การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในการปีนหน้าผา

การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในการปีนหน้าผา

การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในการปีนหน้าผา

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานั้น บางคนอาจจะมองว่ามันเป็นเรื่องง่าย เพราะใช้แขนขาและการปีนป่ายเพื่อให้เราสามารถนำตัวไปให้ถึงเป้าหมายได้ แต่แท้จริงแล้ว การปีนหน้าผาที่ถูกต้องเพื่อให้คุณสามารถก้าวขึ้นไปได้อย่างมั่นคง และไม่เหนื่อยระหว่างทางนั้นเราก็มีวิธีการเคลื่อนไหวการใช้แขนขาขั้นพื้นฐานมาฝาก เพื่อให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในการปีนหน้าผา

ใช้ขาให้มากกว่าแขน

สิ่งหนึ่งเลยที่ทำให้คุณเหนื่อยล้าและอ่อนแรงจากการปีนหน้าผาได้ง่ายๆ ก็คือการที่คุณใช้กำลังแขนของคุณดึงตัวคุณขึ้นไปมากกว่าการใช้ขานั่นเอง แต่แท้จริงแล้วแขนของคุณจะใช้ในการเกาะเกี่ยวเพื่อให้ร่างกายคุณขึ้นไปบนทิศทางที่ถูกต้องนั่นเอง ส่วนการที่จะดันตอนคุณขึ้นไปต้องใช้การยกขา ก้าวขาขึ้นไปยัง Step ต่อไป ใช้ปลายนิ้วเท้าของคุณเหยียบ Hold ให้แน่นแล้วยันตัวขึ้นโดยการยืดขา ให้สุดเพื่อยกตัวของคุณขึ้นไปนั่นเอง เรียกได้ว่าแขนเราก็ใช้แต่ว่าส่วนใหญ่จะใช้ในการประคอง Hold เสียมากกว่า และเมื่อถึงยามที่เราจะเป็นต้องใช้พลังแขนจริงก็จะได้มีเเรงเหลือเก็บเอาไว้ด้วยนะคะ

การห้อยตัวอย่างถูกวิธี

หากใครที่ปีนหน้าผาแบบ Bourdering แล้วแน่นอนว่าคุณหนีไม่พ้นการห้อยตัวอย่าแน่นอน เพราะ Wall Bourdering ส่วนใหญ่จะขนานกับพื้นเลยทีเดียว สำหรับการห้อยตัวที่คนส่วนใหญ่ยังทำผิดวิธีอยู่นั่นก็คือ ห้อยตัวโดยงอแขนงอขา นั่นจะทำให้คุณออกแรงกล้ามเนื้ออยู่ตลอดเวลาและแน่นอนว่าผลที่ตามมาก็คือคุณจะปวดเมื่อยแขนขา จนปีนต่อไม่ได้นั่นเอง เพราะฉะนั้นการ ห้อยตัวที่ถูกวิธีคือเมื่อคุณจับ Hold ได้อย่างมั่นคงแล้วจงยืดแขนขาให้สุด เพื่อเป็นการเหยียดยืดกล้ามเนื้อ และพักกล้ามเนื้อไปให้ตัวด้วย อีกทั้งจะทำให้คุณสามารถมีแรงที่จะปีนต่อไปได้เรื่อยๆ

การเคลื่อนไหวขั้นพื้นฐานในการปีนหน้าผา

การก้าวเท้าและการยืดขา

นี่นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งพื้นฐานสำคัญเลยที่เดียวสำหรับการที่คุณจะพาต่อของคุณไปต่อให้ได้ และการก้าวเท้านั้นเราแนะนำให้คุณก้าวไปแนวข้างๆ เพื่อให้ขาของคุณขนานกับกำแพง รวมถึงลำตัวของคุณด้วยเช่นกัน เพราะยิ่งตัวคุณใกล้กำแพงมากเท่าไหร่การออกแรงดึงก็จะน้อยลงด้วยเช่นกัน และเมื่อคุณก้าวเท้าไปวางบน Hold แล้ว ตำแหน่งเท้าของคุณจะไม่ใช่การใช้อุ้งเท้าในการจับ Hold แต่คุณจะต้องใช้ปลายเท้าของคุณ เพราะรองเท้าปีนหน้าผานั้นออกแบบมาให้ยางส่วนที่หุ้มบริเวณปลายเท้านั้น หนา เหนียว และแข็งแรงมากที่สุด เพื่อการ Support เท้าของคุณ เมื่อปลายเท้าของคุณวางบนตำแหน่งที่มั่นคงแล้ว จากนั้นก็ใช้การยืดขากที่งอไว้ให้เหยียดตัว เป็นการส่งตัวของคุณขึ้นไปในลำดับต่อไปพร้องๆกับที่มือของคุณจะต้องหาจับ Hold อันใหม่ให้ได้ และนี่แหละค่ะคือ Step การก้าวเท้าและยืดขาที่ถูกต้องและมั่นคง

# Highlining

 

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

สำหรับ Chalk Bags นี่นับได้ว่าเป็นอุปกรณ์สำคัญของนักปีนหน้าผาเลยก็ว่าได้ เพราะเมื่อคุณปีนหน้าผาได้สักระยะหนึ่งแล้วการออกกำลังกายทั้งแขนขาและลำตัวอาจจะทำให้คุณเหงื่อออกมาก โดยเฉพาะที่ฝ่ามือซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอวัยวะหลักเลยทีเดียว เพราะเราตต้องใช้มือของเราในการคว้า Holds จับ Holds ให้มั่นคงเพื่อการปีนในน Step ต่อไป หากมือของคุณชุ่มไปด้วยเหงื่อนั้นไม่เป็นการดีอย่างแน่นอน เราจึงต้องมี Chalk และ Chalk Bags สำหรับใส่ Chalk ติดตัวเราตลอดเวลา เพื่อยจะได้ลง Chalk ที่มือได้ตลอดการปีน แล้ว Chalk Bags ที่ดีที่สุดในปี 2020 นี้มีแบรนด์ไหน รุ่นไหนกันบ้าง เรามาดูกันได้เลยค่ะ

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

Arc’teryx C80 (รุ่นยอดนิยม)

สำหรับ Chalk Bag รุ่นนี้นับได้ว่าเป็นรุ่นที่ขายดีมากที่สุด ได้รับความนิยมมากที่สุด เพราะส่ามารถใช้งานได้ง่ายสะดวกสบาย กระเป๋ารุ่นนี้มาในแบบหูรูด กระกระเป๋าจะค่อนข้างที่จะกว้างและลึก เพราะฉะนั้นจึงสามารถบรรจุ Chalk ได้มากเท่าที่คุณต้องการเลยทีเดียว และด้วยความกว้างของปากกระเป๋าจึงเพิ่มความสะดวกสบายในการใช้ง่ายเป็นอย่างยิ่ง สามารถล้วงหยิบ Chalk ได้ง่าย โดยที่ไม่ต้องควานหาให้เสียเวลา แต่ราคาของเจ้า Chalk Bag ตัวนี้อาจจะสูงกว่ารุ่นอื่นสักหน่อยแต่รัประกันเรื่องการใช้งานเลยค่ะว่าดีกว่าอย่างแน่นอน

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

Petzl Saka chalk bag (สไตล์เรียบง่าย)

หากใครที่กำลังมองหา Chalk Bags แบบเรียบง่ายดีไซน์เก๋ ดูเป็นมินิมอลล่ะก็เห็นทีว่าจะต้องมาโดนเจ้า Petzl Saka กันแล้วล่ะค่ะ เพราะการออกแบบให้ดูคลาสสิค แบบไม่ต้องลงรายละเอียดอะไรให้มากมาย ไม่ต้องใส่ฟังค์ชั่นที่เกินความจำเป็นมาให้ยุ่งยาก ทำให้ Chalk Bag รุ่นนี้เป็นที่ถูกอกถูกใจนักปีนหน้าผาอย่างมากมายเลยทีเดียว เพราะพกพาง่ายน้ำหนักเบา ปากกระเป๋ากว้างล้วงหยิบ Chalk ได้ง่าย มีรูปทรงกระบอกที่ลึกกำลังดี แต่สำหรับใครที่มือค่อนข้างใหญ่อาจจะรู้สึกว่าปากกระเป๋าแคบไปสักนิด

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

Arc’teryx Aperture (นวัตกรรมการเก็บ Chalk ที่ดีที่สุด)

สำหรับ Chalk Bag รุ่นนี้เป็นรุ่นที่ก่ำกึ่งมากๆ เพราะถ้าหากใครที่ชอบก็คงจะตกหลุมรักเจ้ารุ่นนี้ไปเลย เพราะไม่ต้องคอยมากังวลว่า Chalk จะหกหล่น โดยไม่จำเป็น เพราะกระเป๋าสามารถพับได้ รูสอดมือขนาดเล็ก เมื่อรูออกจะสามารถกรอง Chalk ส่วนที่ไม่จำเป็นออกจากมือของคุณได้อีกด้วย และบางคนอาจจะไม่ชอบเพราะด้วยรูที่เล็กทำให้หยิบ Chalk ได้ไม่ถนัด และ ด้วยรูปทรงการพับของกระกระเป๋าอาจจะทำให้หลายๆคนรำคาญหรือหงุดหงิดได้ขณะใช้ง่าย แต่ถ้าคุณไม่ได้ถือสาในเรื่องนี้เจ้า Chalk Bag รุ่นนี้ก็นับว่าดีเด่นมากๆเลยทีเดียว

Sukoa Chalk Bag (ราคาดีงามมากที่สุด)

ถ้าหากคุณอยากจะได้ Chalk Bag รุ่น Arc’teryx C80 มาครอบครองแต่รู้สึกว่าราคายังสูงมากจนเกินไป คุณสามารถใช้รุ่น Sukoa Chalk Bag มาทดแทนได้นะคะ เพราะการออกแบบที่ค่อนข้างจะใกล้เคียงกัน ให้ประสิทธิภาพกันใช้งานไม่ต่างกันเท่าไหร่ ในราคาที่ถูกกว่าถึงเท่าตัว แต่สำหรับข้อเสียของ Sukoa Chalk Bag ก็มีอยู่เล็กน้อยนะคะ นั่นก็คือ การเก็บ Chalk ได้ไม่ดีเท่าที่ควร แล้วปากประเป๋าที่แคบกว่า ทำให้คนมือใหญ่อาจจะล้วงหยิบ Chalk ยากอยู่สักหน่อย แต่ถ้าใครที่คิดว่าไม่ได้เป็นอุปสรรคอะไรก็สามารถใช้งานได้อย่างไร้ปัญหาอย่างแน่นอน

Chalk Bag ที่ดีที่สุดในปี 2020

#Chalk Bag

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

เราคงเคยพอเห็นข่าวผ่านหูผ่านตาบ้างเวลาที่มีนักไต่เชือกออกมาทำลายสถิติหรือมาโชว์หวาดเสียวไต่เชือกเส้นเดียวช้ามระหว่างตึกสูง ซึ่งในสมัยก่อนนั้นการที่เราเห็นคนไต่เชือกข้ามระหว่างตึกบนชั้น 20 นั้นก็ถือว่าน่าหวาดเสียวมากเกินพอแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรหากเปลี่ยนตึกนั้นให้กลายเป็นตึกขนาด 35 ชั้นและเปลี่ยนจากตึกให้กลายเป็นหน้าผาที่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยโขดหินแหลมคม มันคงจะช่วยเพิ่มความลุ้นระทึกให้กับทางผู้รับชมและนักใส่เชือกเองได้ไม่น้อย หากเทียบให้ดูง่ายๆ ว่าเหตุใดการไต่เชือกข้ามตึกนั้นจึงดูหวาดเสียวน้อยกว่าการไต่เชือกข้ามหุบเขา อย่างแรกคือพื้นเบื้องล่างตามธรรมชาตินั้นมีความอันตรายกว่าพื้นคอนกรีตในเมืองอย่างแน่นอน เมื่อตกลงมาแล้วหากยังรอดชีวิตการตกตึกในเมืองก็ยังมีโอกาสไปถึงโรงพยาบาลเร็วกว่าการตกตึกอยู่กลางป่ากลางเขา อาจจะด้วยสาเหตุเหล่านี้ที่ทำให้การไต่เชือกข้ามตึกนั้นเสื่อมความนิยมไปและนักไต่เชือกมืออาชีพเริ่มจะหันไปเอาดีด้านการไต่เชือกข้ามหุบเขาแทน

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

เช่นเดียวกับชายชาวอังกฤษที่มีชื่อว่าแดน ฮันท์ ชายผู้เป็นนักไต่เชือกมืออาชีพที่มีความสามารถและความกล้าที่สุดจะบ้าระห่ำในการไต่เชือกข้ามระหว่างหน้าผาที่มีความสูงถึง 135 เมตร หากคุณนึกไม่ออกว่าความสูงระดับนี้จะสูงมากแค่ไหนขอให้ลองนึกถึงตึกสูงขนาด 35 ชั้นดู เพราะมันมีระดับความสูงที่ใกล้เคียงกัน เป็นความสูงระดับที่แม้แต่คนที่กลัวความสูงมองหน้าต่างลงมายังรู้สึกหวาดเสียวเลยด้วยซ้ำไป แต่ชายคนนี้กลับสามารถเดินไต่เชือกเส้นเล็กๆ ข้ามผ่านช่องแคบระหว่างหุบเขา โดยที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการทรงตัวหรือการไต่เชือกแม้แต่ชิ้นเดียว นักไต่เชือกที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้นั้นไม่ใช่เพียงแค่คนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากเท่านั้น แต่บุคคลนั้นจะต้องมีความกล้าหาญเป็นอย่างมากอีกด้วย

ในการไต่เชือกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพศ. 2555 แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นการทำลายสถิติโลกก็ตาม แต่มันก็สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้คนได้ทั่วทั้งโลก สื่อทั่วทั้งโลกรวมไปถึงสื่อในประเทศไทยยังมีการทำข่าวของชายคนนี้เรื่องการที่เขานั้นไต่เชือกข้ามหน้าผาด้วยเท้าเปล่าเท่านั้น อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวที่ติดตัวเขาไปด้วยนั่นก็คืออุปกรณ์ป้องกันภัยที่เป็นเพียงแค่เชือกซึ่งผูกติดเอวไว้เท่านั้น ปกติแล้วคนธรรมดาทั่วไปแค่ไปยืนอยู่ตรงหน้าผาก็ใจคอไม่ดีกว่าเสียวจนใจแทบจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่เขานั้นสามารถเดินข้ามหุบเขาได้บนเชือกที่มีความหนาเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น หุบเขาที่เขาทำการเดินข้ามในครั้งนี้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีชื่อว่าเชดด้าจอร์จ ตั้งอยู่ในเมืองซอมเมอร์เซ็ท อยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ในสหราชอาณาจักร ซึ่งหุบเขาแห่งนี้เป็นหุบเขาประเภทหินปูนที่มีอายุอยู่บนโลกนี้มาแล้วกว่า  13,000 ปี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติในสหราชอาณาจักรที่มีอายุมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นสถานที่ที่มีการค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์ซึ่งมีอายุมากกว่า 9,000 ปีด้วย มันจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

แม้ว่ามันจะตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองแต่มันก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เสมอไม่ขาดสาย โดยในการไต่เชือกครั้งนี้แดนนั้นได้ทำหลังจากที่เขาได้มีการฝึกไต่เชือกมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และยังมีการไปฝึกในสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บประสบการณ์และพัฒนาความสามารถในการไต่เชือกให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น และเขายังกล่าวอีกว่าเคล็ดลับของการฝึกฝนในการไต่เชือกที่นัดไต่เชือกมืออาชีพมักจะเริ่มต้นกันนั่นก็คือการเดินบนเชือกที่ผูกระหว่างต้นไม้ 2 ต้น หลังจากที่เขาเริ่มมีความมั่นใจแล้วเขาจะหน้าให้มาทำสถิติของตนเองยังสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นระยะทางอยู่ที่ 28 เมตร และเขายังได้บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในขณะที่กำลังเดินไต่เชือกด้วยกล้องที่เขานั้นติดไว้บนหมวกที่สวมในขณะที่กำลังเดินอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ ดังนั้นเมื่อดูในวีดีโอดังกล่าวแล้วเราก็จะได้เห็นมุมมองในรูปแบบของเบิร์ดอายวิว ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความสวยงามของทัศนียภาพและยังเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกอีกด้วย

#ชายชาวอังกฤษไต่เชือก

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว ไต่เชือกหุบเขาด้วยส้นสูง 2 นิ้ว 

กีฬาหรือกิจกรรมไต่เชือกนั้นเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างอันตรายและท้าทายความสามารถเป็นอย่างมาก การฝึกฝนจึงต้องมีการเข้มงวดไม่ว่าจะด้วยการเรียนรู้วิธีการรวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยในชีวิต เพราะมันเป็นกิจกรรมที่หากพลาดไปแล้วและไม่ได้ป้องกันความปลอดภัยที่ดีก็อาจจะทำให้ถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นเวลาที่เราเห็นภาพการใส่เชือกส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะเห็นว่านักกีฬาเหล่านั้นมักจะทำการถอดรองเท้าหรือไม่ก็ใส่รองเท้าที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ดีมากยิ่งขึ้น และมีการสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม มีความรัดกุม ไม่รุ่ยร่ายและเทอะทะ และจะต้องมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม แม้เราจะทราบกันดีว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สร้างความหวาดเสียวจนทำให้ผู้รับชมรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา แต่บางครั้งเหล่านักไต่เชือกนั้นก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำเป็นปกติไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว พวกเขาจึงได้เพิ่มความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอ อย่างเช่นนักไต่เชือกสาวมืออาชีพจากอเมริกาคนนี้ ที่ท้าทายความสามารถของตนเองและแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยการใส่รองเท้าส้นสูงถึง 2 นิ้วไต่เชือกข้ามหุบเขาสูง

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

โดยเธอคนนี้มีชื่อว่า เฟธ ดิสกี้ เราต้องยอมรับว่าในขณะที่เธอกำลังพยายามใส่เชือกด้วยส้นสูง 2 นิ้วนั้น รูปร่างของเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็ก ดังนั้นการทรงตัวบนส้นสูงธรรมดาเดินบนพื้นเรียบก็ถือว่าสามารถทำได้ยากแล้ว แต่เธอกลับสามารถฉีกข้อจำกัดนั้นออกไปและใส่ส้นสูงซึ่งเปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของผู้หญิงเดินไต่เชื่อที่มีความกว้างเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถของตนเองที่อันตรายไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเธอนั้นไม่ได้เพียงแค่สวมใส่ส้นสูงแต่เพียงอย่างเดียว ชุดเสื้อผ้าที่เธอใส่ในวันนั้นก็เป็นเพียงแค่เดรสแขนกุดที่ไม่ได้มีความรัดกุมอะไรเลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญคือการเดินไต่เชือกในครั้งนี้เธอไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเลยแม้แต่ชิ้นเดียว รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ช่วยให้การไต่เชือกง่ายยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เธอก็สามารถทำมันสำเร็จ ดังนั้นจะเรียกได้ว่าความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสามารถของเธอล้วนๆ ก็ว่าได้

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

โดยหุบเขาที่เธอข้ามนั้นด้านล่างเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยโขดหิน เป็นความสูงที่ตกลงไปแล้วไม่ต้องสืบเลยว่าชะตาชีวิตของเธอนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยระยะทางระหว่างหุบเขานั้นมีความกว้างอยู่ที่ 100 เมตร เวลาที่เราเดินปกติอาจจะรู้สึกว่า 100 เมตรมันไม่ได้ไกลมากมายนัก แต่คงต้องขอบอกว่าเดิมทีนั้นในประเทศจีนสถิติการเดินไต่เชือกที่ไกลที่สุดอยู่ที่ระยะทางเพียงแค่ 60 เมตรเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าระยะทางที่เฟธเดินไต่เชือกในครั้งนี้มีความไกลมากกว่าระยะทางที่เป็นสถิติสูงสุดในประเทศจีนนั่นเอง ทำให้เธอนั้นกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไต่เชือกบนที่สูงได้สำเร็จ และยังเป็นผู้หญิงคนแรกอีกด้วยที่สามารถใส่ส้นสูงถึง 2 นิ้วในการไต่เชือกและสามารถทำได้สำเร็จโดยที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น ต้องบอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นแม้ว่าจะมีชื่อเรียกกันว่าแสลคไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยมีการทำอย่างแพร่หลายในหมู่ของนักไต่เชือกมืออาชีพ แต่การใส่ส้นสูงนั้นเป็นการเพิ่มความอันตรายเข้าไปอีกเป็นเท่าตัว

25

หากเธอไม่ได้รับการฝึกฝนจนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญคงไม่สามารถทำสถิติในครั้งนี้ได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นการกระทำเช่นนี้ยังจะต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะหากพลาดขึ้นมามันหมายถึงชีวิตของเธอเป็นอันจบลงทันที หากใครที่มีความสนใจจะลองเล่นหรือทำกิจกรรมไปเชื่อ เราขอให้คุณนั้นรักษามาตรฐานเรื่องความปลอดภัยไว้ให้ดี เพราะหากพลาดขึ้นมาแล้วคุณอาจจะต้องสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด และถึงแม้ว่าคุณนั้นจะมีความชำนาญเป็นพิเศษอยู่แล้ว การใส่ส้นสูงไต่เชือกข้ามภูเขาที่มีความสูงขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าท้าทายโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพแต่มันก็คงไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำสำเร็จ

#นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

สำหรับอีกหนึ่งอุปกรณ์การปีนเขาที่เราต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้นๆเลยนั่นก็คือ “เชือกปีนเขา” นั่นเอง เพราะว่าเจ้าเชือกนี่แหละที่จะเป็นตัวที่คอยรองรับน้ำหนักของเรา ในขณะที่ปีน โรยตัวลง หรือแม้กระทั่งเวลาเราหล่นก็ยังมีเชือกที่คอยดึงตัวเราอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วเชือกนี่แหละคืออุปกรณ์สำคัญที่จะคอยเซฟเราให้ปลอดภัย เราจึงคอยเลือกเชือกที่ดีและมีประสิทธิภาพกันนะคะ และวันนี้เราก็จะพาคุณมารู้จักกับเชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020 ว่ามีแบรนด์ไหนรุ่นไหนกันบ้าง

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

Black Diamond 9.4 Dry

แบรนด์ Black Diamond เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสำหรับเชือกรุ่นนี้นับได้ว่าเป็นเชือกที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก และมีการถักมาอย่างเรียบเนียบทำให้พอใส่รอกแล้วจะไหลลื่นมากแบบที่ไม่มีสะดุด นอกจากนั้นยังไม่พอเชือกรุ่นนี้ยังมีการถักหุ้มถึง 2 ชั้นทำให้เพิ่มความแข็งแรงทนทานเข้าไปอีก ให้คุณปีนได้อย่างมั่นใจ Belay ได้อย่างไร้กังวล และด้วยเทคโนโลยีการอบแห้งทำให้เชือกจะไม่เกิดการอับชื้น ขึ้นรา และแห้งกรอบที่เป็นสาเหตุให้เชือกปีนเขานั้นชำรุดเสียหายและเสื่อมสภาพการใช้งานได้ง่าย

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

Sterling Evolution Velocity

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเชือกปีนเขาที่ครองตลาดมานานหลายปี ได้รับความนิยมจากนักปีนเขาอย่างไม่มีเสื่อมคลายเลยจริงๆ กับแบรนด์ Sterling เพราะด้วยความแข็งแรงทนทานที่เป็นที่ทราบกันดี และขนาด 9.8 ที่เรียกได้ว่ามีทั้งความเบา เนื้อเหนียวและสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปีนหน้าผามือใหม่ หรือมืออาชีพก็สามารถเลือกใช้เชือกรุ่น Sterling Evolution Velocity กันได้ เพราะว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน และงานนี้ดูท่าแล้ว Sterling ก็ยังคงความนิยมและครองตำแหน่งเชือกขวัญใจนักปีนเขาอีกยาวนานหลายปีเลยทีเดียว

Maxim Pinnacle

และสำหรับเชือกรุ่นนี้ก็เป็นเชือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาในหมู่นักปีนเขามืออาชีพ ด้วยขนาดที่ 9.5 ที่นับได้ว่าไม่เล็กไม่ใหญ่ และการถักได้ถี่ มีหลายชั้น ทำให้เชือกรุ่นนี้มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังลดแรงเสียดทานตอนที่ใส่อุปกรณ์ได้อีกด้วย ที่ Maxim Pinnacle ได้ถูกคัดเลือกให้ติดอันดับเชือกที่ดีที่สุดนั่นก็เพราะว่านักปีนเขามืออาชีพนิยมใช้กันมากที่สุด มีความแข็งแรงทนทานมากที่คุณ สามารถ Hang อยู่บนเชือกได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงดดยที่ไม่ต้องมาคอยวิตกกังวลกันเลยทีเดียว

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

Beal Karma

เชือกรุ่นนี้มีขนาด 9.8 ซึ่งนับได้ว่าค่อนข้างใหญ่ หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าผูกเงื่อนลำบากต้องใช้เชือกเยอะ แต่นี่แหละคือเชือกที่แข็งแรงมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว และด้วยเนื้อสัมผัสของเชือกที่ค่อนข้างเรียบและนุ่มลื่น ทำให้การเสียดสีกับรอกและอุปกรณ์ต่างๆนั่นน้อยลงไปด้วย อีกอย่างเชือกรุ่นนี้ทำจากวัสดุธรรมชาติและไม่ได้ใส่สารเคมีย้อมสีด้วยนะคะ

#เชือกปีนเขา

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

สำหรับ Harness นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์การปีนหน้าผาจำลองที่สำคัญมากที่สุดเลย เพราะว่าเป็นตัวช่วยให้คุณเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเจ้า Harness นี้เราจะใส่สวมเข้าไปที่ขา และรัดบริเวณเอวของเรา ติดไว้กับเชือกเพื่อที่จะคอยเซฟตัวเราไม่ให้ตกลงมาและได้รับอันตรายขณะที่กำลังทำการปีนหน้าผา เพราะฉะนั้นการเลือก Harness คุณจะต้องคำนึงถึงความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก และการสวมใส่ที่สบาย ให้คุณเคลื่อนไหวได้สะดวกด้วย เรามาดูกันเลยว่า Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020 นั้นมีอะไรกันบ้าง

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Edelrid Sendero

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง Harness ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเจ้า Harness แบรนด์ Edelrid Sendero นั้นมีความแข็งแรงทนทานเป็นเลิศแต่กลับมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาหวิว ทำให้ใส่สบายและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการปีนในทุกรูปแบบเลยทีเดียว เพียงเท่านั้นยังไม่พอ รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ 5 gear loops ที่เอาไว้เกี่ยวอุปกรณ์รอบด้าน ใช้งานได้หลากหลาย และแอบบอกถึงความเป็นมืออาชีพอีกด้วยนะคะ อีกอย่างราคาของรุ่นนี้ก็ยังไม่แพงอีกด้วย

เหมาะสำหรับการปีนหน้าผาทุกประเภท

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Best Harness for Mountaineering

สำหรับ Harness รุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าเรื่องความแข็งแรงทนทานนั้นมาเป็นที่ 1 ส่วนในเรื่องของฟังค์ชั่นและประโยชน์ใช้สอยนั้นก็โดดเด่นไม่เเพ้กัน เรียกได้ว่าใครที่เป็นสาย Outdoor ต้องไม่ควรพลาด เพราะทั้งความสวยงาม และความแข็งแรงทนทานนั้นไว้ใจได้เลย แต่หากใครที่เป็นสาย Indoor แล้วจะเลือกแบรนด์นี้อาจจะต้องชะลอไว้ก่อนเพราะว่าด้วยความที่อาจจะไม่ได้รู้สึกสะดวกสบายเวลา Hanging ทำให้ Harness ตัวนี้เอนเอียงไปทางการปีนแบบ Outdoor เสียมากกว่านะคะ

เหมาะกับการปีนหน้าผาแบบ Mountianeering(Outdoor)

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Mammut Ophir 3 Slide

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่กำลังเริ่มต้นปีนหน้าผาจำลองและอยากจะมี Harness เป็นของตัวเองไว้ในครอบครองแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำรุ่นนี้เลยค่ะ Mammut Ophir 3 Slide เพราะว่าเหมาะกับ Beginner มากๆ ทั้งในเรื่องของราคาที่แพงมากนัก และความแข็งแรงทนทาน และความปลอดภัย เพียงเท่านั้นยังไม่พอตัวนี้ก็ยังสวมใส่ได้ง่าย สบาย และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวอีกด้วยนะคะ

เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นการปีนหน้าผา (Beginner)

Black Diamond Solution

และสำหรับใครที่เป็นสาย Sport หรือเป็นนักกีฬาปีนหน้าผาที่ต้องการหา Harness ดีๆสักอันที่ใส่แล้วคล่องตัวสุดๆ มีน้ำหนักเบามาก เพื่อใช้ในการฝึกซ้อม และใช้ใส่ในการลงแข่งจริงเห็นทีจะหนีไม่พ้น Harness รุ่น Black Diamond Solution สะแล้ว เพราะทั้งประสิทธิภาพ และการออกแบบนั้นสร้างมาเพื่อนักกีฬาปีนหน้าผาโดยเฉพาะเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับการแข่งขันปีนหน้าผา (Sport Climbing)

#Harness

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคดีๆ ที่คุณสามารถนำมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนความคิด และร่างกายของคุณเพื่อให้มีศักยภาพที่พร้อมแก่การปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้น และสามารถเอาชนะใจของคุณเองได้ แล้วเจ้า 8 เทคนิคที่ว่านี้จะมีอะไรกันบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

  1. เอาชนะความกลัวที่จะตกลงมา

แน่นอนว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้น ทุกก้าว ทุกการเคลื่อนไหวอาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในอุปสรรคของคนที่อยากจะเริ่มต้นเล่นกีฬาการปีนหน้าผานั่นก็คือ การกลัวตกจากที่สูงนั่นเอง และแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องทำก่อนอื่นเลยนั่นก็คือการเอาชนะความกลัวที่คุณจะต้องตกลงมาจากที่สูงนั่นเอง ซึ่งหลักง่ายๆที่คุณจะสามารถเอาชนะความกลัวเหล่านั้นได้ก็คือ การมีความเชื่อมั่นในอุปกรณ์ Safety ของคุณเอง ว่าตราบใดที่คุณยังมีอุปกรณ์ Safety ที่มีสภาพพร้อมใช้งาน และใช้อย่าถูกวิธีแล้ว คุณจะไม่ได้รับอันตรายอย่างแน่นอน

  1. การเคลื่อนไหวสะโพกได้อย่างอิสระ

เชื่อเลยว่าคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงกีฬาการปีนหน้าผาจำลองก็จะต้องคิดถึงความแข็งแรงให้การใช้กล้ามเนื้อแขนและขาอย่างแน่นอน แต่คุณรู้ไหมว่าอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นก็คือการที่คุณสามารถเคลื่อนไหวสะโพกได้อย่างอิสระ เพราะบ่อยครั้งการปีนหน้าผานั้นจะต้องมีการเอื้อมกระโดด และการเหวี่ยงสะโพกเข้ามาช่วยด้วย

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

  1. ตั้งเป้าหมายแล้วไปให้ถึง

เราเชื่อว่าหากคุณมีการตั้งเป้าหมายเอาไว้เป็นอย่าดีแล้ว ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้อย่างแน่นอน อย่างเช่นวันนี้คุณมาปีนหน้าผาจำลองคุณสามารถตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะปีน Route นี้ให้ได้สำเร็จ และเราเชื่อว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน หากมีเป้าหมายแล้วก็แค่พาร่างกายและจิตใจของคุณไปถึงฝั่งให้ได้เท่านั้นเอง

  1. รู้ขีดจำกัดของตัวคุณเอง

การที่คุณรู้จัดขีดจำกัดของตัวคุณเองนี่ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าคุณสามารถทำอะไรได้มากขนาดไหน คุณสามารถไปต่อได้หรือไม่ หรือว่าคุณควรที่จะหยุด ส่วนใหญ่เลยผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นในการปีนหน้าผาจำลองจะตั้งมาตรฐานความสามารถของตัวเองเอาไว้ต่ำเกินไปโดยเอาความกลัวมากดทับเอาไว้ แต่เชื่อเถอะว่าหากปราศจากความกลัวและความกังวลต่างๆ คุณจะสามารถทำได้ดีอย่างแน่นอน แต่หากคุณตั้งระดับความสามารถของคุณเอาไว้สูงจนเกินไปนั่นก็ไม่ดีอีกเช่นเดียวกัน เพราะอาจจะได้รับบาดเจ็บและเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกัน

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

  1. มีคู่หูที่ดี

คุณเชื่อไหมว่าการมีคู่หู หรือ Buddy ในการปีนหน้าผาที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะนอกจาก Buddy จะเป็นคนที่คอยช่วย Belay ให้เรา คอยเซฟเราเมื่อเราเกิดพลาดตกลงมาแล้ว Buddy ก็ยังเป็นอีกหนึ่งคนที่คอยให้กำลังใจคุณ ให้ไปจนสุดทางให้ได้ หรืแม้กระทั่งคอยแนะนำ Step ต่อไปในการเคลื่อนไหวให้คุณได้อีกด้วยนะคะ

#

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย

เดิมทีนั้นการไต่เชือกเป็นการเล่นกายกรรมชนิดหนึ่ง ในสมัยก่อนเราอาจจะพบเห็นได้ตามคณะละครสัตว์หรือคณะกายกรรม ภาพติดตาของคนหมู่มากสำหรับนักเตะเชือกนั้นก็คือเป็นคนที่สามารถเดินทรงตัวอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ ได้ราวกับใช้เวทมนตร์ ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านี้มักจะใช้ไม้ที่มีความยาวเป็นตัวช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกายทำให้สามารถเดินบนเชือกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ในยุคปัจจุบันนั้นคณะกายกรรมหรือคณะละครสัตว์แทบจะสูญหายไปจากโลกใบนี้แล้ว แต่หนึ่งสิ่งที่ไม่เคยหายไปนั่นก็คือการไต่เชือกซึ่งได้มีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย โดยในสมัยนี้ผู้คนหันมาไต่เชือกโดยมองว่าเป็นกิจกรรม Adventure ที่สุดแสนจะท้าทายและอันตราย รูปแบบและวิธีการจึงมีความแตกต่างออกไป สิ่งที่เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นกันอีกแล้วในการไต่เชือกในยุคปัจจุบันนั่นก็คือไม้ที่ใช้ในการช่วยปรับสมดุลในการทรงตัว และสถานที่ที่นักไต่เชือกมักจะไปทำสถิติหรือสร้างความน่าหวาดเสียวก็มักจะเป็นตามตึกสูงหรือในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างหุบเขา ไต่เชือกข้ามแม่น้ำ หรือแม้แต่บ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย เช่นชายหนุ่มชาวอลาสก้าคนนี้ที่มีชื่อว่า จอร์จ โบดอน

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย

โดยเขานั้นได้ทำการไต่เชือกข้ามบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยฝูงจระเข้เมื่อปีพ.ศ. 2558 ในขณะนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 33 ปีเท่านั้น โดยในการไต่เชือกครั้งนี้ไม่ได้มีการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ทำให้สามารถทรงตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้นหรือแม้แต่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ดังนั้นมันจึงเป็นการเดินไต่เชือกที่มีความอันตรายเป็นอย่างมาก แม้ว่าระดับความสูงของการไต่เชือกในครั้งนี้จะไม่ได้สูงเทียบเท่ากับการไต่เชือกของคนอื่นๆ แต่มันก็มีอันตรายที่ไม่แพ้กันเลยทีเดียว หากตกลงไปไม่พอการก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

โดยมีการไต่เชือกครั้งนี้ จอร์จเลือกที่จะไต่ข้ามบ่อจระเข้ที่เต็มไปด้วยจระเข้ที่กำลังหิวโหยมากกว่า 10 ตัว โดยเขาได้มีการกล่าวในภายหลังไว้ว่าวินาทีที่กำลังเดินอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ ซึ่งข้างล่างเต็มไปด้วยจระเข้นั้นมันไม่ต่างอะไรกับวงปีศาจที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ จะบอกว่ามันเป็นการเดินข้ามผ่านความเป็นความตายของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะหากเขาทำพลาดขึ้นมาด้วยความสูงของเชือกที่ไม่มากนักรวมถึงไม่ได้มีอุปกรณ์ในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยเขาจะกลายเป็นอาหารจระเข้ในทันที แต่ด้วยความชำนาญและความสามารถของเขาทำให้เขานั้นสามารถเดินบนเชือกที่มีขนาดไม่เกิน 2 นิ้วข้ามผ่านบึงจระเข้ได้สำเร็จ ซึ่งบึงจระเข้แห่งนั้นตั้งอยู่ในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย2

โดยปกติแล้วเรามักจะเห็นกันว่านักไต่เชือกมักจะเลือกที่จะไม่ใส่รองเท้าเพื่อให้สะดวกในการเดินบนเชือกมากยิ่งขึ้นและช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวได้ดียิ่งขึ้น แต่ในครั้งนี้จอร์จเลือกที่จะใส่รองเท้าผ้าใบในการเดินไต่เชือกแทน ซึ่งหากมองในมุมของคนอื่นๆ แล้วอาจจะมองว่ามันจะยิ่งเพิ่มความยากมากยิ่งขึ้น แต่ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นวิธีการที่เขาถนัดก็เป็นได้จึงทำให้เขาสามารถทำมันได้สำเร็จ ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังเดินไปเชือกอยู่นั้นเขาก็ได้มีการบันทึกวีดีโอโดยใช้เป็นกล้องคาดศีรษะเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับการไต่เชือกของเขาในครั้งนี้ หากใครต้องการที่จะรับชมคลิปวิดีโอดังกล่าวสามารถเข้าไปดูใน YouTube ได้โดยมีชื่อคลิปว่า Slacklining Over Alligator Pool ที่จะทำให้เราได้เห็นว่าในบึงนั้นเต็มไปด้วยจระเข้ของจริงที่กำลังหิวโหยอยู่จริงๆ ความยาวของคลิปกินเวลาไปแค่ 1.23 นาทีเท่านั้น และเรายังเห็นหมีว่าเขานั้นไม่ได้เพียงแค่เดินข้ามบ่อจระเข้ไปเฉยๆ แต่ยังมีการโชว์ทักษะความสามารถในการทรงตัวอีกด้วย ทำให้คลิปนี้มียอดวิวสูงถึง 5.8 แสนครั้งเลยทีเดียว

#จอร์จ โบดอน

Highlining ไต่เส้นท้านรก

Highlining ไต่เส้นท้านรก

หากว่ากีฬา Extreme ประเภท Free Diving ถือว่าอันตรายมากแล้ว แต่กีฬา Extreme อีกอย่างที่ถือว่าอันตรายไม่แพ้กันและถือว่าหากพลาดก็อาจตายได้ทันที นั่นคือกีฬา Highlining หรือว่าการไต่เชือกโดยกีฬาประเภทมักจะเล่นกันบนเทือกเขาสูงโดยจะมีเชือกแขวนอยู่ระหว่างหุบเหบวของภูเขาจากนั้นนักกีฬาจะลงไปเดินทรงตัวอยู่บนเชือกซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กระตุ้นอดรีนาลีนของทั้งผู้เล่นและผู้ชมให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา

Highlining ไต่เส้นท้านรก

สำหรับประวัติของกีฬาชนิดนี้นั้นไม่ปรากฏว่าเริ่มได้รับความนิยมเมื่อไหร่แต่การไต่เชือกเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศรัสเซียแถบดาเกสถานโดยที่การไต่เชือกถือว่าเป็นประเพณีพื้นบ้านของผู้คนในละแวกนี้ซึ่งจะมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งการไต่เชือกของคนในแถบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยใช้บันไดหรือเสาตั้งเอาไว้จากนั้นนำเชือกมาขึง โดยจะมีความสูงที่ประมาณ 3.5 เมตร จากนั้นผู้เล่นจะนำไม้พลองยาว 6 เมตรถือขึ้นไปด้วยเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายขณะที่เดินอยู่บนเชือกและพอถึงระยะเมื่อสามารถรักษาความสมดุลได้แล้วนั้นจะมีการเต้นรำบนเชือกบางครั้งอาจจะเต้นคนเดียวบางครั้งอาจจะเต้นเป็นคู่ก็แล้วแต่สถานการณ์

การไต่เชือกนอกจากจะเป็นที่นิยมในเดกาสถานแล้วยังเป็นที่นิยมในคณะละครสัตว์ต่างๆทั่วโลกที่มักจะมีโชว์การเดินบนเชือกและเล่นกายกรรมบนเชือกซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมากทีนี้ทำไมอยู่ดีๆการไต่เชือกถึงกลายมาเป็นกีฬา Extreme ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เกิดจากความต้องการที่จะท้าทายความกล้าของตัวเองของบรรดานักกีฬา Extreme โดยพวกเขาใช้สถานที่ตามธรรมชาติอย่างหุบเหว โดยจะทำการขึงเชือกระหว่างหุบเหวทั้งสองฝั่งจากนั้นก็จะใช้การทรงตัวเดินจากอีกฝั่งไปยังอีกฝั่ง

จุดของความน่ากลัวอยู่ที่อุปกรณ์เซฟตี้ของคนเล่นนั้นจะมีเพียงสลิงที่ยึดติดระหว่างตัวนักกีฬากับเชือกเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายที่เสียงกับความเป็นความตายมากเลยทำให้ผู้เล่นเลือกที่จะเล่นบนยอดเขาสูงอย่างเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรปโดยมีการจัดการแข่งขันที่ความสูงถึง 2,000 เมตรด้วยกัน ซึ่งจะแข่งขันกันที่เทือกเขาโมเลซอนในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่อยู่ในภูเขาแอลป์ การแข่งขันจะมีนักไต่เชือกระดับพระกาฬของยุโรปถึง 50 มาฟันฝ่าอุปสรรต่างๆ โดยจะมีเชือกทั้งหมด 6 เส้น ซึ่งมีความระหว่าง 45 – 495 เมตรและด้วยความสูงนับพันเมตรทำให้นักกีฬาจะต้องใช้สมาธิและติดอุปกรณ์เซฟตี้เพื่อป้องกันอันตรายหากมีการพลัดตกลงไป

ทีนี้นอกจากการแข่งขันแล้วในประเทศอิตาลียังมีเทศกาลหนึ่งชื่อ “The International Highline Meeting Festival” ที่จัดขึ้นในเทือกเขาแอลป์ในประเทศอิตาลี โดยรายการนี้จะเป็นการมีตติ้งของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบความเสียวบนที่สูง โดยจะมีการแข่งขันให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกัน คือการไต่เชือกข้ามไปยังอีกฝั่ง แม้จะมีระยะทางไม่ยาวนัก แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชินกับความสูง จะรู้สึกว่าการอยู่บนนั้นจะเป็นเวลาที่ยาวนานมากที่สุด โดยหลังจากนั้นผู้ที่ผ่านภารกิจทั้งหมดจะได้รับใบประกาศจากผู้จัดการแข่งขัน  และหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วจะมีการจัดมินิคอนเสิร์ต รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ร่วมสนุกกัน พร้อมกับกิจกรรมนอนเปลบนเชือก โดยทั้งหมดจะขึ้นไปนอนบนเปลที่ติดอยู่กับเชือก ซึ่งอากาศก็เหน็บหนาวและยิ่งเวลาลมพัดมา ก็สร้างความเสียวให้กับทุกคนอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่อยากจะเล่นกีฬาประเภทนี้ก็ต้องศึกษาและใช้สมาธิให้ดีเพราะหากพลาดไปอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

 

# ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง