Tag กีฬาหวาดเสียว

ประวัติ ของกีฬา Free running

ประวัติ ของกีฬา Free running

ประวัติ ของกีฬา Free running

 

ประวัติ ของกีฬา Free running

 

Free running คืออีกหนึ่งประเภทของกีฬา Extreme ที่มีรูปแบบการเคลื่อนไหวอย่างอิสระและสร้างสรรค์ รวมถึงการวิ่งกระโดดและตีลังกาเคลื่อนที่ไปข้างหน้า ซึ่งไม่มีท่าทางที่จำกัดแบบตายตัว   ผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ส่วนใหญ่    มักชอบที่จะฝึกฝนรวมถึงสรรค์สร้างผลงานตามสถานที่ที่มีสิ่งกีดขวางหลากหลายรูปแบบ    ไม่ว่าจะเป็น ทางเท้า สิ่งปลูกสร้าง อาคารร้างต่าง ๆ รวมถึงสวนสาธารณะ โดยผู้เล่นมักจะเปลี่ยนสถานที่ที่ใช้ทำผลงานไปเรื่อย ๆ เพื่อให้เกิดรูปแบบแปลกใหม่และไม่ซ้ำเดิม

 

สำหรับการเล่น Free running นั้น หากสามารถฝึกซ้อมจนเกิดความชำนาญและเชี่ยวชาญแล้วล่ะก็ ผลงานที่รังสรรค์ออกมา ก็จะดูสวยงามลื่นไหลและได้ และได้รับคำชื่นชมเป็นจำนวนมาก  ทั้งนี้จะเห็นได้จากปัจจุบันนี้ มีคลิปวีดีโอของผู้เล่น กีฬาชนิดนี้อยู่มากมายปรากฏตามแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งวิธีที่สามารถสร้างชื่อเสียงให้กับผู้เล่นกีฬาชนิดนี้ได้อย่างรวดเร็ว ทั้งนี้หากคุณเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่สนใจในกีฬาฟรีรันนิ่งอยู่แล้วล่ะก็ ในวันนี้เราจะพามาทำความรู้จัก ประวัติของกีฬา Free running เพื่อให้รับรู้ถึงที่มาที่ไปและเข้าใจในกีฬา Extreme ชนิดนี้มากขึ้นนั่นเอง

 

 

ที่มาของกีฬา Free running 

Free running ถือเป็นกีฬาที่มีความคล้ายคลึงกันกับ Parkour จนสามารถใช้เรียกชื่อแทนกันได้ โดยรูปแบบในรายละเอียดนั้นอาจจะมีความต่างกันเพียงเล็กน้อยจนสามารถรวมกีฬา 2 ชนิดนี้เข้าเป็นประเภทเดียวกันได้เลยทีเดียว

ต้นกำเนิดของกีฬาฟรีรันนิ่งที่นิยมเล่นกันอยู่ในปัจจุบันนั้น ถูกพัฒนามาจาก รูปแบบ การออกกำลังกายวิ่งผ่านสิ่งกีดขวาง วิธีเริ่มต้นขึ้นครั้งแรกในประเทศฝรั่งเศส โดยมีชื่อเรียกเป็นภาษาฝรั่งเศส ว่า Parkour ทั้งนี้จากหลักฐานที่ปรากฏ การเริ่มต้นของ Free running หรือ Parkour นั้น แท้จริงแล้วเกิดขึ้นในช่วงประมาณปี 1980 โดย มี การกล่าวเอาไว้ว่ากีฬาชนิดนี้ได้รับแรงบันดาลใจมาจากรูปแบบ การออกกำลังกายของทหาร ฝรั่งเศสภายในค่าย หลังกลับมาจากร่วมรบในสงครามเวียดนาม นั่นเอง

จุดเริ่มต้นความนิยมของ Free running

หลังจากได้รับแรงบันดาลใจจากการออกกำลังกายของทหาร ฝรั่งเศสภายในค่าย จนถูกพัฒนามาเป็นกีฬาที่นิยมเล่นกันภายในประเทศเท่านั้น แต่จุดเริ่มต้นของความนิยมที่ทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่รู้จักและแพร่หลายออกไปเป็นวงกว้างมากขึ้น ได้แก่ การที่ เดวิด เบลเล่ ได้ผสมผสานกีฬา

Free running เข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของภาพยนตร์จากฝรั่งเศส เรื่อง B11 และด้วยรูปแบบการเคลื่อนไหวจากร่างกายมนุษย์ที่มีความสวยงามสร้างสรรค์และแปลกใหม่ อีกทั้งยังสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้ชมเป็นจำนวนมาก จึงทำให้รูปแบบกีฬาชนิดนี้ ได้รับความสนใจและถูกพัฒนาส่งต่อจนกลายมาเป็นที่นิยมอย่าง Free running ที่เห็นในปัจจุบันนั่นเอง

 

 

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้ต้นกำเนิดของกีฬาชนิดนี้จะมาจากประเทศฝรั่งเศส แต่ปัจจุบันสถิติผู้เล่นที่พบมากที่สุด เกิดขึ้นในประเทศอังกฤษ  โดยผู้ที่สร้างแรงขับเคลื่อนให้ผู้คนในประเทศอังกฤษหันมานิยมและให้ความสนใจกีฬาประเภทนี้ ได้แก่ Chase และ Cole Armitage ซอยสองพี่น้องตระกูล Armitage ได้มีการปล่อยคลิปวีดีโอการเล่นฟรีรันนิ่งของตนเองที่มีชื่อว่า Brothers Journey ลงสู่แพลตฟอร์มอินเตอร์เน็ต มันกลายเป็นไวรัลที่มียอดผู้ชมมากกว่า 10 ล้านคนเลยทีเดียว ด้วยทักษะความชำนาญที่สองพี่น้องคู่นี้ได้สร้างสรรค์และผสมผสานใส่ลงไปในคลิปวีดีโอจนสร้างความตื่นตาตื่นใจให้กับผู้เข้าชมนั่นเอง จึงกลายเป็นจุดเริ่มต้นของความนิยมและแพร่หลายที่เกิดขึ้นสำหรับ Free running ในประเทศอังกฤษ ซึ่งปัจจุบัน ถือเป็นกีฬาที่มีการจัดแข่งขันอย่างใหญ่โต และ ได้รับการสนับสนุนจากทุกภาคส่วนในประเทศ เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

 

รูปแบบพื้นฐานของ Free running

ถึงแม้จะมีการ create และประยุกต์สร้างสรรค์รูปแบบการเคลื่อนไหวต่างๆมากมาย   แต่แท้จริงแล้ว การเคลื่อนไหวของฟรีรันนิ่งนั้น มีรูปแบบมาจาก 5 ท่าพื้นฐาน ด้วยกัน

  1. Palm Flip ท่าที่ใช้เรียกสำหรับการตีลังกาไปทางด้านหลังโดยใช้มือเป็นตัวพยุงและยันพื้นไว้
  2. Wall Spin เป็นท่าที่ใช้สำหรับการตีลังกากลับหลังเช่นเดียวกันเพียงแต่ถ้านี้จะถูกเรียกเมื่อเป็นการเคลื่อนที่ ผ่านสิ่งกีดขวางจำพวกกำแพง
  3. Wall Run เป็นท่าที่ใช้เรียกสำหรับการวิ่งไต่กำแพงขึ้นไปเป็นแนวตั้ง
  4. Front Flip ท่านี้สามารถเรียกเป็นภาษาไทยได้ว่า ท่าตีลังกา
  5. Palm Spin ท่านี้ใครเรียกสำหรับการเคลื่อนที่เพื่อหมุนกลับตัว

 

 

Free running ในประเทศไทย

สำหรับประเทศไทยเองนั้นกีฬา Free running ก็ถือได้ว่ามีแนวโน้มความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งนี้สังเกตได้จาก ในปัจจุบันที่มีคลิปวีดีโอถูกปล่อยออกมาทางทางแพลตฟอร์มต่าง ๆ โดยเป็นฝีมือของนักกีฬา Free running ชาวไทย  ซึ่งทำให้วงการ Free running ของประเทศเราเป็นที่ยอมรับและแพร่ขยายชื่อเสียงออกไป ในระดับสากลมากขึ้น โดยตัวอย่างนักกีฬา Free running ที่มีชื่อเสียงของไทยนั้น ได้แก่ อดีตนักร้องชื่อดังอย่าง อนัน อันวา นั่นเอง

ทั้งหมดนี้ คือข้อมูลพื้นฐาน รวมถึงที่มา และประวัติของกีฬา Free running ที่เรานำมาฝากกัน อย่างไรก็ตามถึงแม้การเล่นกีฬาประเภทนี้ที่ปรากฏออกมาเป็นภาพตามสื่อต่าง ๆ นั้นจะดูสวยงามและไม่ซับซ้อน แต่ในกระบวนการเล่นที่แท้จริงแล้วมีรายละเอียดต่าง ๆ รวมถึงต้องอาศัยการฝึกซ้อมให้เกิดความชำนาญ และทักษะ เป็นอย่างมาก ทั้งนี้ หากคุณเป็นผู้เล่นมือใหม่ จำเป็นต้องฝึกซ้อม และศึกษาเพิ่มเติม รวมถึงขอคำแนะนำจากผู้เล่นที่มีประสบการณ์มาก่อน ก็จะช่วยให้ การเริ่มต้นเล่นกีฬา Free running  ของคุณนั้น เป็นไปได้ด้วยดีและมีปลอดภัย

 

 

ประวัติ ของกีฬา Free running


 

.

.

อุปกรณ์ต้องพร้อม 5 อย่างที่ต้องมีในการเล่นสกี

อุปกรณ์ต้องพร้อม 5 อย่างที่ต้องมีในการเล่นสกี

อุปกรณ์ต้องพร้อม 5 อย่างที่ต้องมีในการเล่นสกี

เชื่อว่าหลาย ๆ คนเมื่อเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศในช่วงของฤดูหนาวก็คงอยากจะลองหากิจกรรมที่มีเฉพาะในฤดูหนาวทำกันอย่างแน่นอน และหนึ่งในนั่นก็คือ การเล่นสกี นั่นเอง แต่ด้วยความที่การเล่นสกีนั้นเราจำเป็นจะต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมก่อนเล่น เพื่อเพิ่มความสนุกในการเล่นและป้องกันตัวเองไม่ให้รับบาดเจ็บอีกด้วย ดังนั้นในบทความนี้เราก็จะมาแนะนำอุปกรณ์ที่ต้องเตรียมให้พร้อมก่อนเล่นสกีมาบอกทุกคนกันด้วย จะมีอุปกรณ์อะไรบ้างที่เราต้องเตรียม… ตามมาดูไปพร้อม ๆ กันได้เลย

 

อุปกรณ์ต้องพร้อม 5 อย่างที่ต้องมีในการเล่นสกี

 

  1. ชุดสกีต้องใส่ให้ครบและถูกต้อง

               สำหรับการเลือกสวมใส่ชุดสกีที่มีเนื้อผ้าระบายอากาศได้ดี พร้อมทั้งเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกายและกันน้ำได้ จะช่วยทำให้เวลาที่เราเล่นสกีนั้นเหงื่อที่ออกมาเยอะนั้นจะระบายออกมาได้ดี แถมยังช่วยทำให้เราไม่รู้สึกอึดอัดและรู้สึกหนาวอีกด้วย

  1. ถุงมือก็ไม่ควรลืมสวมใส่

               เนื่องจากการเล่นสกีนั้นเราต้องใช้มือทั้งสองข้างจับไม้ค้ำเอาไว้ พร้อมทั้งยังมีอากาศที่หนาวเย็น จึงจำเป็นอย่างมากที่เราต้องใส่ถุงมือช่วยกันกนาว และช่วยทำให้เราจับไม้ค้ำได้สะดวกมากขึ้น ไม่ต้องกลัวมือลื่นและจะทำไม้หล่นเลย นอกจากนี้เราควรเลือกสวมใส่ถึงมือที่สามารถกันน้ำได้และระบายอากาศได้ดีด้วย เพื่อให้เหงื่อที่ออกมาระบายอากาศได้ดี

 

 

  1. ไม้ค้ำ หรือไม้โพล ช่วยป้องกันเวลาเล่นสกี

ไม้ค้ำ หรือไม้โพล เป็นไม้ที่แข็งแรง แต่มีน้ำหนักเบา ช่วยทำให้เวลาที่เราเล่นสกีนั้นไม่ล้มง่าย และยังช่วยเราป้องกันอันตรายจากการเล่นสกีในพื้นที่ทางลาดได้เป็นอย่างดี สำหรับวิธีการเลือกไม้ค้ำนั้น เราควรเลือกไม้ค้ำที่เหมาะสมไม่ยาวหรือสั้นจนเกินไปโดยใช้แขนในการวัดความพอดี

  1. รองเท้าสกี ช่วยทำให้เราเล่นสกีได้ปลอดภัยมากขึ้น

               รองเท้าสกี เราควรเลือกสวมใส่ให้พอดีกับเท้าของตนเอง ไม่หลวมหรือคับจนเกินไป โดยรองเท้าสกีที่ใส่จะต้องให้ความอบอุ่นกับเท้า สามารถกันน้ำได้ และมีตัวล็อคกับสกีเพื่อความปลอดภัยในการเล่นนั่นเอง

 

 

  1. สกี อุปกรณ์เล่นสกีที่ขาดไม่ได้เลย

               ปิดท้ายด้วย สกี อุปกรณ์สำคัญที่จะขาดไม่ได้เลย โดยผู้เล่นมือใหม่ควรเลือกใช้สกีที่มีความยาวที่สั้นกว่าความสูงของตนเองประมาณ 10-30 เซนติเมตร เพื่อให้เบรกง่ายและมีความเร็วต่ำทำให้ควบคุมการเล่นได้ง่ายมากขึ้น แต่สำหรับนักเล่นสกีมืออาชีพเราอาจจะเปลี่ยนมาใช้สกีที่มีความยาวกว่าความสูงของตนเองประมาณ 20 เซนติเมตร ซึ่งจะบังคับและมีความเร็วมากขึ้น ถือเป็นความท้าทายที่เหล่านักสกีมืออาชีพต้องผ่านกันมาแล้วอย่างแน่นอน

 

 

 

อุปกรณ์ต้องพร้อม 5 อย่างที่ต้องมีในการเล่นสกี


 

 

.

แนะนำ วิธีการ ใส่อุปกรณ์สกีให้ถูกต้อง

แนะนำ วิธีการ ใส่อุปกรณ์สกีให้ถูกต้อง

แนะนำ วิธีการ ใส่อุปกรณ์สกีให้ถูกต้อง

 

แนะนำ วิธีการ ใส่อุปกรณ์สกีให้ถูกต้อง

 

ก่อนที่เราจะไปตะลุยเล่นสกีในดินแดนหิมะกันนั้น สิ่งหนึ่งที่เราจะมองข้ามกันไม่ได้เลยก็คือ วิธีการใส่อุปกรณ์เล่นสกีให้ถูกต้อง เพื่อช่วยป้องกันไม่ให้เกิดอาการบาดเจ็บขณะเล่นนั่นเอง และที่สำคัญยังช่วยทำให้ร่างกายของเราไม่ป่วยง่ายจากการที่อยู่ในอากาศหนาว ๆ อีกด้วย และในบทความนี้เราก็มีวิธีการใส่รองเท้าสกีและวิธีการใส่ถุงมือที่ถูกต้องมาบอกด้วย พร้อมทั้งยังมีวิธีการเล่นฉบับเบื้องต้นสำหรับมือใหม่มาแนะนำด้วย ถ้าพร้อมแล้วไปลุยกันได้เลย

 

 

  1. วิธีการใส่รองเท้าสกีที่ถูกต้อง

มาเริ่มกันที่วิธีการใส่รองเท้าให้ถูกต้องและปลอดภัย โดยเริ่มจากการเปิดล็อกและดึงบังเกอร์ด้านหน้ารองเท้าออก จากนั้นให้เราลองใส่รองเท้า พร้อมลองเดินและนั่งดูว่ารู้สึกเจ็บหรือขยับได้สะดวกหรือไม่ โดยเราสามารถเปลี่ยนได้ถ้ารู้สึกใส่แล้วไม่พอดี หรือคับจนเกินไป จากนั้นเมื่อเราใส่รองเท้าเรียบร้อยแล้ว ให้ลองวางเท้าบนแผ่นสกีและกระแทกส้นเท้าลงไปบริเวณด้านหลัง เพื่อทำการล็อกเท้าให้เข้ากับรองเท้าสกีนั่นเอง (ถ้าเราต้องการถอดแผ่นสกีออกให้เราใช้ไม้ค้ำกดที่ด้านหลังและให้ยกเท้าออกมา)

  1. วิธีการใส่ถุงมือ และจับไม้ค้ำให้เหมาะสม

เมื่อเราสวมถึงมือที่มีความหนาและดูดซับเหงื่อได้เป็นอย่างดีแล้ว ให้เราใช้มือทั้งสองข้างลองจับไม้ค้ำดูว่าจับถนัดหรือไม่ ถ้าหากรู้สึกว่าลื่นหรือไม่ถนัดให้เราลองเปลี่ยนถุงมือใหม่ หลังจากนั้นให้เราลองจับอีกครั้งและลองขยับเท้าเลื่อนลงมาเล็กน้อย เพื่อทดสอบว่าถุงมือลื่นไหมและเราจับไม้ค้ำได้ถูกต้องหรือเปล่า ถ้าพร้อมแล้วก็ไปลงสนามจริงกันได้เลย

 

 

วิธีการเล่นสกีฉบับเบื้องต้นสำหรับมือใหม่

  1. เริ่มจากการบริหารร่างกาย ยืดเส้นยืดสายกันก่อน เพื่อป้องกันกล้ามเนื้ออักเสบหรือฉีกขาดขณะเล่นสกีได้
  2. ถ้าหาเราเล่นสกีแล้วล้มให้ใช้ก้นลงแทนการใช้มือ เพื่อป้องกันไม่ให้ชนกับไม้ค้ำ ถ้าหากเราล้มแบบไถลไปข้างหน้าให้เอียงตัวและใช้วางไม้ค้ำเฉียงไปด้านหน้า แต่เท้าให้คงรูปตัววีไว้ เมื่อเราจะลุกขึ้นให้กางแขนออกและจัดท่าทางก่อนลุกโดยใช้ไม้ค้ำช่วยในการพยุงตัว ซึ่งจะทำให้เราพยุงตัวได้ง่ายขึ้น
  3. วิธีการเล่นสกีขึ้นเนินสำหรับมือใหม่ คือการเดินขึ้นไป โดยการเดินไขว้ขาสลับกันไปเรื่อย ๆ ทีละข้าง ให้วางแผ่นสกีเป็นแนวนอน
  4. การหยุกสกีนั้น เราสามารถทำได้ด้วยการทำให้ปลายเท้าด้านหน้าชิดเข้าหากันและให้ส้นเท้าแยกออกไปเป็นรูปสามเหลี่ยม (แต่ทั้งนี้ห้ามให้ไม้ค้ำทับกัน เพราะถ้าหากเท้าด้านหลังเป็นรูปสามเหลี่ยมแคบจะยิ่งเร็วและเป็นอันตรายได้)

 

 

แนะนำ วิธีการ ใส่อุปกรณ์สกีให้ถูกต้อง


 

 

.

4 สกี รีสอร์ทในเกาหลีใต้ ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

4 สกี รีสอร์ทในเกาหลีใต้ ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

4 สกี รีสอร์ทในเกาหลีใต้ ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

 

4 สกี รีสอร์ทในเกาหลีใต้ ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ

 

อันยอง! อันยอง! สำหรับใครที่ชอบเดินทางไปท่องเที่ยวในเกาหลีใต้ในช่วงหน้าหนาวนั้น หนึ่งในกิจกรรมที่เราจะพลาดกันไม่ได้เลยก็คือ การไปท่องเที่ยวสกีรีสอร์ทสถานที่สำหรับเล่นสกี นั่นเอง ดังนั้นในบทความนี้เราก็มี 4 สกีรีสอร์ทในเกาหลีใต้ที่เหล่านักท่องเที่ยวและคนในเกาหลีใต้นิยมไปเล่นสกีกันในช่วงหน้าหนาวมาบอกกันด้วย ซึ่งต้องขอบอกเลยว่าในแต่ละสถานที่ที่เราจะบอกกันในบทความนี้ล้วนเป็นสถานที่เล่นสกีที่มีความสวยงามและน่าไปพักผ่อนมาก จะมีที่ไหนกันบ้างนั้น อย่ารอช้า! ตามมาดูกันได้เลย

 

 

  1. Phoenix Park Ski Resort

               Phoenix Park Ski Resort รีสอร์ทระดับ 5 ดาวที่เหล่านักท่องเที่ยวจากทั่วโลกนิยมเดินทางไปพักมาที่สุดแห่งหนึ่งในเกาหลีใต้เลย เพราะมีเนินเขาสกีและสนามกอล์ฟให้เราได้เลือกกันไม่มีเบื่อเลย พร้อมทั้งที่นี่ยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครัน ไม่ว่าจะเป็น ร้านยืมอุปกรณ์สกี ร้านกาแฟ ร้านอาหาร ที่พัก สตูดิโอถ่ายภาพ ธนาคาร ห้องพยาบาล และร้านขายของที่ระลึก เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผู้เชี่ยวชาญด้านสกีมาสอนเด็ก ๆ ในการเล่นสกีอีกด้วย

      2. Yongpyong Ski Resort

Yongpyong Ski Resort เป็นสกีรีสอร์ทที่มีเนินเขา Rainbow ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นลานเล่นสกีที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก พร้อมทั้งยังมีสระว่ายน้ำและสนามกอล์ฟ นอกจากนี้ที่นี่ยังขึ้นชื่อว่าเป็นสกีรีสอร์ทที่มีความสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันและทันสมัยมาก ๆ อีกด้วย

 

 

  1. Star Hill Resort

Star Hill Resort ตั้งอยู่บนเนินเขา Cheonmasan ที่มีความสวยงามและโอบล้อมไปด้วยธรรมชาติ ดั้งนั้นสกีรีสอร์ทแห่งนี้จึงถือได้ว่าเป็นสถานที่พักผ่อนและชมความสวยงามที่สวยมากที่สุดแห่งในเกาหลีใต้ด้วย ภายในสกีรีสอร์ทแห่งนี้ยังมีร้านยืมอุปกรณ์สกี ร้านกาแฟ และคาเฟ่ ที่จะช่วยทำให้เรารู้สึกคลายเครียดและหายจากการอาการเหนื่อยล้าจากการเล่นสกีได้

  1. Vivaldi Park Ski World

Vivaldi Park Ski World สกีรีสอร์ทที่ตั้งอยู่ห่างจากโซลไม่ไกลมากนัก โดยใช้เวลาในการเดินทางประมาณ 1 ชั่วโมงเท่านั้น และที่นี่ยังเปิดให้เราเข้าไปเล่นสกีกันได้ทั้งในช่วงเวลากลางวันและกลางคืน โดยในเวลากลางคืนที่นี่ก็จะประดับไปด้วยไฟที่ดูแล้วสวยงามและน่าหลงใหลมาก ๆ ดังนั้นใครที่อยากจะมาลองเล่นสกีในยามค่ำคืนก็ไม่ควรพลาดสกีรีสอร์ทแห่งนี้เลย ที่สำคัญสกีรีสอร์ทยังมีกิจกรรมอื่น ๆ ให้เราได้ทำกันด้วย เช่น ลานโบว์ลิ่ง สระว่ายน้ำ สนามเทนนิส สนามแบดมินตัน และสนามบาสเกตบอล เป็นต้น

 

 

4 สกี รีสอร์ทในเกาหลีใต้ ที่ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ


 

 

.

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

เมื่อพูดถึงกีฬาที่เกี่ยวข้องกับล้อแล้วหลาย ๆ คนคงจะนึกถึงจักรยานกันใช่ไหมครับ แต่ยังมีอุปกรณ์กีฬาอีกหนึ่งชนิดที่เกี่ยวข้องกับความเร็วและท้าทายกับผู้เล่นไม่แพ้ไปกว่าจักรยานเลยนั่นก็คือ ครุยเซอร์บอร์ดนั่นเอง

 

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

 

  • ครุยเซอร์บอร์ดนั้นจัดเป็นสเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภทด้วยกันโดยถูกออกแบบมาทำให้มีขนาดที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่เทอะทะเหมือนกับตัวสเกตบอร์ดที่มีขนาดที่ยาวกว่า ด้วยขนาดที่ยาวกว่านี้เองของตัวสเกตบอร์ดจึงทำให้มีน้ำหนักที่หนัก อีกทั้งขนาดของล้อของตัวครุยเซอร์บอร์ดนี้ได้ถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กว่า ในส่วนของความแข็งของล้อนั้นมีความนิ่มกว่าตัวล้อของสเกตบอร์ดปกติ ทำให้สามารถเล่นได้ในพื้นที่ที่หลากหลายยิ่งขึ้นกว่า แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อเสียสำหรับผู้คนที่ต้องการท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการเล่นท่าทางประกอบในขณะเล่นเจ้าครุยเซอร์บอร์ดตัวนี้ เพราะอย่างที่ได้ทราบกันมาแล้วว่าขนาดความยาวของครุยเซอร์บอร์ดนั้นสั้นกว่าตัวของสเกตบอร์ด ทำให้เวลาที่ผู้เล่นได้ทำการเล่นท่านั้นจึงทำได้ยากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ในการเล่นหรือทรงตัวอยู่บนครุยเซอร์บอร์ดนั้นน้อยกว่าพื้นที่จากตัวสเกตบอร์ดนั่นเอง

 

 

  • ในปัจจุบันนั้นครุยเซอร์บอร์ดมีวางจำหน่ายในร้านค้าออกไลน์เป็นจำนวนมากมายหลากหลายร้านค้า นอกจากร้านค้าที่มากมายแล้ว ตัวครุยเซอร์บอร์ดนี้ก็ยังมีสีสันที่มีให้เราลังเลใจอยู่อย่างเยอะกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ในเรื่องของตัววัสดุที่ใช้ทำครุยเซอร์บอร์ดนั้นในตอนแรกประเทศจีนได้มีการผลิตเจ้าครุยเซอร์บอร์ดที่ทำมาจากไม้ในส่วนของฐานที่ใช้รองรับเท้าและน้ำหนักของผู้เล่นครุยเซอร์บอร์ด อีกทั้งในส่วนของล้อของครุยเซอร์บอร์ดนั้นจะทำมาจากวัสดุที่มีน้ำหนักที่เบาและแข็งแรงสามารถทนทานต่อการกระแทกจากพื้นผิวที่ขรุขระ โดยส่วนใหญ่แล้วมักผลิตมาจากวัสดุประเภทไทเทเนียมหรือทำมาจากอลูมิเนียม ซึ่งวัสดุสองประเภทนี้สามารถทนรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีประกอบกับการออกแบตัวของล้อที่มีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่นั้นจะช่วยให้รอบหรือคาบของการหมุนของล้อนั้นที่ใช้แรงเท่ากันสามารถเคลื่อนที่ไปได้ไกลกว่าล้อของสเกตบอร์ดที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่านั่นเอง

 

 

ครุยเซอร์บอร์ดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์กีฬาที่สามารถช่วยอำนวยความสะอวด ความสบายในการเดินทางโดยเฉพาะในสังคมยุคนี้ที่มีเวลาเข้ามาเป็นตัวที่ทำให้เราต้องมีความ Active อยู่เสมอ

 

 

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท


 

.

.

กีฬาผาดโผน BMX STREET

กีฬาผาดโผน BMX STREET

กีฬาผาดโผน BMX STREET

จักรยาน BMX อุปกรณ์สร้างเสริมศิลปะการเกรียนได้ถึงกึ๋นในกลุ่มวัยรุ่น กีฬาที่ทำให้พวกเขาได้ออกแบบท่าทางอันผาดโผนลงบนท้องถนนแบบปิด หรือสวนสาธารณะต่างๆ สะกดตาคนผ่านไปผ่านมาจนต้องนั่งชมการแสดงของพวกเขาไปตามๆกัน เพราะเป็นกีฬาที่ใช้ความสามารถเฉพาะตัวมาก เช่นเดียวกับ ก๊วนสเก็ตบอร์ด การฝึกฝนสำคัญมากทุกเย็นเขาจะเข้าทีมของเขาพวกพบปะพูดคุย ฝึกซ้อม และร่วมเล่นไปด้วยกัน ท่ารูดราวบันได (grind) และอุปกรณ์หลักต่างๆที่มีอยู่ตามสถานที่

 

กีฬาผาดโผน BMX STREET

 

โดยไม่ต้องเสียเวลาสร้างขึ้นมาเอง นอกจากนี้ยังมีลีลาอื่นที่นิยมเล่นกันอีก  ยกล้อหน้าและหลัง หมุนแฮนด์ แต่อาจจะต้องระวังความเสียหายของอุปกรณ์ต่างๆ สักนิด เพราะอาจเดือดร้อนได้ ท่าที่นิยมกันเรียกว่า bunny hop หรือ ท่ากระโดด เราเรียกการขี่แบบนี้ว่า BMX STREET เป็นหนึ่งในหลายๆประเภทการขับขี่หลากสไตล์ที่คล้ายๆกันก็จะเป็น BMX PARK แต่ประเภทนี้จะสร้างขึ้นเองโดยใช้พื้นที่เฉพาะสำหรับการแข่งขันการผาดโผน ซึ่งรูปแบบสนามจะเป็นรูปแบบเดียวกับ SKATE PARK ตัวอย่างในภาพด้านล่างที่ผู้เขียนนำมาประกอบ กีฬา BMX STREET นิยมมากที่สุดในวันรุ่นไทย และท่านๆที่ชอบในการขี่ จักรยาน BMX ก็อดที่จะเป็นหนุมานคลุกฝุ่นไม่ได้เมื่อได้ขึ้นควบ แต่ถ้าจะให้ดีมากขึ้นไปอีก ควรจะมีอุปกรณ์ safety กัน ตา มือ หัว ศอก เข่า และที่สำคัญคือหมั่นฝึกฝนให้ชำนาญ ปลอดภัยไว้ก่อนนะครับ สนุกก็จริงแต่ถ้าพลาดก็งานเข้านะครับ

 

 

สิ่งที่แตกต่างกันแบบที่ต้องให้ความสนใจก็คือ ลักษณะเฉพาะของจักรยาน BMX ในประเภทการเล่นนั้นๆ เพราะ จักรยานแบบ STREET ไม่ได้ใช้เล่นท่ายากบนพื้นราบ ช่วงตัวถังของมันจากล้อหน้าถึงล้อหลัง จึงจะยาวกว่า เบาะจะต่ำมากเพื่อลดแรงกระแทก บันไดอลูมิเนียมเพื่อความทนทาน ส่วนมากจะใช้ขอบล้อ 3 ชั้นสามารถรับแรงกระแทกได้ดี ขนาดยาง 1.85 ขึ้นไป แท่งเหยียบคล้ายๆที่เราให้คนนั่งซ้อนท้ายเหยียบ เพื่อใช้เหยียบ ยืน เมื่อเล่นท่าหน้า และรูดราวบันได ประกอบไว้ทั้งล้อหน้าและล้อหลัง อย่าเข้าใจผิดนะครับว่า จักรยานที่เราขี่ไปซื้อขนมในซอยบ้าน จะนำมาเล่นได้ เพราะมันเปราะบางและอันตรายมาก

 

 

กีฬาสำหรับคนชอบความท้าทาย  และสกีล คือ ความเท่ห์ เก่งกาจ อวดสาว อวดเพื่อน อยากทดลองกับคู่แข่งที่เก่งกว่า หากอุปกรณ์คุณพร้อม แต่ใจคุณยังเล็กอยู่ ก็ไม่สามารถถึงฝั่งฝันได้นะครับ แถมยังเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายมาก ขยันฝึกซ้อมจากพื้นฐานค่อยเป็นค่อยไป กับจิตใจที่ไม่ท้อถอย เชื่อว่าคุณจะยืนหนึ่งในวงการแน่นอนครับ

 

 

กีฬาผาดโผน BMX STREET


 

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

การเล่นสเก็ตบอร์ด เป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าสนใจและได้รับความนิยมมากขึ้นในช่วงหลังมานี้ ซึ่งในกรุงเทพฯ เอง   ก็มีลานเล่นสเก็ตบอร์ดหลายแห่งที่น่าสนใจ ซึ่งจะมาแนะนำ 3 แห่งที่น่าไปลองเล่นกัน ดังนี้

 

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ

 

1.  สวนรถไฟ จตุจักร ขึ้นชื่อว่าสวนรถไฟแล้วก็เป็นสวนสาธารณที่คุ้นเคยกันดี นอกจากจะมีกิจกรรม      ที่สามารถทำได้หลากหลายเช่น ปั่นจักรยาน ถ่ายรูป ชมนก ชมไม้ ชมผีเสื้อ นั่งสมาธิ อ่านหนังสือ ฯลฯ ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมที่สามารถทำได้ที่สวนรถไฟ นั่นก็คือ เล่นสเก็ตบอร์ด ก็เป็นสถานที่อีกแห่งที่ได้รับความนิยม โดยแนะนำให้จอดรถในโซนสวนจตุจักรหรือว่าริมถนนในช่วงเช้า ๆ หรือ เย็น ๆ ซึ่งการใช้บริการของลานสเก็ตบอร์ดของที่นี่ต้องสมัครสมาชิกรายปี ราคา 60 บาท ค่าเคลือบบัตร 10 บาท รวมเป็น 70 บาท ที่ศูนย์กีฬาวชิรเบญทัศน์ ซึ่งทางเข้าไปเล่นสเก็ตบอร์ดก็จะมีป้ายบอกบริเวณพื้นที่เล่นอย่างชัดเจน จะมีจุดสำหรับการลงทะเบียนก่อนเข้าไปเล่น     โดยบริเวณพื้นที่เล่นจะเป็นลานกว้างและยาว พื้นจะคล้ายกับพื้นถนนซึ่งไม่ลื่นมาก เหมาะกับมือใหม่ สามารถเล่นได้ทุกวัน ตั้งแต่เวลา 06.00 – 20.30 น. ถ้าช่วงเช้าและเย็นของวันปกติคนจะไม่มาก แต่ถ้าเป็นวันหยุดเสาร์ อาทิตย์ ก็จะมีคนมาเล่นมากหน่อย

 

 

  1. ใต้สะพานพระราม8 พื้นที่เล่นจะเป็นบริเวณใต้สะพานพระราม8 ด้านฝั่งธน จะเป็นพื้นที่ลานโล่ง ลานอเนกประสงค์ ซึ่งใช้งานได้หลากหลายกีฬา เช่น วิ่ง จูงสุนัข เตะบอล วอลเล่ย์บอล แอโรบิค รวมทั้งใช้เป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ด ซึ่งจะเป็นพื้นหินกระเบื้องแกรนิต และอีกโซนจะเป็นพื้นซีเมนต์ผสมกรวด ก็สามารถใช้เป็นลานเล่นสเก็ตบอร์ดได้เป็นอย่างดี บรรยากาศริมน้ำสบายๆ ซึ่งอยู่ติดกับสวนสาธารณะพระราม8 ที่ใช้ทำกิจกรรมกันอย่างหลากหลายทั้งออกกำลังกาย และพักผ่อน อ่านหนังสือ ฯลฯ อีกด้วย

 

     3. สนามหลวง ถือว่าเป็นสวนสาธารณะอีกแห่งที่ผู้คนนิยมมาออกกำลังกันด้วยกีฬาหลากหลาย เช่น เดินเล่น วิ่ง เล่นโรลเลอร์เบรด เป็นต้น รวมทั้งนิยมมาเล่นสเก็ตบอร์ดกันด้วย ซึ่งเพื่อความสะดวกสามารถเข้าสนามหลวงฝั่งหอประชุมใหญ่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โดยจะมีพื้นที่ลานโล่งตรงกลางที่ใช้ในการเล่นสเก็ตบอร์ดกันและมีลานทางฝั่งทิศใต้ก็ใช้เล่นสเก็ตบอร์ดได้ ลักษณะพื้นบริเวณตรงกลางจะเป็นพื้นซีเมนต์เรียบ ๆ สามารถเล่นได้สะดวก แต่ก็มีบางช่วงที่พื้นขรุขระบ้าง ซึ่งมือใหม่ควรเข้าไปเล่นในบริเวณลาน เพราะพื้นจะมีความเรียบและปลอดภัยมากกว่า โดยสามารถเล่นได้ในช่วง 18.00 – 21.00 ของทุกวัน โดยจะมีวิวของวัดที่สวยงามให้ดูด้วย

 

 

3 แหล่งลานสเก็ตบอร์ดในกรุงเทพ


 

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

สำหรับการขี่จักรยานประเภทวิบาก (BMX) เป็นหนึ่งในกีฬา Extreme ที่เคลื่อนไหวอย่างฟรีสไตล์ โดยใช้สภาพแวดล้อมตามท้องถนนในการเล่น ไม่ว่าจะเป็น บันได กำแพง และราวจับ ฯลฯ ก็สามารถใช้เป็นพื้นที่ในการขี่จักรยาน BMX ได้ ส่วนท่าทางและรูปแบบการขี่จักรยานนั้นจะขึ้นอยู่กับตัวผู้ขี่ในการออกแบบท่าทางได้ตามที่ตนเองต้องการ ซึ่งจักรยาน BMX จะถูกออกแบบมาให้ช่วงรถยาวกว่าจักรยานปกติ เพื่อใช้ในการขี่ กระโดด ยกล้อ และการไถลบนราวได้ง่ายมากยิ่งขึ้นนั่นเอง และในบทความนี้เราจะพาทุกคนมาดูกันค่ะว่าในไทย มีสถานที่ไหนบ้างที่เปิดให้เราสามารถเข้าไปขี่จักรยาน BMX กันได้บ้าง

 

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง

 

  1. สนามปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต

มาเริ่มกันที่แรกก็คือ สนามปั่นจักรยานเจริญสุขมงคลจิต ที่ตั้งอยู่บริเวณสนามบินสุวรรณภูมิ โดยที่นี่เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เหล่านักปั่นจักรยานนิยมมาทดลองความเร็วและความกล้ากัน เพราะที่นี่มีเลนปั่นจักรยานให้เราได้ปั่นกันยาวกว่า 600 เมตร ทั้งแบบทางเรียบและทางที่เป็นเนิน ที่เปิดให้เราได้เข้าไปฝึกการขี่จักรยาน BMX กันได้สะดวกสุด ๆ ไปเลย พร้อมกับอุปกรณ์อำนวยความสะดวกครบครัน ไม่ว่าจะเป็นลานจอดรถ ห้องน้ำ ร้านเช่าจักรยาน และอุปกรณ์ต่าง ๆ

  1. ศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ สนามปั่นจักรยานวิบาก BMX

ศูนย์กีฬาวารีภิรมย์ สนามปั่นจักรยานวิบาก BMX เป็นอีกหนึ่งสนามกีฬา Extreme ที่ตั้งอยู่ในกรุงเทพฯ เดินทางสะดวกและที่สำคัญเข้าฟรี! ด้วยนะคะ โดยสนามปั่นจักรยานแห่งนี้มีพื้นที่ลาดเอียงที่สูงกว่า 3 เมตร ให้เหล่านักขี่จักรยานวิบากได้เข้ามาทดสอบความกล้าของตนเอง และยังได้แบ่งพื้นที่สำหรับเด็กที่ต้องการฝึกขี่จักรยานวิบากเอาไว้ด้านล่าง เพื่อความปลอดภัยในการฝึกอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเลนปั่นจักรยานทางเรียบให้เราได้ปั่นชมวิวสวย ๆ ของสวนวารีภิรมย์ได้อีกด้วย

 

 

  1. สนามปั่นจักรยาน Peppermint Bike Park

มาถึงสนามปั่นจักรยาน Peppermint Bike Park ที่ตั้งอยู่แถวบางกะปิ โดยที่นี่เปิดให้เหล่านักปั่นจักรยานทั้งรุ่นเล็กและรุ่นใหญ่ได้เข้ามาท้าทายความกล้าในการขี่จักรยานวิบากกัน ซึ่งพื้นที่ถูกออกแบบให้มีเนินสลับกับทางเรียบ และมีความลาดชันพอสมควร ดังนั้นใครที่มาฝึกที่นี่รับรองไม่ผิดหวังแน่นอนเพราะเราจะได้ฝึกทั้งทักษะร่างกายและสมองในการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในขณะขี่นั่นเองว่าเราจะขี่ให้ผ่านตรงนี้ไปได้อย่างไร

  1. สนาม Pumptrack Slideaway @ปทุมธานี

Pumptrack Slideaway จังหวัดปทุมธานี เป็นสนามกีฬา Extreme ที่เรียกได้ว่ามีพื้นที่ในการปั่นจักรยานที่กว้างขวาง พร้อมทั้งแบ่งพื้นที่ในการปั่นได้อย่างลงตัว โดยได้มีการแบ่งออกเป็นเลนสำหรับการปั่นจักรยานทางเรียบ และในส่วนของการฝึกขี่จักรยานแบบวิบาก (BMX) โดยมีทั้งพื้นที่ลาดชัน ราวจับ และพื้นที่เป็นเนินให้เราได้ไปฝึกซ้อมกัน นอกจากนี้ยังมีพื้นที่สำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ดอีกด้วย

 

 

4 สนามฝึกขี่จักรยาน BMX สุดเจ๋ง


 

6 อุปกรณ์สำคัญในการปีนผา

6 อุปกรณ์สำคัญในการปีนผา

6 อุปกรณ์สำคัญในการปีนผา   ร่างกายพร้อม อุปกรณ์ก็ต้องพร้อม!

 

6 อุปกรณ์สำคัญในการปีนผา

 

สำหรับกีฬา Extreme ที่ได้รับความนิยมตลอดกาลในไทยคงหนีไม่พ้นการปีนหน้าผา ที่ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานขนาดไหนกีฬาประเภทนี้ก็ได้รับความนิยมเพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะนอกจากจะเป็นการออกกำลังกายไปในตัวแล้ว ยังเป็นการฝึกความท้าทายให้กับตัวเองอีกด้วย เนื่องจากการปีนผาในแต่ละสถานที่นั้นมีระดับความง่ายและยากแตกต่างกันออกไป ดังนั้นนอกจากเราจะต้องฟิตร่างกายให้พร้อมแล้ว ก็ต้องเตรียมอุปกรณ์ให้ครบและคอยตรวจสอบสภาพของอุปกรณ์อยู่เสมอ และนี่ก็คืออุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการปีนผาที่เราต้องรู้

  1. เชือกปีนเขา

การเล่นกีฬา Extreme อย่างการปีนผานั้น เชือกปีนเขาเป็นอุปกรณ์ที่เราจะขาดไม่ได้เลย เพราะนอกจากจะเป็นตัวช่วยยึดให้เราสามารถปีนผาได้ง่ายยิ่งขึ้นแล้ว ยังช่วยป้องกันแรงกระแทกได้อีกด้วย หากเราลื่นหรือตกลงมายังด้านล่าง โดยความยาวของเชือกปีนเขาที่เราควรเตรียมไว้ได้แก่ ความยาว 40, 50 และ 60 เมตรด้วยกัน

 

 

  1. รองเท้า

การปีนผาที่เป็นหินปูนและมีมุมหรือช่องเล็ก ๆ เยอะนั้น การเลือกใช้รองเท้าปีนผาโดยเฉพาะจะช่วยทำให้เราสามารถลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้ระหว่างปีนผา และยังเป็นการช่วยเซฟเท้าไม่ให้โดนหินบาดอีกด้วย

 

  1. ผงชอล์ค

               เรียกได้ว่าผงชอล์คเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับการเล่นกีฬา Extreme ประเภทปีนผาเลยทีเดียว เนื่องจากผงชอล์คจะช่วยลดความลื่นของมือขณะปีนผาได้ ซึ่งสำหรับใครที่เวลาปีนผาเหงื่อออกมือเยอะ ๆ ยิ่งจำเป็นจะต้องใช้ผงชอร์คช่วยเลยค่ะ (และที่สำคัญห้ามลืม! พกถุงใส่ชอล์คกันไปด้วยนะ)

  1. อาร์เนส

               สายรัดสะโพก หรือสายรัดนิรภัย อุปกรณ์การปีนผาที่สามารถปรับให้เข้ากับสรีระร่างกายของผู้ปีนแต่ละคนได้ เพื่อช่วยรับน้ำหนักของผู้ปีนขณะโรยตัวลงมานั่นเอง

 

 

  1. หมวกกันกระแทก

หมวกกันกระแทก เป็นอุปกรณ์ช่วยป้องกันอันตรายจากเศษหิน หรือสิ่งของต่าง ๆ ที่อาจจะตกลงมาได้ ขณะที่เรากำลังปีนผาหรือโรยตัวอยู่

  1. อุปกรณ์บีเลย์

อุปกรณ์บีเลย์ ใช้สำหรับการผ่อนเชือก และควบคุมความเร็วในการโรยตัวลงมาด้านล่าง

 

 

ประเภทของการปีนผาที่ควรรู้

ก่อนจะจบบทความนี้กันไป.. เราก็มีเรื่องน่ารู้ของประเภทการปีนผามาบอกกันด้วย สำหรับประเภทของการปีนผาสามารถแบ่งออกได้ดังนี้

 

  1. Bouldering

Bouldering เป็นการปีนผาระยะสั้นโดยไม่ใช้อานและเชือก ซึ่งจะมีความสูงของหน้าผาประมาณ 3-4 เมตรเท่านั้น

  1. Sport Climbing

               Sport Climbing เป็นการปีนผาที่มีความสูงประมาณ 8-15 เมตร โดยจะต้องมีการใช้อุปกรณ์ต่าง ๆ ในการปีนเพื่อความปลอดภัย ซึ่งสามารถแบ่งออกเป็น 2 แบบ คือ Top Rope การปีนผาสำหรับมือใหม่ที่จะใช้เชือกช่วยดึงไม่ให้ผู้ปีนตกลงมาด้านล่าง และแบบ Lead Climbing เป็นการปีนผาที่เหมาะสำหรับผู้ที่มีความชำนาญแล้ว โดยจะต้องใช้เชือกและอุปกรณ์ต่าง ๆ ช่วยในการปีนและโรยตัว

 

 

6 อุปกรณ์สำคัญในการปีนผา


 

4 สถานที่เล่นกีฬา Extreme ในกรุงเทพฯ

4 สถานที่เล่นกีฬา Extreme ในกรุงเทพฯ

4 สถานที่เล่นกีฬา Extreme ในกรุงเทพฯ         ( ที่จะทำให้เราได้เพิ่มศักยภาพให้กับตนเอง )

 

ทุ่มเทกับการทำงานมาเกือบตลอดทั้งปีกันแล้ว… หาวันหยุดไปพักผ่อนกันสักหน่อยดีกว่า หลาย ๆ คนอาจจะมีวิธีในการพักผ่อนที่แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็นการช้อปปิ้ง กินบุฟเฟต์ หรือนอนหลับพักผ่อนอยู่ที่บ้าน ซึ่งกิจกรรมเหล่านี้พอทำไปบ่อย ๆ หลาย ๆ คนอาจจะเบื่อกันได้ ดังนั้นในบทความนี้เราก็มีวิธีการพักผ่อนที่นอกจากช่วยทำให้เราคลายเครียดและสนุกได้แล้วนั้น ยังทำให้เรามีสุขภาพร่างกายที่แข็งแรงอีกด้วย นั่นก็คือ กีฬา Extreme ที่ปัจจุบันในไทยก็มีหลาย ๆ สถานที่เปิดให้บริการโดยเฉพาะในกรุงเทพฯ มีให้เราได้เลือกไปเล่นคลายเครียดกันหลายที่ด้วยกัน จะมีที่ไหนบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลย

 

4 สถานที่เล่นกีฬา Extreme ในกรุงเทพฯ

 

  1. ท้าทายร่างกายด้วยการปีนผาจำลอง

               มาเริ่มกันที่กีฬา Extreme ประเภทแรกที่เรียกได้ว่า เป็นที่นิยมในหมู่วัยรุ่นและคนวัยทำงานกันเลยทีเดียวสำหรับการปีนผาจำลอง และสถานที่ปีนหน้าผาจำลองใจกลางกรุงเทพฯ ที่เราจะแนะนำในบทความนี้ก็คือ Urban Playground Climbing สถานที่สำหรับคนชอบความท้าทายและหลงรักในการปีนผา เพราะที่นี่มีหน้าผาจำลองให้เราได้ท้าทายตัวเองบนพื้นที่กว่า 7,000 ตารางเมตรที่จะมีระดับความยากในแต่ละหน้าผาจำลองที่แตกต่างกันออกไป ดังนั้นใครจะมาท้าทายตัวเองกันที่นี่นอกจากจะต้องเตรียมอุปกรณ์ให้พร้อมแล้ว ก็ต้องฟิตร่างกายให้พร้อมมาด้วยนะคะ

  1. 2. ฝึกความแข็งแรงของขาด้วยการโต้คลื่น

อากาศร้อนแบบนี้.. สำหรับใครที่กำลังมองหากิจกรรมทางน้ำเล่นอยู่นั้น ขอบอกเลยว่าไม่ต้องไปไกลถึงต่างจังหวัด เพราะในกรุงเทพฯ ก็มีให้เราได้เล่นเหมือนกันนั่นก็คือ กิจกรรมโต้คลื่นสุดมันส์ @ Flow House Bangkok ที่ตั้งอยู่ใน A-Square ซอยสุขุมวิท 26 โดยที่นี่มีกิจกรรมทางน้ำอย่าง Flowboard ที่เป็นการผสมผสานระหว่างเซิร์ฟ สเก็ตบอร์ด และสโนว์บอร์ดเข้าไว้ด้วยกัน จึงเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬา Extreme สุดมันส์ที่เราไม่ควรพลาดกันเลยค่ะ

 

 

  1. VR Games

VR Games เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่จะทำให้เราสามารถสัมผัสกับโลกเสมือนจริงได้อย่างสนุก น่าตื่นเต้น เร้าใจ และผจญภัยไปกับด่านต่าง ๆ มากมาย ณ Zero Latency Bangkok ตั้งอยู่สยาม ซอย 6 สถานที่ที่รวมเอาคนวัยมันส์มาเจอกัน โดยที่นี่มีเกมให้เราได้เลือกเล่นกันถึง 6 แบบ ได้แก่ Undead arena, Engineerium, Zombie Survival, Singularity, Sol Raiders, และ Outbreak Origins

  1. สเก็ตบอร์ด กิจกรรมโลดโผนสุดมันส์

               ปิดท้ายด้วยกีฬา Extreme สุดมันส์อย่าง สเก็ตบอร์ด กีฬาโลดโผนที่กำลังได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในขณะนี้ และในกรุงเทพฯ ก็มีสถานที่สำหรับคนที่ชื่นชอบการเล่นสเก็ตบอร์ดเปิดให้เราได้เข้าไปเล่นกันด้วยนั่นก็คือ Thammasat X-treme Plaza ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ รังสิต ที่นอกจากจะมีพื้นที่สำหรับเอาไว้เล่นสเก็ตบอร์ดแล้ว ยังมีพื้นที่สำหรับเล่นโรลเลอร์เบลดและขี่จักรยานโลดโผน BMX ให้เราได้เข้าไปฝึกและโชว์ของกันอีกด้วย

 

 

 

4 สถานที่เล่นกีฬา Extreme ในกรุงเทพฯ


 

.

.