทำให้มีกฎออกมาว่าหากใครที่ต้องการจะดำน้ำในถ้ำให้มีบัดดี้ไปด้วยเพื่อช่วยเหลือกันในยามที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำน้ำในถ้ำนั้นสิ่งแรกเลยถือถังออกซิเจนและหน้ากากหายใจอย่างต่อมาอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารภายในน้ำชุดสำหรับใช้ดำน้ำตีนกบและสุดท้ายคือเชือกนำทางที่ใช้สำหรับบอกทางให้นักดำน้ำไปตามทางที่ถูกต้องและไม่หลงหากติดอยู่ในความมืดแต่ถึงแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่ปลอดภัยแค่ไหนก็ยังมีข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตจากการดำน้ำในถ้ำออกมาอยู่บ่อยในต่างประเทศเลยมีกฎห้ามให้นักดำน้ำมือสมัครเล่นลงดำน้ำและมีการประกาศป้ายเตือนในบ้างพื้นที่ที่มีอันตรายอาจเกิดตะกอนภายในถ้ำหรือสัตว์น้ำที่ทำอันตรายให้ผู้ดำน้ำ

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวการเสียชีวิตอยู่บ่อยๆแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเลยอย่างเช่นในปี 2017 นายซิสโก กราเซีย พร้อมด้วยบัดดี้อย่างนายกีเยม มาสคาโร ได้เดินไปทางดำน้ำในถ้ำที่เกาะมายอร์ก้า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศสเปน ที่ข้างใต้เต็มไปด้วยเส้นทางมากมายเหมือนกับเขาวงกตโดยนายกราเซียต้องการจะสำรวจถ้ำแห่งนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

ทั้งคู่สำรวจถ้ำกันอยู่นานแต่แล้วตอนที่จะกลับออกมาทั้งคู่ได้ชนกันทำให้ตะกอนฟุ้งขึ้นมาทุกอย่างอยู่ในความมืดและออกซิเจนก็ใกล้จะหมดลงนายกราเซียจึงตัดสินไปที่ห้องหนึ่งภายในถ้ำที่พอจะมีอากาศและน้ำจืดไหลซึมให้กินและให้นายมาสคาโรออกไปขอความช่วยเหลือจากนั้นเวลาผ่านไปถึง 60 ชั่วโมงที่นายกราเซียต้องติดอยู่ในนั้นแต่สุดท้ายเขาก็รอดมาได้จากการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

นั่นเป็นเพียงไม่กี่เคสที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ดังนั้นหากใครที่สนใจกีฬาประเภทจะต้องมีการศึกษาระบบนิเวศภายในถ้ำให้ดีๆทั้งระดับน้ำเวลาน้ำขึ้นน้ำลงห้องที่สามารถช่วยเหลือได้ในเวลาฉุกเฉินและทางที่ดีควรจะเตรียมร่างกายให้พร้อมและหาคู่หูไปด้วยในการเดินทางรวมถึงเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อมก่อนจะดำลงไปในน้ำมิฉะนั้นหากพลาดพลั้งเพียงเสี้ยววินาทีอาจจะต้องติดอยู่ในนั้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

วันนี้เราจะมารวบรวมปัญหาที่หลายๆคนมักจะประสบอยู่เป็นประจำขณะที่กำลังดำน้ำกันนะคะ ซึ่งนอกจากเราจะรวบรวมปัญหาแล้ว เราก็ยังมีแนวทางการแก้ไขมาให้คุณอีกด้วย เอาล่ะถ้าอยากรู้กันแล้วก็มาดูกันเลยว่าปัญหาที่นักดำน้ำเจออยู่บ่อยๆนั่นมีอะไรกันบ้าง

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

อาการหูอื้อ

ไม่ว่าคุณจะดำน้ำแบบ Snorkeling, Freediving หรือ Scuba หากคุณดำลงไปในน้ำแล้ว แน่นอนว่าคุณจะต้องเจอกับเรื่องความดันภายในน้ำที่มาบีบอัดคุณจนทำให้คุณเกิดอาการหูอื้อได้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจเสียเหลือเกิน แต่นี่ไม่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่นะคะ เพราะมีวิธีที่สามารถเเก้ปัญหาได้

วิธีการแก้ไข : สำหรับวิธีการแก้ไขอาการหูอื้อก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยวิธีนี้จะเรียกว่าการ “เคลียร์หู” โดยที่คุณสามารถทำได้ในขณะที่ใส่ Mask อยู่โดยทำเหมือนการสั่งขี้น้ำมูกออกมานั่นเอง จะเป็นการสั่งอาการที่อยู่ในหูเราออกมาด้านนอก และคุณก็จะรู้สึกโล่งหูอีกครั้งนึงค่ะ

น้ำทะเลเข้า Snorkel

สำหรับปัญหานี้เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะคนที่ดำน้ำแบบ Snoekeling และ Freediving นะคะ เพราะว่าบางครั้งเราอาจจะมาการดำน้ำผ่านช่วงที่มีกระแสน้ำแรง และเป็นไปได้ที่น้ำทะเลจะถูกพัดกระเซ็นเข้ามาในท่อ Snorkel ของเรา แล้วเราต้องหายใจทางท่อแล้วจะทำอย่างไรหากมีน้ำทะเลอยู่ข้างใน วันนี้เรามีทางออกให้คุณค่ะ

วิธีการแก้ไข : หากมีน้ำอยู่ในท่อ Snorkel ที่เราต้องใช้หายใจ ก็มีวิธีง่ายๆเลยคือ คุณสามารถเป่าลมออกจากท่อแรงๆ เพื่อเป็นการไล่น้ำออกไปได้ค่ะ จากนั้นคุณก็จะสามารถหายใจในท่อโล่งๆได้ตามปกติเเล้ว

เลนส์เป็นฝ้า

นับได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่กวนใจเสียเหลือเกิน นั่นก็คือเมื่อคุณดำน้ำไปสักพักแล้ว เลนส์ Mask ของคุณจะเริ่มมีฝ้ามาเกาะ ทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าขัดใจเสียจริงๆ แต่เราก็มีวิธีแก้ไขง่ายๆมาฝากคุณด้วยนะคะ

วิธีการแก้ไข : ก่อนที่คุณจะสวม Mask และออกไปดำน้ำ แนะนำให้คุณใช้แชมพูเด็ก หรือน้ำยาล้างจาน ผสมกับน้ำให้เจือจางแล้วนำมาถูเคลือบบริเวณเลนส์ด้านในแค่นี้ก็สามารถลดการเกิดฝ้ากันได้แล้ว แต่ถ้าหากว่าหน้ากากของคุณดันเกิดฝ้าในระหว่างที่ทำการดำน้ำล่ะก็ให้คุณถอดนห้ากากออกมาแล้วถูเช็ดด้วยมือ หรือจะถอดออกมาใช้น้ำลายของเราทาเคลือบไว้ด้านในจากนั้นก็ใส่แล้วดำน้ำต่อก็ได้เช่นเดียวกัน

น้ำเข้าหน้ากาก

หากคุณกำลังดำน้ำอยู่และรู้สึกว่ามีน้ำซึมเข้ามาในหน้ากาก เพราะคุณรู้สึกได้ถึงอาการเคืองตาและแสบตาแล้วล่ะก็นับว่าเป็นเรื่องที่กวนใจคุณอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เอาเป็นว่าวันนี้เราก็มีหนทางแก้ไขปัญหานี้มาฝากคุณด้วยเหมือนกันนะคะ

วิธีการแก้ไข : เราต้องมาทราบที่สาเหตุกันก่อน การที่น้ำจะสามารถซึมเข้ามาใน Mask ของเราได้นั้น เกิดจากการที่เราสวมใส่ Mask ไว้หลวมจนเกินไป ซึ่งคุณก็จะต้องปรับ Mask ให้พอดีและแนบชิดใบหน้าก่อนลงน้ำทุกครั้ง และอีกหนึ่งเหตุผลก็เกิดจากการที่น้ำทะเลอาจจะซึมตามไรผมของคุณเข้าไปในหน้ากาก เพราะฉะนั้นก่อนลงน้ำแนะนำว่าใครที่ผมยาวก็รวบผมกันให้เรียบร้อยนะคะ และอาจจะมีอีกหนึ่งกรณีคืออาจจะเป็นเหตุสุดวิสัยที่น้ำเข้าไปในหน้ากากของเราจริงๆ คุณสามารถทำการเอานิวกด Maske ด้านบนไว้จากนั้นมองขึ้นด้านบน แล้วก็หายใจออกแรงๆทางจมูกเพื่อไล่นน้ำให้ออกจากหน้ากากของเรา

และนี่ก็เป็นบรรดาปัญหาจุกจิกคุณคุณอาจจะพบเจอในตอนที่ออกไปดำน้ำกันนะคะ ซึ่งบางอย่างนั้นจะเห็นได้ว่าเราสามารถทำการแก้ไขโดยการเตรียมความพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย หรือถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินคุณก็สามารถแก้ไขปัญหาเราเฉพาะหน้าเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ขอแค่คุณอย่าตื่นตระหนก ตั้งสติไว้ให้ดี แล้วค่อยๆทำการเเก้ไขไปตามวิธีที่เราได้แนะนำเอาไว ซึ่งรับรองได้เลยว่าคุณจะสามารถดำน้ำได้อย่างราบรื่นสนุกสนานอย่างแน่นอนค่ะ

 

# อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา