แนะนำ 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ใครชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์สตรีมห้ามพลาด

แนะนำ 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ใครชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์สตรีมห้ามพลาด

แนะนำ 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ใครชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์สตรีมห้ามพลาด

แนะนำ 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ใครชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์สตรีมห้ามพลาด ใครที่มีแพลนไปเที่ยวพัทยา เราอยากมาแนะนำ 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ให้ทุกคนได้กดเซฟเอาไว้ก่อน เผื่อว่าใครอยากจะลองเล่นกีฬาทางน้ำ แต่ไม่รู้ว่าจะไปเล่นที่ไหนดีในพัทยา แค่กดเซฟสถานที่เหล่านี้ เอาไว้วางแพลนไปเที่ยวก็ได้ โดยเฉพาะคนที่ชอบทำคอนเทนต์ลงโซเชียลมีเดีย ถ้าแค่มาถ่ายรูปริมทะลเพียงอย่างเดียว คอนเทนต์ของคุณอาจซ้ำกับคนอื่น ๆ แต่ถ้าได้แวะเวียนมาเล่นเจ็ทสกีด้วย ก็จะได้คอนแทนต์ที่แตกต่าง แถมยังได้ปลดปล่อยความเครียดไปกับความเร็วทางน้ำอีกด้วย อยากรู้ว่าจะมีที่ไหนบ้าง ให้เล่นเจ็ทสกีได้ในพัทยา ก็ต้องมาติดตามในบทความนี้

รวม 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ถูกใจคนชอบกีฬาทางน้ำ พร้อมได้คอนเทนต์ลงโซเชียล

ถ้าคุณเป็นหนึ่งในคนที่ชอบเล่นกีฬาทางน้ำ ลองเข้ามาดู 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา กันได้เลย เชื่อว่าการขับเจ็ทสกีเป็นหนึ่งในกีฬาที่หลาย ๆ คนชื่นชอบกันอย่างแน่นอน โดยเฉพาะคนที่ชื่นชอบความเร็วและความท้าทาย การขับเจ็ทสกีไม่ได้ขับยากและก็ไม่ได้ขับง่าย ขึ้นอยู่กับความแรงของคลื่นด้วย ถ้ามีโอกาสได้แวะเวียนมาเที่ยวพัทยาแล้วไม่รู้ว่าจะ เล่นเจ็ทสกี พัทยา ที่ไหนดี ลองมาดูจาก 5 จุดเล่นที่เราแนะนำก่อนได้ รับรองว่าน่าสนใจไม่แพ้ที่อื่น ๆ เลย โดยจะมีอะไรบ้างไปดูกันเลยดีกว่า

1. ไทยเวคพาร์ค พัทยา

สถานที่เล่นเจ็ทสกี พัทยา ที่แรกที่เราจะแนะนำ ก็คือ ไทยเวคพาร์ค พัทยา ที่นี่จะมีพื้นที่สำหรับให้เล่นเจ็ทสกีค่อนข้างกว้าง และราคาจะเป็นราคาตามรายชั่วโมง เริ่มต้นตั้งแต่ 2 ชั่วโมง 4 ชั่วโมง และเวลาสำหรับเล่นทั้งวัน นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นสำหรับคนที่เล่นเป็นรายอาทิตย์หรือรายครั้งอีกด้วย ถ้าใครอยากมาเล่น 2 ชั่วโมงในวันหยุดราคาเริ่มต้นสำหรับการขับเจ็ทสกี 2 ชั่วโมงอยู่ที่ 495 บาทสำหรับผู้ใหญ่ นอกจากนี้ยังมีวันเลดี้เดย์ซึ่งเป็นวันศุกร์ ไม่ว่าผู้หญิงจะเล่นนานแค่ไหนก็คิดแค่ 350 บาทตลอดทั้งวันเลย


2. คลับลุงชัช

ถ้าพูดถึง จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา หรือการเล่นกีฬาทางน้ำอื่น ๆ เชื่อว่าบางคนคงจะนึกถึงคลับลุงชัชกันอย่างแน่นอน เพราะว่าเป็นสถานที่ซึ่งเดินทางมาง่าย แถมยังเหมาะกับผู้ที่ชื่นชอบกีฬา Extreme ทางน้ำเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะคนไทยหรือนักท่องเที่ยวก็มาที่นี่ได้ทัง้นั้น โดย Club loong chat จะต้องอยู่แถวชายหาดจอมเทียนพัทยา เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ตอบโจทย์ทั้งสายโต้คลื่นและคนที่อยากจะขับเจ็ทสกี รับรองว่ามาที่นี่ไม่มีผิดหวัง ที่สำคัญยังมีคอร์สให้คุณเรียนและบริการเช่าอุปกรณ์สำหรับทำกิจกรรมทางน้ำ


3. Lakeland Water Cable Ski

ใครที่อยากแวะมา ขับเจ็ทสกี “Lakeland Water Cable Ski” เป็นหนึ่งในตัวเลือกที่น่าสนใจ เพราะระยะทางอยู่ไม่ห่างจากกรุงเทพมหานครมากเกินไป แถมยังทำให้คนที่มีโอกาสได้แวะมาเที่ยวพัทยาได้เล่นกีฬาทางน้ำที่คุณชื่นชอบอีกด้วย ที่นี่มีหลายกิจกรรมที่น่าสนใจเลย แถมยังเป็นสถานที่เล่นกีฬาทางน้ำ ที่มีโอกาสจัดการแข่งขันระดับโลกมาก่อนด้วย


แนะนำ 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ใครชอบเล่นกีฬาเอ็กซ์สตรีมห้ามพลาด

4. Coral Island Pattaya

ถ้าใครอยาก เล่นเจ็ทสกี ที่เกาะล้าน เราแนะนำ Coral Island Pattaya ซึ่งเป็นผู้ให้บริการเช่าอุปกรณ์สำหรับเล่นกีฬาทางน้ำ ซึ่งจะพาคุณไปสัมผัสประสบการณ์สนุก ๆ ใหม่ ๆ ไม่ว่าคุณจะเล่นกีฬานั้นเป็นหรือไม่ก็ตาม คุณสามารถมาเริ่มต้นฝึกหัดที่นี่ได้เลย


5. Luis Rental

ใครที่อยากเล่น กีฬาเจ็ตสกี สามารถมาเช่าได้ที่ Luis Rental ซึ่งเขาจะมี จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา เอาไว้ให้สำหรับผู้ที่เช่าอุปกรณ์เล่นกีฬาทางน้ำของเขาโดยเฉพาะ โดยมีทั้งเจ็ทสกีและให้เช่าอุปกรณ์เล่นกีฬาทางน้ำอื่น ๆ อีกด้วย ใครชอบเล่นกีฬาทางน้ำต้องติดต่อที่นี่เลย


รวมจุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ใครแวะมาเที่ยวทะเลใกล้กรุงเทพต้องมาเช็กอิน

เป็นอย่างไรบ้าง 5 จุดเล่นเจ็ทสกี พัทยา ที่เรารวมมาฝาก แต่ละสถานที่มีสิ่งอำนวยความสะดวกให้กับคนที่อยากเล่นเจ็ทสกีค่อนข้างเยอะ นอกจากนี้ยังมี กีฬาเอ็กซ์ตรีม อื่น ๆ ให้คุณได้เล่นอีกด้วย หากมีโอกาสหรือมีเวลาว่างอย่าลืมแวะมาเช็กอิน เพราะกีฬาเหล่านี้อาจกลายเป็นหนึ่งในงานอดิเรกสุดโปรดของคุณก็ได้ เชื่อว่าจะสนุกไปแพ้กิจกรรมอื่น ๆ แถมยังคลายเครียดไปกับความเร็วทางน้ำได้อีกด้วย ที่สำคัญเป็นกีฬาที่เหมาะกับประเทศไทยที่เป็นเมืองร้อน เพราะจะได้ลงไปสัมผัสกับความเย็นของน้ำคลายร้อนได้

 

 

 


JET SKI WORLD CUP GRAND PRIX

JET SKI WORLD CUP GRAND PRIX

JET SKI WORLD CUP GRAND PRIX

JET SKI WORLD CUP GRAND PRIX จบลงเป็นที่เรียบร้อย สำหรับศึกประกาศศักดาความสำเร็จของเหล่าบรรดา นักกีฬาเจ็ตสกี ประจำปี 2023 ที่จัดชิงชัยขึ้นเมื่อวันที่ 13-17 ธันวาคม 2566 ที่ผ่านมา ณ หาดจอมเทียน เมืองพัทยา โดยทัวร์นาเมนต์นี้ ทัพเจ็ตสกีไทย ก็ผงาดฝีมือ ทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยม คว้ามาได้ทั้งหมด 11 แชมป์โลก ซึ่งเราจะมาสรุปภาพรวมการแข่งขัน เจ็ตสกีเวิลด์ คัพ เวิลด์ ซีรีส์ ที่ผ่านมาทั้งหมด 5 วันนี้กัน ว่านักเจ็ตสกีไทยกวาดรางวัลใดมาบ้าง
จุดเริ่มต้นผลงานการแข่งขัน ของทัพนักเจ็ตสกีไทย 
เปิดฉากวันแรก 13 ธันวาคม 2566 ไฮไลต์ของงาน วันนี้ เป็นของ “กษิดิศ ธีระประทีป” ออกตัวแรงเข้าที่ 1 ทั้งโมโตแรก และโมโต 2 รวม 120 คะแนนเต็ม ในรุ่นเรือนั่งกึ่งอาชีพ 1,100 ซีซี จำกัดการแต่งเครื่องยนต์ และในรุ่นเรือนั่งกึ่งอาชีพ จำกัดการแต่งเครื่องยนต์
การแข่งขันเจ็ตสกี วันที่สอง 14 ธันวาคม ทัพเจ็ตสกีไทย ระเบิดฟอร์ม กวาดแชมป์โลกมาครองได้ถึง 5 รุ่น ในช่วง 2 โมโตสุดท้าย ประกอบไปด้วย “กษิดิศ ธีระประทีป” รุ่นเรือนั่งกึ่งอาชีพ 1,100 ซีซี จำกัดการแต่งเครื่องยนต์ แรงดี ไม่มีตก เข้าที่ 1 ได้อีกในโมโต 3 คว้าแชมป์โลกสำเร็จ
/ รุ่นเรือนั่งกึ่งอาชีพ จำกัดการแต่งเครื่องยนต์ หลัง “อริยวัฒน์ หล้าหิบ” เข้าที่ 2 ไปเมื่อวันแรก ทำผลงานได้อย่างคงเส้นคงวาทั้ง 4 โมโต คว้าแชมป์โลกแบบไม่ต้องสงสัย
/ รุ่นเรือนั่งกึ่งอาชีพอายุมากกว่า 35 ปี จำกัดการแต่งเครื่องยนต์ ไม่ผิดคาด “ธนัฐชัย พิมพ์เจริญ” ที่เข้าที่ 1 ในโมโตแรก ครองแชมป์โลกได้สำเร็จ
/ “ภูรินทร์ หาสนาม” คว้าแชมป์โลกที่ 4 ให้ เจ็ตสกีไทย ในรุ่นเรือนั่งมือใหม่ 1,100 ซีซี ห้ามแต่งเครื่องยนต์
และ ตัวเต็งดาวรุ่งของไทย “อินทัช หลงนิยม” ครองอันดับ 1 ในรุ่นเรือยืนเยาวชนอายุ 14-15 ปี เครื่องยนต์ 4 จังหวะ คนเดียวทั้ง 4 โมโต
เข้าสู่วันที่สาม และสี่ เรียกได้ว่าดุเดือด เพราะเป็นการลุ้นแชมป์เจ็ตสกีเวิลด์คัพ 2023 ของนักแข่งระดับมืออาชีพ หรือรุ่นโปร ทัพนักกีฬาไทยยังมีลุ้นอย่างต่อเนื่องในรุ่นสำคัญๆ เช่น รุ่นเรือนั่งอาชีพ 1,100ซีซี โอเพ่น, รุ่นเรือนั่งอาชีพสปอร์ตจีพี, รุ่นเรือยืนอาชีพห้ามแต่งเครื่องยนต์ เป็นต้น
บทสรุปวันสุดท้าย ไทยฟอร์มดี คว้าแชมป์โลกอีก 6 รายการ 
การแข่งขันวันสุดท้าย บทสรุปผลงานของนักเจ็ตสกีไทย ในงาน เมื่อวันที่ 17 ธันวาคม คว้าแชมป์โลกมาครองได้เพิ่มอีก 6 รุ่น ได้แก่
– “สุภทัต ฟูตระกูล” นักขี่มือหนึ่งของไทย คะแนนนำโด่ง คว้าแชมป์โลกได้สบาย ๆ โดยการเข้าที่ 1 ใน โมโตที่ 3 กับ ที่ 4 ด้วย คะแนน 240 คะแนนเต็ม ส่วนรองแชมป์ ซึ่งได้แก่ “บุ๊ค เสริมสุวรรณ” คะแนนอยู่ที่ 197 คะแนน และอันดับ 3 “กษิดิศ ธีระประทีป” คะแนนสูสี ทำคะแนนอยู่ที่ 181 คะแนน ตามลำดับ
– “นราธิป ทองอยู่” รุ่นเรือยืนอาชีพ (PRO-AM Ski Stock) ห้ามแต่งเครื่องยนต์ เคยทำคะแนนเต็มมาจาก 2 โมโตแรก มาได้แชมป์โลก 2 โมโตสุดท้าย สามารถทำผลงานเข้าที่ 2 และที่ 1 ด้วยคะแนน 223 คะแนน คว้าแชมป์โลกรุ่นโปรสมัยแรกของตัวเองไปครอง
– “ธนธรรม กุลกำม์ธร” คว้าแชมป์โลก รุ่นเยาวชนเรือยืน 1,100 ซีซี จับเวลาอายุ 8-13 ปี และ รุ่นเยาวชนเรือนั่ง จับเวลาอายุ 8-13 ปี  (JUNIOR 1 Lap Slalom 8-13 Spark Standard)
– “กชษพลพรรณ ดวงโพธิ์พิมพ์” คว้าแชมป์โลก รุ่นเยาวชนหญิงเรือยืน 1,100 ซีซี จับเวลาอายุ 8-13 ปี (JUNIOR 1 Lap Slalom 8 -13 Women Ski 1100 Standard)
– “ศศกาญจน์ คุณสา” คว้าแชมป์โลก รุ่นเยาวชนหญิงเรือนั่ง จับเวลาอายุ 8-13 ปี (JUNIOR 1 Lap Slalom 8-13 Women Spark Standard)
– “ธนธรรม กุลกำม์ธร” คว้าแชมป์โลก รุ่นเยาวชนเรือนั่ง จับเวลาอายุ 8-13 ปี (JUNIOR 1 Lap Slalom 8-13 Spark Standard) แชมป์โลก
ส่งผลให้รายการ JET SKI WORLD CUP 2023 ในรุ่นมือใหม่, มือสมัครเล่น และกึ่งอาชีพ ทัพเจ็ตสกีไทยคว้าแชมป์โลกได้ทั้งหมด 5 รุ่น และทีมชาติไทยคว้าแชมป์โลกได้ทั้งหมด 11 รุ่น นั่นเอง

 

 

 


แนะนำ yow surfskate รุ่นไหนดี ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดีประจำปี 2022 YOW Surfskate แบรนด์ผู้ผลิตเซิร์ฟสเก็ตบอร์ดชั้นนำจากประเทศสเปน

แนะนำ yow surfskate รุ่นไหนดี ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดีประจำปี 2022

แนะนำ yow surfskate รุ่นไหนดี ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดีประจำปี 2022

  YOW Surfskate แบรนด์ผู้ผลิต เซิร์ฟสเก็ตบอร์ด ชั้นนำจากประเทศสเปน เป็นหนึ่งในแบรนด์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในโลก ด้วยการวิจัยและพัฒนาตัวบอร์ดที่นำเทคโนโลยีใหม่ ๆ เข้ามาใช้ ไม่ว่าจะเป็นวัสดุที่ใช้ผลิตบอร์ด หรือระบบสปริงใหม่ที่ได้รับการจดสิทธิบัตร นอกจากนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องลวดลายที่สวยงามเป็นเอกลักษณ์ เนื่องจากบริษัทมักให้เหล่าศิลปินที่มีชื่อเสียงออกแบบดีไซน์และลวดลายของเซิร์ฟสเก็ต  วันนี้เราจึงจะมาแนะนำ yow surfskate รุ่นไหนดี ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดีประจำปี 2022

สำหรับเซิร์ฟสเก็ตที่เรานำมาแนะนำก็คือ YOW Grom Huntington 30 ที่มาพร้อมการออกแบบเน้นความอเนกประสงค์ ตัวบอร์ดผลิตจากไม้เมเปิลฮาร์ดร็อค U.S.A 7 ชั้น แข็งแรงทนทาน มากับการออกแบบที่เน้นความอเนกประสงค์ พร้อมดีไซน์หางปลาดูโฉบเฉี่ยว โดยได้รับแรงบันดาลใจจากจากเซิร์ฟบอร์ดแบบย้อนยุค มีระยะฐานล้อสั้น ตัวล้อขนาด 66×51 มิลลิเมตร ช่วยในเรื่องการตอบสนองได้อย่างรวดเร็ว ไม่ว่าจะเป็นการเลี้ยวโค้งแคบ ๆ หรือเล่นท่าทางต่าง ๆ ก็สามารถทำได้ดีเป็นพิเศษ แผ่นบอร์ดทรง Tail Rocker มีความโค้งเว้าระดับปานกลางช่วยยึดเท้าให้ติดอยู่กับบอร์ด ไม่หลุดขณะเล่น ช่วยเพิ่มความปลอดภัย แถมบนพิ้นผิวกระดานยังมีกริปเทป Jessup ให้การยึดเกาะสูง ผิวสัมผัสไม่หยาบจนเกินไป  ติดตั้งชุดทรัคระบบ YOW S4 เพื่อการเคลื่อนไหวที่ลื่นไหลและคล่องตัว

เรียกได้ว่า YOW Grom Huntington 30 เป็นหนึ่งในเซิร์ฟสเก็ตที่โดดเด่นด้วยลวดลายและดีไซน์การออกแบบ สำหรับใครยังไม่รู้ว่าจะเลือก yow surfskate รุ่นไหนดี ก็ลองหามาเล่นกันดูได้ สนนราคาอยู่ที่ 10,xxx บาท


ความแตกต่าง หมวกกันน็อก สำหรับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์

ความแตกต่าง หมวกกันน็อก สำหรับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์

ความแตกต่าง หมวกกันน็อก สำหรับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์

 

ความแตกต่าง หมวกกันน็อก สำหรับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์

 

กีฬา Motorsport หรือกีฬาที่แข่งขัน ด้วยความเร็วนั้น เป็นชื่อเรียกรวม ทุกยานยนต์ ที่มีการจัดแข่ง มอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ ก็เป็นหนึ่ง ในรายการนี้ด้วย ซึ่งสำหรับคนดู ที่ไม่ได้รู้ลึก อย่างเราอาจจะคิดว่า สิ่งที่คล้ายกันของ 2 การแข่งนี้คือ หมวกกันน็อก ซึ่งความจริง แล้วมันมีความต่างกัน พอสมควรเลย จะมีอะไรบ้างมาดูกัน

 

 

  1. ความทนทาน ต่อแรงกระแทก ในหมวกกันน็อก ของรถยนต์ จะถูกทำให้รับแรงกระแทก ได้ดีกว่าของมอเตอร์ไซค์ เพราะภายในรถยต์ มีอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่แข็งแรงอยู่มาก ในขณะที่ของมอเตอร์ไซค์จะทำให้เน้นรับแรงเสียดทานจากการถูและไถลมากกว่า
  2. ความทนทาน ต่อไฟ หมวกกันน็อก ของรถยนต์ จะถูกทำให้มีความทน ต่อไฟ มากกว่า ด้วยวัสดุ ที่ใช้ผลิดและการปิดกั้นช่องทางที่ไฟจะเข้าถึง เพราะเวลาเกิดอุบัติเหตุ ผู้เข่งรถยนต์มักจะติดอยู่ภายในตัวรถซึ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดไฟไหม้และออกมาไม่ได้มากกว่านั่นเอง
  3. ส่วนป้อง กันเสริมต่างกัน หมวกกันน็อก ของมอเตอร์ไซค์ และรถยนต์ จะมีส่วนป้องกัน เสริมต่างกัน คือในหมวกของรถยนต์ จะต้องสามารถ ติดอุปกรณ์ป้องกันศีรษะ และคอได้เพื่อป้องกันการบาดเจ็บถึงชีวิต ซึ่งในส่วนของมอเตอร์ไซค์นั้นส่วนป้องกันนี้จะอยู่ที่ชุดแทน
  4. โครงสร้าง ภายนอก และ การกันเสียงรบกวน หมวกของรถยนต์ นั้นจะออกแบบเรียบ ๆ ไม่ต้องคำนึงถึง การต้านแรงลมใด ๆ เพราะใส่อยู่ภายในตัวรถเท่านั้น อีกทั้งยังไม่ต้องกังวลเรื่องน้ำหนักหรือการตัดเสียงรบกวนด้วย ในขณะที่หมวกของมอเตอร์ไซค์จะต้องคำนึงถึงสิ่งเหล่านี้มากกว่า

 

 

ความแตกต่าง หมวกกันน็อก สำหรับมอเตอร์ไซค์ รถยนต์


 

.

.

Freediving Mask ที่ดีที่สุดในปี 2021 สำหรับ Freediver คนไหนที่กำลังมองหา Mask อันใหม่ ก็จะต้องมาฟังกันทางนี้เลยเพื่อการดำน้ำให้สนุกสนาน

Freediving Mask ที่ดีที่สุดในปี 2021

Freediving Mask ที่ดีที่สุดในปี 2021

สำหรับ Freediver คนไหนที่กำลังมองหา Mask อันใหม่ แล้วล่ะก็จะต้องมาฟังกันทางนี้เลย เพราะว่าเราได้รวบรวมสุดยอด Freediving Mask ที่ดีที่สุดในปี 2021 มาไว้ให้คุณที่นี่แล้ว และเพื่อการดำน้ำให้สนุกสนานกับอุปกรณ์ที่มีคุณภาพเราก็มาดูกันดีกว่าว่า Mask สุดเจ๋งที่ติดโผกันในปีนี้จะมีแบรนด์ไหน รุ่นไหนกันบ้าง

Mares Star LiquidSkin

สำหรับ Mask รุ่นนี้ก็เป็นหนึ่งใน Freediving Mask ที่สวมใส่สบายที่สุด ด้วยซิลิโคนที่ใส่สบาย นอกจากนี้ยังมีส่วนจมูกที่เล็กกว่าหน้ากากแบบอื่นๆในท้องตลาด ทำให้เป็นหนึ่งในที่ดีที่สุด ด้วยรูปแบบที่เล็กกระทัดรัด สามารถพูดได้อย่างมั่นใจเลยว่า Mares Star LiquidSkin เป็นหนึ่งใน Freediving Mask ไม่กี่ตัวที่ให้ความสบาย พอดี และความพึงพอใจในการมองเห็นโลกใต้น้ำซึ่งต้องบอกเลยว่ากว่าจะเป็น Mask รุ่นนี้ได้ก็ผ่านการคิดค้นมาอย่างยาวนานเลยทีเดียว

รูปทรงของหน้ากากมีการปรับให้เหมาะสมกับแรงกดอากาศใต้ผืนน้ำ และเลนส์ที่จะช่วยให้คุณสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้น รวมถึงซิลิโคนเนื้อนุ่มคุณภาพดี ประกอบด้วย 2 ประเภท ได้แก่ ซิลิโคนเนื้อแน่นที่รองรับกรอบและเลนส์ และซิลิโคนแบบนิ่มซึ่งสัมผัสกับผิวหน้าของคุณ

Cressi Nano2

หากคุณกำลังมองหาหน้ากากที่มีขนาดกะทัดรัด และมีแรงเสียดทานใต้ผิวน้ำที่ค่อนข้างน้อย คุณก็คงจะต้องลองพิจารณาคุณสมบัติของ หน้ากากรุ่น Cressi Nano 2 ดูนะคะ เพราะว่าคุณจะสามารถดำดิ่งลงไปใต้ผิวน้ำได้อย่างลื่นไหล นับได้ว่าคุณสมบัตินั้นเทียบเท่ากับ Mares Star LiquidSkin เลยก็ว่าได้ และนี่ก็นับได้ว่าเป็นหนึ่งใน Freediving Mask ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ส่วนวัสดุอุปกรณ์ที่ให้ในการทำ Mask รุ่นนี้ก็ถือว่าได้เป็นซิลิโคนที่มีคุณภาพสูงมาก ทำให้สมใส่ได้อย่างสบาย ไม่มีระคายเคือง เพื่อให้คุณได้สัมผัสกับประสบการณ์การดำน้ำที่ดีที่สุด

Salvimar Noah

สำหรับ Freediving Mask รุ่นนี้ก็เรียกได้ว่าไม่ธรรมดาเลยทีเดียว เพราะว่าคุณสมบัติอันโดดเด่นเลยนั่นก็คือน้ำหนักที่เบาเพียงแค่ 4.94 ออนซ์เท่านั้น เรียกได้ว่าเบาที่สุดเท่าที่เคยมีมา ทำให้ใส่แล้วเบาสบายราวกับว่าเป็นส่วนหนึ่งของอวัยวะคุณเลยก็ว่าได้ เพียงเท่านั้นยังไม่พอหน้ากากรุ่นนี้ยังทำมาจากซิลิโคนชั้นดีที่ไม่ทำให้เกิดอาการแพ้ หรือระตายเคืองต่อผิว ส่วนในเรื่องของเลนส์ก็ทำออกมาได้ดีไร้ที่ติอีกด้วย เพราะมีความกว้างและความคมชัดที่เป็นเลิศให้คุณได้เพลิดเพลินกับโลกใต้น้ำได้แบบไม่มีสะดุดกันเลยล่ะค่ะ เพียงเท่านั้นยังไม่พอในเรื่องของโครงสร้างหน้ากากก็มาพร้อมกับรูปทรงที่รับพอดีกับใบหน้า รับได้ว่าต่อโจทย์มากๆเลยทีเดียว


อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Wing Foiling สำหรับ Wing Foiling ก็เป็นกีฬา Extreme น้องใหม่ที่มาเเรงและได้รับความนิยมได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Wing Foiling

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Wing Foiling

สำหรับ Wing Foiling ก็เป็นกีฬา Extreme น้องใหม่ที่มาเเรงและได้รับความนิยมได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว และแน่นอนว่ากีฬาประเภทนี้ก็เริ่มมีการเล่นในเมืองไทยบ้านเรากันบ้างแล้ว และอีกหนึ่งเหตุผลหลักที่ทำให้กีฬาประเภทนี้น่าสนใจเป็นอย่างมากนั่นก็เพราะว่า อุปกรณ์ที่มีเพียงไม่กี่ชิ้น สามารถใช้งานได้ง่ายไม่ซับซ้อน และไม่ต้องเสียเวลา Setup อะไรให้เยอะแยะมากมายเลย เพราะฉะนั้นวันนี้เรามาดูกันดีกว่าว่า อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Wing Foiling มีะไรกันบ้าง

Wing

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Wing Foiling สำหรับ Wing Foiling ก็เป็นกีฬา Extreme น้องใหม่ที่มาเเรงและได้รับความนิยมได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

สำหรับ wing นี้จะมีลักษณะคล้ายๆกับว่าวของ Kiteboarding นั่นเอง ซึ่งถ้าจะพูดไปแล้วในเรื่องของวัสดุก็ทำมาจากวัสดุแบบเดียวกันเลยค่ะ ใช้ในการเป่าลมเข้าไปเพื่อให้ wing สามารถลอยตัวบนน้ำได้ และสามารถจับขึ้นลมได้ดีนั่นเอง โดย Wing ส่วนใหญ่แล้วก็จะมีขนาดตั้งแต่ 2.8 เมตร – 6.4 เมตรเลยทีเดียว แต่ถ้าใครที่เพิ่งเริ่มเล่นก็ต้องดูขนาดตัวเรา ความสูงของเราประกอบไปด้วยก็ได้เช่นเดียวกันนะคะ และการใช้งานของ Wing นี้ก็จะมีมือให้จับเพื่อให้คุณสามารถควบคุม wing ได้อย่างอิสระ และมีสาย Leash ที่อยู่ติดกับข้อมือคุณด้วย เพื่อไม่ให้ Wing หลุดไปจากคุณ

Foil Board

เราปฏิเสธไม่ได้เลยว่าไม่มีบอร์แบบไหนที่จะเล่นกับ Wing ไปได้ดีกว่า Foil Board ซึ่งบอร์ดประเภทนี้เป็นบอร์ดที่มีคุณสมบัติในการลอยน้ำได้เป็นอย่างดี และด้านล่างจะต้องมีฐานที่สามารถใช้ติดตั้ง Mast ได้ และบอร์ดประเภทนี้จะเรียกขนาดเป็นลิตร โดยวิธีการเลือกบอร์กนั้นคุณก็จะต้องดูว่าคุณมีน้ำหนักตัวเท่าไหร่ และบวกเข้าไปอีก 30-40 เช่นถ้าคุณมีน้ำหนัก 60 กิโลกรัมก็ต้องเลือกบอร์ดขนาดประมาณ 90-100 ลิตรนั่นเองแหละค่ะ

Leash

อุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่น Wing Foiling สำหรับ Wing Foiling ก็เป็นกีฬา Extreme น้องใหม่ที่มาเเรงและได้รับความนิยมได้ภายในเวลาอันรวดเร็ว

สำหรับการเล่น Wing Foiling นี้สาย Leash ที่อยู่ติดกับข้อเท้าของคุณก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่จะต้องมีเช่นเดียวกัน นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของคุณเอง เพื่อไม่ให้ตัวของคุณหลุดลอยออกไปจากบอร์ด

Mast

ส่วนน้ีเป็นส่วนที่จะทำให้บอร์ดของคุณสามารถลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้ และเป็นอุปกรณืที่จะยึดติดอยู่กับบอร์ด ซึ่งก็จะมี

– Mast Top plate เป็นส่วนที่ติดอยู่กับบอร์ดด้างล่าง

– Alu Mast เป็นส่วนที่ต่อจาก Mast Top plate ซึ่งจะเป็นส่วนที่ยาวที่สุดนั่นเอง โดยจะตั้งฉากกับตัวบอร์ดลงไปใต้น้ำ 90 องศา

– Alu Fuselage และนี่ก็เป็นอุปกรณืที่อยู่ต่อจากตัว Alu Mast และจะติดตั้งให้ตั้งฉากกับ Alu Mast และขนานกับตัวบอร์ด รวมถึง้ป็นอุปกรณ์ที่ใช้ติดตั้ง Wing ใต้ดินอีกด้วยนะคะ โดยปกติแล้วเจ้า Alu Fuselage นี้จะมีขนาดความยาวอยู่ที่ประมาณ 60 เซนติเมตร

– Front Wing ตัวนี้จะเป็นส่วนปีกใหญ่ที่อยู่ด้านหน้า มีหน้าที่ทำให้ตัวบอร์ดของคุณสามารถลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้นั่นเอง

– Stabilizer ถ้าจะมองเผินๆแล้วมันก็คือปีหลังอันเล็กนั้นเอง ซึ่งก็มีหน้าที่ในการทรงตัวให้คุณสามารถ Wing Foil ได้อย่างมั่นคงและมีสเถียรภาพมากยิ่งขึ้น


ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการมาลองปีนหน้าผาจำลอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี เพราะว่ายังไม่เคยลองมาก่อน วันนี้เราก็มีไกด์เล็กๆมาบอกคุณว่าในการปีนเขาครั้งแรกของคุณควรที่จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนะคะ

 

ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะแก่การปีนหน้าผา

สิ่งแรกที่คุณจะต้องเตรียมมาจากบ้านเลยนั่นก็คือการเลือกเสื้อผ้าที่กระชับแนบลำตัว ไม่ลุ่มล่าม สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกสบาย เพื่อให้คุณสามารถปีนป่าย ออกท่าทางได้คล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราแนะนำเป็นกางเกงขาสั้น(มีซับในสำหรับคุณผู้หญิง) กางเกงโยคะ เสื้อยืดออกกำลังกาย หรือจะใส่เป็นสปอร์ตบาร์ก็ได้เช่นกัน

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เรียนรู้การใช้อุปกรณ์

สำหรับใครที่มาปีนหน้าผาจำลองในครั้งแรกคุณสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่านี่คือครั้งแรกของคุณ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแนะนำอุปกรณ์ต่างๆให้คุณรวมทั้งวิธีการใช้งาน ซึ่งหลักๆก็จะมี climbing shoes และ harness ซึ่งนี่คือ 2 สิ่งหลักๆที่คุณใช้ในการปีนหน้าผาจำลอง และรวมถึงวิธีการผูกเงื่อนของเชือกให้แน่นหนาและปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน นี่ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะหมายถึงความปลอดภัยของคุณเองด้วยเช่นกัน

 

สอนวิธีการปีน

สำหรับการการปีนในครั้งแรกนั้นเราแนะนำให้คุณปีนแบบ Top Rope เพราะว่าการปีนแบบนี้จะเป็นการปีนที่มีหลายระดับให้คุณได้เลือก โดยที่คุณสามารถเริ่มปีนจากระดับพื้นฐานที่ง่ายที่สุดก่อนได้ โดยการปีน คือการที่คุณจะต้องจับ Holds สีเดียวกันไปจนถึงจุดสูงสุด และใช้มือทั้ง 2 ข้างของคุณจับ Holds ตัวสุดท้ายนั้นให้ได้นับว่าเป็นการจบการปีนโดยสมบูรณ์แบบ

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

การโรยตัวลงมา

พอปีนจบแล้วก็เป็นการโรยตัวลงมา โดยใช้มือของคุณจับเชือกที่ติดกับ Harness ของคุณเอาไว้ และใช้ขาคอยยัน Wall ลงมาที่ละสเต็ปเพื่อไม่ให้ตัวของคุณกระแทกกับ Wall นั่นเองล่ะค่ะ ซึ่งหากใครที่เพิ่งมาปีนครั้งแรกอาจจะหวาดเสียวหน่อย แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ก็สบายหายห่วงได้เลยค่ะ

 

เรียนรู้การ Belay

นอกจากการเรียนรู้การเป็น Clamber แล้วคุณก็จะต้องเรียนรู้การเป็น Belayer ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ และถ้ายิ่งใครที่เดินทางไปปีนหน้าผาจำลองเป็นคู่ล่ะก็ยิ่งดีใหญ่เพราะว่าจะได้ผลัดกันปีน ผลัดกัน Belay ได้ Belay คือผู้ที่อยู่ด้านล่าง คอยปล่อยเชือก และคอยคานน้ำหนักของผู้ปีนเพื่อไม่ให้ตกลงมา รวมถึงเป็นผู้ที่คอยบังคับเชือกขณะที่ผู้ปีนกำลังโรยตัวลงมาด้วย การ Belay นั้นคุณต้องห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด ต้องรอบครอบทุกขั้นตอน ทั้งการผูกเงื่อน การดึงเชือก การปล่อยเชือก ตำแหน่งมือ และการรู้จักลิมิตน้ำหนักของตัวคุณเองว่าคุณสามารถคานน้ำหนักของคนปีนได้หรือไม่

#ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ

Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ

Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ

ประเภทของกีฬา Extreme นั้นมีมากมายทั้งเล่นบนบก,ในน้ำ หรือกลางอากาศ หรือบางอันก็สามารถเล่นได้ทั้งในน้ำและในบนบก แต่ที่จะกล่าวถึงในครั้งนี้จะเป็นกีฬา Extreme ประเภทหนึ่งที่เน้นความแข็งแรงของร่างกาย, ประสบการณ์ รวมถึงต้องมีคู่หูที่รู้ใจ นั่นคือกีฬา Extreme ที่ชื่อว่า Free Diving ที่ผู้เล่นจะต้องดำดิ่งลงไปในน้ำแถมไม่มีอุปกรณ์ป้องกันใดๆเลยนอกจากชุดว่ายและอุปกรณ์ติดตัวนิดหน่อยเท่านั้น

Free Diving ดำดิ่งสู่ผืนน้ำ

โดยกีฬาประเภทเกิดขึ้นเพราะความคิดของมนุษย์ที่ต้องการจะลงไปหาอาหารภายในทะเลหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมาซึ่งแต่ละที่แต่ละบุคคลก็มีเทคนิคการดำน้ำที่แตกต่างขึ้นอยู่กับความถนัดและความแข็งแรงของปอดนักกีฬาคนนั้นทีนี้วิธีการดำน้ำลงไปนั้นผู้เล่นจะต้องดำน้ำที่ลึกกว่า 5 เมตรขึ้นไปและต้องกลั้นหายใจด้วยตอนที่ดำดิ่งลงไปซึ่งนั่นจะทำให้ผู้เล่นได้ซึมซับกับประสบการณ์ใต้น้ำและเรียนรู้ธรรมชาติใต้น้ำบางคนอาจจะฝึกฝนจนถึงขั้นช่ำชองและสามารถดำไปน้ำลึกๆได้พร้อมกับถ่ายรูปไปด้วย

หลังจากที่ดำน้ำลงไปสิ่งแรกที่จะต้องพบคือแรงดันอากาศภายในน้ำที่เพิ่มมากขึ้นจึงจะทำให้ผู้ดำน้ำรู้สึกหูอื้อและปวดหูดังนั้นก่อนที่จะดำน้ำทุกครั้งผู้ฝึกสอนจะต้องทำการฝึกในเรื่องเคลียร์หูเสียก่อนเพื่อลดความทรมานจากอาการดังกล่าวและยังช่วยให้ผู้เล่นดำน้ำได้นานและลึกมากขึ้นกว่าดังนั้นการอันดับแรกเลยจะต้องทำการฝึกให้คล่องเสียก่อนและต้องมีครูฝึกที่มีประสบการณ์คอยช่วยและมีข้อห้ามว่าห้ามดำน้ำเพียงคนเดียวเพราะหากพลาดเพียงนิดเดียวอาจจะทำให้ผู้เล่นเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ซึ่งก็เคยมีข่าวว่ามีนักดำน้ำเสียชีวิตจากการดำน้ำคนเดียวมาแล้ว

สำหรับกีฬา Free Diving ก็สามารถแตกแขนงเป็นประเภทต่างๆ แบ่งเป็น

1. STAเป็นวิธีที่นักดำน้ำต้องฝึกฝน เนื่องจากนำมาใช้ในการแข่งขัน และช่วยให้ปอดแข็งแรง โดยวิธีการฝึกจะให้นักกีฬากลั้นหายใจให้นานที่สุด และต้องลอยตัวอยู่นิ่งเพื่อใช้ออกซิเจนน้อยที่สุด

2. DYNเป็นการดำน้ำแบบใช้ Fins หรือครีบเท้า โดยต้องทำให้ร่างกายต้านน้ำน้อยที่สุด เพื่อลดความเหนื่อยล้าและว่ายให้ไกลที่สุด

3. DNFจะคล้ายๆ DYN แต่การดำน้ำแบบนี้จะไม่ใช้ครีบเท้า

4. FIMจะมีความโดดเด่นในเรื่องของการกลั้นหายใจและใช้มือสาวไปตามเชือกให้ลึกที่สุด

5. CWTจะใช้ Fins เป็นส่วนประกอบพร้อมกับตะกั่วถ่วงน้ำหนักให้ลงไปลึกที่สุด ก่อนจะทะยานขึ้นมาเหนือน้ำอย่างปลอดภัยที่สุด

6. CNFจะมีเป้าหมายเช่นเดียวกันกับ CWT แต่จะไม่ใช้ Fins ช่วย

7. VWTจะใช้ของหนักถ่วงร่างกายให้ดำน้ำได้ลึกที่สุดแต่ตอนขึ้นจะว่ายหรือดึงเชือกขึ้นมาก็ได้

นอกจากจะมีการแบ่งประเภทเอาไว้อย่างชัดเจนแล้ว Free Diving ยังมีคำศัพท์ที่นักกีฬาจะต้องเรียนรู้ คำแรกเลยคือ Buddy นั่นคือคู่หูที่จะคอยดูแลกันและกัน ต่อมาคือ Freefall คือเมื่อมนุษย์ดำน้ำไปจนถึงระดับหนึ่ง ปอดจะหดตัวลง ร่างกายจะค่อยๆ ดำลงไปช้าๆ โดยไม่ต้องว่ายน้ำ, Equalization คือการปรับแรงดันในหู เพื่อป้องกันความเจ็บปวด, Squeeze อาการเจ็บปวดจากการโดนแรงดันใต้น้ำ สุดท้ายคือ Oxygen assisted static จะเป็นการใช้ออกซิเจนบริสุทธิ์ เพื่อทำให้ดำน้ำนานขึ้น สำหรับมือใหม่ก็ควรจะศึกษาข้อมูลให้ดีๆ เพื่อความปลอดของตัวผู้เล่น

 

# สิ่งที่ควรทำก่อนการดำน้ำ

Gravity Lab Bangkok

Gravity Lab Bangkok

สำหรับใครที่เป็นสาย Bouldering ต้องฟังทางนี้ เพราะวันนี้ในเมืองไทยของเรานั้นมี Climbing Gym สำหรับ Boulderers โดยเฉพาะกันแล้ว ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งฝยิม Indoor ที่ติดแอร์เรียกได้ว่ามาปีนแบบสบายๆกันได้เลย และถ้าใครที่อยากจะเริ่มปีนหน้าผาและว่ายังลังเลอยู่เพราะว่าติดที่กลัวความสูงแล้วล่ะก็ที่นี่ก็เหมาะมากๆที่จะมาเป็นอีกหนึ่งจุดเริ่มต้นของแวดวงการปีนหน้าผาของคุณ เพราะการปีนแบบ Bloudering นั้นจะมีความสูงไม่เกิน 5 เมตร และมีเบาะนุ่มๆคอยรองรับคุณอีกด้วย

Gravity Lab Bangkok

มาทำความรู้จักกับยิม Gravity Lab Bangkok กันดีกว่า

แค่ได้ยินชื่อก็บอกได้เลยใช่ไหมล่ะคะว่าสไตล์การปีนที่นี่จะต้องเป็นแบบต้านแรงโน้มถ่วงอย่างแน่นอน และก็ถูกต้องแล้วค่ะ เพราะว่าที่นี่จะเป็นหน้าผาจำลองแบบ Bouldering ที่จะเน้นการปีนระยะความสูงไม่มากนัก แต่ว่า Route แต่ละ Route นั่นเข้มข้นมาจริงๆ เพราะว่าจะต้องใช้ความแข็งแรงของทั้งแขนและขา วัดกันที่กำลังแรงบีบมือ ความยืดหยุ่นและความพลิ้วไหว แต่ถ้าหากใครที่ยังเป็นมือใหม่ก็อย่าเพิ่งตกใจไปนะคะ เพราะ Route ง่ายๆสำหรับ Beginner ที่นี่ก็มีเช่นเดียวกัน คุณสามารถค่อยๆฝึกไต่ระดับความง่ายไปจนถึงระดับยากกันได้เลย อีกทั้งที่นี่ก็ยังมีแอร์เย็นฉ่ำเเสนสบายกันอีกด้วยนะคะ

Gravity Lab Bangkok

ที่ Gravity Lab Bangkok แห่งนี้ถือว่าเป็นศูนย์รวมของชาว Boulderers เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเป็นยิมเฉพาะสำหรับการปีนแบบ Bouldering มีความสูงไม่มาก ไม่ต้องใช้ Rope ไม่ต้องใช้ Harness เรียกได้ว่าแค่มี Climbing Shoes กับ Chalk ก็ปีนกันได้เเล้ว และอย่างที่ยิมแห่งนี้ก็ยังมี Route มากมายให้คุณได้เลือกปีนและได้ฝึกมือกันด้วย มีทั้ง Wall มีทั้ง Roof ให้ได้ไต่กันอย่างสนุกสนาน และที่สำคัญ ที่นี่เค้ายังเปลี่ยน Route ทุกอาทิตย์ด้วยนะคะ ทำให้คุณสามารถมาลอง Route ใหม่ๆกันได้ตลอดเลยทีเดียว

สำหรับที่ยิม Bouldering Indoor แห่งนี้ไม่ได้มีเพียงแค่หน้าผาจำลองให้คุณได้มาปีนเล่นเท่านั้นนะคะ แต่ว่าที่นี่เค้ายังมียิมให้คุณได้มาออกกำลังกายกันด้วย แล้วบอกได้เลยว่ามีเครื่องเล่นเยอะมาก ครบมาก ให้คุณได้มาออกกำลังแขน กำลังขาก่อนการปีนหน้าผากันได้เลย นอกจากนั้นที่นี่ก็ยังมีห้องสุขา และห้องอาบน้ำให้บริการด้วยเช่นกัน รวมถึง Climbing Shoes ให้เช่าด้วยนะคะ

ที่ตั้ง

149 ถนนบรมราชชนนี แขวงอรุณอัมรินทร์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 434 3999

วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ เปิดบริการเวลา 9.00-22.00 วันเสาร์-วันอาทิตย์ เปิดบริการเวลา 9.00-20.00

เอาเป็นว่าใครที่เป็นสาย Bouldering ก็ห้ามพลาดที่ Gravity Lab Bangkok กันนะคะ เพราะที่นี่เค้ามี Route ที่ท้าทายแรงโน้มถ่วงกันเยอะแยะเลยทีเดียวค่ะ

 

# Virgin Active Thailand (EmQuartier)

Rock Climbing คืออะไร

Rock Climbing คืออะไร

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผา หรือ Rock Climbing กันดีกว่า เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าในโรงยิมใหญ่ๆบางแห่งนั้นก็จะมี หน้าผาจำลองให้ปีนป่ายกันอีกด้วย ซึ่งก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้นก็เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กำลังมาแรง ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดี อีกทั้งยังสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วยนะคะ เอาล่ะงั้นเรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผากันต่อได้เลยค่ะ

กีฬาปีนหน้าผา Rock Climbing ก็เป็นกีฬาประเภทนี้ก็จัดว่าอยู่ในหมวดประเภทกีฬาผาดโผน โดยที่คุณจะต้องใช้ทักษะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว แม้กระทั่งการใช้ความคิดด้วยเช่นกัน เพื่อให้คุณสามารถปีนป่ายขึ้นไป ทั้งตามแนวสูงและแนวขวางไปได้จนถึงจุดสูงสุดนั้นเอง

ซึ่งกีฬาปีนหน้าผา ในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถานที่ในคุณได้มาลองปีนป่ายท้าทายความหวาดเสียวกันอยู่ 2 ประเภท นั่นก็คือ การปีนหน้าผาจำลอง(Indoor) และการปีนหน้าผาจริงตามธรรมชาติ(Outdoor)

Indoor หรือการปีนหน้าผาจำลอง

สำหรับการปีนประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นที่จะปีนหน้าผา เพราะที่นี่จะมีความปลอดภัยที่สูงกว่า เพราะหน้าผาจำลองที่คุณจะได้ปีนนั่นส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่ตั้งตรงตามแนวสูง และมี Holds (ตัวจับ) ให้คุณได้ปีนป่ายไปตามสีต่างๆได้ ซึ่งโดยปกติแล้วการปีนหน้าผาจำลองนั้นจะใช้สำหรับฝึกซ้อมท่าในการปีนก่อนที่จะออกไปปีนแบบ Outdoor ซึ่งการปีนใน Indoor ก็จะมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกปีนได้อีกด้วย และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะสูงกว่า

Outdoor หรือการปีนหน้าผาตามธรรมชาติ

ส่วนการปีนแบบนี้คือคุณต้องออกมาปีนกันหน้าผาจริงๆเลยซึ่งส่วนใหญ่จะมีการวางเส้นทางเอาไว้อยู่แล้ว แต่ว่าจะมีได้มี Holds ให้คุณได้ Follow เหมือนการปีนแบบ Indoor เพราะฉะนั้นการปีนแบบ Outdoor คุณจะต้องหาหนทางไปต่อด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้นก็จะมีความท้าทายที่มากกว่า เพราะคุณต้องใช้ความคิดและพละกำลังในเวลาเดียวกัน รวมถึงประสบการณ์การปีนหน้าผาด้วยเช่นกัน เพราะโดยปกติหน้าผาตามธรรมชาตินั่นจะไม่ได้ตั้งตรง 90 องศากับพื้น แต่จะมีแนวขวางบ้างเอียงบ้าง ให้คุณได้ใช้ทักษะและเทคนิคที่มากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณต้องการที่จะทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผาให้มากขึ้น คุณก็สามารถมาลองปีนกันแบบ Indoor ไปก่อนก็ได้ เพราะว่าโดยปกติแล้วทุกที่ก็จะมีอุปกรณ์ให้คุณสามารถเช่าได้ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแนะนำวิธีการปีน การใช้อุปกรณ์​ รวมถึงเทคนิคต่างๆในการปีนให้คุณได้อีกด้วย อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะปลอดภัยมากกว่าการออกไปปีนหน้าผาจริงๆ และมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกฝึกฝนกันอีกด้วย

 

# Urban Playground Climbing