ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการมาลองปีนหน้าผาจำลอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี เพราะว่ายังไม่เคยลองมาก่อน วันนี้เราก็มีไกด์เล็กๆมาบอกคุณว่าในการปีนเขาครั้งแรกของคุณควรที่จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนะคะ

 

ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะแก่การปีนหน้าผา

สิ่งแรกที่คุณจะต้องเตรียมมาจากบ้านเลยนั่นก็คือการเลือกเสื้อผ้าที่กระชับแนบลำตัว ไม่ลุ่มล่าม สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกสบาย เพื่อให้คุณสามารถปีนป่าย ออกท่าทางได้คล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราแนะนำเป็นกางเกงขาสั้น(มีซับในสำหรับคุณผู้หญิง) กางเกงโยคะ เสื้อยืดออกกำลังกาย หรือจะใส่เป็นสปอร์ตบาร์ก็ได้เช่นกัน

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เรียนรู้การใช้อุปกรณ์

สำหรับใครที่มาปีนหน้าผาจำลองในครั้งแรกคุณสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่านี่คือครั้งแรกของคุณ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแนะนำอุปกรณ์ต่างๆให้คุณรวมทั้งวิธีการใช้งาน ซึ่งหลักๆก็จะมี climbing shoes และ harness ซึ่งนี่คือ 2 สิ่งหลักๆที่คุณใช้ในการปีนหน้าผาจำลอง และรวมถึงวิธีการผูกเงื่อนของเชือกให้แน่นหนาและปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน นี่ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะหมายถึงความปลอดภัยของคุณเองด้วยเช่นกัน

 

สอนวิธีการปีน

สำหรับการการปีนในครั้งแรกนั้นเราแนะนำให้คุณปีนแบบ Top Rope เพราะว่าการปีนแบบนี้จะเป็นการปีนที่มีหลายระดับให้คุณได้เลือก โดยที่คุณสามารถเริ่มปีนจากระดับพื้นฐานที่ง่ายที่สุดก่อนได้ โดยการปีน คือการที่คุณจะต้องจับ Holds สีเดียวกันไปจนถึงจุดสูงสุด และใช้มือทั้ง 2 ข้างของคุณจับ Holds ตัวสุดท้ายนั้นให้ได้นับว่าเป็นการจบการปีนโดยสมบูรณ์แบบ

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

การโรยตัวลงมา

พอปีนจบแล้วก็เป็นการโรยตัวลงมา โดยใช้มือของคุณจับเชือกที่ติดกับ Harness ของคุณเอาไว้ และใช้ขาคอยยัน Wall ลงมาที่ละสเต็ปเพื่อไม่ให้ตัวของคุณกระแทกกับ Wall นั่นเองล่ะค่ะ ซึ่งหากใครที่เพิ่งมาปีนครั้งแรกอาจจะหวาดเสียวหน่อย แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ก็สบายหายห่วงได้เลยค่ะ

 

เรียนรู้การ Belay

นอกจากการเรียนรู้การเป็น Clamber แล้วคุณก็จะต้องเรียนรู้การเป็น Belayer ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ และถ้ายิ่งใครที่เดินทางไปปีนหน้าผาจำลองเป็นคู่ล่ะก็ยิ่งดีใหญ่เพราะว่าจะได้ผลัดกันปีน ผลัดกัน Belay ได้ Belay คือผู้ที่อยู่ด้านล่าง คอยปล่อยเชือก และคอยคานน้ำหนักของผู้ปีนเพื่อไม่ให้ตกลงมา รวมถึงเป็นผู้ที่คอยบังคับเชือกขณะที่ผู้ปีนกำลังโรยตัวลงมาด้วย การ Belay นั้นคุณต้องห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด ต้องรอบครอบทุกขั้นตอน ทั้งการผูกเงื่อน การดึงเชือก การปล่อยเชือก ตำแหน่งมือ และการรู้จักลิมิตน้ำหนักของตัวคุณเองว่าคุณสามารถคานน้ำหนักของคนปีนได้หรือไม่

#ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เชื่อว่าหลายๆคนที่มาปีนเขาอาจจะรู้สึกว่าทำไมการปีนเขานี่มันใช้พลังงานเยอะจังเลย ปีนได้ไม่กี่รอบก็เรื่อยรู้สึกเหนื่อยล้า จนปีนต่อไม่ไหวแล้ว เพราะใช้ทั้งพลังแขน ขา เอวอย่างเต็มที่ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเทคนิคดีๆให้คุณทราบเกี่ยวกับวิธีการปีนหน้าผาจำลองมาฝากกันนะคะว่าปีนยังไงให้ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยง่าย เพื่อที่คุณจะได้สามารถเก็บแรงเอาไว้ปีนกันได้ทั้งวันเลยทีเดียว

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

การยืดแขนให้ตึง

สำหรับเทคนิคการยึดแขนให้ตึงนั้นจะเป็นการผ่อนแรงการใช้กล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี เพราะหากคุณยืดแขนจนตึงสุดนั่นหมายว่าส่วนที่รับน้ำหนักของร่างกายคุณจะกลายเป็นกระดูกของคุณไม่ใช่กล้ามเนื้อ เพราะคุณทราบไหมว่าการงอแขนแค่เพียงเล็กน้อยนั้นก็หมายความว่าคุณใช้การเกร็งกล้ามเนื้อและออกแรงกล้ามเนื้อเพื่อที่จะรับน้ำหนักทั้งร่างกายของคุณแล้ว เพราะฉะนั้นจังหวะไหนที่สามารถยืดแขนให้ตรงจนสุดได้ก็ทำเช่นนั้นจะดีกว่านะคะ

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

ตำแหน่งของสะโพก

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยเมื่อยล้าเลยก็คือการวางตำแหน่งสะโพกที่ไม่ถูกตรง หากใครที่เพิ่งเริ่มต้นปีนหน้าผาจะสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าจะงอลำตัว และให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพง นั่นเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนะคะเพราะกลายที่คุณงอตัวให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพงจะทำให้เป็นการเพิ่มน้ำหนักที่มากขึ้นด้วย เป็นผลพวงให้คุณจะต้องใช้กำลังแขน ขา มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เราแนะนำให้คูรวางตำแหน่งสะโพกให้ขนานกับกำแพงไว้จะดีกว่านะคะ

วางสะโพกให้ชิดกำแพง

การที่คุณวางสะโพกของคุณฬห้ชิดกำแพงนั้นนอกจากจะทำให้ไหล่และทั้งตัวของคุณชิดกำแพงได้มากขึ้นแล้วก็ส่งผลให้จังหวะการเอื้อม Holds ข้างบนก็เป็นไปได้ง่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงเหวี่ยงตัวเหวี่ยงแข่งขึ้นไป แม้กระทั่งการวางสะโพกชิดกำแพงเอนลำตัวส่วนบนออกมานอกกำแพง เพื่อให้มือที่จับ Hold ได้ยืดจนสุดเพื่อจะพักกล้ามเนื้อแขนก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

พยายามใช้สายตาตลอดเวลา

การวางแผนการปีนไว้ล่วงหน้านั้นนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด จงอย่าหยุดใช้สายตา ให้คุณมองขึ้นไปข้างบนตลอดเวลาเพื่อหา Hold ที่จะจับต่อไป เพื่อที่คุณจะได้ทราบตำแหน่งมือและเท้าโดยที่ไม่ต้องมองทีละ Step ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถปีนขึ้นไปได้อย่างว่องไวมากยิ่งขึ้น จะได้ลงมาพักได้ไวๆ และไม่ต้องคอยลองผิดลองถูกกับ Holds อื่นๆอีกด้วย

ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่สามารถพักได้จงพัก

หากคุณอยู่ใน Position ที่สามารถพักแขน พักขาของคุณได้ก็อย่ารอช้า จงคว้าโอกาสนั้นเอาไว้สะ เพราะว่าการที่เอาแต่ปีนๆอย่างเดียวโดยไม่พักอาจจะทำให้หมดแรงระหว่างทางโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการพักนั้นนอกจากคุณจะได้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อแล้ว ก็ยังสามารถมองขึ้นไปข้างบนเพื่อวางแผนการปีนระหว่างที่พักได้อีกด้วย

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

หากพูดถึงเทือกเขาแอลป์เรามักจะนึกถึงเทือกเขาที่มีความใหญ่มากที่สุดตั้งอยู่ในทวีปยุโรปครอบคลุมถึง 7 ประเทศตั้งแต่ออสเตรีย สโลวีเนีย อิตาลี ลิกเตนสไตน์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งจุดที่สูงที่สุดในเทือกเขาแห่งนี้มีชื่อเรียกว่ามงบล็อง มีความสูงอยู่ที่ 4,807 เมตร ปกติแล้วแค่การเดินหรือปีขาวเพื่อพิชิตเทือกเขาแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ยากแล้ว แต่มีคนเลือกที่จะทำสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแห่งนี้อีกด้วย ความยากของการไต่เชือกข้ามเทือกเขานั้นไม่ได้มีเพียงแค่อุปสรรคที่เป็นความสูงและการทรงตัวบนเชือกที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่าเท้าหลายเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของกระแสลมที่พัดผ่านระหว่างหุบเขาอีกด้วยที่จะทำให้การทรงตัวยากมากยิ่งขึ้น และหากพลาดขึ้นมาสิ่งที่จะต้องจ่ายนั้นอาจจะเป็นชีวิตของนักปีนเขาคนนั้นก็เป็นได้

เทือกเขาที่มีความใหญ่มากที่สุดตั้งอยู่ในทวีปยุโรปครอบคลุมถึง 7 ประเทศตั้งแต่ออสเตรีย

แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายและลุ้นระทึกนั้นเป็นสิ่งที่นักไต่เขาตามหาอยู่เสมอ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากพวกเขาจะเลือกที่จะไปไต่เชือกยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เช่นเดียวกับกลุ่มนักไต่เชือกชาวฝรั่งเศสที่รวมตัวกันถึง 20 คนเพื่อเดินทางไปยังเขาที่มีชื่อว่าแซงค์ ฌองเน่ เพื่อทำการร่วมกันเดินไต่เชือกเพื่อข้ามผ่านระหว่างหุบเขาซึ่งมีระยะทางความยาวกว่า 800 เมตร สูงจากระดับพื้นดินถึง 300 เมตร โดยการทำสถิติครั้งนี้เกิดขึ้นในปีพ.. 2562 พวกเขานั้นได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมไต่เชือก ATA Slack ในการติดตั้งเชือกข้ามผ่านระหว่างหุบเขา ซึ่งพวกเขานั้นเลือกวิธีการในการใช้ Drone เป็นตัวช่วยถึงเชื่อให้เชื่อมต่อกันระหว่างสองหน้าผา บนจุดที่สามารถมองเห็นชายหาดที่มีชื่อว่าโก๊ต ดาซูร์ได้ โดยสถิติที่พวกเขาต้องการจะสร้างในครั้งนี้จะเป็นในส่วนของความเร็วในการเดินบนเชือก

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

โดยในการสร้างสถิติโลกในครั้งนี้คนที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดในการไต่เชือกข้ามหุบเขาแอลป์นั่นก็คือนักศึกษาฟิสิกส์ชายที่มีชื่อว่าแมททิสเรสเนอร์ซึ่งเขานั้นสามารถทำเวลาไปได้ที่ 19 นาที 50 วินาที ในภายหลังเขาได้กล่าวถึงการไต่เชือกว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่าเรื่องของร่างกาย จิตใจนั้นต้องมีความแข็งแกร่งและมีความกล้าหาญรวมไปถึงสมาธิที่จะต้องใช้จดจ่อในการรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อให้สามารถทรงตัวอยู่บนเชื่อที่มีความกว้างไม่ถึง 2 นิ้วได้โดยที่ไม่ตกลงมา โดยมีการสร้างสถิติครั้งนี้เป็นการเดินไต่เชื่อแบบที่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือมีเพียงแค่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเป็นเชือกนิรภัยคาดเอวเท่านั้น ในปัจจุบันกีฬาหรือกิจกรรมการไต่เชือกนั้นยังไม่ได้มีการออกกฎมาอย่างเป็นทางการดังนั้นมัน จึงจะไม่ได้มีกติกาที่เป็นสากลในการเล่นกีฬาชนิดนี้ อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงและค่อนข้างอันตรายทำให้คนที่เล่นกีฬานี้อาจจะยังมีจำนวนไม่มากนัก

ด้วยความที่มันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้มันจึงยังไม่มีกดออกมาอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีระเบียบและมาตรการต่างๆ ที่ช่วยรักษาและป้องกันในเรื่องของความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักกีฬา รวมไปถึงขั้นตอนต่างๆ และป้ายที่กำลังรอการกำหนดจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในไม่ช้าเราอาจจะได้เห็นขั้นตอนหรือระเบียบมาตรการต่างๆ ที่ออกมาอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นสำหรับนักกีฬาประเภทนี้ เราอาจจะต้องลุ้นกันต่อไปว่าสิ่งที่ออกมานั้นจะเป็นที่ยอมรับหรือ ไม่เนื่องจากกีฬาประเภทนี้คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเสน่ห์ของมันนั่นก็คือความเสี่ยงอันตรายและความลุ้นระทึกนั่นเอง หากกฎระเบียบมีความเข้มงวดมากเกินไปอาจจะทำให้เสน่ห์และความสนุกในส่วนนี้ขาดหายไปจากกีฬาชนิดนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยในการจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลกในครั้งนี้นักกีฬาส่วนใหญ่นั้นมาด้วยความต้องการที่จะสร้างสถิติโลกและเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการแข่งขัน ในขณะที่บางคนนั้นมาเข้าร่วมเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละบุคคลในการไต่เชือกซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับคนรับชมอย่างเราแล้วยังไงก็คงได้กำไรไปเต็มๆ เพราะเราจะได้เห็นความลุ้นระทึกและน่าหวาดเสียวแบบนี้อยู่เป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

 

# นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

การไต่เชือกเดิมทีนั้นมักจะเป็นการแสดงกายกรรมที่จัดในพื้นที่ติดที่มีการควบคุมอุณหภูมิไว้ให้พอดีและไม่ได้มีลมรวมไปถึงสภาพอากาศที่จะทำให้การทรงตัวอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ นั้นทำได้ยากมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงความสูงและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้สามารถเดินทรงตัวได้ง่ายขึ้นอาจทำให้มันไม่ได้ลุ้นระทึกมากพอสำหรับนักไต่เชือกในยุคปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นข่าวนักใส่เชือกในปัจจุบันมักจะไปสร้างสถิติหรือท้าทายตนเองตามตึกสูง บนภูเขา ระหว่างหน้าผา หรือแม้แต่สถานที่เสี่ยงอันตรายอย่างบ่อจระเข้ ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นก็จะมีเรื่องของสภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ความยากง่ายของแต่ละสถานที่นั้นไม่เหมือนกัน อย่างเช่นตามตึกสูงภายในเมืองนั้นแม้ว่าจะดูเหมือนไม่ได้มีอะไรยากเย็นนัก แต่ความจริงแล้วด้วยความที่มันเป็นช่องว่างที่มีความสูงมันจึงเป็นช่องที่ลมพัดผ่านมักจะค่อนข้างแรง ซึ่งลมนั้นส่งผลต่อการทรงตัวของนักไต่เชือกโดยตรงเพราะมันจะทำให้พวกเขานั้นเสียสมดุลและการทรงตัว

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

เช่นเดียวกับบนภูเขาหรือระหว่างหน้าผาที่ถึงแม้ว่าจะมีระยะทางที่ห่างกันออกไปแต่ก็ยังเป็นช่องลมที่มักจะมีลมพัดผ่านค่อนข้างแรงเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรคของสถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีเพียงแค่ลมและอากาศที่อาจจะร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไปเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างไรหากมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นมานั่นก็คือน้ำและความชื้น อุปสรรคดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นหากนักไต่เชือกเลือกที่จะไปเดินบนเชือกในบริเวณที่มีน้ำตก น้ำและความชื้นนั้นนอกจากจะทำให้เสียสมาธิแล้วยังทำให้เชือกรวมไปถึงเท้าของเรานั้นลื่นมากขึ้นอีกด้วย ทำให้การทรงตัวยากขึ้นไปอีก ยังไม่รวมไปถึงเสียงของน้ำตกที่จะทำให้เราไม่มีสมาธิซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ แต่มีนัดไต่เชือกชาย 2 คนชาวเยอรมนีและชาวออสเตรียที่เลือกจะไปไต่เชือกข้ามน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างน้ำตกวิกตอเรีย และพวกเขาสามารถทำมันได้สำเร็จอีกด้วย

ในการเดินไต่เชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียครั้งนี้ นักไต่เชือกทั้งสองนั้นไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการไต่เชือกแต่อย่างใดไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องของการทรงตัวหรือการสร้างสมดุล อุปกรณ์เดียวที่พวกเขาเลือกใช้นั่นก็คืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นเชือกนิรภัยที่ติดอยู่บนเอวของเขาและบนเชือกที่พวกเขาเดินเท่านั้น โดยน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณประเทศซิมบับเวและประเทศแซมเบียในแถบชายแดนซึ่งอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ แม้ว่ามันจะยากสุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถทำได้สำเร็จท่ามกลางบรรดาผู้ชมที่คอยดูการไต่เชือกครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยนักไต่เชือกทั้งสองคนนั้นมีชื่อว่าพอล ลูคัส วัย 26 ปี ชาวเยอรมนี และรีนฮาร์ด เคล็นดอล วัย 34 ปี ชาวออสเตรีย พวกเขานั้นเป็นคนกลุ่มแรกที่สามารถเดินข้ามน้ำตกวิกตอเรียบนเชือกได้สำเร็จ

อุปสรรคสำคัญในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้ของพวกเขานั้นก็คือกระแสลมที่พัดแรงจนประทะร่างกายตลอดเวลาทำให้การทรงตัวและการรักษาสมดุลบนเชือกนั้นสามารถทำได้ยาก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีละอองนั้นที่นอกจากจะทำให้เสียสมาธิแล้วยังทำให้เชือกและเท้าของพวกเขานั้นลื่นมากขึ้นอีกด้วย ระยะทางความยาวของเชือกในครั้งนี้อยู่ที่ 91 เมตร ส่วนความสูงวัดจากพื้นดินได้ที่ 100 เมตร แม้ว่าจะเป็นระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนักและความสูงที่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบเท่ากับตึกสูงที่นักไต่เชือกมักจะชอบไปท้าทายความสามารถกัน แต่ด้วยความที่อุปสรรคในการเดินครั้งนี้มีค่อนข้างหลากหลายทำให้พวกเขานั้นต้องตกลงมาจากเชือกอยู่หลายครั้งกว่าจะเดินจนถึงจุดหมายปลายเชือกอีกด้านหนึ่งได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นก็ใช้เวลาไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นก็สามารถเดินได้สำเร็จ หลังจากที่สามารถท้าทายตนเองได้สำเร็จแล้วก็ได้มีการกล่าวถึงการเดินแต่เชือกในครั้งนี้ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็บอกว่าละอองน้ำเป็นสิ่งที่ทำให้การเดินครั้งนี้ยากที่สุดเนื่องจากมันพัดปะทะโดนใบหน้าตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จในครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่วิเศษกับพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานั้นคุณเชื่อไหมว่า ไม่ใช่แค่ร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการแต่และยังมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เข้ามารวมกันด้วย อย่างเช่น การมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ปราศจากความกลัวและความวิตกวังกล นอกจากนั้นก็ยังมีเกร็ดเคล็ดลับๆเล็กๆน้อยๆ ที่นักปีนหน้าผามืออาชีอยากที่จะส่งต่อสู่นักปีนหน้าผาหน้าใหม่ที่ต้องการจะพัฒนา Performance ในการปีนหน้าผาให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีอะไรกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

1. การมีคู่หูในการปีนหน้าผาที่ดี

ถึงคุณจะเป็นคนที่เก่งขนาดไหนคุณก็อาจจะไปไม่ถึงเป้าหมายของคุณหากคุณมี Partner ที่ไม่ได้คอย Support คุณอย่างเต็มที่ ซึ่งคู่หูในการปีนเขาที่ดีนั้นจะต้องรู้จังหวะการปีนของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี รู้จังหวะการเก็บเชือก รู้จังหวะการหล่น พูดง่ายๆคือเป็นผู้ Belay ที่รู้ใจกันนั่นเอง เพียงเท่านั้นยังไม่พอ การพูดให้กำลังใจในระหว่างปีน หรือแม้กระทั่งการคอยแนะนำ next step ในการปีนก็สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ

2. สามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว

การปีนในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Bouldering, Top rope ทุกอย่างนั้นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะคอยเป็น Safety ให้คุณในขณะปีนหน้าผา หรือเรียกได้ว่า เป็นตัวช่วย และอุปกรณ์ช่วยชีวิตของคุณนั่นเอง และการที่คุณจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีได้คล่องแคล่ว การเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ให้ดี รู้จักวิธีการใช้งาน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

3. เป็นคนช่างสังเกตุ

ใช่แล้วค่ะ การสังเกตุสิ่งรอบๆตัวของคุณเองไม่ว่าจะเป็น Holds ต่างๆที่จะนำพาคุณไปข้างหน้านั้นคุณจะจับ Holds นั้นด้วย Position แบบไหน การวางเท้าแบบไหนที่คุณจะสามารถไปต่อได้ หรือการวางมือในรูปแบบไหนที่คุณจะสามารถดันตัวคุณไปข้างหน้าได้ ถ้ายิ่งคุณปีนแบบ Outdoor แล้วล่ะก็ การสังเกตุยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาที่สุดสิ่งหนึ่งเลยทีเดียว

4. พักหายใจ และสลัดแขนขา

หากคุณปีนหน้าผามาได้สักพักแล้วคุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยก็อย่าลืมที่จะหาจุดที่ปลอดภัยเพื่อเกาะพักหายใจสักครู่หนึ่งก่อน หรือหากคุณรู้สึกว่าเมื่อยแขน ขามากๆ ก็ปล่อยแขนข้างที่เมื่อยและสลัดแขน ขา เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและเกร็งตลอดเวลาที่ทำการปีน เมื่อคุณพักหายใจจนหายเหนื่อยๆแล้ว ได้คลายกล้ามเนื้อแขน ขา ของคุณแล้วต่อจากนั้นคุณก็สามารถทำการปีนต่อได้สบายๆ หรืออาจจะปีนได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำนะคะ

5. อย่าลืมทานอาหารและดื่มน้ำรองท้องก่อนปีน

กีฬาการปีนหน้าผาเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่คุณจะต้องใช้พลังงานที่สูงมาก เพราะว่าคุณจะต้องใช้การเคลื่อนไหวในทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความเชื่อที่ผิดว่าห้ามทานอะไรก่อนการปีนหน้าผาเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้นแล้วปีนยาก ซึ่งนั่นไม่จริงเลยนะคะ คุณควรทานอาหารมาให้พอดีๆ และจิบน้ำก่อนการปีนเสมอ จะได้ไม่หมดแรงกลางทาง และเกิดอาการขาดน้ำได้

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

ปกติแล้วการไต่เชือกข้ามภูเขาหรือข้ามตึกสูงก็สร้างความระทึกมากพออยู่แล้วเนื่องจากความสูงของมันนั้นทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความอันตรายที่อาจจะพลาดชีวิตของเหล่านักไต่เขาได้เลยหากพวกเขาพลาดแม้เพียงนิดเดียวโดยเฉพาะนักไต่เขาบางคนที่ท้าทายความสามารถของตนเองด้วยการไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลที่จะช่วยให้เดินบนเชือกได้ง่ายยิ่งขึ้นหรือบางคนที่แม้แต่อุปกรณ์เซฟตี้ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของตนเองนั้นยังเลือกที่จะไม่ใช้เลยด้วยซ้ำไปด้วยความที่รูปแบบของกีฬาไต่เชือกนั้นจะค่อนข้างไม่มีอะไรหากคุณเป็นคนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์มีความชำนาญเป็นพิเศษสามารถเดินบนเชือกเส้นเล็กๆได้โดยที่ไม่ได้มีความกลัวหรือความประหม่าแต่อย่างใดและยังสามารถทํามันได้ดีมาก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

โดยเสมอด้วยมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่านักไต่เชือกมักจะแสวงหาความตื่นเต้นและความท้าทายใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือของตนเองและเราต้องไม่ลืมว่าคนที่จะชื่นชอบในการเล่นกีฬาประเภทนี้ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของความท้าทายและความเสี่ยงอันตรายอยู่แล้วมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากเราจะเห็นการท้าทายตนเองที่มีความน่าหวาดเสียวและเป็นอันตรายมากขึ้นทุกทีหากคุณคิดว่าสิ่งที่เคยรับรู้มาเกี่ยวกับการไต่เชือกมันช่างน่าหวาดเสียวจนไม่น่าจะมีอะไรที่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณหลังไปได้มากกว่านี้อีกแล้วอย่างเช่นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆข้ามภูเขาที่สูงกว่า 1,000 เมตร หรือการใส่ส้นสูงไต่เชือก แต่เชือกที่พวกเขากำลังเดินนั้นเป็นเชือกที่ขึงไว้ตึงและค่อนข้างมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ท้าทายพอสำหรับนักสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกอย่างนักกีฬาไต่เชือกชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่าแอนดี้ ลูอิส ชายหนุ่มผู้เคยมาสร้างสถิติในการข้ามระหว่างตึกสูงในประเทศไทยมาก่อนจนกลายเป็นข่าวดังเมื่อปีพ.. 2557 ในครั้งนั้นเขาสามารถสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ได้ในประเทศไทยซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองในเรื่องของระยะทาง แต่ในครั้งนี้เขาได้ท้าทายตนเองในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป จะเป็นอย่างไรหากเราต้องเดินอยู่บนเชือกที่หย่อนไม่ได้ถูกขึงให้ตึงจนมีความมั่นคงมากพอที่จะสามารถทรงตัวอยู่ได้

ในครั้งนี้แอนดี้จึงได้เลือกที่จะสร้างสถิติโดยการเดินบนเชือกที่ขึงระหว่างบอลลูน 2 ลูกที่กำลังลอยอยู่กลางท้องฟ้าความสูงเมื่อวัดแล้วจากระดับพื้นดินมีความสูงถึง 4,000 ฟุตเลยทีเดียว แม้ว่าระยะห่างระหว่างมนุษย์ทั้ง 2 ลูกนั้นจะเป็นระยะห่างเพียงแค่ 12 เมตรเท่านั้นแต่มันก็เป็นการท้าทายความสามารถเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องรักษาสมดุลและพยายามทรงตัวบนเชื่อที่มีความหย่อนและไม่ตึงแถมยังลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้หากตกลงมาแม้ว่าจะมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยก็จะอันตรายมากกว่าการไต่บนเชือกที่ถูกขึงไว้จนตึงแล้ว ที่สำคัญคือสถานที่ที่บอลลูน 2 ลูกนี้ลอยอยู่บนฟ้านั่นก็คือเป็นพื้นที่ทะเลทรายเนวาด้าใกล้กับเมืองที่ชื่อว่าลาสเวกัส

การลอยอยู่ท่ามกลางอากาศบนพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายนั้นนอกจากจะต้องพบเจอกับอากาศที่ร้อนแล้วยังจะต้องพบเจอกับลมที่กรรโชกแรงอีกด้วย ยิ่งเป็นการเพิ่มความยากและความท้าทายให้กับการเดินบนเชือกในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาสามารถทำมันได้สำเร็จเขาได้มีการกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกมหัศจรรย์เป็นอย่างมากเมื่อได้เดินอยู่บนเชือกที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า มันทำให้เขานั้นได้รู้สึกถึงอิสระภาพและความเสรีได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่ามันจะเป็นความตื่นเต้นในการเสี่ยงชีวิตที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้แต่มันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่นที่ทำให้เขานั้นสามารถบรรลุเป้าหมายได้มันจึงกลายเป็นกีฬาที่เขารัก การที่เขาออกมาทำสถิติโลกเช่นนี้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นหันมาสนใจกีฬาการไต่เชือกมากยิ่งขึ้น จนครั้งหนึ่งเขานั้นเคยได้รับเชิญไปแสดงคู่กับการแสดงของมาดอนน่าอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เขานั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากและกลายเป็นนักไต่เชือกที่มีแต่คนรู้จักไปทั่วทั้งโลก

 

#ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ปกติแล้วเรามักจะเห็นการไต่เชือกตามการแสดงกายกรรมต่างๆซึ่งการโชว์ไต่เชือกเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดชนิดที่หาคนที่ไต่เชือกตกลงมาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเนื่องจากมันเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายและอันตรายพอสมควรในประเทศไทยนั้นแทบจะไม่มีคนที่ทำกิจกรรมนี้เลยด้วยซ้ำไปแต่เรามักจะได้เห็นข่าวอยู่เสมอเรื่องการทำลายสถิติของนักไต่เชือกต่างชาติส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการทำลายสถิติไต่เชือกข้ามตึกสูงของชาติฝั่งตะวันตกซึ่งนิยมกิจกรรมดังกล่าวถึงขั้นที่มีคนทำอาชีพเป็นนักไต่เชือกอย่างจริงจังแต่ในฝั่งของเอเชียนั้นยังไม่ค่อยมีนักไต่เชือกอย่างแพร่หลายมากนัก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

แต่ทราบหรือไม่ว่าครั้งหนึ่งในปีพ.. 2559 เคยมีชายชาวจีนคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จาง เหลียง ซึ่งในขณะนั้นอายุได้เพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น แต่เขานั้นได้ทำให้ทุกคนทั่วทั้งโลกต่างต้องลุ้นระทึกและรู้สึกหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาทำ หากคุณเป็นคนที่เบื่อแล้วกับการได้ยินข่าวไต่เชือกข้ามตึกสูง ชายคนนี้จะนำเสนอการไต่เชือกที่ลุ้นระทึกกว่านั้นมากเพราะสิ่งที่เขาไต่ข้ามนั่นก็คือหุบเขา เบื้องล่างนั้นไม่ได้เป็นพื้นหรือขนหินแต่มันเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลกและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราด หากตกลงไปแล้วไม่ต้องพิสูจน์เลยว่าเขาจะยังคงมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้นเชื่อกที่เขาไต่ก็มีขนาดเพียงแค่ 2.5 เซ็นติเมตรเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการเดินบนเชือกบนแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก เพียงแค่เราเอาเชือกที่มีขนาดเดียวกันวางไว้บนพื้นและพยายามเดินให้ไม่ตกก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จแล้ว แต่เขานั้นสามารถเดินบนเชือกขนาดเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรนี้แล้วข้ามระหว่างหุบเขาที่มีแม่น้ำกั้นขวางได้สำเร็จ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ช่วยเหลือชีวิตเพียงสิ่งเดียวที่เขามีนั่นก็คือสายรัดเอวเป็นเชือกสลิงเส้นเล็กๆ เท่านั้นที่คล้องระหว่างข้อเท้าของเขาและเชือกเส้นเล็ก ไม่เพียงเท่านั้นในการไต่เชือกครั้งนี้ยังไม่มีการใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสมดุลอย่างที่เรามักจะเห็นกันนั่นก็คือไม้คานหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ง่ายมากขึ้น เรียกได้ว่าการไต่เชือกครั้งนี้ใช้เพียงความสามารถล้วนๆ ก็ว่าได้

ช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เขาไต่เชือกข้ามผ่านนั้นเรียกกันว่าช่องเขาเสือกระโจนเป็นช่องเขาที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเบื้องล่างนั้นเป็นแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวตราดตลอดเวลาและความลึกนั้นยังเป็นความลึกที่มากที่สุดในโลกอีกด้วยโดยแม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายเดียวกับแม่น้ำแยงซีเกียงที่ไหลผ่านหุบเขาในเมืองลี่เจียงมณฑลยูนนานประเทศจีนโดยระยะทางในการไต่เชือกข้ามช่องเขาในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะที่ไม่ได้ไกลมากนักแต่มันก็เป็นระยะทางที่สามารถทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดในประเทศจีนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในการไต่เชือกครั้งนี้ ด้วยระยะทาง 60 เมตรแล้วปกติหากเราเดินเล่นการก็ใช้เวลาหลายนาทีอยู่แล้ว

แต่นี่เป็นการเดินไต่เขาแต่เขานั้นสามารถทำเวลาไปได้เพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้นนับว่าเขานั้นเป็นนักไต่เชือกที่มีฝีมือเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศจีนไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำเวลาได้ดีถึงขนาดนี้และคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำสถิติดังกล่าวได้อย่างแน่นอนเพราะมันไม่ได้เพียงค่าทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดเท่านั้นแต่มันยังเป็นการไต่เชือกที่อันตรายที่สุดอีกด้วย ที่มาของชื่อช่องเขาเสือกระโจนนั้นมาจากตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่าในอดีตเคยมีเสือตัวหนึ่งได้พยายามหลบหนีการไล่ล่าของนายพรานเมื่อมาถึงหน้าผามันก็ได้กระโดดข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราดในจุดที่แคบที่สุดตั้งแต่นั้นช่องของนี้ก็จึงได้ชื่อเรียกว่าเป็นช่องเขาเสือกระโจนมาตั้งแต่นั้น

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

The Walk ภาพยนตร์ชีวประวัติที่ออกฉายเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมาเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Robert Zemeckis เล่าถึงเรื่องราวประวัติของฟิลลิปเป เปติต ชายชาวฝรั่งเศสวัย 24 ปี ซึ่งเป็นศิลปินที่ถ่ายทอดผ่านการเดินผ่านระหว่างตึกแฝดที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เขานั้นมีชื่อเสียงจากการที่สามารถเดินระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์บนเชือกเส้นเล็กๆ ได้สำเร็จเมื่อปี 1974 ในช่วงยุคนั้นการไต่เชือกยังเป็นเพียงแค่การแสดงกายกรรมในคณะกายกรรมหรือคณะละครสัตว์เท่านั้น ไม่ได้เป็นกีฬาหรือกิจกรรม Extreme เช่นเดียวกับในปัจจุบัน ทำให้ความพยายามของเขานั้นเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่าได้รับความสำเร็จในเรื่องของรายได้เนื่องจากใช้งบประมาณไปไม่เกิน 45 ล้านดอลลาร์แต่สามารถทำรายได้ Box Office ได้สูงถึง 61.2 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

แต่ทราบหรือไม่ว่าตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างฟิลิปเป เปติตนั้นเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ จะบอกว่าเขานั้นเป็นต้นแบบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ และการไต่เชือกข้ามตึกสูงของเขานั้นยังกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ในปัจจุบันนี้มีนักกีฬาแต่เชือกมากมายที่เลือกจะทักทายความสามารถตนเองด้วยการข้ามระหว่างตึกสูง ในวันนี้เราจะมาเล่าถึงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาว่าเหตุใดเขาจึงได้ทำการข้ามระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ด้วยการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ เพียงเส้นเดียวเท่านั้น

เรื่องราวความเป็นมาที่ทำให้ฟิลิปเป เปติต เป็นที่รู้จักต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1974 หรือเป็นเวลากว่า 46 ปีมาแล้วที่ชายหนุ่มอายุเพียง 24 ปีคนนี้ได้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นต้องจดจำเขาในฐานะของนักกายกรรมที่สามารถไต่เชือกข้ามตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ได้สำเร็จโดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันหรือรักษาความปลอดภัยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเขาตกลงไปแล้วล่ะก็ชะตาชีวิตของเขาจะต้องจบสิ้นทันที สิ่งเดียวที่เขาใช้เป็นตัวช่วยในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้นั่นก็คือราวเหล็กที่ช่วยในการรักษาสมดุลและการทรงตัวบนเชือกเท่านั้น โดยเขาได้มีการให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่าการแสดงดังกล่าวของเขานั้นเป็นการแสดงที่มีสีสันที่สุดในชีวิตของเขา และได้มีการเล่าถึงความคิดริเริ่มที่ต้องการจะไต่เชือกท้าทายทั้งความสามารถของตนเอง กฎหมาย และความตาย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดจากการที่เขานั้นได้อ่านวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้เขานั้นมีเวลา 6 ปีในการวางแผนที่จะสร้างตำนานในการไต่เชือกที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันก็ยังคงได้รับการพูดถึงอยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปเกือบครึ่งร้อยปีแล้วก็ตาม ซึ่งในขณะนั้นมีกฎหมายรวมไปถึงข้อห้ามที่อาจจะทำให้เขานั้นต้องถูกพิจารณาว่ามีความผิดหากแสดงโชว์นี้ แต่เขานั้นก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายามอย่างแต่อย่างใดเขานั้นตั้งใจ

ตั้งแต่การศึกษาตึกว่ามีโครงสร้างเป็นอย่างไร ฝึกซ้อมการไต่เชือกของตนเองให้มีความคล่องแคล่วและชำนาญมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเฟ้นหาทีมงานที่จะมาช่วยให้การแสดงโชว์ในครั้งนี้ของเขาสามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งระยะทางระหว่างตึกแฝดทั้ง 2 ตึกนั้นมีความกว้างอยู่ที่ 60 เมตร ส่วนความสูงจากระดับพื้นดินนั้นอยู่ที่ 411 เมตร ยังไม่รวมถึงราวเหล็กที่เขาจะต้องถือซึ่งมีความยาวอยู่ที่ 7 เมตรเพื่อการรักษาสมดุลอีกด้วยหลังจากที่ทุกอย่างได้เตรียมเรียบร้อยแล้วและตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ก็สร้างเสร็จในที่สุดเขาก็ถึงเวลาที่จะได้แสดงโชว์ที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องตกตะลึงแต่การเตรียมตัวของเขานั้นต้องอาศัยการลักลอบรวมถึงการซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมหรือแม้แต่การขึงเส้นลวดระหว่างตึกพอถึงเวลารุ่งเช้าก็เป็นเวลาที่เขานั้นจะได้ทำการแสดงแต่แน่นอนว่าการกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ทำให้มีคนแจ้งตำรวจดังนั้นหลังการแสดงจบตำรวจจึงได้มารอรับตัวเขาไปแต่หลังจากที่เขานั้นได้ตกลงว่าจะไปไต่เชือกที่เซ็นทรัลปาร์คแทนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปล่อยตัวเขาไป

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

ปกติแล้วเรามักจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกหรือการทำลายสถิติตัวเองเพื่อสร้างความท้าทายของเหล่านักไต่เชือกในต่างประเทศ ซึ่งพวกเขานั้นมักจะเลือกไต่เชือกข้ามผ่านระหว่างตึกสูงหรือข้ามผ่านระหว่างหุบเขาที่มีความสูงเป็นอย่างมาก ในประเทศไทยนั้นกีฬาไต่เชือกยังไม่ได้เป็นที่รู้จักและยังมองว่ามันเป็นการแสดงกายกรรมมากกว่าการเล่นเป็นกีฬาหรือมองว่ามันเป็นการทำกิจกรรมแนว Adventure มากกว่า เนื่องจากมันไม่ได้มีการแข่งขันอย่างชัดเจน รวมไปถึงกฎกติกาที่ยังไม่ได้มีการออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับกีฬานี้ และที่สำคัญคือมันเป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงและอันตรายเป็นอย่างมาก ทำให้ในประเทศไทยนั้นอาจจะไม่ได้มีนักไต่เชือกที่มีประสบการณ์หรือความชำนาญเทียบเท่ากับในต่างประเทศ

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการสร้างสถิติหรือการท้าทายตนเองของเหล่านักไต่เชือกชาวต่างชาติอยู่เสมอ รวมไปถึงในประเทศไทยนั้นก็เคยมีการจัดแสดงการไต่เชือกหรือการแสดงกายกรรมในงานใหญ่ต่างๆ อยู่บ้าง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกียร์หรือกิจกรรมที่เราคุ้นชินแต่มันก็ยังคงเป็นที่รู้จักพอสมควร ดังนั้นการมาสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกในประเทศไทยนั้นจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพ.. 2557 ช่วงเดือนกรกฎาคม มีการท้าทายความสูงที่จะทำให้ผู้รับชมอย่างเราๆ นั้นทั้งหวานเสียวและลุ้นระทึก และมันเกิดขึ้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างตึกของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ บนชั้นที่ 55 ซึ่งเป็นเรดบาร์ และดาดฟ้าของตึกที่มีชื่อว่า ดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

กิจกรรมสุดท้าทายนี้ถูกจัดขึ้นในงานของบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จํากัด เป็นงานโปรโมทสินค้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโรลออนของผู้ชายนั่นก็คือ Resona Men  Present World Record Breaking SlackLine Event หากดูตามชื่องานแล้วเราจะพบกับคำว่า SlackLine ซึ่งหมายถึงการเดินบนเชือกนั่นเอง ดังนั้นในงานจึงได้มีการจัดการไต่เชือกซึ่งเป็นกิจกรรม Extreme ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศโดยได้รับเกียรติจากนักกีฬาไต่เชือกชายชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า” แอนดี้ ลูอิสมา “เป็นผู้ท้าประลองในการไต่เชือกครั้งนี้ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะได้มีการไต่เชือกบนตึกสูงกว่า 55 ชั้น ซึ่งเมื่อวัดความสูงจากระดับพื้นดินแล้วจะมีความสูงถึง 175 เมตร ระยะทางความยาวทั้งสิ้นอยู่ที่ 169 เมตร เป็นการทำลายสถิติโลกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกในการเดินข้ามระหว่างตึกสูงบนเชือกเพียงเส้นเดียวที่มีความกว้างไม่เกิน 2 นิ้ว โดยในการไต่เชือกครั้งนี้ลูอิสไม่ได้ใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลให้กับการเดิน อุปกรณ์เดียวที่เขาติดตัวไปด้วยนั่นก็คือเชือกนิรภัยที่คล้องเอวและเชือกที่เขากำลังเดินอยู่เอาไว้เผื่อรักษาความปลอดภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น

ความยากในครั้งนี้นั่นก็คืออากาศที่ร้อนอบอ้าวและลมที่พัดระหว่างซอกตึกอยู่เป็นระยะ ทำให้ในช่วงแรกนั้นเขาเกิดพลัดตกลงมาสร้างความตกใจให้กับฝูงชนที่กำลังลุ้นอยู่ข้างล่างเป็นจำนวนมาก แต่เขานั้นก็สามารถตั้งสติและกรีนกลับขึ้นไปเดินบนเชือกต่อได้อีกครั้ง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ระหว่างทางนั้นเขาต้องพลัดตกลงมาอยู่หลายรอบ แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จโดยใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 5 นาที เป็นการทำลายสถิติโลกที่เป็นของตัวเองซึ่งเคยทำไว้ได้ในระยะ 106 เมตร หลังจากสร้างสถิติเสร็จแล้วเขาก็ได้มีการพูดคุยถึงการไต่เชือกในครั้งนี้โดยกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมากและดีใจที่ได้สร้างสถิติดังกล่าวในประเทศไทย

เขานั้นต้องการที่จะเห็นการบรรจุกีฬาชนิดดังกล่าวนี้ไปไว้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และในครั้งต่อไปเขาจะพยายามเดินบนเชือกให้ไปถึงปลายทางในครั้งเดียวหรือตกลงจากเชื่อเป็นจำนวนครั้งที่น้อยกว่านี้ ซึ่งตรงกับ Concept ของงานที่ว่าไม่หยุดแม้คนอื่นอยู่ของผลิตภัณฑ์อย่างเรโซนา เมน เรียกได้ว่างานในครั้งนี้วินวินทั้งผู้จัดงานและทางด้านนักไต่เชือกเองก็ตาม รวมไปถึงผู้ชมอย่างเราๆ ที่ได้เห็นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ อย่างลุ้นระทึกอีกด้วย

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

อีกหนึ่งกีฬาที่มีคนให้ความนิยมมากในต่างประเทศและประเทศไทยการปีนหน้าผาที่เป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กสตรีมสุดเร้าใจ เพราะผู้เล่นจะได้ท้าทายกับความสูงของเทือกเขาและยังท้าทายความเป็นความตายหากไม่มีการป้องกันให้ดีๆ ถ้าพลาดขึ้นมาก็เตรียมตัวบอกลาโลกได้เลย และการปีนเขายังเป็นกิจกรรมที่คนไทยให้ความนิยมด้วยเช่นกันแต่ของไทยจะเป็นการเดินเขามากกว่า เพราะพื้นที่ภูเขาของไทยจะไม่ค่อยมีหน้าผาให้ปีนป่ายมากเหมือนอย่างของต่างประเทศ

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

โดยกิจกรรมนี้ผู้เล่นมักจะหาเทือกเขาที่อยู่ภายในประเทศในการปีนซึ่งการปีนแต่ละครั้งก็จะมีการจดเป็นสถิติไว้กีฬาปีนหน้าผาได้รับความนิยมเพราะมีสาเหตุมาจากการปีนเขาในพื้นที่ต่างๆทั่วโลกโดยการปีนเขานั้นจะเป็นการเดินไปตามสันเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขาเลยทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการไปสู่ยอดเขาแทนที่จะเดินไปตามทางที่มีไว้ให้กลายมาเป็นการปีนป่ายไปตามจุดตามมุมต่างๆของเขาลูกนั้นที่มีความชันและอันตรายเป็นอย่างมากแต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

สำหรับที่ประเทศไทยก็ได้มีการสร้างหน้าผาจำลองให้คนที่ชอบท้าทายความสูงได้ไปปีนเล่นกันโดยจะมีอยู่ที่เขตบางกอกน้อยกับ Gravity Lab Bangkok และที่เขตบางกะปิอีก 2 แห่งคือ F5 Climbing Center และ KKT Outdoor Climbing Wall ซึ่งทุกที่ที่ได้กล่าวมาการันตีเรื่องความปลอดภัยในการปีนอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันโดยผู้ชนะคือคนที่ปีนขึ้นสู่ด้านบนได้ไวที่สุดก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีกับกิจกรรมนี้ที่ได้มีการจัดขึ้นในประเทศไทย

ทีนี้หากเป็นมือใหม่ต้องเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์อะไรกันบ้างนั้นอย่างแรกเลยคือร่างกายอย่างที่บอกไปว่าการปีนหน้าผาเป็นการปีนจากจุดที่ยากของภูเขาเพื่อไปถึงยอดเขาดังนั้นต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมในการปีนอย่างที่สองคืออุปกรณ์ในการปีนอุปกรณ์หลักของการปีนหน้าผาก็จะมีลวดสลิง, หมุดไว้ร้อยสลิง, ถุงมือไว้ใช้ในการปีน, กระเป๋าไว้ใส่อุปกรณ์ต่างๆและหมวกกันน็อค

การแต่งกายในการปีนหน้าผาหากหาดูในยูทูบบ่อยๆจะเห็นได้ว่าผู้ที่ปีนหน้าผาจะเลือกการแต่งกายให้กระชับกับรูปร่างมากที่สุดเพราะไม่อาจคาดเดาได้ว่าเสื้อผ้าที่เราใส่นั้นจะไปเกี่ยวกับอะไรหรือก่อให้เกิดอันตรายตรงไหนหรือเปล่าดังนั้นการแต่งกายจึงสำคัญมากกับการทำกิจกรรมประเภทนี้ทีนี้ประเภทของการปีนหน้าผาก็ถูกแบ่งออกไว้หลายประเภทด้วยกันแต่ที่คนจะนิยมมาคือการปีนแบบกำแพงนั้นคือปีนเขาในส่วนที่ดิ่งลงมาไม่มีชะง่อนผาโผล่ออกมาส่วนแบบอื่นที่ได้รับความนิยมมากคือปีนตามโขดหินที่โผล่มาซึ่งการปีนแบบนี้จะมีพื้นที่ที่ให้ปีนโดยเฉพาะและจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เซฟตี้ไว้ก่อนแล้ว

อีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากทั่วโลกคือการปีนเขาโดยการปีนเขานี้จะปีนกันเป็นกลุ่มซึ่งจะมีจำนวนกี่คนก็ได้โดยจะมีอุปกรณ์มากกว่าการปีนหน้าผาเพราะการปีนเขาต้องไปพักแรมตามจุดต่างๆระหว่างการเดินทางแต่การปีนเขาจะมีอันตรายมากกว่าการปีนหน้าผาเพราะหากร่างกายไม่พร้อมอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้และเทือกเชาที่นักปีนเขานิยมไปเยือนมากที่สุดคงจะหนีไม่เทือกเขาเอเวอร์เรสต์ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกและก็มีนักปีนเขาเสียชีวิตที่นี่หลายรายเช่นเดียวกันสำหรับมือใหม่ที่อยากจะทำกิจกรรมนี้ก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลและเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น

# การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง