เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

กีฬาสเก็ตบอร์ดถือว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาทางเลือกที่ยังไม่ค่อยได้รับความสนใจเท่าไหร่นักในเมืองไทยแต่ก็เริ่มมีคนบางกลุ่มแล้วที่หันมาสนใจกีฬาชนิดนี้เป็นอีกทางเลือกสำหรับคนที่เริ่มเบื่อกีฬาเดิมๆเรียกได้ว่าเป็นกีฬาที่ให้อิสระกับผู้เล่นขอแค่มีสเก็ตบอร์ดเพียงอย่างเดียวคุณก็สามารถไถสเก็ตบอร์ดไปได้ทุกแห่งแถมอุปกรณ์เพียงชิ้นเดียวอย่างสเก็ตบอร์ดก็ไม่ได้มีราคาแพงมากยิ่งในปัจจุบันนี้มีให้เลือกหลายเกรดหลายราคาจึงไม่แปลกที่วัยรุ่นในยุคนี้เริ่มหันมาให้ความสนใจกับกีฬาชนิดนี้มากขึ้น แต่สำหรับคนที่ต้องการฝึกเล่นสเก็ตบอร์ดอย่างจริงจังนั้น ในพื้นที่ต่างจังหวัดอาจจะยังมีสถานที่ฝึกไม่มากเท่าไหร่นัก เมื่อเทียบกับใจกลางเมืองกรุงเทพมหานคร

เตรียมพบกับกีฬาสเก็ตบอร์ด ในกีฬา โอลิมปิก 2021

ในระยะแรกการเล่นสเก็ตบอร์ดอาจจะต้องได้รับการฝึกฝนจากผู้ที่มีความเชี่ยวชาญก่อนเพราะกีฬาชนิดนี้ต้องใช้ทักษะต่างๆในการเล่นมากพอสมควรและเพื่อความปลอดภัยของตัวผู้เล่นเองด้วยจึงจำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยประกบตัวระหว่างฝึกฝนก่อนแต่เมื่อฝึกฝนจนเริ่มมีความเชี่ยวชาญแล้วก็น่าจะเป็นผลดีสำหรับผู้เล่นเองเนื่องจากในปัจจุบันนี้มีรัฐบาลหลายประเทศที่เริ่มสนับสนุนกีฬาสเก็ตบอร์ดมากขึ้นหากพัฒนาทักษะจนเริ่มมีความชำนาญแล้วอาจจะนำไปสู่การเป็นนักกีฬาอาชีพได้ในอนาคตที่สำคัญคือกีฬาสเก็ตบอร์ดนั้นเริ่มถูกบรรจุลงไปในรายการแข่งขันกีฬาสำคัญระดับโลกแล้วหากฝึกฝนไว้ตั้งแต่เนิ่นๆอาจจะเป็นผลดีในอนาคต

อีกหนึ่งข่าวดีของแฟนกีฬาสเก็ตบอร์ดเนื่องจากในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่จะจัดขึ้นณกรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น
ในปี พ..2563 ที่กำลังจะมาถึงนี้ จะมีการบรรจุกีฬาสเก็ตบอร์ดเข้าไปในรายการแข่งขันด้วย ซึ่งนับว่าเป็นครั้งแรกเลยที่ได้มีการบรรจุกีฬาชนิดนี้เข้าไปไว้ในรายการแข่งขันของเทศกาลโอลิมปิก โดยต้องรอติดตามกันต่อไปว่าในปีหน้าจะมีนักกีฬาของประเทศไหนบ้างที่จะสามารถคว้าเหรียญทองจากการแข่งขันกีฬาชนิดนี้มาครอบครองได้สำเร็จ สำหรับประเทศไทยนั้นก็ต้องติดตามกันต่อไปด้วยว่าจะมีการส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ด้วยหรือไม่ 

คุณปริญญากิจพูลลาภ (คุณเต๋า) นักกีฬาสเก็ตบอร์ดชื่อดัง และเป็นเจ้าของร้านสเก็ตบอร์ดย่านใจกลางเมือง ได้ให้สัมภาษณ์กับสื่อเกี่ยวกับประสบการณ์ทางด้านกีฬาสเก็ตบอร์ด โดยเขาได้เล่าว่าตัวเขาเองนั้นได้สอนเล่นสเก็ตบอร์ด และได้เจอคนมาค่อนข้างหลากหลาย ทั้งในส่วนของอาชีพการงานและอายุ หากจะมองข้อดีก็มองว่าเป็นกีฬาที่มีความอิสระ ไม่มีกฎเกณฑ์หรือข้อบังคับตายตัว สามารถเล่นคนเดียวได้ หรือเล่นกับกลุ่มเพื่อนๆเพื่อสร้างมิตรภาพระหว่างกันได้ด้วย โดยร้านของเขานั้นได้เปิดให้เป็นแหล่งในการพูดคุยแลกเปลี่ยนระหว่างกัน เลือกซื้ออุปกรณ์ไว้สำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด และขายภาพวาดจากศิลปินต่างๆทั่วโลก ซึ่งรายได้จากการขายภาพวาดเหล่านี้ จะนำไปพัฒนาลานสเก็ตบอร์ด Pink Skate Park เอกมัย ให้มีคุณภาพที่ดียิ่งขึ้น

จะเห็นได้ว่ากีฬาสเก็ตบอร์ด เริ่มได้รับความนิยมมากขึ้นทั้งในประเทศไทย และในต่างประเทศ ยิ่งในเทศกาลกีฬาสำคัญอย่าง โอลิมปิก ที่กรุงโตเกียว จะมีการบรรจุกีฬาชนิดนี้เข้าไปในรายการแข่งขันด้วย น่าจะส่งผลให้ทางรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มส่งเสริมให้ผู้คนในประเทศหันมาสนใจกีฬาชนิดนี้มากขึ้น เพื่อที่ในอนาคตจะสามารถพัฒนาศักยภาพได้เท่าทันนักกีฬาของประเทศอื่นๆ ยิ่งในประเทศไทยนั้นยังต้องได้รับการสนับสนุนอีกมาก ทั้งในแง่ของอุปกรณ์ และสถานที่ ที่ยังถือว่าได้ว่าไม่ค่อยมีความพร้อมมากเท่าไหร่นัก หากรัฐบาลไทยต้องการสนับสนุนให้นักกีฬาของประเทศไทยคว้าชัยชนะจากการแข่งขันรายการสำคัญระดับโลก ก็จำเป็นที่จะต้องเริ่มสนับสนุนกีฬาชนิดนี้อย่างจริงจังมากขึ้นด้วย

 

# อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

ถือว่าเราชาวไทยโชคดีมากๆเลยนะคะ เพราะว่าเรามีทะเลที่สวยงามและอีกอย่างโลกใต้น้ำของเราก็นับได้ว่ามีความอุดมสมบูรณ์แบบสุดๆอีกด้วย วันนี้เราเลยจะมาแนะนำจุดดำน้ำตื้นสุดเจ๋งที่คุณสามารถมาดำได้ทั้งแบบ Snorkeling และ Freediving เลยทีเดียว เอาเป็นว่าเรามาดูกันเลยว่าจะมีที่ไหนกันบ้าง

 

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

เกาะแสมสาร

สำหรับที่ใแสมสารเป็นอีกหนึ่งจุดดำน้ำตื้นที่คุณจะได้เห็นทะเลสวยน้ำใส อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากกรุงเทพฯเรียกได้ว่าขับรถมาแป๊บเดียวก็ถึงเลย ซึ่งนับได้ว่าที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดำน้ำยอดฮิตของชาวกรุงเทพฯเลยก็ว่าได้ เพราะว่าทั้งทำเลที่ตั้ง และสภาพน้ำทะเลที่เรียกได้ว่ามีความใสสะอาดเป็นอย่างมาก เพียงเท่านั้นยังไม่พอ โลกใต้น้ำของที่นี่ก็ยังสวยงามอลังกาลและมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะว่ามีกฏที่ค่อนข้างเข้มงวดเกี่ยวกับการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ที่ตั้ง : เกาะแสมสาร อำเภอสัตหีบ จังหวัดชลบุรี

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

จุดดำน้ำตื้นในประเทศไทย

หมู่เกาะช้าง

สำหรับที่เกาะช้างก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ดำน้ำยอดฮิตสำหรับนักท่องเที่ยวด้วยเช่นกัน ซึ่งบอกได้เลยว่านี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะฝั่งอ่าวไทยที่สวยไม่แพ้ททะเลอันดามันเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความอุดมสมบูณ์ของโลกใต้น้ำที่นี่คุณจะได้เห็นกลุ่มปะการังมากมายที่มีสีสันสวยงาม รวมถึงสัตว์น้ำหลากหลายสายพันธุ์ที่มีสีสันที่สวยงามให้คุณได้มาชื่นชม ซึ่งที่นี่ก็จะมีทริปดำน้ำต่างๆมากมายให้คุณได้เลือกอีกด้วย เรียกได้ว่าคุณสามารถมาเที่ยวชิวๆในช่วงวันหยุดยาวกันได้เลย

ที่ตั้ง : หมู่เกาะช้าง อำเภอเกาะช้าง จังหวัดตราด

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะเฮ

ที่เกาะเฮแห่งนี้มีชื่อที่เรียกกันในภาษาอังกฤษว่า Coral Island เพราะที่นี่นั่นมีปะการังมากมายที่สวยงามและอุดมสมบูรณ์ รวมถึงสัตว์ทะเลต่างๆอีกด้วย เพียงเท่านั้นยังไม่พอที่นี่ก็ยังมีหาดทรายที่ขาวเนียนละเอียด และน้ำทะเลที่ใสสะอาด เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเกาะสวรรค์ที่เหมาะแก่การดำน้ำแบบสุดๆ หรือว่าคุณจะมาเที่ยวพักผ่อนบนเกาะก็ได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นั่นมีเส้นทางเดินป่า จุดชมวิว และมีนกเงือกมากมายอีกด้วย เอาเป็นว่าถ้าอยากจะเที่ยวครบๆก็ต้องมากันที่เกาะเฮได้เลยค่ะ

ที่ตั้ง : เกาะเฮ ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling, Freediving และ Scuba

 

เกาะไม้ท่อน

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งเกาะสวยที่จะมาเที่ยวชิวๆริมชายหาดก็ได้ หรือว่าจะมาดำน้ำดูปลาก็ดีเช่นเดียวกัน และที่ที่เรากำลังจะพูดถึงกันอยู่นี้นั่นก็คือเกาะไม้ท่อนนั่นเองค่ะ ซึ่งเกาะนี้ถือว่าเป็นเกาะส่วนตัวที่เปิดให้นักท่องเที่ยวสามารถมาเที่ยวแบบ One day trip หรือจะมาพักค้างแรมกันก็ได้เช่นเดียวกัน และนอกจากชายหาดที่แสนจะสวยงามและที่นี่ก็ยังมีโลกใต้ทะเลที่สวยไม่แพ้กัน เพราะต้องบอกเลยว่าคุณสามารถมาเจอปลาการ์ตูนกันได้ง่ายๆที่นี่เลย เรียกได้ว่าไม่ต้องดำน้ำกันให้เหนื่อย เพราะคุณสามารถมองเห็นได้จากบนผิวน้ำกันไปเลย ซึ่งที่นี่ก็มีโปรแกรมทัวร์มากมายให้คุณได้เลือกถ้ายังไงต้องห้ามพลาดกันเลยนะคะ

ที่ตั้ง : เกาะไม้ท่อน ตำบลราไวย์ อำเภอเมือง จังหวัดภูเก็ต

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

เกาะกูด

ถ้าใครที่อยากจะมาดำน้ำกันแบบชิวๆแบบที่ไม่ต้องนั่งเรือออกไปกลางทะเลให้ยุ่งยาก เราขอแนะนำให้คุณมาดำน้ำกันที่เกาะกูดได้เลย เพราะว่าที่นี่นั้นคุณสามารถดำน้ำออกไปดูความสวยงามของโลกใต้น้ำบริเวณใกล้ๆชายฝั่งกันได้เลย อีกทั้งปะการังที่นี่ก็สวยงาม อุดมสมบูรณ์เพราะว่าได้รับการดูแลรักษาเป็นอย่างดี ทำให้เกาะกูดนี้มีดีทั้งชายหาดและปะการังกันเลยนะคะ

ที่ตั้ง : เกาะกูด จังหวัดตราด

ประเภทการดำน้ำ : Snorkeling และ Freediving

 

# Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

หากคุณเป็นคนที่ชอบว่ายน้ำ, ดำน้ำ จะคุ้นเคยกับกีฬา Extreme ที่ชื่อว่า Cave Diving หากว่าการดำน้ำดูสิ่งต่างๆ ใต้น้ำน่าตื่นเต้นแล้วล่ะก็ การดำน้ำในถ้ำใต้น้ำก็น่าจะตื่นเต้นยิ่งกว่า และกิจกรรมนี้กลายเป็นกีฬาที่ท้าทายบรรดาสาวก Extreme ทั้งหลายที่เดินทางไปยังถ้ำต่างๆทั่วโลกเพื่อลงดำน้ำพิสูจน์ความสวยงามของโลกใต้ภิภพและท้าทายต่อเส้นกั้นระหว่างความเป็นและตวามตาย

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

การดำน้ำใต้ถ้ำมีจุดกำเนิดที่สหราชอาณาจักรเนื่องจากนักถ้ำวิทยาต้องการที่จะสำรวจโลกใต้น้ำที่อยู่ภายในถ้ำเพื่อศึกษาถึงระบบนิเวศภายในนั้นและหาสัตว์สายพันธ์ใหม่จากนั้นได้มีการขยายวงกว้างไปยังประเทศอื่นที่สำรวจแล้วพบเจอกับถ้ำใต้น้ำแต่กับที่สหรัฐอเมริกานั้นไม่มีหลักฐานปรากฏว่ากิจกรรมประเภทนี้เริ่มต้นขึ้นเมื่อไหร่อาจจะเป็นการที่บรรดานักกีฬาที่ชื่นชอบการดำน้ำอาจจะไปท่องเที่ยวในประเทศอื่นจากนั้นจึงกลับมาสำรวจตามสถานที่ต่างๆจนเจอถ้ำใต้น้ำ

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

สำหรับการดำน้ำในถ้ำนั้นทำไมถึงมีอันตรายมากกว่าการดำน้ำปกติสาเหตุมาจากแรงอัดของน้ำภายในถ้ำหากเราดำน้ำปกติเมื่อไม่ไหวยังสามารถลอยตัวขึ้นมาหายใจบนน้ำได้แต่สำหรับการดำน้ำในถ้ำจะมีช่องว่างระหว่างผืนน้ำกับเพดานถ้ำน้อยมากบางที่อาจจะไม่มีน้ำท่วมอยู่เต็มถ้ำเลยก่อให้เกิดอันตรายกับบรรดานักดำน้ำเป็นอย่างมากเลยทำให้มีกฎออกมาว่าหากใครที่ต้องการจะดำน้ำในถ้ำให้มีบัดดี้ไปด้วยเพื่อช่วยเหลือกันในยามที่เกิดเหตุการณ์ฉุกเฉิน

สำหรับอุปกรณ์ที่ใช้ในการดำน้ำในถ้ำนั้นสิ่งแรกเลยถือถังออกซิเจนและหน้ากากหายใจอย่างต่อมาอุปกรณ์ที่ใช้สื่อสารภายในน้ำชุดสำหรับใช้ดำน้ำตีนกบและสุดท้ายคือเชือกนำทางที่ใช้สำหรับบอกทางให้นักดำน้ำไปตามทางที่ถูกต้องและไม่หลงหากติดอยู่ในความมืดแต่ถึงแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ที่ปลอดภัยแค่ไหนก็ยังมีข่าวว่ามีผู้เสียชีวิตจากการดำน้ำในถ้ำออกมาอยู่บ่อยในต่างประเทศเลยมีกฎห้ามให้นักดำน้ำมือสมัครเล่นลงดำน้ำและมีการประกาศป้ายเตือนในบ้างพื้นที่ที่มีอันตรายอาจเกิดตะกอนภายในถ้ำหรือสัตว์น้ำที่ทำอันตรายให้ผู้ดำน้ำ

ถึงแม้ว่าจะมีข่าวการเสียชีวิตอยู่บ่อยๆแต่ก็ใช่ว่าจะไม่มีผู้รอดชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าวเลยอย่างเช่นในปี 2017 นายซิสโก กราเซีย พร้อมด้วยบัดดี้อย่างนายกีเยม มาสคาโร ได้เดินไปทางดำน้ำในถ้ำที่เกาะมายอร์ก้า แหล่งท่องเที่ยวชื่อดังของประเทศสเปน ที่ข้างใต้เต็มไปด้วยเส้นทางมากมายเหมือนกับเขาวงกตโดยนายกราเซียต้องการจะสำรวจถ้ำแห่งนี้ให้เสร็จสมบูรณ์ตามที่ตั้งเป้าเอาไว้

ทั้งคู่สำรวจถ้ำกันอยู่นานแต่แล้วตอนที่จะกลับออกมาทั้งคู่ได้ชนกันทำให้ตะกอนฟุ้งขึ้นมาทุกอย่างอยู่ในความมืดและออกซิเจนก็ใกล้จะหมดลงนายกราเซียจึงตัดสินไปที่ห้องหนึ่งภายในถ้ำที่พอจะมีอากาศและน้ำจืดไหลซึมให้กินและให้นายมาสคาโรออกไปขอความช่วยเหลือจากนั้นเวลาผ่านไปถึง 60 ชั่วโมงที่นายกราเซียต้องติดอยู่ในนั้นแต่สุดท้ายเขาก็รอดมาได้จากการช่วยเหลืออย่างปลอดภัย

นั่นเป็นเพียงไม่กี่เคสที่โชคดีรอดชีวิตมาได้ดังนั้นหากใครที่สนใจกีฬาประเภทจะต้องมีการศึกษาระบบนิเวศภายในถ้ำให้ดีๆทั้งระดับน้ำเวลาน้ำขึ้นน้ำลงห้องที่สามารถช่วยเหลือได้ในเวลาฉุกเฉินและทางที่ดีควรจะเตรียมร่างกายให้พร้อมและหาคู่หูไปด้วยในการเดินทางรวมถึงเตรียมอุปกรณ์ช่วยชีวิตให้พร้อมก่อนจะดำลงไปในน้ำมิฉะนั้นหากพลาดพลั้งเพียงเสี้ยววินาทีอาจจะต้องติดอยู่ในนั้นและเสียชีวิตในเวลาต่อมา

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิตแต่ถ้าหากพวกนักกีฬาหรือคนที่ชื่นชอบกีฬา Extreme จะรู้ดีว่านี่คือชื่อเรียกอย่างเป็นทางการของ โรลเลอร์เบลด (Roller Blade) อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิตที่มีผู้เล่นมากมายทั่วโลกและมีการจัดการแข่งขันในหลายประเทศด้วยกัน

โดยจุดเริ่มต้นของอินไลน์เสกต (Inline Skate) หรือโรลเลอร์เบลด (Roller Blade) มีการสันนิษฐานกันว่าจุดเริ่มแรกต้องย้อนกลับไปในช่วงศตวรรษที่ 17 ในตอนนั้นชาวดัตช์ที่มีชื่อว่า เจสัน เลวิส (Jason Lewis) พยายามที่จะสร้างรองเท้าเพื่อต้องการจะเล่นสเกตน้ำแข็งในช่วงฤดูร้อน โดยเขาได้ประดิษฐ์แผ่นไม้กับพื้นรองแล้วนำมายึดกับรองเท้าสเกต จากนั้นวันเวลาผ่านมาจนถึงปี 1819 M.Petibled ได้ทำการจดสิทธิบัตรขึ้นเป็นครั้งแรกณ กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส แต่ตอนนั้น อินไลน์เสกต (Inline Skate) ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนักและแทบจะไม่มีใครรู้จักเลย

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

วันเวลาล่วงเลยมาจนถึงปี 1979 สกอตต์ โอลเซ่น (Scott Olsen) นักกีฬาฮอกกี้น้ำแข็งชื่อดังได้เดินไปพบกับรองเท้ากับ อินไลน์เสกต (Inline Skate) ในร้านขายอุปกรณ์กีฬา เขาได้ติดใจกับการออกแบบและมองเห็นถึงศักยภาพบางอย่างในรองเท้าคู่นั้น โอลเซ่น ตัดสินใจซื้อมันมาและจากนั้นเขาได้เดินทางไปยังชิคาโก และได้ซื้อบริษัทที่ชื่อว่า Chicago Roller Skate ที่ในตอนนั้นยังเป็นบริษัทโนเนมทั่วไป ก่อนที่ภายหลัง โอลเซ่น จะเปลี่ยนชื่อ Rollerblade และมีชื่อเสียงขึ้นมาอย่างมาก และเขาได้ผลักดันให้ อินไลน์เสกต (Inline Skate) โด่งดังไปทั่วทั้งแผ่นดินอเมริกา

สำหรับมือใหม่จะต้องรู้จักกับอุปกรณ์การเล่นโรลเลอร์เบลดกันเสียก่อนอย่างแรกเลยคือรองเท้ารองเท้าจะมีอยู่ 2 แบบด้วยกันคือแบบแรกจะเป็นล้อเรียงกันในแนวยาวแบบเดียวกับรองเท้าสเกตน้ำแข็ง และอีกแบบจะเป็นแบบสี่ล้อซึ่งแบบนี้เหมาะสำหรับเด็กๆ ที่อยากจะหัดเล่นโรลเลอร์เบลด และกีฬา Extreme แทบจะทุกชนิดจะต้องมีหมวกันน็อกไว้กันหัวกระแทกเวลาล้มรวมถึงสนับข้อศอกและสนับเข่าไว้ป้องกันอีก เมื่อผู้เล่นมือใหม่รู้ถึงอุปกรณ์การเล่นแบบคร่าวๆ แล้วทีนี้จะพามารู้จักกับ ประเภทของการเล่นว่ามีอะไรกันบ้าง

 

อินไลน์สเกต อีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดฮิต

ประเภทของการเล่นโรลเลอร์เบลดจะถูกแบ่งออกเป็น 4 ประเภทคือ

1. Speedประเภทแรกคือเน้นความเร็ว โดยจะไม่มีอะไรมากนักเพียงแค่วิ่งไปข้างหน้าด้วยความเร็วสูงไม่ต้องเน้นท่าทางหรืออะไรมากนัก แต่เน้นแค่ความเร็วกับการทรงตัวให้ดีอย่างเดียว และประเภทนี้เป็นประเภทที่มีการแข่งขันกันมากที่สุด โดยลักษณะของล้อจะมีขนาดใหญ่กว่าประเภทอื่นๆ อยู่ที่ประมาณ 100 มิลลิเมตร รองเท้าจะไม่มีที่รัดข้อเท้า และบางครั้งอาจจะมีถึง 5 ล้อด้วยกัน ขึ้นอยู่กับดีไซน์ของผู้ใช้ว่าชื่นชอบแบบไหน

 

2. Fitnessประเภทนี้จะเล่นการเล่นแบบสบายๆ ขนาดของล้อจะอยู่ที่ 80 มิลลิเมตร รองเท้าจะถูกดีไซน์ออกมาเป็นแบบ Soft Boot ทำให้รองเท้ามีความนิ่มและยืดหยุ่นสูง เหมาะกับกการออกกำลังกายแบบทั่วๆ ไป ไม่เน้นความเร็วและการออกท่าทางมากนัก

 

3. Slalom – ประเภทนี้เป็นอีกประเภทที่มีการแข่งขัน โดยจะเน้นลีลาที่สวยงาม มักจะมีอุปกรณ์เสริมอย่างโคนยางมาเป็นสิ่งขีดขวางเพื่อให้นักกีฬาได้โชว์สเต็ปวิ่งซิกแซกผ่านโคนยาง ขนาดของล้อจะมีตั้งแต่ 72, 76 และ 80 มิลลิเมตร รองเท้าจะมีความแข็งแรงเพื่อรองรับการเล่นที่มีหลายรูปแบบ

 

4. Aggressiveประเภทสุดท้ายแบบถูกใจวัยรุ่นกับแนว Extreme ที่ต้องกระโดดขึ้นไปโชว์ลีลาบน Ramp หรือสิ่งกีดขวางชนิดต่างๆทำให้รองเท้าถูกออกแบบมาให้มีความแข็งแรงเพราะนักกีฬาใช้การกระโดดอยู่บ่อยครั้งด้วยกันและประเภทสุดท้ายนี้นักกีฬาจะต้องรับผิดชอบและดูแลตัวเองให้ดีเพราะเป็นประเภทมีความเสี่ยงจะได้รับอันตรายสูง

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

วันนี้เราจะมารวบรวมปัญหาที่หลายๆคนมักจะประสบอยู่เป็นประจำขณะที่กำลังดำน้ำกันนะคะ ซึ่งนอกจากเราจะรวบรวมปัญหาแล้ว เราก็ยังมีแนวทางการแก้ไขมาให้คุณอีกด้วย เอาล่ะถ้าอยากรู้กันแล้วก็มาดูกันเลยว่าปัญหาที่นักดำน้ำเจออยู่บ่อยๆนั่นมีอะไรกันบ้าง

ปัญหาที่พบบ่อยเวลาดำน้ำ และวิธีการแก้ไข

อาการหูอื้อ

ไม่ว่าคุณจะดำน้ำแบบ Snorkeling, Freediving หรือ Scuba หากคุณดำลงไปในน้ำแล้ว แน่นอนว่าคุณจะต้องเจอกับเรื่องความดันภายในน้ำที่มาบีบอัดคุณจนทำให้คุณเกิดอาการหูอื้อได้ และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งปัญหาที่กวนใจเสียเหลือเกิน แต่นี่ไม่นับว่าเป็นปัญหาใหญ่นะคะ เพราะมีวิธีที่สามารถเเก้ปัญหาได้

วิธีการแก้ไข : สำหรับวิธีการแก้ไขอาการหูอื้อก็สามารถทำได้ง่ายๆ โดยวิธีนี้จะเรียกว่าการ “เคลียร์หู” โดยที่คุณสามารถทำได้ในขณะที่ใส่ Mask อยู่โดยทำเหมือนการสั่งขี้น้ำมูกออกมานั่นเอง จะเป็นการสั่งอาการที่อยู่ในหูเราออกมาด้านนอก และคุณก็จะรู้สึกโล่งหูอีกครั้งนึงค่ะ

น้ำทะเลเข้า Snorkel

สำหรับปัญหานี้เชื่อว่าทุกคนต้องเคยเจอ โดยเฉพาะคนที่ดำน้ำแบบ Snoekeling และ Freediving นะคะ เพราะว่าบางครั้งเราอาจจะมาการดำน้ำผ่านช่วงที่มีกระแสน้ำแรง และเป็นไปได้ที่น้ำทะเลจะถูกพัดกระเซ็นเข้ามาในท่อ Snorkel ของเรา แล้วเราต้องหายใจทางท่อแล้วจะทำอย่างไรหากมีน้ำทะเลอยู่ข้างใน วันนี้เรามีทางออกให้คุณค่ะ

วิธีการแก้ไข : หากมีน้ำอยู่ในท่อ Snorkel ที่เราต้องใช้หายใจ ก็มีวิธีง่ายๆเลยคือ คุณสามารถเป่าลมออกจากท่อแรงๆ เพื่อเป็นการไล่น้ำออกไปได้ค่ะ จากนั้นคุณก็จะสามารถหายใจในท่อโล่งๆได้ตามปกติเเล้ว

เลนส์เป็นฝ้า

นับได้ว่านี่เป็นอีกหนึ่งปัญหายอดฮิตที่กวนใจเสียเหลือเกิน นั่นก็คือเมื่อคุณดำน้ำไปสักพักแล้ว เลนส์ Mask ของคุณจะเริ่มมีฝ้ามาเกาะ ทำให้คุณไม่สามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน เรียกได้ว่าขัดใจเสียจริงๆ แต่เราก็มีวิธีแก้ไขง่ายๆมาฝากคุณด้วยนะคะ

วิธีการแก้ไข : ก่อนที่คุณจะสวม Mask และออกไปดำน้ำ แนะนำให้คุณใช้แชมพูเด็ก หรือน้ำยาล้างจาน ผสมกับน้ำให้เจือจางแล้วนำมาถูเคลือบบริเวณเลนส์ด้านในแค่นี้ก็สามารถลดการเกิดฝ้ากันได้แล้ว แต่ถ้าหากว่าหน้ากากของคุณดันเกิดฝ้าในระหว่างที่ทำการดำน้ำล่ะก็ให้คุณถอดนห้ากากออกมาแล้วถูเช็ดด้วยมือ หรือจะถอดออกมาใช้น้ำลายของเราทาเคลือบไว้ด้านในจากนั้นก็ใส่แล้วดำน้ำต่อก็ได้เช่นเดียวกัน

น้ำเข้าหน้ากาก

หากคุณกำลังดำน้ำอยู่และรู้สึกว่ามีน้ำซึมเข้ามาในหน้ากาก เพราะคุณรู้สึกได้ถึงอาการเคืองตาและแสบตาแล้วล่ะก็นับว่าเป็นเรื่องที่กวนใจคุณอยู่ไม่น้อยเลยทีเดียว เอาเป็นว่าวันนี้เราก็มีหนทางแก้ไขปัญหานี้มาฝากคุณด้วยเหมือนกันนะคะ

วิธีการแก้ไข : เราต้องมาทราบที่สาเหตุกันก่อน การที่น้ำจะสามารถซึมเข้ามาใน Mask ของเราได้นั้น เกิดจากการที่เราสวมใส่ Mask ไว้หลวมจนเกินไป ซึ่งคุณก็จะต้องปรับ Mask ให้พอดีและแนบชิดใบหน้าก่อนลงน้ำทุกครั้ง และอีกหนึ่งเหตุผลก็เกิดจากการที่น้ำทะเลอาจจะซึมตามไรผมของคุณเข้าไปในหน้ากาก เพราะฉะนั้นก่อนลงน้ำแนะนำว่าใครที่ผมยาวก็รวบผมกันให้เรียบร้อยนะคะ และอาจจะมีอีกหนึ่งกรณีคืออาจจะเป็นเหตุสุดวิสัยที่น้ำเข้าไปในหน้ากากของเราจริงๆ คุณสามารถทำการเอานิวกด Maske ด้านบนไว้จากนั้นมองขึ้นด้านบน แล้วก็หายใจออกแรงๆทางจมูกเพื่อไล่นน้ำให้ออกจากหน้ากากของเรา

และนี่ก็เป็นบรรดาปัญหาจุกจิกคุณคุณอาจจะพบเจอในตอนที่ออกไปดำน้ำกันนะคะ ซึ่งบางอย่างนั้นจะเห็นได้ว่าเราสามารถทำการแก้ไขโดยการเตรียมความพร้อมเอาไว้ล่วงหน้าได้เลย หรือถ้าหากอยู่ในสถานการณ์ฉุกเฉินคุณก็สามารถแก้ไขปัญหาเราเฉพาะหน้าเหล่านี้ได้เช่นเดียวกัน ขอแค่คุณอย่าตื่นตระหนก ตั้งสติไว้ให้ดี แล้วค่อยๆทำการเเก้ไขไปตามวิธีที่เราได้แนะนำเอาไว ซึ่งรับรองได้เลยว่าคุณจะสามารถดำน้ำได้อย่างราบรื่นสนุกสนานอย่างแน่นอนค่ะ

 

# อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

สำหรับใครที่เริ่มต้นเล่นกีฬาปีนหน้าผามาสักระยะหนึ่งแล้ว และเริ่มที่จะปีนบ่อยขึ้นเรื่อยๆแล้วอยากจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเองจะได้ไม่ต้องเช่าที่ยิมทุกครั้งไป เราก็จะมาแนะนำกันว่ามีอุปกรณ์อะไรบ้างที่คุณควรจะซื้อเอาไว้เป็นของตัวเองกันนะคะ หรือใครที่กำลังจะเริ่มต้นไปปีนหน้าผาก็มาอ่านเพื่อเก็บข้อมูลกันดูก็ได้นะคะ จะได้ทราบเกี่ยวกับวิธีการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆกันได้เลย

 

อุปกรณ์ในการปีนหน้าผา

Climbing Shoes (รองเท้าปีนหน้าผา)

สำหรับรองเท้าปีนหน้าผา จะเป็นรองเท้าที่มีการทำเป็นพิเศษ ซึ่งรองเท้าจะทำจากวัสดุที่แข็งแรงทนทาน มีความยืดหยุ่น จะมียางแข็งๆหุ้มบริเวณหัวรองเท้า พื้นรองเท้า และบริเวณส้นเท้าด้วยเช่นเดียวกัน แล้วการเลือก Climbing Shoes ที่ดี คุณจะต้องเลือกรองเท้าที่ใส่ได้พอดีกับเท้า และต้องดูความสมมาตรของพื้นรองเท้าด้วยนะคะ Climbing Shoes ที่ดีต้องไม่มีรอยต่อของพื้นยางที่หุ้มส่วนของปลายเท้าและส้นเท้า มียางที่หนามีความหนึบเพราะให้เกาะกับ Holds ได้ดี หรือเมื่อคุณต้องไปปีนแบบ Outdoor เจอหินที่แหลมคมก็สามารถเหยียบขึ้นไปได้โดยไม่ได้รับบาดเจ็บ

 

Harness (สายรัดเอว)

Harness เป็นสายรัดที่จะอยู่ติดกับสะโพกและเอวของเราตลอดเวลา เป็นอุปกรณ์ที่ใช้สำหรับติดเครื่องมือ Belaying Device และเป็นตัวเกี่ยวกับ Rope ในเวลาที่คุณปีนหน้าผา หรือเรียกง่ายๆว่า Harness เป็นอุปกรณ์ที่เอาไว้ใช้ติดอุปกรณ์ Safety ในรูปแบบการปีนแบบ Sport Climbing นั่นเอง ซึ่งการเลือกซื้อ Harness ที่ดีจะต้องมีความแข็งแรง ทนทาน ได้มาตรฐาน ใส่ได้สบาย สามารถปรับเข้ากับรูปร่างของคุณได้พอดี และมีที่สอดเก็บสายที่สายเกินความจำเป็นได้ด้วย

 

Belaying Device (ตะขอและรอกที่ใช้ทำการ Safe ผู้ปีนหรือClimber)

สำหรับ Belaying Device ก็เป็นอุปกรณ์เล็กๆที่คล้ายกับตะขอล็อก และมีอุปกรณ์เล็กๆที่คล้ายรอก ใช้เพื่อสอดใส่ Rope เพื่อคอยคานน้ำหนักและคอยปล่อยเชือกให้ Climber ซึ่งอุปกรณ์ตัวนี้คุณต้องคัดสรรเป็นพิเศษ เพราะว่านั่นหมายถึงความปลอดภัยของที่ Belayer และ Climber ด้วยเช่นกัน การเลือกง่ายๆเลยคือ ตัวตะขอล็อคสามารถใช้งานได้ดีไหม และมีความแข็งแรงทนทานหรือไม่ ซึ่งบอกได้เลยว่าอุปกรณ์ตัวนี้นั้นสำคัญมากเลยทีเดียว

 

Chalk bag (ถุงใส่ชอล์ค)

เพื่อการปีนที่ดีและสามารถจับ Holds ได้ดีขึ้นคุณจะต้องใช้ชอล์คช่วยค่ะ ซึ่งชอล์คจะทำหน้าที่ลดความมันและลื่นของ Holds ที่คุณจะจับในการปีนขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะฉะนั้นคุณต้องมีชอล์คติดตัวตลอดเวลา จึงมีอุปกรณ์ที่ชื่อว่า Chalk Bag ขึ้นมา หรือเรียกกันง่ายๆว่าถุงใส่ชอล์คนี่แหละค่ะ ซึ่ง Chalk Bag ก็จะเป็นถุงเล็กๆมีขนาดพอดีกับที่เราสามารถเอามือเข้าไปล้วงชอล์คข้างในได้สะดวกสบาย อีกทั้งยังมีสายที่ติดกับเอวอีกด้วย

และนี่ก็ถือว่าเป็นอุปกรณ์หลักๆที่จำเป็นต่อการปีนหน้าผา สำหรับใครที่อยากจะมีอุปกรณ์เป็นของตัวเอง หรือใครที่กำลังจะเริ่มต้นปีนก็จะได้รู้จักกับอุปกรณ์ต่างๆได้มากขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

 

F5 Climbing Center

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

หากจะเอ่ยถึง 1 ในกีฬาประเภทเอ็กสตรีมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย จักรยาน BMX คงจะเป็นหนึ่งในนั้น หากใครไม่ทราบคงจะคิดว่าการแข่งขันจักรยาน BMX ก็คงจะเป็นแค่การขี่ให้เข้าเส้นชัยเหมือนอย่างการแข่งขันจักรยานทั่วๆ ไป แต่อาจจะมีความลำบากขึ้นมาในเรื่องของเส้นทางและระยะทางที่จะโหดกว่าการแข่งขันจักรยาน แต่จริงๆ แล้วจักรยาน BMX เป็นการแข่งที่นอกจากจะต้องเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ให้ได้แล้วยังต้องฟันฝ่ากับเส้นทางทั้งทางเรียบ เนินสูงๆ และอุปสรรคอีกมากมายทำให้จักรยาน BMX มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจักรยานวิบาก

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

หากจะเอ่ยถึงจุดกำเนิดของ BMX จะต้องย้อนกลับไปใน พ..2513 (.. 1970) ตอนนั้นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก แต่ด้วยราคาของอุปกรณ์และมอเตอร์ไซค์ที่สูงจนเกินไป ทำให้มีการแข่งขันและมีนักกีฬาอยู่ในวงแคบ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นกีฬาสำหรับคนมีเงินเท่านั้น จากนั้นจักรยาน BMX ได้ถือกำเนิดขึ้นในปีนั้นเนื่องจากต้องการให้เด็กๆ ใช้จักรยานในการฝึกซ้อมแทนรถมอเตอร์ไซค์ โดยมีการขุดที่ดินเพื่อเลียนแบบสนามของมอเตอร์ไซค์วิบาก แต่กลับกลายเป็นว่า จักรยาน BMX กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนมีชื่อเสียงขึ้นมาและมีการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกครั้งแรกเมื่อปี พ..2525 (1977)

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

การแข่งขันจักรยานวิบากได้แพร่หลายไปทั่วโลกจนตอนหลังมีการแตกแขนงออกมาอีกแบบหนึ่งคือ BMX แบบฟรีสไตล์ (อีกแบบจะเรียกว่า BMX เรซซิ่ง และทั้งสองรายการถูกบรรจุให้มีการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ได้มีการเลื่อนการจัดงานออกไปเป็นปีหน้าแทน) ความแตกต่างของทั้งสองอย่างคือ BMX Racing นั้นผู้เข้าแข่งขันจะมีทั้งหมด 8 คนด้วยกันและจะถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกันจากทางลาดสูง และต้องขี่จักรยานไปตามเส้นทางซึ่งมีระยะทาง 300 – 350 เมตร ลักษณะของสนามจะเป็นการวนไปมา และผู้เข้าแข่งขั้นต้องทำทั้งความเร็ว และผ่านอุปสรรคทางกระโดด เนินสลับกับที่ราบ ทำให้ต้องใช้พละกำลังในการขี่จักรยานสูงมาก และต้องเข้าเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกเท่านั้นเพื่อจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ในขณะที่ BMX Freestyle จะเน้นลีลาและท่าทางเป็นหลัก โดยปัญหาหลักของนักกีฬาต้องคิดทวงท่า ในการกระโดดขึ้นสิ่งกีดขวางอาทิเช่น เก้าอี้, โต๊ะหิน, ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากพื้นที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยจะใส่ท่าทางหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ที่ผู้เข้าแข่งขันจะครีเอทออกมาได้ โด BMX Freestyle ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาวัยรุ่นทั่วโลก อย่างที่เห็นจะมีคลิปออกมาบ่อยครั้งทั้งทำเล่นเองหรือเป็นการแข่งขัน โดยเฉพาะทางฝั่งอเมริกาที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ขณะที่ประเทศไทยก็มีกลุ่มที่เล่นจักรยาน BMX Freestyle เช่นเดียวกัน

มากล่าวถึงอุปกรณ์ในการเล่นจักรยาน BMX อย่างแรกเลยคือรถจักรยานจะมีขนาดล้ออยู่ที่ประมาณ 20 นิ้วด้วยกัน และจะไม่มีเบรกอยู่กับตัวรถ เลยทำให้คนที่เล่นกีฬาประเทภนี้ต้องมีทักษะในการชะลอความเร็วพอสมควร และจะอุปกรณ์ป้องกันตัวเช่น หมวกกันน็อค, สนับข้อศอก, สนับเข่า, ชุดที่ปกปิดร่างกายมิดชิดเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผล และในประเทศไทยเองการแข่งขันจักรยาน BMX แบบ Racing จะถูกจัดให้อยู่ในประเภทเดียวกันกับการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา และมีการจัดการแข่งขันมาโดยตลอดพร้อมกับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการแข่งขันตั้งแต่ระดับเยาวชนไล่ขึ้นมาจนถึงรุ่นบุคคลทั่วไป โดยการกำกับดูแลของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยเป็นหลัก และสำหรับนักกีฬาจักรยาน BMX Racing ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยคือ อาแมนดา คาร์ นักปั่นลูกครึ่งอเมริกาที่เคยคว้าเหรียญทองในการแข่งเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2014 มาแล้ว

 

F5 Climbing Center

BMX Freestyle

จักรยานวิบาก BMX นอกจากจะมีการแข่งขันแบบ Racing ยังมีแยกออกไปเป็นอีกแบบหนึ่งนั่นคือการเล่นแบบ Freestyle โดยที่ผู้เล่นจะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยาน BMX และข้ามสิ่งกีดขวางหรือกระโดดขึ้นไปอยู่บนสิ่งกีดขวางซึ่งมีทั้ง เก้าอี้ โต๊ะ ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากบันได พร้อมกันนี้ผู้เล่นยังสามารถคิดค้นท่าทางต่างๆ ออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการหมุนล้อ, การโยกตัวมาอยู่ด้านจักรยานแล้วกลับไปอยู่ที่เดิมแล้วอีกมากมายสุดแล้วแต่จะคิดค้นท่าทางขึ้นมาได้

BMX Freestyle

ส่วนมากจักรยาน BMX Freestyle จะเน้นการโชว์ท่าทางต่างให้ผู้ชมรู้สึกตื่นตาตื่นใจ โดยได้รับความนิยมอย่างมากในแถวทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กีฬาประเภทได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการจัดการแข่งขันขึ้นมา ซึ่งจะตัดสินจากท่าทางที่ผู้เข้าแข่งขันแสดงออกมาแบ่งความยากออกเป็นแต่ละระดับไป แต่โดยทั่วไปแล้วจักรยาน BMX Freestyle จะมีการพื้นที่ในการเล่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งพื้นที่หลักที่นิยมเล่นกันจะประกอบด้วย

สวนสาธารณะ (PARK) เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เพราะที่นี่จะมีพื้นที่แตกต่างกันออกไปบางจุดอาจจะเป็นทางลาด บางจุดอาจจะเป็นบันได และมีทั้งเก้าอี้, โต๊ะเรียงรายรวมถึงขอบปูนเลยกลายเป็นจุดหลักให้ผู้เล่นเข้ามาท้าทายความสามารถในการทรงตัวจักรยานของตัวเองให้ผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

แนวตั้ง VERT (ย่อมาจากคำว่า Vertical) หากใครสังเกตภาพยนตร์ของทางฝั่งอเมริกาที่เกี่ยวกับวัยรุ่นจะเห็นพื้นที่เป็นรูปตัว U ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละด้านจะมีความสูงอยู่ที่ 4 เมตรด้วยกัน นั่นแหละคือสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกให้ชำนาญเสียก่อน เพราะหลังจากที่ผู้เล่นลงไปในทางลาดแล้วไปกระโดดขึ้นอีกฝั่ง จุดที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้คือการกระโดดขึ้นไปบนอากาศและแสดงท่าทางลีลาต่างๆ ออกมา (บางคนสามารถกระโดดได้สูงถึง 5 เมตรด้วยกัน) นั่นคือสิ่งที่ท้าทายผู้เล่น BMX Freestyle เป็นอย่างมาก

ที่ราบ (Flat) พื้นที่นี้จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่จะให้ผู้เล่น BMX Freestyle ได้โชว์ลีลาท่าทางการทรงตัวอยู่บนจักรยานอย่างเต็มที่ โดยส่วนมากมักจะใช้แค่ล้อเดียวในการทรงตัว จากนั้นแต่ละคนก็ปล่อยลีลาออกมาเรียกเสียงกรี๊ดกับผู้ชมที่ยืนดูอยู่ ซึ่งก็ถือว่าต้องอาศัยการทรงตัวที่ดีและความชำนาญพอตัว

ถนน (Street) ขึ้นชื่อว่าถนนไม่มีใครสามารถเอาแน่เอานอนได้ว่าถนนแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะอย่างไร บางที่อาจจะเป็นที่ราบบางที่อาจจะเจอที่โค้ง เจอลูกระนาด เจอถนนขรุขระ นั่นคือความท้าทายของบรรดาผู้เล่น BMX Freestyle โดยผู้เล่นจะต้องพยายามคิดค้นท่วงท่าออกมาในตอนที่ขี่อยู่บนถนนและจุดที่ยากอีกอย่างหนึ่งก็คือจะต้องทำให้ล้อทั้งสองข้างอยู่พ้นจากพื้นดินด้วยในตอนที่แสดงท่าทางออกมา

กองดิน (Dirt) ผู้เล่นจะต้องขี่ขึ้นไปบนเนินดินที่สูงเพื่อกระโดดยังเนินดินอีกอันที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อกระโดดชึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้เล่นที่จะคิดค้นลีลาท่าทางต่างๆ ออกมให้ผู้ชมประทับใจ แต่ต้องทรงตัวให้ดีทั้งตอนอยู่บนอากาศและตอนที่ลงสู่พื้น ซึ่งความยากก็มีหลายระดับอยู่ที่ความชำนาญของบุคคล

หากใครที่สนใจอยากจะเล่น BMX Freestyle ควรจะศึกษาหาข้อมูลให้เรียบร้อยเสียก่อนและต้องมีความทางด้านร่างกายที่ดีอยู่ในระดับที่สูงเพราะต้องใช้ความแข็งแรงและสมาธิอย่างมากเมื่อตอนที่ลอยอยู่ในอากาศนอกจากนี้ยังต้องศึกษาเรื่องความปลอดภัยควบคู่กันไปอีกด้วย

 

Urban Playground Climbing

Rock Climbing คืออะไร

Rock Climbing คืออะไร

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผา หรือ Rock Climbing กันดีกว่า เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าในโรงยิมใหญ่ๆบางแห่งนั้นก็จะมี หน้าผาจำลองให้ปีนป่ายกันอีกด้วย ซึ่งก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้นก็เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กำลังมาแรง ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดี อีกทั้งยังสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วยนะคะ เอาล่ะงั้นเรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผากันต่อได้เลยค่ะ

กีฬาปีนหน้าผา Rock Climbing ก็เป็นกีฬาประเภทนี้ก็จัดว่าอยู่ในหมวดประเภทกีฬาผาดโผน โดยที่คุณจะต้องใช้ทักษะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว แม้กระทั่งการใช้ความคิดด้วยเช่นกัน เพื่อให้คุณสามารถปีนป่ายขึ้นไป ทั้งตามแนวสูงและแนวขวางไปได้จนถึงจุดสูงสุดนั้นเอง

ซึ่งกีฬาปีนหน้าผา ในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถานที่ในคุณได้มาลองปีนป่ายท้าทายความหวาดเสียวกันอยู่ 2 ประเภท นั่นก็คือ การปีนหน้าผาจำลอง(Indoor) และการปีนหน้าผาจริงตามธรรมชาติ(Outdoor)

Indoor หรือการปีนหน้าผาจำลอง

สำหรับการปีนประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นที่จะปีนหน้าผา เพราะที่นี่จะมีความปลอดภัยที่สูงกว่า เพราะหน้าผาจำลองที่คุณจะได้ปีนนั่นส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่ตั้งตรงตามแนวสูง และมี Holds (ตัวจับ) ให้คุณได้ปีนป่ายไปตามสีต่างๆได้ ซึ่งโดยปกติแล้วการปีนหน้าผาจำลองนั้นจะใช้สำหรับฝึกซ้อมท่าในการปีนก่อนที่จะออกไปปีนแบบ Outdoor ซึ่งการปีนใน Indoor ก็จะมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกปีนได้อีกด้วย และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะสูงกว่า

Outdoor หรือการปีนหน้าผาตามธรรมชาติ

ส่วนการปีนแบบนี้คือคุณต้องออกมาปีนกันหน้าผาจริงๆเลยซึ่งส่วนใหญ่จะมีการวางเส้นทางเอาไว้อยู่แล้ว แต่ว่าจะมีได้มี Holds ให้คุณได้ Follow เหมือนการปีนแบบ Indoor เพราะฉะนั้นการปีนแบบ Outdoor คุณจะต้องหาหนทางไปต่อด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้นก็จะมีความท้าทายที่มากกว่า เพราะคุณต้องใช้ความคิดและพละกำลังในเวลาเดียวกัน รวมถึงประสบการณ์การปีนหน้าผาด้วยเช่นกัน เพราะโดยปกติหน้าผาตามธรรมชาตินั่นจะไม่ได้ตั้งตรง 90 องศากับพื้น แต่จะมีแนวขวางบ้างเอียงบ้าง ให้คุณได้ใช้ทักษะและเทคนิคที่มากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณต้องการที่จะทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผาให้มากขึ้น คุณก็สามารถมาลองปีนกันแบบ Indoor ไปก่อนก็ได้ เพราะว่าโดยปกติแล้วทุกที่ก็จะมีอุปกรณ์ให้คุณสามารถเช่าได้ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแนะนำวิธีการปีน การใช้อุปกรณ์​ รวมถึงเทคนิคต่างๆในการปีนให้คุณได้อีกด้วย อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะปลอดภัยมากกว่าการออกไปปีนหน้าผาจริงๆ และมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกฝึกฝนกันอีกด้วย

 

# Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

มีใครที่กำลังตั้งคำถามในใจอยู่ไหมคะว่าทำไมยิมปีนหน้าผาส่วนใหญ่ถึงอยู่บริเวณชานเมืองกันเยอะนัก เพราะบางทีก็ไม่สะดวกในการเดินทาง และถ้ายิ่งใครที่ไม่มีรถส่วนตัวแล้วก็ยิ่งยากไปกันใหญ่ วันนี้เราเลยจะพาคุณมารู้จักกับยิมปีนหน้าผาที่เรียกได้ว่าอยู่ใจกลางกรุงเทพฯเลยทีเดียว ซึ่งเดินทางก็ง่าย สะดวกสบาย แถมยังมี Route เจ๋งๆให้คุณได้มาทดลองปีนป่ายกันอีกเพียบ ซึ่งยิมที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้นั่นก็คือ “Urban Playground Climbing” นั่นเองซึ่งที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลจาก BTS พร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกสบายเอาใจชาวเมืองแบบสุดๆกันไปเลย

Urban Playground Climbing

มาทำความรู้จักกับยิม Urban Playground Climbing กันดีกว่า

สำหรับที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้ถือว่าเป็น Community แห่งใหม่สำหรับคนที่รักสุขภาพและรักในการปีนหน้าผา ซึ่งจุดประสงค์ของที่นี่คือการเป็นยิมปีนหน้าผาที่ดีบที่สุดในเมืองไทย เพราะด้วยทำเลใจกลางเมืองที่นับได้ว่าดีที่สุด และWall ที่ดีที่สุดด้วยความร่วมมือจาก Entry-Prises Climbing ที่เป็นบริษัทที่สร้างหน้าผาจำลองระดับโลก ที่นี่มีพื้นที่ 7,000 ตารางฟุต และความสูงมากถึง 12 เมตร มี Route การปีนที่หลากหลาย ซึ่งที่นี่มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้กลับบ้านไปเช่นเดียวกัน

Urban Playground Climbing

ที่นี่นับว่าเป็นยิมาปีนหน้าผาที่ครบวงจรเป็นอย่างมาก ทุกอย่างทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ มีความสูงมากมายหลากหลายระดับให้คุณได้ปีน และรองรับการปีนในทุกรูปแบบ ทั้งแบบ Bouldering, Top Rope, และ Lead Climbing ด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นที่นี่ก็ยังมี Roof ให้ปีนฝึกความแข็งแรงในท่าที่ยากไม่ธรรมดากันอีกด้วย แต่ใครที่กำลังอยากจะลองปีนหน้าผาดูสักครั้งที่นี่ก็เหมาะกับคุณด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมีทุกเลเวลให้คุณได้เลือกปีนพร้อมทั้งมี Staff ที่คอยให้คำแนะนำคุณได้อีกด้วยด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่นี่ก็มีพร้อมสรรพ ทั้งมุมพักผ่อน ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ หรือถ้าคุณอยากจะมาลองเล่นกีฬาแบบอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นี่มีทั้งสนามแบดมินตัน สนามเทนนิส ยิม โยคะ ซาวน่า และสระว่าน้ำ เรียกได้ว่ามีครบเลยทีเดีว และถ้าหากคุณจะจะนั่งจิบเครื่องดื่มร้อนๆที่นี่ก็มีคาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อคอยให้บริการด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงที่จำหน่ายอุปกรณ์การปีนหน้าผาด้วยนะคะ

ที่ตั้ง

6 8 ซอยสุขุมวิท 49/9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 119 7200

วันและเวลาทำการ : เปิดบริการทุกวันเวลา 10.00-22.00

เรียกได้ว่าที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้เป็นยิมปีนหน้าผาที่เอาใจชาวเมืองเป็นอย่างมาก ทั้งศูนย์รวมการออกกำลังที่ครบวงจร รวมถึงหน้าผาจำลองที่ได้ทีมสร้างระดับโลก และความสะดวกสบายในการเดินทาง ถ้ายังไงก็อย่าลืมมาลองปีนกันที่นี่ได้เลยนะคะ

 

# F5 Climbing Center