ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

 

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

 

ในสังคมปัจจุบันนั้นกีฬาที่กำลังยอดฮิตและยอดนิยมมีอยู่หลากหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นและฝึกประสบการณ์ที่แปลกใหม่ จากนี้ยังสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดอายุอีกด้วย นั้น ก็คือ กีฬาสเก็ตบอร์ด ที่ทุกท่านเห็นทั่วไปตามพื้นที่หรือ ลานสเก็ตบอร์ด ที่มีผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก พบเห็นได้ตามสถานที่สาธารณะที่จัดวางไว้เพื่อการเล่นกีฬานี้โดยเฉพาะ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่เล่นสเก็ตบอร์ดยอดฮิตและยอดนิยมในเขตจังหวัดนนทบุรีมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบเพื่อที่จะเดินทางไปเล่นได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เป็นช่องทางเลือกในการฝึกซ้อมที่จะช่วยทำให้การเล่นของท่านมีประสิทธิภาพสูงสุดยิ่งกว่าเดิม ดูได้เลยว่ามีสถานที่ใดบ้าง

 

 

ลานเล่นกีฬาย่านจังหวัดนนทบุรี

สำหรับร้านเล่นสเก็ตบอร์ดในย่านจังหวัดนนทบุรีนั้นมีให้ทุกท่านได้เลือกเล่นมากมายหลากหลายแห่งโดยเราจะยกตัวอย่างหนึ่งแห่งที่กำลังเป็นที่นิยม และมีผู้คนกล่าวถึงมากที่สุดนั้นคงจะเป็นสถานที่อื่นไม่ได้นอกจาก วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่อำนวยความสะดวก และเปิดให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในกีฬาดังกล่าวเดินทางมาเล่นและฝึกซ้อมกันได้

 

เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง และไม่ได้สร้างผลกระทบกับผู้ใดทุกท่านสามารถเดินทางไปเล่นได้ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เริ่มตั้งแต่ 16:00 น เป็นต้นไป เหมาะสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมโดยจะมีนักกีฬาผู้เล่นตัวเล็กตั้งแต่เด็กจนถึงวัยรุ่นพากันเดินทางมาเล่นและเปิดสนามเล่น ได้อย่างสนุกสนานเพราะมีคนช่วยสอนและถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อโพสต์ลงสื่อโซเชียลให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเห็นศักยภาพของนักกีฬาสมัครเล่นของประเทศไทย นอกจากนี้ยังไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อเข้าไปเล่นในสถานที่ดังกล่าวเนื่องจากเป็นที่สาธารณะ และเปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยได้สามารถโชว์ศักยภาพของตนเองได้มากที่สุดหรือที่เรียกว่าเป็นลานประลองสำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด

 

 

จังหวัดนนทบุรีพื้นที่เล่นกีฬายอดนิยม

ถ้าหากจะพูดถึงจังหวัดนนทบุรีนั้นมีพื้นที่เล่นกีฬายอดนิยมหลากหลายพื้นที่แต่ที่เราได้นำเสนอไปเป็นพื้นที่หรือลานสเก็ตบอร์ด ที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาสามารถเดินทางเข้าไปเล่นและฝึกซ้อมได้ในช่วงเวลา 16.00 นาฬิกาเป็นต้นไปอยู่ในเขตพื้นที่สนามของวัดเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทุกท่านสามารถเดินทางเข้าไปแวะเวียนเที่ยวเล่นและถ่ายรูป ความสวยงามของวัดพร้อมทั้งได้ส่งการเล่นสเก็ตบอร์ดที่ตื่นตาตื่นใจให้ทุกท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ไม่มีมลพิษ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารคอยให้บริการทุกท่านอีกด้วย เป็นอย่างมากที่จะใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาประเภทดังกล่าว

 

 

 

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี


 

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

สำหรับมนุษย์นั้น อะไรที่ยิ่งยากก็เหมือนยิ่งท้าทาย อะไรที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ยิ่งอยากเอาชนะ และยิ่งในวงการกีฬาที่มีเนื้อหาสำคัญคือการเอาชนะด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีการพยายามทำลายสถิติของคู่แข่งกันอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับการแข่งขันจักรยานในรายการ Yak Attack นั้นแค่เข้าเส้นชัยโดยที่ไม่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็นับว่าชนะแล้วเพราะว่ากันว่าเป็นเส้นทางที่ท้าความตายเป็นอย่างมากก็จริงอยู่ว่าถึงแม้ในการแข่งขันรายการนี้จะยังไม่มีนักปั่นคนใดเสียชีวิตแต่ดูเส้นทางแล้วก็มีโอกาศสูงในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

การแข่งขันจักรยานรายการ Yak Attack นั้นมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 400 กิโลเมตร ต้องปั่นข้ามเทือกเขาหิมาลัย ที่มีความสูงถึง 12,000 เมตร ส่วนจุดสูงที่สุดของนักปั่นที่ไปถึงนั้นอยู่ที่ 5,000 จากระดับน้ำทะเล แถมยังมีอากาศที่หนาวเหน็บเย็นยะเยือกที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-30 องศาเซลเซียส แต่ก็มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งเพราะมีทีมกู้ภัยคอยบินสำรวจด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดการแข่งขัน

เนลคอตแทมนักปั่นจักรยานเสือภูเขาชาวอังกฤษที่เคยลงแข่งในรายการนี้มาแล้วและสามารถเข้าเส้นชัยมาแล้วหลายครั้งได้เล่าถึงการแข่งขันจักรยานรายการนี้ว่าร่างกายของนักปั่นนั้นจะต้องพร้อมที่สุดเพราะจะต้องเจอทุกสภาพอากาศที่แสนจะทรมานไม่ว่าจะเป็นอากาศที่หนาวสุดขั้วอากาศร้อนสุดขีด  และสภาพเส้นทางที่แสนจะโหดไม่ว่าจะเป็นการไต่ความสูงขึ้นเขาต้องเจอกับฝุ่นกินหินดินทรายบ่อโคลนแม่น้ำที่ขวางกันธารน้ำแข็งรวมไปถึงสัตว์ป่าหลายอย่างเช่นวัว

ความโหดต่างๆจึงทำให้การแข่งขันรายการนี้จึงถูกยกให้เป็นสนามเสือภูเขาที่ยากที่สุดในโลกเพราะไม่ได้วัดแค่ความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้นยังเป็นการพิสูจน์หัวจิตหัวใจไหวพริบประสบการณ์ของนักปั่นมืออาชีพที่ร่วมทำการแข่งขันที่ต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากเทือกเขาหิมาลัยให้ได้นั่นเอง

นักปั่นเสื้อภูเขาที่ร่วมการแข่งขัน Yak Attack จะได้รับบททดสอบอันหนักหน่วง จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหมือนรายการอื่น เพราะที่นั่นจะเป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ มีเพียงอาหารที่เพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละมื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นก็จะมีเพียงเส้นทางที่แสนโหดแต่ท้าทาย จักรยานของนักปั่น ความอ่อนล้าที่เกาะกินทุกส่วนของร่างกายที่ค่อย ๆเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในทุกวัน อาการป่วย และออกซิเจนที่เบาบางลงเมื่อปั่นไปยังที่สูงขึ้น ซึ่งหากใครผ่านการแข่งขันนี้ไปได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากแล้ว

 

# นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series ปล่อยประเภทการแข่งขันแล้ว

Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series ปล่อยประเภทการแข่งขันแล้ว

หลังจากมีการปล่อยโปสเตอร์การแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการแข่งขันเจ็ตสกีรายการระดับโลกอย่าง Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series 2020-2021 ซึ่งเป็น 2 in 1 Super tournaments ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-7 มีนาคม 2021 นี้ ล่าสุด เพิ่งมีการประกาศประเภทรายการแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการ โดยเปิดการแข่งขันสำหรับนักเจ็ตสกีทั่วโลกใน 5 ประเภทการแข่งขันที่ไม่จำเป็นต้องต้องได้รับการรับรองจาก National Affiliated Organization ในแต่ละประเทศสามารถส่งตัวแทนเข้ามาได้ไม่เกิน 4 คน แต่หากในกรณีที่จำนวนของผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าที่กำหนดทางผู้จัดงานจะทำการคัดเลือกอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสำหรับแชมป์จากรายการการแข่งขัน Jet Ski World Cup Series 2019 และ  Jet Ski World Cup 2019 ในแต่ละประเภทการแข่งขัน จะได้รับสิทธิพิเศษให้สามารถเข้าร่วมการแข่งขันรอบ “moto round” โดยอัตโนมัตินั่นเอง ยกเว้นการแข่งขันรายการ Pro Freestyle และ Pro-Am Endurance

Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series ปล่อยประเภทการแข่งขันแล้ว

สำหรับประเภทการแข่งขันทั้งหมดนั้นแบ่งเป็น 21 ประเภทการแข่งขัน ที่เพิ่งจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมานี่เองประกอบด้วย

– Pro Ski Grand Prix – Pro Sport GP

– Pro R/A 1100 Open- Pro R/A GP

– Pro Freestyle- Pro-Am Endurance Open

– Pro-Am Ski Stock – Pro-Am Ski Lites

– Pro-Am Women Ski- Pro-Am Sport GT 1R GP

– Pro-Am Runabout Limited- Pro-Am R/A Superstock

– Expert Veterans R/A Limited- Expert Ski Grand Prix

– Amateur R/A 1100 Stock- Novice Ski Stock

– Novice Runabout Stock- Novice R/A 1100 Stock

– Junior 13-15 Ski Stock

เรียกว่ายิ่งใหญ่สมฐานะสนามการแข่งขันระดับโลกจริง ๆ รับรองว่าสนุกและเต็มอิ่มจริง ๆ เลย สำหรับการแข่งขันในสนามนี้ โดยในรายการแข่ง Pro Ski Grand Prix , Pro Sport GP, Pro R/A 1100 Open, Pro R/A GP และ Pro Freestyle นี้เอง เป็น 5 รายการแข่งขันที่ทางผู้จัดงานเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศสามารถส่งตัวแทนได้สูงสุดถึง 4 คนต่อหนึ่งประเภทรายการแข่งขัน และจะใช้ระบบของ “World Cup” ในการตัดสินการแข่งขันแต่อย่างไรก็ตามนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันจำเป็นต้องมีใบอนุญาตการขับขี่เจ็ตสกีอย่างเป็นทางการในแต่ละประเภทการขับขี่นั้นๆทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั่นเอง

ในส่วนของเงินรางวัลนั้นก็ล่อตาล่อใจนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันมากเลยทีเดียวโดยแต่ละประเภทการแข่งขันนั้นก็จะให้เงินรางวัลที่แตกต่างกันออกไปในส่วนของ Jet Ski World Series มีทั้งหมด 6 รายการแข่งขัน เงินรางวัลสูงสุดที่ 30,000 USD หรือประมาณ 900,000 บาท ส่วน Jet Ski world Cup นั้น เงินรางวัลสูงสุกที่ 50,000 USD หรือประมาณ 1,500,000 บาท ซึ่งจะตกเป็นของแชมป์จากรายการการแข่งขันประเภท Pro Ski Grand Prix และ Pro R/A GP นั่นเอง และค่าสมัครเข้าร่วมการแข่งขันก็แตกต่างออกไปตามประเภทการแข่งขันเช่นเดียวกัน โดยราคาที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 195 USD คิดเป็นเงินไทยประมาณเกือบ ๆ 600 บาท และแพงที่สุดที่ 525 USD หรือประมาณ 16,000 บาทนั่นเอง และแชมป์ในทุกรายการการแข่งขันนั้นมีถ้วยรางวัลให้ด้วย และสำหรับรายการแข่งขันของ Jet Ski world Cup มีเหรียญรางวัลให้อีกด้วยซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่หมายปองของนักกีฬาเจ็ตสกีจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างมาก

สำหรับประเทศไทยเองก็ได้มีการคัดเลือกนักกีฬาและเตรียมพร้อมเป็นอย่างมากเพื่อจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้โดยได้แชมป์จากทุกประเภทรายการการแข่งขันแล้วเรียบร้อยพร้อมที่จะโชว์ฝีมือการขับเจ็ตสกีแสดงความสามารถของนักกีฬาไทยเจ็ตสกีไทยให้โลกได้เห็นแล้วซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าสนใจไม่น้อยและนักกีฬาไทยก็เคยคว้าแชมป์ในรายการแข่งขันสนามนี้มาแล้วในปีนี้แฟนๆเจ็ตสกีก็คงต้องร่วมลุ้นและร่วมเป็นกำลังใจให้นักเจ็ตสกีไทยอีกครั้ง

 

# ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

เชื่อว่าหลายต่อหลายคนที่เที่ยวบนบกจนเห็นกันแบบทะลุปรุโปร่งแล้วก็อยากจะที่ลองลงไปชื่นชมความสวยงามของโลกใต้น้ำกันดูบ้างใช่ไหมละคะ และแน่นอนว่าโลกใต้น้ำนั้นสวยงามและน่าอัศจรรย์ไม่แพ้กับบนบกเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ถ้าใครที่อยากจะเปิดประสบการณ์การดำน้ำเราก็มีเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับการดำน้ำมาฝากกันนะคะ ซึ่งบอกได้เลยว่าหากคุณได้ลองดำน้ำแล้วจะต้องตกหลุมรักโลกใต้น้ำอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

การดำน้ำ คือ การที่เราดำตัวลอยไปใต้ผิวน้ำเพื่อสำรวจโลกใต้น้ำนั่นเอง ซึ่งการดำน้ำก็ใช้ในหลากหลายช่องทาง เช่นเพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ทางการทหาร การประมง และปัจจุบันกิจกรรมการดำน้ำก็เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ใช้ในการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจในแบบที่เราไม่สามารถหาประสบการณ์ที่แสนวิเศษแบบนี้ได้อย่างบนบก จริงทำให้มีกลุ่นคนจำนวนมากที่หลงไหลในการน้ำดำ ซึ่งการดำน้ำเพื่อการชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลนั้นก็มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

ประเภทของการดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำเราจะมีการแบ่งแยกประเภทตามอุปกรณ์ที่ใช้ และเทคนิคในการดำน้ำ ซึ่งทั้ง 3 ประเภทที่เราจะมากล่าวถึงกันในวันนี้ก็มีทั้งความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันด้วย ส่วนจะมีแบบไหนบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

1. Snorkeling

การดำน้ำแบบ Snorkeling นี้จะเป็นการดำน้ำที่คุณจะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำในลักษณะที่คว่ำน้ำลงในน้ำ ซึ่งก็จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถหายใจได้ขณะที่คุณลอยตัวอยู่นั่นก็คือ Mask(หน้ากาก) Snorkel(ท่อหายใจ) ซึ่งคุณสามารถทำการหายใจทางปากผ่านท่อหายใจที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้เลย ซึ่งการดำน้ำประเภทนี้จะเหมาะกับการดำน้ำตื้นไม่เกิน 3 เมตร เพราะคุณสามารถมองเห็นพื้นเบื้องล่างมหาสมุทรได้อย่างชัดเจนจากผิวน้ำโดยที่ไม่ต้องดำลงไปด้านล่าง ซึ่งการดำน้ำแบบ Snorkeling นี้ถือว่าสามารถทำได้ง่ายมากๆ เรียกได้ว่าคุณไม่ต้องมีประสบการณ์การดำน้ำมาก่อนก็สามารถทำได้ หรือแม้กระทั่งคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถดำแบบ Snorkeling ได้เช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่าให้คุณสวมเสื้อชูชีพด้วยนะคะเพื่อความปลอดภัย

2. Freediving

การดำน้ำแบบ Freediving จะเป็นการดำน้ำที่ใช้อุปกรณ์คล้ายกับการดำแบบ Snorkeling เลย แต่ว่าจะไม่ได้ดำเฉพาะบนผิวน้ำเท่านั้น จะต้องดำลงไปใต้ผิวน้ำด้วย โดยการกลั้นหายใจแล้วมุดตัวลงไปใต้ซึ่งจะใช้เทคนิคที่มากกว่าการดำน้ำแบบ Snorkeling โดยการดำน้ำประเภทนี้คุณจะต้องผ่านการเรียนและการฝึกฝนจนชำนาญเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายได้ โดยการดำน้ำแบบ Freediving นี้คุณสามารถดำลงไปดูโลกได้น้ำได้ลึกถึง 30 เมตรเลยนะคะ หรือบางคนที่สามารถทำสถิติโลกได้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 72 เมตรหรือเกือบ 100 เมตรเลยทีเดียว แต่การที่คุณจะดำได้แบบนี้นั้นจะต้องมีการเรียนรู้และผ่านการฝึกอบรมด้วยนะคะ และบอกเลยว่าถ้าหากคุณสามารถ Freedive ได้ล่ะก็คุณจะว่ายน้ำได้อย่างปลาเลยทีเดียว

3. Scuba

สำหรับรูปแบบการดำน้ำแบบนี้จะเป็นการดำน้ำที่คุณสามารถดำลงไปใต้ผิวน้ำและสามารถหายใจผ่านท่อออกซิเจนได้เลย โดยที่ไม่ต้องคอยขึ้นมาหายใจด้านบนแบบการ Freediving โดยการดำน้ำแบบ Scuba นี้จะทำให้คุณสามารถเห็นโลกใต้ทะเลได้ลึกขึ้น ละเอียดขึ้น และสามารถอยู่ได้นานขึ้น โดยการดำน้ำ 1 Dive นั้นคุณจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานประมาณ 45-110 นาที เลยทีเดียว ซึ่งก็อยู่ที่ปริมาณออกซิเจนที่คงเหลือของคุณด้วย ส่วนความลึกที่คุณสามารถดำได้นั้นก็จะมีตั้งแต่ระดับ 20 เมตร 30 เมตร 40 เมตร หรืออาจจะลึกมากไปกว่านั้น และแน่นอนว่าการที่คุณจะดำน้ำแบบ Scuba  ได้คุณจะต้องมีการเรียนและฝึกอบรมหลักสูตรด้วยเช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยนะคะ

 

# 10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

สำหรับนักขี่จักรยานยนต์โมโตครอสหรือเอ็นดูโร่มือใหม่ที่กำลังเข้าวงการอาจจะยังไม่รู้ว่าการออกไปผจญภัยในป่าหรือเส้นทางกันดารว่าของที่ต้องมีหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นนอกเหนือจากรถคู่ใจแล้วควรจะมีอะไรบ้างเพื่อเป็นการช่วยเซฟและสร้างความปลอดภัยในการออกไปลุยและบางคนก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์ต่างๆที่ควรมีนั้นมีประโยชน์ยังไงวันนี้เราจึงมาบอกเกี่ยวกับอุปกรณ์พื้นฐาน 6 อย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมถ้าคิดจะเป็นนักบิดสายลุย

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

1.หมวกกันน็อค ( Helmet)

เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอันดับ 2 รองมาจักรยานยนต์วิบากที่ต้องมี (ฮ่า ) ซึ่งหมวกกันน็อคสำหรับนักบิดสาย โมโตครอส หรือเอ็นดูโร่นั้นจะเรียกว่า  Off-Road or Motocross Helmet ซึ่งเป็นหมวกกันน็อคเต็มใบไม่มีซิลด์บัง โดยที่ส่วนบนของหมวกนั้นจะมีบังลมที่ยาวออกมาเพื่อบังแดด บังฝน ส่วนคางนั้นจะแหลมหนา เพื่อป้องกันคางและขากรรไกรกระแทกในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเอาส่วนหน้าลงพื้นนั่นเอง หมวกชนิดนี้ทั้งสายลุยฝุ่น หรือสายออกทริป ก็ใช้ได้ทั้งนั้น เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันศีรษะได้เป็นอย่างดียังมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

2.แว่นตา Goggles

แว่นตาที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงแว่นกันแดด หรือแว่นตาทั่วไปที่เอาไว้ใส่เท่ ๆ เพราะแว่นสำหรับรถโมโตครอส หรือเอ็นดูโร่นั้น ต้องสามารถมารถป้องกันฝุ่น ป้องกัน ฝน ป้องกันโคลน รวมไปถึงแมลงต่าง ๆ ได้อีกด้วย ในการเลือกแว่นนั้น ก็ควรจะเลือกแว่นที่มีคุณภาพ ของแท้ 100% เพราะไม่งั้นเวลาเจอฝนจะทำให้ขึ้นฝ้าได้เร็วมาก ต้องเสียเวลาถอดเช็ดบ่อย ๆ ก็ทำให้เซ็งได้เหมือนกัน

3.ถุงมือ Gloves

ถุงมือสำหรับนักบิดชาวโมโตครอส หรือเอ็นดูโร่นั้น มีประโยชน์อยู่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการสร้างความกระชับ ไม่ลื่นในการจับแฮนด์รถ ยิ่งการขี่รถจักรยานยนต์วิบากด้วยแล้วการลงหลุม ลงบ่อหรือเส้นทางขรุขระก็อาจทำให้มือลื่นหลุดได้ง่าย และถุงมือยังช่วยป้องกันกิ่งไม้หรือหนามต่าง ๆ เวลาลุยป่า และเมื่อเกิดอุบัติเหตุยังช่วยเซฟมือของนักบิดได้ ส่วนการเลือกถึงมือนั้นควรจะเลือกที่กระชับพอดี ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป และควรเลือกแบบที่ใส่แล้วนุ่มมือการ์ดต้องไม่แข็งมากนักเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้สึกสบายในการขับขี่ให้มากที่สุดนั่นเอง

4.ชุดขี่ โมโตครอส Jersey /Pant

ชุดสำหรับขี่โมโตครอสนั้น ควรจะเป็นชุดที่ระบายอากาศได้ดี แห้งง่าย เพราะเราต้องขี่ลุยทั้งแดด และฝนส่วนเนื้อผ้านั้นก็ควรจะมีความยืดหยุ่นที่สูงเมื่อเราบังคับรถ ทั้งการยืนขี่ เอี้ยวตัว รวมไปถึงการเข้าโค้ง และเคลื่อนไหวในท่วงท่าต่าง ๆ จะทำให้คล่องตัว และสะดวกมากขึ้นนั่นเอง

5.สนับศอก สนับเข่า

เป็นอุปกรณ์ที่ควรจะต้องใส่ทุกครั้ง สำหรับนักบิด เอ็นดูโร่ หรือโมโตครอส ยิ่งการที่ต้องขี่เข้าป่า หรือไปในเส้นทางที่กันดารด้วยแล้ว เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สนับศอกสนับเข่าใส่ไว้เถอะ ไม่ได้เกะกะอะไรมากมายนักหรอก

6.รองเท้าบู๊ท boots

รองเท้าสำหรับรถจักรยานยนต์วิบากนั้นจะเป็นแบบที่หุ้มไปถึงประมาณหน้าแข้ง หรือที่เรียกว่ารองเท้าบู๊ทแบบเต็มข้อ ซึ่งสามารถป้องกันได้หลายอย่าง ไม่จะเป็นการป้องกันความร้อนจากท่อรถ กิ่งไม้ หนาม แหละป้องกันเท้าท่อนล่างไปถูกกับส่วนต่าง ๆ ของรถที่ทำให้บาดเจ็บได้ ยังไม่รวมถึงการช่วยเซฟแข้งขา ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รองเท้าบู๊ทจึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่นักบิดลุยฝุ่นควรต้องมี

 

อยากเริ่มขี่จักรยานยนต์วิบาก เริ่มต้นยังไงดี

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

หากพูดถึงเทือกเขาแอลป์เรามักจะนึกถึงเทือกเขาที่มีความใหญ่มากที่สุดตั้งอยู่ในทวีปยุโรปครอบคลุมถึง 7 ประเทศตั้งแต่ออสเตรีย สโลวีเนีย อิตาลี ลิกเตนสไตน์ สวิตเซอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนี ซึ่งจุดที่สูงที่สุดในเทือกเขาแห่งนี้มีชื่อเรียกว่ามงบล็อง มีความสูงอยู่ที่ 4,807 เมตร ปกติแล้วแค่การเดินหรือปีขาวเพื่อพิชิตเทือกเขาแห่งนี้ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ยากแล้ว แต่มีคนเลือกที่จะทำสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแห่งนี้อีกด้วย ความยากของการไต่เชือกข้ามเทือกเขานั้นไม่ได้มีเพียงแค่อุปสรรคที่เป็นความสูงและการทรงตัวบนเชือกที่มีขนาดเล็กกว่าฝ่าเท้าหลายเท่านั้น แต่มันยังมีเรื่องของกระแสลมที่พัดผ่านระหว่างหุบเขาอีกด้วยที่จะทำให้การทรงตัวยากมากยิ่งขึ้น และหากพลาดขึ้นมาสิ่งที่จะต้องจ่ายนั้นอาจจะเป็นชีวิตของนักปีนเขาคนนั้นก็เป็นได้

เทือกเขาที่มีความใหญ่มากที่สุดตั้งอยู่ในทวีปยุโรปครอบคลุมถึง 7 ประเทศตั้งแต่ออสเตรีย

แต่อย่างไรก็ตามความท้าทายและลุ้นระทึกนั้นเป็นสิ่งที่นักไต่เขาตามหาอยู่เสมอ ดังนั้นมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากพวกเขาจะเลือกที่จะไปไต่เชือกยังสถานที่ต่างๆ ที่มีความสูงจนน่าหวาดเสียว เช่นเดียวกับกลุ่มนักไต่เชือกชาวฝรั่งเศสที่รวมตัวกันถึง 20 คนเพื่อเดินทางไปยังเขาที่มีชื่อว่าแซงค์ ฌองเน่ เพื่อทำการร่วมกันเดินไต่เชือกเพื่อข้ามผ่านระหว่างหุบเขาซึ่งมีระยะทางความยาวกว่า 800 เมตร สูงจากระดับพื้นดินถึง 300 เมตร โดยการทำสถิติครั้งนี้เกิดขึ้นในปีพ.. 2562 พวกเขานั้นได้รับความอนุเคราะห์จากสมาคมไต่เชือก ATA Slack ในการติดตั้งเชือกข้ามผ่านระหว่างหุบเขา ซึ่งพวกเขานั้นเลือกวิธีการในการใช้ Drone เป็นตัวช่วยถึงเชื่อให้เชื่อมต่อกันระหว่างสองหน้าผา บนจุดที่สามารถมองเห็นชายหาดที่มีชื่อว่าโก๊ต ดาซูร์ได้ โดยสถิติที่พวกเขาต้องการจะสร้างในครั้งนี้จะเป็นในส่วนของความเร็วในการเดินบนเชือก

นักไต่เชือกชาวฝรั่งเศส สร้างสถิติโลกด้วยการไต่เชือกข้ามเทือกเขาแอลป์

โดยในการสร้างสถิติโลกในครั้งนี้คนที่สามารถทำความเร็วได้สูงสุดในการไต่เชือกข้ามหุบเขาแอลป์นั่นก็คือนักศึกษาฟิสิกส์ชายที่มีชื่อว่าแมททิสเรสเนอร์ซึ่งเขานั้นสามารถทำเวลาไปได้ที่ 19 นาที 50 วินาที ในภายหลังเขาได้กล่าวถึงการไต่เชือกว่ามันเป็นเรื่องของจิตใจมากกว่าเรื่องของร่างกาย จิตใจนั้นต้องมีความแข็งแกร่งและมีความกล้าหาญรวมไปถึงสมาธิที่จะต้องใช้จดจ่อในการรักษาสมดุลของร่างกายเพื่อให้สามารถทรงตัวอยู่บนเชื่อที่มีความกว้างไม่ถึง 2 นิ้วได้โดยที่ไม่ตกลงมา โดยมีการสร้างสถิติครั้งนี้เป็นการเดินไต่เชื่อแบบที่ไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือมีเพียงแค่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัยเป็นเชือกนิรภัยคาดเอวเท่านั้น ในปัจจุบันกีฬาหรือกิจกรรมการไต่เชือกนั้นยังไม่ได้มีการออกกฎมาอย่างเป็นทางการดังนั้นมัน จึงจะไม่ได้มีกติกาที่เป็นสากลในการเล่นกีฬาชนิดนี้ อาจเป็นเพราะว่ามันเป็นกิจกรรมที่มีความเสี่ยงและค่อนข้างอันตรายทำให้คนที่เล่นกีฬานี้อาจจะยังมีจำนวนไม่มากนัก

ด้วยความที่มันยังไม่ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายทำให้มันจึงยังไม่มีกดออกมาอย่างเป็นทางการ แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีระเบียบและมาตรการต่างๆ ที่ช่วยรักษาและป้องกันในเรื่องของความปลอดภัยทั้งชีวิตและทรัพย์สินของนักกีฬา รวมไปถึงขั้นตอนต่างๆ และป้ายที่กำลังรอการกำหนดจากหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งในไม่ช้าเราอาจจะได้เห็นขั้นตอนหรือระเบียบมาตรการต่างๆ ที่ออกมาอย่างชัดเจนมากยิ่งขึ้นสำหรับนักกีฬาประเภทนี้ เราอาจจะต้องลุ้นกันต่อไปว่าสิ่งที่ออกมานั้นจะเป็นที่ยอมรับหรือ ไม่เนื่องจากกีฬาประเภทนี้คงไม่สามารถปฏิเสธได้ว่าเสน่ห์ของมันนั่นก็คือความเสี่ยงอันตรายและความลุ้นระทึกนั่นเอง หากกฎระเบียบมีความเข้มงวดมากเกินไปอาจจะทำให้เสน่ห์และความสนุกในส่วนนี้ขาดหายไปจากกีฬาชนิดนี้ได้เช่นเดียวกัน โดยในการจัดกิจกรรมสร้างสถิติโลกในครั้งนี้นักกีฬาส่วนใหญ่นั้นมาด้วยความต้องการที่จะสร้างสถิติโลกและเต็มเปี่ยมไปด้วยความต้องการแข่งขัน ในขณะที่บางคนนั้นมาเข้าร่วมเพียงเพื่อความสนุกสนานเท่านั้น ซึ่งก็แล้วแต่เป้าหมายของแต่ละบุคคลในการไต่เชือกซึ่งมีความแตกต่างกันออกไป สำหรับคนรับชมอย่างเราแล้วยังไงก็คงได้กำไรไปเต็มๆ เพราะเราจะได้เห็นความลุ้นระทึกและน่าหวาดเสียวแบบนี้อยู่เป็นระยะๆ อย่างแน่นอน

 

# นักไต่เชือกชาย 2 คนสามารถเดินบนเชือกข้ามน้ำตกวิกตอเรียได้สำเร็จ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

สำหรับกีฬาการปีนหน้าผานั้นคุณเชื่อไหมว่า ไม่ใช่แค่ร่างกายที่แข็งแรงเท่านั้นที่จะนำพาคุณไปสู่เป้าหมายที่คุณต้องการแต่และยังมีปัจจัยหลายๆอย่างที่เข้ามารวมกันด้วย อย่างเช่น การมีสภาพจิตใจที่เข้มแข็ง ปราศจากความกลัวและความวิตกวังกล นอกจากนั้นก็ยังมีเกร็ดเคล็ดลับๆเล็กๆน้อยๆ ที่นักปีนหน้าผามืออาชีอยากที่จะส่งต่อสู่นักปีนหน้าผาหน้าใหม่ที่ต้องการจะพัฒนา Performance ในการปีนหน้าผาให้ดีมากยิ่งขึ้น ซึ่งจะมีอะไรกันบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เคล็ดไม่ลับจากนักปีนหน้าผามืออาชีพ

1. การมีคู่หูในการปีนหน้าผาที่ดี

ถึงคุณจะเป็นคนที่เก่งขนาดไหนคุณก็อาจจะไปไม่ถึงเป้าหมายของคุณหากคุณมี Partner ที่ไม่ได้คอย Support คุณอย่างเต็มที่ ซึ่งคู่หูในการปีนเขาที่ดีนั้นจะต้องรู้จังหวะการปีนของอีกฝ่ายได้เป็นอย่างดี รู้จังหวะการเก็บเชือก รู้จังหวะการหล่น พูดง่ายๆคือเป็นผู้ Belay ที่รู้ใจกันนั่นเอง เพียงเท่านั้นยังไม่พอ การพูดให้กำลังใจในระหว่างปีน หรือแม้กระทั่งการคอยแนะนำ next step ในการปีนก็สำคัญไม่น้อยเลยทีเดียวนะคะ

2. สามารถใช้อุปกรณ์ได้อย่างคล่องแคล่ว

การปีนในทุกรูปแบบไม่ว่าจะเป็น Bouldering, Top rope ทุกอย่างนั้นต้องใช้อุปกรณ์ ซึ่งสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่จะคอยเป็น Safety ให้คุณในขณะปีนหน้าผา หรือเรียกได้ว่า เป็นตัวช่วย และอุปกรณ์ช่วยชีวิตของคุณนั่นเอง และการที่คุณจะสามารถปีนหน้าผาได้ดีได้คล่องแคล่ว การเรียนรู้วิธีการใช้อุปกรณ์ให้ดี รู้จักวิธีการใช้งาน และการแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า นั่นก็เป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกันนะคะ

3. เป็นคนช่างสังเกตุ

ใช่แล้วค่ะ การสังเกตุสิ่งรอบๆตัวของคุณเองไม่ว่าจะเป็น Holds ต่างๆที่จะนำพาคุณไปข้างหน้านั้นคุณจะจับ Holds นั้นด้วย Position แบบไหน การวางเท้าแบบไหนที่คุณจะสามารถไปต่อได้ หรือการวางมือในรูปแบบไหนที่คุณจะสามารถดันตัวคุณไปข้างหน้าได้ ถ้ายิ่งคุณปีนแบบ Outdoor แล้วล่ะก็ การสังเกตุยิ่งเป็นเรื่องที่สำคัญมาที่สุดสิ่งหนึ่งเลยทีเดียว

4. พักหายใจ และสลัดแขนขา

หากคุณปีนหน้าผามาได้สักพักแล้วคุณเริ่มรู้สึกเหนื่อยก็อย่าลืมที่จะหาจุดที่ปลอดภัยเพื่อเกาะพักหายใจสักครู่หนึ่งก่อน หรือหากคุณรู้สึกว่าเมื่อยแขน ขามากๆ ก็ปล่อยแขนข้างที่เมื่อยและสลัดแขน ขา เพื่อเป็นการคลายกล้ามเนื้อที่ตึงและเกร็งตลอดเวลาที่ทำการปีน เมื่อคุณพักหายใจจนหายเหนื่อยๆแล้ว ได้คลายกล้ามเนื้อแขน ขา ของคุณแล้วต่อจากนั้นคุณก็สามารถทำการปีนต่อได้สบายๆ หรืออาจจะปีนได้ดีกว่าเดิมด้วยซ้ำนะคะ

5. อย่าลืมทานอาหารและดื่มน้ำรองท้องก่อนปีน

กีฬาการปีนหน้าผาเป็นอีกหนึ่งประเภทกีฬาที่คุณจะต้องใช้พลังงานที่สูงมาก เพราะว่าคุณจะต้องใช้การเคลื่อนไหวในทุกส่วนของร่างกายเลยทีเดียว ซึ่งคนส่วนใหญ่มีความเชื่อที่ผิดว่าห้ามทานอะไรก่อนการปีนหน้าผาเพราะจะทำให้น้ำหนักตัวมากขึ้นแล้วปีนยาก ซึ่งนั่นไม่จริงเลยนะคะ คุณควรทานอาหารมาให้พอดีๆ และจิบน้ำก่อนการปีนเสมอ จะได้ไม่หมดแรงกลางทาง และเกิดอาการขาดน้ำได้

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 001

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 001

สเก็ตบอร์ดนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ในสมัยก่อนยังไม่ค่อยได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายมากนักในประเทศไทยนั่นก็เป็นเพราะว่าสภาพท้องถนนของประเทศไทยนั้นอาจจะไม่เหมาะสมในการเล่นสเก็ตบอร์ดเท่าไหร่นักและมีความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ง่ายแต่ในปัจจุบันก็ได้มีการหันมานิยมเล่นสเก็ตบอร์ดกันมากยิ่งขึ้นโดยจะเห็นได้จากการสวนสาธารณะที่เริ่มมีลานให้เล่นสเก็ตบอร์ดหรือผู้คนที่มารวมตัวกันเล่นสเก็ตบอร์ดตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยต่างๆเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ท้าทายความสามารถและการทรงตัวพอสมควรแต่ก็ด้วยเหตุนี้จึงทำให้มันเป็นกิจกรรมที่มีความสนุกเป็นอย่างมาก

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 001

โดยเฉพาะหากทำร่วมกันกับเพื่อนในวันนี้เราจึงจะมาแนะนำสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 001 ที่มาในราคา 2,290 บาท สิ่งที่จะขาดไปไม่ได้เลยสำหรับสเก็ตบอร์ดนี่ก็คือลวดลายการดีไซน์ โดยรุ่นนี้นั้นจะเป็นพื้นสีดำตกแต่งลายกราฟฟิกสีขาวพร้อมกับตัวอักษรสีขาวที่สามารถตัดกันได้เป็นอย่างดีทำให้ดูเรียบง่าย เข้ากับล้อสีส้มได้อย่างสมบูรณ์แบบ ส่วนด้านหลังนั้นจะเป็นพื้นสีขาวตัดลายขวางสีส้มอ่อนมีลายกราฟฟิกเป็นหุ่นยนต์ที่ดูมีความ Street น่ารักและสวยงามในคราวเดียวกัน แต่สเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ไม่ได้มีเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่มันยังเต็มไปด้วยคุณภาพและมาตรฐานความปลอดภัยอีกด้วย

สเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 001 ได้รับการออกแบบมาให้ฐานล้อมีความแข็งแรงทนทาน วัสดุที่ใช้มาทำตัวบอร์ดเป็นไม้แอปเปิ้ลที่มีความแข็งแรงทนทานสูง ไม่บวมหรือแตกง่าย ตัวสเก็ตบอร์ดใช้ลูกปืนอย่าง ABEC-11 ที่มีมาตรฐานและคุณภาพสูง โดยขนาดของตัวสเก็ตบอร์ดจะอยู่ที่ 72 x 20 x 11 เซ็นติเมตร เป็นสเก็ตบอร์ดที่เหมาะสำหรับวัยรุ่นและเด็ก สามารถใช้งานในการเล่นท่าต่างๆ ได้มากมายอย่างเช่น POP Shove, Oille หรือ Backside180 ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

ไม่เพียงเท่านั้นงวดลายกราฟฟิกทั้งด้านหน้าและด้านหลังยังสามารถกันน้ำได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลเวลาที่ฝนตกในขณะที่เล่นหรือต้องการจะชำระล้างสิ่งสกปรกก็สามารถใช้น้ำในการล้างได้เลย ตัวล้อนั้นใช้วัสดุเป็นโพลี่ยูรีเทนที่ช่วยให้สามารถยึดเกาะกับพื้นได้เป็นอย่างดี ดังนั้นการทรงตัวบนบอร์ดรุ่นนี้จึงสามารถทำได้ง่ายมากยิ่งขึ้นและยังมีการป้องกันการขูดขีดด้วย สำหรับถนนในประเทศไทยที่ไม่ได้เรียกมากมายนักล้อของบอร์ดรุ่นนี้ก็ยังจะไม่เป็นรอย ตัวน้ำหนักของบอร์ดอยู่ที่ 3 กิโลกรัม และสามารถรับน้ำหนักผู้เล่นได้สูงสุดไม่เกิน 150 กิโลกรัม

 

# ส่วนประกอบของสเก็ตบอร์ดมีอะไรบ้าง

ความเป็นมาของการแข่งขัน Motocross และรูปแบบการแข่งขัน

ความเป็นมาของการแข่งขัน Motocross และรูปแบบการแข่งขัน

ความเป็นมาของการแข่งขัน Motocross และรูปแบบการแข่งขัน

ในบ้านเรานั้นการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก  หรือที่เรียกกันว่าโมโตครอส มาอย่างยาวนานมากแล้ว  ถึงแม้ว่าเมื่อก่อนนั้นอาจจะยังไม่ค่อยได้รับความนิยมมากเท่าที่ควรแต่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมานั้นได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ในประเทศไทยถูกจัด เป็นหนึ่งในสนามชิงแชมป์โลกกันเลยทีเดียว (ที่จังหวัดสุพรรณบุรี) เพราะโมโตครอสนั้น จัดว่าเป็นการกีฬาที่ค่อนข้างจะสนุกตื่นเต้นเร้าใจ และใครหลาย ๆ คนก็ยึดเป็นกีฬาประจำตัว เป็นงานอดิเรกที่เอาไว้ออกทริปสำหรับวันหยุด แล้วรู้หรือไม่ความเป็นมาของการแข่งขัน Motocross เริ่มขึ้นเมื่อใด

ความเป็นมาของการแข่งขัน Motocross และรูปแบบการแข่งขัน

คำว่า Motocross (โมโตครอส) เป็นการผมคำกันระหว่างคำว่า Motorcycle ( มอเตอร์ไซค์ )  กับคำว่า Cross Country (ผ่านทางธุระกันดาร) เมื่อมารวมกันจึงมีความหมายว่า จักรยานยนต์วิบากนั่นเอง ซึ่งเริ่มต้นเป็นกีฬาของประเทศฝรั่งเศส ก่อนที่จะแพร่หลายไปทั่วโลกในปัจจุบัน

การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากหรือ Motocross นั้นพัฒนามาจากการแข่งขัน Off road ซึ่งปกติจะใช้รถยนต์ แต่ลองเปลี่ยนมาทดลองใช้มอเตอร์ไซค์แทน โดยมีไอเดียในการขี่คือ เป็นการขี่แบบลุย ๆ ไปตามทางธุระกันดาร โดยมาได้รับความนิยมเป็นอย่างมากก็ในช่วงปี ค.. 1924 – 1930 โดยที่นิยมกันมาก ก็คืออังกฤษ และลามไปทั่วสหราชอาณาจักร ด้วยความ ที่ได้รับความนิยมกันอย่างแพร่หลายไปทั่วโลก ซึ่งแต่ละที่อาจจะเรียก แตกต่างกันไปไม่ว่าจะเป็น MX หรือ Motox แต่สุดท้ายการแข่งขัน Motocross นานาชาติก็เกิดขึ้นเป็นครั้ง ในปี 1999

และเริ่มมีนักแข่งที่ทำการแข่งขันในนามทีมต่างๆโดยที่เป็นทีมจากอังกฤษและ UK ทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นทีม BSA , Norton , Rudge ,  AJS ส่วนเส้นทางการแข่งขันนั้นก็ถูกออกแบบมาให้มีความลื่น ขรุขระ และมีอุปสรรคมากมายจากสิ่งกีดขวาง ในการแข่งขันครั้งนั้นได้สร้างความสนุกตื่นเต้นให้กับผู้ชมเป็นอย่างมาก รวมไปถึงเป็นสิ่งท้าทายความสามารถของนักแข่งอีกด้วย

การแข่งขัน Motocross ในต่างประเทศ

ปัจจุบัน การแข่งขัน Motocross ในต่างประเทศ แบ่งได้เป็น 2 ประเภท ก็คือการแข่งขันแบบ โมโตครอส และการแข่งขันแบบซุเปอร์ครอส

การแข่งขันแบบ โมโตครอส จะเป็นการแข่งขันแบบพื้นที่เปิดหรือกลางแจ้ง เน้นการขึ้นเขาหรือขึ้นเนิน ชันโดยสนามนั้นจะเป็นทางวิบาก และมีเส้นทางที่ยาวไกลพอสมควร โดยการแข่งขันนั้นอาจจะกินระยะทางถึง 15- 20 สนาม ก็แล้วการออกแบบของสนามแข่ง และในการแข่งขันนั้นก็ยังมีการจับเวลาด้วย และการแข่งขันนั้น ก็จะแบ่งรุ่นย่อยลงไปอีก 3 รุ่น ได้แก่

รุ่น  MXA รุ่นนี้สำหรับนักแข่งที่ยังไม่เคยคว้าแชมป์ในรายการใด ๆ รถจักรยานยนต์วิบากที่ทำการแข่งขันนั้น ก็ไม่จำกัด ซีซี

รุ่น MX2 เป็นการแข่งขันสำหรับนักแข่ง ที่เคยชนะการแข่งขันมาแล้ว แต่ไม่เกิน 2 ครั้ง และสามารถใช้รถได้ไม่จำกัด ซีซี

รุ่น MXGP เป็นการแข่งขันสำหรับนักแข่งที่เคยได้แชมป์โลกมาแล้ว อย่างน้อย 4 ครั้ง และสามารถใช้รถได้ไม่เกิน 450 ซีซีในการแข่งขัน

การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากแบบ ซูเปอร์ครอส เป็นการแข่งขันกันในพื้นที่ปิด หรือสร้างสนามแข่งกันในโรงยิมขนาดใหญ่ นั่นทำให้เส้นทางของสนามนั้นไม่ไกลมากนัก โดยการแข่งขันนั้นก็จะขี่กันวนไปวนมาประมาณ 20 -25 รอบสนาม โดยการแข่งขันนั้นก็จะแบ่งเป็น 2 ประเภทก็คือ

รุ่น 250 SX   เป็นการแข่งขันกันประมาณ 20 รอบ และรถที่ใช้ก็มีความแรง ไม่เกิน 250 ซีซี

รุ่น 450 SX   เป็นการแข่งขันกันประมาณ 25 รอบสนาม และใช้รถที่มีความแรงได้ไม่เกิน 450 ซีซี

และนี่ก็คือเกร็ดความรู้เล็กน้อย เกี่ยวกับความเป็นมา และการแข่งขัน ที่นำมาฝากกันสำหรับรถ Motocross เพื่อที่เวลาชมการแข่งขันจะสามารถสนุกและเข้าใจง่ายมากยิ่งขึ้น นั่นเอง

 

# อยากเริ่มขี่จักรยานยนต์วิบาก เริ่มต้นยังไงดี

ทำไมขี่จักรยานยนต์ motocross ต้องใส่รองเท้าบู๊ท

ทำไมขี่จักรยานยนต์ motocross ต้องใส่รองเท้าบู๊ท

การจะเล่นกีฬาทุกประเภทนั้นต้องมีอุปกรณ์ที่เหมาะสมไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์เพื่ออำนวยความสะดวกสบายหรือเพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุที่อาจจะเกิดขึ้นอีกด้วยโดยเฉพาะที่เสียงกับอันตรายอย่างการขี่รถมอเตอร์ไซค์วิบากไม่ว่าจะเป็นประเภทโมโตครอสหรือเป็นดูโร่ซึ่งค่อนข้างจะอันตรายกว่ากีฬาประเภทอื่นเพราะจำเป็นต้องใช้ความเร็วความเสี่ยงกับเส้นทางที่ไม่คุ้นเคยและมีอุปสรรคขวางกันเยอะแยะมากมายไม่ว่าจะเป็นโคลนก้อนหินถนนทรายท่อนไม้กิ่งไม้ต่างๆนานาส่วนอุปกรณ์สำหรับขี่รถวิบากนั้นก็มีทั้งหมวกกันน็อคถุงมือสนับเข่าเป็นต้นแต่ที่นักบิดโดยเฉพาะนักบิดหน้าใหม่ควรจะต้องมีเป็นอย่างยิ่งก็คือ

ทำไมขี่จักรยานยนต์ motocross ต้องใส่รองเท้าบู๊ท

รองเท้าบู๊ทสำหรับจักรยานยนต์วิบากโดยเฉพาะนั่นเองเพราะรองเท้าบู๊ทนั้นช่วยได้หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการรองรับการกระแทกในขณะที่ยื่นยาออกไปข้างหน้าขณะเข้าโค้งที่อาจทำให้เท้าเราไปสะดุดกับหินกิ่งไม้หญ้าหนามต่างๆป้องกันการที่จะถูกความร้อนของท่อไอเสียมาและเครื่องยนต์มาโดนที่ขาและต่างๆอีกมายมายที่สามารถจะเกิดขึ้นได้แล้วถ้าหากถามว่าใส่รองเท้าผ้าใบได้ไหม? ก็ขอตอบว่าได้ แต่! คุณจะกล้าเสี่ยงกับการที่หน้าแข้งเขียวปูด หน้าแข้งแตก บางทีโชคร้ายอาขถึงขั้นหักได้ไหม เพราะอย่าลืมว่าชิ้นส่วนของรถจักรยานยนต์วิบากนั้นส่วนใหญ่เป็นเหล็ก แข็ง ๆ ทั้งนั้น ทางที่ดีใส่เถอะนอกจากป้องกันได้แล้วยังดูเท่ส์ และเป็นมืออาชีพมากขึ้นอีกเยอะ

บางคนบอกว่าใส่แล้วมันเดินไม่ค่อยสะดวกไม่คล่องตัวด้วยลักษณะที่รองเท้าที่ออกแบบผลิตมาให้มีลักษณะที่แข็งเพื่อป้องกันเท้าและขาท่อนล่างเป็นอย่างดีที่สุดนั่นมันจึงจำเป็นที่คุณต้องเข้าใจว่าเขาออกแบบมาเพื่อขี่รถวิบากไม่ใช่เพื่อไว้ใส่เดินเล่นหรือใส่วิ่ง

ในส่วนของการดูแลรักษารองเท้าบู๊ทนั้นก็ควรจะดูแลรักษาเป็นอย่างดี เพื่อให้อยู่ในสภาพการใช้งานในครั้งต่อไป อีกทั้ง ยังเป็นการยืดอายุรองเท้าบู๊ทให้ใช้งานได้อย่างยาวนานอีกด้วย วิธีการดูแลก็มีดังนี้

เลอะเทะไปด้วยโคลน และเปียกแฉะ ให้ใช้ผาชุบน้ำหมาด ๆ ขัดเช็ดรองเท้าให้ทั่วจนสะอาด แล้วเช็ดด้วยผ้าแห้งอีกหนึ่งครั้งแล้วใช้กระดาษหนังสือพิมพ์ ยัดเข้าไปในรองเท้าเพื่อเป็นการดูดซับความชื้น และยังรักษาทรงของรองเท้าเอาไว้ แต่หากสกปรกมาก ก็สามารถเอาจุ่มน้ำที่ผสมกับผงซักฟอก หรือสบู่อ่อน ๆ แล้วใช้แปลงแบบนุ่มขัดออก (อาจใช้แปลสีฟันเก่า ๆ) แล้วใช้ผ้าเช็ดขัดอีกหนึ่งรอบ แต่ห้ามใช้แปลงแข็ง ๆ ขัดถู และห้ามใช้น้ำฉีดโดยเด็ดขาด เพราะนั่นอาจทำให้รองเท้าสึกได้และอายุการใช้งานจะลดลง

อย่างเร่งรีบร้อนให้รองเท้าแห้งเร็ว การตากรองเท้าบู๊ทนั้น ควรจะเป็นการพึ่งในที่ร่ม หรือพึ่งลม ไม่ควรทำให้แห้งด้วยความร้อนโดยเด็ดขาด เช่นการเอาไปตากแดด วางใกล้คอมแอร์ หรือใช้ไดร์เป่าผมเป่า เพราะโดยธรรมชาติของหนังนั้นจะมีความชุ่มชื้นชื้นอยู่ในตัวเพื่อปกป้องสภาพของตัวเอง การใช้ความร้อนอาจทำให้หนังแห้ง กรอบและแตกได้ หากใครต้องออกทริปบ่อยแล้วกลัวไม่แห้ง แนะนำว่าให้มีบู๊ทสำรองไว้สลบกันใส่จะดีมาก

น้ำมันทำความสะอาด หลังจากที่รองเท้าบู๊ทแห้งเรียบร้อยแล้วควรใช้น้ำมันสำหรับทำความสะอาดเครื่องหนังโดยเฉพาะขัดซ้ำอีกรอบ เพื่อเป็นการยืดอายุการใช้งานและทำให้บู๊ทเงาสวยน่าใส่ น้ำมันที่ใช้ขัดนั้นก็อาจจะใช้ ก็มีให้เลือกมากมายวางขายกันสามารถใช้ได้หมด หรือหากใครจะสะดวกใช้แบบไหนก็ไม่ว่ากัน

 

Kawasaki KLX 230 R