ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

 

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

 

ในสังคมปัจจุบันนั้นกีฬาที่กำลังยอดฮิตและยอดนิยมมีอยู่หลากหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นและฝึกประสบการณ์ที่แปลกใหม่ จากนี้ยังสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดอายุอีกด้วย นั้น ก็คือ กีฬาสเก็ตบอร์ด ที่ทุกท่านเห็นทั่วไปตามพื้นที่หรือ ลานสเก็ตบอร์ด ที่มีผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก พบเห็นได้ตามสถานที่สาธารณะที่จัดวางไว้เพื่อการเล่นกีฬานี้โดยเฉพาะ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่เล่นสเก็ตบอร์ดยอดฮิตและยอดนิยมในเขตจังหวัดนนทบุรีมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบเพื่อที่จะเดินทางไปเล่นได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เป็นช่องทางเลือกในการฝึกซ้อมที่จะช่วยทำให้การเล่นของท่านมีประสิทธิภาพสูงสุดยิ่งกว่าเดิม ดูได้เลยว่ามีสถานที่ใดบ้าง

 

 

ลานเล่นกีฬาย่านจังหวัดนนทบุรี

สำหรับร้านเล่นสเก็ตบอร์ดในย่านจังหวัดนนทบุรีนั้นมีให้ทุกท่านได้เลือกเล่นมากมายหลากหลายแห่งโดยเราจะยกตัวอย่างหนึ่งแห่งที่กำลังเป็นที่นิยม และมีผู้คนกล่าวถึงมากที่สุดนั้นคงจะเป็นสถานที่อื่นไม่ได้นอกจาก วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่อำนวยความสะดวก และเปิดให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในกีฬาดังกล่าวเดินทางมาเล่นและฝึกซ้อมกันได้

 

เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง และไม่ได้สร้างผลกระทบกับผู้ใดทุกท่านสามารถเดินทางไปเล่นได้ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เริ่มตั้งแต่ 16:00 น เป็นต้นไป เหมาะสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมโดยจะมีนักกีฬาผู้เล่นตัวเล็กตั้งแต่เด็กจนถึงวัยรุ่นพากันเดินทางมาเล่นและเปิดสนามเล่น ได้อย่างสนุกสนานเพราะมีคนช่วยสอนและถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อโพสต์ลงสื่อโซเชียลให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเห็นศักยภาพของนักกีฬาสมัครเล่นของประเทศไทย นอกจากนี้ยังไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อเข้าไปเล่นในสถานที่ดังกล่าวเนื่องจากเป็นที่สาธารณะ และเปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยได้สามารถโชว์ศักยภาพของตนเองได้มากที่สุดหรือที่เรียกว่าเป็นลานประลองสำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด

 

 

จังหวัดนนทบุรีพื้นที่เล่นกีฬายอดนิยม

ถ้าหากจะพูดถึงจังหวัดนนทบุรีนั้นมีพื้นที่เล่นกีฬายอดนิยมหลากหลายพื้นที่แต่ที่เราได้นำเสนอไปเป็นพื้นที่หรือลานสเก็ตบอร์ด ที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาสามารถเดินทางเข้าไปเล่นและฝึกซ้อมได้ในช่วงเวลา 16.00 นาฬิกาเป็นต้นไปอยู่ในเขตพื้นที่สนามของวัดเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทุกท่านสามารถเดินทางเข้าไปแวะเวียนเที่ยวเล่นและถ่ายรูป ความสวยงามของวัดพร้อมทั้งได้ส่งการเล่นสเก็ตบอร์ดที่ตื่นตาตื่นใจให้ทุกท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ไม่มีมลพิษ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารคอยให้บริการทุกท่านอีกด้วย เป็นอย่างมากที่จะใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาประเภทดังกล่าว

 

 

 

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี


 

รวมลานสเก็ตบอร์ดกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

รวมลานสเก็ตบอร์ดกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

รวมลานสเก็ตบอร์ดกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

 

รวมลานสเก็ตบอร์ดกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

 

ในสังคมปัจจุบันนั้นการเล่นกีฬาที่จะช่วยสร้างความท้าทายและเพิ่มศักยภาพในการเคลื่อนไหวของผู้เล่นได้มากยิ่งขึ้นนั้น คงจะเป็นกีฬาอื่นไม่ได้นอกจากสเก็ตบอร์ดหรือเซิร์ฟสเก็ต ที่ได้รับความนิยมและโด่งดังในโลกโซเชียลอยู่ในปัจจุบัน เป็นกระแสนิยมอย่างต่อเนื่องเนื่องจากมีผู้คนนิยมเดินทางมาเล่นและถ่ายลงสื่อโซเชียลการเพิ่มมากยิ่งขึ้น เป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถและฝึกกล้ามเนื้อบริเวณต้นขาและการทรงตัวตลอดการยืนบนกระดานสเก็ตบอร์ด วันนี้เราจึงมีสถานที่เล่นมาแนะนำให้ทุกท่านได้รู้จักกันซึ่งอยู่ในเขตพื้นที่เมืองของกรุงเทพมหานคร ว่าจะมีสถานที่ใดบ้างที่สามารถทำให้ทุกท่านนั้นฝึกประสบการณ์และฝึกความเก่งกล้าในการเล่นได้ พร้อมทั้งไม่รบกวนผู้อื่นในช่วงระยะเวลาที่ฝึกซ้อม ไปดูกันเลยว่ามีแหล่งใดบ้างที่อยู่ในตัวเมืองกรุงเทพมหานครที่โดนใจทุกท่าน

 

 

ลานสเก็ตบอร์ด ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร

ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร มีพื้นที่ให้ทุกท่านได้เล่นฝึกซ้อมและโชว์ศักยภาพอย่างหลากหลาย ดังต่อไปนี้

-สนามหลวง

เป็นพื้นที่ในการเล่นและฝึกซ้อมเพื่อที่จะช่วยทำให้ทุกท่านนั้นมีความสามารถเพิ่มมากยิ่งขึ้นโดยกีฬาดังกล่าวนี้ถูกพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเป็นช่วงยุคสมัยที่เปลี่ยนแปลงไปจึงทำให้เทคโนโลยีและรับวัฒนธรรมของต่างประเทศเข้ามาจึงเกิดเป็นกีฬาดังกล่าวผู้คนให้ความสนใจและมีการเล่น เพื่อทำให้ตนเองนั้นมีความกล้าหาญสามารถทรงตัวอยู่บนกระดานขนาดเล็ก และเคลื่อนที่ไปอย่างรวดเร็ว สถานที่ดังกล่าวเปิดให้บริการทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00 นถึง 22.00 นโดยที่ไม่มีค่าใช้จ่ายสามารถเดินทางเข้าไปเล่นได้ฟรี ขั้นตอนวิธีการเดินทางมาจากตัวเมืองทุกท่านสามารถนั่งรถเมล์สาย 123 124 และ 183 เข้ามาได้ตลอดช่วงเวลาที่ทำการเปิด

– สนามกีฬาแห่งชาติ

เป็นอีกหนึ่งสถานที่ในเขตกรุงเทพมหานครที่มีการ เล่นสเก็ตบอร์ด เพื่อเสริมสร้างศักยภาพของตนเองและฝึกซ้อมประสบการณ์ที่เพิ่มมากยิ่งขึ้น โดยเปิดให้บริการทุกวันในช่วงเวลา 16.00 นถึง 21.00 นาฬิกาสามารถเดินทางเข้าใช้บริการได้ฟรีไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้น สถานที่ดังกล่าวอยู่ติดกับรถไฟฟ้า BTS ทุกท่านสามารถเดินทางมาได้ด้วยรถไฟฟ้า BTS และรถเมล์สาย 11 15 47 และ 73

– มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ลานดิน

เป็นสถานที่เล่นกีฬาอยู่ในมหาวิทยาลัยซึ่งติดกับใจกลางเมืองกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้เหมาะสำหรับการเล่น Surf Skate ที่ต้องฝึกท่าทางและใช้พื้นที่กว้างขวางเพื่อไม่ให้ ผู้อื่นได้รับผลกระทบจากการฝึกซ้อมดังกล่าวนี้ ซึ่งเปิดให้บริการทุกวันในช่วงเวลา 17.00 นถึง 21.00 นาฬิกา ไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นทุกท่านสามารถเดินทางเข้าเล่นได้ฟรี โดยเดินทางผ่านรถไฟฟ้า bts อโศก วินมอเตอร์ไซค์เข้ามาในมหาวิทยาลัยได้เลย

 

 

เขตกรุงเทพฯสถานที่ฝึกซ้อมกีฬาเซิร์ฟสเก็ตหรือ สเก็ตบอร์ด

แผนที่ทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า ลานสเก็ตบอร์ด ที่อยู่ในเขตกรุงเทพฯนั้นมีให้ทุกท่านได้เลือกเดินทางไปฝึกซ้อมและโชว์ศักยภาพหลักหลายพื้นที่จากที่เราได้อธิบายมาข้างต้นหวังว่าทุกท่านจะชื่นชอบในสถานที่ที่เราได้แนะนำไปและไม่มีค่าใช้จ่ายใด ๆ ทั้งสิ้นสามารถเข้าใช้งานได้ทุกช่วงเวลาที่ทำการเปิดให้บริการ

 

 

รวมลานสเก็ตบอร์ดกลางเมืองกรุงเทพมหานคร


 

นกฮูกสเก็ตปาร์ค ลานสเก็ตบอร์ด อีกแห่งในกรุงเทพฯ

นกฮูกสเก็ตปาร์ค ลานสเก็ตบอร์ด อีกแห่งในกรุงเทพฯ

นกฮูกสเก็ตปาร์ค ลานสเก็ตบอร์ด อีกแห่งในกรุงเทพฯ

 

นกฮูกสเก็ตปาร์ค ลานสเก็ตบอร์ด อีกแห่งในกรุงเทพฯ

 

สเก็ตบอร์ด กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่มีต้นกำเนิดมานานแล้ว ซึ่งมีที่มาจากการเล่นเซิร์ฟบอร์ดของวัยรุ่นอเมริกัน  ในการโต้คลื่นตามท้องทะเล จนมีการพัฒนานำมาเล่นบนบกโดยใส่ล้อให้กับกระดานบอร์ด จนกลายเป็นสเก็ตบอร์ดและนิยมเล่นกันอยู่ช่วงหนึ่ง และต่อมาก็ลดความนิยมลงไป จนได้มีการพัฒนาล้อสเก็ตบอร์ดโดยใช้ยูรีเทนที่มีความยืดหยุ่นมากกว่า เพิ่มความปลอดภัยมากกว่าเดิม และได้ใช้ล้อที่ทำจากยูรีเทนมาจนถึงปัจจุบัน และมีการปรับเปลี่ยนรูปแบบและขนาดของแผ่นบอร์ดให้มีรูปร่างและสีสันที่แตกต่างกันอกไป จนต่อมามีการเพิ่มบทเพลงระหว่างการเล่นสเก็ตบอร์ด จึงทำให้มีความนิยมมากขึ้น และเมื่อมีการแข่งขันกีฬาเอ็กซ์ตรีม และได้มีการถ่ายทอดให้ได้ชมกันทั่วโลก จนทำให้เป็นที่รู้จักและเริ่มเป็นที่สนใจจากทั่วโลกมากขึ้นจนถึงปัจจุบัน

 

 

ในประเทศไทยสเก็ตบอร์ดก็ยังเป็นที่สนใจของวัยรุ่น วัยทำงาน หรือผู้ที่สนใจในกีฬาชนิดนี้กันอยู่ไม่น้อย ทำให้มีสนามเล่นสเก็ตบอร์ดเกิดขึ้นหลายแห่ง ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด หนึ่งในนั้นคือ นกฮูกสเก็ตปาร์ค แหล่งเล่น Surfskate อีกแห่งที่น่าสนใจ อยู่ในตลอดนกฮูก 2 การเดินทางโดยขึ้นทางด่วนไปลงที่ด่านศรีสมานแล้วขับต่ออีกนิดก็จะถึงนกฮูกสเก็ตปาร์ค ที่มีหลายโซนให้เล่น เช่น ลานเรียบโล่ง ๆ , สนาม Pump traek, Snake Bowl, Wave, Bowl ถือว่าครบ เหมาะสำหรับทั้งมือใหม่ หรือที่เก่งแล้วก็น่าสนใจลองแวะไปเล่นทดสอบสนามกันได้ อยู่ติดกับตลาดนัด ค่าเข้าปกติ ผู้ใหญ่ 150 บาท เด็ก 100 บาท เปิด 15.00 น. – 24.00 น. และเปิดขายตั๋วเวลา 15.00 น. – 22.30 น. เมื่อจ่ายค่าเข้าแล้วจะมีสายรัดข้อมือ NokHook Skate Park และในช่วงนี้มีการปรับเวลาให้บริการเป็น 14.00 -20.30 น.

 

 

บริเวณสนามมีป้ายบอก เป็นสนามขนาดใหญ่ ประดับตกแต่งด้วยแสงไฟสวยงาม มีเพลงเปิด มีหลายพื้นที่ให้เล่น เช่นในโซน Carve จะมีการเทพื้นปูนขัดมันเรียบ ๆ เหมาะสำหรับให้ไถสเก็ตบอร์ดกันได้สนุก ๆ ซึ่งติดกันก็จะเป็นโซน Ramp ให้ฝึกเล่นด้วย โดยจะเป็นการหัดขึ้นเนินและกลับตัวที่โซนนี้ได้ และมีบริเวณที่เป็นพื้นเอียงโต้คลื่น โดยจะมีความยาวมาก และบริเวณ Bowl Ramp ที่มีรูปร่างเหมือนสระว่ายน้ำ เป็นรูปทรงสี่เหลี่ยม และโซนไมอามี่จะมีการทำสนามให้เป็นพื้นเรียบ ๆ ตรงกลาง และมี Snake Bowl ล้อมรอบ โดยจะเป็นพื้นเรียบ ๆ สีฟ้า เหมือนธารน้ำ ซึ่งส่วนที่เป็นสีฟ้าจะเป็นคล้ายร่องน้ำเหมาะฝึกไถซ้าย ขวา โฉบขึ้น โฉบลง อีกทั้งยังมีโต๊ะตัวใหญ่ที่สามารถนั่งได้ 6 – 8 คน ห้องน้ำสะอาด ที่จอดรดสะดวก ถือเป็นลานสเก็ตบอร์ดอีกสนามในกรุงเทพฯ ที่น่าลองไปทดสอบสนามกันดูซักครั้ง

 

 

 

ขอบคุณภาพจากเพจเฟซบุ๊ก : Nokhook Skate Park II นกฮูก สเก็ตปาร์ค

นกฮูกสเก็ตปาร์ค ลานสเก็ตบอร์ด อีกแห่งในกรุงเทพฯ


 

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

การเล่นสเก็ตบอร์ด เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงหลังมานี้ ซึ่งในกรุงเทพฯ เอง   ก็มีลานเล่นสเก็ตบอร์ดหลายแห่งที่น่าสนใจ ซึ่งจะมาแนะนำ 3 แห่งที่น่าไปลองเล่นกัน ดังนี้

 

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

 

1.  สวนรถไฟ จตุจักร ขึ้นชื่อว่าสวนรถไฟแล้วก็เป็นสวนสาธารณที่คุ้นเคยกันดี นอกจากจะมีกิจกรรม      ที่สามารถทำได้หลากหลายเช่น ปั่นจักรยาน ถ่ายรูป ชมนก ชมไม้ ชมผีเสื้อ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ ฯลฯ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถทำได้ที่สวนรถไฟ นั่นก็คือ เล่นสเก็ตบอร์ด ก็เป็นสถานที่อีกแห่งที่ได้รับความนิยม โดยแนะนำให้จอดรถในโซนสวนจตุจักรหรือว่าริมถนนในช่วงเช้า ๆ หรือ เย็น ๆ ซึ่งการใช้บริการของลานสเก็ตบอร์ดของที่นี่ต้องสมัครสมาชิกรายปี ราคา 60 บาท ค่าเคลือบบัตร 10 บาท รวมเป็น 70 บาท ที่ศูนย์กีฬาวชิรเบญทัศน์ ซึ่งทางเข้าไปเล่นสเก็ตบอร์ดก็จะมีป้ายบอกบริเวณพื้นที่เล่นอย่างชัดเจน จะมีจุดสำหรับการลงทะเบียนก่อนเข้าไปเล่น     โดยบริเวณพื้นที่เล่นจะเป็นลานกว้างและยาว พื้นจะคล้ายกับพื้นถนนซึ่งไม่ลื่นมาก เหมาะกับมือใหม่ สามารถเล่นได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.30 น. ถ้าช่วงเช้าและเย็นของวันปกติคนจะไม่มาก แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีคนมาเล่นมากหน่อย

 

 

  1. ใต้สะพานพระราม8 พื้นที่เล่นจะเป็นบริเวณใต้สะพานพระราม8 ด้านฝั่งธน จะเป็นพื้นที่ลานโล่ง ลานอเนกประสงค์ ซึ่งใช้งานได้หลากหลายกีฬา เช่น วิ่ง จูงสุนัข เตะบอล วอลเล่ย์บอล แอโรบิค รวมทั้งใช้เป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งจะเป็นพื้นหินกระเบื้องแกรนิต และอีกโซนจะเป็นพื้นซีเมนต์ผสมกรวด ก็สามารถใช้เป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ดได้เป็นอย่างดี บรรยากาศริมน้ำสบายๆ ซึ่งอยู่ติดกับสวนสาธารณะพระราม8 ที่ใช้ทำกิจกรรมกันอย่างหลากหลายทั้งออกกำลังกาย และพักผ่อน อ่านหนังสือ ฯลฯ อีกด้วย

 

     3. สนามหลวง ถือว่าเป็นสวนสาธารณะอีกแห่งที่ผู้คนนิยมมาออกกำลังกันด้วยกีฬาหลากหลาย เช่น เดินเล่น วิ่ง เล่นโรลเลอร์เบรด เป็นต้น รวมทั้งนิยมมาเล่นสเก็ตบอร์ดกันด้วย ซึ่งเพื่อความสะดวกสามารถเข้าสนามหลวงฝั่งหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจะมีพื้นที่ลานโล่งตรงกลางที่ใช้ในการเล่นสเก็ตบอร์ดกันและมีลานทางฝั่งทิศใต้ก็ใช้เล่นสเก็ตบอร์ดได้ ลักษณะพื้นบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นซีเมนต์เรียบ ๆ สามารถเล่นได้สะดวก แต่ก็มีบางช่วงที่พื้นขรุขระบ้าง ซึ่งมือใหม่ควรเข้าไปเล่นในบริเวณลาน เพราะพื้นจะมีความเรียบและปลอดภัยมากกว่า โดยสามารถเล่นได้ในช่วง 18.00 – 21.00 ของทุกวัน โดยจะมีวิวของวัดที่สวยงามให้ดูด้วย

 

 

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ


 

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

มาถึงกีฬา Extreme ในไทยสุดท้าทายอย่างการดำน้ำลึกในถ้ำ (Cave diving) ซึ่งเป็นการดำน้ำลึกลงไปในถ้ำใต้ท้องทะเล โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ และในบทความนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับอุปกรณ์ดำน้ำที่เราควรมีติดตัวอยู่เสมอมาบอกกันค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลย

 

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

 

  1. หน้ากากดำน้ำ (Mask)

               หน้ากากดำน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ใต้ท้องทะเลได้ชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยป้องกันดวงตาจากอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

  1. ตีนกบ (Fin)

               ตีนกบ อุปกรณ์ดำน้ำที่จะช่วยทำให้การแหวกว่ายใต้ท้องทะเลของเราสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยวิธีการเลือกใช้ตีนกบนั้น เราควรเลือกแบบที่มีความยืดหยุ่น ไม่หนักมาก และมีรูปทรงที่เข้ากับเท้าของเรา เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั่นเอง

  1. ชุดดำน้ำ (Wetsuit)

               สำหรับชุดดำน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันที่เราจะลืมกันไม่ได้เลย เนื่องจากเมื่อเราลงไปใต้ทะเลแล้ว อุณหภูมิในน้ำจะมีความเย็นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อลึกลงไปใต้ท้องทะเล ดังนั้นชุดดำน้ำจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราไม่หนาวสั่นเมื่ออยู่ในน้ำนาน ๆ นั่นเอง

 

 

  1. อุปกรณ์สำหรับหายใจใต้น้ำ (Regulator)

               อุปกรณ์สำหรับหายใจใต้น้ำ เป็นสายส่งอากาศที่ต่อเข้ากับถังอากาศ โดยมีหน้าที่ในการเปลี่ยนอากาศจากถังอากาศที่มีแรงดันสูงให้มีความดันที่เหมาะสมสำหรับนักดำน้ำเพื่อเอาไว้หายใจ

  1. ถังอากาศ (Tank)

               ถังอากาศ อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการเล่นกีฬา Extreme ประเภทการดำน้ำลึก เพราะถ้าเราไม่มีอากาศในถังเอาไว้หายใจใต้น้ำ ก็จะทำให้เราไม่สามารถดำน้ำลงไปลึกได้นั่นเอง

 

 

  1. เสื้อชูชีพ (Buoyancy Compensator Device)

เสื้อชูชีพประเภท Buoyancy Compensator Device เป็นเสื้อชูชีพสำหรับนำดำน้ำโดยเฉพาะ ที่สามารถเติมลมและปล่อยลมเข้าไปในเสื้อได้ตามต้องการ เพื่อทำให้เราสามารถลอยตัวอยู่ใต้ได้อย่างสมดุล โดยที่เสื้อชูชีพแบบนี้จะมีสายต่อเข้ากับถึงอากาศและมีปุ่มปรับลมเข้า-ออกได้

นอกจากนี้อุปกรณ์สำหรับดำน้ำลึกในถ้ำยังมีหมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่เราควรรู้เอาไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เข็มขัดตะกั่ว (เอาไว้ใช้เพื่อให้เราจมลงไปใต้น้ำได้ดียิ่งขึ้น) ไฟฉายใต้น้ำ (ช่วยทำให้เราสามารถมองเห็นใต้ท้องทะเลที่มืดได้) เข็มทิศ (ใช้บอกทิศทาง) และนาฬิกา (ที่สามารถใช้ใต้น้ำได้) เป็นต้น

 

 

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้


 

3 อุปกรณ์ช่วยป้องกันที่เราต้องใส่ขณะเล่นสเก็ตบอร์ด

3 อุปกรณ์ช่วยป้องกันที่เราต้องใส่ขณะเล่นสเก็ตบอร์ด

3 อุปกรณ์ช่วยป้องกันที่เราต้องใส่ขณะเล่นสเก็ตบอร์ด

สเก็ตบอร์ด (Skateboards) เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬา Extreme ที่หลาย ๆ คนรู้จักกันเป็นอย่างดีถึงแม้ว่าจะไม่เคยเล่นมาก่อนก็ตาม เนื่องจากสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก ไม่เว้นแต่ในไทยเองที่กีฬาสเก็ตบอร์ดได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในหมู่วัยรุ่นและคนที่ชื่นชอบความท้าทาย แต่รู้กันหรือไม่ว่าสเก็ตบอร์ดนั้นสามารถแบ่งออกเป็นประเภทอะไรได้บ้าง และมีอุปกรณ์ช่วยป้องกันอะไรบ้างที่เราต้องสวมใส่ขณะเล่น ถ้ายังงงกันอยู่ว่ามีอะไรบ้าง ตามเรามาดูกันได้เลย

 

3 อุปกรณ์ช่วยป้องกันที่เราต้องใส่ขณะเล่นสเก็ตบอร์ด

 

ประเภทของสเก็ตบอร์ด (Skateboards) ที่เราควรรู้

  1. Mini-Cruiser Skateboard

               เป็นสเก็ตบอร์ดที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงปี 2010 เพราะมีดีไซน์สวยและขนาดค่อนข้างเล็กสามารถเก็บใส่กระเป๋าเป้ได้ โดยสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้จะมีล้อที่นุ่มและมีตัวผิวบอร์ดที่สามารถเล่นท่าต่าง ๆ ได้ง่าย

  1. Carve Skateboard

สำหรับสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้มีข้อดีในการเล่นก็คือ มีสปีดค่อนข้างเร็ว และไม่ต้องใช้แรงในการ Pumping เยอะมาก นอกจากนี้เวลาเล่นยังให้ความรู้สึกเหมือนว่าเราได้เล่นเซิร์ฟบอร์ดโต้คลื่นอยู่บนผิวทะเลอีกด้วย

 

  1. Electric Skateboard

               เป็นสเก็ตบอร์ดไฟฟ้าที่ใช้สำหรับการเล่นระยะไกล เนื่องจากสเก็ตบอร์ดรุ่นี้สามารถวิ่งได้ด้วยความเร็วสูงถึง 15 ไมล์ต่อชั่วโมง แถมสเก็ตบอร์ดไฟฟ้าในบางรุ่นยังมีตัวรีโมทที่ใช้ในการควบคุมบอร์ดได้อีกด้วย โดยที่เราไม่จำเป็นต้องใช้ขาในการไถลไปเลย

  1. Classic Longboard Skateboard

               คลาสสิคลองบอร์ดสเก็ตบอร์ด เป็นสเก็ตบอร์ดที่ค่อนข้างยาวและมีขนาดใหญ่ที่ถูกออกแบบมาให้เล่นง่าย เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มฝึกสเก็ตบอร์ดได้ไม่นาน

  1. Downhill Skateboard

สเก็ตบอร์ดดาวน์ฮิลล์ เป็นสเก็ตบอร์ดที่ถูกออกแบบให้เหมาะสำหรับการเล่นถนนบนภูเขา หรือถนนที่มีทางลาดชันค่อนข้างมาก ดังนั้นข้อดีของสเก็ตบอร์ดชนิดนี้จะอยู่ตรงความเสถียรของตัวบอร์ดที่สามารถปรับให้เข้ากับเส้นทางการเล่นได้เป็นอย่างดี

  1. Double-Kick Popsicle Skateboard

               เป็นสเก็ตบอร์ดอีกหนึ่งรุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก เนื่องจากมีดีไซน์สวย หาซื้อได้ง่าย มีน้ำหนักเบา และสามารถใช้ได้ทั้งผู้เล่นมือใหม่และผู้เล่นที่มีความชำนาญแล้ว

 

 

 

อุปกรณ์ช่วยป้องกันที่ต้องมีขณะเล่น สเก็ตบอร์ด (Skateboards)

  1. สนับศอก เข่า และมือ

               มาเริ่มกันที่อุปกรณ์ช่วยป้องกันอย่าง สนับศอก เข่า และมือ ที่จะช่วยป้องกันการกระแทกที่อาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บร้ายแรงได้ โดยที่เราจะต้องเลือกสนับศอก เข่า และมือที่สวมใส่ง่าย ปรับระดับความกระชับได้ และไม่เลื่อนหลุดง่าย

  1. หมวกกันน็อค

               เนื่องจากการเล่นสเก็ตบอร์ดเป็นกีฬา Extreme ที่หากเราไม่มีความชาญในการเล่นอาจจะทำให้ล้ม หรือตกลงจากสเก็ตบอร์ดได้ ดังนั้นการสวมใส่หมวกกันน็อคจึงเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยไม่ให้ศีรษะของเรากระแทกกับพื้นโดยตรง ลดความรุนแรงของอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้

  1. รองเท้าผ้าใบ

รองเท้าผ้าใบก็มีสำคัญเช่นกันในการเล่นสเก็ตบอร์ดเนื่องจากช่วยทำให้เท้าของเราไม่ได้รับการบาดเจ็บหากลื่นตกจากบอร์ดขณะเล่นนั่นเอง

 

 

3 อุปกรณ์ช่วยป้องกันที่เราต้องใส่ขณะเล่นสเก็ตบอร์ด


 

แจกพิกัด 5 สถานที่ฝึกเล่นสเก็ตบอร์ด ฟรี!

แจกพิกัด 5 สถานที่ฝึกเล่นสเก็ตบอร์ด ฟรี!

แจกพิกัด 5 สถานที่ฝึกเล่นสเก็ตบอร์ด ฟรี!

 

แจกพิกัด 5 สถานที่ฝึกเล่นสเก็ตบอร์ด ฟรี!

 

เรียกได้ว่าเป็นเทรนด์ใหม่มาแรงสำหรับปีนี้เลยก็ว่าได้ กับเทรนด์การเล่นสเก็ตบอร์ด (Skateboard) ที่เป็นหนึ่งในประเภทกีฬา Extreme ในไทย ที่ไม่ว่าจะรุ่นเล็กหรือรุ่นใหญ่ก็หันมาฝึกความแข็งแรงของร่างกายด้วยการเล่นสเก็ตบอร์ด โดยให้ทั้งความสนุกสนาน ความตื่นเต้น และมีความท้าทายสูง ซึ่งปัจจุบันในไทยก็มีสนามกีฬาที่เปิดพื้นที่ให้เหล่านักสเก็ตบอร์ดได้เข้าไปฝึกซ้อมกันอยู่หลายสถานที่ แถมยังให้เข้าไปใช้พื้นที่ฟรี! อีกด้วย จะมีที่ไหนบ้าง เตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้วไปลุยกันได้เลย

  1. สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ)

สวนรถไฟ สวนสาธารณะที่เดินทางสะดวกที่สุดในกรุงเทพฯ โดยสามารถนั่งมาทั้ง BTS MRT และรถโดยสารประจำทาง นอกจากที่นี่จะเป็นสถานที่ยอดนิยมของคนชอบมาออกกำลังกายทั้งวิ่ง และปั่นจักรยานแล้วนั้น ยังมีพื้นที่สำหรับให้เราได้มาฝึกทักษะการเล่นสเก็ตบอร์ด (Skateboard) อีกด้วย โดยเราสามารถเข้ามาใช้พื้นที่ได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.30 น.

  1. ตลาดมะลิ เมืองทองธานี

ตลาดมะลิ เมืองทองธานี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับการฝึกเล่นกีฬา Extreme อย่างสเก็ตบอร์ด เนื่องจากภายในพื้นที่เป็นลานกว้าง ทำให้เราสามารถฝึกเล่นสเก็ตบอร์ดได้อย่างสบายใจโดยไม่ต้องกลัวที่จะไปชนคนอื่น และยังมีโซนแบ่งระหว่างเซิร์ฟสเก็ตและสเก็ตบอร์ดอย่างชัดเจนอีกด้วย โดยเราสามารถเข้าไปฝึกเล่นกันทุกวันตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น.

 

 

  1. โลตัส แคราย ลานจอดรถชั้น 2

โลตัส แคราย ลานจอดรถชั้น 2 (ฝั่ง B-Quik) เป็นอีกหนึ่งสนามกีฬา Extreme ที่เดินทางสะดวก เพราะเราสามารถเดินทางมาได้ทั้ง MRT สายสีม่วง รถโดยสารประจำทาง และรถยนต์ส่วนตัว โดยที่นี่มีพื้นที่ในการเล่นสเก็ตบอร์ดที่กว้างและใหญ่มาก ดังนั้นไม่ต้องกลัวเลยว่าจะมาเล่นที่นี่แล้วจะแคบไม่พื้นที่ให้เราได้เล่นกัน โดยเปิดให้เข้ามาเล่นได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 18.00 – 22.00 น.

  1. Fortune Town รัชดา

               SKY PARK BKK ห้าง Fortune Town รัชดา บริเวณชั้น 10 ที่วิวสวย บรรยากาศ และเรียกได้ว่าเป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ดที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองเลยทีเดียว โดยการเดินทางก็สามารถมาได้ทั้ง MRT ลงสถานีพระราม 9 รถโดยสารประจำทาง และรถยนต์ส่วนตัว สำหรับลานเล่นสเก็ตบอร์ดแห่งนี้เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มเล่นและผู้ที่มีชำนาญ มีพื้นที่ให้เราได้เล่นกันอย่างกว้างขวาง ไม่ต้องที่จะเบียดกันเลยค่ะ เปิดให้เข้าไปเล่นได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 17.00 – 20.00 น.

 

 

  1. ใต้สะพานพระราม 8

ปิดท้ายกันด้วยที่เล่นสเก็ตบอร์ดบริเวณใต้สะพานพระราม 8 ที่เปิดให้เราได้เข้ามาเล่นสเก็ตบอร์ดกันตลอด 24 ชม. ที่มีพื้นที่กว้างและมีอุปกรณ์ในการเล่นให้เราได้มาท้าทายกันหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น ราวจับ บันได ฯลฯ ดังนั้นใครที่ชอบความท้าทายไม่ควรพลาดมาเล่นสเก็ตบอร์ดกันที่เลยค่ะ

 

 

แจกพิกัด 5 สถานที่ฝึกเล่นสเก็ตบอร์ด ฟรี!


 

5 อุปกรณ์ควรมี ก่อนลงเล่น Kitesurfing

5 อุปกรณ์ควรมี ก่อนลงเล่น Kitesurfing

5 อุปกรณ์ควรมี ก่อนลงเล่น Kitesurfing

 

5 อุปกรณ์ควรมี ก่อนลงเล่น Kitesurfing

 

Kitesurfing เป็นกีฬา Extreme ทางน้ำในไทยที่กำลังยังได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยมีอุปกรณ์สำคัญในการเล่นคือ ว่าว (Kite) และกระดานโต้คลื่นขนาดเล็ก (Surf Board) นอกจากนี้ก็ยังมีอุปกรณ์เสริมต่าง ๆ ที่ใช้เพื่อป้องกันอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ขณะเล่นอีกด้วย สำหรับการเล่น Kitesurfing เราสามารถเล่นได้บริเวณน้ำตื้นริมทะเล โดยเป็นกีฬา Extreme ที่เน้นการทรงตัวและการฝึกบังคับทิศทางลมจากการประคองว่าวนั่นเอง ดังนั้นในบทความนี้เราก็มีเรื่องน่ารู้เกี่ยวกับการเล่น Kitesurfing มาบอกกันด้วยทั้งวิธีการเล่นและอุปกรณ์ที่ใช้ จะมีอะไรบ้าง.. ตามมาดูกันได้เลย

วิธีการเล่น Kitesurfing แบ่งออกเป็น 3 รูปแบบดังนี้

  1. Free Style ที่เน้นการเล่นแบบโชว์ลีลาท่าทางเวลาลอยขึ้นกลางอากาศและเหนือผิวน้ำทะเล ซึ่งลีลาท่าทางนั้นจะมีความง่ายและยากตามความชำนาญของผู้เล่น
  2. Wave Riding เป็นการเล่นที่เน้นการทรงตัวโต้คลื่นบนผิวน้ำและเน้นการบังคับทิศทางของว่าวให้สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างสวยงาม
  3. Racing เป็นการเล่นที่เน้นความเร็วเป็นหลัก โดยจะต้องอาศัยทักษะและความชำนาญในการเล่นเป็นอย่างมาก นอกจากนี้ผู้เล่นยังจะต้องมีความเชี่ยวชาญในการบังคับว่าวอีกด้วย

 

 

อุปกรณ์ในการเล่น Kitesurfing มีอะไรบ้าง ?

  1. ว่าว (Kite)

ว่าว เป็นอุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยเวลาเล่น Kitesurfing โดยจะมีลวดลายและขนาดให้เราได้เลือกเล่นกันหลายขนาดด้วยกัน ซึ่งมีตั้งแต่ 5-16 ขนาดด้วยกัน โดยส่วนใหญ่ผู้เล่นในไทยนิยมเลือกใช้ขนาด 12 เพราะเหมาะกับแรงลมในทะเลบ้านเรานั่นเอง

  1. กระดานโต้คลื่นขนาดเล็ก (Surf Board)

กระดานโต้คลื่นขนาดเล็ก สำหรับวิธีการเลือกใช้กระดานโต้คลื่นนั้น เราควรเลือกขนาดที่พอเหมาะกับเท้าของเรา ไม่ควรเลือกแบบที่หลวมหรือแน่นจนเกินไป เพราะเวลาเล่นอาจจะทำให้เล่นไม่ถนัดและลื่นตกน้ำได้ง่าย

  1. เข็มขัด (Harness)

Harness เป็นเข็มขัดที่ใช้เชื่อมเข้ากับตัวว่าว เพื่อช่วยดึงให้เราสามารถเคลื่อนที่ไปข้างหน้าได้รวดเร็วมากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยไม่ให้เราลื่นตกน้ำได้อีกด้วย

 

 

  1. หมวกกันศีรษะกระแทก

สำหรับหมวกกันศีรษะกระแทก เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยป้องกันเราจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นได้ขณะเล่นเป็นอย่างดี เพราะมันสามารถช่วยลดแรงกระแทกจากสิ่งต่าง ๆ ได้

 

  1. เสื้อชูชีพ

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าการเล่นกีฬา Extreme ทางน้ำ ถึงแม้ว่าเราจะว่ายน้ำแข็งหรือมีความชำนาญมากแค่ไหนก็ตาม แต่ทุกครั้งที่เล่นกีฬาทางน้ำเราจำเป็นจะต้องสวมเสื้อชูชีพเอาไว้ด้วย เพื่อป้องกันเวลาที่เราตกลงไปในน้ำ ไม่ให้จมลงไป และยังช่วยทำให้เราว่ายน้ำเข้าฝั่งได้สะดวกมากขึ้นอีกด้วย

 

 

5 อุปกรณ์ควรมี ก่อนลงเล่น Kitesurfing


 

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

สำหรับการขี่จักรยานประเภทวิบาก (BMX) เป็นหนึ่งในกีฬา Extreme ที่เคลื่อนไหวอย่างฟรีสไตล์ โดยใช้สภาพแวดล้อมตามท้องถนนในการเล่น ไม่ว่าจะเป็น บันได กำแพง และราวจับ ฯลฯ ก็สามารถใช้เป็นพื้นที่ในการขี่จักรยาน BMX ได้ ส่วนท่าทางและรูปแบบการขี่จักรยานนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวผู้ขี่ในการออกแบบท่าทางได้ตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งจักรยาน BMX จะถูกออกแบบมาให้ช่วงรถยาวกว่าจักรยานปกติ เพื่อใช้ในการขี่ กระโดด ยกล้อ และการไถลบนราวได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง และในบทความนี้เราจะพาทุกคนมาดูกันค่ะว่าในไทย มีสถานที่ไหนบ้างที่เปิดให้เราสามารถเข้าไปขี่จักรยาน BMX กันได้บ้าง

 

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

 

  1. สนามปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต

มาเริ่มกันที่แรกก็คือ สนามปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต ที่ตั้งอยู่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ โดยที่นี่เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เหล่านักปั่นจักรยานนิยมมาทดลองความเร็วและความกล้ากัน เพราะที่นี่มีเลนปั่นจักรยานให้เราได้ปั่นกันยาวกว่า 600 เมตร ทั้งแบบทางเรียบและทางที่เป็นเนิน ที่เปิดให้เราได้เข้าไปฝึกการขี่จักรยาน BMX กันได้สะดวกสุด ๆ ไปเลย พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านเช่าจักรยาน และอุปกรณ์ต่าง ๆ

  1. ศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ สนามปั่นจักรยานวิบาก BMX

ศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ สนามปั่นจักรยานวิบาก BMX เป็นอีกหนึ่งสนามกีฬา Extreme ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกและที่สำคัญเข้าฟรี! ด้วยนะคะ โดยสนามปั่นจักรยานแห่งนี้มีพื้นที่ลาดเอียงที่สูงกว่า 3 เมตร ให้เหล่านักขี่จักรยานวิบากได้เข้ามาทดสอบความกล้าของตนเอง และยังได้แบ่งพื้นที่สำหรับเด็กที่ต้องการฝึกขี่จักรยานวิบากเอาไว้ด้านล่าง เพื่อความปลอดภัยในการฝึกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเลนปั่นจักรยานทางเรียบให้เราได้ปั่นชมวิวสวย ๆ ของสวนวารีภิรมย์ได้อีกด้วย

 

 

  1. สนามปั่นจักรยาน Peppermint Bike Park

มาถึงสนามปั่นจักรยาน Peppermint Bike Park ที่ตั้งอยู่แถวบางกะปิ โดยที่นี่เปิดให้เหล่านักปั่นจักรยานทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ได้เข้ามาท้าทายความกล้าในการขี่จักรยานวิบากกัน ซึ่งพื้นที่ถูกออกแบบให้มีเนินสลับกับทางเรียบ และมีความลาดชันพอสมควร ดังนั้นใครที่มาฝึกที่นี่รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะเราจะได้ฝึกทั้งทักษะร่างกายและสมองในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในขณะขี่นั่นเองว่าเราจะขี่ให้ผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร

  1. สนาม Pumptrack Slideaway @ปทุมธานี

Pumptrack Slideaway จังหวัดปทุมธานี เป็นสนามกีฬา Extreme ที่เรียกได้ว่ามีพื้นที่ในการปั่นจักรยานที่กว้างขวาง พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่ในการปั่นได้อย่างลงตัว โดยได้มีการแบ่งออกเป็นเลนสำหรับการปั่นจักรยานทางเรียบ และในส่วนของการฝึกขี่จักรยานแบบวิบาก (BMX) โดยมีทั้งพื้นที่ลาดชัน ราวจับ และพื้นที่เป็นเนินให้เราได้ไปฝึกซ้อมกัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ดอีกด้วย

 

 

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง


 

4 สถานที่ปีนผาในไทย ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

4 สถานที่ปีนผาในไทย ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

4 สถานที่ปีนผาในไทย ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

 

4 สถานที่ปีนผาในไทย ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต

 

ในบทความนี้เราขอเอาใจคนชอบกีฬา Extreme อย่างการปีนหน้าผากันสักหน่อยดีกว่า กับ 4 สถานที่ปีนหน้าผาของภาคตะวันออกในไทยที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่าการปีนหน้าผาเป็นกีฬา Extreme ที่ค่อนข้างอันตราย และต้องใช้ความแข็งแรงของร่างกายในส่วนต่าง ๆ เข้ามาช่วยในขณะปีนหน้าผา ไม่ว่าจะเป็นส่วนของแขนและขา ดังนั้นก่อนที่เราจะเริ่มปีนหน้าผากันจริง ๆ เราต้องทำการวอร์มร่างกาย และตรวจสอบอุปกรณ์ให้พร้อมอยู่เสมอกันด้วยนะคะ

 

 

  1. น้ำตกอ่างฤาไน

มาเริ่มกันที่แรกคือ จังหวัดฉะเชิงเทรา ที่เดินทางจากกรุงเทพฯ เพียงแค่ชั่วโมงนิด ๆ ก็ถึงแล้ว และสถานที่สำหรับการปีนผาก็คือ บริเวณน้ำตกอ่างฤาไน หรือน้ำตกบ่อทอง ซึ่งเป็นเส้นทางศึกษาธรรมชาติที่อุดมสมบูรณ์ไปด้วยต้นไม้นานาชนิด จึงเป็นอีกหนึ่งพิกัดสำหรับนักปีนหน้าผาที่นิยมเดินทางมาทดสอบความโหดของการปีนหน้าผา พร้อมชมความสวยงามของธรรมชาติกันที่นี่ (แถมเรายังมีโอกาสได้เจอกับสัตว์ป่าหายากอีกด้วย)

  1. น้ำตกธารรัตนา

สำหรับสถานที่ต่อมาก็คือ น้ำตกธารรัตนา ที่ตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ที่ครอบคลุมพื้นที่จังหวัดสระบุรี นครนายก นครราชสีมา และปราจีนบุรี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหล่านักปีนหน้าผาต้องมา เพราะที่นี่เราจะได้โรยตัวจากหน้าผาด้านบนลงมาด้านล่างที่มีความสูงกว่า 38 เมตรด้วยกัน เรียกได้ว่าทั้งสนุก ตื่นเต้น และแอบน่ากลัวอยู่เหมือนกัน แต่รับรองเลยว่าเราจะได้ผจญภัยจนอยากกลับมาอีกครั้งกันอย่างแน่นอน

 

 

  1. ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง และถ้ำหาดทรายแก้ว

ถ้ำเพชรโพธิ์ทอง และถ้ำหาดทรายแก้ว จังหวัดสระแก้ว เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความงดงามและแปลกตาของหินที่อยู่ภายในถ้ำ นอกจากมาที่นี่แล้วเราจะได้ชมความสวยงามของถ้ำทั้ง 2 แล้วนั้น ที่นี่ยังมีกีฬา Extreme อย่างการปีผาให้เราได้มาทดสอบความกล้ากันอีกด้วย โดยเราสามารถเลือกโรยตัวจากจุดปีนผาที่มีความสูงถึง 25 เมตรลงมาด้านล่างได้ โดยขณะที่เรากำลังโรยตัวลงมาเราจะได้ชมกับความสวยงามของต้นไม้ที่ขึ้นอยู่บริเวณนั้นอีกด้วย

  1. Deep Climbing Gym

มาเปลี่ยนบรรยากาศการปีนผาแบบจำลองกันดีกว่า กับที่ Deep Climbing Gym จังหวัดชลบุรี ที่มีพื้นที่กว้างให้เหล่านักปีนผาเข้ามาทดสอบความแข็งแรงของร่างกายกว่า 800 ตารางเมตรและมีหน้าผาสูงกว่า 11 เมตรด้วยกัน พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน (เพราะที่นี่เขามีอุปกรณ์ให้เราเช่นกันด้วย ไม่ต้องกลัวเลยว่ามีอุปกรณ์ไม่ครบแล้วจะไม่ได้เล่นกันนะคะ)

 

 

 

4 สถานที่ปีนผาในไทย ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิต