รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Puente สำหรับมือใหม่หัดเล่น สเก็ตบอร์ด นั้น มักจะมีความกังวลว่าเวลาที่ฝึกหัดอาจเกิดอุบัติเหตุจนทำให้เกิดความเสียหายได้

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Puente

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Puente

สำหรับมือใหม่หัดเล่น สเก็ตบอร์ด นั้น มักจะมีความกังวลว่าเวลาที่ฝึกหัดอาจเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ สเก็ตบอร์ด เกิดความเสียหายได้ เพราะสเก็ตบอร์ดนั้นแม้ว่าจะไม่ใช่อุปกรณ์ที่มีราคาแพงอะไรมากมาย แต่หากพังจนต้องซื้อใหม่บ่อยๆ ก็คงไม่ดีต่อกระเป๋าตังค์เท่าไหร่นัก หรือมืออาชีพที่ต้องการจะออกแบบท่าใหม่ ฝึกหัดท่าใหม่ที่มีความยากมากยิ่งขึ้น ก็มีความเสี่ยงเช่นเดียวกันที่เกิดอุบัติเหตุจนทำให้สเก็ตบอร์ดได้รับความเสียหาย

ทางออกที่ดีสำหรับปัญหานี้นั่นก็คือการเลือกซื้อสเก็ตบอร์ดที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ อย่างที่เราจะมาแนะนำในวันนี้นั่นก็คือ สเก็ตบอร์ดรุ่น Puente สเก็ตบอร์ดที่ได้รับการออกแบบและเลือกใช้วัสดุที่ช่วยทำให้มันมีความแข็งแรงทนทานมากกว่าสเก็ตบอร์ดรุ่นอื่นๆ แต่ด้วยความแข็งแรงและวัสดุที่ใช้ในการผลิตทำให้ราคาของมันก็สูงกว่าสเก็ตบร์ดรุ่นอื่นด้วยเช่นเดียวกัน โดยมาในราคา 1,219 บาท แต่ก็ถือว่ายังไม่ใช่ราคาที่แพงเกินไปสำหรับสเก็ตบอร์ดสักหนึ่งอัน

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Puente

โดยรุ่นนี้เป็นสเก็ตบอร์ดรูปทรงตัวทีหรือทรงที่เรามักจะเห็นกันทั่วไป มีลวดลายให้เลือกหลากหลายแล้วแต่ความชื่นชอบ แต่ส่วนใหญ่แล้วจะเป็นลวดลายที่เล่นสีแนวกาแลคซี่ที่ดูสวยงามและลึกลับในคราวเดียวกัน เป็นลายแบบที่ผู้ชายหรือผู้หญิงก็ชอบ มีการเคลือบกันน้ำให้กับลวดลายเหล่านี้ ทำให้เราสามารถเล่นฝ่าแอ่งน้ำหรือทำความสะอาดได้โดยไม่ไม่หลุดลอก

สเก็ตบอร์ดรุ่น Puente มีความโดดเด่นจากสเก็ตบอร์ดอื่นๆ ตรงที่วัสดุที่ใช้ในการผลิตตัวแผ่นกระดานเป็นไม้แอปเปิ้ลคุณภาพสูง แม้ว่าจะเป็นวัสดุเดียวกันแต่รุ่นนี้กลับเลือกที่จะนำไม้มาอัดซ้อนทับกันจนหนาถึง 8 ชั้น ซึ่งส่วนใหญ่แล้วมักจะอัดซ้อนทับกันอยู่ที่ 7 ชั้นเพียงเท่านั้น ทำให้รุ่นนี้มีความหนามากกว่ารุ่นอื่นๆ และมีความแข็งแรงทนทานมากกว่านั่นเอง ได้รับการออกแบบรูปทรงมาเป็นอย่างดีทั้งส่วนเว้าและส่วนโค้งให้ได้รูปที่สมบูรณ์แบบ

ช่วยให้การเล่นสเก็ตบอร์ดสนุกและง่ายมากยิ่งขึ้น มีปริปเทปที่ช่วยกันลื่น ทำให้เท้าของเราและแผ่นกระดานสามารถยึดเกาะกนได้เป็นอย่างดี ฐานล้อผลิตมาจากอลูมิเนียมที่แข็งแรงและทนทาน ไม่เป็นสนิมแม้จะตากแดดหรือโดดฝนก็ตาม ช่วยให้สเก็ตบอร์รุ่นนี้สามารถรองรับน้ำหนักได้มากถึง 180 กิโลกรัมเลยทีเดียว ไม่เพียงเท่านั้นล้อยัง ผลิตมากจาก 95A ที่มีความยืดหยุ่นสูง สามารถยึดเกาะพื้นถนนได้เป็นอย่างดี มันจึงปลอดภัยและลดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้มากขึ้น ลูกปืนยอดนิยมอย่าง ABEC-9 ช่วยให้สามารถลื่นไหลและเคลื่อนตัวได้เร็วมากยิ่งขึ้น


รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393 เป็น สเก็ตบอร์ดราคาประหยัดที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ ตัวแผ่นกระดานนั้นผลิตมาจากไม้แอปเปิ้ล Remove term: รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393Remove term: Zanlaza Skateboard Z-393 Zanlaza Skateboard Z-393Remove term: สเก็ตบอร์ด สเก็ตบอร์ดRemove term: สเก็ตบอร์ดกำลังฮิต สเก็ตบอร์ดกำลังฮิตRemove term: สเก็ตบอร์ดราคาประหยัด สเก็ตบอร์ดราคาประหยัด

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น-zanlaza-skateboard-z-393

ช่วงนี้เทรนด์การเล่น สเก็ตบอร์ดกำลังฮิต เห็นได้จากที่ดารานักแสดงหลายๆ คนหันมาเล่นสเก็ตบอร์ดกันมากขึ้น เพราะมันเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่หากสามารถเล่นท่ายากๆ ได้จะทำให้ดูเท่ขึ้นมาเป็นอย่างมาก สามารถเล่นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งสนุกๆ ร่วมกันกลับเพื่อนได้ หรือจะเล่นเป็นกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันแบบจริงจังก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน ท่าทางในการเล่นนั้นก็มีหลากหลายให้เราฝึกกันได้แบบไม่รู้เบื่อ หรือใครที่เก่งหน่อยก็อาจจะออกแบบท่าใหม่ๆ ไว้เล่นเองก็ได้เช่นเดียวกัน จึงไม่น่าแปลกใจนักที่เด็กและวัยรุ่นหันมาสนใจเล่นสเก็ตบอร์ดกันมากยิ่งขึ้น ในวันนี้เราจึงจะมาแนะนำสเก็ตบอร์ดที่มีราคาไม่แพง เหมาะทั้งสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งหัดเล่นได้ไม่นานแล้วอยากจะมีสเก็ตบอร์ดเป็นของตัวเองสักอัน

หรือมืออาชีพที่ต้องการสเก็ตบอร์ดมาไว้ใช้ในการฝึกซ้อมทำท่าต่างๆ โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องราคา นั่นก็คือสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393 มาใน ราคาเพียง 690 บาทเท่านั้น ความโดดเด่นของสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ก็คือมีลวดลายให้เลือกหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นลวดลายสตรีทที่เต็มไปด้วยสีสันและความเท่ ลวดลายแบบมินิมอลที่เหมาะสำหรับผู้หญิง หรือลวดลายที่ดูน่ารักก็มีเช่นเดียวกัน ทำให้มันสามารถตอบโจทย์ผู้ใช้งานได้ทั้งราคา ความชื่นชอบในการออกแบบ และคุณสมบัติในการใช้งาน

   สเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393 เป็น สเก็ตบอร์ดราคาประหยัดที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ เพราะแต่ละส่วนนั้นได้รับการใส่ใจในการผลิตเป็นอย่างดีตั้งแต่ขั้นตอนการเลือกวัสดุ ตัวแผ่นกระดานนั้นผลิตมาจากไม้แอปเปิ้ล คุณภาพสูงที่อยู่ระดับเกรด A นำมาซ้อนทับกันอย่างหนาแน่นจนถึง 7 ชั้น ทำให้มันมีความหนาที่กำลังพอดี มีความแข็งแรงทนทาน ไม่แตกหักง่าย ส่วนโค้งส่วนเว้าก็ได้รับการออกแบบและคำนวณมาให้เหมาะกับการเล่นท่าต่างๆ ช่วยเพิ่มความมั่นคงในการทรงตัวได้ดียิ่งขึ้น ลวดลายกันน้ำ

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393  เป็น สเก็ตบอร์ดราคาประหยัดที่อัดแน่นด้วยคุณภาพ  ตัวแผ่นกระดานนั้นผลิตมาจากไม้แอปเปิ้ล Remove term: รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Zanlaza Skateboard Z-393Remove term: Zanlaza Skateboard Z-393 Zanlaza Skateboard Z-393Remove term: สเก็ตบอร์ด สเก็ตบอร์ดRemove term: สเก็ตบอร์ดกำลังฮิต สเก็ตบอร์ดกำลังฮิตRemove term: สเก็ตบอร์ดราคาประหยัด สเก็ตบอร์ดราคาประหยัด

ไม่ว่าจะเล่นไปโดนบริเวณแอ่งน้ำหรือฝนตกก็ไม่มีหลุดลอก สามารถเช็ดล้างทำความสะอาดได้ง่าย ผิวด้านบนของแผ่นกระดานเคลือบทราย ช่วยเพิ่มการยึดเกาะระหว่างเท้าและแผ่นกระดานได้เป็นอย่างดี ช่วยกันลื่นและลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุ ฐานล้อผลิตมาจากอลูมิเนียมที่ไม่เป็นสนิท รองรับแรงกระแทกได้สูง ช่วยให้การเลี้ยวควบคุมได้ง่ายขึ้น เหมาะสำหรับมือใหม่หัดเล่นหรือมืออาชีพที่อยากจะลองเล่นท่าใหม่ๆ สามารถรองรับน้ำหนักผู้เล่นได้ถึง 180 กิโลกรัม ซึ่งค่อนข้างมากจากสเก็ตบอร์ดรุ่นอื่นๆ ที่มักจะรับน้ำหนักได้ไม่เกิน 150 กิโลกรัมเท่านั้น มันจึงเป็นสเก็ตบอร์ดทางเลือกสำหรับผู้เล่นที่มีน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก


เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา สำหรับกีฬาปีนหน้าผานี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของกีฬาผาดโผนที่เริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีในไทย

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา

สำหรับกีฬาปีนหน้าผานี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของกีฬาผาดโผนที่เริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีในประเทศไทย คือได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้น มีสถานที่ปีนเขาเพิ่มมากขึ้น และกีฬาประเภทนี้เป็นกีฬาสุดสนุดที่ท้าทายทางด้านร่างกาย และจิตใจของเราเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นวันนี้เราจะนำสิ่งที่คุณอาจจะไม่เคยรู้เกี่ยวกับกีฬาการปีนผา หรือปีนเขามาฝากกันนะคะ ซึ่งจะมีอะไรบ้างนั้นเรามาดูกันต่อได้เลยค่ะ

  1. ลักษณะของการปีนเขามีด้วยกันหลักๆ 3 แบบคือ

On-Sight : คือการปีนแบบดิบๆแบบไม่มีการช่วยเหลือใดๆ ไม่มีความรู้ใดๆเกี่ยวกับหน้าผานี้เลย,

Flash : สำหรับแบบ Flash นี้จะคล้ายๆกับ On-Sight แต่ว่าจะง่ายกว่านิดหน่อยตรงที่เราจะมีข้อมูลการปีน ลักษณะของหน้าผาจากผู้ที่ปีนก่อนหน้าเรามาแล้ว และแบบสุดท้ายนั่นก็คือแบบ

Red Point : ซึ่งนักปีนที่ทำการปีนขึ้นไปก่อนหน้าจะมีการทำพิกัดจุดเอาไว้ให้ทำให้นักปีนเขาคนต่อๆไปสามารถปีนได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง

  1. สถิติการปีนหน้าผาที่เร็วที่สุด

สำหรับสถิติที่ดีที่สุดตลอดกาลในด้านของความเร็วในการปีนหน้าผาจำลองนั่นก็คือ นักกีฬาปีนเขาอย่าง Libor Hroza ตัวแทนประเทศสาธารณรัฐเช็ค ที่สามารถปีนขึ้นไปที่ความสูง 15 เมตรได้ภายในเวลาเพียง 5.73 วินาทีเท่านั้น ซึ่งเป็นการทำลายสถิติในระหว่างที่เขาทำการแข่งขันปีนหน้าผาจำลอง ที่เมือง Arco ประเทศอิตาลี นั่นเองค่ะ

  1. เด็กหญิงคนเเรกที่พิชิต Dawn Wall ได้

สำหรับการปีนหน้าผาที่เรียกได้ว่ายากมากที่สุด โหดมากที่สุดแห่งหนึ่งในโลกเราจะต้องยกให้กับ Dawn Wall ในประเทศสเปน เพราะว่าที่นี่เป็นหน้าผาหินแกรนิตที่มีความลาดชัน และมีความลื่นค่อนข้างมาก ด้วยระดับความสูงกว่าครึ่งไมล์ ซึ่งต้องใช้เวลาในการปีนอย่างยาวนาน รวมถึงความยากที่ต้องงัดเทคนิคต่างๆออกมาใช้มากมาย ซึ่งที่ Dawn Wall แห่งนี้ Tommy Caldwell and Kevin Jorgeson นักปีนเขาชื่อก้องโลกเคยพิชิตมาแล้ว และที่น่าทึ่งไปกว่านั้นนั่นก็คือ สาวน้อย Ashima Shiraishi วัย 13 ปีจาก New York ประเทศสหรัฐอเมริกา สามารถเป็นนักปีนเขาเพศหญิงหนึ่งเดียวที่สามารถมาพิชิต Dawn Wall แห่งนี้ได้

  1. กีฬาปีนเขามีมานานกว่า 200 ปีแล้ว

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่ได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน โดยที่การปีนหน้าผาเริ่มเป็นกีฬาที่ได้รับการยอมรับในปี 1880 ในอังกฤษหลังจากการขึ้น Napes Needle ครั้งแรกโดย Walter Parry Haskett Smith และสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ที่มีการพัฒนาในเรื่องของระบบความปลอดภัยที่ดีมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

  1. หุ่นดีได้ด้วยการปีนเขา

การปีนเขานี่ถือว่าเป็นการออกกำลังกายที่เราจะได้พัฒนากล้ามเนื้อในทุกๆส่วนเลยทีเดียว โดยที่การปีนเขา 1 ชั่วโมง เราสามารถเผาผญาแคลลอรี่ได้มากตั้งแต่ 300-500 แคลลอรี่เลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา สำหรับกีฬาปีนหน้าผานี้ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทของกีฬาผาดโผนที่เริ่มมีกระแสตอบรับที่ดีในไทย

เกร็ดความรู้เจ๋งๆเกี่ยวกับกีฬาการปีนเขา


วิธีการเลือกรองเท้าปีนเขา (Climbing Shoes) สำหรับอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นคู่หูคู่ใจของบรรดานักปีนเขาเลยนั่นก็คือ “รองเท้าปีนเขา”

วิธีการเลือกรองเท้าปีนเขา

วิธีการเลือกรองเท้าปีนเขา (Climbing Shoes)

สำหรับอีกหนึ่งอุปกรณ์ที่ต้องบอกเลยว่าเป็นเพื่อนคู่หูคู่ใจของบรรดานักปีนเขาเลยนั่นก็คือ “รองเท้าปีนเขา” หรือ Climbing Shoes นั่นเองค่ะ ซึ่งเจ้า Climbing Shoes นี้ก็เรียกได้ว่าเป็น สิ่งสำคัญในอันดับต้นๆของการปีนเขาเลยก็ว่าได้ เนื่องจากหน้าที่ของ Climbing Shoes นี้จะช่วยในการปกป้องเท้าของเราไม่ให้เกิดอันตราย และยังช่วยให้เราสามารถปีนเขาได้ดีและมั่นคงมากยิ่งขึ้นอีกด้วยนะคะ และวันนี้เราก็จะมาแนะนำเทคนิคดีๆในการเลือก Climbing Shoes มาฝากกันค่ะ

เลือกขนาดให้พอดีกับเท้า

สำหรับขนาดในการเลือกรองเท้าแบบ Climbing Shoes นี้ต้องบอกเลยว่าแตกต่างจากการเลือกรองเท้าชนิดอื่นๆที่เราใส่กันโดยทั่วไปอย่างสิ้นเชิง เพราะว่ารองเท้าโดยทั่วไปเราจะเน้นที่การสวมใส่ที่สบาย ไม่หลวม ไม่คับจนเกินไป แต่ว่าสำหรับ Climbing Shoes นั้นเราจะต้องเลือกรองเท้าที่มีขนาดพอดีกับเท้าเราแบบเป๊ะๆ ชนิดที่ว่าพอสวมเข้าไปแล้วเท้าเราไม่สามารถขยับได้เลยทีเดียว ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องของความปลอดภัยทำให้เราสามารถปีนเขาขึ้นไปได้อย่างมั่นคงมากขึ้นนะคะ

แผ่นยางรองเท้า

สำหรับ Climbing Shoes ที่ดีจะต้องมีแผ่นยางที่หนาพอสมควรและมีประสิทธิภาพสูง ซึ่งต้องดูในเรื่องความหนาของยางว่าต้องไม่หนาจนเกินไป และไม่บางจนเกินไป แผ่นยางจะต้องมีความยืดหยุ่นได้เป็นอย่างดี สามารถทดสอบได้โดยการลองงอรองเท้าดู(ยิ่งมีความยืดหยึ่ยมากเท่าไหร่ก็ยิ่งดีมากขึ้นเท่านั้น) และนอกจากนั้นคุณก็จะต้องเลือกรองเท้าที่มีแผ่นยางหุ้มตั้งแต่บริเวณปลายนิ้วเ้ทา ฝ่าเท้า และ ส้นเท้าของเราด้วยเช่นเดียวกัน นั้นก็เผื่อให้มั่นใจได้ว่ารองเท้าคู่นี้สามารถเซฟเท้าเราในขณะปีนเขาได้เป็นอย่างดี ที่สำคัญแผ่นยางจะต้องเรียบเสมอกันไม่มีรอยต่อของกาว

เลือกรองเท้าให้เหมาะกับประเภทของการปีนเขา

ซึ่งการปีนเขาก็จะมีแบ่งประเภทย่อยไปอีกอย่างรองเท้าคู่นี้เหมาะแก่การปีนแบบ Indoor ที่ Holds ทำมีจากวัสดุที่ไม่แหลมคม มีเนื้อสัมผัสที่ด้าน ซึ่งรองเท้าประเภทนี้ก็จะไม่ได้มีอะไรที่ต้องลงรายละเอียดมากนัก แต่สำหรับใครที่เน้นการปีนแบบ Outdoor คือต้องเจอหน้าผาจริงๆตามธรรมชาติ ที่มีความแหลมคม มีความลื่นก็ต้องเลือกรองเท้าที่เหมาะกับการปีนแบบ Outdoor ด้วยนะคะ เพื่อประสิทธิภาพในการปีนที่ดีมากยิ่งขึ้น

รูปแบบของรองเท้า

ซึ่งเมื่อคุณพิจารณามาถ้วนถ้วนตามข้อข้างต้นแล้ว สุดท้ายคุณก็สามารถแบบรองเท้าในแบบที่คุณชอบได้ อาจจะเป็นในเรื่องของการออกแบบ สีสัน หรือรูปลักษณธต่างๆ เช่นแบบเชือกผูก หรือว่าจะเป็นแบบตีนตุ๊กแก ซึ่งเอาที่เราชอบและรู้สึกถูกใจ และสามารถสื่อนคาแรคเตอร์ความเป็นตัวคุณออกมาให้ได้มากที่สุด


ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba การดำน้ำถ้าหากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆแล้วก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ การดำน้ำ Remove term: การดำน้ำแบบ Freediving การดำน้ำแบบ FreedivingRemove term: ความแตกต่างระหว่างการดำ ความแตกต่างระหว่างการดำRemove term: การดำน้ำแบบ Scuba การดำน้ำแบบ Scuba

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

การดำน้ำถ้าหากจะแบ่งออกเป็นประเภทใหญ่ๆแล้วก็จะมีอยู่ด้วยกัน 3 รูปแบบ นั่นก็คือการดำน้ำแบบ Snorkeling Freediving และ Scuba แต่ว่าวันนี้เราจะมาพูดถึง Freediving และ Scuba กันดีกว่า ว่าทั้ง 2 แบบนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร

ความแตกต่างระหว่างการดำน้ำแบบ Freediving และ Scuba

  1. อุปกรณ์

แน่นอนว่าในเรื่องของอุปกรณ์นั้นมีความแตกต่างการค่อนข้างมาก ทั้งในเรื่องของรูปแบบของ Fins ซึ่ง Freedive จะใช้ Fins ที่มีน้ำหนักเบา และมีความยาวที่มากกว่า ส่วน Scuba จะใช้ Fins ที่มีหน้า Fins กว้างและสั้นกว้าง ส่วนในเรื่องของ Mask ก็สามารถใช้แบบเดียวกันได้ และอีกหนึ่งสิ่งคือ Scuba จะต้องมีถังอากาศและอุปกรณ์ต่างๆที่มากมายกว่า Freediving นั่นเอง

  1. การเคลื่อนไหวใต้น้ำ

สำหรับการเคลื่อนไหวใต้น้ำนั้น Freedive จะมีการเคลื่อนไหวที่เป็นอิสระกว่า คล่องแคล่ว คล่องตัวกว่า Scuba มากนัก เนื่องจากข้อกัดในเรื่องของอุปกรณ์ที่มากมายกว่าจึงทำให้การเคลื่อนไหวใต้น้ำของการ ดำแบบ Scuba ค่อนข้างช้า และมีท่าทางจำกัด

  1. ระยะเวลาในการอยู่ใต้น้ำ

สำหรับ Freediving คุณจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่คุณจะสามารถกลั้นหายใจได้ ซึ่งก็อาจจะเป็นช่วงเวลาสั้นประมาณ 1-5 นาที แล้วแต่ความสามารถของแต่ละคน แต่ว่า Scuba นั้นคุณสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานตราบเท่าที่ปริมาณอากาศในถังของคุณยังเหลืออยู่ ซึ่งก็จะสามารถดำได้ประมาณ 45นาที – 1 ชั่วโมง หรืออาจจะนานกว่านั้นก็เป็นได้

  1. ความลึกในการดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำลึกโดยเฉลี่ยของ Scuba แล้วจะอยู่ที่ประมาณ 30 เมตร(ระดับ Advance) แต่ถ้าหากถามว่าสามารถลงไปลึกกว่านั้นได้ไหมก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน โดยสามารถดำลงได้ลึกถึง 100 เมตรเลยทีเดียว แต่ว่าต้องเป็น Technical Diver เท่านั้น และมีการผสมอากาศในอัตราส่วนที่แตกต่างการออกไป และไม่สามารถดำได้นานกว่า 7 นาที เพราะไม่งั้นอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ ส่วนการ ดำแบบ Freediving นั้นก็จะมีความลึกเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 10-30 เมตร

ล่าสุดมีสถิติออกมาว่ามี Freediver ที่สามารถดำลงไปลึกได้ถึง 113 เมตรเลยทีเดียว ซึ่งแน่นอนว่าการดำลงไปลึกแบบนี้ก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อร่างกายได้เช่นเดียวกันนะคะ เพราะฉะนั้นดำน้ำให้เกิดความสนุกและรู้ลิมิตของตัวเองจะดีกว่านะคะ

  1. ระบบการหายใจ

การที่จะดำลงไปในน้ำลึกของ Scuba นั้นจะมีกฏเหล็กที่สำคัญเลยก็คือ คุณจะต้องหายใจทางปากตลอดเวลา หายกลั้นหายใจเป็นอันขาด และในทางกลับกัน การดำน้ำแบบ Freediving นั้นคุณจะต้องกลั้นหายใจเพื่อลงไปสู่ใต้น้ำ เพราะถ้าหากคุณเผลอหายใจในน้ำจะทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายของคุณโดยทันที

  1. ความเร็วในการเพิ่มระดับความลึก

สำหรับการดำน้ำแบบ Scuba นั้นคุณจะต้องค่อยเพิ่มระดับความลึกลงไปแบบช้าๆ โดยจะใช้เวลาไม่เร็วกว่า 1 นาทีภายใน 9 เมตรแรก แต่ว่าการดำน้ำแบบ Freediving นั้นคุณจะต้องดำลงไปอย่างรวดเร็วมีการเพิ่มระดับความลึกจาก 0-10 เมตรในเวลาเพียวเสี้ยววินาที ซึ่งบางครั้งการดำลงและขึ้นเหนือผิวน้ำเร็วเกินไปก็อาจจะทำให้เกิดอันตรายได้เช่นกันนะคะ

 


 

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba สำหรับการ ดำน้ำ นั้นเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของโลกใต้น้ำ

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba

สำหรับการ ดำน้ำ นั้นเรียกได้ว่าเป็นการเปิดโลกเลยก็ว่าได้ เพราะว่าคุณจะได้ดื่มด่ำกับความสวยงามของโลกใต้น้ำกันได้อย่างเต็มที่ ซึ่งแน่นอนว่าการดำน้ำที่จะทำให้คุณสามารถใช้เวลาอยู่ใต้น้ำได้นานที่สุดนั่นก็คือการดำน้ำ แบบ Scuba นั่นเอง ซึ่งหากใครที่กำลังสนใจอยากจะมาเรียน Scuba เราก็มาดูกันเลยว่าคุณควรที่จะมีการเตรียมพร้อมอย่างไรบ้างนะคะ

การเตรียมตัวก่อนไปเรียนดำน้ำ Scuba

  1. หาสถาบันที่ดีมีคุณภาพ

สำหรับการเรียนดำน้ำนั้นคุณจะได้รับประสบการณ์ที่ดี หรือแย่ก็คืออยู่ที่ Instructor ด้วยเช่นเดียวกัน คุณควรเลือกสถาบันที่เชื่อถือได้ มีการรับรอง และมี Instructor มืออาชีพ ซึ่งคุณสามารถหารีวิวจากอินเตอร์เน็ตก็ก็ได้เช่นเดียวกัน

  1. ควรเรียนว่ายน้ำให้ได้ก่อน

สำหรับการว่ายน้ำนั่นบางคนอาจจะบอกว่าไม่จำเป็นเพราะเรามีอุปกรณ์ดำน้ำพร้อมสรรพที่ช่วยให้คุณสามารถหายใจได้น้ำได้อยู่แล้ว แต่อันที่จริงแล้วนั้นการที่คุณสามารถว่ายน้ำได้ก็จะเป็นประโยชน์อย่างยิ่งเลยทีเดียว เพราะหากคุณไปดำน้ำกลางทะเลและเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินต่างๆ เช่นอุปกรณ์เสียหาย ไม่ทำงาน คุณก็ยังสามารถว่ายน้ำเอาตัวรอดจากเหตุสุดวิสัยเหล่านั้นได้

  1. เตรียมร่างกายให้พร้อม

สำหรับการดำน้ำแบบ Scuba นั้นบางครั้งบางทีอาจจะมีอาการบาดเจ็บที่ หู ไซนัส ปอด หรือปวดฟันได้ นั่นก็เกิดจากความกดอากาศใต้น้ำที่ต่างจากบนบกนั่นเอง ซึ่งถ้าหากคุณรู้ตัวว่ามีอาการผิดปกติทาง หู คอ จมูก ฟัน หรือปอด เราเเนะนำให้คุณลองไปตรวจร่างกายให้พร้อมก่อนเพื่อให้มั่นใจว่าคุณพร้อมที่จะดำน้ำลึกได้จริงๆนั่นเอง เพราะหากดำน้ำลงไปลึกแล้วเกิดอาการบาดเจ็บใต้น้ำอาจจะทำให้คุณเกิดอันตรายถึงชีวิตได้เลยนะคะ

  1. อย่าดำน้ำตอนเป็นหวัด

หากคุณรู้สึกว่าตัวเองมีไข้ ไม่สบาย มีเสมหะ หรือมีน้ำมูกนั่นเราแนะนำว่าให้คุณหยุดดำน้ำก่อน หรือเลื่อนออกไปก่อน เพราะว่าอาการเล่านี้เป็นอุปสรรคต่อการดำน้ำ และการหายใจผ่านท่ออากาศเป็นอย่างมากนั่นเอง

  1. งดการเดินทางโดยเครื่องบิน

หากคุณรู้ว่าจะต้องไปเรียนดำน้ำคุณจะต้องงดการเดินทางโดยเครื่องบิน หรือเดินทางขึ้นที่สูงหลังจากการดำน้ำอย่างน้อย 18-24 ชั่วโมงนะคะ เพราะว่าการที่เราดำน้ำลึกแล้วขึ้นที่สูงเลยสภาพความกดอากาศ และความดันอากาศที่ต่างกันมากเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บได้นะคะ เพราะฉะนั้นต้องวางแผนให้พร้อมด้วยทุกครั้ง

  1. เตรียมใจของคุณให้พร้อม

และก็แน่นอนค่ะว่านี่คือสิ่งที่คุณจะต้องเตรียมมาให้พร้อมที่สุด เพราะถ้าหากร่างกายคุณพร้อมทุกอย่างแต่ใจดันกลัว ก็อาจจะทำให้คุณเกิดการ Panic หรืออาการตื่นตระหนกใต้น้ำ ซึ่งนับได้ว่าอันตรายมากๆ เพราะฉะนั้นจงมองว่าการดำน้ำเป็นเรื่องสนุก อย่ากังวลมาจนเกินไป และพยายามชนะใจตัวเองให้ได้นะคะ

 


รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook  สเก็ตบอร์ดที่มีลวดลายให้เลือกหลากหลายเหมาะทั้งสำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย ราคาไม่แพง และใช้ดีทนทน

รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook 

รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook 

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากทำให้หลายครอบครัวประสบปัญหาบุตรหลานติดโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์จนเกินพอดี ซึ่งการติดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือในเด็กนั้นจะส่งผลต่อพัฒนาการทำให้มีการเรียนรู้ที่ช้าลง และกล้ามเนื้อมัดเล็กไม่เกิดการพัฒนา ส่งผลเสียเป็นอย่างยิ่งในอนาคตและระยะยาว

ดังนั้นหลายๆ บ้านจึงได้พยายามคิดหากิจกรรมเพื่อที่จะให้บุตรหลานออกไปทำข้างนอกและได้ขยับร่างกายเป็นการออกกำลังกายบ้าง และหนึ่งในตัวเลือกนั่นก็คือการ เล่นสเก็ตบอร์ด แต่อย่างไรก็ตามสเก็ตบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่นั้นบางครั้งก็มีลวดลายที่ไม่เหมาะสม หรือค่อนข้างที่จะเป็นลวดลายที่รุนแรง

รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook 

ถึงแม้ว่าขนาดจะสามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ก็ตาม อย่างไรก็ดีเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานของเราจึงควรเลือกสเก็ตบอร์ดสำหรับเด็กจึงจะเหมาะสมมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยลวดลายหรือขนาดก็ตาม โดยที่เราจะมาแนะนำในวันนี้นั่นก็คือ สเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook เป็นสเก็ตบอร์ดที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานในเด็กโดยเฉพาะ

ดังนั้นมันจึงมีความเหมาะสมไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือลวดลายก็ตาม และที่สำคัญคือมีลวดลายให้เลือกหลากหลายเหมาะทั้งสำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย โดยจะเน้นเป็นรูปการ์ตูนที่มีสีสันฉูดฉาดและความน่ารัก ราคาอยู่ที่ตัวละ 509 บาท เท่านั้น

สเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook เป็นสเก็ตบอร์ดที่เหมาะสำหรับเอาไว้ให้บุตรหลานได้ทำกิจกรรมนอกบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่ยังไม่เคยเล่นมาก่อน เพราะสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ราคาค่อนข้างถูก ทำให้เวลาที่เล่นก็จะรู้สึกไม่เสียดายถึงแม้ว่าจะไปชนนู่นชนนี่จนเกิดการแตกหักเสียหายบ้างก็ตาม แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะถึงแม้ว่าราคาถูกแล้วจะทำมาสำหรับการใช้งานในเด็ก

แต่ทางแบรนด์ก็เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงในการผลิต อย่างเช่นตัวแผ่นกระดานที่ใช้ไม้แอปเปิ้ลคุณภาพสูงอาจซ้อนทับกันหนาถึง 7 ชั้นทำให้มีความแข็งแรงทนทาน ไม่แตกหักแม้ว่าจะเล่นไปชนขอบทางก็ตาม เพิ่มความปลอดภัยและลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บด้วยการปูแผ่นกันลื่นให้สามารถทรงตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมันยังช่วยให้สามารถทำท่าทางต่างๆได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ฐานล้อเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงและไม่เป็นสนิม สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดที่ 20 กิโลกรัม ล้อผลิตมาจาก PVC ทำให้มีความแข็งแรงทนทานสูงและสามารถทนแรงเสียดสีได้ค่อนข้างดี ดังนั้นมันจึงค่อนข้างที่จะยึดเกาะพื้น ควบคุมง่าย สามารถเล่นได้ในทุกสภาพพื้นถนน เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2-6 ปีขึ้นไป


 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001 สำคัญคือราคาค่อนข้างถูกเพียงแค่ 490 บาท เท่านั้น สำหรับมือใหม่ สเก็ตบอร์ดที่มีความแข็งแรงทนทาน

 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001

อย่างที่เราทราบกันดีว่าเวลาจะซื้อสเก็ตบอร์ดสัก 1 ตัวนั้นสิ่งที่จะพิจารณามีตั้งแต่รูปแบบของสเก็ตบอร์ด คุณสมบัติในการใช้งาน และอีกหนึ่งสิ่งที่ขาดไปไม่ได้เลยนั่นก็คือรูปแบบการดีไซน์ ซึ่งเปรียบเสมือนกับสิ่งที่สำคัญที่สุดในสเก็ตบอร์ดก็ว่าได้เพราะมันเป็นสิ่งที่เราชื่นชอบและสามารถบ่งบอกตัวตนของเราได้เป็นอย่างดี ด้วยเหตุนี้นี่เองที่ทำให้เกิดปัญหาเวลาที่เราชื่นชอบรูปแบบหรือคุณสมบัติในการใช้งานของสเก็ตบอร์ดสักรุ่น แต่มันกลับมีลวดลายที่ไม่ถูกใจเราเอาเสียเลย ทำให้เราต้องไปเลือกซื้อสเก็ตบอร์ดที่มีรูปแบบหรือคุณสมบัติไม่ตรงกับการใช้งานแต่มีรูปลักษณ์การดีไซน์ที่ชื่นชอบ

 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001 สำคัญคือราคาค่อนข้างถูกเพียงแค่ 490 บาท เท่านั้น สำหรับมือใหม่ สเก็ตบอร์ดที่มีความแข็งแรงทนทาน

 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001

หรือไม่ก็เลือกคุณสมบัติและรูปแบบที่เราต้องการแต่มีลวดลายที่เราไม่ได้ชื่นชอบมากนัก ปัญหานี้จะหมดไปทันทีเนื่องจากมีปลา 1 ที่ออกสเก็ตบอร์ดรุ่น 1 ออกมาจำนวนหลายลวดลายนั่นก็คือ สเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001 ซึ่งปัจจุบันมีทั้งหมดอย่างน้อย 8 รายด้วยกัน เป็นสเก็ตบอร์ดปกติทั่วไป มีลวดลายตั้งแต่แบบเรียบๆ ไปจนถึงแบบกราฟฟิตี้หนักๆ เหมาะทั้งสำหรับผู้ชายและผู้หญิง

และยังเหมาะสำหรับมือสมัครเล่นที่เพิ่งหัดเริ่มเล่นสเก็ตบอร์ดอีกด้วย ที่สำคัญคือราคาค่อนข้างถูกเพียงแค่ 490 บาท เท่านั้น สำหรับมือใหม่ที่บางครั้งกลัวจะเอาสเก็ตบอร์ดไปชนนู่นนี่จนเกิดความเสียหาย การใช้สเก็ตบอร์ดตัวแรกที่มีราคาค่อนข้างถูกก็เป็นตัวเลือกที่ดีไม่น้อยเลยทีเดียว

สเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001 ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการนำไปหัดเล่นหรือใช้ในการฝึกซ้อมทำท่าต่างๆ มีลวดลายสวยงามให้เลือกมากมายหลากหลายรูปแบบที่ผู้ใช้งานสามารถเลือกได้ตามความชอบใจ ตัวแผ่นสเก็ตบอร์ดใช้ไม้ที่มีคุณภาพสูงทำให้มันมีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก และมีความหนาที่กำลังพอดีไม่แตกหักง่าย

 รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Lee Bicycle 001 สำคัญคือราคาค่อนข้างถูกเพียงแค่ 490 บาท เท่านั้น สำหรับมือใหม่ สเก็ตบอร์ดที่มีความแข็งแรงทนทาน

ได้รับการออกแบบมาให้เหมาะสำหรับการทำท่าทางต่างๆ ได้เป็นอย่างดี ความโค้งของตัวกระดานนั้นจะช่วยให้เราสามารถเล่นท่าต่างๆ ได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ไม่เพียงเท่านี้ยังมีการติดเทปที่ช่วยกันลื่นทำให้สามารถทรงตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และลดโอกาสที่จะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายบาดเจ็บลง ตัวร้อนเป็น pu ที่มีความแข็งแรงทนทาน และสามารถรองรับน้ำหนักได้เป็นอย่างดีส่วน

ฐานล้อนั้นผลิตมาจากอะลูมิเนียมซึ่งแข็งแรงทนทานและไม่เป็นสนิม ได้รับการออกแบบมาให้สามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวและเลี้ยวได้ง่าย สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงถึง 100 กิโลกรัม ขนาดอยู่ที่ 80 x 20 x 20 เซนติเมตร  ซึ่งเป็นขนาดที่กำลังพอดีสามารถเล่นได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่


ป้าเจี๊ยบ นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์

ป้าเจี๊ยบ นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์

ป้าเจี๊ยบ นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์ ปีนี้ 63 ยังไหว

 

หลังจากที่ปีนี้ สมาคมกีฬาเอ็กซ์ตรีมแห่งประเทศไทย และการท่องเที่ยวประจำจังวัดชัยภูมิ ได้ร่วมมือกันจัดการแข่งขัน รายการ Singha Skateboard Downhill Championships 2020 ในวันที่ 19 – 20 ธันวาคม 2563 ที่มอหินขาว จังหวัดชัยภูมิ ต่างก็มีนักกีฬาดาวรุ่ง และเยาวชนเดินทางเข้าร่วมการแข่งขันอย่างมากมาย โดยเฉพาะดาวดังแห่งวงการ เอ็กซ์ตรีมเมืองไทยอย่าง ป้าเจี๊ยบ นงลักษณ์ ชัยฤทธิไชย ด้วยอายุถึง 63 ปี ก็ได้ลงแข่งขันรายการนี้เช่นเดียวกัน

 

สำหรับ ป้าเจี๊ยบ นงลักษณ์ ชัยฤทธิไชย โด่งดังมาเมื่อหลายปีก่อน หลังจากที่ ป้าเจี๊ยบ ในวัยหกสิบกว่าปี แต่ยังสามารถเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่เรียกว่ากีฬา Skateboard Downhill ซึ่งเป็นการเล่นสเก็ตบอร์ดไหลลงมาจากเขาที่ลาดชัน เพื่อใช้ความเร็ว โดยที่นักกีฬาที่เข้าที่ 1 หรือทำอันดับได้ดีกว่านั่นคือผู้ชนะสำหรับกติกาเบื้องต้นของกีฬาประเภทนี้

ป้าเจี๊ยบ นักกีฬาลองบอร์ดดาวน์ฮิลล์

แต่สำหรับ ป้าเจี๊ยบ แล้ว คงไม่มีใครคาดคิดว่า ในวัยหกสิบกว่าปีในช่วงที่ ป้าเจี๊ยบ เป็นข่าว จะเป็นนักกีฬาเอ็กซ์ตรีมที่ มีอายุเยอะที่สุด และ ฝีมือดีอีกด้วย หลังจากที่ ป้าเจี๊ยบ ได้เปิดเผยว่า ที่ได้หันมาเล่นกีฬาชนิดนี้ หลังจากที่เห็นหลานเล่นและตนก็ได้ใช้กีฬาประเภทนี้เอาชนะโรคมะเร็งที่ติดตัวอีกด้วย

 

สำหรับรายการแข่งขัน Singha Skateboard Downhill Championships 2020 ที่ผ่านมา วัตถุประสงค์ก็เพื่อค้นหาเยาวชนเข้าร่วมทีมชาติในกีฬาประเภทเอ็กซ์ตรีม หลังจากที่ตอนนี้ Skateboard Downhill ได้รับความสนใจอย่างมากในกลุ่มของเยาวชนโดยเฉพาะกลุ่มวัยรุ่นที่ชอบความท้าทายในแนวแบบกีฬาเอ็กซ์ตรีม ซึ่งแตกต่างจากการเล่น สเก็ตบอร์ดเล่นท่าทั่วไป หลังจากที่ต้องเล่นในสถานที่เพียงจำกัด แต่สำหรับ Skateboard Downhill คงเป็นความท้าทายใหม่ที่วัยรุ่นต่างให้ความสนใจในวงกว้างในอนาคตอีกด้วย

เนื่องจากข้อจำกัดทางด้านสถานที่ Skateboard Downhill จะต้องใช้พื้นที่ลาดชันในการเล่นจึงทำให้แต่ละครั้งที่มีจัดการแข่งขันเกิดขึ้น จะมีนักกีฬาประเภทนี้ตบเท้าเข้าร่วมการแข่งขันอย่างมากมาย เนื่องจากว่า รายการแข่งขันก็คงไม่ได้มีบ่อยเหมือนรายการกีฬาประเภทอื่น ๆ ที่ใช้พื้นที่บริเวณไหนก็ได้เพื่อใช้แข่ง แต่สำหรับกีฬาประเภท Skateboard Downhill คงต้องจัดในสถานที่ที่เป็นภูเขาลาดชัน และสำหรับจังหวัด ชัยภูมิ ก็ดูเป็นพื้นที่เหมาะสมกับสถานที่จัดในปีนี้ที่ มอหินขาว

 

และสำหรับการแข่งขันในปีนี้ ป้าเจี๊ยบ ในวัย 63 ปีก็ยังวาดลวดลายสไลด์โค้งด้วยลองบอร์ดคู่ใจจนทำให้เป็นที่ฮือฮาอย่างมาก หลังจากที่ถอดหมวกออกมาแล้วรู้ว่าเป็น ป้าเจี๊ยบ ทุกคนคงคิดว่าเป็นวัยรุ่นที่แข็งแรงทั่วไป แต่สุดท้ายก็เจี๊ยบก็ทำเซอร์ไพรส์ทุก ๆ คน ด้วยฝีมือท่วงท่าสไลด์โค้งสวยงามเช่นเดิม


รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Sooner  JS23

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Sooner  JS23

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Sooner  JS23 สิ่งหนึ่งที่ทำให้การเล่นสเก็ตบอร์ด นั้นยังเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควรในประเทศไทยนั้น ก็คือราคาของมันที่ค่อนข้างสูง โดยเฉพาะบางแบรนด์นั้นราคาจะเพิ่มขึ้นไปแตะหลักพันถึงหลักหมื่นเลยทีเดียว แล้วแต่วัสดุที่ใช้และความแปลกใหม่โดดเด่นเป็นเอกลักษณ์ของดีไซน์ สำหรับมือใหม่แล้วการเล่นกิจกรรมสเก็ตบอร์ดนั้นถือว่าค่อนข้างผาดโผนไม่น้อยนอกจากจะมีโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บแล้ว ยังมีโอกาสสูงที่ตัวสเก็ตบอร์ดนั้นจะได้รับความเสียหายเช่นเดียวกัน

และยิ่งเมื่อมันมีราคาสูงก็ยิ่งทำให้คนรู้สึกว่าไม่กล้าที่จะซื้อมาเล่นเพราะตนเองก็ยังเป็นแค่มือใหม่ที่ต้องการจะฝึกหัดเท่านั้น หรือบางคนยังไม่แน่ใจด้วยซ้ำไปว่าตนเองชอบหรือเปล่า หากซื้อมาลองแล้วไม่ชอบจริงๆ ก็จะเป็นการเสียดายของเสียดายเงินเปล่า ดังนั้นวันนี้เราจึงจะมาแนะนำสเก็ตบอร์ดสําหรับมือใหม่ที่มีราคาค่อนข้างถูก สามารถใช้เป็นสเก็ตบอร์ดสำหรับการฝึกหัดหรือฝึกซ้อมได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดความเสียหายจนต้องรู้สึกเสียดายเงิน

นั่นก็คือสเก็ตบอร์ดรุ่น Sooner  JS23 ที่มาในราคาเพียงแค่ 479 บาทเท่านั้น ถึงแม้ว่าราคามันจะค่อนข้างถูก เมื่อเทียบกับสเก็ตบอร์ดมีแบรนด์ทั่วไปแต่คุณสมบัติและวัสดุที่ใช้ในการผลิตนั้นก็ไม่ได้น้อยหน้าเลยทีเดียว ลวดลายบนสเก็ตบอร์ดนั้นก็มีความสวยงาม โดยใช้พื้นหลังเป็นสีดำ แต่งลวดลายกราฟฟิกให้ความรู้สึกเหมือนกาแล็กซี่โดยใช้สีน้ำเงิน สีฟ้า และสีชมพูผสมกัน และแต่งตัวอักษรกราฟิกสีขาวที่ดูโดดเด่นช่วยให้มีความเท่และสวยงามในคราวเดียวกัน

สเก็ตบอร์ดรุ่น Sooner  JS23 เป็นสเก็ตบอร์ดราคาย่อมเยา ที่เหมาะเป็นอย่างยิ่งสำหรับมือใหม่ที่ต้องการจะหาสเก็ตบอร์ดสำหรับมือสมัครเล่นมาใช้ในการหัดทำท่าทางต่างๆ หรือฝึกซ้อมโดยที่ไม่ต้องกังวลว่าเมื่อเกิดอุบัติเหตุแล้วกระดานเสียหายจะทำให้รู้สึกเสียดายเงิน และไม่ต้องกังวลว่าการเสียหายนั้นจะเป็นการแตกหักจนไม่สามารถนำกลับมาใช้ใหม่ได้

เพราะถึงแม้ว่าจะมีราคาถูก แต่มันก็มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก ตัวกระดานนั้นใช้ไม้แอปเปิ้ลเกรด A ในการผลิตที่อัดซ้อนทับกันหนาถึง 7 ชั้น ดังนั้นมันจึงไม่แตกหักง่ายอย่างแน่นอน ลวดลายกราฟฟิกที่เพ้นท์บริเวณด้านหลังกระดานนั้น ก็เคลือบสารกันน้ำที่ช่วยป้องกันไม่ให้เกิดการหลุดลอกเวลาที่โดนน้ำไม่ว่าจะฝนตกหรือเล่นไปโดนแอ่งน้ำก็ตาม

บริเวณด้านหน้ามีกริปเทปที่ช่วยป้องกันการลื่นได้เป็นอย่างดีทำให้สามารถทรงตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และยังมีล้อที่ผลิตมาจากยาง PU คุณภาพสูงซึ่งช่วยให้สามารถยึดเกาะพื้นได้ดีมากยิ่งขึ้น สามารถเคลื่อนที่ได้อย่างรวดเร็วและคล่องตัวทำให้ควบคุมทิศทางได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ฐานล้อผลิตมาจากอลูมิเนียมจึงมีความแข็งแรงทนทานไม่เป็นสนิม สามารถรองรับแรงกระแทกได้อย่างดีเยี่ยมและยังช่วยให้สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดที่ 100 กิโลกรัมอีกด้วย