นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

การไต่เชือกเดิมทีนั้นมักจะเป็นการแสดงกายกรรมที่จัดในพื้นที่ติดที่มีการควบคุมอุณหภูมิไว้ให้พอดีและไม่ได้มีลมรวมไปถึงสภาพอากาศที่จะทำให้การทรงตัวอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ นั้นทำได้ยากมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงความสูงและอุปกรณ์ต่างๆ ที่ช่วยให้สามารถเดินทรงตัวได้ง่ายขึ้นอาจทำให้มันไม่ได้ลุ้นระทึกมากพอสำหรับนักไต่เชือกในยุคปัจจุบัน ดังนั้นเราจึงมักจะเห็นข่าวนักใส่เชือกในปัจจุบันมักจะไปสร้างสถิติหรือท้าทายตนเองตามตึกสูง บนภูเขา ระหว่างหน้าผา หรือแม้แต่สถานที่เสี่ยงอันตรายอย่างบ่อจระเข้ ซึ่งแต่ละสถานที่นั้นก็จะมีเรื่องของสภาพอากาศที่แตกต่างกันออกไป ทำให้ความยากง่ายของแต่ละสถานที่นั้นไม่เหมือนกัน อย่างเช่นตามตึกสูงภายในเมืองนั้นแม้ว่าจะดูเหมือนไม่ได้มีอะไรยากเย็นนัก แต่ความจริงแล้วด้วยความที่มันเป็นช่องว่างที่มีความสูงมันจึงเป็นช่องที่ลมพัดผ่านมักจะค่อนข้างแรง ซึ่งลมนั้นส่งผลต่อการทรงตัวของนักไต่เชือกโดยตรงเพราะมันจะทำให้พวกเขานั้นเสียสมดุลและการทรงตัว

นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

เช่นเดียวกับบนภูเขาหรือระหว่างหน้าผาที่ถึงแม้ว่าจะมีระยะทางที่ห่างกันออกไปแต่ก็ยังเป็นช่องลมที่มักจะมีลมพัดผ่านค่อนข้างแรงเช่นเดียวกัน แต่อย่างไรก็ตามอุปสรรคของสถานที่เหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีเพียงแค่ลมและอากาศที่อาจจะร้อนเกินไปหรือหนาวเกินไปเท่านั้น แต่จะเป็นอย่างไรหากมีอุปสรรคเพิ่มขึ้นมานั่นก็คือน้ำและความชื้น อุปสรรคดังกล่าวนี้จะเกิดขึ้นหากนักไต่เชือกเลือกที่จะไปเดินบนเชือกในบริเวณที่มีน้ำตก น้ำและความชื้นนั้นนอกจากจะทำให้เสียสมาธิแล้วยังทำให้เชือกรวมไปถึงเท้าของเรานั้นลื่นมากขึ้นอีกด้วย ทำให้การทรงตัวยากขึ้นไปอีก ยังไม่รวมไปถึงเสียงของน้ำตกที่จะทำให้เราไม่มีสมาธิซึ่งเป็นสิ่งสำคัญที่สุดในการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ แต่มีนัดไต่เชือกชาย 2 คนชาวเยอรมนีและชาวออสเตรียที่เลือกจะไปไต่เชือกข้ามน้ำตกที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลกอย่างน้ำตกวิกตอเรีย และพวกเขาสามารถทำมันได้สำเร็จอีกด้วย

ในการเดินไต่เชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียครั้งนี้ นักไต่เชือกทั้งสองนั้นไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการไต่เชือกแต่อย่างใดไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยในเรื่องของการทรงตัวหรือการสร้างสมดุล อุปกรณ์เดียวที่พวกเขาเลือกใช้นั่นก็คืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยซึ่งเป็นเชือกนิรภัยที่ติดอยู่บนเอวของเขาและบนเชือกที่พวกเขาเดินเท่านั้น โดยน้ำตกแห่งนี้ตั้งอยู่ในบริเวณประเทศซิมบับเวและประเทศแซมเบียในแถบชายแดนซึ่งอยู่ในทวีปแอฟริกาใต้ แม้ว่ามันจะยากสุดท้ายแล้วพวกเขาก็สามารถทำได้สำเร็จท่ามกลางบรรดาผู้ชมที่คอยดูการไต่เชือกครั้งนี้อย่างใกล้ชิด โดยนักไต่เชือกทั้งสองคนนั้นมีชื่อว่าพอล ลูคัส วัย 26 ปี ชาวเยอรมนี และรีนฮาร์ด เคล็นดอล วัย 34 ปี ชาวออสเตรีย พวกเขานั้นเป็นคนกลุ่มแรกที่สามารถเดินข้ามน้ำตกวิกตอเรียบนเชือกได้สำเร็จ

อุปสรรคสำคัญในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้ของพวกเขานั้นก็คือกระแสลมที่พัดแรงจนประทะร่างกายตลอดเวลาทำให้การทรงตัวและการรักษาสมดุลบนเชือกนั้นสามารถทำได้ยาก ไม่เพียงเท่านั้นยังมีละอองนั้นที่นอกจากจะทำให้เสียสมาธิแล้วยังทำให้เชือกและเท้าของพวกเขานั้นลื่นมากขึ้นอีกด้วย ระยะทางความยาวของเชือกในครั้งนี้อยู่ที่ 91 เมตร ส่วนความสูงวัดจากพื้นดินได้ที่ 100 เมตร แม้ว่าจะเป็นระยะทางที่ไม่ได้ไกลมากนักและความสูงที่ไม่ได้สูงเมื่อเทียบเท่ากับตึกสูงที่นักไต่เชือกมักจะชอบไปท้าทายความสามารถกัน แต่ด้วยความที่อุปสรรคในการเดินครั้งนี้มีค่อนข้างหลากหลายทำให้พวกเขานั้นต้องตกลงมาจากเชือกอยู่หลายครั้งกว่าจะเดินจนถึงจุดหมายปลายเชือกอีกด้านหนึ่งได้สำเร็จ แต่อย่างไรก็ตามพวกเขานั้นก็ใช้เวลาไปเพียงแค่ประมาณ 10 นาทีเท่านั้นก็สามารถเดินได้สำเร็จ หลังจากที่สามารถท้าทายตนเองได้สำเร็จแล้วก็ได้มีการกล่าวถึงการเดินแต่เชือกในครั้งนี้ซึ่งพวกเขาเหล่านั้นต่างก็บอกว่าละอองน้ำเป็นสิ่งที่ทำให้การเดินครั้งนี้ยากที่สุดเนื่องจากมันพัดปะทะโดนใบหน้าตลอดเวลา แต่อย่างไรก็ตามความสำเร็จในครั้งนี้ให้ความรู้สึกที่วิเศษกับพวกเขาเป็นอย่างมาก

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานั้นคุณเชื่อไหมว่า ไม่ใช่แค่ร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการแต่และยังมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เข้ามารวมกันด้วย อย่างเช่น การมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ปราศจากความกลัวและความวิตกวังกล นอกจากนั้นก็ยังมีเกร็ดเคล็ดลับๆเล็กๆน้อยๆ ที่นักปีนหน้าผามืออาชีอยากที่จะส่งต่อสู่นักปีนหน้าผาหน้าใหม่ที่ต้องการจะพัฒนา Performance ในการปีนหน้าผาให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีอะไรกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

1. การมีคู่หูในการปีนหน้าผาที่ดี

ถึงคุณจะเป็นคนที่เก่งขนาดไหนคุณก็อาจจะไปไม่ถึงเป้าหมายของคุณหากคุณมี Partner ที่ไม่ได้คอย Support คุณอย่างเต็มที่ ซึ่งคู่หูในการปีนเขาที่ดีนั้นจะต้องรู้จังหวะการปีนของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี รู้จังหวะการเก็บเชือก รู้จังหวะการหล่น พูดง่ายๆคือเป็นผู้ Belay ที่รู้ใจกันนั่นเอง เพียงเท่านั้นยังไม่พอ การพูดให้กำลังใจในระหว่างปีน หรือแม้กระทั่งการคอยแนะนำ next step ในการปีนก็สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ

2. สามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว

การปีนในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Bouldering, Top rope ทุกอย่างนั้นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะคอยเป็น Safety ให้คุณในขณะปีนหน้าผา หรือเรียกได้ว่า เป็นตัวช่วย และอุปกรณ์ช่วยชีวิตของคุณนั่นเอง และการที่คุณจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีได้คล่องแคล่ว การเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ให้ดี รู้จักวิธีการใช้งาน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

3. เป็นคนช่างสังเกตุ

ใช่แล้วค่ะ การสังเกตุสิ่งรอบๆตัวของคุณเองไม่ว่าจะเป็น Holds ต่างๆที่จะนำพาคุณไปข้างหน้านั้นคุณจะจับ Holds นั้นด้วย Position แบบไหน การวางเท้าแบบไหนที่คุณจะสามารถไปต่อได้ หรือการวางมือในรูปแบบไหนที่คุณจะสามารถดันตัวคุณไปข้างหน้าได้ ถ้ายิ่งคุณปีนแบบ Outdoor แล้วล่ะก็ การสังเกตุยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาที่สุดสิ่งหนึ่งเลยทีเดียว

4. พักหายใจ และสลัดแขนขา

หากคุณปีนหน้าผามาได้สักพักแล้วคุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยก็อย่าลืมที่จะหาจุดที่ปลอดภัยเพื่อเกาะพักหายใจสักครู่หนึ่งก่อน หรือหากคุณรู้สึกว่าเมื่อยแขน ขามากๆ ก็ปล่อยแขนข้างที่เมื่อยและสลัดแขน ขา เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและเกร็งตลอดเวลาที่ทำการปีน เมื่อคุณพักหายใจจนหายเหนื่อยๆแล้ว ได้คลายกล้ามเนื้อแขน ขา ของคุณแล้วต่อจากนั้นคุณก็สามารถทำการปีนต่อได้สบายๆ หรืออาจจะปีนได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำนะคะ

5. อย่าลืมทานอาหารและดื่มน้ำรองท้องก่อนปีน

กีฬาการปีนหน้าผาเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่คุณจะต้องใช้พลังงานที่สูงมาก เพราะว่าคุณจะต้องใช้การเคลื่อนไหวในทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความเชื่อที่ผิดว่าห้ามทานอะไรก่อนการปีนหน้าผาเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้นแล้วปีนยาก ซึ่งนั่นไม่จริงเลยนะคะ คุณควรทานอาหารมาให้พอดีๆ และจิบน้ำก่อนการปีนเสมอ จะได้ไม่หมดแรงกลางทาง และเกิดอาการขาดน้ำได้

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

ปกติแล้วการไต่เชือกข้ามภูเขาหรือข้ามตึกสูงก็สร้างความระทึกมากพออยู่แล้วเนื่องจากความสูงของมันนั้นทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความอันตรายที่อาจจะพลาดชีวิตของเหล่านักไต่เขาได้เลยหากพวกเขาพลาดแม้เพียงนิดเดียวโดยเฉพาะนักไต่เขาบางคนที่ท้าทายความสามารถของตนเองด้วยการไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลที่จะช่วยให้เดินบนเชือกได้ง่ายยิ่งขึ้นหรือบางคนที่แม้แต่อุปกรณ์เซฟตี้ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของตนเองนั้นยังเลือกที่จะไม่ใช้เลยด้วยซ้ำไปด้วยความที่รูปแบบของกีฬาไต่เชือกนั้นจะค่อนข้างไม่มีอะไรหากคุณเป็นคนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์มีความชำนาญเป็นพิเศษสามารถเดินบนเชือกเส้นเล็กๆได้โดยที่ไม่ได้มีความกลัวหรือความประหม่าแต่อย่างใดและยังสามารถทํามันได้ดีมาก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

โดยเสมอด้วยมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่านักไต่เชือกมักจะแสวงหาความตื่นเต้นและความท้าทายใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือของตนเองและเราต้องไม่ลืมว่าคนที่จะชื่นชอบในการเล่นกีฬาประเภทนี้ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของความท้าทายและความเสี่ยงอันตรายอยู่แล้วมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากเราจะเห็นการท้าทายตนเองที่มีความน่าหวาดเสียวและเป็นอันตรายมากขึ้นทุกทีหากคุณคิดว่าสิ่งที่เคยรับรู้มาเกี่ยวกับการไต่เชือกมันช่างน่าหวาดเสียวจนไม่น่าจะมีอะไรที่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณหลังไปได้มากกว่านี้อีกแล้วอย่างเช่นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆข้ามภูเขาที่สูงกว่า 1,000 เมตร หรือการใส่ส้นสูงไต่เชือก แต่เชือกที่พวกเขากำลังเดินนั้นเป็นเชือกที่ขึงไว้ตึงและค่อนข้างมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ท้าทายพอสำหรับนักสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกอย่างนักกีฬาไต่เชือกชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่าแอนดี้ ลูอิส ชายหนุ่มผู้เคยมาสร้างสถิติในการข้ามระหว่างตึกสูงในประเทศไทยมาก่อนจนกลายเป็นข่าวดังเมื่อปีพ.. 2557 ในครั้งนั้นเขาสามารถสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ได้ในประเทศไทยซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองในเรื่องของระยะทาง แต่ในครั้งนี้เขาได้ท้าทายตนเองในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป จะเป็นอย่างไรหากเราต้องเดินอยู่บนเชือกที่หย่อนไม่ได้ถูกขึงให้ตึงจนมีความมั่นคงมากพอที่จะสามารถทรงตัวอยู่ได้

ในครั้งนี้แอนดี้จึงได้เลือกที่จะสร้างสถิติโดยการเดินบนเชือกที่ขึงระหว่างบอลลูน 2 ลูกที่กำลังลอยอยู่กลางท้องฟ้าความสูงเมื่อวัดแล้วจากระดับพื้นดินมีความสูงถึง 4,000 ฟุตเลยทีเดียว แม้ว่าระยะห่างระหว่างมนุษย์ทั้ง 2 ลูกนั้นจะเป็นระยะห่างเพียงแค่ 12 เมตรเท่านั้นแต่มันก็เป็นการท้าทายความสามารถเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องรักษาสมดุลและพยายามทรงตัวบนเชื่อที่มีความหย่อนและไม่ตึงแถมยังลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้หากตกลงมาแม้ว่าจะมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยก็จะอันตรายมากกว่าการไต่บนเชือกที่ถูกขึงไว้จนตึงแล้ว ที่สำคัญคือสถานที่ที่บอลลูน 2 ลูกนี้ลอยอยู่บนฟ้านั่นก็คือเป็นพื้นที่ทะเลทรายเนวาด้าใกล้กับเมืองที่ชื่อว่าลาสเวกัส

การลอยอยู่ท่ามกลางอากาศบนพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายนั้นนอกจากจะต้องพบเจอกับอากาศที่ร้อนแล้วยังจะต้องพบเจอกับลมที่กรรโชกแรงอีกด้วย ยิ่งเป็นการเพิ่มความยากและความท้าทายให้กับการเดินบนเชือกในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาสามารถทำมันได้สำเร็จเขาได้มีการกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกมหัศจรรย์เป็นอย่างมากเมื่อได้เดินอยู่บนเชือกที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า มันทำให้เขานั้นได้รู้สึกถึงอิสระภาพและความเสรีได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่ามันจะเป็นความตื่นเต้นในการเสี่ยงชีวิตที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้แต่มันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่นที่ทำให้เขานั้นสามารถบรรลุเป้าหมายได้มันจึงกลายเป็นกีฬาที่เขารัก การที่เขาออกมาทำสถิติโลกเช่นนี้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นหันมาสนใจกีฬาการไต่เชือกมากยิ่งขึ้น จนครั้งหนึ่งเขานั้นเคยได้รับเชิญไปแสดงคู่กับการแสดงของมาดอนน่าอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เขานั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากและกลายเป็นนักไต่เชือกที่มีแต่คนรู้จักไปทั่วทั้งโลก

 

#ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ปกติแล้วเรามักจะเห็นการไต่เชือกตามการแสดงกายกรรมต่างๆซึ่งการโชว์ไต่เชือกเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดชนิดที่หาคนที่ไต่เชือกตกลงมาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเนื่องจากมันเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายและอันตรายพอสมควรในประเทศไทยนั้นแทบจะไม่มีคนที่ทำกิจกรรมนี้เลยด้วยซ้ำไปแต่เรามักจะได้เห็นข่าวอยู่เสมอเรื่องการทำลายสถิติของนักไต่เชือกต่างชาติส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการทำลายสถิติไต่เชือกข้ามตึกสูงของชาติฝั่งตะวันตกซึ่งนิยมกิจกรรมดังกล่าวถึงขั้นที่มีคนทำอาชีพเป็นนักไต่เชือกอย่างจริงจังแต่ในฝั่งของเอเชียนั้นยังไม่ค่อยมีนักไต่เชือกอย่างแพร่หลายมากนัก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

แต่ทราบหรือไม่ว่าครั้งหนึ่งในปีพ.. 2559 เคยมีชายชาวจีนคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จาง เหลียง ซึ่งในขณะนั้นอายุได้เพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น แต่เขานั้นได้ทำให้ทุกคนทั่วทั้งโลกต่างต้องลุ้นระทึกและรู้สึกหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาทำ หากคุณเป็นคนที่เบื่อแล้วกับการได้ยินข่าวไต่เชือกข้ามตึกสูง ชายคนนี้จะนำเสนอการไต่เชือกที่ลุ้นระทึกกว่านั้นมากเพราะสิ่งที่เขาไต่ข้ามนั่นก็คือหุบเขา เบื้องล่างนั้นไม่ได้เป็นพื้นหรือขนหินแต่มันเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลกและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราด หากตกลงไปแล้วไม่ต้องพิสูจน์เลยว่าเขาจะยังคงมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้นเชื่อกที่เขาไต่ก็มีขนาดเพียงแค่ 2.5 เซ็นติเมตรเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการเดินบนเชือกบนแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก เพียงแค่เราเอาเชือกที่มีขนาดเดียวกันวางไว้บนพื้นและพยายามเดินให้ไม่ตกก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จแล้ว แต่เขานั้นสามารถเดินบนเชือกขนาดเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรนี้แล้วข้ามระหว่างหุบเขาที่มีแม่น้ำกั้นขวางได้สำเร็จ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ช่วยเหลือชีวิตเพียงสิ่งเดียวที่เขามีนั่นก็คือสายรัดเอวเป็นเชือกสลิงเส้นเล็กๆ เท่านั้นที่คล้องระหว่างข้อเท้าของเขาและเชือกเส้นเล็ก ไม่เพียงเท่านั้นในการไต่เชือกครั้งนี้ยังไม่มีการใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสมดุลอย่างที่เรามักจะเห็นกันนั่นก็คือไม้คานหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ง่ายมากขึ้น เรียกได้ว่าการไต่เชือกครั้งนี้ใช้เพียงความสามารถล้วนๆ ก็ว่าได้

ช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เขาไต่เชือกข้ามผ่านนั้นเรียกกันว่าช่องเขาเสือกระโจนเป็นช่องเขาที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเบื้องล่างนั้นเป็นแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวตราดตลอดเวลาและความลึกนั้นยังเป็นความลึกที่มากที่สุดในโลกอีกด้วยโดยแม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายเดียวกับแม่น้ำแยงซีเกียงที่ไหลผ่านหุบเขาในเมืองลี่เจียงมณฑลยูนนานประเทศจีนโดยระยะทางในการไต่เชือกข้ามช่องเขาในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะที่ไม่ได้ไกลมากนักแต่มันก็เป็นระยะทางที่สามารถทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดในประเทศจีนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในการไต่เชือกครั้งนี้ ด้วยระยะทาง 60 เมตรแล้วปกติหากเราเดินเล่นการก็ใช้เวลาหลายนาทีอยู่แล้ว

แต่นี่เป็นการเดินไต่เขาแต่เขานั้นสามารถทำเวลาไปได้เพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้นนับว่าเขานั้นเป็นนักไต่เชือกที่มีฝีมือเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศจีนไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำเวลาได้ดีถึงขนาดนี้และคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำสถิติดังกล่าวได้อย่างแน่นอนเพราะมันไม่ได้เพียงค่าทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดเท่านั้นแต่มันยังเป็นการไต่เชือกที่อันตรายที่สุดอีกด้วย ที่มาของชื่อช่องเขาเสือกระโจนนั้นมาจากตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่าในอดีตเคยมีเสือตัวหนึ่งได้พยายามหลบหนีการไล่ล่าของนายพรานเมื่อมาถึงหน้าผามันก็ได้กระโดดข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราดในจุดที่แคบที่สุดตั้งแต่นั้นช่องของนี้ก็จึงได้ชื่อเรียกว่าเป็นช่องเขาเสือกระโจนมาตั้งแต่นั้น

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

The Walk ภาพยนตร์ชีวประวัติที่ออกฉายเมื่อปี 2015 ที่ผ่านมาเป็นผลงานการกำกับของผู้กำกับมากฝีมืออย่าง Robert Zemeckis เล่าถึงเรื่องราวประวัติของฟิลลิปเป เปติต ชายชาวฝรั่งเศสวัย 24 ปี ซึ่งเป็นศิลปินที่ถ่ายทอดผ่านการเดินผ่านระหว่างตึกแฝดที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เขานั้นมีชื่อเสียงจากการที่สามารถเดินระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์บนเชือกเส้นเล็กๆ ได้สำเร็จเมื่อปี 1974 ในช่วงยุคนั้นการไต่เชือกยังเป็นเพียงแค่การแสดงกายกรรมในคณะกายกรรมหรือคณะละครสัตว์เท่านั้น ไม่ได้เป็นกีฬาหรือกิจกรรม Extreme เช่นเดียวกับในปัจจุบัน ทำให้ความพยายามของเขานั้นเกิดเรื่องราวขึ้นมากมาย ภาพยนตร์เรื่องนี้เรียกว่าได้รับความสำเร็จในเรื่องของรายได้เนื่องจากใช้งบประมาณไปไม่เกิน 45 ล้านดอลลาร์แต่สามารถทำรายได้ Box Office ได้สูงถึง 61.2 ล้านดอลลาร์เลยทีเดียว

เรื่องราวของฟิลิปเป เปติต นักไต่เชือกต้นแบบในภาพยนตร์เรื่อง The Walk

แต่ทราบหรือไม่ว่าตัวละครเอกในภาพยนตร์เรื่องนี้อย่างฟิลิปเป เปติตนั้นเป็นบุคคลที่มีตัวตนจริงในประวัติศาสตร์ จะบอกว่าเขานั้นเป็นต้นแบบในการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ก็ว่าได้ และการไต่เชือกข้ามตึกสูงของเขานั้นยังกลายเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้ในปัจจุบันนี้มีนักกีฬาแต่เชือกมากมายที่เลือกจะทักทายความสามารถตนเองด้วยการข้ามระหว่างตึกสูง ในวันนี้เราจะมาเล่าถึงเรื่องราวประวัติความเป็นมาของเขาว่าเหตุใดเขาจึงได้ทำการข้ามระหว่างตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ด้วยการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ เพียงเส้นเดียวเท่านั้น

เรื่องราวความเป็นมาที่ทำให้ฟิลิปเป เปติต เป็นที่รู้จักต้องย้อนกลับไปตั้งแต่ปี 1974 หรือเป็นเวลากว่า 46 ปีมาแล้วที่ชายหนุ่มอายุเพียง 24 ปีคนนี้ได้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นต้องจดจำเขาในฐานะของนักกายกรรมที่สามารถไต่เชือกข้ามตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ได้สำเร็จโดยที่ไม่มีอุปกรณ์ป้องกันหรือรักษาความปลอดภัยแม้แต่น้อย ซึ่งนั่นหมายความว่าหากเขาตกลงไปแล้วล่ะก็ชะตาชีวิตของเขาจะต้องจบสิ้นทันที สิ่งเดียวที่เขาใช้เป็นตัวช่วยในการเดินไต่เชือกในครั้งนี้นั่นก็คือราวเหล็กที่ช่วยในการรักษาสมดุลและการทรงตัวบนเชือกเท่านั้น โดยเขาได้มีการให้สัมภาษณ์ไว้เมื่อไม่นานมานี้ว่าการแสดงดังกล่าวของเขานั้นเป็นการแสดงที่มีสีสันที่สุดในชีวิตของเขา และได้มีการเล่าถึงความคิดริเริ่มที่ต้องการจะไต่เชือกท้าทายทั้งความสามารถของตนเอง กฎหมาย และความตาย เรื่องราวทั้งหมดนั้นเกิดจากการที่เขานั้นได้อ่านวิทยาศาสตร์ที่กล่าวถึงตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ซึ่งกำลังอยู่ในระหว่างการก่อสร้าง ทำให้เขานั้นมีเวลา 6 ปีในการวางแผนที่จะสร้างตำนานในการไต่เชือกที่ถึงแม้ว่าในปัจจุบันก็ยังคงได้รับการพูดถึงอยู่เสมอแม้เวลาจะผ่านล่วงเลยไปเกือบครึ่งร้อยปีแล้วก็ตาม ซึ่งในขณะนั้นมีกฎหมายรวมไปถึงข้อห้ามที่อาจจะทำให้เขานั้นต้องถูกพิจารณาว่ามีความผิดหากแสดงโชว์นี้ แต่เขานั้นก็ไม่ได้ละทิ้งความพยายามอย่างแต่อย่างใดเขานั้นตั้งใจ

ตั้งแต่การศึกษาตึกว่ามีโครงสร้างเป็นอย่างไร ฝึกซ้อมการไต่เชือกของตนเองให้มีความคล่องแคล่วและชำนาญมากยิ่งขึ้น รวมไปถึงการเฟ้นหาทีมงานที่จะมาช่วยให้การแสดงโชว์ในครั้งนี้ของเขาสามารถลุล่วงไปได้ด้วยดี ซึ่งระยะทางระหว่างตึกแฝดทั้ง 2 ตึกนั้นมีความกว้างอยู่ที่ 60 เมตร ส่วนความสูงจากระดับพื้นดินนั้นอยู่ที่ 411 เมตร ยังไม่รวมถึงราวเหล็กที่เขาจะต้องถือซึ่งมีความยาวอยู่ที่ 7 เมตรเพื่อการรักษาสมดุลอีกด้วยหลังจากที่ทุกอย่างได้เตรียมเรียบร้อยแล้วและตึกเวิลด์เทรดเซ็นเตอร์ก็สร้างเสร็จในที่สุดเขาก็ถึงเวลาที่จะได้แสดงโชว์ที่ทำให้ทั่วทั้งโลกต้องตกตะลึงแต่การเตรียมตัวของเขานั้นต้องอาศัยการลักลอบรวมถึงการซ่อนตัวอยู่เป็นเวลานานไม่ว่าจะเป็นการเตรียมความพร้อมหรือแม้แต่การขึงเส้นลวดระหว่างตึกพอถึงเวลารุ่งเช้าก็เป็นเวลาที่เขานั้นจะได้ทำการแสดงแต่แน่นอนว่าการกระทำที่อุกอาจเช่นนี้ทำให้มีคนแจ้งตำรวจดังนั้นหลังการแสดงจบตำรวจจึงได้มารอรับตัวเขาไปแต่หลังจากที่เขานั้นได้ตกลงว่าจะไปไต่เชือกที่เซ็นทรัลปาร์คแทนทางเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ได้ปล่อยตัวเขาไป

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

ปกติแล้วเรามักจะได้เห็นการทำลายสถิติโลกหรือการทำลายสถิติตัวเองเพื่อสร้างความท้าทายของเหล่านักไต่เชือกในต่างประเทศ ซึ่งพวกเขานั้นมักจะเลือกไต่เชือกข้ามผ่านระหว่างตึกสูงหรือข้ามผ่านระหว่างหุบเขาที่มีความสูงเป็นอย่างมาก ในประเทศไทยนั้นกีฬาไต่เชือกยังไม่ได้เป็นที่รู้จักและยังมองว่ามันเป็นการแสดงกายกรรมมากกว่าการเล่นเป็นกีฬาหรือมองว่ามันเป็นการทำกิจกรรมแนว Adventure มากกว่า เนื่องจากมันไม่ได้มีการแข่งขันอย่างชัดเจน รวมไปถึงกฎกติกาที่ยังไม่ได้มีการออกมาอย่างเป็นทางการสำหรับกีฬานี้ และที่สำคัญคือมันเป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงและอันตรายเป็นอย่างมาก ทำให้ในประเทศไทยนั้นอาจจะไม่ได้มีนักไต่เชือกที่มีประสบการณ์หรือความชำนาญเทียบเท่ากับในต่างประเทศ

นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย

แต่อย่างไรก็ตามเราก็ยังคงได้รับรู้ข่าวสารเกี่ยวกับการสร้างสถิติหรือการท้าทายตนเองของเหล่านักไต่เชือกชาวต่างชาติอยู่เสมอ รวมไปถึงในประเทศไทยนั้นก็เคยมีการจัดแสดงการไต่เชือกหรือการแสดงกายกรรมในงานใหญ่ต่างๆ อยู่บ้าง แม้ว่ามันจะไม่ใช่เกียร์หรือกิจกรรมที่เราคุ้นชินแต่มันก็ยังคงเป็นที่รู้จักพอสมควร ดังนั้นการมาสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกในประเทศไทยนั้นจึงได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพ.. 2557 ช่วงเดือนกรกฎาคม มีการท้าทายความสูงที่จะทำให้ผู้รับชมอย่างเราๆ นั้นทั้งหวานเสียวและลุ้นระทึก และมันเกิดขึ้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ระหว่างตึกของโรงแรมเซ็นทาราแกรนด์แอทเซ็นทรัลเวิลด์ ราชประสงค์ บนชั้นที่ 55 ซึ่งเป็นเรดบาร์ และดาดฟ้าของตึกที่มีชื่อว่า ดิออฟฟิศเศส แอท เซ็นทรัลเวิลด์

กิจกรรมสุดท้าทายนี้ถูกจัดขึ้นในงานของบริษัท ยูนิลีเวอร์ไทย เทรดดิ้ง จํากัด เป็นงานโปรโมทสินค้าผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับโรลออนของผู้ชายนั่นก็คือ Resona Men  Present World Record Breaking SlackLine Event หากดูตามชื่องานแล้วเราจะพบกับคำว่า SlackLine ซึ่งหมายถึงการเดินบนเชือกนั่นเอง ดังนั้นในงานจึงได้มีการจัดการไต่เชือกซึ่งเป็นกิจกรรม Extreme ที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในต่างประเทศโดยได้รับเกียรติจากนักกีฬาไต่เชือกชายชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่า” แอนดี้ ลูอิสมา “เป็นผู้ท้าประลองในการไต่เชือกครั้งนี้ ซึ่งนี่เป็นครั้งแรกในประเทศไทยที่จะได้มีการไต่เชือกบนตึกสูงกว่า 55 ชั้น ซึ่งเมื่อวัดความสูงจากระดับพื้นดินแล้วจะมีความสูงถึง 175 เมตร ระยะทางความยาวทั้งสิ้นอยู่ที่ 169 เมตร เป็นการทำลายสถิติโลกในเมืองไทยเป็นครั้งแรกในการเดินข้ามระหว่างตึกสูงบนเชือกเพียงเส้นเดียวที่มีความกว้างไม่เกิน 2 นิ้ว โดยในการไต่เชือกครั้งนี้ลูอิสไม่ได้ใช้อุปกรณ์ในการช่วยเหลือในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลให้กับการเดิน อุปกรณ์เดียวที่เขาติดตัวไปด้วยนั่นก็คือเชือกนิรภัยที่คล้องเอวและเชือกที่เขากำลังเดินอยู่เอาไว้เผื่อรักษาความปลอดภัยในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุเท่านั้น

ความยากในครั้งนี้นั่นก็คืออากาศที่ร้อนอบอ้าวและลมที่พัดระหว่างซอกตึกอยู่เป็นระยะ ทำให้ในช่วงแรกนั้นเขาเกิดพลัดตกลงมาสร้างความตกใจให้กับฝูงชนที่กำลังลุ้นอยู่ข้างล่างเป็นจำนวนมาก แต่เขานั้นก็สามารถตั้งสติและกรีนกลับขึ้นไปเดินบนเชือกต่อได้อีกครั้ง เป็นเรื่องที่น่าเสียดายที่ระหว่างทางนั้นเขาต้องพลัดตกลงมาอยู่หลายรอบ แต่ในที่สุดเขาก็ทำสำเร็จโดยใช้เวลาไปทั้งหมด 1 ชั่วโมง 5 นาที เป็นการทำลายสถิติโลกที่เป็นของตัวเองซึ่งเคยทำไว้ได้ในระยะ 106 เมตร หลังจากสร้างสถิติเสร็จแล้วเขาก็ได้มีการพูดคุยถึงการไต่เชือกในครั้งนี้โดยกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกภูมิใจในตนเองเป็นอย่างมากและดีใจที่ได้สร้างสถิติดังกล่าวในประเทศไทย

เขานั้นต้องการที่จะเห็นการบรรจุกีฬาชนิดดังกล่าวนี้ไปไว้ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก และในครั้งต่อไปเขาจะพยายามเดินบนเชือกให้ไปถึงปลายทางในครั้งเดียวหรือตกลงจากเชื่อเป็นจำนวนครั้งที่น้อยกว่านี้ ซึ่งตรงกับ Concept ของงานที่ว่าไม่หยุดแม้คนอื่นอยู่ของผลิตภัณฑ์อย่างเรโซนา เมน เรียกได้ว่างานในครั้งนี้วินวินทั้งผู้จัดงานและทางด้านนักไต่เชือกเองก็ตาม รวมไปถึงผู้ชมอย่างเราๆ ที่ได้เห็นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆ อย่างลุ้นระทึกอีกด้วย

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

อีกหนึ่งกีฬาที่มีคนให้ความนิยมมากในต่างประเทศและประเทศไทยการปีนหน้าผาที่เป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กสตรีมสุดเร้าใจ เพราะผู้เล่นจะได้ท้าทายกับความสูงของเทือกเขาและยังท้าทายความเป็นความตายหากไม่มีการป้องกันให้ดีๆ ถ้าพลาดขึ้นมาก็เตรียมตัวบอกลาโลกได้เลย และการปีนเขายังเป็นกิจกรรมที่คนไทยให้ความนิยมด้วยเช่นกันแต่ของไทยจะเป็นการเดินเขามากกว่า เพราะพื้นที่ภูเขาของไทยจะไม่ค่อยมีหน้าผาให้ปีนป่ายมากเหมือนอย่างของต่างประเทศ

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

โดยกิจกรรมนี้ผู้เล่นมักจะหาเทือกเขาที่อยู่ภายในประเทศในการปีนซึ่งการปีนแต่ละครั้งก็จะมีการจดเป็นสถิติไว้กีฬาปีนหน้าผาได้รับความนิยมเพราะมีสาเหตุมาจากการปีนเขาในพื้นที่ต่างๆทั่วโลกโดยการปีนเขานั้นจะเป็นการเดินไปตามสันเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขาเลยทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการไปสู่ยอดเขาแทนที่จะเดินไปตามทางที่มีไว้ให้กลายมาเป็นการปีนป่ายไปตามจุดตามมุมต่างๆของเขาลูกนั้นที่มีความชันและอันตรายเป็นอย่างมากแต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

สำหรับที่ประเทศไทยก็ได้มีการสร้างหน้าผาจำลองให้คนที่ชอบท้าทายความสูงได้ไปปีนเล่นกันโดยจะมีอยู่ที่เขตบางกอกน้อยกับ Gravity Lab Bangkok และที่เขตบางกะปิอีก 2 แห่งคือ F5 Climbing Center และ KKT Outdoor Climbing Wall ซึ่งทุกที่ที่ได้กล่าวมาการันตีเรื่องความปลอดภัยในการปีนอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันโดยผู้ชนะคือคนที่ปีนขึ้นสู่ด้านบนได้ไวที่สุดก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีกับกิจกรรมนี้ที่ได้มีการจัดขึ้นในประเทศไทย

ทีนี้หากเป็นมือใหม่ต้องเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์อะไรกันบ้างนั้นอย่างแรกเลยคือร่างกายอย่างที่บอกไปว่าการปีนหน้าผาเป็นการปีนจากจุดที่ยากของภูเขาเพื่อไปถึงยอดเขาดังนั้นต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมในการปีนอย่างที่สองคืออุปกรณ์ในการปีนอุปกรณ์หลักของการปีนหน้าผาก็จะมีลวดสลิง, หมุดไว้ร้อยสลิง, ถุงมือไว้ใช้ในการปีน, กระเป๋าไว้ใส่อุปกรณ์ต่างๆและหมวกกันน็อค

การแต่งกายในการปีนหน้าผาหากหาดูในยูทูบบ่อยๆจะเห็นได้ว่าผู้ที่ปีนหน้าผาจะเลือกการแต่งกายให้กระชับกับรูปร่างมากที่สุดเพราะไม่อาจคาดเดาได้ว่าเสื้อผ้าที่เราใส่นั้นจะไปเกี่ยวกับอะไรหรือก่อให้เกิดอันตรายตรงไหนหรือเปล่าดังนั้นการแต่งกายจึงสำคัญมากกับการทำกิจกรรมประเภทนี้ทีนี้ประเภทของการปีนหน้าผาก็ถูกแบ่งออกไว้หลายประเภทด้วยกันแต่ที่คนจะนิยมมาคือการปีนแบบกำแพงนั้นคือปีนเขาในส่วนที่ดิ่งลงมาไม่มีชะง่อนผาโผล่ออกมาส่วนแบบอื่นที่ได้รับความนิยมมากคือปีนตามโขดหินที่โผล่มาซึ่งการปีนแบบนี้จะมีพื้นที่ที่ให้ปีนโดยเฉพาะและจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เซฟตี้ไว้ก่อนแล้ว

อีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากทั่วโลกคือการปีนเขาโดยการปีนเขานี้จะปีนกันเป็นกลุ่มซึ่งจะมีจำนวนกี่คนก็ได้โดยจะมีอุปกรณ์มากกว่าการปีนหน้าผาเพราะการปีนเขาต้องไปพักแรมตามจุดต่างๆระหว่างการเดินทางแต่การปีนเขาจะมีอันตรายมากกว่าการปีนหน้าผาเพราะหากร่างกายไม่พร้อมอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้และเทือกเชาที่นักปีนเขานิยมไปเยือนมากที่สุดคงจะหนีไม่เทือกเขาเอเวอร์เรสต์ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกและก็มีนักปีนเขาเสียชีวิตที่นี่หลายรายเช่นเดียวกันสำหรับมือใหม่ที่อยากจะทำกิจกรรมนี้ก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลและเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น

# การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

Virgin Active Thailand (EmQuartier)

Virgin Active Thailand (EmQuartier)

Virgin Active Thailand (EmQuartier)

วันนี้เราจะพาคุณมาสัมผัสประสบการณ์การปีนหน้าผาจำลอง Indoor ใจกลางกรุงกันนะคะ และบอกได้เลยว่าที่นี่คุณสามารถเดินทางมาได้ง่ายที่สุด สะดวกที่สุด อีกทั้งยังครบวงจรมากๆอีกแห่งหนึ่งเลยทีเดียวก็ว่าได้ และที่ที่เรากำลังพูดถึงกันอยู่นี้นั่นก็คือ Virgin Active Thailand สาขา EmQuatier นั่นเอง ซึ่งเหมาะมากๆสำหรับใครที่ชอบออกกำลังกาย เป็นสายรักสุขภาพ และที่สำคัญถ้าคุณเป็นอีกคนนึงที่ชอบปีนเขาก็ต้องห้ามพลาดเลยทีเดียว

Virgin Active Thailand (EmQuartier)

มาทำความรู้จักกับยิม Virgin Active Thailand (EmQuartier) กันดีกว่า

สำหรับที่นี่ก็ถือว่าเป็นศูนย์ออกกำลังกายชั้นนำที่มาพร้อมกับความหรูหรามีระดับ รวมถึงความนครบครันของเครื่องเล่น อีกทั้งในตอนนี้ Virgin Active ก็ยังเอาใจคนที่หลงไหลในการปีนหน้าผา โดยเพิ่ม หน้าผาจำลองมาให้คุณได้ปีนอีกด้วย และด้วยทำเลที่ดีที่สุดของที่นี่ก็ทำให้คุณสามารถเดินทางมาได้อย่างสะดวกสบาย โดยไม่ต้องปวดหัวกับปัญหาการจราจร คุณสามารถนั่ง BTS มาลงที่สถานีพร้อมพงษ์แล้วก็เดินเข้าห้างมาได้เลย นับว่าเป็นอีกหนึ่งแหล่งเชคอินแห่งใหม่ที่เอาใจชาวเมืองไม่น้อย

ถึงแม้ว่าที่นี่จะเป็นสถานที่ออกกำลังที่ครบวงจรแต่ก็ทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ เพราะ Wall ที่นี่นั่นมีรองรับให้กับนักปีนหน้าผาสุดสายเลยทีเดียว ที่นี่มีทั้งการปีนแบบ Top Rope, Lead Climbing และแบบ Bouldering ด้วยเช่นเดียวกัน นับได้ว่าครบถ้วนมากๆเลยทีเดียว อีกทั้งยังมี Route ที่หลากหลาย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปีนหน้าผา Level ไหนก็สามารถมาเลือกปีนกันได้หมด และแน่นอนว่าที่ก็ยังคำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลัก เพราะฉะนั้นมาตราฐานระดับ Virgin Active Thailand จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของที่นี่ก็มีพร้อมสรรพ ไม่ว่าจะเป็น ล็อคเกอร์ ห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ สถานที่ออกกำลังกาย ห้องซาวน่า สปาน้ำอุ่น สระว่ายน้ำ Indoor และกิจกรรมเรียกเหงื่อมากมายที่รอให้คุณได้ลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ รวมถึงทำเลที่ออยู่ใจกลางเมืองที่สุด เดินทางได้สะดวกสบายที่สุด และประหยัดเวลามากที่สุดอีกด้วย

ที่ตั้ง

ห้างสรรพสินค้า The EmQuartier ชั้น 4 กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 770 9797

วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เปิดบริการเวลา 6.00-22.00 วันเสาร์-วันอาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เปิดบริการเวลา 8.00-22.00

เรียกได้ว่าที่ Virgin Active Thailand (EmQuartier) แห่งนี้ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ปีนหน้าผาจำลองที่มีความครบครันทั้งทางด้สนความสะดวกสบายในการเดินทาง สถานที่ที่มีมาตรฐาน และยังเป็นศูนย์รวมการออกกำลังชั้นนำอีกหนึ่งแห่งที่เอาใจชาวเมืองมากๆ ถ้าใครเดินช้อปปิ้งกันเบื่อแล้วก็เปลี่ยนมาลองปีนหน้าผากันได้ที่นี่เลยนะคะ

 

# Climb Central Bangkok

Rock Domain Climbing Gym

Rock Domain Climbing Gym

Rock Domain Climbing Gym

ถ้าใครที่อยากจะลองมาปีนหน้าผาจำลองแบบ Indoor เราขอแนะนำให้คุณมาพบกับยิมปีนหน้าผาที่เรียกได้ว่าใหญ่ที่สุดในประเทศไทยกันที่นี่เลย Rock Domain Climbing Gym เพราะที่นี่ขึ้นชื่อว่าเป็น Community ของเหล่านักกีฬาปีนหน้าผาและผู้ที่ชื่นชอบในการปีนหน้าผาเลยก็ว่าได้ ด้วยความที่มีพื้นที่ใหญ่โต จึงมี Wall และมี Route ให้ปีนมากมายหลากหลายเส้นทาง เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงเลยว่าจะคนเยอะแล้วคุณจะไม่ได้ปีนเท่าที่ควร เพราะที่นี่นั่นสามารถรองรับได้พอดีอย่างแน่นอน และไม่ว่าคุณจะเคยปีนมาบ้างแล้ว หรือว่าไม่เคยปีนมาก่อนเลยก็ไม่ต้องห่วงเพราะที่นี่เหมาะสำหรับทุกวัยทุก level เลยทีเดียว

Rock Domain Climbing Gym

มาทำความรู้จักกับยิม Rock Domain Climbing กันที่กว่า

สำหรับที่ยิมปีนหน้าผาแบบ Indoor แห่งนี้นั่นถือว่าเป็นยิมที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ด้วยขนาด 1,460 ตารางเมตร ซึ่งมีหน้าผาจำลองหลายแบบหลากสไตล์ให้คุณได้เลือกปีน ไม่ว่าจะเป็นแบบ Top Rope, Lead Climbing หรือ Bouldering ก็มีทั้ง Wall และ Roof ให้ได้ลองปีนกันอย่างสนุกสนาน เพียงเท่านั้นยังไม่พอที่นี่ก็มีในส่วนที่เป็นยิมให้คุณได้ทดลองพละกำลังของมือ แขน และขาของคุณได้อีกด้วย ที่ Rock Domain Climbing Gym แห่งนี้นับได้ว่าคำนึงถึงความปลอดภัยได้ดีมากๆเลยทีเดียว เพราะสำหรับการปีนแบบ Top Rope ที่นี่จะมีรอกที่ช่วยคานน้ำหนัก ทำให้ถึงแม้ว่า Climber จะมีน้ำหนักตัวที่มากกว่า Belayer เป็นเท่าตัวก็สามารถปีนได้ และสามารถลงมาได้อย่างปลอดภัยอีกด้วย

Rock Domain Climbing Gym

ที่นี่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งหน้าผาจำลอง Indoor ที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากจากกลุ่มนักปีนหน้าผา เพราะด้วยความกว้างขวาง และความเอาใจใส่ของเจ้าหน้าที่ที่นี่ทำให้คุณทุกคนรู้สึกอบอุ่น เป็นกันเอง และหลายๆคนยังได้มารู้จักเพื่อนใหม่ๆ รวมถึงได้ Buddy ในการปีนสหน้าผาจากที่นี่อีกด้วยนะคะ และที่สำคัญถึงแม้ว่าคุณจะไม่เคยมีประสบการณ์การปีนหน้าผาจำลองมาก่อนเลย เจ้าหน้าที่ที่นี่ก็พร้อมที่จะสอนและให้คำแนะนำเป็นอย่างดี สำคัญข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับการปีนหน้าผา ทั้งการเป็น Climber และ Belayer

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

ด้วยความที่มีพื้นที่กว้างขวางไม่ใช่เฉพาะในยิมเท่านั้น ลานจอดรถที่นี่ก็กว้างมากด้วยเช่นกัน อีกทั้งที่นี่ยังมีคาเฟ่ให้คุณได้ซื้ออาหาร เครื่องดื่ม และขนมทานกันได้อีกด้วย รวมถึงที่เช่าอุปกรณ์ต่างๆ ทั้ง Climbing Shoes และ Harness สำหรับใครที่มีสัมภาระมากมายก็ไม่ต้องกังวล เพราะว่ามีห้องล็อคเกอร์สำหรับเก็บของให้คุณด้วยเช่นกัน รวมถึงห้องสุขา และห้องอาบน้ำ

ที่ตั้ง

ที่ Rock Domain Climbing Gym จะตั้งอยู่ที่ 1780 ถนนบางนา-ตราด บางนา กรุงเทพฯ ซึ่งยิมแห่งนี้จะอยู่ติดกับถนนเลย

เบอร์ติดต่อ : 02 399 4648

วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ ให้บริการเวลา 11.00-21.30 วันเสาร์-วันอาทิตย์ ให้บริการเวลา 10.00-21.30

หากคุณเป็นอีกคนหนึ่งที่อยากจะมาเปิดประสบการณ์การปีนเขาที่น่าประทับใจ มีเจ้าหน้าที่คอยดูแลให้การแนะนำอย่างเป็นกันเอง มีพื้นที่กว้างขวางแล้วล่ะก็ เราแนะนำให้คุณมาที่นี่เลย Rock Domian Climbing Gym รับรองได้ว่าคุณจะไม่ผิดหวังอย่างแน่นอน

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

สำหรับใครที่เริ่มต้นเล่นกีฬาปีนหน้าผามาสักระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มที่จะปีนบ่อยขึ้นเรื่อยๆแล้วอยากจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองจะได้ไม่ต้องเช่าที่ยิมทุกครั้งไป เราก็จะมาแนะนำกันว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่คุณควรจะซื้อเอาไว้เป็นของตัวเองกันนะคะ หรือใครที่กำลังจะเริ่มต้นไปปีนหน้าผาก็มาอ่านเพื่อเก็บข้อมูลกันดูก็ได้นะคะ จะได้ทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆกันได้เลย

 

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

Climbing Shoes (รองเท้าปีนหน้าผา)

สำหรับรองเท้าปีนหน้าผา จะเป็นรองเท้าที่มีการทำเป็นพิเศษ ซึ่งรองเท้าจะทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน มีความยืดหยุ่น จะมียางแข็งๆหุ้มบริเวณหัวรองเท้า พื้นรองเท้า และบริเวณส้นเท้าด้วยเช่นเดียวกัน แล้วการเลือก Climbing Shoes ที่ดี คุณจะต้องเลือกรองเท้าที่ใส่ได้พอดีกับเท้า และต้องดูความสมมาตรของพื้นรองเท้าด้วยนะคะ Climbing Shoes ที่ดีต้องไม่มีรอยต่อของพื้นยางที่หุ้มส่วนของปลายเท้าและส้นเท้า มียางที่หนามีความหนึบเพราะให้เกาะกับ Holds ได้ดี หรือเมื่อคุณต้องไปปีนแบบ Outdoor เจอหินที่แหลมคมก็สามารถเหยียบขึ้นไปได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

Harness (สายรัดเอว)

Harness เป็นสายรัดที่จะอยู่ติดกับสะโพกและเอวของเราตลอดเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดเครื่องมือ Belaying Device และเป็นตัวเกี่ยวกับ Rope ในเวลาที่คุณปีนหน้าผา หรือเรียกง่ายๆว่า Harness เป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้ติดอุปกรณ์ Safety ในรูปแบบการปีนแบบ Sport Climbing นั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อ Harness ที่ดีจะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน ใส่ได้สบาย สามารถปรับเข้ากับรูปร่างของคุณได้พอดี และมีที่สอดเก็บสายที่สายเกินความจำเป็นได้ด้วย

 

Belaying Device (ตะขอและรอกที่ใช้ทำการ Safe ผู้ปีนหรือClimber)

สำหรับ Belaying Device ก็เป็นอุปกรณ์เล็กๆที่คล้ายกับตะขอล็อก และมีอุปกรณ์เล็กๆที่คล้ายรอก ใช้เพื่อสอดใส่ Rope เพื่อคอยคานน้ำหนักและคอยปล่อยเชือกให้ Climber ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้คุณต้องคัดสรรเป็นพิเศษ เพราะว่านั่นหมายถึงความปลอดภัยของที่ Belayer และ Climber ด้วยเช่นกัน การเลือกง่ายๆเลยคือ ตัวตะขอล็อคสามารถใช้งานได้ดีไหม และมีความแข็งแรงทนทานหรือไม่ ซึ่งบอกได้เลยว่าอุปกรณ์ตัวนี้นั้นสำคัญมากเลยทีเดียว

 

Chalk bag (ถุงใส่ชอล์ค)

เพื่อการปีนที่ดีและสามารถจับ Holds ได้ดีขึ้นคุณจะต้องใช้ชอล์คช่วยค่ะ ซึ่งชอล์คจะทำหน้าที่ลดความมันและลื่นของ Holds ที่คุณจะจับในการปีนขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคุณต้องมีชอล์คติดตัวตลอดเวลา จึงมีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Chalk Bag ขึ้นมา หรือเรียกกันง่ายๆว่าถุงใส่ชอล์คนี่แหละค่ะ ซึ่ง Chalk Bag ก็จะเป็นถุงเล็กๆมีขนาดพอดีกับที่เราสามารถเอามือเข้าไปล้วงชอล์คข้างในได้สะดวกสบาย อีกทั้งยังมีสายที่ติดกับเอวอีกด้วย

และนี่ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์หลักๆที่จำเป็นต่อการปีนหน้าผา สำหรับใครที่อยากจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง หรือใครที่กำลังจะเริ่มต้นปีนก็จะได้รู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

 

F5 Climbing Center