Base Jumping กระโดดท้ามฤตยู

Base Jumping กระโดดท้ามฤตยู

Base Jumping กระโดดท้ามฤตยู

กีฬา Extreme เป็นกีฬาที่นอกจากจะเน้นในเรื่องของความสามารถของตัวนักกีฬาแล้ว ยังต้องใช้ความกล้าในการเล่นอีกด้วย เนื่องจากกีฬา Extreme เป็นกีฬาที่ต้องเน้นในเรื่องของความกล้าเป็นหลัก เพราะแต่ละกีฬานั้นต่างเป็นกีฬาที่เรียกได้ว่าท้าทายนักกีฬาอย่างสุดความสามารถ แต่ยังมีกีฬา Extreme ประเภทที่หนึ่งต้องมีความกล้าหาญเป็นอย่างมาก อย่างกีฬาที่ชื่อว่า B.A.S.E. Jumping ที่หลายๆ คนอาจจะไม่เคยได้ยินชื่อมาก่อน แต่หากเป็นนักกีฬา Extreme ตัวยงจะต้องคุ้นกับกีฬาชนิดนี้อย่างแน่นอน

Base Jumping กระโดดท้ามฤตยู

คำว่า B.A.S.E. เป็นคำย่อที่แต่ละคำย่อมาจาก B = Buildings, A = Antenna, S = Spain, E = Earth ซึ่งเมื่อนำทุกคำมารวมกันจะสื่อถึงคยวามหมายของสถานที่ใช้เพื่อเล่นกีฬาชนิดนี้ ซึ่งหากใครนึกภาพไม่ออกให้นึกภาพเวลาที่กระโดดร่มจากเครี่องบิน แบบนั้นเมื่อกระโดดลงมาแล้วพออยู่ในระดับที่พอสมควรก็จะมีการกระตุกร่มเพื่อลงสู่พื้นอย่างปลอดภัย แต่สำหรับกีฬาชนิดนี้ จะเป็นการกระโดดจากสถานที่ต่างๆ ที่ไม่ใช่จากเครี่องบิน แต่จะกระโดดจากสถานที่ที่อยู่ในโลกนี้เช่นตามตึกสูงหรือภูเขาสูง

Base Jumping กระโดดท้ามฤตยู

จุดแรกเริ่มของ B.A.S.E. Jumping มาจากผู้ชาย 4 คนนามว่า Carl Boenish, Jean Boenish. Phil Smith และ Phil Mayfield ที่ต้องการจะทำหนังขึ้นมาในปี ค..1978 โดยจะนำเสนอเกี่ยวกับเรื่องราวของ B.A.S.E. Jumping มีจุดประสงค์คือต้องการใช้ร่มชูชีพผสมผสานกับเทคนิคที่ในวงการเรียกว่า freefall tracking technique นั่นคือเทคนิคการกระโดดจากที่สูงด้วยตัวเปล่า โดยสถานที่แห่งแรกที่ทั้ง 4 คนใช้ทดลองคือ El Captain ซึ่งมีลักษณะเป็นผาหินแกรนิตซึ่งตั้งอยู่ในอุทยานแห่งชาติ Yosemite El Captain

จากเหตุการณ์ครั้งนั้นทำให้เป็นการถือกำเนิด B.A.S.E. Jumping ขึ้นมา จากนั้น B.A.S.E. Jumping ก็ได้มีการแพร่หลายไปสู่ทั่วทุกมุมโลก โดยผู้ที่เลือกเล่นกีฬาชนิดนี้ก็คือนักกีฬา Extreme ทั้งหลายที่ชื่นชอบในความท้าทาย โดยมีหลายคนเลือกที่จะกระโดดลงมาจากเสาส่งสัญญาณโทรทัศน์ และยังมีอีกหลายคนที่เลือกกระโดดจากหน้าผาสูงเป็นหลัก โดยมีการพัฒนารูปแบบการกระโดดมาเรื่อยๆ ซึ่งในช่วงแรกจะเป็นการกระโดดแบบตัวเปล่าลงจากนั้นเมื่อใกล้จะถึงพื้นพอถึงระดับหนึ่งก็จะกระตุกเชือกชูชีพกลายเป็นชุด Wing Suit และบังคับทิศทางการบินเพื่อให้อยู่กลางอากาศนานขึ้นทำให้หลายคนกล่าวว่านี่คือการเลียนแบบนกไม่มีผิด

สำหรับความอันตรายนั้น B.A.S.E. Jumping ถือว่าเป็นกีฬา Extreme ถือว่ามีความอันตรายมากเป็นอันดับต้นๆ ของกีฬา Extreme เพราะการดิ่งพสุธาจากที่อื่นที่ไม่ใช่เครื่องบินถือว่ามีอันตรายกว่าแต่สิ่งที่ทำให้กีฬาชนิดนี้มีความท้าทายมากคือสถานที่ที่จะให้เล่นนั้นมีเยอะมากมายและอีกอย่างคือความสนุกที่ได้ไต่ระดับในการกระโดดไปเรื่อยๆอย่างต่อเนื่องนั่นเองแต่ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ต้องอยู่ในความดูแลของผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิดต่อไป

แม้ว่าจะมีการเซฟตี้ที่ดีแค่ไหนแต่ยังมีเหตุการณ์สำหรับผู้เสียชีวิตกับการเล่น B.A.S.E. Jumping ออกมาเรื่อยๆ อย่างในปี 2017 นักกระโดด B.A.S.E. Jumping ชื่อดังอย่าง วาเลรี โรซอฟ นักกีฬาผาดโผนวัย 52 ปี จากประเทศรัสเซีย ได้เสียชีวิตจากการกระโดด B.A.S.E. Jumping ในหุบเขาอะมาดาบลัม ซึ่งเป็นเทือกเขาสูง 6,812 เมตรอยู่ในเขตเทือกเขาเอเวอร์เรสต์ของประเทศเนปาลแต่ไม่มีรายงานว่านายโรซอฟเสียชีวิตเพราะเหตุใดถือว่าเป็นเคสดังเคสหนึ่งเพราะนายโรซอฟถือว่าเป็นนักกีฬาที่ชอบทำลายสถิติแต่สุดท้ายก็เสียชีวิตเพราะกีฬาที่ตนเองชอบดังนั้นความปลอดภัยและการเล่นเป็นกลุ่มจึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างมากเพื่อป้องกันการเกิดเหตุฉุกเฉินที่อาจเกิดขึ้นได้

# Bungy Jump

Highlining ไต่เส้นท้านรก

Highlining ไต่เส้นท้านรก

หากว่ากีฬา Extreme ประเภท Free Diving ถือว่าอันตรายมากแล้ว แต่กีฬา Extreme อีกอย่างที่ถือว่าอันตรายไม่แพ้กันและถือว่าหากพลาดก็อาจตายได้ทันที นั่นคือกีฬา Highlining หรือว่าการไต่เชือกโดยกีฬาประเภทมักจะเล่นกันบนเทือกเขาสูงโดยจะมีเชือกแขวนอยู่ระหว่างหุบเหบวของภูเขาจากนั้นนักกีฬาจะลงไปเดินทรงตัวอยู่บนเชือกซึ่งถือว่าเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กระตุ้นอดรีนาลีนของทั้งผู้เล่นและผู้ชมให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา

Highlining ไต่เส้นท้านรก

สำหรับประวัติของกีฬาชนิดนี้นั้นไม่ปรากฏว่าเริ่มได้รับความนิยมเมื่อไหร่แต่การไต่เชือกเป็นที่นิยมอย่างมากในประเทศรัสเซียแถบดาเกสถานโดยที่การไต่เชือกถือว่าเป็นประเพณีพื้นบ้านของผู้คนในละแวกนี้ซึ่งจะมีการสืบทอดจากรุ่นสู่รุ่นซึ่งการไต่เชือกของคนในแถบนี้จะแบ่งออกเป็น 2 ฝั่งโดยใช้บันไดหรือเสาตั้งเอาไว้จากนั้นนำเชือกมาขึง โดยจะมีความสูงที่ประมาณ 3.5 เมตร จากนั้นผู้เล่นจะนำไม้พลองยาว 6 เมตรถือขึ้นไปด้วยเพื่อรักษาสมดุลของร่างกายขณะที่เดินอยู่บนเชือกและพอถึงระยะเมื่อสามารถรักษาความสมดุลได้แล้วนั้นจะมีการเต้นรำบนเชือกบางครั้งอาจจะเต้นคนเดียวบางครั้งอาจจะเต้นเป็นคู่ก็แล้วแต่สถานการณ์

การไต่เชือกนอกจากจะเป็นที่นิยมในเดกาสถานแล้วยังเป็นที่นิยมในคณะละครสัตว์ต่างๆทั่วโลกที่มักจะมีโชว์การเดินบนเชือกและเล่นกายกรรมบนเชือกซึ่งสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นอย่างมากทีนี้ทำไมอยู่ดีๆการไต่เชือกถึงกลายมาเป็นกีฬา Extreme ที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลก เกิดจากความต้องการที่จะท้าทายความกล้าของตัวเองของบรรดานักกีฬา Extreme โดยพวกเขาใช้สถานที่ตามธรรมชาติอย่างหุบเหว โดยจะทำการขึงเชือกระหว่างหุบเหวทั้งสองฝั่งจากนั้นก็จะใช้การทรงตัวเดินจากอีกฝั่งไปยังอีกฝั่ง

จุดของความน่ากลัวอยู่ที่อุปกรณ์เซฟตี้ของคนเล่นนั้นจะมีเพียงสลิงที่ยึดติดระหว่างตัวนักกีฬากับเชือกเท่านั้นซึ่งถือว่าเป็นการท้าทายที่เสียงกับความเป็นความตายมากเลยทำให้ผู้เล่นเลือกที่จะเล่นบนยอดเขาสูงอย่างเทือกเขาแอลป์ในทวีปยุโรปโดยมีการจัดการแข่งขันที่ความสูงถึง 2,000 เมตรด้วยกัน ซึ่งจะแข่งขันกันที่เทือกเขาโมเลซอนในประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ซึ่งเป็นเทือกเขาที่อยู่ในภูเขาแอลป์ การแข่งขันจะมีนักไต่เชือกระดับพระกาฬของยุโรปถึง 50 มาฟันฝ่าอุปสรรต่างๆ โดยจะมีเชือกทั้งหมด 6 เส้น ซึ่งมีความระหว่าง 45 – 495 เมตรและด้วยความสูงนับพันเมตรทำให้นักกีฬาจะต้องใช้สมาธิและติดอุปกรณ์เซฟตี้เพื่อป้องกันอันตรายหากมีการพลัดตกลงไป

ทีนี้นอกจากการแข่งขันแล้วในประเทศอิตาลียังมีเทศกาลหนึ่งชื่อ “The International Highline Meeting Festival” ที่จัดขึ้นในเทือกเขาแอลป์ในประเทศอิตาลี โดยรายการนี้จะเป็นการมีตติ้งของบรรดาผู้ที่ชื่นชอบความเสียวบนที่สูง โดยจะมีการแข่งขันให้ทุกคนได้ร่วมสนุกกัน คือการไต่เชือกข้ามไปยังอีกฝั่ง แม้จะมีระยะทางไม่ยาวนัก แต่สำหรับผู้ที่ไม่ชินกับความสูง จะรู้สึกว่าการอยู่บนนั้นจะเป็นเวลาที่ยาวนานมากที่สุด โดยหลังจากนั้นผู้ที่ผ่านภารกิจทั้งหมดจะได้รับใบประกาศจากผู้จัดการแข่งขัน  และหลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันแล้วจะมีการจัดมินิคอนเสิร์ต รวมถึงกิจกรรมต่างๆ ให้ผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันได้ร่วมสนุกกัน พร้อมกับกิจกรรมนอนเปลบนเชือก โดยทั้งหมดจะขึ้นไปนอนบนเปลที่ติดอยู่กับเชือก ซึ่งอากาศก็เหน็บหนาวและยิ่งเวลาลมพัดมา ก็สร้างความเสียวให้กับทุกคนอย่างคาดไม่ถึงเลยทีเดียว สำหรับผู้ที่อยากจะเล่นกีฬาประเภทนี้ก็ต้องศึกษาและใช้สมาธิให้ดีเพราะหากพลาดไปอาจจะอันตรายถึงชีวิตได้

 

# ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

นักกีฬา Extreme ของไทยในประเภทหากไล่ดูแล้วจะมีจำนวนที่ไม่เยอะมากนัก แม้ว่ากีฬา Extreme จะมีมากมายหลายชนิดด้วยกันก็ตามที โดยนักกีฬาที่พอจะมีชื่อเสียงและคนไทยพอจะรู้จักกันก็คือ อาแมนดา คาร์ ที่เป็นนักกีฬาขี่จักรยานประเภท BMX แต่ยังมีกีฬา Extreme อีกอย่างหนึ่งที่เป็นที่นิยมเป็นอย่างมากในประเทศไทย และมีนักกีฬาไทยมีชื่อเสียงโด่งดังมากมายหลายคนด้วยกัน นั่นคือการแข่งขัน “Jet Ski” นั่นเอง

การแข่งขันเจ็ตสกีคือการแข่งขันความเร็วๆทางน้ำโดยใช้ยานพาหนะที่เรียกว่าเจ็ตสกีในการแข่งขันซึ่งผู้เล่นจะต้องบังคับให้เจ็ตสกีพุ่งไปข้างหน้าอาจจะบอกได้ว่าเจ็ตสกีกับมอเตอร์ไซค์มีความคล้ายคลึงกันก็คงไม่แปลกนักเพราะมีทั้งคันเร่งมีทั้งเบรกถึงแม้ว่าจะเป็นการแข่งขันทางน้ำก็ใช้ว่าการบังคับจะง่ายมากนักยากยิ่งกว่าการบังคับมอเตอร์ไซค์มากนัก

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

สำหรับอุปกรณ์ป้องกันของผู้เล่นนั้นจะประกอบไปด้วยหมวกกันน็อค, เสื้อชูชีพ และยังมีเครื่องป้องกันอีกหลายอย่างที่ต้องเซฟนักกีฬาอย่างเต็มที่ ทีนี้เมื่อเรามองจากในโทรทัศน์เราจะเห็นเวลาที่นักกีฬาล้ม หลายคนอาจจะมองว่าไม่เจ็บเท่าไหร่นักเพราะล้มลงในน้ำ แต่ในความเป็นจริงนั้นอาการบาดเจ็บไม่ต่างกับการล้มบนพื้นเลย เพราะการขี่เจ็ตสกีนั้นต้องใช้ความเร็วมากถึง 80 กิโลเมตรต่อชั่วโมงแถมยังต้องทำความเร็วให้คงที่ดังนั้นเวลาล้มแม้จะเป็นผืนน้ำแต่ก็ทำให้ได้รับอาการบาดเจ็บเช่นเดียวกันดังนั้นเลยต้องมีเครื่องป้องกันไว้เต็มรูปแบบ

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

อย่างที่บอกไปว่าเจ็ตสกีเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความเร็วเลยทำให้เป็นเสน่ห์ที่ดึงดูดนักกีฬา Extreme หลายคนให้ความสนใจและเลือกเล่นกีฬาชนิดนี้ เพราะสามารถเร่งความเร็วได้อย่างถูกกฎหมาย และได้รับลมจากทะเลอย่างเต็มที่รวมถึงสามารถสร้างชื่อเสียงให้กับนักกีฬาได้อย่างมาก นอกจากจะมีการขขับขี่ในทะเล ยังมีหลายครั้งที่เจ็ตสกีได้มาขับขี่ในแม่น้ำสายใหญ่ต่างๆ ซึ่งก็ถือว่าเป็นกีฬาที่คนไทยให้ความนิยมไม่แพ้กัน นอกจากนี้ยังต้องทำการฝึกฝนให้ช่ำชอง ทั้งการเลี้ยวซ้ายเลี้ยวขวาและการเร่งเครื่อง เลยทำให้ทุกอย่างกลายเป็นเสน่ห์อย่างมากของเจ็ตสกี

จากทั้งหมดที่กล่าวมาเลยทำให้เจ็ตสกีกลายเป็นกีฬา Extreme ยอดฮิตอย่างมากในประเทศไทย และมีการเล่นอย่างแพร่หลายในหลายภาคของประเทศไทย รวมถึงยังมีนักกีฬาชื่อดังมากมายเช่นเปิ้ลนาคร ศิลาชัย ซึ่งเป็นทั้งดาราและนักเจ็ตสกีชื่อดังของประเทศไทย และได้แชมป์หลายรายการรวมถึงยังเคยได้ลงเล่นในการแข่งขันระดับโลกมาแล้ว รวมถึงเจเจตรินวรรธนะสินก็เป็นนักร้องอีกรายหนึ่งที่แข่งขันเจ็ตสกีและได้แชมป์จนมีชื่อเสียง

ส่วนปัจจุบันนักกีฬาทีมชาติไทยในการแข่งขันเจ็ตสกีก็มีมากมายหลายคนด้วยกันอาทิเช่นมนุษย์เหล็กเชาวลิตเกื้อจรูญที่นำทีมไปแช่งขันชิงแชมป์โลกที่ประเทศสหรัฐอเมริกาเมื่อปีที่แล้วนอกจากนี้ยังมีธีระเสร็จธุระที่มีฝีมือไม่แพ้กันรวมถึงยังมีนักแข่งดาวรุ่งอีกมากมายที่พร้อมจะก้าวไปเป็นตัวแทนของรุ่นพี่ในนามทีมชาติไทยและพร้อมจะสร้างชื่อเสียงให้กับทีมชาติทั้งในระดับทวีปและระดับโลกต่อไป

สำหรับนักกีฬามือใหม่ที่อยากจะหัดขี่เจ็ตสกีก็ต้องเรียนรู้พื้นฐานในการขับขี่ให้แม่นยำเสียก่อนจากนั้นก็ต้องฟังคำสอนของผู้เชี่ยวชาญและเตรียมอุปกรณ์ป้องกันเอาไว้ให้พร้อมเพื่อจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุต่อตัวนักกีฬาเพราะขนาดนักกีฬาที่มีประสบการณ์มานานหลายๆปียังเกิดอุบัติเหตุอยู่บ่อยครั้งแต่ก็ถือว่าเป็นกีฬาที่น่าสนใจเป็นอย่างมากสำหรับใครที่ชื่นชอบความเร็วในสายน้ำก็ลองฝึกหัดดูจะได้รับรู้ถึงประสบการณ์ที่จะลืมไม่ลงอย่างแน่นอน

# เทคนิคในการพายเรือแคนูและคายัค

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

แม้ว่าสหรัฐอเมริกาจะเป็นประเทศที่มีนักกีฬาจักรยาน BMX อยู่มากมาย แต่ส่วนมากจะเป็นนักกีฬาที่เน้นการขี่แบบ Extreme เป็นหลัก เลยทำให้นักกีฬาชื่อดังที่ขี่ BMX Racing มีน้อยมาก ผิดกับทางฝั่งของทวีปยุโรปที่มีนักกีฬาชื่อดังมากมาย แต่ก็ใช่ว่าสหรัฐฯ จะไม่มีนักกีฬา BMX ที่มีชื่อเสียงเลย ยังมีอยู่อีกคนหนึ่งทีมีชื่อเสียงไม่แพ้กับนักกีฬาจากฝั่งของยุโรป แต่น่าเสียดายที่เขาต้องจบชีวิตก่อนวัยอันควรด้วยอุบัติเหตุ เขามีนาม Kyle Bennett (ไคล์ เบนเนตต์)

ไคล์เบนเนตต์เกิดเมื่อวันที่ 25 กันยายน ปี 1979 (..2522) ที่คอนโร รัฐเท็กซัส ประเทศสหรัฐอเมริกา เบนเนตต์ เป็นเหมือนกับวัยรุ่นทั่วไปของสหรัฐฯ ที่ชื่นชอบกีฬาประเภท Extreme มาเป็นพิเศษทำให้เขาตัดสินใจเลือกที่จะเป็นนักกีฬาจักรยานประเภท BMX เขาเริ่มลงแข่งขันในระดับการแข่งขันท้องถิ่นในปี 1988 (..2531) ตั้งแต่ตอนที่เขาเพิ่งจะอายุได้เพียง 9 ปีเท่านั้น แต่ด้วยสไตล์การขี่ที่นุ่มนวล ทำให้เขาถูกจับตามองในฐานะดาวรุ่งที่จะก้าวมาเป็นกำลังหลักให้กับทีมชาติสหรัฐฯ ในอนาคต

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

จากนั้นเข้าได้ลงเล่นในการแข่งขันระดับชาติเป็นครั้งแรกในปี 1988 เช่นเดียวกัน เขาใช้เวลาอยู่หลายปีที่ลงแข่งขันในฐานะมือสมัครเล่น และได้เข้าร่วมสังกัดกับทีมชื่อดังระดับท้องถิ่นหลายทีมอาทิเช่น S&S Racing, R&R Racing, ODI และ S&M Racing จนกระทั่งวันที่ 28 ธันวาคม ปี 1997 (..2540) เข้าได้เทิร์นเป็นระดับโปรเฟสชั่นแนล กับการแข่งขันรายการ NBL Christmas Classic ขณะที่เขามีอายุได้ 18 ปี และรายการนั้น เบนเนตต์ คว้ารางวัลชนะเลิศมาครองได้ เบนเนตต์ มีฉายาในวงการว่า “Butter” มาจากสไตล์การขี่ที่ดูสมูทของเขานั่นเอง

Kyle Bennett ตำนานผู้ล่วงลับ

ในปี 2002 (..2545) เบนเนตต์ วัย 23 ปี ได้เข้าร่วมการแข่งขัน UCI BMX World Championship 2002 ตอนนั้นเขามีชื่อเสียงขึ้นมาแล้ว และได้รับยกให้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญทองในการแข่งขันครั้งนั้น ซึ่ง The Butter ไม่ทำให้แฟนคลับผิดหวังเขาคว้าเหรียญทองมาครองได้เป็นผลสำเร็จ เท่านั้นยังไม่พอกับการแข่งขัน UCI BMX World Championship 2003 ปีถัดมา เบนเนตต์ ถูกยกให้เป็นเต็งหนึ่งในการแข่งขันและเขาจัดการคว้าเหรียญทองมาได้ 2 สมัยติดต่อกัน ซึ่งนับตั้งแต่มีการแข่งขัน UCI BMX World Championship ครั้งแรกเมื่อปี 1996 ยังไม่เคยมีนักปั่นคนไหนคว้าเหรียญทองได้ 2 สมัยติดต่อกันมาก่อนซึ่งนั่นทำให้ชื่อเสียงของเบนเนตต์โด่งดังเป็นอย่างมาก

แม้จะมีสไตล์การขี่ที่นุ่มนวลแต่ก็มีหลายครั้งที่เบนเนตต์ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงเขาเคยมือหักระหว่างการแข่งขัน Summer X – GAMES Downhill BMX Race ที่จัดการแข่งขันในวู้ดวอร์ด รัฐเพนซิลเวเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ในรอบรองชนะเลิศ เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ปี ค..2001 (..2544) เคยขาหักเมื่อตอนอายุ 16 ปี หลังจากประสบอุบัติเหตุทางมอเตอร์ไซค์, เคยไหปลาหัก 2 รอบ ในปี 2003 และ 2004 รวมถึงเคยเข้ารับการผ่าตัดเส้นเอ็นไขว้หน้าหัวเข่าในปี 2006 แต่ทุกครั้งเขาจะกลับมาได้เสมอ

ในปี 2007 เบนเนตต์ กลับมาคว้าเหรียญทองในการขัน UCI BMX World Championship 2007 ได้อีกครั้ง ทำให้เขากลายเป็นนักกีฬาคนแรกที่คว้าเหรียญทองรายการนี้ได้ถึง 3 สมัย (2002, 2003 และ 2007) ก่อนที่จะได้รับคัดเลือกเป็นนักกีฬาคนแรกของทีมชาติสหรัฐอเมริกา ที่จะลงทำการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ ปี 2008 ที่กรุงปักกิ่งประเทศจีนถึงแม้ว่าในการแข่งขันครั้งนั้นเบนเนตต์จะไปไม่ถึงฝันเพราะตกรอบคัดเลือกเสียก่อนแต่เขาก็ได้ทำตามความฝันในการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ได้สำเร็จ

วันเวลาผ่านไปเบนเนตต์ยังคงเดินหน้าคว้าเกียรติยศให้กับตัวเองอย่างต่อเนื่องจนกระทั่งในปี 2012 สิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดก็เกิดขึ้น เบนเนตต์ ในวัย 33 ปี ประสบอุบัติเหตุทางรถยนต์ ในเมืองบ้านเกิดของเขา และเมื่อตำรวจไปถึงที่เกิดเหตุพบว่าเขาได้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที ท่ามกลางความเศร้าของแฟนคลับ และเป็นการสูญเสียครั้งใหญ่สำหรับวงการ BMX ของสหรัฐอเมริกาและของโลกพร้อมกับปิดตำนานของเขาไว้แค่เพียงเท่านี้

 

# อาแมนดา คาร์ จอมปั่นลูกครึ่งแห่งแดนสยาม

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

วันนี้เราจะพาคุณมาแนะนำโรงเรียนสอนดำน้ำในกรุงเทพฯให้คุณได้รู้จักกันนะคะ สำหรับใครที่กำลังวางแผนว่าอยากจะลองเรียนดำน้ำดูสักครั้งหนึ่งแต่ว่ายังไม่มีเวลาว่างหลายๆวันที่จะสามารถออกไปเรียนที่โรงเรียนสอนดำน้ำตามเกาะต่างๆได้ ซึ่งรับรองได้เลยว่าแต่ละที่นั้น คุณจะสามารถเดินทางได้อย่างสะดวกสบาย และยังได้ประสบการณ์การดำน้ำที่ไม่ต่างจากการไปเรียนที่โรงเรียนใกล้ๆทะเลเลยอีกด้วย แล้วจะมีที่ไหนน่าสนใจกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลย

โรงเรียนสอนดำน้ำแบบ Scuba ในกรุงเทพฯ

1. Dumnum

ที่นี่เป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่ไม่ธรรมดาด้วยประสบการณ์การสอนดำน้ำมาอย่างยาวนานกว่า 25 ปี โดยมีการรับรองโดย NAUI ถึงแม้ว่าคุณจะไม่มีพื้นฐานการดำน้ำใดๆมาก่อนเลยคุณก็สามารถมาเรียนดำน้ำที่นี่ได้ โดยจะมีการสอนตั้งแต่ขั้นตอนแรกเลยทีเดียว ซึ่งที่นี่ก็มีหลักสูตรการดำน้ำถึง 4 หลักสูตรด้วยกันนั่นก็คือ NAUI Scuba Diver Course, Advanced Scuba Diver, Master Scuba Diver และ Enriched Air Nitrox ซึ่งก็นับได้ว่าที่นี่มีหลักสูตรการดำน้ำที่ครบครัน และยังมีการเรียนการสอนที่โรงเรียน และมีพาคุณออกทะเลเพื่อได้ลงดำน้ำกันในมหาสมุทรกันจริงๆอีกด้วย อีกอย่างที่ทำให้ที่นี่ดูมีเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนใครก็คือ โรงเรียนแห่งนี้เป็นบ้านเรือนสไตล์จีนเก่าแก่ ที่มีอายุยาวนานถึง 200 ปีเลยนะคะ

ที่ตั้ง : 282/1 ซอย ดวงตะวัน ถนน เจริญกรุง แขวงตลาดน้อย เขตสัมพันธวงศ์ กรุงเทพมหานคร

เบอร์ติดต่อ : 02 639 5577

2. Dive Evolution

สำหรับที่ Dive Evolution แห่งนี้ก็นับได้ว่าเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่เปิดให้บริการมาอย่างยาวนานถึง 10 ปี เรียกได้ว่าในเรื่องของประสบการณ์และมาตรฐานการสอนของที่นี่นั่นไม่ต้องห่วงกันเลยเพราะว่าอยู่ในระดับที่ดีเยี่ยมอย่างแน่นอน ที่สำคัญที่นี่ยังได้รับใบอนุญาตของทั้ง PADI และ NAUI เลยทีเดียว ซึ่งไม่ว่าคุณจะอยากมาเรียนดำน้ำในระดับไหนก็สามารถมาเรียนที่นี่ได้หมด เพราะหลักสูตรของที่ Dive Evolution นั้นมีด้วยกันถึง 7 หลักสูตรเลยทีเดียว คือ Open Water, Advance Open Water, Rescue Diver & First Aid, Nitrox, Master Scuba Diver, Dive Master และ Instructor Training Course ซึ่งนับได้ว่ามีหลากหลายมากๆ และที่นี่ก็มียการสอนทั้งทฤษฎี ในสระ และพาคุณออกไปดำจริงที่ทะเลกันอีกด้วยนะคะ

ที่ตั้ง : สระว่ายน้ำหมู่บ้านผาสุก ซอยพัฒนาการ 65 ถนนพัฒนาการ แขวงสวนหลวง เขตสวนหลวง กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 063 289 2946

3. Scuba Jamboree

ที่นี่เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งโรงเรียนสอนดำน้ำใจกลางเมืองเลยก็ว่าได้ เพราะว่าอยู่ในโซนสุขุมวิทนี่เอง เรียกได้ว่าคุณสามารถเดินทางมาเรียนกันได้อย่างสะดวกสบายสไตล์ชาวเมือง ซึ่งดีกรีความเก๋าของที่นี่ก็ไม่ธรรมดา เพราะว่าเป็นโรงเรียนสอนดำน้ำที่มีการเปิดสอนมาแล้วกว่า 20 ปีเลยทีเดียว เพียงเท่านั้นยังไม่พอ ยังได้การรับรองมาตรฐานจาก PADI อีกด้วย ซึ่งหากจะพูดกันในเรื่องของหลักสูตรการสอนดำน้ำของที่นี่นั่น บอกได้เลยว่าครบเครื่องมากจริง เพราะว่ามีด้วยกันมากถึง 12 หลักสูตร นับได้ว่ามาที่นี่ที่เดียวก็ครบเลย ซึ่งหลักสูตรที่เปิดสอนจะมีดังต่อไปนี้ PADI Open Water Diver Course, PADI Advanced Open Water Diver Course, PADI Nitrox Diver Course, Underwater Photography Course, PADI EFR & Rescue Diver Course, PADI Rescue Diver Course, PADI Divemaster Course,

Sidemount Diver CourseSolo Diver Course, Discover Scuba Course, Scuba Diver Course และ Reactivate (Refresh) เรียกว่ามีครบมากจริงเหมาะสำหรับทุกระดับเลยก็ว่าได้ อีกทั้งที่นี่ยังมีทริปดำน้ำมากมายที่คุณสามารถออกไปจอยได้เช่นเดียวกัน เพราะรับรองได้เลยว่าสนุกและยสวยงามอย่างแน่นอน

ที่ตั้ง : Racquet club เลขที่ 8 ห้อง 102 ซอย สุขุมวิท 49/9 ถ.สุขุมวิท แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 081 459 0515

 

Cave Diving ดำดิ่งกับความมืด

Snowmobile ขี่ตะลุยฝ่าดงน้ำแข็ง

Snowmobile ขี่ตะลุยฝ่าดงน้ำแข็ง

กีฬา Extreme หลายประเภทได้รับความนิยมไปในหลายพื้นที่ทั่วโลก ไม่ว่าจะเป็นจักรยาน BMX, Skate Board, Rollerbalde ต่างได้รับความนิยมจากวัยรุ่น หรือการดำน้ำ, กระโดดจากที่สูง ก็ได้รับความสนใจอย่างมากมาย และสามารถเล่นได้ทุกที่ ทุกสภาพอากาศแต่เพียงแค่ต้องศึกษาให้ดีๆ เสียก่อน แต่ยังมีกีฬา Extreme บางประเภทที่ผู้เล่นที่พักอาศัยในเขตร้อนไม่สามารถเล่นได้ โดยจะเล่นได้ในประเทศที่มีอากาศหนาวเหน็บ หรือมีภูเขาหิมะ นั่นคือกีฬา Snowmobile

Snowmobile ขี่ตะลุยฝ่าดงน้ำแข็ง

สำหรับกีฬาประเภทนี้ต้องบอกก่อนเลยว่าในประเทศไทยนั้นเล่นไม่ได้อย่างแน่นอนแต่เป็นประเทศจีน, ญี่ปุ่น หรือประเทศที่มีภูเขาหิมะก็จะได้เห็นนักกีฬาประเภทนี้กันอย่างมากมาย นอกจากนี้ยังในพื้นที่ที่มีหิมะยังมีทั้งการเล่น สกี, สเก็ตน้ำแข็ง, สโนว์บอร์ด ซึ่งก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน เราจะขอเข้าเรื่อง Snowmobile กันซึ่งมีแพร่หลายไปทั่วตามลานสเก็ตน้ำแข็งและแถบภุเขาหิมะ โดยตอนนี้ในลานสกีของประเทศญี่ปุ่นแทบจะทุกที่ก็มี Snowmobile ไว้ให้ผู้เล่นได้ขับขี่กันซึ่งผู้เล่นมือใหม่ก็สามารถขับขี่ได้อย่างง่ายดายแต่ต้องอยู่ในการดูแลของผู้เชี่ยวชาญเช่นเดียวกันแถมยังได้ประสบการณ์อย่างสุดยอดอีกด้วย

พื้นฐานการขี่ Snowmobile ก็จะคล้ายๆ กับการขี่มอเตอร์ไซค์และเจ็ตสกี โดยเป็นกีฬาที่จะเน้นความเร็วและความคล่องตัวเป็นหลัก โดยหลักๆ จะขี่กันบนภูเขาน้ำแข็งที่เป็นทางลาดชัน และทางเรียบนอกจากนี้ในพื้นที่ที่เป็นทะเลสาบน้ำแข็งก็เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่ได้รับความนิยมเช่นเดียวกัน ในขณะที่ผู้คนส่วนมากที่พักอาศัยในแถบเขตขั้วโลกที่ปกคลุมไปด้วยหิมะตลอดทั้งปี จะใช้ Snowmobile ในการเดินทางทั้งหมดเพราะสะดวกสบายและขี่ฝ่าหิมะได้อย่างง่ายดาย

สำหรับการขี่ Snowmobile ใช้ว่าอยู่ดีๆ จะขี่ได้เลย แต่ต้องทำตามขั้นตอนของการขี่อย่างเคร่งครัด อย่างแรกเลยต้องแต่งกายด้วยชุดที่รัดกุมกระชับเข้ารูปและต้องสวมหมวกกันน็อคกับถุงมือทุกครั้งที่มีการขับขี่ Snowmobile นั่นก็เพื่อความปลอดภัยของนักกีฬา ก่อนจะกดเปิดเครื่องจะต้องสำรวจความพร้อมของ Snowmobile ให้ดีว่ามีส่วนไหนชำรุดเสียหายหรือเปล่า รวมถึงชุดที่ผู้ขับขี่ใส่อีกด้วย ขั้นตอนสุดท้ายสำหรับมือใหม่จะต้องมีการขี่ตามกันเป็นขบวนเสียก่อน โดยผู้ที่ชำนาญมากที่สุดหรือมีประสบการณ์มากที่สุดจะเป็นผู้นำอยู่ด้านหน้าพร้อมกับจะเป็นคนที่ให้สัญญาณทั้งการหยุด, เลี้ยว และออกตัวเพื่อไปต่อ

ตรงที่จับจะคล้ายกับมอเตอร์ไซค์และเจ็ตสกีแต่ของ Snowmobile จะมีจะงอยโผล่ออกมา ซึ่งตัวนั้นเมื่อใช้นิ้วโป้งกดลงไปจะเป็นการเร่งความเร็ว ซึ่งตรงแฮนด์ที่จับจะมีเครื่องทำความอุ่นเอาไว้เพื่อช่วยสร้างควบอบอุ่นให้กับมือ รวมถึงยังมีเบรคคล้ายกับมอเตอร์ไซค์ ทีนี้ทริคในการขี่ Snowmobile ในจังหวะที่เร่งความเร็วด้านหน้าของ Snowmobile จะมีการส่ายเพียงเล็กน้อยซึ่งตรงนี้จะเป็นจุดที่เกิดอุบัติเหตุได้ง่ายเพราะผู้ขับขี่จะตกใจทำให้ควบคุมไม่อยู่แต่จริงๆแล้วการส่ายในจังหวะเร่งนั้นเป็นเรื่องปกติที่จะเกิดขึ้นทุกครั้งดังนั้นจะต้องตั้งสติในจังหวะนั้นเอาไว้ให้ดีๆ

หลังจากมีการขับขี่อย่างแพร่หลายทำให้ทำทาง Red Bull Fuel และทาง Fury ได้จัดการแข่งขัน Snowmobile แบบผาดโผนขึ้น โดยจัดการแข่งขันที่ เมือง Chicago ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยครั้งนั้นแข่งขันกันที่สนาม Chicago Wrigley ในเมือง Chicago และมีทั้งนักท่องเที่ยวและผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่า 5,000 คนด้วยกัน โดยการแข่งขันจะต้องขี่ Snowmobile ลงมาจากเนินที่มีความสูงมากกว่า 9 เมตร ซึ่งการแข่งขันได้รับการตอบรับอย่างล้นหลามและมีการป้องกันอย่างดีเยี่ยม และในการแข่งขันตอนปี 2011 ผู้ที่คว้าแชมป์ในรายการนี้คือดาเนียลโบดีน

 

# Ice Climbing ปีนน้ำแข็งสุดหวาดเสียว

Ice Climbing ปีนน้ำแข็งสุดหวาดเสียว

Ice Climbing ปีนน้ำแข็งสุดหวาดเสียว

Ice Climbing ปีนน้ำแข็งสุดหวาดเสียว

หากใครว่าการปีนเขา ปีนหน้าผา เป็นกีฬา Extreme ที่สุดแสนจะท้าทายแล้วก็มีอันตรายมากแล้ว หากเจอกับกีฬา Extreme อีกประเภทหนึ่งจะรู้ว่าการปีกเขาหรือปีนหน้าผานั้นเหมือนกลายเป็นกีฬาของเด็กๆ ไปเลย นั่นคือการปีนน้ำแข็งหรือ “Ice Climbing” ที่นักกีฬาจะต้องเจอกับความหนาวเย็นของผู้เขาน้ำแข็งกระแสลมที่พร้อมจะแปรปรวนตลอดเวลารวมถึงน้ำแข็งที่พร้อมจะถล่มลงมาหากประมาทแม้แต่เพียงเสี้ยววินาทีนักกีฬาอาจจะไม่ได้กลับมาใช้ชีวิตในโลกอีกก็เป็นได้

Ice Climbing ปีนน้ำแข็งสุดหวาดเสียว

การปีนเข้าน้ำแข็งส่วนมากจะเล่นกันในช่วงฤดูหนาวที่บรรดาน้ำตกและภูเขาสูงทั่วโลกจะมีหิมะเกาะจนกลายเป็นน้ำแข็งโดยเริ่มแรกผู้เล่นจะต้องหาจุดยึดสลิงที่ด้านบนจากนั้นนักกีฬาจะโรยตัวลงมาจากด้านบนลงมาสู้พื้นด้านล่างสำหรับอุปกรณ์การเล่นกีฬาประเภทนี้จะถูกแบ่งออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ อุปกรณ์เซฟตี้ของผู้เล่นประกอบด้วยเชือกโรยตัวลงมา, ถุงมือกันลื่นและสายรัดนิรภัย ส่วนอุปกรณ์ประเภทที่ 2 คืออุปกรณ์ที่ใช้เฉพาะทาง เช่น รองเท้าที่ไว้สำหรับยึดเกาะน้ำแข็ง (Crampons), และเคียวเกาะน้ำแข็ง (Ice Tools) เป็นต้น และหากเป็นคนที่มีความพร้อมมากๆ ก็มักจะหาเสบียงที่จะให้พลังงานสูงติดตัวไปด้วย โดยอาจจะติดไปกับเป้สะพายทางด้านหลังเพื่อใช้เป็นอาหารในยามฉุกเฉิน เพราะผู้เล่นไม่สามารถคาดเดาได้ว่าต้องใช้เวลายาวนานแค่ไหน กว่าจะพิชิตภูเขาน้ำแข็งได้

อย่างที่บอกไปแล้วว่าการปีนภูเขาประเภทนี้เป็นภูเขาน้ำแข็งหรือน้ำตกที่เจอความเย็นจนแข็งตัวความอันตรายเลยอยู่ที่ผู้เล่นจะไม่สามารถคาดเดาได้ว่าน้ำแข็งจะทลายลงเมื่อไหร่รวมถึงกระแสลมจะพัดแรงในช่วงไหนและการปีนภูเขาน้ำไม่ใช่เพียงแค่ปีนขึ้นไปเป็นเส้นตรงเท่านั้นแต่นักกีฬายังต้องปีนผ่านหน้าผาที่แข็งรวมถึงต้นไม้และอีกหลายสิ่งที่กลายเป็นน้ำแข็งซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายเป็นอย่างมากและต้องทำการเตรียมตัวมาให้พร้อมเพราะไม่ใช่ว่าใครก็มาปีนได้แต่ต้องศึกษาทั้งน้ำแข็งทั้งทิศทางลมทั้งการเดินทางและเช็คอุปกรณ์ให้พร้อมในระดับสูงสุด

โดยส่วนมากแล้วนักปีนเขาน้ำแข็งจะชื่นชอบในการปีนน้ำตกที่กลายเป็นน้ำแข็งมากกว่าเพราะเป็นการท้าทายความสามารถของผู้เล่นในระดับสูงสุดขอย้อนกลับไปในส่วนของอุปกรณ์ที่ใช้ในการปีนหากเป็นมืออาขีพที่มีความชำนาญมาอย่างยาวนานมักจะใช้แค่เคียวเกี่ยวน้ำแข็งและรองเท้าเกาะน้ำแข็งเพียงเท่านั้นแต่ก่อนที่จะเดินทางมาก็ต้องศึกษาถึงภูมิศาสตร์ของพื้นที่นั่นให้ถ่องแท้ดีเสียก่อนมิฉะนั้นอาจจะเกิดอันตรายแก่ตัวเองได้

ต่อไปจะกล่าวถึงเทคนิคของการปีนภูเขาน้ำแข็งซึ่งเทคนิคหลักๆคือการเตะขาเข้าไปในบริเวณด้านหน้าของค้อนน้ำแข็งจากนั้นจึงเอาขวานเจาะไปในน้ำแข็งที่อยู่เหนือศีรษะเหตุผลคือเพื่อใช้ในการพยุงตัวเองขึ้นสู่ด้านบนและทดสอบความแข็งแรงของภูเขาน้ำหากมองจากภายนอกอาจจะเห็นว่าน้ำแข็งนั้นมีความเปราะแต่น้ำแข็งในบางจุดนั้นมีความแข็งแกร่งมากเลยทีเดียวจากนั้นเมื่อร่วมกับเทคนิคเฉพาะตัวของนักกีฬาอย่างเช่นเทคนิคในการผูกเชือกเทคนิคในการโรยตัวจะยิ่งช่วยให้การปีนภูเขาน้ำแข็งนั้นง่ายยิ่งขึ้นไปอีกซึ่งเทคนิคทั้งหมดนี้เป็นเทคนิคที่นักกีฬามือใหม่ต้องเรียนรู้ให้ได้ก่อนที่จะเริ่มปีนน้ำแข็งจริงๆเพราะหากไม่มีการเรียนรู้ที่ดีอาจเกิดอันตรายได้ซึ่งแม้แต่นักกีฬาผู้มีประสบการณ์มากมายอย่าง Hari Berger ก็ได้เสียชีวิตในปี 2006 จากการที่เขาไปปีนน้ำแข็งในสถานที่ที่อยู่ใกล้กับ Hintersee Flachachau ในประเทศออสเตรีย โดยครั้งนั้น Berger โดนน้ำแข็งน้ำหนักกว่า 136,078 กิโลกรัมหล่นลงมาทับอย่างกะทันหันทำให้เขาเสียชีวิตในที่เกิดเหตุทันที โดยได้มีการสันนิษฐานว่า Berger ทำพลาดในจังหวะที่พยายามดันตัวขึ้นไปทำให้น้ำแข็งเกิดการแตกออก และนี่คืออันตรายที่อาจเกิดได้ทุกเมื่อหากนักกีฬาประมาท

# ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

รวม 5 สถานที่เด็ด สำหรับพายเรือแคนูเรือคายัคทั่วเมืองไทย

รวม 5 สถานที่เด็ด สำหรับพายเรือแคนูเรือคายัคทั่วเมืองไทย

     การพายเรือแคนูคายัคนั้นเป็นยานพาหนะตั้งแต่สมัยโบราณของชาวยุโรป อเมริกา และแคนาดา โดยพวกเขาได้ใช้เรือแคนูคายัคเป็นยานพาหนะในการสัญจรไปมา ใช้ชีวิตในแม่น้ำหรือทะเลในสมัยนั้นเป็นส่วนใหญ่ ด้วยการพัฒนาเรือแคนูคายัคขึ้นมาตามยุคตามสมัยเรื่อยไปจนในเวลาต่อมาเรือแคนูคายัคได้ถูกนำมาเป็นกีฬาชนิดหนึ่ง และใช้ในการท่องเที่ยว มีการจัดกิจกรรมพายเรือแคนูคายัคให้กับเหล่าบรรดานักท่องเที่ยวในสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆด้วย ซึ่งกิจกรรมพายเรือแคนูคายัคนั้นจะจัดเป็นการท่องเที่ยวเชิงศึกษาธรรมชาติ ศึกษาระบบนิเวศโดยรอบและมุ่งไปทางการผจญภัย หากผู้ที่เป็นสายผจญภัยการพายเรือแคนูคายัคนั้นก็เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่ดีอย่างยิ่ง ในปัจจุบันนี้เรือแคนูคายัคนั้นได้เข้ามาเป็นที่นิยมในระบบการท่องเที่ยวในประเทศไทยเช่นเดียวกัน ด้วยความสนุกสนานและเอกลักษณ์ที่โดดเด่นไม่เหมือนเรือชนิดอื่น ความกะทัดรัดที่เหมาะกับการพาย แหล่งท่องเที่ยวในประเทศไทยได้จัดกิจกรรมการพายเรือแคนูคายัคอยู่หลายที่เลยทีเดียว ซึ่งวันนี้เราจะมาแนะนำ10สถานที่เด็ด สำหรับการพายเรือแคนูคายัคในเมืองไทย มีที่ใดกันบ้างมาทำความรู้จักกันเลยดีกว่า

รวม 5 สถานที่เด็ด สำหรับพายเรือแคนูเรือคายัคทั่วเมืองไทย

1. ลุ่มแม่น้ำโขง จังหวัดเลย

แม่น้ำโขงนั้นเป็นแม่น้ำขนาดใหญ่ที่เชื่อมอยู่ระหว่างประเทศไทยและประเทศลาว อยู่ที่ฝั่งภาคตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศไทย ซึ่งการจัดกิจกรรมพายเรือแคนูคายัคนั้น ที่นี่ได้จัดให้เป็นการผจญภัยและศึกษาระบบนิเวศและสัมผัสกับบรรยากาศบริเวณแม่น้ำโขง โดยให้พายจากเชียงคานไปจนถึงแก่งคุดคู้ โดยนักท่องเที่ยวนิยมพายเรือแคนูคายัคกันช่วงรุ่งเช้า นอกจากนี้ในระหว่างทางบริเวณเก่งยังมีจำพวกเนินทราย โขดหิน และสายน้ำใสเย็นฉ่ำ จึงเหมาะกับสายผจญภัยที่แท้จริง

รวม 5 สถานที่เด็ด สำหรับพายเรือแคนูเรือคายัคทั่วเมืองไทย

2. เกาะกูด จังหวัดตราด

หลายๆคนคงทราบกันดีว่า เกาะกูดนั้นติด1ใน5อันดับของเกาะที่ใหญ่หรือพื้นที่เยอะที่สุดในประเทศไทย เกาะกูดนั้นอยู่ระหว่างประเทศไทยกับชายแดนฝั่งกัมพูชา มีความพิเศษตรงที่น้ำใสสะอาด มีทรายสีขาว และข้างๆมีป่าชายเลนโดยรอบ จึงเหมาะแก่การพายเรือแคนูคายัคอย่างยิ่ง เพื่อการสัมผัสกับธรรมชาติ นอกจากนี้เกาะกูดยังยังมีหาดจำนวนหลายหาดที่เป็นที่นิยมของนักท่องเที่ยวอีกมากมาย

3. เขื่อนรัชชประภา จังหวัดสุราษฎร์ธานี

เขื่อนรัชชประภา หรือที่ชาวบ้านบริเวณพื้นที่เรียกกันว่าเขื่อนเชี่ยวหลาน เป็นเขื่อนขนาดใหญ่ ที่มีความสวยงามอย่างยิ่ง มีน้ำใสสีฟ้าติดกับภูเขา มีที่พักท่ามกลางธรรมชาติ เหล่าบรรดานักท่องเที่ยวควรไปอย่างยิ่งสักครั้งในชีวิต ด้วยความสวยงามของสถานที่แห่งนี้จึงเหมาะแก่การพายเรือแคนูคายัคอย่างยิ่ง พายเรือชมบรรยากาศสบายๆชิลล์ๆ นอกจากนี้เขื่อนรัชชประภานั้นยังมีความคล้ายคลึงกับกุ้ยหลินของประเทศจีน สถานที่แห่งนี้จึงได้ฉายาว่าเป็นกุ้ยหลินเมืองไทยนั่นเอง

4. อ่าวท่าเลน จังหวัดกระบี่

สถานที่แห่งนี้เป็นที่นิยมของนักพายเรือแคนูคายัคอย่างยิ่ง เพราะมีสิ่งที่ดึงดูดคือมีน้ำนิ่ง เส้นทางคดเคี้ยวเหมาะกับการพายเรือแคนูคายัคขนาดเล็กเพื่อความท้าทายและการผจญภัย น้ำใสไหลเย็น ท่ามกลางป่าเขาที่สวยงาม นอกจากนี้ยังมีป่าโกงกาง และภูเขาหินปูน ให้ได้พายเลียบลอดแคนยอนนั่นเอง

5. อุทยานแห่งชาติหาดขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช

เชื่อว่าหลายๆคนคงรู้จักกับขนอม ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวเชิงธรรมชาติที่เป็นยอดฮิตในขณะนี้ และนอกจากนี้เส้นถนนของสิชลขอม ยังสวยที่สุดในประเทศไทยอีกด้วย ชายหาดก็สวยงามอย่างยิ่ง และมีกิจกรรมการพายเรือแคนูคายัค ที่จัดให้เหล่านักท่องเที่ยวได้พายเพื่อเยี่ยมชมกับธรรมชาติความสยงามของท้องทะเลและวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของชาวประมงในบริเวณนี้ นับเป็นการเที่ยวที่ได้ทั้งความสนุกความรู้และความสุข

     และทั้งหมดนี้ก็เป็น 5สถานที่เด็ดสำหรับการพายเรือแคนูคายัคในเมืองไทย นักพายต้องห้ามพลาดเด็ดขาด

 

# ล่องไปตามสายน้ำกับ แคนู

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

อีกหนึ่งกีฬาที่มีคนให้ความนิยมมากในต่างประเทศและประเทศไทยการปีนหน้าผาที่เป็นหนึ่งในกีฬาเอ็กสตรีมสุดเร้าใจ เพราะผู้เล่นจะได้ท้าทายกับความสูงของเทือกเขาและยังท้าทายความเป็นความตายหากไม่มีการป้องกันให้ดีๆ ถ้าพลาดขึ้นมาก็เตรียมตัวบอกลาโลกได้เลย และการปีนเขายังเป็นกิจกรรมที่คนไทยให้ความนิยมด้วยเช่นกันแต่ของไทยจะเป็นการเดินเขามากกว่า เพราะพื้นที่ภูเขาของไทยจะไม่ค่อยมีหน้าผาให้ปีนป่ายมากเหมือนอย่างของต่างประเทศ

ปีนหน้าผา กิจกรรมท้าความสูง

โดยกิจกรรมนี้ผู้เล่นมักจะหาเทือกเขาที่อยู่ภายในประเทศในการปีนซึ่งการปีนแต่ละครั้งก็จะมีการจดเป็นสถิติไว้กีฬาปีนหน้าผาได้รับความนิยมเพราะมีสาเหตุมาจากการปีนเขาในพื้นที่ต่างๆทั่วโลกโดยการปีนเขานั้นจะเป็นการเดินไปตามสันเขาขึ้นไปจนถึงยอดเขาเลยทำให้มีการเปลี่ยนแปลงการไปสู่ยอดเขาแทนที่จะเดินไปตามทางที่มีไว้ให้กลายมาเป็นการปีนป่ายไปตามจุดตามมุมต่างๆของเขาลูกนั้นที่มีความชันและอันตรายเป็นอย่างมากแต่กลับได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม

สำหรับที่ประเทศไทยก็ได้มีการสร้างหน้าผาจำลองให้คนที่ชอบท้าทายความสูงได้ไปปีนเล่นกันโดยจะมีอยู่ที่เขตบางกอกน้อยกับ Gravity Lab Bangkok และที่เขตบางกะปิอีก 2 แห่งคือ F5 Climbing Center และ KKT Outdoor Climbing Wall ซึ่งทุกที่ที่ได้กล่าวมาการันตีเรื่องความปลอดภัยในการปีนอย่างแน่นอน และนอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันโดยผู้ชนะคือคนที่ปีนขึ้นสู่ด้านบนได้ไวที่สุดก็ได้รับเสียงตอบรับเป็นอย่างดีกับกิจกรรมนี้ที่ได้มีการจัดขึ้นในประเทศไทย

ทีนี้หากเป็นมือใหม่ต้องเตรียมตัวเตรียมอุปกรณ์อะไรกันบ้างนั้นอย่างแรกเลยคือร่างกายอย่างที่บอกไปว่าการปีนหน้าผาเป็นการปีนจากจุดที่ยากของภูเขาเพื่อไปถึงยอดเขาดังนั้นต้องมีสภาพร่างกายที่พร้อมในการปีนอย่างที่สองคืออุปกรณ์ในการปีนอุปกรณ์หลักของการปีนหน้าผาก็จะมีลวดสลิง, หมุดไว้ร้อยสลิง, ถุงมือไว้ใช้ในการปีน, กระเป๋าไว้ใส่อุปกรณ์ต่างๆและหมวกกันน็อค

การแต่งกายในการปีนหน้าผาหากหาดูในยูทูบบ่อยๆจะเห็นได้ว่าผู้ที่ปีนหน้าผาจะเลือกการแต่งกายให้กระชับกับรูปร่างมากที่สุดเพราะไม่อาจคาดเดาได้ว่าเสื้อผ้าที่เราใส่นั้นจะไปเกี่ยวกับอะไรหรือก่อให้เกิดอันตรายตรงไหนหรือเปล่าดังนั้นการแต่งกายจึงสำคัญมากกับการทำกิจกรรมประเภทนี้ทีนี้ประเภทของการปีนหน้าผาก็ถูกแบ่งออกไว้หลายประเภทด้วยกันแต่ที่คนจะนิยมมาคือการปีนแบบกำแพงนั้นคือปีนเขาในส่วนที่ดิ่งลงมาไม่มีชะง่อนผาโผล่ออกมาส่วนแบบอื่นที่ได้รับความนิยมมากคือปีนตามโขดหินที่โผล่มาซึ่งการปีนแบบนี้จะมีพื้นที่ที่ให้ปีนโดยเฉพาะและจะมีการติดตั้งอุปกรณ์เซฟตี้ไว้ก่อนแล้ว

อีกแบบหนึ่งที่เป็นที่นิยมมากทั่วโลกคือการปีนเขาโดยการปีนเขานี้จะปีนกันเป็นกลุ่มซึ่งจะมีจำนวนกี่คนก็ได้โดยจะมีอุปกรณ์มากกว่าการปีนหน้าผาเพราะการปีนเขาต้องไปพักแรมตามจุดต่างๆระหว่างการเดินทางแต่การปีนเขาจะมีอันตรายมากกว่าการปีนหน้าผาเพราะหากร่างกายไม่พร้อมอาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้และเทือกเชาที่นักปีนเขานิยมไปเยือนมากที่สุดคงจะหนีไม่เทือกเขาเอเวอร์เรสต์ซึ่งเป็นเทือกเขาที่สูงที่สุดในโลกและก็มีนักปีนเขาเสียชีวิตที่นี่หลายรายเช่นเดียวกันสำหรับมือใหม่ที่อยากจะทำกิจกรรมนี้ก็ควรที่จะศึกษาหาข้อมูลและเตรียมร่างกายไว้ให้พร้อมเผื่อสถานการณ์ฉุกเฉินที่อาจจะเกิดขึ้น

# การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

Cliff Jumping ดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไร้สิ่งป้องกัน

Cliff Jumping ดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไร้สิ่งป้องกัน

กีฬา Extreme แม้ว่าจะเป็นกีฬาที่เสี่ยงอันตรายสูงมาก แต่ยังโชคดีที่การเล่น Extreme ทุกประเภทจะได้รับการป้องกันเป็นอย่างดีเพื่อชีวิตและความปลอดภัยของร่างกายนักกีฬาเอง แต่ถึงกระนั้นยังมีกีฬา Extreme อีกหนึ่งประเภทที่ผู้เล่นจะไม่มีเครื่องป้องกันอะไรเลย แถมยังเป็นการเล่นที่เสี่ยงตายเป็นอย่างมาก หากเล่นไม่ดีหรือไม่มีการเตรียมพร้อมที่ดี ก็อาจจะทำให้บาดเจ็บสาหัสหรือเสียชีวิตได้ นั่นคือกีฬา Cliff Jumping หรือ Cliff Diving หรือที่เรียกในภาษาไทยว่ากระโดดหน้าผานั่นเอง

Cliff Jumping ดิ่งสู่เบื้องล่างโดยไร้สิ่งป้องกัน

เริ่มแรกจะขอเล่าถึงประวัติความเป็นมาของการกระโดดหน้าผาว่าเกิดจากอะไรประวัติความเป็นมากว่าจะมาเป็น Cliff Jumping นั้นต้องย้อนกลับไปเกือบ 250 ปีที่แล้ว ตอนนั้นตำนานเรื่องเล่าบนเกาะฮาวายมีบันทึกไว้ว่ากษัตริย์ Muai Kahekli II ต้องการจะพิสูจน์ความกล้าหาญของบรรดานักรบในอาณาจักร โดยการบังคับให้นักรบของพระองค์กระโดดจากหน้าลงไปสู่ผืนน้ำเบื้องล่างและนับรบจะต้องทำตามห้ามขัดคำสั่งอย่างเด็ดขาด จนกระทั่งมาถึงสมัยการปกครองของ King Kamehameha การกระโดดน้ำจากหน้าผาได้ถูกเปลี่ยนมากีฬาสำหรับแข่งขัน และมีผู้ที่ให้ความสนใจเข้าแข่งขันมากมาย โดยมีเงื่อนไขว่าผู้ที่กระโดดลงมาจะต้องทำให้น้ำกระจายน้อยที่สุด

หลังจากกลายเป็นกีฬายอดฮิตในฮาวายการแข่งขันก็ได้แพร่หลายไปสู่พื้นที่ต่างๆทั่วโลกโดยส่วนมากจะเป็นนักกีฬาที่ชื่นชอบในกีฬา Extreme เป็นอย่างมากและนักกีฬาพวกนี้จะเดินทางไปยังพื้นที่ต่างๆทั่วโลกที่เป็นหน้าผาเพื่อจะกระโดดลงมาและทุกครั้งจะมีการแสดงท่าทางทั้งม้วนหน้าม้วนหลังแบบยิมนาสติกซึ่งบางคนที่เชี่ยวชาญมักจะโดดลงมาจากที่สูงๆเพื่อท้าทายความแข็งแรงของตัวเองจนกระทั่งในช่วงหลังมีการถ่ายทอดสดการแข่งขันกีฬานี้อย่างแพร่หลายเลยทำให้เป็นที่น่าสนใจมากขึ้นไปอีกสำหรับผู้ที่ชื่นชอบความท้าทายใหม่ๆ

มาในเรื่องของความปลอดภัยของการเล่นกีฬาชนิดนี้อย่างที่บอกไปในตอนแรกว่ากีฬาชนิดนี้ไม่มีเครื่องป้องกันตัวเองเหมือนอย่างกีฬา Extreme ประเภทอื่นๆ และยิ่งต้องกระโดดจากหน้าผาลงมาด้วยความเร็วมากกว่า 60 – 70 ไมล์ต่อชั่วโมง จึงเป็นไปไม่ได้เลยที่จะไม่ได้รับบาดเจ็บ ซึ่งอาการบาดเจ็บที่พบได้บ่อยคือการฟกช้ำตามร่างกาย, กระดูกหัก, กระดูกสันหลังเสียหาย บางรายอาจจะหนักสุดถึงขั้นเสียชีวิตเลยก็มี ดงนั้น ส่วนมากนักกีฬามือใหม่จะเริ่มโดดจากพื้นที่ไม่สูงนักเพื่อให้ร่างกายได้ซึมซับถึงความรู้สึกตอนกระโดดเอาไว้ และเรียนรู้เทคนิคต่างๆ พร้อมกับเป็นการเรียกความมั่นใจให้กับตัวนักกีฬาเอง

หากเป็นนักกีฬามือใหม่ที่อยากจะลองโดดหน้าผาแม้ว่าจะไม่มีอุปกรณ์ที่เซฟตี้ติดกับตัวนักกีฬาแต่ในน้ำเบื้องล่างจะมีไลฟ์การ์ดคอยว่ายอยู่เพื่อคอยช่วยเหลือนักกีฬาที่กระโดดงมาทีนี้ก็ต้องเรียนรู้จากผู้มีประสบการณ์เพื่อศึกษาเทคนิคและวิธีกระโดดรวมถึงวิธีการลงน้ำรวมถึงผู้เล่นก็ต้องมีสภาพร่างกายที่ดีเยี่ยมสามารถว่ายน้ำได้ดีในระดับหนึ่งนอกจากนี้ยังต้องคำนึงถึงปัจจัยอื่นในการกระโดดทั้งทิศทางลมทั้งโขดหินรวมถึงสิ่งกีดขวางอื่นที่อยู่ภายในน้ำและอยู่ตามริมหน้าผาเพราะไม่งั้นอาจะเกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันได้

สำหรับการแข่งขันที่โด่งดังอยู่ในประเทศฝรั่งเศสรวมถึงที่สหราชอาณาจักรโดยที่สหราชอาณาจักรจะมีการให้นักกีฬาทำอุปกรณ์ออกมาเป็นรูปแบบต่างๆและให้แข่งขันกันว่าใครจะกระโดดออกไปได้ไกลที่สุดและกีฬาชนิดนี้ยังมีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่า Base Jumping และสถิติกระโดดหน้าผาสูงสุดอยู่ที่ 58.8 เมตร (193 ฟุต) และก็อย่างที่บอกไปหากจะเรียนรู้การเล่นกีฬาชนิดนี้ต้องศึกษาหาข้อมูลให้ดีๆไม่งั้นอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้

 

# Free running