Category สเก็ตบอร์ด

ส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้าง

ส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้าง

หากใครที่เป็นนักกีฬา Extreme ประเภท Skateboard อุปกรณ์อย่างแรกที่ต้องรู้จักเลยคือตัว Skateboard ซึ่งถือว่าเป็นอุปกรณ์หลักเลยในการเล่น ทีนี้หลายๆ คนแม้กระทั่งตัวนักกีฬาเองบางครั้งก็แทบจะไม่รู้เลยว่าอุปกรณ์ส่วนประกอบของ สเก็ตบอร์ด มีอะไรบ้าง วันนี้เลยจะขอพาไปรู้จักกับส่วนประกอบหลักๆ ของสเก็ตบอร์ดว่ามีอะไรบ้างและมีหลักในการทำงานอย่างไร

ส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้าง

1. Deck (แผ่นบอร์ด)สิ่งแรกที่เราต้องรู้จักเลยคือแผ่นบอร์ดหรือที่เรียกว่า “Deck” ส่วนมาจากผลิตมาจากไม้เมเปิ้ล ทำให้มีความเหนียว และทนทานยืดหยุ่นเป็นอย่างมาก ตัวของ Deck ถือว่าเป็นหัวใจสำคัญของการเล่นสเก็ตบอร์ดเลยก็ว่าได้ ส่วนของขนาดนั้นจะอยู่ที่ความถนัดของผู้เล่นเป็นหลัก แต่ขนาดมาตรฐานจะอยู่ที่ประมาณ 8.0 นิ้ว ซึ่งเป็นขนาดที่ไว้สำหรับฝึกซ้อมและสำหรับมือใหม่แต่บางครั้งผู้ที่ชำนาญแล้วก็ใช้บอร์ดขนาดนี้เช่นเดียวกัน แต่ถ้าใครที่ชอบรูดกับราวเหล็กก็มักจะใช้แบบที่ใหญ่กว่าเดิม หรือพวกที่ชองเล่น Flip ก็จะใช้ขนาดที่เล็กลงมา

 

ส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้าง

2. Truck (แกนล้อ)ส่วนประกอบอย่างต่อมาคือ Truck หรือว่าแกนล้อที่จะยึดอยู่กับตัวบอร์ดมีหน้าที่เอาไว้ควบคุมการเคลื่อนที่ของตัวบอร์ด สำหรับตัวของ Truck จะมีน้ำหนักที่แตกต่างกัน และก็มีหลายแบบด้วยกัน แต่ถ้าหากผู้เล่นไม่ได้คิดอะไรมากก็ใช้แบบธรรมดา เพราะหากไปใช้ของแพงโดยไม่จำเป็นตอนที่เราฝึกทำออลี่อาจจะทำให้ Truck เกิดความเสียหายและต้องมานั่งเสียเงินซื้ออันใหม่มาเปลี่ยน

 

ส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้าง

3. Wheel (ล้อ)มีบอร์ดแล้ว มีแกนล้อแล้ว อุปกรณ์ต่อไปคือล้อนั่นเอง ล้อจะช่วยในการขับเคลื่อนตัวเราไปด้านหน้า และยังเป็นตัวที่ใช้วัดความเร็วของสเก็ตบอร์ด แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นผู้เล่นไม่จำเป็นที่จะต้องหาของแพงมาแต่อย่างใด เพราะไม่ว่าล้อจะถูกหรือแพง ไม่ได้เป็นตัววัดความเร็วของผู้เล่น แต่ขึ้นอยู่กับสภาพพื้นผิวของสถานที่ใช้เล่นมากกว่า ซึ่งทางที่ดีควรจะเลือกล้อให้เหมาะสมกับสภาพพื้นผิวที่เล่นจะดีที่สุด 

 

4. Griptape (กระดาษทราย) – อุปกรณ์ตัวที่สี่ หากใครที่เป็นมือใหม่แล้วเพิ่งจะเคยจับสเก็ตบอร์ดเป็นครั้งแรกคงจะรู้สึกสากมือพิกลๆ เหมือนจับกระดาษทราย นั่นแหละคืออุปกรณ์ที่บอร์ดทุกตัวจะต้องกับตัว Griptape หรือกระดาษทราย จะเอาไว้ช่วยเกาะให้รองเท้าของเรายึดติดกับบอร์ดได้แน่นกว่ายึ่ง และเวลาเล่นท่าทางต่างๆ ก็ทำได้ง่ายขึ้นกว่าเดิม นี่แหละคือประโยชน์ของ Griptape

 

5. Bearing (ลูกปืน) – อุปกรณ์สำคัญอีกอย่างที่อยู่ในตัวล้อคือลูกปืนจะมีลักษณะเป็นวงกลมและมีลูกเหล็กอยู่ด้านใน ซึ่งตัวลูกปืนจะมีส่วนสำคัญในการช่วยให้ล้อนั้นหมุนไวขึ้นกว่าเดิมและก็มีหลายเบอร์ด้วยกันไล่ตั้งแต่ 3,5,7,9 แต่ความเร็วที่ได้มาก็ต้องแลกด้วยเงิน ดังนั้นผู้เล่นส่วนมากจึงนิยมใช้แค่เบอร์ 5 กันส่วนที่เหลือไปวัดกันที่เทคนิคของแต่ละคนมากกว่า

 

6. Riser (แผ่นกันกระแทกอุปกรณ์เสริม) – เป็นอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นต้องมีก็ได้กับไรเซอร์เพราะเป็นตัวที่ช่วยแค่กันไม่ให้บอร์ดเป็นรอยกับลดแรงกระแทกในจังหวะที่บอร์ดลงสู่พื้นแต่หากเป็นนักกีฬามือใหม่อาจจะทำให้ทรงตัวและฝึกฝนได้ยากเพราะบอร์ดจะมีขนาดที่สูงขึ้นกว่าเดิมดังนั้นหากใครไม่อยากเสียเงินเพิ่มก็ตัดอุปกรณ์นี้ทิ้งไปได้เลย

 

7. Hardware (น็อต สกรู ทั้งหมด) – ทีนี้เมื่อเรามีทุกอย่างครบแล้วจะประกอบอย่างไรเพื่อให้ทุกอย่างยึดติดแน่นเข้าหากันก็ต้องใช้ตัวน็อตในการประกอบทั้งหมดเข้าหากันเพื่อให้สเก็ตบอร์ดของเราสมบูรณ์แบบ

ละนี่คืออุปกรณ์ทั้งหมดของสเก็ตบอร์ดซึ่งส่วนมากนักกีฬาที่เชี่ยวชาญแล้วจะซื้อทุกอย่างมาประกอบเองเพื่อให้ได้บอร์ดที่ตัวเองต้องการ แต่หากคุณเป็นผู้เล่นมือใหม่หรือยังไม่มีกำลังทุนมากพอก็แนะนำให้ซื้อแบบสำเร็จรูปเลยจะดีกว่าส่วนเรื่องเทคนิคอะไรต่างๆก็ค่อยไปเรียนรู้เอาทีหลัง

 

# สเก็ตบอร์ด จากกีฬาสู่วัฒนธรรมของวัยรุ่นอเมริกา

ท้าความตายกับ Volcano Surfing

ท้าความตายกับ Volcano Surfing

ท้าความตายกับ Volcano Surfing

ขึ้นชื่อว่ากีฬา Extreme แต่ละประเภทกีฬาก็จะต้องเป็นการท้าทายต่อกฎของโลก และก็จะแบ่งเป็นระดับความฮาร์ดคอร์ ตามประเภทกีฬาที่เล่น ส่วนมากที่จะเห็นแบบที่ลุ้นระทึกไปด้วยก็จะเป็นการกระโดดร่ม หรือการกระโดนหน้าผา แต่ว่าถ้าหากสิ่งเหล่านี้ยังไม่สามารถทำให้อดรีนาลีนของผู้เล่นทะลุถึงขีดสุดได้ เลยจะขอแนะนำกีฬา Extreme ประเภทหนึ่งที่เรียกได้ว่ากระตุกต่อมความกล้าของผู้เล่นได้เป็นอย่างดี และเรียกอดรีนาลีนออกมาได้อย่างสุดยอดนั่นคือการเล่น Volcano Surfing ตะลุยไถลไปกับลาวา

ท้าความตายกับ Volcano Surfing

ขึ้นชื่อว่าลาวาคงไม่มีใครอยากจะเข้าใกล้อยู่แล้วเพราะมีอุณหภูมิที่สูงแต่กีฬา Volcano Surfing คือการไปนั่งบนบอร์ดแล้วไถลไปตามแนวลาวาที่ไหลออกมาจากภูเขาไฟที่ยังไม่ดับและมีความลาดชัดเป็นอย่างมาก และหากไม่มีการป้อนกันที่ดีโอกาสที่จะเสียชีวิตจากก๊าซพิษ และความร้อนจากลาวาก็มีโอกาสสูงเลยทีเดียว ทีนี้สถานที่เล่น Volcano Surfing หรือ Volcano Boarding ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดคือที่ Cerro Negro ซึ่งอยู่ใกล้กับ Leon ในนิการากัวตะวันตก

วิธีเล่นก็ไม่มีอะไรมากคือผู้เล่นจะปีนภูเขาไปขึ้นไปบนยอดสูงสุดจากนั้นหามุมที่ลาวาไหลมาจากนั้นก็จะนำเลื่อนมาวางแล้วก็ขึ้นไปนั่งหรือไม่ก็จะยืนบนแผ่นโลหะบางๆที่ทนความร้อนสูงโดยก่อนที่จะเดินทางมายังนิการากัวตะวันตกผู้เล่นส่วนมากมักจะเดินทางไปซ้อมกันที่ภูเขา Yasur ซึ่งอยู่ในประเทศวานูอาตู หลังจากนั้นพอเริ่มคล่องแคล่วแล้ว ก็จะเดินทางมายัง Cerro Negro ต่อไป ซึ่งหากวัดความอันตรายของภูเขาทั้งสองลูกนี้ต่างอันตรายพอๆ กัน เพราะ Cerro Negro ยังเป็นภูเขาไฟที่ยังปะทุอยู่ ถึงแม้ว่าการปะทุครั้งสุดท้ายนั้นจะต้องย้อนไปในปี 1999 ก็ตาม ส่วน Yasur นั้นอยู่ในขั้นที่อันตรายกว่าเพราะยังคงปะทุอยู่ทุกวัน ส่วนอุปกรณ์ที่ใช้นั้นจะมีชุดกันความร้อน, แว่นตา, รองเท้า, และแผ่นบอร์ด

ทีนี้จุดเริ่มต้นของการเล่น Volcano Surfing หรือ Volcano Boarding มาจากนักข่าวของช่อง National Geographic Channel นามว่า Zoltan Istvan ที่ออกมาอ้างว่าตัวเองเป็นผู้คิดค้นสิ่งนี้ขึ้น โดยเขาได้อ้างว่าได้ขึ้นไปทำสารคดีบนภูเขา Yansur บนเกาะแทนนาในวานูอาตู ซึ่งต่อมารายการนี้ได้ออกอากาศทาง National Geographic Channel ในหมวดข่าว 5 นาที โดยทาง Istvan การเล่นกีฬาประเภทนี้จะแบ่งออกเป็น 2 แบบ แบบแรกคือการเล่นบนภูเขาไฟที่ยังไม่ดับ โดยแบบนี้จะมีอันตรายจากทั้งลาวาและก๊าซพิษที่อาจจะทำให้ผู้เล่นตายได้ ส่วนแบบที่ 2 คือการเล่นบนภูเขาไฟที่ดับแล้วโดยแบบที่สองจะไม่มีอันตรายใดๆโดยส่วนมากบริเวณโดยรอบจะเป็นทราย

จะขอกล่าวถึงภูเขาไฟ Cerro เป็นภูเขาไฟที่มีความยาวถึง 2,728 เมตร การปีนขึ้นเขาต้องใช้เวลาประมาณ 45 นาทีด้วยกัน ภูมิอากาศจะร้อนจัด เหมือนอยู่ในเตาอบ เมื่อถึงยอดเขาจะเจอกับลมกรรโชกที่รุนแรงเป็นอย่างมาก โดยนักกีฬาส่วนมากจะนำกระดานผูกติดไว้ที่ด้านหลังซึ่งนั่นจะทำให้เกิดการต้านลมเป็นอย่างมาก บางคนโดยลมตีจนกลิ้งตกจากเขาเลยก็มีเลยทำให้การเดินขึ้นเขาต้องใช้ความระมัดระวังเป็นพิเศษ สำหรับการเล่น Volcano Surfing หรือ Volcano Boarding จะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือแบบแรกจะเป็นการนั่งไปกับบอร์ดซึ่งส่วนมากจะเหมาะกับผู้เล่นมือใหม่มากกว่าส่วนอีกแบบจะเป็นการยืนซึ่งเวลาถ่ายภาพจะได้ภาพที่สวยกว่าทีนี้การเล่นต้องระวังให้ดีเพราะความลื่นไม่เหมือนกับเล่นบนหิมะโดยตามทางลาดจะเต็มไปด้วยก้อนหินทำให้มีแรงเสียดทานสูงมากแม้ว่าจะเป็นทางลาดชัดก็ตาม

 

Extreme motorsport คืออะไร

สเก็ตบอร์ด จากกีฬาสู่วัฒนธรรมของวัยรุ่นอเมริกา

สเก็ตบอร์ด จากกีฬาสู่วัฒนธรรมของวัยรุ่นอเมริกา

สเก็ตบอร์ด จากกีฬาสู่วัฒนธรรมของวัยรุ่นอเมริกา

หากใครที่ชื่นชอบในการดูภาพยนตร์คงจะเห็นภาพของวัยรุ่นของสหรัฐอเมริกาที่ยืนถือสเกตบอร์ดหรือไม่ก็เล่นสเกตบอร์ดตามสถานที่ต่างๆซึ่งนั่นคือกีฬาเอ็กสตรีมยอดนิยมอย่างหนึ่งที่แพร่หลายอย่างมากในหมู่วัยรุ่นของอเมริกาและสิ่งเหล่านี้ได้ฝังรากลึกลงไปกลายเป็นวัฒนธรรมในหลายๆอย่างทั้งการแต่งกาย, การฟังเพลง หรือการใช้ชีวิต ทุกอย่างล้วนแต่ดได้รับอิทธิพลมาจากการเข้าวงการสเกตบอร์ดแทบจะทั้งนั้น และกีฬาประเภทนี้ยังได้รับความนิยมแพร่กระจายไปยังวัยรุ่นอีกหลายๆ ประเทศ

สเก็ตบอร์ด จากกีฬาสู่วัฒนธรรมของวัยรุ่นอเมริกา

ประวัติความเป็นมาของสเกตบอร์ดต้องย้อนไปในยุคทศวรรษที่ 50 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ตอนนั้นกีฬา Surfing กำลังเป็นที่นิยมอย่างมากในวัยรุ่นแถวแคลิฟอร์เนีย แต่สิ่งที่พวกเขาเล่นยังไม่สามารถกระตุ้นให้อะดรีนาลีนของพวกเขาขึ้นสู่ขีดสุดได้ เลยมีการนำไม้กระดานหรือบางทีก็นำแผ่นเซิร์ฟมาติดล้อพร้อมกับแล่นไถลไปตามท้องถนนและกลายเป็นสิ่งที่วัยรุ่นให้ความนิยมมากจนมีคำเรียกวัยรุ่นในสมัยนั้นว่า Sidewalk Surfing เพราะยังไม่มีคำว่า Skateboard เข้ามา

จากนั้นสเกตบอร์ดเป็นการเล่นที่ได้รับความนิยมแพร่หลายจนมีบรรดาบริษัทชื่อดังผลิตบอร์ดขึ้นมาเพื่อขายโดยเฉพาะแต่พอมาในยุค 70 ตอนนั้น BMX กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้คนสเกตบอร์ดมีน้อยลงและกลายเป็นกีฬาที่เล่นเฉพาะกลุ่มใต้ดิน จนกระทั่งในยุค 80 สเกตบอร์ดกลับมาได้รับความนิยมอีกครั้งและคราวนี้กลายเป็นกีฬาที่วัยรุ่นแทบจะทุกพื้นที่ในสหรัฐฯจะต้องเล่นเป็นและนั่นทำให้ตั้งแต่ตอนนั้นจนถึงปัจจุบันสเกตบอร์ดกลายเป็นกีฬาที่มีอิทธิพลอย่างมากกับวัยในสหรัฐอเมริกาและได้แพร่กระจายไปทั่วโลก

อาจจะเรียกได้ว่าสเกตบอร์ดกลายเป็นตัวที่กระตุ้นให้วัยรุ่นเลือกทำในสิ่งที่ชอบทั้งในเรื่องของการแต่งกาย, การฟังเพลง และทำให้เกิดแนวการแต่งตัวมากมายเกิดขึ้น รวมถึงมีวงดนตรีหลายวงที่มีพื้นฐานมาสเกตบอร์ด เลยทำให้เรื่องเหล่านี้ไม่ได้เป็นเพียงแค่กีฬาสี่ล้ออย่างเดียวแต่ฝังลงไปในสังคมของอเมริกา นอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันขึ้นทำให้คนที่เป็นโปรสเกตเตอร์ไม่เพียงแต่จะมีชื่อเสียงเท่านั้นแต่ยังสามารถทำเงินหาเลี้ยงครอบครัวได้อีกด้วย

สเกตบอร์ดไม่เพียงได้รับความนิยมในหมู่วัยรุ่นเท่านั้นแต่ในคนทำงานหรือแม้กระทั่งเด็กเยาวชนก็ให้ความสนใจในกีฬาชนิดนี้และแทบจะเรียกได้ว่ากีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมมากกว่าบาสเกตบอล, อเมริกันฟุตบอล หรือแม้กระทั่งเบสบอล เลยทีเดียว และมีการเปิดโรงเรียนสอนอย่างจริงจังขึ้นมาหลายแห่งในสหรัฐฯ รวมถึงบางโรงเรียนยังมีโปรแกรมการสอนชนิดใหม่ขึ้นมาในชื่อว่า “Skatepass” และตอนนี้หลายๆประเทศในโลกก็ได้มีการเปิดโรงเรียนสอนเหมือนอย่างที่สหรัฐฯทำไปก่อน

สำหรับวิธีเล่นสเกตบอร์ดคือการขึ้นไปเหยียบบนแผ่นกระดานที่ทำจากไม้เมเปิ้ลที่ความแข็งแรงและยืดหยุ่นในเวลาเดียวกันจากนั้นก็ใช้เท้าข้างหนึ่งไถลให้บอร์ดแล่นไปตามทางจากนั้นพอความเร็วได้ที่ก็ขึ้นไปยืนทรงตัวด้วยเท้าทั้งสองข้างก่อนจะมีการทำท่าทางต่างๆกระโดดขึ้นสิ่งกีดขวางขึ้นไปไถลตามราวเหล็กทุกอย่างขึ้นอยู่กับความชำนาญและการฝึกซ้อมของผู้เล่นซึ่งในวงการสเกตบอร์ดก็มีผู้เล่นที่มีชื่อเสียงระดับโลกที่รู้จักกันอย่างในวงกว้างคือโทนี่ฮอว์ค (Tony Hawk) ที่เริ่มเล่นสเกตบอร์ดตั้งแต่อายุ 14 ปี จนมีชื่อเสียงและได้รับการยอมรับจากนักสเกตบอร์ดทั่วโลกและยกให้เขาเป็นตำนานแห่งวงการ รวมถึงมีการนำชื่อของเขาไปตั้งเป็นชื่อเกมซึ่งมีออกมาถึง 7 ภาคด้วยกัน

สำหรับผู้เล่นมือใหม่ที่อยากจะเข้าสู่วงการสเกตบอร์ดก็ต้องศึกษาข้อมูลการเล่นให้ดีต้องฝึกในเรื่องการทรงตัวเตรียมอุปกรณ์ป้องกันซึ่งอุปกรณ์หลักก็จะมีหมวกกันน็อก, สนับเข่า, สนับข้อศอก, รองเท้าที่สามารถยึดกับแผ่นบอร์ดได้ดีและอุปกรณ์อื่นๆที่เกี่ยวข้อง

 

# ประเภทของสเกตบอร์ด

ประเภทของสเกตบอร์ด

ประเภทของสเกตบอร์ด

สเกตบอร์ด กีฬาแนวเอ็กสตรีม ที่ได้รับความนิยมแพร่ไปทั่วทุกมุมโลก กับการทรงตัวอยู่บนบอร์ดที่ติดล้อไปตามทาง และใส่ท่วงท่าในการกระโดดข้ามสิ่งกีดขวาง รวมถึงการเล่นใน VERT (Vertical) สนามแข่งรูปตัว U ขนาดใหญ่ที่นักสเกตบอร์ดจะต้องทิ้งตัวมาจากทางดิ่งของอีกฝั่งเพื่อจะมากระโดดขึ้นอีกฝั่งโดยหากใครกระโดดได้สูงและมีลูกเล่นขณะที่ลอยอยู่กลางอากาศจะได้รับทั้งคะแนนและคำยกย่องเป็นอย่างมากและวันนี้ของฝากสำหรับมือใหม่เป็นความรู้เล็กๆน้อยๆคือจะพามารู้จักกับประเภทของสเกตบอร์ดว่ามีกี่ประเภทและมีอะไรบ้าง

สำหรับมือใหม่อาจจะคิดว่าสเกตบอร์ดนั้นมีแค่แบบเดียวแต่จริงๆแล้วสเกตบอร์ดแบ่งออกได้เป็น 4 ประเภทหลักๆด้วยกันดังนั้นมือใหม่จะต้องเลือกให้ดีว่าต้องการจะเล่นกับบอร์ดแบบไหนเพื่อความคล่องตัวและความปลอดภัยของตัวผู้เล่นเอง

ประเภทของสเกตบอร์ด

1. สเกตบอร์ด ออริจินัล (Skateboard Original)

สเกตบอร์ดหน้าตาปกติทั่วไปที่มักจะเห็นได้บ่อย เพราะนี่คือจุดแรกเริ่มของสเกตบอร์ดที่แปรเปลี่ยนมาจาก Surfing และไม่ว่าจะผ่านมากี่ยุคกี่สมัยบอร์ดออริจินัลก็ยังคงความคลาสสิคเอาไว้ไม่เสื่อมคลาย แผ่นไม้ทำมาจากไม้เมเปิ้ลทำให้มีความแข็งแรงและมีความยืดหยุ่น ขนาดความกว้างของบอร์ดออริจินัลจะอยู่ที่ 7.5 นิ้ว – 8.5 นิ้ว มีความยาวอยู่ที่ 32 นิ้ว เป็นแผ่นบอร์ดที่บรรดามือใหม่ทุกคนจะต้องเริ่มเล่น สำหรับมือใหม่แนะนำให้เลือกบอร์ดที่มีขนาดใหญ่เพื่อการทรงตัวและทำท่าพื้นฐานอย่าง ออลลี่ (Ollie) ท่าที่นักสเกตบอร์ดต้องทำเป็น ดูเหมือนง่ายแต่กลับไม่ง่ายอย่างที่คิด และสำหรับผู้ที่ชำนาญแล้วหรือขั้นเซียนอาจจะมีการนำบอร์ดไปปรับแต่งหรือลดขนาดลงมา

2. ลองบอร์ด (Longboard)

เพิ่มความยากขึ้นไปอีกขั้นสำหรับผู้ที่ชำนาญแล้ว และได้รับการยกย่องเป็นบอร์ดที่เล่นยากมาก เพราะมีขนาดกว้างถึง 8 – 8.5 นิ้ว และความยาวที่เพิ่มขึ้นไปจนถึง 34 – 40 นิ้วทำให้การทรงตัวยากขึ้นกว่าเดิม และในส่วนของล้อทั้งหมดก็ยื่นออกมาจากแผ่นบอร์ดเลยทำให้บอร์ดตัวนี้เป็นบอร์ดที่บรรดาเซียนๆ ใฝ่ฝันอยากจะมีไว้ในครอบครอง ซึ่งส่วนมากผู้ที่ชื่นชอบลองบอร์ดมักจะชอบใช้ท่าหมุนไปมาในระหว่างที่สไลด์ลงจากเนินสูง แต่สำหรับมือใหม่ที่แนะนำให้ทำท่าง่ายๆ อย่าง Carve ดูก่อนอย่าเพิ่งไปถึงขั้นแอดวานซ์กว่านั้นเพื่อป้องกันตัวเองด้วยเช่นกัน

3. เพนนีบอร์ด (Pennyboard)

มากันต่อที่บอร์ดขวัญใจสาวๆ กับ เพนนี่บอร์ด บอร์ดที่มีขนาดเล็กกว่า 2 อันที่กล่าวมาในตอนแรกมีขนาดให้เลือกแค่ 22 และ 27 นิ้วเท่านั้นและตัวบอร์ดทำมาจากพลาสติกแต่เป็นพลาสติกที่มีความแข็งแรงมากแถมยังมีน้ำหนักที่เบากว่าบอร์ดที่ทำจากไม้ทำให้สามารถพกพาไปได้สะดวกในทุกที่เหมาะสำหรับสาวๆที่อยากไถบอร์ดเล่นให้หนุ่มๆมองตามแต่บอร์ดตัวนี้ไม่ได้จำกัดเฉพาะผู้หญิงเท่านั้นแต่หนุ่มๆก็เล่นได้เช่นเดียวกันด้วยล้อที่มีขนาดใหญ่จะช่วยในการทรงตัวได้ดียิ่งขึ้นซึ่งบอร์ดตัวนี้มีแค่ท่าเบสิคนิดๆหน่อยๆไม่ได้เน้นการเล่นท่าอะไรมากมายแต่เน้นที่สะดวกในการพกพาและไถเล่นแบบชิลๆมากกว่า

4. ฟิงเกอร์บอร์ด (Fingerboard)

มากันที่ประเภทสุดท้ายก็ตรงตัวตามชื่อเลยคือบอร์ดที่ใช้นิ้วมือในการเล่นมีขนาดเพียงแค่ 4 นิ้วเท่านั้นแต่ได้ความเท่ความคูลเป็นของสะสมเก๋ไปโดนปริยายแต่ถ้าใครคิดว่าบอร์ดอันนี้เล่นง่ายคุณคิดผิดทันทีเพราะฟิงเกอร์บอร์ดต้องใช้นิ้วในการบังคับในการทำท่าต่างๆขนาดพวกเซียนบอร์ดธรรมดายังต้องมาตกม้าตายกับฟิงเกอร์บอร์ดแต่หากใครที่ฝึกฝนจนชำนาญและหยิบออกมาเล่นโชว์คงจะเท่ห์ไปอีกแบบ

 

# Extreme motorsport คืออะไร

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

กีฬาสเก็ตบอร์ดถือว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาทางเลือกที่ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นักในเมืองไทยแต่ก็เริ่มมีคนบางกลุ่มแล้วที่หันมาสนใจกีฬาชนิดนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่เริ่มเบื่อกีฬาเดิมๆเรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ให้อิสระกับผู้เล่นขอแค่มีสเก็ตบอร์ดเพียงอย่างเดียวคุณก็สามารถไถสเก็ตบอร์ดไปได้ทุกแห่งแถมอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวอย่างสเก็ตบอร์ดก็ไม่ได้มีราคาแพงมากยิ่งในปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายเกรดหลายราคาจึงไม่แปลกที่วัยรุ่นในยุคนี้เริ่มหันมาให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้น แต่สำหรับคนที่ต้องการฝึกเล่นสเก็ตบอร์ดอย่างจริงจังนั้น ในพื้นที่ต่างจังหวัดอาจจะยังมีสถานที่ฝึกไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

ในระยะแรกการเล่นสเก็ตบอร์ดอาจจะต้องได้รับการฝึกฝนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อนเพราะกีฬาชนิดนี้ต้องใช้ทักษะต่างๆในการเล่นมากพอสมควรและเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เล่นเองด้วยจึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยประกบตัวระหว่างฝึกฝนก่อนแต่เมื่อฝึกฝนจนเริ่มมีความเชี่ยวชาญแล้วก็น่าจะเป็นผลดีสำหรับผู้เล่นเองเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีรัฐบาลหลายประเทศที่เริ่มสนับสนุนกีฬาสเก็ตบอร์ดมากขึ้นหากพัฒนาทักษะจนเริ่มมีความชำนาญแล้วอาจจะนำไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพได้ในอนาคตที่สำคัญคือกีฬาสเก็ตบอร์ดนั้นเริ่มถูกบรรจุลงไปในรายการแข่งขันกีฬาสำคัญระดับโลกแล้วหากฝึกฝนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆอาจจะเป็นผลดีในอนาคต

อีกหนึ่งข่าวดีของแฟนกีฬาสเก็ตบอร์ดเนื่องจากในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นณกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
ในปี พ..2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะมีการบรรจุกีฬาสเก็ตบอร์ดเข้าไปในรายการแข่งขันด้วย ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ได้มีการบรรจุกีฬาชนิดนี้เข้าไปไว้ในรายการแข่งขันของเทศกาลโอลิมปิก โดยต้องรอติดตามกันต่อไปว่าในปีหน้าจะมีนักกีฬาของประเทศไหนบ้างที่จะสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาชนิดนี้มาครอบครองได้สำเร็จ สำหรับประเทศไทยนั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปด้วยว่าจะมีการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ด้วยหรือไม่ 

คุณปริญญากิจพูลลาภ (คุณเต๋า) นักกีฬาสเก็ตบอร์ดชื่อดัง และเป็นเจ้าของร้านสเก็ตบอร์ดย่านใจกลางเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับประสบการณ์ทางด้านกีฬาสเก็ตบอร์ด โดยเขาได้เล่าว่าตัวเขาเองนั้นได้สอนเล่นสเก็ตบอร์ด และได้เจอคนมาค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในส่วนของอาชีพการงานและอายุ หากจะมองข้อดีก็มองว่าเป็นกีฬาที่มีความอิสระ ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับตายตัว สามารถเล่นคนเดียวได้ หรือเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆเพื่อสร้างมิตรภาพระหว่างกันได้ด้วย โดยร้านของเขานั้นได้เปิดให้เป็นแหล่งในการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เลือกซื้ออุปกรณ์ไว้สำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด และขายภาพวาดจากศิลปินต่างๆทั่วโลก ซึ่งรายได้จากการขายภาพวาดเหล่านี้ จะนำไปพัฒนาลานสเก็ตบอร์ด Pink Skate Park เอกมัย ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่ากีฬาสเก็ตบอร์ด เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ ยิ่งในเทศกาลกีฬาสำคัญอย่าง โอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว จะมีการบรรจุกีฬาชนิดนี้เข้าไปในรายการแข่งขันด้วย น่าจะส่งผลให้ทางรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มส่งเสริมให้ผู้คนในประเทศหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น เพื่อที่ในอนาคตจะสามารถพัฒนาศักยภาพได้เท่าทันนักกีฬาของประเทศอื่นๆ ยิ่งในประเทศไทยนั้นยังต้องได้รับการสนับสนุนอีกมาก ทั้งในแง่ของอุปกรณ์ และสถานที่ ที่ยังถือว่าได้ว่าไม่ค่อยมีความพร้อมมากเท่าไหร่นัก หากรัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนให้นักกีฬาของประเทศไทยคว้าชัยชนะจากการแข่งขันรายการสำคัญระดับโลก ก็จำเป็นที่จะต้องเริ่มสนับสนุนกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังมากขึ้นด้วย

 

# อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต