เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา สำหรับกีฬาปีนหน้าผานี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของกีฬาผาดโผนที่เริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีในไทย

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา

สำหรับกีฬาปีนหน้าผานี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของกีฬาผาดโผนที่เริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทย คือได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น มีสถานที่ปีนเขาเพิ่มมากขึ้น และกีฬาประเภทนี้เป็นกีฬาสุดสนุดที่ท้าทายทางด้านร่างกาย และจิตใจของเราเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะนำสิ่งที่คุณอาจจะไม่เคยรู้เกี่ยวกับกีฬาการปีนผา หรือปีนเขามาฝากกันนะคะ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันต่อได้เลยค่ะ

  1. ลักษณะของการปีนเขามีด้วยกันหลักๆ 3 แบบคือ

On-Sight : คือการปีนแบบดิบๆแบบไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับหน้าผานี้เลย,

Flash : สำหรับแบบ Flash นี้จะคล้ายๆกับ On-Sight แต่ว่าจะง่ายกว่านิดหน่อยตรงที่เราจะมีข้อมูลการปีน ลักษณะของหน้าผาจากผู้ที่ปีนก่อนหน้าเรามาแล้ว และแบบสุดท้ายนั่นก็คือแบบ

Red Point : ซึ่งนักปีนที่ทำการปีนขึ้นไปก่อนหน้าจะมีการทำพิกัดจุดเอาไว้ให้ทำให้นักปีนเขาคนต่อๆไปสามารถปีนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

  1. สถิติการปีนหน้าผาที่เร็วที่สุด

สำหรับสถิติที่ดีที่สุดตลอดกาลในด้านของความเร็วในการปีนหน้าผาจำลองนั่นก็คือ นักกีฬาปีนเขาอย่าง Libor Hroza ตัวแทนประเทศสาธารณรัฐเช็ค ที่สามารถปีนขึ้นไปที่ความสูง 15 เมตรได้ภายในเวลาเพียง 5.73 วินาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นการทำลายสถิติในระหว่างที่เขาทำการแข่งขันปีนหน้าผาจำลอง ที่เมือง Arco ประเทศอิตาลี นั่นเองค่ะ

  1. เด็กหญิงคนเเรกที่พิชิต Dawn Wall ได้

สำหรับการปีนหน้าผาที่เรียกได้ว่ายากมากที่สุด โหดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเราจะต้องยกให้กับ Dawn Wall ในประเทศสเปน เพราะว่าที่นี่เป็นหน้าผาหินแกรนิตที่มีความลาดชัน และมีความลื่นค่อนข้างมาก ด้วยระดับความสูงกว่าครึ่งไมล์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปีนอย่างยาวนาน รวมถึงความยากที่ต้องงัดเทคนิคต่างๆออกมาใช้มากมาย ซึ่งที่ Dawn Wall แห่งนี้ Tommy Caldwell and Kevin Jorgeson นักปีนเขาชื่อก้องโลกเคยพิชิตมาแล้ว และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นนั่นก็คือ สาวน้อย Ashima Shiraishi วัย 13 ปีจาก New York ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถเป็นนักปีนเขาเพศหญิงหนึ่งเดียวที่สามารถมาพิชิต Dawn Wall แห่งนี้ได้

  1. กีฬาปีนเขามีมานานกว่า 200 ปีแล้ว

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยที่การปีนหน้าผาเริ่มเป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับในปี 1880 ในอังกฤษหลังจากการขึ้น Napes Needle ครั้งแรกโดย Walter Parry Haskett Smith และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่มีการพัฒนาในเรื่องของระบบความปลอดภัยที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

  1. หุ่นดีได้ด้วยการปีนเขา

การปีนเขานี่ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่เราจะได้พัฒนากล้ามเนื้อในทุกๆส่วนเลยทีเดียว โดยที่การปีนเขา 1 ชั่วโมง เราสามารถเผาผญาแคลลอรี่ได้มากตั้งแต่ 300-500 แคลลอรี่เลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา สำหรับกีฬาปีนหน้าผานี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของกีฬาผาดโผนที่เริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีในไทย

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา


วิธีการเลือกรองเท้าปีนเขา (Climbing Shoes) สำหรับอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นคู่หูคู่ใจของบรรดานักปีนเขาเลยนั่นก็คือ “รองเท้าปีนเขา”

วิธีการเลือกรองเท้าปีนเขา

วิธีการเลือกรองเท้าปีนเขา (Climbing Shoes)

สำหรับอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นเพื่อนคู่หูคู่ใจของบรรดานักปีนเขาเลยนั่นก็คือ “รองเท้าปีนเขา” หรือ Climbing Shoes นั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้า Climbing Shoes นี้ก็เรียกได้ว่าเป็น สิ่งสำคัญในอันดับต้นๆของการปีนเขาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากหน้าที่ของ Climbing Shoes นี้จะช่วยในการปกป้องเท้าของเราไม่ให้เกิดอันตราย และยังช่วยให้เราสามารถปีนเขาได้ดีและมั่นคงมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ และวันนี้เราก็จะมาแนะนำเทคนิคดีๆในการเลือก Climbing Shoes มาฝากกันค่ะ

เลือกขนาดให้พอดีกับเท้า

สำหรับขนาดในการเลือกรองเท้าแบบ Climbing Shoes นี้ต้องบอกเลยว่าแตกต่างจากการเลือกรองเท้าชนิดอื่นๆที่เราใส่กันโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะว่ารองเท้าโดยทั่วไปเราจะเน้นที่การสวมใส่ที่สบาย ไม่หลวม ไม่คับจนเกินไป แต่ว่าสำหรับ Climbing Shoes นั้นเราจะต้องเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเท้าเราแบบเป๊ะๆ ชนิดที่ว่าพอสวมเข้าไปแล้วเท้าเราไม่สามารถขยับได้เลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องของความปลอดภัยทำให้เราสามารถปีนเขาขึ้นไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้นนะคะ

แผ่นยางรองเท้า

สำหรับ Climbing Shoes ที่ดีจะต้องมีแผ่นยางที่หนาพอสมควรและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งต้องดูในเรื่องความหนาของยางว่าต้องไม่หนาจนเกินไป และไม่บางจนเกินไป แผ่นยางจะต้องมีความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี สามารถทดสอบได้โดยการลองงอรองเท้าดู(ยิ่งมีความยืดหยึ่ยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น) และนอกจากนั้นคุณก็จะต้องเลือกรองเท้าที่มีแผ่นยางหุ้มตั้งแต่บริเวณปลายนิ้วเ้ทา ฝ่าเท้า และ ส้นเท้าของเราด้วยเช่นเดียวกัน นั้นก็เผื่อให้มั่นใจได้ว่ารองเท้าคู่นี้สามารถเซฟเท้าเราในขณะปีนเขาได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแผ่นยางจะต้องเรียบเสมอกันไม่มีรอยต่อของกาว

เลือกรองเท้าให้เหมาะกับประเภทของการปีนเขา

ซึ่งการปีนเขาก็จะมีแบ่งประเภทย่อยไปอีกอย่างรองเท้าคู่นี้เหมาะแก่การปีนแบบ Indoor ที่ Holds ทำมีจากวัสดุที่ไม่แหลมคม มีเนื้อสัมผัสที่ด้าน ซึ่งรองเท้าประเภทนี้ก็จะไม่ได้มีอะไรที่ต้องลงรายละเอียดมากนัก แต่สำหรับใครที่เน้นการปีนแบบ Outdoor คือต้องเจอหน้าผาจริงๆตามธรรมชาติ ที่มีความแหลมคม มีความลื่นก็ต้องเลือกรองเท้าที่เหมาะกับการปีนแบบ Outdoor ด้วยนะคะ เพื่อประสิทธิภาพในการปีนที่ดีมากยิ่งขึ้น

รูปแบบของรองเท้า

ซึ่งเมื่อคุณพิจารณามาถ้วนถ้วนตามข้อข้างต้นแล้ว สุดท้ายคุณก็สามารถแบบรองเท้าในแบบที่คุณชอบได้ อาจจะเป็นในเรื่องของการออกแบบ สีสัน หรือรูปลักษณธต่างๆ เช่นแบบเชือกผูก หรือว่าจะเป็นแบบตีนตุ๊กแก ซึ่งเอาที่เราชอบและรู้สึกถูกใจ และสามารถสื่อนคาแรคเตอร์ความเป็นตัวคุณออกมาให้ได้มากที่สุด


ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการมาลองปีนหน้าผาจำลอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี เพราะว่ายังไม่เคยลองมาก่อน วันนี้เราก็มีไกด์เล็กๆมาบอกคุณว่าในการปีนเขาครั้งแรกของคุณควรที่จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนะคะ

 

ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะแก่การปีนหน้าผา

สิ่งแรกที่คุณจะต้องเตรียมมาจากบ้านเลยนั่นก็คือการเลือกเสื้อผ้าที่กระชับแนบลำตัว ไม่ลุ่มล่าม สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกสบาย เพื่อให้คุณสามารถปีนป่าย ออกท่าทางได้คล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราแนะนำเป็นกางเกงขาสั้น(มีซับในสำหรับคุณผู้หญิง) กางเกงโยคะ เสื้อยืดออกกำลังกาย หรือจะใส่เป็นสปอร์ตบาร์ก็ได้เช่นกัน

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เรียนรู้การใช้อุปกรณ์

สำหรับใครที่มาปีนหน้าผาจำลองในครั้งแรกคุณสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่านี่คือครั้งแรกของคุณ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแนะนำอุปกรณ์ต่างๆให้คุณรวมทั้งวิธีการใช้งาน ซึ่งหลักๆก็จะมี climbing shoes และ harness ซึ่งนี่คือ 2 สิ่งหลักๆที่คุณใช้ในการปีนหน้าผาจำลอง และรวมถึงวิธีการผูกเงื่อนของเชือกให้แน่นหนาและปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน นี่ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะหมายถึงความปลอดภัยของคุณเองด้วยเช่นกัน

 

สอนวิธีการปีน

สำหรับการการปีนในครั้งแรกนั้นเราแนะนำให้คุณปีนแบบ Top Rope เพราะว่าการปีนแบบนี้จะเป็นการปีนที่มีหลายระดับให้คุณได้เลือก โดยที่คุณสามารถเริ่มปีนจากระดับพื้นฐานที่ง่ายที่สุดก่อนได้ โดยการปีน คือการที่คุณจะต้องจับ Holds สีเดียวกันไปจนถึงจุดสูงสุด และใช้มือทั้ง 2 ข้างของคุณจับ Holds ตัวสุดท้ายนั้นให้ได้นับว่าเป็นการจบการปีนโดยสมบูรณ์แบบ

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

การโรยตัวลงมา

พอปีนจบแล้วก็เป็นการโรยตัวลงมา โดยใช้มือของคุณจับเชือกที่ติดกับ Harness ของคุณเอาไว้ และใช้ขาคอยยัน Wall ลงมาที่ละสเต็ปเพื่อไม่ให้ตัวของคุณกระแทกกับ Wall นั่นเองล่ะค่ะ ซึ่งหากใครที่เพิ่งมาปีนครั้งแรกอาจจะหวาดเสียวหน่อย แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ก็สบายหายห่วงได้เลยค่ะ

 

เรียนรู้การ Belay

นอกจากการเรียนรู้การเป็น Clamber แล้วคุณก็จะต้องเรียนรู้การเป็น Belayer ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ และถ้ายิ่งใครที่เดินทางไปปีนหน้าผาจำลองเป็นคู่ล่ะก็ยิ่งดีใหญ่เพราะว่าจะได้ผลัดกันปีน ผลัดกัน Belay ได้ Belay คือผู้ที่อยู่ด้านล่าง คอยปล่อยเชือก และคอยคานน้ำหนักของผู้ปีนเพื่อไม่ให้ตกลงมา รวมถึงเป็นผู้ที่คอยบังคับเชือกขณะที่ผู้ปีนกำลังโรยตัวลงมาด้วย การ Belay นั้นคุณต้องห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด ต้องรอบครอบทุกขั้นตอน ทั้งการผูกเงื่อน การดึงเชือก การปล่อยเชือก ตำแหน่งมือ และการรู้จักลิมิตน้ำหนักของตัวคุณเองว่าคุณสามารถคานน้ำหนักของคนปีนได้หรือไม่

#ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เชื่อว่าหลายๆคนที่มาปีนเขาอาจจะรู้สึกว่าทำไมการปีนเขานี่มันใช้พลังงานเยอะจังเลย ปีนได้ไม่กี่รอบก็เรื่อยรู้สึกเหนื่อยล้า จนปีนต่อไม่ไหวแล้ว เพราะใช้ทั้งพลังแขน ขา เอวอย่างเต็มที่ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเทคนิคดีๆให้คุณทราบเกี่ยวกับวิธีการปีนหน้าผาจำลองมาฝากกันนะคะว่าปีนยังไงให้ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยง่าย เพื่อที่คุณจะได้สามารถเก็บแรงเอาไว้ปีนกันได้ทั้งวันเลยทีเดียว

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

การยืดแขนให้ตึง

สำหรับเทคนิคการยึดแขนให้ตึงนั้นจะเป็นการผ่อนแรงการใช้กล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี เพราะหากคุณยืดแขนจนตึงสุดนั่นหมายว่าส่วนที่รับน้ำหนักของร่างกายคุณจะกลายเป็นกระดูกของคุณไม่ใช่กล้ามเนื้อ เพราะคุณทราบไหมว่าการงอแขนแค่เพียงเล็กน้อยนั้นก็หมายความว่าคุณใช้การเกร็งกล้ามเนื้อและออกแรงกล้ามเนื้อเพื่อที่จะรับน้ำหนักทั้งร่างกายของคุณแล้ว เพราะฉะนั้นจังหวะไหนที่สามารถยืดแขนให้ตรงจนสุดได้ก็ทำเช่นนั้นจะดีกว่านะคะ

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

ตำแหน่งของสะโพก

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยเมื่อยล้าเลยก็คือการวางตำแหน่งสะโพกที่ไม่ถูกตรง หากใครที่เพิ่งเริ่มต้นปีนหน้าผาจะสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าจะงอลำตัว และให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพง นั่นเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนะคะเพราะกลายที่คุณงอตัวให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพงจะทำให้เป็นการเพิ่มน้ำหนักที่มากขึ้นด้วย เป็นผลพวงให้คุณจะต้องใช้กำลังแขน ขา มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เราแนะนำให้คูรวางตำแหน่งสะโพกให้ขนานกับกำแพงไว้จะดีกว่านะคะ

วางสะโพกให้ชิดกำแพง

การที่คุณวางสะโพกของคุณฬห้ชิดกำแพงนั้นนอกจากจะทำให้ไหล่และทั้งตัวของคุณชิดกำแพงได้มากขึ้นแล้วก็ส่งผลให้จังหวะการเอื้อม Holds ข้างบนก็เป็นไปได้ง่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงเหวี่ยงตัวเหวี่ยงแข่งขึ้นไป แม้กระทั่งการวางสะโพกชิดกำแพงเอนลำตัวส่วนบนออกมานอกกำแพง เพื่อให้มือที่จับ Hold ได้ยืดจนสุดเพื่อจะพักกล้ามเนื้อแขนก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

พยายามใช้สายตาตลอดเวลา

การวางแผนการปีนไว้ล่วงหน้านั้นนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด จงอย่าหยุดใช้สายตา ให้คุณมองขึ้นไปข้างบนตลอดเวลาเพื่อหา Hold ที่จะจับต่อไป เพื่อที่คุณจะได้ทราบตำแหน่งมือและเท้าโดยที่ไม่ต้องมองทีละ Step ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถปีนขึ้นไปได้อย่างว่องไวมากยิ่งขึ้น จะได้ลงมาพักได้ไวๆ และไม่ต้องคอยลองผิดลองถูกกับ Holds อื่นๆอีกด้วย

ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่สามารถพักได้จงพัก

หากคุณอยู่ใน Position ที่สามารถพักแขน พักขาของคุณได้ก็อย่ารอช้า จงคว้าโอกาสนั้นเอาไว้สะ เพราะว่าการที่เอาแต่ปีนๆอย่างเดียวโดยไม่พักอาจจะทำให้หมดแรงระหว่างทางโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการพักนั้นนอกจากคุณจะได้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อแล้ว ก็ยังสามารถมองขึ้นไปข้างบนเพื่อวางแผนการปีนระหว่างที่พักได้อีกด้วย

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

หากพูดถึงเทือกเขาแอลป์เรามักจะนึกถึงเทือกเขาที่มีความใหญ่มากที่สุดตั้งอยู่ในทวีปยุโรปครอบคลุมถึง 7 ประเทศตั้งแต่ออสเตรีย สโลวีเนีย อิตาลี ลิกเตนสไตน์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งจุดที่สูงที่สุดในเทือกเขาแห่งนี้มีชื่อเรียกว่ามงบล็อง มีความสูงอยู่ที่ 4,807 เมตร ปกติแล้วแค่การเดินหรือปีขาวเพื่อพิชิตเทือกเขาแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ยากแล้ว แต่มีคนเลือกที่จะทำสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแห่งนี้อีกด้วย ความยากของการไต่เชือกข้ามเทือกเขานั้นไม่ได้มีเพียงแค่อุปสรรคที่เป็นความสูงและการทรงตัวบนเชือกที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่าเท้าหลายเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของกระแสลมที่พัดผ่านระหว่างหุบเขาอีกด้วยที่จะทำให้การทรงตัวยากมากยิ่งขึ้น และหากพลาดขึ้นมาสิ่งที่จะต้องจ่ายนั้นอาจจะเป็นชีวิตของนักปีนเขาคนนั้นก็เป็นได้

เทือกเขาที่มีความใหญ่มากที่สุดตั้งอยู่ในทวีปยุโรปครอบคลุมถึง 7 ประเทศตั้งแต่ออสเตรีย

แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายและลุ้นระทึกนั้นเป็นสิ่งที่นักไต่เขาตามหาอยู่เสมอ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากพวกเขาจะเลือกที่จะไปไต่เชือกยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เช่นเดียวกับกลุ่มนักไต่เชือกชาวฝรั่งเศสที่รวมตัวกันถึง 20 คนเพื่อเดินทางไปยังเขาที่มีชื่อว่าแซงค์ ฌองเน่ เพื่อทำการร่วมกันเดินไต่เชือกเพื่อข้ามผ่านระหว่างหุบเขาซึ่งมีระยะทางความยาวกว่า 800 เมตร สูงจากระดับพื้นดินถึง 300 เมตร โดยการทำสถิติครั้งนี้เกิดขึ้นในปีพ.. 2562 พวกเขานั้นได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมไต่เชือก ATA Slack ในการติดตั้งเชือกข้ามผ่านระหว่างหุบเขา ซึ่งพวกเขานั้นเลือกวิธีการในการใช้ Drone เป็นตัวช่วยถึงเชื่อให้เชื่อมต่อกันระหว่างสองหน้าผา บนจุดที่สามารถมองเห็นชายหาดที่มีชื่อว่าโก๊ต ดาซูร์ได้ โดยสถิติที่พวกเขาต้องการจะสร้างในครั้งนี้จะเป็นในส่วนของความเร็วในการเดินบนเชือก

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

โดยในการสร้างสถิติโลกในครั้งนี้คนที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดในการไต่เชือกข้ามหุบเขาแอลป์นั่นก็คือนักศึกษาฟิสิกส์ชายที่มีชื่อว่าแมททิสเรสเนอร์ซึ่งเขานั้นสามารถทำเวลาไปได้ที่ 19 นาที 50 วินาที ในภายหลังเขาได้กล่าวถึงการไต่เชือกว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่าเรื่องของร่างกาย จิตใจนั้นต้องมีความแข็งแกร่งและมีความกล้าหาญรวมไปถึงสมาธิที่จะต้องใช้จดจ่อในการรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อให้สามารถทรงตัวอยู่บนเชื่อที่มีความกว้างไม่ถึง 2 นิ้วได้โดยที่ไม่ตกลงมา โดยมีการสร้างสถิติครั้งนี้เป็นการเดินไต่เชื่อแบบที่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือมีเพียงแค่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเป็นเชือกนิรภัยคาดเอวเท่านั้น ในปัจจุบันกีฬาหรือกิจกรรมการไต่เชือกนั้นยังไม่ได้มีการออกกฎมาอย่างเป็นทางการดังนั้นมัน จึงจะไม่ได้มีกติกาที่เป็นสากลในการเล่นกีฬาชนิดนี้ อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงและค่อนข้างอันตรายทำให้คนที่เล่นกีฬานี้อาจจะยังมีจำนวนไม่มากนัก

ด้วยความที่มันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้มันจึงยังไม่มีกดออกมาอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีระเบียบและมาตรการต่างๆ ที่ช่วยรักษาและป้องกันในเรื่องของความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักกีฬา รวมไปถึงขั้นตอนต่างๆ และป้ายที่กำลังรอการกำหนดจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในไม่ช้าเราอาจจะได้เห็นขั้นตอนหรือระเบียบมาตรการต่างๆ ที่ออกมาอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นสำหรับนักกีฬาประเภทนี้ เราอาจจะต้องลุ้นกันต่อไปว่าสิ่งที่ออกมานั้นจะเป็นที่ยอมรับหรือ ไม่เนื่องจากกีฬาประเภทนี้คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเสน่ห์ของมันนั่นก็คือความเสี่ยงอันตรายและความลุ้นระทึกนั่นเอง หากกฎระเบียบมีความเข้มงวดมากเกินไปอาจจะทำให้เสน่ห์และความสนุกในส่วนนี้ขาดหายไปจากกีฬาชนิดนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยในการจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลกในครั้งนี้นักกีฬาส่วนใหญ่นั้นมาด้วยความต้องการที่จะสร้างสถิติโลกและเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการแข่งขัน ในขณะที่บางคนนั้นมาเข้าร่วมเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละบุคคลในการไต่เชือกซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับคนรับชมอย่างเราแล้วยังไงก็คงได้กำไรไปเต็มๆ เพราะเราจะได้เห็นความลุ้นระทึกและน่าหวาดเสียวแบบนี้อยู่เป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

 

# นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

การไต่เชือกเดิมทีนั้นมักจะเป็นการแสดงกายกรรมที่จัดในพื้นที่ติดที่มีการควบคุมอุณหภูมิไว้ให้พอดีและไม่ได้มีลมรวมไปถึงสภาพอากาศที่จะทำให้การทรงตัวอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ นั้นทำได้ยากมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงความสูงและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้สามารถเดินทรงตัวได้ง่ายขึ้นอาจทำให้มันไม่ได้ลุ้นระทึกมากพอสำหรับนักไต่เชือกในยุคปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นข่าวนักใส่เชือกในปัจจุบันมักจะไปสร้างสถิติหรือท้าทายตนเองตามตึกสูง บนภูเขา ระหว่างหน้าผา หรือแม้แต่สถานที่เสี่ยงอันตรายอย่างบ่อจระเข้ ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นก็จะมีเรื่องของสภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ความยากง่ายของแต่ละสถานที่นั้นไม่เหมือนกัน อย่างเช่นตามตึกสูงภายในเมืองนั้นแม้ว่าจะดูเหมือนไม่ได้มีอะไรยากเย็นนัก แต่ความจริงแล้วด้วยความที่มันเป็นช่องว่างที่มีความสูงมันจึงเป็นช่องที่ลมพัดผ่านมักจะค่อนข้างแรง ซึ่งลมนั้นส่งผลต่อการทรงตัวของนักไต่เชือกโดยตรงเพราะมันจะทำให้พวกเขานั้นเสียสมดุลและการทรงตัว

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

เช่นเดียวกับบนภูเขาหรือระหว่างหน้าผาที่ถึงแม้ว่าจะมีระยะทางที่ห่างกันออกไปแต่ก็ยังเป็นช่องลมที่มักจะมีลมพัดผ่านค่อนข้างแรงเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรคของสถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีเพียงแค่ลมและอากาศที่อาจจะร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไปเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างไรหากมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นมานั่นก็คือน้ำและความชื้น อุปสรรคดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นหากนักไต่เชือกเลือกที่จะไปเดินบนเชือกในบริเวณที่มีน้ำตก น้ำและความชื้นนั้นนอกจากจะทำให้เสียสมาธิแล้วยังทำให้เชือกรวมไปถึงเท้าของเรานั้นลื่นมากขึ้นอีกด้วย ทำให้การทรงตัวยากขึ้นไปอีก ยังไม่รวมไปถึงเสียงของน้ำตกที่จะทำให้เราไม่มีสมาธิซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ แต่มีนัดไต่เชือกชาย 2 คนชาวเยอรมนีและชาวออสเตรียที่เลือกจะไปไต่เชือกข้ามน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างน้ำตกวิกตอเรีย และพวกเขาสามารถทำมันได้สำเร็จอีกด้วย

ในการเดินไต่เชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียครั้งนี้ นักไต่เชือกทั้งสองนั้นไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการไต่เชือกแต่อย่างใดไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องของการทรงตัวหรือการสร้างสมดุล อุปกรณ์เดียวที่พวกเขาเลือกใช้นั่นก็คืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นเชือกนิรภัยที่ติดอยู่บนเอวของเขาและบนเชือกที่พวกเขาเดินเท่านั้น โดยน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณประเทศซิมบับเวและประเทศแซมเบียในแถบชายแดนซึ่งอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ แม้ว่ามันจะยากสุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถทำได้สำเร็จท่ามกลางบรรดาผู้ชมที่คอยดูการไต่เชือกครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยนักไต่เชือกทั้งสองคนนั้นมีชื่อว่าพอล ลูคัส วัย 26 ปี ชาวเยอรมนี และรีนฮาร์ด เคล็นดอล วัย 34 ปี ชาวออสเตรีย พวกเขานั้นเป็นคนกลุ่มแรกที่สามารถเดินข้ามน้ำตกวิกตอเรียบนเชือกได้สำเร็จ

อุปสรรคสำคัญในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้ของพวกเขานั้นก็คือกระแสลมที่พัดแรงจนประทะร่างกายตลอดเวลาทำให้การทรงตัวและการรักษาสมดุลบนเชือกนั้นสามารถทำได้ยาก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีละอองนั้นที่นอกจากจะทำให้เสียสมาธิแล้วยังทำให้เชือกและเท้าของพวกเขานั้นลื่นมากขึ้นอีกด้วย ระยะทางความยาวของเชือกในครั้งนี้อยู่ที่ 91 เมตร ส่วนความสูงวัดจากพื้นดินได้ที่ 100 เมตร แม้ว่าจะเป็นระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนักและความสูงที่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบเท่ากับตึกสูงที่นักไต่เชือกมักจะชอบไปท้าทายความสามารถกัน แต่ด้วยความที่อุปสรรคในการเดินครั้งนี้มีค่อนข้างหลากหลายทำให้พวกเขานั้นต้องตกลงมาจากเชือกอยู่หลายครั้งกว่าจะเดินจนถึงจุดหมายปลายเชือกอีกด้านหนึ่งได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นก็ใช้เวลาไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นก็สามารถเดินได้สำเร็จ หลังจากที่สามารถท้าทายตนเองได้สำเร็จแล้วก็ได้มีการกล่าวถึงการเดินแต่เชือกในครั้งนี้ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็บอกว่าละอองน้ำเป็นสิ่งที่ทำให้การเดินครั้งนี้ยากที่สุดเนื่องจากมันพัดปะทะโดนใบหน้าตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จในครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่วิเศษกับพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานั้นคุณเชื่อไหมว่า ไม่ใช่แค่ร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการแต่และยังมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เข้ามารวมกันด้วย อย่างเช่น การมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ปราศจากความกลัวและความวิตกวังกล นอกจากนั้นก็ยังมีเกร็ดเคล็ดลับๆเล็กๆน้อยๆ ที่นักปีนหน้าผามืออาชีอยากที่จะส่งต่อสู่นักปีนหน้าผาหน้าใหม่ที่ต้องการจะพัฒนา Performance ในการปีนหน้าผาให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีอะไรกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

1. การมีคู่หูในการปีนหน้าผาที่ดี

ถึงคุณจะเป็นคนที่เก่งขนาดไหนคุณก็อาจจะไปไม่ถึงเป้าหมายของคุณหากคุณมี Partner ที่ไม่ได้คอย Support คุณอย่างเต็มที่ ซึ่งคู่หูในการปีนเขาที่ดีนั้นจะต้องรู้จังหวะการปีนของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี รู้จังหวะการเก็บเชือก รู้จังหวะการหล่น พูดง่ายๆคือเป็นผู้ Belay ที่รู้ใจกันนั่นเอง เพียงเท่านั้นยังไม่พอ การพูดให้กำลังใจในระหว่างปีน หรือแม้กระทั่งการคอยแนะนำ next step ในการปีนก็สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ

2. สามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว

การปีนในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Bouldering, Top rope ทุกอย่างนั้นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะคอยเป็น Safety ให้คุณในขณะปีนหน้าผา หรือเรียกได้ว่า เป็นตัวช่วย และอุปกรณ์ช่วยชีวิตของคุณนั่นเอง และการที่คุณจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีได้คล่องแคล่ว การเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ให้ดี รู้จักวิธีการใช้งาน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

3. เป็นคนช่างสังเกตุ

ใช่แล้วค่ะ การสังเกตุสิ่งรอบๆตัวของคุณเองไม่ว่าจะเป็น Holds ต่างๆที่จะนำพาคุณไปข้างหน้านั้นคุณจะจับ Holds นั้นด้วย Position แบบไหน การวางเท้าแบบไหนที่คุณจะสามารถไปต่อได้ หรือการวางมือในรูปแบบไหนที่คุณจะสามารถดันตัวคุณไปข้างหน้าได้ ถ้ายิ่งคุณปีนแบบ Outdoor แล้วล่ะก็ การสังเกตุยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาที่สุดสิ่งหนึ่งเลยทีเดียว

4. พักหายใจ และสลัดแขนขา

หากคุณปีนหน้าผามาได้สักพักแล้วคุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยก็อย่าลืมที่จะหาจุดที่ปลอดภัยเพื่อเกาะพักหายใจสักครู่หนึ่งก่อน หรือหากคุณรู้สึกว่าเมื่อยแขน ขามากๆ ก็ปล่อยแขนข้างที่เมื่อยและสลัดแขน ขา เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและเกร็งตลอดเวลาที่ทำการปีน เมื่อคุณพักหายใจจนหายเหนื่อยๆแล้ว ได้คลายกล้ามเนื้อแขน ขา ของคุณแล้วต่อจากนั้นคุณก็สามารถทำการปีนต่อได้สบายๆ หรืออาจจะปีนได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำนะคะ

5. อย่าลืมทานอาหารและดื่มน้ำรองท้องก่อนปีน

กีฬาการปีนหน้าผาเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่คุณจะต้องใช้พลังงานที่สูงมาก เพราะว่าคุณจะต้องใช้การเคลื่อนไหวในทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความเชื่อที่ผิดว่าห้ามทานอะไรก่อนการปีนหน้าผาเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้นแล้วปีนยาก ซึ่งนั่นไม่จริงเลยนะคะ คุณควรทานอาหารมาให้พอดีๆ และจิบน้ำก่อนการปีนเสมอ จะได้ไม่หมดแรงกลางทาง และเกิดอาการขาดน้ำได้

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

ปกติแล้วการไต่เชือกข้ามภูเขาหรือข้ามตึกสูงก็สร้างความระทึกมากพออยู่แล้วเนื่องจากความสูงของมันนั้นทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความอันตรายที่อาจจะพลาดชีวิตของเหล่านักไต่เขาได้เลยหากพวกเขาพลาดแม้เพียงนิดเดียวโดยเฉพาะนักไต่เขาบางคนที่ท้าทายความสามารถของตนเองด้วยการไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลที่จะช่วยให้เดินบนเชือกได้ง่ายยิ่งขึ้นหรือบางคนที่แม้แต่อุปกรณ์เซฟตี้ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของตนเองนั้นยังเลือกที่จะไม่ใช้เลยด้วยซ้ำไปด้วยความที่รูปแบบของกีฬาไต่เชือกนั้นจะค่อนข้างไม่มีอะไรหากคุณเป็นคนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์มีความชำนาญเป็นพิเศษสามารถเดินบนเชือกเส้นเล็กๆได้โดยที่ไม่ได้มีความกลัวหรือความประหม่าแต่อย่างใดและยังสามารถทํามันได้ดีมาก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

โดยเสมอด้วยมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่านักไต่เชือกมักจะแสวงหาความตื่นเต้นและความท้าทายใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือของตนเองและเราต้องไม่ลืมว่าคนที่จะชื่นชอบในการเล่นกีฬาประเภทนี้ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของความท้าทายและความเสี่ยงอันตรายอยู่แล้วมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากเราจะเห็นการท้าทายตนเองที่มีความน่าหวาดเสียวและเป็นอันตรายมากขึ้นทุกทีหากคุณคิดว่าสิ่งที่เคยรับรู้มาเกี่ยวกับการไต่เชือกมันช่างน่าหวาดเสียวจนไม่น่าจะมีอะไรที่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณหลังไปได้มากกว่านี้อีกแล้วอย่างเช่นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆข้ามภูเขาที่สูงกว่า 1,000 เมตร หรือการใส่ส้นสูงไต่เชือก แต่เชือกที่พวกเขากำลังเดินนั้นเป็นเชือกที่ขึงไว้ตึงและค่อนข้างมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ท้าทายพอสำหรับนักสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกอย่างนักกีฬาไต่เชือกชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่าแอนดี้ ลูอิส ชายหนุ่มผู้เคยมาสร้างสถิติในการข้ามระหว่างตึกสูงในประเทศไทยมาก่อนจนกลายเป็นข่าวดังเมื่อปีพ.. 2557 ในครั้งนั้นเขาสามารถสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ได้ในประเทศไทยซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองในเรื่องของระยะทาง แต่ในครั้งนี้เขาได้ท้าทายตนเองในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป จะเป็นอย่างไรหากเราต้องเดินอยู่บนเชือกที่หย่อนไม่ได้ถูกขึงให้ตึงจนมีความมั่นคงมากพอที่จะสามารถทรงตัวอยู่ได้

ในครั้งนี้แอนดี้จึงได้เลือกที่จะสร้างสถิติโดยการเดินบนเชือกที่ขึงระหว่างบอลลูน 2 ลูกที่กำลังลอยอยู่กลางท้องฟ้าความสูงเมื่อวัดแล้วจากระดับพื้นดินมีความสูงถึง 4,000 ฟุตเลยทีเดียว แม้ว่าระยะห่างระหว่างมนุษย์ทั้ง 2 ลูกนั้นจะเป็นระยะห่างเพียงแค่ 12 เมตรเท่านั้นแต่มันก็เป็นการท้าทายความสามารถเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องรักษาสมดุลและพยายามทรงตัวบนเชื่อที่มีความหย่อนและไม่ตึงแถมยังลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้หากตกลงมาแม้ว่าจะมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยก็จะอันตรายมากกว่าการไต่บนเชือกที่ถูกขึงไว้จนตึงแล้ว ที่สำคัญคือสถานที่ที่บอลลูน 2 ลูกนี้ลอยอยู่บนฟ้านั่นก็คือเป็นพื้นที่ทะเลทรายเนวาด้าใกล้กับเมืองที่ชื่อว่าลาสเวกัส

การลอยอยู่ท่ามกลางอากาศบนพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายนั้นนอกจากจะต้องพบเจอกับอากาศที่ร้อนแล้วยังจะต้องพบเจอกับลมที่กรรโชกแรงอีกด้วย ยิ่งเป็นการเพิ่มความยากและความท้าทายให้กับการเดินบนเชือกในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาสามารถทำมันได้สำเร็จเขาได้มีการกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกมหัศจรรย์เป็นอย่างมากเมื่อได้เดินอยู่บนเชือกที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า มันทำให้เขานั้นได้รู้สึกถึงอิสระภาพและความเสรีได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่ามันจะเป็นความตื่นเต้นในการเสี่ยงชีวิตที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้แต่มันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่นที่ทำให้เขานั้นสามารถบรรลุเป้าหมายได้มันจึงกลายเป็นกีฬาที่เขารัก การที่เขาออกมาทำสถิติโลกเช่นนี้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นหันมาสนใจกีฬาการไต่เชือกมากยิ่งขึ้น จนครั้งหนึ่งเขานั้นเคยได้รับเชิญไปแสดงคู่กับการแสดงของมาดอนน่าอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เขานั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากและกลายเป็นนักไต่เชือกที่มีแต่คนรู้จักไปทั่วทั้งโลก

 

#ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ปกติแล้วเรามักจะเห็นการไต่เชือกตามการแสดงกายกรรมต่างๆซึ่งการโชว์ไต่เชือกเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดชนิดที่หาคนที่ไต่เชือกตกลงมาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเนื่องจากมันเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายและอันตรายพอสมควรในประเทศไทยนั้นแทบจะไม่มีคนที่ทำกิจกรรมนี้เลยด้วยซ้ำไปแต่เรามักจะได้เห็นข่าวอยู่เสมอเรื่องการทำลายสถิติของนักไต่เชือกต่างชาติส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการทำลายสถิติไต่เชือกข้ามตึกสูงของชาติฝั่งตะวันตกซึ่งนิยมกิจกรรมดังกล่าวถึงขั้นที่มีคนทำอาชีพเป็นนักไต่เชือกอย่างจริงจังแต่ในฝั่งของเอเชียนั้นยังไม่ค่อยมีนักไต่เชือกอย่างแพร่หลายมากนัก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

แต่ทราบหรือไม่ว่าครั้งหนึ่งในปีพ.. 2559 เคยมีชายชาวจีนคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จาง เหลียง ซึ่งในขณะนั้นอายุได้เพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น แต่เขานั้นได้ทำให้ทุกคนทั่วทั้งโลกต่างต้องลุ้นระทึกและรู้สึกหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาทำ หากคุณเป็นคนที่เบื่อแล้วกับการได้ยินข่าวไต่เชือกข้ามตึกสูง ชายคนนี้จะนำเสนอการไต่เชือกที่ลุ้นระทึกกว่านั้นมากเพราะสิ่งที่เขาไต่ข้ามนั่นก็คือหุบเขา เบื้องล่างนั้นไม่ได้เป็นพื้นหรือขนหินแต่มันเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลกและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราด หากตกลงไปแล้วไม่ต้องพิสูจน์เลยว่าเขาจะยังคงมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้นเชื่อกที่เขาไต่ก็มีขนาดเพียงแค่ 2.5 เซ็นติเมตรเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการเดินบนเชือกบนแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก เพียงแค่เราเอาเชือกที่มีขนาดเดียวกันวางไว้บนพื้นและพยายามเดินให้ไม่ตกก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จแล้ว แต่เขานั้นสามารถเดินบนเชือกขนาดเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรนี้แล้วข้ามระหว่างหุบเขาที่มีแม่น้ำกั้นขวางได้สำเร็จ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ช่วยเหลือชีวิตเพียงสิ่งเดียวที่เขามีนั่นก็คือสายรัดเอวเป็นเชือกสลิงเส้นเล็กๆ เท่านั้นที่คล้องระหว่างข้อเท้าของเขาและเชือกเส้นเล็ก ไม่เพียงเท่านั้นในการไต่เชือกครั้งนี้ยังไม่มีการใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสมดุลอย่างที่เรามักจะเห็นกันนั่นก็คือไม้คานหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ง่ายมากขึ้น เรียกได้ว่าการไต่เชือกครั้งนี้ใช้เพียงความสามารถล้วนๆ ก็ว่าได้

ช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เขาไต่เชือกข้ามผ่านนั้นเรียกกันว่าช่องเขาเสือกระโจนเป็นช่องเขาที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเบื้องล่างนั้นเป็นแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวตราดตลอดเวลาและความลึกนั้นยังเป็นความลึกที่มากที่สุดในโลกอีกด้วยโดยแม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายเดียวกับแม่น้ำแยงซีเกียงที่ไหลผ่านหุบเขาในเมืองลี่เจียงมณฑลยูนนานประเทศจีนโดยระยะทางในการไต่เชือกข้ามช่องเขาในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะที่ไม่ได้ไกลมากนักแต่มันก็เป็นระยะทางที่สามารถทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดในประเทศจีนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในการไต่เชือกครั้งนี้ ด้วยระยะทาง 60 เมตรแล้วปกติหากเราเดินเล่นการก็ใช้เวลาหลายนาทีอยู่แล้ว

แต่นี่เป็นการเดินไต่เขาแต่เขานั้นสามารถทำเวลาไปได้เพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้นนับว่าเขานั้นเป็นนักไต่เชือกที่มีฝีมือเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศจีนไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำเวลาได้ดีถึงขนาดนี้และคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำสถิติดังกล่าวได้อย่างแน่นอนเพราะมันไม่ได้เพียงค่าทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดเท่านั้นแต่มันยังเป็นการไต่เชือกที่อันตรายที่สุดอีกด้วย ที่มาของชื่อช่องเขาเสือกระโจนนั้นมาจากตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่าในอดีตเคยมีเสือตัวหนึ่งได้พยายามหลบหนีการไล่ล่าของนายพรานเมื่อมาถึงหน้าผามันก็ได้กระโดดข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราดในจุดที่แคบที่สุดตั้งแต่นั้นช่องของนี้ก็จึงได้ชื่อเรียกว่าเป็นช่องเขาเสือกระโจนมาตั้งแต่นั้น

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

The Walk ภาพยนตร์ชีวประวัติที่ออกฉายเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมาเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Robert Zemeckis เล่าถึงเรื่องราวประวัติของฟิลลิปเป เปติต ชายชาวฝรั่งเศสวัย 24 ปี ซึ่งเป็นศิลปินที่ถ่ายทอดผ่านการเดินผ่านระหว่างตึกแฝดที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เขานั้นมีชื่อเสียงจากการที่สามารถเดินระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์บนเชือกเส้นเล็กๆ ได้สำเร็จเมื่อปี 1974 ในช่วงยุคนั้นการไต่เชือกยังเป็นเพียงแค่การแสดงกายกรรมในคณะกายกรรมหรือคณะละครสัตว์เท่านั้น ไม่ได้เป็นกีฬาหรือกิจกรรม Extreme เช่นเดียวกับในปัจจุบัน ทำให้ความพยายามของเขานั้นเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่าได้รับความสำเร็จในเรื่องของรายได้เนื่องจากใช้งบประมาณไปไม่เกิน 45 ล้านดอลลาร์แต่สามารถทำรายได้ Box Office ได้สูงถึง 61.2 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

แต่ทราบหรือไม่ว่าตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างฟิลิปเป เปติตนั้นเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ จะบอกว่าเขานั้นเป็นต้นแบบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ และการไต่เชือกข้ามตึกสูงของเขานั้นยังกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ในปัจจุบันนี้มีนักกีฬาแต่เชือกมากมายที่เลือกจะทักทายความสามารถตนเองด้วยการข้ามระหว่างตึกสูง ในวันนี้เราจะมาเล่าถึงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาว่าเหตุใดเขาจึงได้ทำการข้ามระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ด้วยการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ เพียงเส้นเดียวเท่านั้น

เรื่องราวความเป็นมาที่ทำให้ฟิลิปเป เปติต เป็นที่รู้จักต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1974 หรือเป็นเวลากว่า 46 ปีมาแล้วที่ชายหนุ่มอายุเพียง 24 ปีคนนี้ได้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นต้องจดจำเขาในฐานะของนักกายกรรมที่สามารถไต่เชือกข้ามตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ได้สำเร็จโดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันหรือรักษาความปลอดภัยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเขาตกลงไปแล้วล่ะก็ชะตาชีวิตของเขาจะต้องจบสิ้นทันที สิ่งเดียวที่เขาใช้เป็นตัวช่วยในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้นั่นก็คือราวเหล็กที่ช่วยในการรักษาสมดุลและการทรงตัวบนเชือกเท่านั้น โดยเขาได้มีการให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่าการแสดงดังกล่าวของเขานั้นเป็นการแสดงที่มีสีสันที่สุดในชีวิตของเขา และได้มีการเล่าถึงความคิดริเริ่มที่ต้องการจะไต่เชือกท้าทายทั้งความสามารถของตนเอง กฎหมาย และความตาย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดจากการที่เขานั้นได้อ่านวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้เขานั้นมีเวลา 6 ปีในการวางแผนที่จะสร้างตำนานในการไต่เชือกที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันก็ยังคงได้รับการพูดถึงอยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปเกือบครึ่งร้อยปีแล้วก็ตาม ซึ่งในขณะนั้นมีกฎหมายรวมไปถึงข้อห้ามที่อาจจะทำให้เขานั้นต้องถูกพิจารณาว่ามีความผิดหากแสดงโชว์นี้ แต่เขานั้นก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายามอย่างแต่อย่างใดเขานั้นตั้งใจ

ตั้งแต่การศึกษาตึกว่ามีโครงสร้างเป็นอย่างไร ฝึกซ้อมการไต่เชือกของตนเองให้มีความคล่องแคล่วและชำนาญมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเฟ้นหาทีมงานที่จะมาช่วยให้การแสดงโชว์ในครั้งนี้ของเขาสามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งระยะทางระหว่างตึกแฝดทั้ง 2 ตึกนั้นมีความกว้างอยู่ที่ 60 เมตร ส่วนความสูงจากระดับพื้นดินนั้นอยู่ที่ 411 เมตร ยังไม่รวมถึงราวเหล็กที่เขาจะต้องถือซึ่งมีความยาวอยู่ที่ 7 เมตรเพื่อการรักษาสมดุลอีกด้วยหลังจากที่ทุกอย่างได้เตรียมเรียบร้อยแล้วและตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ก็สร้างเสร็จในที่สุดเขาก็ถึงเวลาที่จะได้แสดงโชว์ที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องตกตะลึงแต่การเตรียมตัวของเขานั้นต้องอาศัยการลักลอบรวมถึงการซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมหรือแม้แต่การขึงเส้นลวดระหว่างตึกพอถึงเวลารุ่งเช้าก็เป็นเวลาที่เขานั้นจะได้ทำการแสดงแต่แน่นอนว่าการกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ทำให้มีคนแจ้งตำรวจดังนั้นหลังการแสดงจบตำรวจจึงได้มารอรับตัวเขาไปแต่หลังจากที่เขานั้นได้ตกลงว่าจะไปไต่เชือกที่เซ็นทรัลปาร์คแทนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปล่อยตัวเขาไป

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย