จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

หากจะเอ่ยถึง 1 ในกีฬาประเภทเอ็กสตรีมที่ได้รับความนิยมไปทั่วโลกรวมถึงประเทศไทยด้วย จักรยาน BMX คงจะเป็นหนึ่งในนั้น หากใครไม่ทราบคงจะคิดว่าการแข่งขันจักรยาน BMX ก็คงจะเป็นแค่การขี่ให้เข้าเส้นชัยเหมือนอย่างการแข่งขันจักรยานทั่วๆ ไป แต่อาจจะมีความลำบากขึ้นมาในเรื่องของเส้นทางและระยะทางที่จะโหดกว่าการแข่งขันจักรยาน แต่จริงๆ แล้วจักรยาน BMX เป็นการแข่งที่นอกจากจะต้องเข้าเส้นชัยเป็นที่ 1 ให้ได้แล้วยังต้องฟันฝ่ากับเส้นทางทั้งทางเรียบ เนินสูงๆ และอุปสรรคอีกมากมายทำให้จักรยาน BMX มีชื่อเรียกอีกอย่างหนึ่งว่าจักรยานวิบาก

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

หากจะเอ่ยถึงจุดกำเนิดของ BMX จะต้องย้อนกลับไปใน พ..2513 (.. 1970) ตอนนั้นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบากกำลังได้รับความนิยมอย่างมากในประเทศสหรัฐอเมริกา และอีกหลายประเทศทั่วโลก แต่ด้วยราคาของอุปกรณ์และมอเตอร์ไซค์ที่สูงจนเกินไป ทำให้มีการแข่งขันและมีนักกีฬาอยู่ในวงแคบ หรืออาจจะเรียกได้ว่าเป็นกีฬาสำหรับคนมีเงินเท่านั้น จากนั้นจักรยาน BMX ได้ถือกำเนิดขึ้นในปีนั้นเนื่องจากต้องการให้เด็กๆ ใช้จักรยานในการฝึกซ้อมแทนรถมอเตอร์ไซค์ โดยมีการขุดที่ดินเพื่อเลียนแบบสนามของมอเตอร์ไซค์วิบาก แต่กลับกลายเป็นว่า จักรยาน BMX กลับได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก จนมีชื่อเสียงขึ้นมาและมีการแข่งขันรายการชิงแชมป์โลกครั้งแรกเมื่อปี พ..2525 (1977)

จักรยาน BMX บุกตะลุยด้วยสองล้อ

การแข่งขันจักรยานวิบากได้แพร่หลายไปทั่วโลกจนตอนหลังมีการแตกแขนงออกมาอีกแบบหนึ่งคือ BMX แบบฟรีสไตล์ (อีกแบบจะเรียกว่า BMX เรซซิ่ง และทั้งสองรายการถูกบรรจุให้มีการแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่น แต่ได้มีการเลื่อนการจัดงานออกไปเป็นปีหน้าแทน) ความแตกต่างของทั้งสองอย่างคือ BMX Racing นั้นผู้เข้าแข่งขันจะมีทั้งหมด 8 คนด้วยกันและจะถูกปล่อยตัวออกมาพร้อมกันจากทางลาดสูง และต้องขี่จักรยานไปตามเส้นทางซึ่งมีระยะทาง 300 – 350 เมตร ลักษณะของสนามจะเป็นการวนไปมา และผู้เข้าแข่งขั้นต้องทำทั้งความเร็ว และผ่านอุปสรรคทางกระโดด เนินสลับกับที่ราบ ทำให้ต้องใช้พละกำลังในการขี่จักรยานสูงมาก และต้องเข้าเป็น 1 ใน 4 อันดับแรกเท่านั้นเพื่อจะได้ผ่านเข้าสู่รอบต่อไป

ในขณะที่ BMX Freestyle จะเน้นลีลาและท่าทางเป็นหลัก โดยปัญหาหลักของนักกีฬาต้องคิดทวงท่า ในการกระโดดขึ้นสิ่งกีดขวางอาทิเช่น เก้าอี้, โต๊ะหิน, ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากพื้นที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่ง โดยจะใส่ท่าทางหรืออะไรก็สุดแล้วแต่ที่ผู้เข้าแข่งขันจะครีเอทออกมาได้ โด BMX Freestyle ได้รับความนิยมอย่างมากในบรรดาวัยรุ่นทั่วโลก อย่างที่เห็นจะมีคลิปออกมาบ่อยครั้งทั้งทำเล่นเองหรือเป็นการแข่งขัน โดยเฉพาะทางฝั่งอเมริกาที่ได้รับความนิยมอย่างล้นหลาม ขณะที่ประเทศไทยก็มีกลุ่มที่เล่นจักรยาน BMX Freestyle เช่นเดียวกัน

มากล่าวถึงอุปกรณ์ในการเล่นจักรยาน BMX อย่างแรกเลยคือรถจักรยานจะมีขนาดล้ออยู่ที่ประมาณ 20 นิ้วด้วยกัน และจะไม่มีเบรกอยู่กับตัวรถ เลยทำให้คนที่เล่นกีฬาประเทภนี้ต้องมีทักษะในการชะลอความเร็วพอสมควร และจะอุปกรณ์ป้องกันตัวเช่น หมวกกันน็อค, สนับข้อศอก, สนับเข่า, ชุดที่ปกปิดร่างกายมิดชิดเพื่อป้องกันการเกิดบาดแผล และในประเทศไทยเองการแข่งขันจักรยาน BMX แบบ Racing จะถูกจัดให้อยู่ในประเภทเดียวกันกับการแข่งขันจักรยานเสือภูเขา และมีการจัดการแข่งขันมาโดยตลอดพร้อมกับได้รับการตอบรับเป็นอย่างดี มีการแข่งขันตั้งแต่ระดับเยาวชนไล่ขึ้นมาจนถึงรุ่นบุคคลทั่วไป โดยการกำกับดูแลของสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทยเป็นหลัก และสำหรับนักกีฬาจักรยาน BMX Racing ที่มีชื่อเสียงของประเทศไทยคือ อาแมนดา คาร์ นักปั่นลูกครึ่งอเมริกาที่เคยคว้าเหรียญทองในการแข่งเอเชียนเกมส์เมื่อปี 2014 มาแล้ว

 

F5 Climbing Center

BMX Freestyle

จักรยานวิบาก BMX นอกจากจะมีการแข่งขันแบบ Racing ยังมีแยกออกไปเป็นอีกแบบหนึ่งนั่นคือการเล่นแบบ Freestyle โดยที่ผู้เล่นจะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยาน BMX และข้ามสิ่งกีดขวางหรือกระโดดขึ้นไปอยู่บนสิ่งกีดขวางซึ่งมีทั้ง เก้าอี้ โต๊ะ ราวบันได หรือแม้กระทั่งการกระโดดลงจากบันได พร้อมกันนี้ผู้เล่นยังสามารถคิดค้นท่าทางต่างๆ ออกมาได้ ไม่ว่าจะเป็นการหมุนล้อ, การโยกตัวมาอยู่ด้านจักรยานแล้วกลับไปอยู่ที่เดิมแล้วอีกมากมายสุดแล้วแต่จะคิดค้นท่าทางขึ้นมาได้

BMX Freestyle

ส่วนมากจักรยาน BMX Freestyle จะเน้นการโชว์ท่าทางต่างให้ผู้ชมรู้สึกตื่นตาตื่นใจ โดยได้รับความนิยมอย่างมากในแถวทวีปยุโรป และทวีปอเมริกาเหนือ โดยเฉพาะในประเทศสหรัฐอเมริกา ที่กีฬาประเภทได้รับความนิยมอย่างมากจนมีการจัดการแข่งขันขึ้นมา ซึ่งจะตัดสินจากท่าทางที่ผู้เข้าแข่งขันแสดงออกมาแบ่งความยากออกเป็นแต่ละระดับไป แต่โดยทั่วไปแล้วจักรยาน BMX Freestyle จะมีการพื้นที่ในการเล่นที่แตกต่างกันไป ซึ่งพื้นที่หลักที่นิยมเล่นกันจะประกอบด้วย

สวนสาธารณะ (PARK) เป็นสถานที่ที่ได้รับความนิยมอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เพราะที่นี่จะมีพื้นที่แตกต่างกันออกไปบางจุดอาจจะเป็นทางลาด บางจุดอาจจะเป็นบันได และมีทั้งเก้าอี้, โต๊ะเรียงรายรวมถึงขอบปูนเลยกลายเป็นจุดหลักให้ผู้เล่นเข้ามาท้าทายความสามารถในการทรงตัวจักรยานของตัวเองให้ผ่านพ้นอุปสรรคเหล่านี้ไปได้

แนวตั้ง VERT (ย่อมาจากคำว่า Vertical) หากใครสังเกตภาพยนตร์ของทางฝั่งอเมริกาที่เกี่ยวกับวัยรุ่นจะเห็นพื้นที่เป็นรูปตัว U ขนาดใหญ่ ซึ่งแต่ละด้านจะมีความสูงอยู่ที่ 4 เมตรด้วยกัน นั่นแหละคือสิ่งที่ท้าทายเป็นอย่างมากสำหรับผู้เล่น BMX Freestyle เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการฝึกให้ชำนาญเสียก่อน เพราะหลังจากที่ผู้เล่นลงไปในทางลาดแล้วไปกระโดดขึ้นอีกฝั่ง จุดที่จะสร้างความตื่นตาตื่นใจได้คือการกระโดดขึ้นไปบนอากาศและแสดงท่าทางลีลาต่างๆ ออกมา (บางคนสามารถกระโดดได้สูงถึง 5 เมตรด้วยกัน) นั่นคือสิ่งที่ท้าทายผู้เล่น BMX Freestyle เป็นอย่างมาก

ที่ราบ (Flat) พื้นที่นี้จะไม่มีอะไรเป็นพิเศษแต่จะให้ผู้เล่น BMX Freestyle ได้โชว์ลีลาท่าทางการทรงตัวอยู่บนจักรยานอย่างเต็มที่ โดยส่วนมากมักจะใช้แค่ล้อเดียวในการทรงตัว จากนั้นแต่ละคนก็ปล่อยลีลาออกมาเรียกเสียงกรี๊ดกับผู้ชมที่ยืนดูอยู่ ซึ่งก็ถือว่าต้องอาศัยการทรงตัวที่ดีและความชำนาญพอตัว

ถนน (Street) ขึ้นชื่อว่าถนนไม่มีใครสามารถเอาแน่เอานอนได้ว่าถนนแต่ละพื้นที่จะมีลักษณะอย่างไร บางที่อาจจะเป็นที่ราบบางที่อาจจะเจอที่โค้ง เจอลูกระนาด เจอถนนขรุขระ นั่นคือความท้าทายของบรรดาผู้เล่น BMX Freestyle โดยผู้เล่นจะต้องพยายามคิดค้นท่วงท่าออกมาในตอนที่ขี่อยู่บนถนนและจุดที่ยากอีกอย่างหนึ่งก็คือจะต้องทำให้ล้อทั้งสองข้างอยู่พ้นจากพื้นดินด้วยในตอนที่แสดงท่าทางออกมา

กองดิน (Dirt) ผู้เล่นจะต้องขี่ขึ้นไปบนเนินดินที่สูงเพื่อกระโดดยังเนินดินอีกอันที่ตั้งอยู่ใกล้ๆ กัน เมื่อกระโดดชึ้นก็เป็นหน้าที่ของผู้เล่นที่จะคิดค้นลีลาท่าทางต่างๆ ออกมให้ผู้ชมประทับใจ แต่ต้องทรงตัวให้ดีทั้งตอนอยู่บนอากาศและตอนที่ลงสู่พื้น ซึ่งความยากก็มีหลายระดับอยู่ที่ความชำนาญของบุคคล

หากใครที่สนใจอยากจะเล่น BMX Freestyle ควรจะศึกษาหาข้อมูลให้เรียบร้อยเสียก่อนและต้องมีความทางด้านร่างกายที่ดีอยู่ในระดับที่สูงเพราะต้องใช้ความแข็งแรงและสมาธิอย่างมากเมื่อตอนที่ลอยอยู่ในอากาศนอกจากนี้ยังต้องศึกษาเรื่องความปลอดภัยควบคู่กันไปอีกด้วย

 

Urban Playground Climbing

Rock Climbing คืออะไร

Rock Climbing คืออะไร

วันนี้เรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผา หรือ Rock Climbing กันดีกว่า เพราะในปัจจุบันเราจะเห็นได้ว่าในโรงยิมใหญ่ๆบางแห่งนั้นก็จะมี หน้าผาจำลองให้ปีนป่ายกันอีกด้วย ซึ่งก็ ปฏิเสธไม่ได้ว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้นก็เป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่กำลังมาแรง ผู้หญิงก็เล่นได้ ผู้ชายก็เล่นดี อีกทั้งยังสามารถเริ่มเล่นได้ตั้งแต่วัยเด็กอีกด้วยนะคะ เอาล่ะงั้นเรามาทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผากันต่อได้เลยค่ะ

กีฬาปีนหน้าผา Rock Climbing ก็เป็นกีฬาประเภทนี้ก็จัดว่าอยู่ในหมวดประเภทกีฬาผาดโผน โดยที่คุณจะต้องใช้ทักษะทุกส่วนของร่างกาย ไม่ว่าจะเป็นกล้ามเนื้อแขน ขา ลำตัว แม้กระทั่งการใช้ความคิดด้วยเช่นกัน เพื่อให้คุณสามารถปีนป่ายขึ้นไป ทั้งตามแนวสูงและแนวขวางไปได้จนถึงจุดสูงสุดนั้นเอง

ซึ่งกีฬาปีนหน้าผา ในปัจจุบันนี้ก็จะมีสถานที่ในคุณได้มาลองปีนป่ายท้าทายความหวาดเสียวกันอยู่ 2 ประเภท นั่นก็คือ การปีนหน้าผาจำลอง(Indoor) และการปีนหน้าผาจริงตามธรรมชาติ(Outdoor)

Indoor หรือการปีนหน้าผาจำลอง

สำหรับการปีนประเภทนี้จะเหมาะกับผู้ที่อยากจะเริ่มต้นที่จะปีนหน้าผา เพราะที่นี่จะมีความปลอดภัยที่สูงกว่า เพราะหน้าผาจำลองที่คุณจะได้ปีนนั่นส่วนใหญ่จะมีลักษณะที่ตั้งตรงตามแนวสูง และมี Holds (ตัวจับ) ให้คุณได้ปีนป่ายไปตามสีต่างๆได้ ซึ่งโดยปกติแล้วการปีนหน้าผาจำลองนั้นจะใช้สำหรับฝึกซ้อมท่าในการปีนก่อนที่จะออกไปปีนแบบ Outdoor ซึ่งการปีนใน Indoor ก็จะมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกปีนได้อีกด้วย และมีความปลอดภัยที่ค่อนข้างจะสูงกว่า

Outdoor หรือการปีนหน้าผาตามธรรมชาติ

ส่วนการปีนแบบนี้คือคุณต้องออกมาปีนกันหน้าผาจริงๆเลยซึ่งส่วนใหญ่จะมีการวางเส้นทางเอาไว้อยู่แล้ว แต่ว่าจะมีได้มี Holds ให้คุณได้ Follow เหมือนการปีนแบบ Indoor เพราะฉะนั้นการปีนแบบ Outdoor คุณจะต้องหาหนทางไปต่อด้วยตัวของคุณเอง เพราะฉะนั้นก็จะมีความท้าทายที่มากกว่า เพราะคุณต้องใช้ความคิดและพละกำลังในเวลาเดียวกัน รวมถึงประสบการณ์การปีนหน้าผาด้วยเช่นกัน เพราะโดยปกติหน้าผาตามธรรมชาตินั่นจะไม่ได้ตั้งตรง 90 องศากับพื้น แต่จะมีแนวขวางบ้างเอียงบ้าง ให้คุณได้ใช้ทักษะและเทคนิคที่มากขึ้น

ซึ่งแน่นอนว่าหากคุณต้องการที่จะทำความรู้จักกับกีฬาปีนหน้าผาให้มากขึ้น คุณก็สามารถมาลองปีนกันแบบ Indoor ไปก่อนก็ได้ เพราะว่าโดยปกติแล้วทุกที่ก็จะมีอุปกรณ์ให้คุณสามารถเช่าได้ และมีเจ้าหน้าที่คอยดูและแนะนำวิธีการปีน การใช้อุปกรณ์​ รวมถึงเทคนิคต่างๆในการปีนให้คุณได้อีกด้วย อีกทั้งยังค่อนข้างที่จะปลอดภัยมากกว่าการออกไปปีนหน้าผาจริงๆ และมีระดับความยากง่ายให้คุณได้เลือกฝึกฝนกันอีกด้วย

 

# Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

Urban Playground Climbing

มีใครที่กำลังตั้งคำถามในใจอยู่ไหมคะว่าทำไมยิมปีนหน้าผาส่วนใหญ่ถึงอยู่บริเวณชานเมืองกันเยอะนัก เพราะบางทีก็ไม่สะดวกในการเดินทาง และถ้ายิ่งใครที่ไม่มีรถส่วนตัวแล้วก็ยิ่งยากไปกันใหญ่ วันนี้เราเลยจะพาคุณมารู้จักกับยิมปีนหน้าผาที่เรียกได้ว่าอยู่ใจกลางกรุงเทพฯเลยทีเดียว ซึ่งเดินทางก็ง่าย สะดวกสบาย แถมยังมี Route เจ๋งๆให้คุณได้มาทดลองปีนป่ายกันอีกเพียบ ซึ่งยิมที่เรากำลังพูดถึงอยู่นี้นั่นก็คือ “Urban Playground Climbing” นั่นเองซึ่งที่นี่ก็อยู่ไม่ไกลจาก BTS พร้อมพงษ์ และทองหล่อ ซึ่งเรียกได้ว่าสะดวกสบายเอาใจชาวเมืองแบบสุดๆกันไปเลย

Urban Playground Climbing

มาทำความรู้จักกับยิม Urban Playground Climbing กันดีกว่า

สำหรับที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้ถือว่าเป็น Community แห่งใหม่สำหรับคนที่รักสุขภาพและรักในการปีนหน้าผา ซึ่งจุดประสงค์ของที่นี่คือการเป็นยิมปีนหน้าผาที่ดีบที่สุดในเมืองไทย เพราะด้วยทำเลใจกลางเมืองที่นับได้ว่าดีที่สุด และWall ที่ดีที่สุดด้วยความร่วมมือจาก Entry-Prises Climbing ที่เป็นบริษัทที่สร้างหน้าผาจำลองระดับโลก ที่นี่มีพื้นที่ 7,000 ตารางฟุต และความสูงมากถึง 12 เมตร มี Route การปีนที่หลากหลาย ซึ่งที่นี่มุ่งเน้นเรื่องประสิทธิภาพและความปลอดภัยเป็นหลัก เพื่อให้ทุกคนที่มาเยือนได้รับประสบการณ์ที่ดีที่สุดจากที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้กลับบ้านไปเช่นเดียวกัน

Urban Playground Climbing

ที่นี่นับว่าเป็นยิมาปีนหน้าผาที่ครบวงจรเป็นอย่างมาก ทุกอย่างทำออกมาได้สมบูรณ์แบบ มีความสูงมากมายหลากหลายระดับให้คุณได้ปีน และรองรับการปีนในทุกรูปแบบ ทั้งแบบ Bouldering, Top Rope, และ Lead Climbing ด้วยเช่นเดียวกัน นอกจากนั้นที่นี่ก็ยังมี Roof ให้ปีนฝึกความแข็งแรงในท่าที่ยากไม่ธรรมดากันอีกด้วย แต่ใครที่กำลังอยากจะลองปีนหน้าผาดูสักครั้งที่นี่ก็เหมาะกับคุณด้วยเช่นเดียวกัน เพราะมีทุกเลเวลให้คุณได้เลือกปีนพร้อมทั้งมี Staff ที่คอยให้คำแนะนำคุณได้อีกด้วยด้วย

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายที่นี่ก็มีพร้อมสรรพ ทั้งมุมพักผ่อน ห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ล็อกเกอร์ หรือถ้าคุณอยากจะมาลองเล่นกีฬาแบบอื่นๆก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน เพราะว่าที่นี่มีทั้งสนามแบดมินตัน สนามเทนนิส ยิม โยคะ ซาวน่า และสระว่าน้ำ เรียกได้ว่ามีครบเลยทีเดีว และถ้าหากคุณจะจะนั่งจิบเครื่องดื่มร้อนๆที่นี่ก็มีคาเฟ่ ร้านสะดวกซื้อคอยให้บริการด้วยเช่นเดียวกัน รวมถึงที่จำหน่ายอุปกรณ์การปีนหน้าผาด้วยนะคะ

ที่ตั้ง

6 8 ซอยสุขุมวิท 49/9 แขวงคลองตันเหนือ เขตวัฒนา กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 119 7200

วันและเวลาทำการ : เปิดบริการทุกวันเวลา 10.00-22.00

เรียกได้ว่าที่ Urban Playground Climbing แห่งนี้เป็นยิมปีนหน้าผาที่เอาใจชาวเมืองเป็นอย่างมาก ทั้งศูนย์รวมการออกกำลังที่ครบวงจร รวมถึงหน้าผาจำลองที่ได้ทีมสร้างระดับโลก และความสะดวกสบายในการเดินทาง ถ้ายังไงก็อย่าลืมมาลองปีนกันที่นี่ได้เลยนะคะ

 

# F5 Climbing Center

Climb Central Bangkok

Climb Central Bangkok

วันนี้เราจะพาคุณมารู้จักกับอีกหนึ่งสถานที่ปีนหน้าผาจำลองแบบ Indoor ที่เรียกได้ว่าครบวงจรเลยจริงๆนะคะ กับชื่อที่เชื่อว่าหลายๆคนอาจจะคุ้นหูกันมาก่อนอย่าง “Climb Central Bangkok” ซึ่งที่นี่ก็เป็นอีกหนึ่งยิมที่โดดเด่นโดยการใช้สีส้มที่ดูสะดุดตาแบบสุดๆ และมีรูปแบบการปีนที่หลากหลาย เพราะฉะนั้นไม่ว่าคุณจะเป็นนักปีนหน้าผาสายไหนก็สามารถมาฝึกปีนที่นี่กันได้หมด เอาเป็นว่าเรามาทำความรู้จักกับที่ Climb Central Bangkok กันให้มากกว่านี้ดีกว่า

Climb Central Bangkok

มาทำความรู้จักกับยิม Climb Central Bangkok กันดีกว่า

ที่นี่นับว่าเป็นยิมปีนหน้าผาที่ต่อยอดขยายสาขามาจากสาขาแม่คือในประเทศสิงคโปรนั่นเอง เพราะยิมที่นั่นถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก และเมื่อขยายสาขามาที่ไทยก็สามารถไปได้สวยเช่นเดียว เพราะด้วยความที่เป็นยิมที่ค่อนข้างจะใหญ่โตและกว้างขวาง และเรียกได้ว่าที่นี่เป็นอาณาจักรแห่งการปีนหน้าผาเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความครบครันของทั้งรูปแบบหน้าผาต่างๆ รวมถึงอุปกรณ์ที่มีให้เช่าและจำหน่าย ซึ่งก็นับได้ว่ายิมสีส้มแห่งนี้เป็นอีกหนึ่งจุดศูนย์รวมใหม่ของแวดวงของปีนหน้าผาเลยก็ว่าได้

Climb Central Bangkok

Climb Central Bangkok

สำหรับที่นี่นั้นนับว่ามี Route ที่เยอะมาก มากถึง 50 Route เลยทีเดียว มีทั้งระดับง่ายไปจนถึงระดับยากเลยทีเดียว นับว่ามีครบสำหรับทุกวัยเเละทุก Level เลยทีเดียว เพราะฉะนั้นที่นี่ก็สามารถรองรับผู้ที่มาปีนหน้าผาได้เยอะมากเช่นเดียวกัน โดยที่คุณสามารถปีนได้โดยที่ไม่ต้องรอให้เสียเวลา และอีกอย่างที่ยิมแห่งนี้ก็มีรูปแบบการปีนที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็น Bouldering, Top Rope และ Lead Climbing ก็มีหมด ซึ่งไม่ว่าคุณจะมาฝึกปีนแบบไหนที่นี่ก็ไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน และอีกอย่างที่ Climb Central Bangkok ก็ยังมีเชือก Belay ที่ยืดติดกับพื้นเลย เพราะฉะนั้นหมดปัญหาในเรื่องของน้ำหนักตัวของ Climber และ Belayer ได้เลย

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

สำหรับสิ่งอำนวยความสะดวกสบายของที่นี่ก็มีทั้งห้องสุขา ห้องอาบน้ำ ล็อคเกอร์เก็บของ มีอุปกรณ์ให้เช่ายืมได้อย่างพวกรองเท้า และHarness หรือถ้าคุณอยากจะมาเดินเลือกซื้ออุปกรณ์การปีนเขาที่นี่ก็มีจำหน่ายด้วยเช่นเดียวกัน ความดีงามของที่นี่คือเป็นยิมที่ติดแอร์ และมาคาเฟ่เจ๋งๆให้คุณได้ใช้บริการอีกด้วยนะคะ

ที่ตั้ง

10/4 ถนนกัลปพฤกษ์ เขตบางแค กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 092 250 0790

วันและเวลาทำการ : วันจันทร์-วันศุกร์ ให้บริการเวลา 10.00-22.00 วันเสาร์-วันอาทิตย์ ให้บริการเวลา 10.00-21.00

และสำหรับใครที่อยากจะมาสัมผัสประสบการณ์ใหม่ๆ และพบกับ Route ที่ไม่เหมือนใครด้วยความหลากหลายของรูปแบบการปีนหน้าผา เราขอแนะนำให้คุณมากันที่นี่เลย Climb Central Bangkok เพราะที่นี่คุณจะได้มาลองใช้บริการยิมปีนเขามาตรฐานสิงคโปรกันเลยทีเดียว

 

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

F5 Climbing Center

F5 Climbing Center

F5 Climbing Center

หากใครที่เป็นมือใหม่อยากจะลองมาปีนหน้าผาจำลอง แต่ว่ายังติดอยู่ที่ว่ากลัวความสูง ใจยังไม่กล้าพอแต่ว่าอยากจะฝึกมือ ฝึกขา ฝึกร่างกายกันก่อนล่ะก็ เราขอแนะนำให้คุณมาลองปีนกันที่นี่เลยค่ะ “F5 Climbing Center” เพราะว่าที่นี่จะเป็นหน้าผาให้ปีนแบบ Boldering(การปีนหน้าผาที่มีความสูงไม่เกิน 5 เมตร และไม่ใช้เชือก และ Harness ในการปีน)

F5 Climbing Center

มาทำความรู้จักกับยิม F5 Climbing Center กันดีกว่า

สำหรับที่ยิม F5 Climbing Center แห่งนี้ก็ถือว่าเป็นสถานที่ปีนหน้าผาจำลองน้องใหม่ที่เพิ่งจะเปิดตัวได้ไม่นาน แต่ก็ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากเลยทีเดียว เพราะเรียกได้ว่าที่นี่ไม่ได้เป็นเพียงยิมที่มีหน้าผาจำลองให้คุณได้มาฝึกปีนป่ายกันเท่านั้น แต่ว่าที่นี่ก็ยังคำนึงถึงสุขภาพโดยรวมของคุณด้วยเช่นกัน เพราะว่าที่นี่จะมีมุมให้คุณสามารถมานั่งพักผ่อนได้ มีโต๊ะปิงปองให้ได้เล่นสนุก มียิมเล็กๆให้คุณได้มาออกกำลังกายยืดเส้นยืดสาย และยังมี F5 Food ซึ่งจะมีเบเกอร์รี่ที่อบใหม่ๆหอมกรุ่นให้คุณได้มาลิ้มลองกันอีกด้วย และบอกได้เลยว่าแต่ละเมนูนั้นคัดสรรแต่วัตถุดิบที่มีคุณภาพและมีประโยชน์ต่อร่างกายอีกด้วย

F5 Climbing Center

ที่ยิมแห่งนี้จะเป็นยิมหน้าผาจำลองที่มีรูปแบบการปีนแบบ Bouldering ซึ่งเป็นการปีนที่ไม่ต้องใส่ Harness ไม่ต้องใช้เชือก ไม่ต้องมีคน belay และก็เป็นการปีนที่ไม่สูงมาก เพราะความสูงจะไม่เกิน 5 เมตรนั่นเอง เหมาะสำหรับผู้ที่อาจจะยังกลัวความสูง และว่าอยากจะลองปีนหน้าผาดูสักครั้งก็สามารถมาทดลองปีนที่นี่กันก่อนได้เช่นเดียวกัน ซึ่งการปีนหน้าผาของที่นี่ก็สามารถมาปีนได้ตั้งแต่วัยเด็กจนถึงวัยผู้ใหญ่เลยทีเดียว และเหมาะกับตั้งแต่ระดับ Beginner ขึ้นไปอีกด้วย ไม่ว่าคุณจะเพิ่งเริ่มปีน หรือจะปีนมานานแล้วก็สามารถมาปีนที่ F5 Climbing Center ได้หมดเลยทีเดียว

สิ่งอำนวยความสะดวกสบาย

ที่ F5 Climbing Center แห่งนี้นอกจากจะมีหน้าผาจำลองแบบ Bouldering แล้วก็ยังมีมุมให้คุณได้นั่งพักผ่อนอีกด้วย รวมถึงบริการเช่า Climbing Shoes ที่มีทุกรุ่น ทุกขนาดให้คุณได้เลือก นอกจากนั้นหากคุณไม่เคยปีนหน้าผาจำลองมาก่อนเลย ที่นี่เค้าก็ยังมีบริการสอนและแนะนำให้คุณฟรีๆอีกด้วยนะคะ รวมถึงห้องอาบน้ำ และห้องสุขา ที่นี่ก็มีบริการด้วยเช่นเดียวกัน

ที่ตั้ง

ที่ F5 Climbing Center แห่งนี้ตั้งอยู่ที่ 28 ซอยรามคำแหง 24 แยก 14 แขวงหัวหมาก เขตบางกะปิ กรุงเทพฯ

เบอร์ติดต่อ : 02 015 7063

เปิดให้บริการ วันอาทิตย์-วันพฤหัสบดี เวลา 13.00-21.00  ปิดบริการทุกวันศุกร์ และ วันเสาร์

และถ้าใครที่อยากจะมาลองปีนหน้าผาจำลองก็มากันได้ที่นี่เลย เพราะเค้ารับประกันความประทับใจจากการบริการที่เป็นกันเองและดูแลเป็นอย่างดี รวมถึงเทคนิคต่างๆที่สอนให้ฟรีๆสำหรับมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มปีนอีกด้วยนะคะ

 

# การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

มีใครที่กำลังสนใจอยากจะลองไปปีนหน้าผาจำลองกันบ้างไหมคะ? สำหรับวันนี้เราเลยจะมาแนะนำเกี่ยวกับการเตรียมความพร้อมก่อนการไปเริ่มปีนหน้าผาจำลองให้คุณได้ทราบกัน แต่ถ้าใครที่เป็นมือใหม่ก็ไม่เป็นไรนะคะ เพราะถ้าหากว่าคุณเตรียมความพร้อมไปดี คุณจะสามารถปีนได้ง่าย ปีนได้สนุกอย่างแน่นอน เผลอๆคุณอาจจะตกหลุมรักกีฬาปีนหน้าผาโดยไม่รู้ตัวอีกด้วยนะคะ

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

ออกกำลังกาย

สวำหรับการปีนหน้าผานี้เป็นการกีฬาที่คุณจะต้องใช้กล้ามเนื้อแทบจะทุกส่วนในร่างกายเลยก็ว่าได้ ทั้งแขน ขา ลำตัว และการที่คุณจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีนั้นคุณก็ต้องมีกล้ามเนื้อแขน กล้ามเนื้อขาที่แข็งแรงพอที่จะนำพาตัวของคุณไปยังจุดหมายปลายทางให้ได้ เพราะฉะนั้นเราจึงจะแนะนำให้คุณออกกำลังกายก่อนมาปีนหน้าผาอาจจะสัก 1-2 อาทิตย์ก็ได้จะได้มีความคล่องแคล่วมากขึ้นนะคะ

การเตรียมตัวก่อนไปปีนหน้าผาจำลอง

โยคะ

สำหรับใครที่เล่นโยคะอยู่แล้ว เราบอกได้เลยว่าโยคะสามารถช่วยเรื่องปีนเขาได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เพราะว่าไม่ใช่เพียงแค่ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อเท่านั้น การปีนหน้าผาคุณยังจะต้องใช้ความยืดหยุ่ยของร่างกาย และการบาลานซ์ที่ดีด้วย ซึ่งจากการสังเกตุนั้นบอกได้เลยว่าถ้าคุณเล่นโยคะเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว คุณก็อาจจะจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีกว่าคนทั่วไปอีกด้วย

เตรียมชุดที่เคลื่อนไหวง่าย

สำหรับชุดที่จะใส่มาปีนหน้าผา ก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญด้วยเช่นเดียวกัน เพราะกีฬาประเภทนี้นั้นต้องเน้นความคล่องตัวเป็นหลัก คุณต้องเลือกชุดที่รัดกุม ไม่รุ่ยร่าย แนบชิดกับร่างกาย และต้องมีความยืดหยุ่นสูงอีกด้วย เพราะแน่นอนว่าคุณอาจจะต้องมีการฉีกแข้งฉีกขาอย่างแน่นอน สำหรับคุณผู้ชาย เราขอแนะนำเป็นเสื้อกล้าม เสื้อยืดที่พอดีตัว และกางเกงขาสั้นเนื้อผ้ายืดหยุ่น สำหรับคุณสุภาพสตรี ก็สามารถใส่สปอร์ทบรา เสื้อยืด เสื้อกล้ามที่พอดีตัว กางเกงขาสั้น หรือถ้าจะกันโป๊ก็สามารถใส่เป็นกางเกงขายาวสำหรับออกกำลังกายมาก็ได้เช่นเดียวกัน และถ้าใครผมยาวเราแนะนำให้คุณเตรียมยางรัดผมมามัดผมให้เรียบร้อยด้วยนะคะ

เตรียมใจให้พร้อม

นอกจากการเตรียมตัวทั้งหมดทั้งมวลที่กล่าวมาแล้ว อีกหนึ่งสิ่งที่คุณต้องเตรียมให้ดีเลยนั่นก็คือใจของคุณนั่นเอง เพราะการปีนหน้าผาจำลอง ความสูงจนถึงยอดก็อยู่ที่อย่างต่ำ 8-15 เมตร หรืออาจะสูงมากกว่านั้นขึ้นไปอีก ถ้าหากใครกลัวความสูงก็ต้องทำใจฮึดสู้ จดจ่อเพียงแค่จุดหมายปลายทางเท่านั้น อย่าไปมองข้างล่างบ่อยเดี๋ยวจะพาลปีนต่อไม่ไหว และอีกอย่างจังหวะลงก็หวาดเสียวไม่เบา แต่ถ้าอุปกรณ์ของคุณแข็งแรงทนทาน มี Belayer ที่มีประสบการณ์ก็ปลอดภัยหายห่วง ไม่ต้องกังวลกันเลยทีเดียว

และนี่ก็คือเทคนิคดีๆ สำหรับใครที่อยากจะเตรียมความพร้อมก่อนไปปีนหน้าผากันนะคะ ซึ่งรับรองได้เลยว่า ถ้าคุณเตรียมตัวมาดี คุณก็จะปีนได้อย่างราบรื่นและสนุกสนานอย่างแน่นอน

 

Urban Playground Climbing