Snorkel อย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ วันนี้เราจะมาแนะนำวิธี การดำน้ำขั้นพื้นฐาน นั่นก็คือการดำแบบ Snorkel มาให้คุณได้ทราบกันนะคะ

Snorkel อย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ

Snorkel อย่างไรให้ดูเป็นมืออาชีพ

วันนี้เราจะมาแนะนำวิธี การดำน้ำขั้นพื้นฐาน นั่นก็คือการดำแบบ Snorkel มาให้คุณได้ทราบกันนะคะ ซึ่งบางคนเนี่ยอาจจะยังไม่มีประสบการณ์ การดำแบบ Snorkel มาก่อนเลย หรือว่าบางคนอาจจะเคยดำมาบ้างแล้ว แต่ว่าวิธีการดำแบบไหนล่ะที่จะดูราวกับว่าเราเคยดำมาแล้ว 10 Dive แน่นอนว่าการดำน้ำที่ดูเป็นมืออาชีพนอกจากเราจะสามารถดำได้สนุกแล้ว ก็ยังถ่ายรูปออกมาแล้วดูเจ๋ง ดูคูลอีกด้วยนะคะ เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยค่ะ

ฝึกการหายใจทางปาก

สำหรับ การดำน้ำแบบ Snorkel นั้นเราจะต้องใส่ Mask และเราไม่สามารถหายใจทางจมูกได้ ซึ่งจะเปลี่ยนวิธีการหายใจเป็นการหายใจผ่านทางท่อ Snorkel ทางปากแทน เพราะฉะนั้นคุณจะต้องลองสวม Mask และ Snorkel เพื่อฝึกการหายใจทางปากจนชินเสียก่อน เวลาลงน้ำจะได้ไม่รู้สึกว่ากำลังตกอยู่ในสถานการณ์ลำบาก หายใจไม่ออกแว่นเป็นฝ้า กลายเป็นอาการ Panic ได้ เพราะฉะนั้นรวบรวมสติให้ตั้งมั่น ค่อยเปลี่ยนระบบการหายใจทางจมูกเป็นการหายใจเข้า-ออกทางปากของเราแทน

ใช้ขาให้มากกว่าแขน

สำหรับการดำน้ำแทบจะทุกประเภททั้ง Snorkel Freediving หรือแม้กระทั่ง Scuba เราจะเน้นการเคลื่อนที่โดยการใช้ขาของเรามากกว่าการใช้แขนกวัดแกว่ง เพราะว่าการใช้แขนนั้นจะทำให้สัตว์ทะเลที่อยู่ตรงหน้าเรากลัว และว่ายหนีกระเจิงไปได้ แต่ถ้าคุณใส่ขาตีน้ำให้ร่างกายเคลื่อนไหว จะไม่มีฟอกอากาศมาบดบังวิสัยทัศน์ของคุณสามารถชื่นชมกับความสวยงามของโลกใต้น้ำได้อย่างเต็มที่ และไม่ทำให้สัตว์ทะเลตกใจด้วยนะคะ

ลอยตัวให้ขนานกันผิวน้ำ

วิธีการลอยตัวในการ Snorkel ที่ดีมากที่สุดนั่นก็คือการลอยตัวให้ร่างกายของเราขนานกับผิวน้ำให้มากที่สุดเพราะจะทำให้คุณหายใจได้สะดวกที่สุด และเป็นการจัดระเบียบร่างกายที่คุณสามารถมองลงไปชมความสวยงามของโลกใต้น้ำได้ดีมากมายที่สุดด้วยเช่นเดียวกัน

ฝึกการว่ายน้ำให้เก่งขึ้น

ที่จริงแล้ว การดำน้ำแบบ Snorkel คุณแทบจะไม่ได้ใช้ Skill ใดๆในการว่ายน้ำเลย แต่ก็แน่นอนว่าการที่คุณมาลงน้ำก็ต้องมีความสามารถในการว่ายน้ำติดตัวเอาไว้บ้าง ซึ่งจะทำให้คุณรู้สึกปลอดภัยและมั่นใจมากยิ่งขึ้นเวลาที่กำลังดำน้ำแบบ Snorkel เพราะว่าสำหรับคนที่ไม่มีทักษะใดๆในการว่าน้ำหรือลอยตัวเลยอาจจะรู้สึกว่านี่เป็นสถานการณ์ที่ยากลำบาก ทำให้จากการที่มาดำน้ำแบบสนุกๆต้องกลายเป็นว่ามีแต่ความกลัว และความกังวลเต็มไปหมด

หายใจเข้า-ออกให้ลึกและยาว

การที่คุณมีการฝึกสมาธิมาไว้ก่อนนั้นต้องบอกเลยว่าเป็นเรื่องที่ดีมากๆ เพราะว่าในขณะที่คุณดำน้ำแบบ Snorkel การหายใจผ่านท่ออากาศนั้น คุณจะต้องหายใจเข้าให้ลึก และหายใจออกให้ยาว ให้หายใจเป็นจังหวะเช่นนี้จะดีที่สุด เพราะว่าการหายใจแบบสั้นๆ ถี่ๆ นอกจากจะทำให้คุณเหนื่อยง่ายแล้ว ก็ยังทำให้คุณ ปอดไม่ได้รับอากาศมากเท่าที่ควรจนลอยตัวได้ไม่ดีก็ว่าได้นะคะ


10ข้อปฏิบัติที่ Diver ทั้งหลายมีต่อสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล สิ่งที่สำคัญมากกว่าความเพลิดเพลินในการดำน้ำชมความสวยงามของโลกใต้ทะเล

10 ข้อปฏิบัติที่ Diver ทั้งหลายมีต่อสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

10 ข้อปฏิบัติที่ Diver ทั้งหลายมีต่อสิ่งแวดล้อมใต้ท้องทะเล

ในฐานะนักดำนักน้ำ สิ่งที่สำคัญมากกว่าความเพลิดเพลินในการดำน้ำชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลนั่นก็คือ การแสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อสิ่งมีชีวิตใต้น้ำนั่นเองล่ะค่ะ งั้นวันนี้เรามาดูกันเลยว่า ข้อปฏิบัติเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนระบบนิเวศน์ใต้ท้องทะเลนั้นมีอะไรกันบ้าง

  1. เลือก Dive Centre ที่คำนึงถึงการอนุรักษ์โลกใต้ทะเล

เราอาจจะเคยเห็นข่าวว่านักดำน้ำหักปะการัง หรือจับสัตว์น้ำมาให้ลูกทัวร์ดู นั่นคือสิ่งที่ไม่ควรทำเป็นอันขาด เพราะฉะนั้นก่อนการไปออกทริปดำน้ำก็คอยเลือกองค์กรที่ดีและใส่ใจสิ่งแวดล้อมกันนะคะ

  1. ใช้ครีมกันแดดที่ไม่ทำร้ายปะการัง

ครีมกันแดดโดยทั่วไปนั่นมีสารเคมีที่ทำร้ายปะการังและสัตว์น้ำอยู่แบบจำนวนมาก และถ้าคุณอยากจะให้โลกใต้น้ำเเห่งนี้สวยงามต่อไปก็เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมกันนะคะ

  1. เลือกใช้สินค้ารีไซเคิลและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

ข้อนี้สำคัญมากๆ ไม่ใช่แค่เพียงครีมกันแดดเท่านั้นแต่ยังมีอีกมากมายเช่น เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของไมโครพลาสติก หรือลดการใช้ถุงพลาสติกกันด้วยนะคะ

  1. รู้จักการวางตัวเมื่ออยู่ใต้น้ำ

ข้อนี้เราสามารถสอบถามผู้เชี่ยวชาญได้นะคะว่า เพหมือนเจอสัตว์แต่ละประเภทเราควรวางตัวอย่างไรเพื่อไม่ให้เป็นการรบกวนสัตว์เหล่านั้น

  1. พยายามลอยตัวให้เป็นกลาง

การดำน้ำแบบ Scuba คุณจะต้องพยายามลอยตัวให้ตัวคุณนิ่งมากที่สุดเพื่อไม่ให้ร่างกายหรืออุปกรณ์ของเราสัมผัสกับสัตว์ทะเล หรือปะการังบริเวณโดยรอบ

  1. เคลื่อนที่อย่างช้าๆ

ให้คุณเคลื่อนที่ช้าๆ ไม่ตีน้ำจนเกิดแรงกระเผื่อมที่รุนแรง และ ต้องไม่จับสัตว์น้ำ หรือปะการังด้วยนะคะ

  1. ไม่พยายามว่ายน้ำไล่ตามสัตว์น้ำ

หากคุณเจอสัตว์ทะเลหากยาก พยายามว่ายน้ำเข้าไปอย่างช้าๆ แสดงถึงความเป็นมิตร ห้ามว่ายน้ำไล่ต้อนสัตว์นะคะ เพราะสัตว์น้ำอาจจะตื่นตกใจได้

  1. ทำตัวให้เป็นตัวอย่างแก่นักดำน้ำคนอื่นๆ

ข้อนี้ก็ง่ายๆเลยแค่เพียงเราทำตามกฏทั้งหมดที่ว่ามาเพื่อแสดงให้เห็นว่านักดำน้ำที่ดี และมีความรับผิดชอบเป็นแบบไหน เชื่อได้เลยว่าคนอื่นๆก็จะทำแบบเดียวกันกับคุณอย่างแน่นอน

  1. ช่วยเก็บขยะใต้ทะเล

หากคุณเป็นขยะภายใต้ท้องทะเลคุณสามารถเก็บขยะเหล่านั้นออกมาได้ เพื่อที่จะช่วยปกป้องสัตว์น้ำไม่ให้ได้รับอันตรายจากขยะต่างๆอีกด้วย ซึ่งอาจจะเป็นพวกขวดแก้ว ขวดพลาสติก หรือเอ็นตกปลา

  1. ไม่สนับสนุนการทำร้ายสัตว์ทะเล

ถึงแม้ว่าเราจะไม่ได้เป็นผู้ที่ทำร้ายสัตว์ทะเล แต่หากคุณเดินผ่านร้านอาหารที่มีการนำปลานกแก้ว ปลาฉลาม หรือสัตว์ทะเลที่อาศัยอยู่ตามปะการังมาทำเป็นอาหารนั่นก็ถือว่าผิดเช่นเดียวกันะคะ เพราะฉะนั้นคุณจะต้องหยุดสนับสนุนเรื่องเหล่านี้ด้วยเช่นเดียวกัน


สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving สำหรับการ Freedive นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เบาเลยทีเดียว

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving

สำหรับการ Freedive นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งรูปแบบของการดำน้ำที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวไม่เบาเลยทีเดียว ทั้งการเคลื่อนไหวที่อิสระ สามารถดำลงไปใต้ผิวน้ำได้ดดยที่ไม่ต้องใช้อุปกรณ์ให้มากมายอย่าง Scuba และถ้าใครที่กำลังสนใจการ Freedive ก็มาลองรู้จักกับ freedive ให้มากขึ้นกันเลยดีกว่า

สิ่งที่คุณควรรู้เกี่ยวกับ Freediving

ความเป็นอิสระในการอยู่ใต้น้ำ

แน่นอนว่า Freedive ก็เป็นการบ่งบอกได้อย่างดี การที่เราสามารถดำลงน้ำโดยที่ไม่ต้องแบกอุปกรณืหนักๆราคาแพงเอาไว้ตลอดเวลา ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับปลาเลยทีเดียว

ศาสตร์แห่งการ Freedive

สำหรับการเรียน freedive นั้นต้องบอกเลยว่ามีหลากหลายหลักสูตรไม่แพ้ Scuba เลยทีเดียว โดยจะมีด้วยกันทั้งหมดถึง 7 หลักสูตร ทั้งเกี่ยวกับความลึก ระยะทางในการว่ายน้ำใต้ทะเล และระยะเวลาในการดำน้ำลงน้ำใต้ทะเล

ต้องมี buddy เสมอ

แน่นอนว่านี่คือกฏหลักของการดำน้ำทุกประเภทเลย นั่นก็คือ ห้ามดำน้ำคนเดียว คุณจะต้องมี Buddy ไปด้วยเสมอไม่ว่าคุณจะมีความสามารถในการดำน้ำเก่งมากขนาดไหนก็ตาม เพราะว่าเหตุการณ์ฉุกเฉินนั้นเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และเกิดขึ้นได้กับทุกคนด้วยนะคะ

กฏแห่งความปลอดภัย

สำหรับสิ่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ Freediver ทั้งหลายจะต้องท่องจำเอาไว้ให้ขึ้นใจ เพราะว่าการที่คุณดำน้ำลงไปแล้วนั้นคุณจะต้องปฏิบัติตามกฏต่างๆอย่างเคร่งครัด อย่าพยายามแหกกฏและทำอะไรที่เกินขีดความสามารถของตัวเอง

สถานที่ดำน้ำในฝันของชาว Freediver

ต้องบอกเลยว่าโชคดีมากๆที่เราอยู่ในประเทศไทย นั่นก็เพราะว่าจุดดำน้ำแบบที่เหมาะกับ freediving นั้นมีอยู่ในเมืองไทยเยอะมาก ทั้ง กองหินริเชริว, หินหัวช้างหมู่เกาะสิมิรัน, หมู่เกาะสุรินทร์ หรือในต่างประเทศก็มี SS Yongala Wreck, Australia และ Crystal Bay, Bali

การพัก

สำหรับการขึ้นมาพักบนผิวน้ำในแต่ละ Dive นั้นนับได้ว่าสำคัญมากๆ เพราะว่าขณะที่คุณดำน้ำลงไปใต้น้ำจะมีการกลั้นหายใจและมีการใช้ออกซิเจนเป็นอย่างมากในการเคลื่อนไหวใต้น้ำ เพราะฉะนั้นคุณควรจะต้องมีการพักลอยตัวและหายใจบนผิวน้ำเพื่อเป็นการปรับค่าออกซิเจนในร่างกายอย่างน้อย 3-5 นาทีก่อนทำการ Dive ครั้งต่อไป

วางแผนให้ดี

แน่นอนว่านี่เหมือนการดำน้ำแบบ Scuba ที่คุณจะต้องมีการวางแผนการดำน้ำให้ดีก่อนในแต่ละ Site ทำความรู้จักในเรื่องของความลึก กระแสน้ำ สัตว์น้ำ และระยะเวลาในการดำน้ำด้วยเ่นเดียวกัน

ทฤษฎี 20 วิ

สำหรับ 20 วินาทีแรกที่คุณขึ้นสู่ผิวน้ำ ค่าออกซิเจนในร่างกายของคุณจะต่ำมาก เพราะฉะนั้นคุณจะต้องทำการหายใจเข้าช้าๆ ลึกๆ เพื่อให้ร่างกายได้ปรับค่าออกซิเจนให้สมดุลอีกครั้งหนึ่ง

สมาธิ

การมีสมาธิและมีสติตั้งมั่นนั้นเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆสำหรับการ freedive เพราะว่าหากคุณลงไปใต้น้ำแล้วเกิดการ Panic นั้นเป็นเรื่องที่ไม่ดีแน่ เพราะฉะนั้นพยายามมีสติและสมาธิให้มั่นตลอดเวลานะคะ


ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba การดำน้ำถ้าหากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆแล้วก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ การดำน้ำ Remove term: การดำน้ำแบบ Freediving การดำน้ำแบบ FreedivingRemove term: ความแตกต่างระหว่างการดำ ความแตกต่างระหว่างการดำRemove term: การดำน้ำแบบ Scuba การดำน้ำแบบ Scuba

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

การดำน้ำถ้าหากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆแล้วก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ นั่นก็คือการดำน้ำแบบ Snorkeling Freediving และ Scuba แต่ว่าวันนี้เราจะมาพูดถึง Freediving และ Scuba กันดีกว่า ว่าทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

  1. อุปกรณ์

แน่นอนว่าในเรื่องของอุปกรณ์นั้นมีความแตกต่างการค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องของรูปแบบของ Fins ซึ่ง Freedive จะใช้ Fins ที่มีน้ำหนักเบา และมีความยาวที่มากกว่า ส่วน Scuba จะใช้ Fins ที่มีหน้า Fins กว้างและสั้นกว้าง ส่วนในเรื่องของ Mask ก็สามารถใช้แบบเดียวกันได้ และอีกหนึ่งสิ่งคือ Scuba จะต้องมีถังอากาศและอุปกรณ์ต่างๆที่มากมายกว่า Freediving นั่นเอง

  1. การเคลื่อนไหวใต้น้ำ

สำหรับการเคลื่อนไหวใต้น้ำนั้น Freedive จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระกว่า คล่องแคล่ว คล่องตัวกว่า Scuba มากนัก เนื่องจากข้อกัดในเรื่องของอุปกรณ์ที่มากมายกว่าจึงทำให้การเคลื่อนไหวใต้น้ำของการ ดำแบบ Scuba ค่อนข้างช้า และมีท่าทางจำกัด

  1. ระยะเวลาในการอยู่ใต้น้ำ

สำหรับ Freediving คุณจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่คุณจะสามารถกลั้นหายใจได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นประมาณ 1-5 นาที แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน แต่ว่า Scuba นั้นคุณสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่ปริมาณอากาศในถังของคุณยังเหลืออยู่ ซึ่งก็จะสามารถดำได้ประมาณ 45นาที – 1 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้นก็เป็นได้

  1. ความลึกในการดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำลึกโดยเฉลี่ยของ Scuba แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 30 เมตร(ระดับ Advance) แต่ถ้าหากถามว่าสามารถลงไปลึกกว่านั้นได้ไหมก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยสามารถดำลงได้ลึกถึง 100 เมตรเลยทีเดียว แต่ว่าต้องเป็น Technical Diver เท่านั้น และมีการผสมอากาศในอัตราส่วนที่แตกต่างการออกไป และไม่สามารถดำได้นานกว่า 7 นาที เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนการ ดำแบบ Freediving นั้นก็จะมีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-30 เมตร

ล่าสุดมีสถิติออกมาว่ามี Freediver ที่สามารถดำลงไปลึกได้ถึง 113 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าการดำลงไปลึกแบบนี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เช่นเดียวกันนะคะ เพราะฉะนั้นดำน้ำให้เกิดความสนุกและรู้ลิมิตของตัวเองจะดีกว่านะคะ

  1. ระบบการหายใจ

การที่จะดำลงไปในน้ำลึกของ Scuba นั้นจะมีกฏเหล็กที่สำคัญเลยก็คือ คุณจะต้องหายใจทางปากตลอดเวลา หายกลั้นหายใจเป็นอันขาด และในทางกลับกัน การดำน้ำแบบ Freediving นั้นคุณจะต้องกลั้นหายใจเพื่อลงไปสู่ใต้น้ำ เพราะถ้าหากคุณเผลอหายใจในน้ำจะทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายของคุณโดยทันที

  1. ความเร็วในการเพิ่มระดับความลึก

สำหรับการดำน้ำแบบ Scuba นั้นคุณจะต้องค่อยเพิ่มระดับความลึกลงไปแบบช้าๆ โดยจะใช้เวลาไม่เร็วกว่า 1 นาทีภายใน 9 เมตรแรก แต่ว่าการดำน้ำแบบ Freediving นั้นคุณจะต้องดำลงไปอย่างรวดเร็วมีการเพิ่มระดับความลึกจาก 0-10 เมตรในเวลาเพียวเสี้ยววินาที ซึ่งบางครั้งการดำลงและขึ้นเหนือผิวน้ำเร็วเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกันนะคะ

 


 

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba สำหรับการ ดำน้ำ นั้นเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของโลกใต้น้ำ

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba

สำหรับการ ดำน้ำ นั้นเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของโลกใต้น้ำกันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่าการดำน้ำที่จะทำให้คุณสามารถใช้เวลาอยู่ใต้น้ำได้นานที่สุดนั่นก็คือการดำน้ำ แบบ Scuba นั่นเอง ซึ่งหากใครที่กำลังสนใจอยากจะมาเรียน Scuba เราก็มาดูกันเลยว่าคุณควรที่จะมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างนะคะ

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba

  1. หาสถาบันที่ดีมีคุณภาพ

สำหรับการเรียนดำน้ำนั้นคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดี หรือแย่ก็คืออยู่ที่ Instructor ด้วยเช่นเดียวกัน คุณควรเลือกสถาบันที่เชื่อถือได้ มีการรับรอง และมี Instructor มืออาชีพ ซึ่งคุณสามารถหารีวิวจากอินเตอร์เน็ตก็ก็ได้เช่นเดียวกัน

  1. ควรเรียนว่ายน้ำให้ได้ก่อน

สำหรับการว่ายน้ำนั่นบางคนอาจจะบอกว่าไม่จำเป็นเพราะเรามีอุปกรณ์ดำน้ำพร้อมสรรพที่ช่วยให้คุณสามารถหายใจได้น้ำได้อยู่แล้ว แต่อันที่จริงแล้วนั้นการที่คุณสามารถว่ายน้ำได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยทีเดียว เพราะหากคุณไปดำน้ำกลางทะเลและเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่นอุปกรณ์เสียหาย ไม่ทำงาน คุณก็ยังสามารถว่ายน้ำเอาตัวรอดจากเหตุสุดวิสัยเหล่านั้นได้

  1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับการดำน้ำแบบ Scuba นั้นบางครั้งบางทีอาจจะมีอาการบาดเจ็บที่ หู ไซนัส ปอด หรือปวดฟันได้ นั่นก็เกิดจากความกดอากาศใต้น้ำที่ต่างจากบนบกนั่นเอง ซึ่งถ้าหากคุณรู้ตัวว่ามีอาการผิดปกติทาง หู คอ จมูก ฟัน หรือปอด เราเเนะนำให้คุณลองไปตรวจร่างกายให้พร้อมก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าคุณพร้อมที่จะดำน้ำลึกได้จริงๆนั่นเอง เพราะหากดำน้ำลงไปลึกแล้วเกิดอาการบาดเจ็บใต้น้ำอาจจะทำให้คุณเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะคะ

  1. อย่าดำน้ำตอนเป็นหวัด

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีไข้ ไม่สบาย มีเสมหะ หรือมีน้ำมูกนั่นเราแนะนำว่าให้คุณหยุดดำน้ำก่อน หรือเลื่อนออกไปก่อน เพราะว่าอาการเล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำ และการหายใจผ่านท่ออากาศเป็นอย่างมากนั่นเอง

  1. งดการเดินทางโดยเครื่องบิน

หากคุณรู้ว่าจะต้องไปเรียนดำน้ำคุณจะต้องงดการเดินทางโดยเครื่องบิน หรือเดินทางขึ้นที่สูงหลังจากการดำน้ำอย่างน้อย 18-24 ชั่วโมงนะคะ เพราะว่าการที่เราดำน้ำลึกแล้วขึ้นที่สูงเลยสภาพความกดอากาศ และความดันอากาศที่ต่างกันมากเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บได้นะคะ เพราะฉะนั้นต้องวางแผนให้พร้อมด้วยทุกครั้ง

  1. เตรียมใจของคุณให้พร้อม

และก็แน่นอนค่ะว่านี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเตรียมมาให้พร้อมที่สุด เพราะถ้าหากร่างกายคุณพร้อมทุกอย่างแต่ใจดันกลัว ก็อาจจะทำให้คุณเกิดการ Panic หรืออาการตื่นตระหนกใต้น้ำ ซึ่งนับได้ว่าอันตรายมากๆ เพราะฉะนั้นจงมองว่าการดำน้ำเป็นเรื่องสนุก อย่ากังวลมาจนเกินไป และพยายามชนะใจตัวเองให้ได้นะคะ

 


เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

เชื่อว่าหลายต่อหลายคนที่เที่ยวบนบกจนเห็นกันแบบทะลุปรุโปร่งแล้วก็อยากจะที่ลองลงไปชื่นชมความสวยงามของโลกใต้น้ำกันดูบ้างใช่ไหมละคะ และแน่นอนว่าโลกใต้น้ำนั้นสวยงามและน่าอัศจรรย์ไม่แพ้กับบนบกเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ถ้าใครที่อยากจะเปิดประสบการณ์การดำน้ำเราก็มีเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับการดำน้ำมาฝากกันนะคะ ซึ่งบอกได้เลยว่าหากคุณได้ลองดำน้ำแล้วจะต้องตกหลุมรักโลกใต้น้ำอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

การดำน้ำ คือ การที่เราดำตัวลอยไปใต้ผิวน้ำเพื่อสำรวจโลกใต้น้ำนั่นเอง ซึ่งการดำน้ำก็ใช้ในหลากหลายช่องทาง เช่นเพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ทางการทหาร การประมง และปัจจุบันกิจกรรมการดำน้ำก็เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ใช้ในการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจในแบบที่เราไม่สามารถหาประสบการณ์ที่แสนวิเศษแบบนี้ได้อย่างบนบก จริงทำให้มีกลุ่นคนจำนวนมากที่หลงไหลในการน้ำดำ ซึ่งการดำน้ำเพื่อการชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลนั้นก็มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

ประเภทของการดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำเราจะมีการแบ่งแยกประเภทตามอุปกรณ์ที่ใช้ และเทคนิคในการดำน้ำ ซึ่งทั้ง 3 ประเภทที่เราจะมากล่าวถึงกันในวันนี้ก็มีทั้งความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันด้วย ส่วนจะมีแบบไหนบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

1. Snorkeling

การดำน้ำแบบ Snorkeling นี้จะเป็นการดำน้ำที่คุณจะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำในลักษณะที่คว่ำน้ำลงในน้ำ ซึ่งก็จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถหายใจได้ขณะที่คุณลอยตัวอยู่นั่นก็คือ Mask(หน้ากาก) Snorkel(ท่อหายใจ) ซึ่งคุณสามารถทำการหายใจทางปากผ่านท่อหายใจที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้เลย ซึ่งการดำน้ำประเภทนี้จะเหมาะกับการดำน้ำตื้นไม่เกิน 3 เมตร เพราะคุณสามารถมองเห็นพื้นเบื้องล่างมหาสมุทรได้อย่างชัดเจนจากผิวน้ำโดยที่ไม่ต้องดำลงไปด้านล่าง ซึ่งการดำน้ำแบบ Snorkeling นี้ถือว่าสามารถทำได้ง่ายมากๆ เรียกได้ว่าคุณไม่ต้องมีประสบการณ์การดำน้ำมาก่อนก็สามารถทำได้ หรือแม้กระทั่งคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถดำแบบ Snorkeling ได้เช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่าให้คุณสวมเสื้อชูชีพด้วยนะคะเพื่อความปลอดภัย

2. Freediving

การดำน้ำแบบ Freediving จะเป็นการดำน้ำที่ใช้อุปกรณ์คล้ายกับการดำแบบ Snorkeling เลย แต่ว่าจะไม่ได้ดำเฉพาะบนผิวน้ำเท่านั้น จะต้องดำลงไปใต้ผิวน้ำด้วย โดยการกลั้นหายใจแล้วมุดตัวลงไปใต้ซึ่งจะใช้เทคนิคที่มากกว่าการดำน้ำแบบ Snorkeling โดยการดำน้ำประเภทนี้คุณจะต้องผ่านการเรียนและการฝึกฝนจนชำนาญเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายได้ โดยการดำน้ำแบบ Freediving นี้คุณสามารถดำลงไปดูโลกได้น้ำได้ลึกถึง 30 เมตรเลยนะคะ หรือบางคนที่สามารถทำสถิติโลกได้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 72 เมตรหรือเกือบ 100 เมตรเลยทีเดียว แต่การที่คุณจะดำได้แบบนี้นั้นจะต้องมีการเรียนรู้และผ่านการฝึกอบรมด้วยนะคะ และบอกเลยว่าถ้าหากคุณสามารถ Freedive ได้ล่ะก็คุณจะว่ายน้ำได้อย่างปลาเลยทีเดียว

3. Scuba

สำหรับรูปแบบการดำน้ำแบบนี้จะเป็นการดำน้ำที่คุณสามารถดำลงไปใต้ผิวน้ำและสามารถหายใจผ่านท่อออกซิเจนได้เลย โดยที่ไม่ต้องคอยขึ้นมาหายใจด้านบนแบบการ Freediving โดยการดำน้ำแบบ Scuba นี้จะทำให้คุณสามารถเห็นโลกใต้ทะเลได้ลึกขึ้น ละเอียดขึ้น และสามารถอยู่ได้นานขึ้น โดยการดำน้ำ 1 Dive นั้นคุณจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานประมาณ 45-110 นาที เลยทีเดียว ซึ่งก็อยู่ที่ปริมาณออกซิเจนที่คงเหลือของคุณด้วย ส่วนความลึกที่คุณสามารถดำได้นั้นก็จะมีตั้งแต่ระดับ 20 เมตร 30 เมตร 40 เมตร หรืออาจจะลึกมากไปกว่านั้น และแน่นอนว่าการที่คุณจะดำน้ำแบบ Scuba  ได้คุณจะต้องมีการเรียนและฝึกอบรมหลักสูตรด้วยเช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยนะคะ

 

# 10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะออกไปผจญภัยกันในโลกใต้ท้องทะเลดูสักครั้งนึง วันนี้เราก็มีทริคดีๆกันมาฝาก เพื่อที่คุณจะสามารถเตรียมความพร้อมก่อนออกทริปกันได้เลย ซึ่งเชื่อได้เลยว่าการจะมีทริปดำน้ำที่ดีและสนุกได้นั้นก็เกิดจากการเตรียมความพร้อมที่ดีด้วยเช่นเดียวกัน หรือพูดกันง่ายๆว่าเตรียมตัวดีมีชัยไปกว่าครึ่งอย่างแน่นอน งั้นเรามาดูกันดีกว่าว่าเราต้องเตรียมตัวอะไรกันบ้าง

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

1. หาข้อมูลเกี่ยวกับจุดดำน้ำเจ๋งๆ

เชื่อว่าใครๆก็อยากที่จะไปเที่ยวกันในที่สวยๆ น้ำใสๆกันใช่ไหมล่ะคะ เพราะฉะนั้นก่อนการออกไปดำน้ำ คุณจะต้องทำการหาข้อมูลสถานที่ดำน้ำที่คุณจะเดินทางไปว่า มีปะการังที่สวยงามไหม มีปลามากมายหรือไม่ สภาพน้ำใสหรือเปล่า และที่สำคัญที่สุดเลยนั่นก็คือ สถานที่นั้นๆเหมาะกับสไตล์การดำน้ำของคุณหรือไม่ เพราะถ้าหากคุณเป็นสาย Snorkeling แต่จองทริปดำน้ำที่ต้องดำลึกขั้นต่ำ 5 เมตร ก็จะไม่เหมาะ เพราะนั้นจะเหมาะกับสาย Freediving เสียมากกว่า เรียกได้ว่าการศึกษาเกี่ยวกับสถานที่ท่องเที่ยวที่จะไปนี้สำคัญเป็นอันดับหนึ่งเลยทีเดียว

การเตรียมความพร้อมก่อนการดำน้ำ

2. เลือกวันเวลาที่จะออกเดินทาง

แน่นอนว่าเมื่อคุณได้สถานที่ที่คุณอยากจะไปเเล้วขั้นตอนต่อไปคือคุณจะต้องเลือกวันเวลาที่คุณจะไปออกทริปดำน้ำ ซึ่งคุณควรจะต้องมีการตรวจเชคสภาพอากาศก่อนการออกเดินทางด้วย เนื่องจากสภาพอากาศนี่ก็นับได้ว่าเป็นปัจจัยสำคัญในการดำน้ำเลยทีเดียว เพราะถ้าอากาศดีคุณจะได้เห็นโลกใต้น้ำได้อย่างชัดเจน สามารถเดินทางได้อย่างปลอดภัย และสามารถดำน้ำได้อย่างปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน แต่ถ้าหากอากาศไม่ดี มีฝน มีพายุ นั่นหมายความว่าคุณอาจจะไปเจอน้ำที่ขุ่น มีกระแสน้ำที่แรง ดำน้ำได้ยาก และอันตรายอีกด้วย

3. จองทริปให้เรียบร้อย

ถ้าหากว่าคุณเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เรียบร้อยแล้วก็จัดการจองทริปกันเลย ซึ่งคุณอาจจะซื้อเป็นโปรแกรมทัวร์ร่วมกับนักท่องเที่ยวท่านอื่นๆก็ได้ แต่คุณอาจจะมีเวลาในการดำแต่ละ Dive ไม่มาก เพราะส่วนใหญ่ทัวร์จะจัดโปรแกรมที่ค่อนข้างแน่น และถ้าหากคุณอยากจะไปแบบส่วนตัวก็สามารถเหมาเรือแบบส่วนตัวเป็นวันออกไปตามจุดที่คุณต้องการจะดำน้ำกันได้เลย ซึ่งวิธีนี้คุณจะสามารถใช้เวลาในการดำน้ำได้อย่างเต็มอิ่มจุใจ

4. เตรียมชุดให้พร้อม

แน่นอนว่าการดำน้ำนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งและอยู่ในน้ำอีกด้วย คุณควรเตรียมพร้อมเรื่องการเเต่งตัวไปเป็นอย่างดี เช่นควรเตรียมชุดว่ายน้ำที่กระชับ สามารถเคลื่อนไหวได้คล่องตัว ไม่มีเครื่องประดับที่ลุ่มล่าม หรือลูกปัดๆเล็กๆที่ตกแต่งชุด เพราะสิ่งเหล่านั้นอาจจะหลุดขาดในทะเลได้ และถ้าหากคุณต้องออกแดดเป็นเวลานานๆก็อย่าลืมเตรียมเสื้อคลุมไปใส่กันแดดกันลมด้วยนะคะ เพื่อที่จะได้ป้องกับผิวหนังของเราจากการโดนแสงแดดนานเกินไป แล้วผิวอาจจะไหม้ ลอก อีกทั้งยังเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย

5. เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อม

หากคุณมีอุปกรณ์ส่วนตัวก็เรียกได้ว่าเป็นสิ่งที่ดีมากๆเลยทีเดียว แต่ถ้าหากว่าคุณไม่มีอุปกรณ์เป็นของตัวเองแต่คุณไปออกทริปดำน้ำค่อนข้างที่จะบ่อย เราขอแนะนำให้คุณซื้ออุปกรณืเป็นของตัวเองเลยก็ได้นะคะ โดยเฉพาะ Mask และ Snorkel คุณจะได้ไม่ต้องไปเช่าแล้วใช้ร่วมกันกับใคร อีกทั้งการเช่าเรื่อยๆนั้น รวมๆค่าเช่าแล้วอาจจะแพงกว่าการซื้อใหม่ก็ได้นะคะ ซึ่งราคา Mask และ snorkel ก็จะอยู่ที่ประมาณ 700 บาทขึ้นไป แล้วแต่แบรนด์และรุ่นที่คุณจะเลือกใช้

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

อย่างที่หลายๆคนนั้นทราบกันดีนะคะว่า การ Freediving นั่นก็คือการที่เราดำลงไปใต้นน้ำโดยใช้การกลั้นหายใจ และไม่ได้ใช้อุปกรณ์ใดๆในการช่วยหายใจเลย ซึ่งการ Freediving ก็ถือว่าเป็นการดำน้ำที่คุณสามารถทำได้อย่างอิสระ สามารถที่จะดำขึ้นดำลง หรือจะแหวกว่ายราวกับนางเหงือกก็ได้เช่นเดียวกัน งั้นวันนี้เรามาลองดูกันว่า 10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving นั้นมีอะไรกันบ้าง

1. มนุษยืเราถือว่าเป็นปลาวาฬและปลาโลมาเวอร์ชั่นสัตวบก

อย่างที่เราทราบกันดีว่าปลาวาฬและปลาโลมานั้นจัดอยู่ในประเภทของสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเช่นเดียวกันกับมนุษย์ ซึ่งสัตว์เหล่านี้สามารถว่ายอยู่ในน้ำได้ลึกโดยที่ร่างกายของพวกเขาไม่มีอาการบาดเจ็บที่เกิดจากแรงดันอากาศที่บีบคั้นปอดเลย นั่นก็เพราะว่ามีการเกิดปฏิกิริยาสะท้อนพิเศษนั่นเอง ซึ่งในนัก Freediving บางคนก็สามารถทำได้เช่นกัน ดดยสามารถดำลงไปได้ลึกถึง 700 ฟุตเลยทีเดียว

2. ในการ Freediving หัวใจของคุณจะเต้นช้ากว่าผู้ป่วยโคม่าถึง 3 เท่า

สำหรับใครที่ยิ่งดำน้ำลงไปลึกมากเท่าไหร่ หัวใจก็จะยิ่งเต้นช้าลงมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งในบางรายนั้นสามารถจับจังหวะการเต้นของหัวใจได้แค่เพียง 10 ครั้ง/ 1 นาที เท่านั้น แต่จะต้องระวังนะคะ เพราะอาจจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดอาการ Backout ได้เลย

3. แรงกดอากาศใต้น้ำอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บได้

ด้วยความที่เราเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมเพราะฉะนั้นร่างกายเราจะไม่ได้สร้างมาเพื่อดำน้ำอยู่แล้ว แต่เมื่อเราดำน้ำลงไปนั้นร่างกายและอวัยวะภายในจะถูกบีบกดจากแรงดันภายผิวน้ำ เพราะฉะนั้นเราจะต้องใช้ความระมัดระวังในการดำน้ำด้วยนะคจะได้ไม่เกิดอาการบาดเจ็บ

4. Freediving ปลอดภัยกว่า Scuba

ในด้านที่ปลอดภัยกว่านั่นก็คือ Freediving คุณสามารถดำน้ำได้อย่างอิสระ สามารถขึ้นและลงได้ตามใจชอบ และคุณสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่คุณสามารถกลั้นหายใจได้ ดดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องเลือดที่จะกลายเป็นฟองจากการรับก๊าซไนโตรเจนมากเกินไปเหมือนการดำน้ำแบบ Scuba

5. ยิ่งดำลงลึกเท่าไหร่คุณก็จะได้ค้นพบความมหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น

สำหรับการ freediving แล้วยิ่งคุณสามารถดำน้ำลงไปได้ลึกเท่าไหร่ก็จะยิ่งได้ค้นพบกับความน่ามหัศจรรย์มากขึ้นเท่านั้น และหากคุณสามารถดำลงไปในระดับที่มากกว่า 40 เมตรแล้วล่ะก็คุณจะจมดิ่งลงไปเรื่อยๆ ไม่เหมือนกับการดำในระยะ 40 เมตรแรก เพราะคุณต้องใช้เทคนิคต่างๆให้ตัวของคุณจมลงไปเอง

6. Freediving เป็นกีฬาใต้น้ำที่เก่าแก่มากที่สุด

ถ้าจะพูดกันจริงๆคงจะต้องย้อนกลับไปเมื่อศตวรรษที่ 17 เพราะชาวบ้านในยุคนั้นจะมีการดำน้ำเพื่อลงไปหาไข่มุกหาปลา เเละนี่ก็นับว่าเป็นเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ที่สามารถพิสูจน์ได้ถึงความเก่าแก่ของ freediving

7. Freediving เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่คุณได้ใช้สมาธิมากที่สุด

สำหรับการดำดิ่งลงไปที่ใต้ทะเลลึก แน่นอนว่าคุณไม่สามารถที่จะสื่อสารกับใครได้อยู่แล้ว ซึ่งช่วงเวลานั้นจะเป็นการที่คุณจะได้สำรวจโลกใต้น้ำในบรรยากาศแห่งความเงียบ ให้คุณได้สัมผัสถึงโลกใต้น้ำได้อย่างแท้จริง

8. Freediving ไม่ใช่กีฬาที่มีความพิเศษอะไร

บางคนอาจจะกำลังทึ่งในความสามารถของนัก freediving หลายๆคน แต่แท้จริงแล้วนั้นการ Freediving ก็มีเคล็ดลับอยู่ที่การกลั้นหายใจ และการควบคุมร่างกายเท่านั้นเอง ซึ่งใครๆก็สามารถทำได้ และสามารถไปเรียนก็ได้เช่นเดียวกัน

9. Freediving เป็นกีฬาที่คุณจะได้มีมิตรภาพที่ดีกับ Buddy ของคุณได้มากขึ้น

และอย่างที่เราเคยเน้นย้ำไปแล้วว่าการดำน้ำทุกครั้งไม่ควรดำน้ำคนเดียว คุณนจะต้องมี Buddy ไปด้วย ซึ่ง freediving ก็เช่นเดียวกัน คุณจะได้ลงไปสำรวจโลกใต้น้ำด้วย ได้สร้างประสบการณ์ความตื่นเต้นด้วยกัน ซึ่งก็เป็นการสร้างมิตรภาพที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ

10. เด็กทารกสามารถดำน้ำได้ดีกว่าผู้ใหญ่

เชื่อไหมว่าเด็กทารกสามารถดำน้ำได้ถึง 30 วินาทีแบบสบายๆ ในขณะที่ผู้ใหญ่บางคนจะต้องทำการฝึกฝน แต่เมื่อเด็กทารกโดตขึ้นสักระยะความสามารถนี้จะหายไป และไปมุ่งมั่นกับการหัดเดินเเทน

 

# Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำลงไปใต้ทะเลนั้นแน่นอนว่าใต้ผืนน้ำมีอะไรมากมายที่แปลกใหม่แบบที่คุณอาจจะไม่เคยเห็นมาก่อนเลยก็ได้ และหลายๆคนที่อาจจะเพิ่งเคยดำน้ำเป็นครั้งแรกก็อาจจะทำตัวไม่ถูกว่าต้องทำอย่างไรบ้าง หรือไม่ควรทำอะไรบ้างในขณะที่กำลังดำน้ำ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำกันในหัวข้อนี้กันนะคะเผื่อว่าใครที่กำลังจะวางไปดำน้ำกันในช่วงหยุดยาวก็จะได้ทราบวิธีปฏิบัติตัวกันนะคะ เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลย

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

1. ใช้สารกันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

การที่คุณจะต้องลงไปดำน้ำนั้นแน่นอนว่าบริเวณนั้นจะต้องมีสัตว์น้ำและปะการังอย่างแน่นอน ซึ่งเราก็ต้องช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมด้วยวิธีง่ายๆเลย นั่นก็คือการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ทำมาจากธรรมชาติ เพราะว่าครีมกันแดดโดยทั่วๆไปนั้นมักจะมีส่วนผสมของสารเคมีมากมายที่สามารถทำร้ายปะการังได้ เพราะฉะนั้นเราต้องเลือกดีๆนะคะ

สิ่งที่ไม่ควรทำขณะที่ดำน้ำ

2. ห้ามไปดำน้ำคนเดียว

นี่เป็นกฏหลักของการดำน้ำเลยนะค่ะ ไม่ว่าจะเป็นการดำน้ำแบบ Snorkeling, Freediving และ Scuba นั่นก็คือการห้ามดำน้ำคนเดียวเป็นอันขาด ซึ่งถึงแม้ว่าคุณจะสามารถดำน้ำได้เก่งมาก และผ่านการดำน้ำมาหลายครั้งก็ยังไม่ปลอดภัยที่จะสามารถดำน้ำคนเดียวได้อยู่ดี เพราะอุบัติเหตุอาจจะเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา และบางครั้งอาจจะเป็นอันตรายถึงชีวิตของคุณเลยก็ได้นะคะ เพราะฉะนั้นการดำน้ำทุกครั้งคุณจะต้องมี Buddy ไปด้วยกัน หรือว่ามีกลุ่มที่ดำน้ำด้วยกันจะปลอดภัยที่สุด

3. ไม่ควรก่อกวนสัตว์น้ำ

การดำน้ำในปัจจุบันนั้นถือว่าเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมการท่องเที่ยวที่มีจุดประสงค์เพื่อให้นักท่องเที่ยวได้มาชื่นชมความสวยงามของโลกใต้น้ำ และศึกษาวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของสิ่งต่างๆที่อยู่ใต้น้ำ และสิ่งที่คุณไม่ควรทำเลยในขณะดำน้ำนั่นก็คือ การก่อกวนหรือรังแกสัตว์น้ำ ซึ่งแนะนำว่าให้คุณรักษาระยะห่างระหว่าคุณและสัตว์น้ำ ไม่ว่ายไปใกล้จนเกินไป และไม่จับสัตว์น้ำด้วยนะคะ เพื่อให้ระบบนิเวศน์ยังคงสมบูรณ์ในแบบที่เคยเป็น

4. ไม่สัมผัสปะการัง

นอกจากจะไม่จับสัตว์น้ำแล้ว การจับหรือสัมผัสปะการังก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่คุณไม่ควรทำเช่นกันนะคะ เพราะว่าบางครั้งการที่เราสัมผัสโดนปะการังนั้นอาจจะทำให้ปะการังตายได้เลย ซึ่งเรื่องนี้จำเป็นเป็นอย่างมาก และถามหากคุณอยากจะมีปะการังสวยๆเอาไว้ดูนานๆ ก็ต้องช่วยกันรักษาและทะนุถนอมสิ่งมีชีวิตใต้น้ำกันนะคะ

5. หยุดหายใจทางจมูก

แน่นอนว่าการหายใจในโลกบนบกและโลกใต้น้ำนั้นต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะว่าหากอยู่บนบกเราจะเคยชินกับการหายใจทางจมูกใช่ไหมล่ะค่ะ แต่ว่าเมื่อคุณลงน้ำเมื่อใดคุณจะต้องเปลี่ยนระบบการหายใจของคุณทันที โดยการหยุดหายใจทางจมูกแล้วมาหายใจทางปากแทน เพราะถ้าหากคุณเผลอหายใจทางจมูกแล้วล่ะก็นอกจากจะทำให้น้ำสามารถเข้าไปใน Mask ของคุณได้แล้วก็ยังจะทำให้ Mask เกิดฝ้าอีกด้วย หรือดีไม่ดีอาจจะเกิดอันตรายน้ำเข้าจมูกต่อด้วยอาการ Panic เดี๋ยวจะพลอยดำน้ำไม่สนุกเอานะคะ

6. อย่าขึ้นจากน้ำเร็วจนเกินไป

สำหรับการดำน้ำประเภท Freediving และ Scuba นั้น คุณจะต้องมีการดำลงไปด้านล่างกันด้วย ซึ่งในการดำแต่ละ Dive นั้นก็ถือว่าลึกพอสมควร ซึ่งในน้ำนั้นจะมีแรงดันที่กดร่างกายและตัวเราอยู่แล้ว หากเราขึ้นมาบนผิวน้ำเร็วเกินไปอาจจะเกิดอันตรายกับร่างกายของคุณได้ ทั้งอาการเลือกเป็นฟอง หรืออาจจะน็อคไปเลยก็ได้ เพราะฉะนั้นการขึ้นมาสู่ผิวน้ำคุณควรขึ้นมาช้าๆ และสำหรับการดำแบบ Scuba คุณอาจจะต้องขึ้นมาทีละระดับ และต้องดำในระดับนั้นๆ สักพักหนึ่งก่อน คุณถึงจะขยับสูงขึ้นมาอีกระดับหนึ่งได้ เพื่อปกกันการได้รับบาดเจ็บของระบบต่างๆในร่างกายเรา

แล้วสิ่งเหล่านี้ก็คือข้อห้าม 6 ข้อที่คุณไม่ควรทำในการดำน้ำ เพราะทุกอย่างนั้นหมายถึงความปลอดภัยของคุณ และเพื่อให้สิ่งแวดล้อมได้คงความสวยงามไปได้นานๆด้วยนะคะ

 

# โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

วันนี้เราจะพาคุณมาแนะนำโรงเรียนสอนดำน้ำในกรุงเทพฯให้คุณได้รู้จักกันนะคะ สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะลองเรียนดำน้ำดูสักครั้งหนึ่งแต่ว่ายังไม่มีเวลาว่างหลายๆวันที่จะสามารถออกไปเรียนที่โรงเรียนสอนดำน้ำตามเกาะต่างๆได้ ซึ่งรับรองได้เลยว่าแต่ละที่นั้น คุณจะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และยังได้ประสบการณ์การดำน้ำที่ไม่ต่างจากการไปเรียนที่โรงเรียนใกล้ๆทะเลเลยอีกด้วย แล้วจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

1. Dumnum

ที่นี่เป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่ไม่ธรรมดาด้วยประสบการณ์การสอนดำน้ำมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี โดยมีการรับรองโดย NAUI ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานการดำน้ำใดๆมาก่อนเลยคุณก็สามารถมาเรียนดำน้ำที่นี่ได้ โดยจะมีการสอนตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่ก็มีหลักสูตรการดำน้ำถึง 4 หลักสูตรด้วยกันนั่นก็คือ NAUI Scuba Diver Course, Advanced Scuba Diver, Master Scuba Diver และ Enriched Air Nitrox ซึ่งก็นับได้ว่าที่นี่มีหลักสูตรการดำน้ำที่ครบครัน และยังมีการเรียนการสอนที่โรงเรียน และมีพาคุณออกทะเลเพื่อได้ลงดำน้ำกันในมหาสมุทรกันจริงๆอีกด้วย อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่ดูมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือ โรงเรียนแห่งนี้เป็นบ้านเรือนสไตล์จีนเก่าแก่ ที่มีอายุยาวนานถึง 200 ปีเลยนะคะ

ที่ตั้ง : 282/1 ซอย ดวงตะวัน ถนน เจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เบอร์ติดต่อ : 02 639 5577

2. Dive Evolution

สำหรับที่ Dive Evolution แห่งนี้ก็นับได้ว่าเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี เรียกได้ว่าในเรื่องของประสบการณ์และมาตรฐานการสอนของที่นี่นั่นไม่ต้องห่วงกันเลยเพราะว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน ที่สำคัญที่นี่ยังได้รับใบอนุญาตของทั้ง PADI และ NAUI เลยทีเดียว ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยากมาเรียนดำน้ำในระดับไหนก็สามารถมาเรียนที่นี่ได้หมด เพราะหลักสูตรของที่ Dive Evolution นั้นมีด้วยกันถึง 7 หลักสูตรเลยทีเดียว คือ Open Water, Advance Open Water, Rescue Diver & First Aid, Nitrox, Master Scuba Diver, Dive Master และ Instructor Training Course ซึ่งนับได้ว่ามีหลากหลายมากๆ และที่นี่ก็มียการสอนทั้งทฤษฎี ในสระ และพาคุณออกไปดำจริงที่ทะเลกันอีกด้วยนะคะ

ที่ตั้ง : สระว่ายน้ำหมู่บ้านผาสุก ซอยพัฒนาการ 65 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 063 289 2946

3. Scuba Jamboree

ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนสอนดำน้ำใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะว่าอยู่ในโซนสุขุมวิทนี่เอง เรียกได้ว่าคุณสามารถเดินทางมาเรียนกันได้อย่างสะดวกสบายสไตล์ชาวเมือง ซึ่งดีกรีความเก๋าของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่มีการเปิดสอนมาแล้วกว่า 20 ปีเลยทีเดียว เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้การรับรองมาตรฐานจาก PADI อีกด้วย ซึ่งหากจะพูดกันในเรื่องของหลักสูตรการสอนดำน้ำของที่นี่นั่น บอกได้เลยว่าครบเครื่องมากจริง เพราะว่ามีด้วยกันมากถึง 12 หลักสูตร นับได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวก็ครบเลย ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนจะมีดังต่อไปนี้ PADI Open Water Diver Course, PADI Advanced Open Water Diver Course, PADI Nitrox Diver Course, Underwater Photography Course, PADI EFR & Rescue Diver Course, PADI Rescue Diver Course, PADI Divemaster Course,

Sidemount Diver CourseSolo Diver Course, Discover Scuba Course, Scuba Diver Course และ Reactivate (Refresh) เรียกว่ามีครบมากจริงเหมาะสำหรับทุกระดับเลยก็ว่าได้ อีกทั้งที่นี่ยังมีทริปดำน้ำมากมายที่คุณสามารถออกไปจอยได้เช่นเดียวกัน เพราะรับรองได้เลยว่าสนุกและยสวยงามอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : Racquet club เลขที่ 8 ห้อง 102 ซอย สุขุมวิท 49/9 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 081 459 0515

 

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด