Category มอเตอร์ไซค์ และรถยนต์

การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

หลังจากที่วงการโมโตครอสบ้านเราซบเซามาหลายปี จนมาในช่วงประมาณ10ปีที่ผ่านนั้นได้รับความนิยมอีกครั้งและไม่ได้รับความนิยมธรรมดาเป็นการได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดดเพราะเราจะสังเกตได้ว่ามีการแข่งขันจักรยานยนต์วิบากอยู่มากมายหลายรายการหลายสนามกระจายอยู่ทั่วประเทศเมื่อเป็นเช่นเช่นนั้นทางประเทศไทยเราเองจึงได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตครอสชิ่งแชมป์โลกมากมายหลายรายการและก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ชอบในกีฬาจักรยานยนต์วิบากและนักแข่งทั่วโลกซึ่งการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกในบ้านเรานั้นยังเป็นการช่วยยกระดับฝีมือของนักแข่งโมโตครอชาวไทยไปในตัวอีกด้วย

การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยทางด้านเศรษฐกิจให้ดีขึ้นโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวซึ่งมาการกะประมาณเอาไว้ว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเพราะการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์โลกนั้นน่าจะสูงถึงมากกว่า 100 บาท ต่อปีกันเลยทีเดียว ซึ่งทางรัฐเมื่อเห็นประโยชน์ของการแข่งขันก็ให้การสนับสนุน และส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และทำให้ต่างชาติเห็นว่าเรานั้นมีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าสนามแข่งที่ได้มาตรฐาน และหลากหลาย ทำให้สนามชิงแชมป์โลกในบ้านเราเริ่มเป็นจุดหมายปลายทางของนักแข่งหลาย ๆ ประเทศ

เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการจัดการแข่งขัน เราจึงได้เริ่มเนรมิตสนามแข่งขันจักรยานยนต์วิบากขนาดใหญ่ในกรุงเทพ ชื่อว่าสนาม รึคแคร์ ปาร์ค และทุ่มทุนสร้างอย่างจริงจังโดยใช้งบประมาณในการสร้างสูง ถึงกว่าพันล่านบาทบนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ กันเลยทีเดียว ซึ่งบริเวณสนามนั้นก็ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลที่ดี โดยเดินทางจากสนามบิน ใช้เวลาเพียง10-15 นาทีเท่านั้น โดยสนาม สนามรึคแคร์ ปาร์ค ยังพร้อมที่จะเป็นสนามอเนกประสงค์อีกด้วย โดยพร้อมจัดการแข่งขัน กีฬาประเภทอื่น ที่เหมาะสม เท่านั้นยังไม่พอยังได้มีการสร้างสนามที่ไม่ห่างจากกรุงเทพขึ้นอีก โดยเป็นการสร้างที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยยังเป็นศูนย์ฝึกซ้อมของทีมชาติ และตัวสนามก็จะยังใช้จัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผลพลอยได้เรื่องเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวนั้น จะถูกดูดเข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

รายการแข่งขันระดับโลกของไทยในช่วงที่ผ่านมา

โดยในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยก็ได้เริ่มจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกไปหลายรายการและประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีผู้จัดอย่าง บริษัท IDEMITSU ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันเครื่องเจ้าใหญ่เขามาเป็นผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อยู่ตลอด

โดยในปี 2018 นั้นก็เป็นจัดการแข่งขันรายการ IDEMITSU Thailand Supercross ถือว่าเป็นรายการเปิดตัวเพื่อให้นักแข่งทั่วโลกรู้จักสนามแข่งขันในประเทสไทยโดยทุ่มงบประมาณในการจัด ถึง สองร้อยล้านบาทกันเลย และต่อมา ในปี 2019 ก็จัด IDEMITSU Thailand Supercross 2019 อีกครั้ง โดยคราวนี้ไปจัดการแข่งขันที่จังหวัดระนอง เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัด ในส่วนผู้สนับสนุนรายอื่น ที่เข้ามาจัดการแข่งขันก็คือ FMSCT ซึ่งได้จัดการแข่งขัน FMSCT Thailand Supercross 2019 ที่จัดการแข่งขันกันที่สนามสนามรึคแคร์ปาร์คที่ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งนักแข่งไทยละนักแข่งต่างชาติและก็มีประชาชนเข้าชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อยที่การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลกในประเทศไทยขาดความต่อเนื่องเพราะสะดุดกับปัญหาวิกฤตโรคระบาดไวรัสโควิด – 19 ทำให้ต้องงดการแข่งขันรายการต่าง ๆ อย่างไม่มีกำหนด เพราะถึงแม้จะจัดได้ ก็เป็นได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่นักแข่งชั้นนำแนวหน้าจากทั่วโลกจะเข้ามาทำการแข่งขัน คงต้องรอดูว่าหลังจากนี้ไปจะมีการจัดการแข่งขันได้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง

 

# เทคนิคการขี่ motocross

เทคนิคการขี่ motocross

เทคนิคการขี่ motocross

ในการเล่นกีฬาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือมือสมัครเล่นนั้นย่อมต้องมีความเชี่ยวชาญ หรือจำเป็นต้องฝึกซ้อมอยู่เสมอ ยิ่งกีฬาที่มีความท้าทาย และมีความเสี่ยงอย่างเช่นการปั่นจักรยานไม่ว่าประเภทถนน หรือประเภทเสือภูเขา รวมไปถึงการขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก หรือที่เรียกกันว่า motocross นั้นยิ่งต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญเข้าไป เพราะเป็นกีฬาที่ใช้ความเร็ว ไปในเส้นทางที่เสี่ยง และผาดโผน หากไม่มีความชำนาญหรือเทคนิคดี ๆ แล้วนั้น อาจจะหมดสนุก รวมไปถึงเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะว่าขี่ได้กับขี่เป็นนั้นแตกต่างกันเราจึงนำเอาเทคนิคการขี่ motocross มาฝากกัน

เทคนิคการขี่ motocross

รู้จักรอบของเครื่องยนต์

รถจักรยานยนต์วิบากแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้น มีขีดความสามารถที่ไม่เหมือนกันฉะนั้นหากเราใช้รถรุ่นไหนอยู่ หรือกำลังได้รถมาใหม่ หรือกำลังเปลี่ยนรถใหม่ โดยเฉพาะรถวิบากนั้นจะเน้นอัตราการเร่งเป็นสำคัญ ยิ่งตอนออกตัวถ้าใครเคยดูการแข่งขัน motocross จะเห็นว่าใส่กันสุดคันเร่ง ถึงขั้นยกหน้ากันเลย ในระหว่างที่ขี่นั้นในเส้นทางวิบากจะมีการเข้าโค้งผ่อนหนักผ่อนเบา ตามความยากของเส้นทาง การรักษารอบ คันเร่ง และการเปลี่ยนเกียร์คือสิ่ง ที่สำคัญที่สุดต้องสัมพันธ์คล้องจองกันอย่างถูกจังหวะ เพราะถ้าขี่รอบที่ต่ำเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาได้

 

จัดท่าทางการขับขี่ให้ถูกต้อง

การขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก หรือ motocross นั้นแตกต่างจากการขี่จักรยานยนต์ทางเรียบโดยทั่วไปอยู่แล้ว เพราะต้องเน้นการควบควบคุมรถที่อยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ สมาธิต้องจดจ่อกับเส้นทางที่กำลังไปว่ามีอะไรขวางอยู่บ้าง การจัดท่าทางการขี่นั้นจึงสำคัญ โดยอย่างแรกเลยก็คือการวางเท้า โดยที่เท้าขวานั้นต้องอยู่ที่บริเวณคันเกียร์อยู่เสมอ (ยกเว้นตอนเอาเท้าลงพื้นเพื่อประคองรถ) เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสอดคล้อง กับรอบของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนตลอดเวลา ส่วนเท้าซ้ายนั้นก็ต้องอยู่ทีคันเบรกอย่าให้ห่างเช่นกัน เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินก็จะสามารถหยุดรถได้ทันท่วงที โดยเทคนิคการเบรกนั้นก็เน้นไปที่เบรกมือ หรือเบรกหน้าในระดับ 70% และใช้เบรกหลัง 30% เมื่อจะทำการหยุดรถ ในส่วนของท่านั่นนั้น เข่าก็ควรจะต้องหนีบถังน้ำมันตลอดเวลา ซึ่งจริง ๆแล้วการขี่ motocross นั้นปกติส่วนใหญ่ก็จะยืนเสียมากกว่าเพราะมันง่ายต่อการทรงตัว ในการยืนนั้นก็ควรจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ช่วงแขนรวมไปถึกศอกกางออก และควรเทน้ำหนักไปทางด้านหน้าเสมอ

 

รู้หลักการเข้าโค้ง

รถจักรยานยนต์ motocross นั้นด้วยการที่ออกแบบรวมไปถึงโครงสร้างทั่วไปนั้นจะแตกต่างจักรยานทางเรียนชนิดอื่น ๆ การเข้าโค้งจึงแตกต่างกันออกไปด้วย โดยการเข้าโค้งของมอเตอร์ไซค์วิบากนั้นควรที่จะยื่นเท้าเฉียงออกไปด้านประมาณ 45 องศาเพื่อง่ายต่อการควบคุมรึและเพื่อความสมดุลยกตัวอย่างเช่นเมื่อเข้าโค้งด้านซ้ายก็ให้ยื่นเท้าซ้ายเมื่อเข้าโค้งขวาก็ยื่นเท้าขวา

การถ่ายเทน้ำหนักเมื่อข้ามสิ่งกีดขวาง

การข้ามสิ่งกีดขวางนั้น ไม่ว่าจะเป็นท่อนไม้ กิ่งไม้ หินหรือหลุมบ่อ การขี่รถข้ามไปนั้นจังหวะที่ล้อหน้าข้าม ให้จับแฮนด์รถให้มั่นพร้อมกับยืนแล้วเอนตัวไปด้านหลัง เพื่อทำให้ช่วงหน้าของรถนั้นเบาที่สุด เมื่อถึงจังหวะที่ล้อหลังกำลังจะข้ามก็ให้เอนตัวโน้นตัวไปด้านหน้า เพื่อเป็นการถ่ายเทน้ำหนักให้ช่วงหลังของรถนั้นเบานั่นเอง

หวังว่าเทคนิคเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยให้นักบิดนำไปใช้ได้อย่าเกิดประโยชน์และที่สำคัญไม่ว่าจะขับขี่เส้นทางไหนก็ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักแล้วเราจะสามารถสนุกกับการขี่มอเตอร์ไซค์ไปอีกนาน

 

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

3 จักรยานยนต์วิบาก สายลุยรุ่นใหญ่

3 จักรยานยนต์วิบาก สายลุยรุ่นใหญ่

สำหรับนักบิดหลาย ๆ คนที่หันมาเลนรถจักรยานยนต์วิบากนั้น ก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป บางคนชอบ ความตื่นเต้น ชอบผจญภัย หรือเพื่อการออกทริป ท่องเที่ยว แต่โดยส่วนมากแล้วคนที่ชอบออกทริปท่องเที่ยวนั้น หรือสายทัวริ่ง ก็มักจะเน้นรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งเดินทางได้สบายใจกว่า แต่สำหรับใครที่ชอบแนวทัวริ่งด้วย และสามารถลุยไปได้ทุกเส้นทาง นั้นก็ควรจะเน้นไปที่รถรุ่นใหญ่ แนว Adventure ซึ่งก็จะมีมาแนะนำให้รู้จัก 3 รุ่นด้วยกัน

3 จักรยานยนต์วิบาก สายลุยรุ่นใหญ่

Triumph Tiger 800

สำหรับ Triumph Tiger 800 ออกแบบดีไซน์อย่างสวยสง่า ดูแกร่ง และแรง ซ่อนความดุดัน ราวกับเสือ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 800 ซีซี 95 แรงม้า นั่นจึงทำให้มีรถมีความแรงบิดได้อย่างใจนึก ด้านความปลอดภัยในด้านไฟส่องสว่างนั้นหมดห่วงด้วยไฟในแบบ LED โครงสร้างแข็งแรงทนทาน ส่วนล้อรถนั้นเป็นแบบซี่ลวด ยางอย่างหนา โดยขนาดโดยยางหลังนั้นจะหยาและเล็กกว่ายางหน้าเล็กน้อยระบบของรถนั้นก็ยังควบคุมด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถปรับโหมดขับขี่ให้สอดคล้องกับทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นโหมดในการขี่ตอนฝนตก ขี่ถนนปกติ ขี่แบบ ออฟโรด รวมไปถึงขี่แนว สปอร์ตก็สามารถทำได้ และยังสามารถเพิ่มโหมดการขับขี่ใหม่ได้อย่างเช่น โหมด ออฟโรด โปร ซึ่งโหมดนี้สามารถไปได้ในทางที่กันดารมากขึ้นได้อย่างหมดห่วงนั่นเอง ทางค่าย Triumph นั้นยังเครมอีกว่าเป็นรถจักรยานยนต์วิบากสายลุยที่ใช้โหมด ออฟโรด โปร ส่วนทางด้านแฮนด์นั้น ยังสามารถควบคุมง่ายด้วยปุ่มบังคับราวกับเล่นเกม กันเลยทีเดียว

 

BMW F 850 GS Adventure

เป็นแบรนด์ดัง ยี่ห้อหรู ที่ใครหลาย ๆ คนหมายปองสำหรับ BMW F 850 GS Adventure มีมาพร้อมความสวยเท่ บาดใจ นอกจากนี้ยังมันรถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ที่เน้นไว้ออกเดินทางทริปไกล ๆ ได้อย่างค่อนข้างจะดีมาก เพราะที่นั่งของขนขับนั้นออกแบบมาค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบนั่งสบาย ส่วนแฮนด์ และรวมไปถึงส่วนต่าง ๆ นั้นค่อนข้างจะจัดตำแหน่งได้อย่างลงตัวเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สามารถลุยได้ทุกเส้นทางทั้งทางถนนเรียบ และทางกันดาร สามารถท่องเที่ยวด้วยการขี่ยาว ๆ เพราะถังน้ำมัน บรรจุได้ถึง 23 ลิตร ไฟส่องสว่างเป็นรูปแบบ LED เห็นชัดเจนไม่ว่าจะมืดแค่ไหนก็ขี่ได้อย่างปลอดภัย วงล้อนั้นเป็นแบบซี่ลวด ขนาดวงล้ออยู่ที่ 21 นิ้ว ซี่รับรองได้ว่าแข็งแรงลุยเส้นทางได้หลากหลายไม่แพ้ล้อแม็กซ์อย่างแน่นอน ทางด้านเครื่องยนต์ของรุรุ่นนี้ก็จัดเต็มมาด้วยขนาด 853 ซีซี 2 สูบ 95 แรงม้า 6 เกียร์  ระบบความร้อนระบายด้วยน้ำ มีระบบ Closed loop ที่ช่วยควบคุมเครื่องยนต์และระบบไอเสียการนุ่มสบายในการขับขี่นั้นก็ถือว่าทำได้ดีเพราะใช้โช๊คแบบหัวกลับแข็งแกร่งด้วยสวิงอาร์มที่ทำจากอะลูมิเนียมซึ่งโดยรวมแล้งจัดได้ว่าเป็นรถรุ่นใหญ่ที่เพอร์เฟคมาก

 

Yamaha Tenere 700

รถวิบากรุ่นใหญ่จากค่าย Yamaha ในรุ่นนี้นั้นออกผลิตออกมาเป็นแนว Adventure เต็มรูปแบบ สวยแกร่งดูดีมีสไตล์ คล่องตัวสูง โฉบเฉี่ยวพร้อมลุยไปทุกที่ ส่วนตัวของรถนั้นก็แรงหนัก ด้วยเครื่องยนต์ 689 ซีซี 2 สูบ 4วาล์ว 54 แรงม้า เกียร์ 6 Speed ทำงานร่วมกับระบบครัชได้อย่างลงตัว ไฟส่องสว่างในรูแบบ 4 ดวง LED ช่วงล่างนั้นก็ยังนุ่มนวลด้วยระบบกันกระแทก และยางที่หนาแข็งแรงทน และเกาะถนนเป็นเยี่ยม

นี่ก็คือสวยหนึ่งของจักรยานยนต์สายลุยรุ่นใหญ่ที่เอามาแนะนำกันซึ่งหากใครชอบรถขนาดใหญ่รับรองไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอนไม่ว่าจะระบบเครื่องเครื่องยนต์และเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะทันสมัยรับรองรองว่าการขี่ออกไปท่องเที่ยวไกลๆนั้นไม่มีผิดหวังแน่นอน

 

# บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

สำหรับแบรนด์รถจักรยานยนต์ อย่าง YAMAHA นั้นถือว่าเป็นแบรนด์เจ้าใหญ่แบรนด์หนึ่งในตลาดรถจักรยานยนต์ในบ้านเรา แต่สำหรับตลาดรถจักรยานยนต์ประเภทวิบากแล้วดูเหมือน ยามาฮ่า จะค่อนข้างเงียบกว่ายี่ห้ออื่น อาจเป็นเพราะตลาดรถวิบากในบ้านเรานั้นถ้าเทียบกับที่อื่นแล้วอาจจะไม่ใหญ่เท่า เพราะหากใครจำกันได้ รถวิบากรุ่นล่าสุดที่ทาง YAMAHA เข้ามาตีตลาดในบ้านเราก็เป็น ยุค 80 นู้นเลยทีเดียว โดยจักรยานยนต์วิบากในรุ่นนั้นก็คือ YAMAHA DT นั่นเองซึ่งปัจจุบันหากใครครอบครองอยู่ก็ถือว่าเป็นรถคลาสสิคไปแล้วและราคาในท้องตลาดยังสูงอยู่พอสมควรสำหรับคนที่เล่นรถเก่า

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

จนในที่สุดในปีนี้ ( 2020 ) ด้วยความเป็นแบรด์ที่ใหญ่ ทางยามาฮ่า จึงได้ทำการเปิดตัว YAMAHA WR 155 R 2020 เพื่อทำส่วนแบ่งทางการตลาดรถจักรยานยนต์วิบากโดยที่การออกแบบจะเป็นแนวเอ็นดูโร่เพราะดูแล้วค่อนข้างจะอเนกประสงค์กว่าแบบโมโตครอสที่สามารถขี่ได้ในป่าและในสนามแข่งเท่านั้นอีกทั้งอุปกรณ์ต่างๆก็ไม่เทียบเท่าซึ่งประเภทเอ็นดูโร่นั้นจะสามารถจดทะเบียนกับขนส่งได้มีไฟหน้าสัญญาณไฟท้ายและไฟเลี้ยวเป็นต้นทำให้สามารถขี่ไปที่ต่างๆได้อย่างไม่มีปัญหาไม่ว่าจะที่ทางเรียบในเมืองหรือไปเส้นทางกันดารบุกป่าฝ่าดงโดยก่อนหน้านั้นทางยามาฮ่าได้ทำการเปิดตัวและจำหน่ายในประเทศอินโดนีเซียไปก่อนหน้าแล้ว

บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

ในส่วนของเครื่องยนต์ของ Yamaha WR 155 R 2020 นั้น มาด้วยความแรง 155 CC  1 สูบ ขขาด 4 วาล์ว 4จังหวะ 16.4 แรงม้า 10,000 รอบต่อนาที แรงบิดอยู่ที่ 14.3 นิวตันเมตร 6,500 รอบต่อนาที และระบบเกียร์ อยู่ที่ 6 speed ระบบระบายความร้อนนั้นก็ระบายด้วยน้ำ

Yamaha WR 155 R 2020 ยังขับขี่ได้สบายด้วยระบบที่รองรับการกระแทก และสั่นสะเทือนด้วยโช๊คหน้าแบบ Telescopic แกน 41 มิลลิเมตร โช๊คหลังเป็นโช๊คแก๊สในแบบ Telescopic ซึ่งสามารถปรับได้ และยังสร้างความมั่นใจด้านความเซฟตี้ ด้วยระบบดิสเบรกหน้าขนาด 240 มิลลิเมตร ดิสเบรกหลังเป็นขนาด 220 มิลลิเมตร ขอบและวงล้อ หน้าขนาด 21ล้อหลังขนาด 18 นิ้ว เป็นซี่อะลูมิเนียม นั่นนอกจากจะช่วยทำให้ตัวจักรยานยนต์เบาขึ้น ยังสามารถรองรับน้ำหนัก และแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แสงสว่างของไฟรถนั้น

ในส่วนของเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ Yamaha WR 155 R 2020 นั้นก็มีค่อนข้างครบพอสมควรโดยเฉพาะตัวเรือนไมล์ ที่มาในรูปแบบ Digital ซึ่งแสดงข้อมูลได้อย่างเที่ยงตรงแม่นยำ ไม่ว่าจะเป็นระดับน้ำมันเชื้อเพลิง ระดับความเร็ว รอบเครื่องยนต์ บอกระดับเกียร์ และมีการแจ้งเตือน เกี่ยวกับเรื่องความร้อนของเครื่องยนต์ รวมไปถึงสัญญาณไฟต่าง ๆ ด้วย แสงสว่างของไฟรถนั้น ก็ใช้หลอดไฟ ฮาโลเจน ทั้งหมดรับรองว่าสว่างสไหวเห็นชัดเป็นอย่างดี ในการบรรจุน้ำมันเชื้อนั้นสามารถจุได้ถึง 8 ลิตร เพิ่มความปลอดภัยขึ้น อีกระดับด้วยการป้องกันคันค้างด้วยการออกแบบเป็นคันเร่งแบบ 2 สาย

การที่ Yamaha WR 155 R 2020 เปิดตัวครั้งนี้ก็คงจะสร้างความฮือฮาไม่น้อย โดยเฉพาะคู่แข่งโดยตรงอย่า Kawasaki KLX150 ที่คงจะหนาว ๆ ร้อน ๆ พอสมควรเพราะหากเปรียบเทียบกันเรื่องเครื่องยนต์ ดู Yamaha WR 155 R 2020 จะดีกว่าอย่างเห็นได้ชัด สวนในทางด้านราคานั้น Kawasaki KLX150 นั้นเหนือกว่าชัดเขน เพราะว่ามีราคาเพียงแค่ 87,000 ส่วน Yamaha WR 155 R 2020 นั้น ราคาค่อนข้างจะสูงโดยอยู่ที่ประมาณ 10,0000 บาทเลยทีเดียว

และนี่ก็เป็นรายละเอียดที่นำมาฝากสำหรับ Yamaha WR 155 R 2020 เพื่อประกอบการพิจารณาในการตัดสินใจในการจะซื้อหรืออยากจะเปลี่ยนค่ายซึ่งการผลิตออกมาของแต่ละค่ายนั้นก็มีจุดเด่นจุดด้อยแตกต่างกันออกไปการเลือกรถวิบากคู่ใจนั้นก็ขึ้นอยู่กับรสนิยมของผู้ขับขี่เป็นสำคัญ

 

# เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

สำหรับผู้ที่ชื่นชอบในการขี่รถวิบาก สายลุยฝุ่น ลุยโคลนไม่ว่าจะเป็นรถจักรยานยนต์โมโตครอส  หรือเอ็นดูโร่ การหาเส้นทางใหม่ ๆ เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ และหาความท้าทายคือสิ่งหนึ่งที่เป็นเสน่ห์ และความสนุกในการขับขี่เราจึงมาแนะนำ เส้นทางในต่างประเทศ และในประเทศ ที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลกมาฝากกัน

 

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

เส้นทาง บาฮ่า แคลิฟอร์เนีย เม็กซิโก

สำหรับเส้นทางนี้ถือว่าเป็นเส้นทางในฝันของนักบิดสายลุยที่ชอบการขี่ไปในเส้นทางยาวๆลุยฝุ่นลุยทรายที่แสนจะวิบากที่ครอบคลุมพื้นที่ถึงประมาณหนึ่งแสนสี่หมื่นตารางกิโลเมตรได้ได้รับความรู้สึกปลดปล่อยกับบรรยากาศที่หลากหลายไม่ว่าจะเป็นทะเลทรายโล่งกว้างทางตะวันตกของเม็กซิโกหรือหาดทรายละเอียดสีขาวที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา

หากใครที่คิดว่าอยากจะไปลองขี่ลุยในเส้นทางนี้ก็ไม่ใช่เรื่องยากเพราะว่าไม่ต้องนำมอเตอร์ไซค์ของตัวเองไปโดยที่มีบริษัททัวร์หรือรถเช่าที่เปิดบริการเอาใจนักบิดอยู่หลายแห่งและข้อดีของบริษัทเหล่านี้ก็คือมีคนนำทางให้เราและมอเตอร์ไซค์ที่ตรวจเช็คอย่างดีและปรับแต่งให้เข้ากับเส้นทางและภูมิประเทศภูมิอากาศ จึงทำให้รู้สึกขับขี่ออกลุยได้อย่างสบายใจเป็นอย่างมาก

การเตรียมตัวก่อนที่จะจะออกทริปนั้นวางแผนเส้นทางที่จะขี่แล้วก็ต้องมีสิ่งที่ต้องเตรียมอยู่หลายอย่างที่สำคัญเลยก็คือแผนที่ที่ไม่ควรใช่แผนที่จากโทรศัพท์หรืออุปกรณ์ GPS อื่น ๆ เพราะนั่นอาจจะทำให้หลงทางได้ในกรณีที่ แบตเตอรี่หมด หรืออุปกรณ์รวน ทางที่ดีควรจะให้แผนที่กระดาษจะดีกว่า รู้จุดเติมน้ำมัน ว่าแต่ที่ละที่แต่ละจุดนั้น อยู่ที่ไหนบ้าง ห่างกันมากแค่ไหน เพราะนั่นจะทำให้เราไม่น้ำมันหมดกลางทางนั่นเอง และยังสามารถหาน้ำดื่มได้ด้วย ต้องรู้ว่าร้านที่บริการซ่อมรถอยู่ที่ไหนกันบ้าง เพราะการที่เราขี่ในระยะไกล ๆ นั้นเมื่อขี่ได้ระยะแล้วก็จำเป็นต้องถ่ายน้ำมันเครื่อง หรือเปลี่ยนไส้กรอง หากรถมีปัญหาก็สามารถซ่อมได้ พกเงินสดเอาไว้ ถึงแม้ว่าในสหรัฐอเมริกาจะรับบัตรเครดิตกันแทบจะ 100 กันแล้วแต่เพื่อความสบายใจพกเงินสดติดตัวเผื่อฉุกเฉินไว้จะดีกว่า

 

เส้นทางวิบากทางเภาคเหนือที่ จังหวัดน่าน และเส้นทางภาคตะวันออก

ในประเทศไทยนั้น ถือว่ามีภูมิประเทศที่เหมาะต่อการขี่รถวิบากเป็นอย่างยิ่ง ไม่ว่าจะเป็นภูเขาป่าไม้ที่อุดมสมบูรณ์ ทางภาคเหนือของประเทศ หรือจะเป็นเส้นทางชายทะเลทางภาคตะวันออก หรือภาคใต้ ซึ่งนักบิดที่ชอบธรรมชาติสวย ๆ ต้องไปกันให้ได้สักครั้ง

ถ้าเป็นภาคเหนือก็คงต้องเป็นที่จังหวัดน่านที่มีเส้นทางที่มีเส้นทางที่หลากหลายจุดเด่นก็คือถนนสาย 1081 หรือที่เรียกว่าถนนลอยฟ้า ที่ต้องขี่ผ่านเส้นทางบนภูเขาที่มีชื่อเสียงไปทั่วโลก เป็นเส้นทางที่ผ่านหมู่บ้าน ลุยป่าที่อุดมสมบูรณ์ติดกับแนวชายแดนลาว  ซึ่งผืนป่าในจังหวัดน่านนั้น ยังมีความหลากหลาย ทั้งป่าดงดิบ ป่าโปร่ง เส้นทางน้ำตก ที่นักขี่รถวิบากต้องบอกมันคือสวรรค์ชัด ๆ

สำหรับผู้ที่อยากจะปัดในเส้นทางชายทะเลที่ไม่ไกลจากกรุงเทพมากนักเดินทางไม่ไกลก็มุ่งหน้าสู่ภาคตะวันออกของกรุงเทพเข้าสู่ชลบุรี,ระยองจันทบุรี,รวมไปถึงจังหวัดตราดซึ่งมีเส้นทางที่เป็นเลนโคลนให้ท้าทายความสามารถรวมไปถึงการที่ข้ามลำธารเข้าไปในป่าก็ยังได้

นี่เป็นเพียงเส้นทางเล็กๆน้อยๆที่เอามาฝากกันถ้าหากใครพอมีเวลาและมีโอกาส (รวมถึงกำลังทรัพย์ ฮ่า ) ก็ควรจะไปลองสักครั้ง ถ้าไม่ได้ไปในต่างประเทศ ก็ไปขี่ลุยมัน ๆ เส้นทางประเทศก็ยังดี

# Extreme motorsport คืออะไร

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

4โมโตครอสเอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ ไปไหนไปกันได้ทุกเส้นทาง

ในบ้านเรานั้นมีสิงห์นักบิดอยู่หลายแนวมากมาย ซึ่งแต่ละแนวนั้นก็มีความสนุก และจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไปส่วนใครจะเลือกขี่แนวไหนก้แล้วแต่รสนิยมของใครของมัน แต่สำหรับคนที่ชอบแนวลุย ๆ บุกป่าฝ่าดงไปตามเส้นทางธรรมชาติ หรือชอบลุยฝุ่นลุยโคลนให้เนื้อตัวมอมแมม ให้แม่บ้านบ่นตอนซักผ้าก็คงจะเลือกขี่จักรยานยนต์วิบาก ซึ่งในบ้านเราที่เป็นที่นิยมก็คงจะเป็นจักรยานยนต์ โมโตครอส กับเอ็นดูโร่เสียเป็นส่วนใหญ่  ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ 4 รถจักรยานยนต์วิบาก ที่กำลังมาแรงและน่าใช้ในตอนนี้มาฝากกันโดย 4 รุ่นที่ว่ามีอะไรกันบ้างไปดูกันเลย

4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ

1.Kawasaki KX85

สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบากในรุ่นนี้ของค่าย Kawasaki ทำออกมาในรูปแบบของจักรยานยนต์ โมโครอสแบบเต็มรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นขนาดที่เล็กดูปราดเปรียวคล่องตัว กะทัดรัดเหมาะสำหรับสายลุยทุกระดับไม่ว่าจะเป็นมือใหม่หรือมือเก๋า โดยการออกแบบนั้นถึงจะดูเรียบง่าย แต่ก็สวยลงตัว ในรูปแบบของ Motocross ขนาดใหญ่ แต่เครื่องยนต์นั้น เป็นขนาด 85 ซีซี 2 จังหวะ 1 สูบ ระบบวาล์ เป็น Piston reed valve การระบายความร้อนด้วยน้ำ หัวจ่ายก็เป็นคาร์บู Keihin PWK 28 ถังน้ำมันบรรจุได้ถึง 5ลิตร ซึ่งถือว่าเป็นโมโตครอสที่ลงตัวมากเลยทีเดียว

 

2.KTM Enduro 250

สำหรับรถจักรยานยนต์วิบากนั้น ค่าย KTM ย่อมไม่น้อยหน้าใคร โดยรุ่น Enduro 250 นั้น เป็นโฉมใหม่ทั้งหมดทั้งความสวยงาม เครื่องยนต์รุ่นใหม่ รวมไปถึงระบบระบายความร้อน และท่อไอเสีย โดยรุ่นนี้นั้นพัฒนามาจากรุ่น EXT ซึ่งมาปรับให้มีความกะทัดรัด โครงรถเป็นเหล็กแบบโมลิบดีนัม และความเบาของรุ่นนี้นั้นยังเบาขึ้นด้วยการใช้เฟรมโพลีเอทิลีน ในส่วนของความนุ่มนวล รับแรงกระแทกนั้นก็เป็นระบบ WP XPLOR PDS shock absorber ล้อก็เป็นแบบ โมโตครอส เครื่องยนต์ของรุ่นนี้ก็ยังเป็นแบบ กระบอกสูบ วาล์วไทเทเนียม 40 มม. ที่แปลกเพิ่มขึ้นก็คงจะเป็นโซ่ที่มีน้ำหนักเบามากกว่าเดิม แต่แข็งแรงมากขึ้น ในส่วนระบบความปลอดภัยอย่างเบรกนั้นก็เป็น Brembo เผาไหม้หมดจดด้วยหัวเทียนชนิดพิเศษที่เป็นรุ่นใหม่ และรถรุ่นนี้ควบคุมด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ ถ้าดูแล้วรถรุ่นนี้สามารถสู้กับรถยี่ห้อหรู ๆได้เลย

 

3.Kawasaki KLX150 BF

สำหรับ Kawasaki ในรุ่น KLX150 BF นั้น ดูแล้วน่าจะเป็นการผสมกันระหว่าง Motocross กับรูปแบบของทรง Motard ในรุ่นปี 2020 นี้รูปแบบการดีไซน์ยังออกมาให้รู้สึกเทส์สวยงาม และยังให้สามารถขี่ได้อย่างสนุกสนานในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็นทางเรียบ หรือทางกันดาร ส่วนในความสามารถของตัวรถเป็นในแบบ 4 จังหวะ 2วาล์ว 5 speed  มาด้วยเครื่องยนต์ 1 สูบ 150 ซีซี ขอบล้อที่ใหญ่กว่ารุ่นก่อนหน้านี้ซึ่งนั่นจึงทำให้แข็งแรงกว่าเดิม ระบบคาร์บูเรเตอร์ ระบายความร้อนด้วยอากาศ สำหรับรถจักรยานยนต์ Kawasaki KLX150 BF นั้นจึงถือว่า เป็นรุ่นที่น่าใช้อีกรุ่นหนึ่ง

 

4.Honda CRF 250 L

สำหรับมอเตอร์ไซค์วิบาก HONDA รุ่น CRF 250 L นั้นผลิตออกมาในรูปแบบของเอ็นดูโร่ ที่สามารถจดทะเบียนกับขนส่งได้ ทำให้สามารถขี่ไปได้บนท้องถนนทั่วไปอย่างไม่มีปัญหา และถ้าอยากจะออกไปท่องเที่ยวในทางกันดาร หรือบุกป่าฝ่าดงก็สามารถลุยได้อย่างไม่เคอะเขิน โดยมาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 250 ซีซี 6 เกียร์ รูปทรงนั้นดูสวยงามมีเอกลักษณ์สไตล์รถสปอร์ต สะดวกสบายด้วยระบบสตาร์ทมือ โดยการเดินระบบไฟที่ดีเยี่ยมทั่วทั้งคันรถ ไฟหน้ายังเป็นรูป 6 เหลี่ยมเหมือนหัวลูกศร วงล้อที่ใหญ่ขึ้นแข็งแรงขึ้นรับแรงกระแทกได้มากขึ้น เป็นรถจักรยานยนต์วิบากที่น่าสนใจ ไม่น้อยเลยสำหรับ Honda CRF 250 L

 

# Extreme motorsport คืออะไร

Extreme motorsport คืออะไร

Extreme motorsport คืออะไร

Extreme motorsport คือกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่อยู่ในรูปแบบของการแข่งขันทางด้านยานพาหนะ ที่ไม่ว่าจะเป็นการแข่งขันรถแข่ง มอเตอร์ไซต์วิบาก หรือการแข่งขันยานยนต์ทางน้ำ รวมไปถึงเครื่องบินทางอากาศ ก็อยู่ในหมวดเดียวกันกับกีฬาด้าน motorsport ซึ่งจะเพิ่มความผาดโผด หรือความวิบากดลดโผนมากขึ้น จนกลายเป็นกีฬาด้าน Extreme motorsport นั่นเอง ซึ่งประเภทของ Extreme motorsport นั้นแท้จริงแล้วมีแยกย่อยอยู่หลากหลายประเภท หลากหลายรูปแบบ แตกต่างกันไปตามยานพาหนะที่ใช้ รวมไปถึงสถานที่ในการแข่งขัน ก็ถูกแบ่งออกเป็นประเภทที่แตกต่างกันได้เช่นเดียวกัน โดยทางเราได้รวบรวมมาทั้งหมด 5 ประเภท Extreme motorsport ดังนี้

Extreme motorsport คืออะไร

  Rally Racing

เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม มอเตอร์สปอร์ทแบบแรกที่พบเห็นได้บ่อย โดยเป็นรูปแบบการแข่งขันความเร็วของ รถแรลลี่ รถยนต์ขนาดเล็ก หรือรถยนต์ที่ใช้กันทั่วไป แต่นำมาดัดแปลงให้เพิ่มความเร็ว และการทรงตัวกับพื้นถนนให้ดีมากยิ่งขึ้น สำหรับสนามการแข่งขันในรูปแบบ แรลลี่ นี้ จะเป็นสนามที่ไม่มีการลาดยางถนน ซึ่งอาจจะเป็นดินร่วน ๆ หรือหากเจอสภาพอากาศที่ฝนตก ความยากในการบังคับทิศทางรถก็จะเพิ่มมากขึ้น โดยทั้งหมดนี้ผู้แข่งขันจำเป็นต้องฝึกฝนการบังคับรถยนต์ให้มีความคล่องตัวไปกับสถานการณ์ที่ไม่อาจคาดเดาได้ในภายภาคหน้า และที่ขาดไม่ได้เลยคือความเร็ว ความแรงของรถยนต์ ที่จะทำให้นักแข่งถึงเส้นชัยก่อนใครนั่นเอง

Extreme motorsport คืออะไร

  Demolition Derby

เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีม แบบ มอเตอร์สอร์ท อีกหนึ่งประเภทที่มีความโลดโผน ดิบ เถื่อน และมันส์ เป็นอย่างมาก กับการแข่งขัน ขับรถยนต์ที่เน้นการหยุดผู้แข่งขัน หรือรถของผู้แข่งขันคนอื่น ๆ ด้วยวิธีการที่ผู้แข่งขันจำเป็นต้องสร้างความเสียหายให้รถยนต์ของคนอื่น ๆ โดยผู้ที่เข้าเส้นชัยได้ก่อนคือผู้ชนะ แต่ความเอ็กซ์ตรีมที่ยากขึ้นนั้น คือสภาพถนนที่มีทั้งบ่อโคลน ความขรถขระต่าง ๆ ของพื้นถนน ที่ไม่ได้ถูกลาดยางมาเป็นอย่างดี อีกทั้งยังต้องทำลายผู้แข่งขัน โดยการสรรสร้างหาวิธีที่ทำให้รถคันอื่น ๆ เสียหายอีกด้วย ถือว่าเป้นความท้าทายที่น่าสนใจของการแข่ง Extreme motorsport ประเภทนี้เป็นอย่างมาก

  Drifting

เชื่อว่าแฟน ๆ การแข่งรถส่วนใหญ่คงคุ้นชินกับการ ดริฟท์ ที่อาจเกิดขึ้นได้บ่อยในการแข่งรถ แต่การดริฟท์นั้นอาจทำให้ผู้แข่งขันการขับรถเพื่อความเร็วนั้น เสียเวลา และเสียความเร็ว ไปกับการดริฟท์เข้าโค้งได้ เพราะการดริฟท์นั้นเกิดจากการเยียบเบรคที่มากเกินไปและทำให้เสียแรงฉุดในการเลี้ยวได้ แต่ความเท่ของการ ดริฟท์ รถ ทำให้เกิดกีฬามอเตอร์สปอร์ทชนิดใหม่อย่าง Extreme motorsport Drifting ขึ้นมา เพื่อแข่งขันการดริฟท์ที่เพอเฟคที่สุด โดยวัดจากการแสดงดริฟท์รถ ในส่วนของมุมรถ ล้อรถ และควันที่เกิดขึ้นจากการดริฟท์ ถือว่าเป้นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เพิ่งเกิดขึ้นได้ไม่นาน แต่กลับได้รับความนิยมสูงมาก

  Motocross

หรือการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก ก็ถือว่าเป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมอีกหนึ่งประเภทที่ได้รับความสนใจมากอย่างยาวนาน โดยเป็นการแข่งขันกีฬาการแข่งรถมอเตอร์ไซค์ ที่มีรูปแบบออฟโรด มีการสร้างสนามการแข่งขันให้เป็นลักษณะเนินเขา บางเนินเขามีความชันสูงมาก มาพร้อมถนนดินขรุขระที่มีความอันตรายสูง ถือว่าเป็น Extreme motorsport ที่มีทั้งความอันตรายต่อผู้แข่งขันสูง แต่กลับสร้างความตื่นเต้นเร้าใจต่อผู้รับชมมากเลยทีเดียว

  Freestyle Motocross

เป็นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ต่อยอดมาจาก มอเตอร์ไซค์วิบาก โดยเป็นรูปแบบการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากแบบฟรีสไตล์ เน้นการใหคะแนนจากการโชว์ท่วงท่าลีลาการขับ โดยเฉพาะช่วงการลอยตัวกลางอากาศ ที่ถือว่าเป็นจุดเด่นของกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทนี้ สำหรับการแข่งขัน Extreme motorsport ประเภท Freestyle Motocross นั้น นักแข่งจะต้องเปิดตัวด้วยการขับมอเตอร์ไซค์วิบากให้ลอยตัว สตั้นอยู่กลางอากาศ จากการกระโดของตัวยานยนต์ คล้าย ๆ กีฬายิมนาสติกที่ใช้มอเตอร์ไซค์เป็นของคู่กายนั่นเอง

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง