ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

 

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี

 

ในสังคมปัจจุบันนั้นกีฬาที่กำลังยอดฮิตและยอดนิยมมีอยู่หลากหลายประเภท โดยเฉพาะอย่างยิ่งกีฬาที่ท้าทายความสามารถของผู้เล่นและฝึกประสบการณ์ที่แปลกใหม่ จากนี้ยังสามารถเล่นได้ทุกเพศทุกวัยไม่จำกัดอายุอีกด้วย นั้น ก็คือ กีฬาสเก็ตบอร์ด ที่ทุกท่านเห็นทั่วไปตามพื้นที่หรือ ลานสเก็ตบอร์ด ที่มีผู้เล่นอยู่เป็นจำนวนมาก พบเห็นได้ตามสถานที่สาธารณะที่จัดวางไว้เพื่อการเล่นกีฬานี้โดยเฉพาะ ในวันนี้เราจะพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับสถานที่เล่นสเก็ตบอร์ดยอดฮิตและยอดนิยมในเขตจังหวัดนนทบุรีมาแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบเพื่อที่จะเดินทางไปเล่นได้อย่างสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น เป็นช่องทางเลือกในการฝึกซ้อมที่จะช่วยทำให้การเล่นของท่านมีประสิทธิภาพสูงสุดยิ่งกว่าเดิม ดูได้เลยว่ามีสถานที่ใดบ้าง

 

 

ลานเล่นกีฬาย่านจังหวัดนนทบุรี

สำหรับร้านเล่นสเก็ตบอร์ดในย่านจังหวัดนนทบุรีนั้นมีให้ทุกท่านได้เลือกเล่นมากมายหลากหลายแห่งโดยเราจะยกตัวอย่างหนึ่งแห่งที่กำลังเป็นที่นิยม และมีผู้คนกล่าวถึงมากที่สุดนั้นคงจะเป็นสถานที่อื่นไม่ได้นอกจาก วัดเฉลิมพระเกียรติ เป็นสถานที่อำนวยความสะดวก และเปิดให้ผู้ที่มีความชื่นชอบในกีฬาดังกล่าวเดินทางมาเล่นและฝึกซ้อมกันได้

 

เนื่องจากมีพื้นที่กว้างขวาง และไม่ได้สร้างผลกระทบกับผู้ใดทุกท่านสามารถเดินทางไปเล่นได้ในช่วงระยะเวลาที่เหมาะสม เริ่มตั้งแต่ 16:00 น เป็นต้นไป เหมาะสำหรับใช้ในการฝึกซ้อมโดยจะมีนักกีฬาผู้เล่นตัวเล็กตั้งแต่เด็กจนถึงวัยรุ่นพากันเดินทางมาเล่นและเปิดสนามเล่น ได้อย่างสนุกสนานเพราะมีคนช่วยสอนและถ่ายคลิปเก็บไว้เพื่อโพสต์ลงสื่อโซเชียลให้ผู้คนทั่วโลกสามารถเห็นศักยภาพของนักกีฬาสมัครเล่นของประเทศไทย นอกจากนี้ยังไม่มีการเก็บค่าใช้จ่ายเมื่อเข้าไปเล่นในสถานที่ดังกล่าวเนื่องจากเป็นที่สาธารณะ และเปิดโอกาสให้ทุกเพศทุกวัยได้สามารถโชว์ศักยภาพของตนเองได้มากที่สุดหรือที่เรียกว่าเป็นลานประลองสำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ด

 

 

จังหวัดนนทบุรีพื้นที่เล่นกีฬายอดนิยม

ถ้าหากจะพูดถึงจังหวัดนนทบุรีนั้นมีพื้นที่เล่นกีฬายอดนิยมหลากหลายพื้นที่แต่ที่เราได้นำเสนอไปเป็นพื้นที่หรือลานสเก็ตบอร์ด ที่เปิดโอกาสให้นักกีฬาสามารถเดินทางเข้าไปเล่นและฝึกซ้อมได้ในช่วงเวลา 16.00 นาฬิกาเป็นต้นไปอยู่ในเขตพื้นที่สนามของวัดเฉลิมพระเกียรติ ซึ่งทุกท่านสามารถเดินทางเข้าไปแวะเวียนเที่ยวเล่นและถ่ายรูป ความสวยงามของวัดพร้อมทั้งได้ส่งการเล่นสเก็ตบอร์ดที่ตื่นตาตื่นใจให้ทุกท่านได้สัมผัสกับบรรยากาศที่บริสุทธิ์ไม่มีมลพิษ นอกจากนี้ยังมีร้านอาหารคอยให้บริการทุกท่านอีกด้วย เป็นอย่างมากที่จะใช้ในการฝึกซ้อมกีฬาประเภทดังกล่าว

 

 

 

ลานเล่นสเก็ตบอร์ด จังหวัดนนทบุรี


 

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

มาถึงกีฬา Extreme ในไทยสุดท้าทายอย่างการดำน้ำลึกในถ้ำ (Cave diving) ซึ่งเป็นการดำน้ำลึกลงไปในถ้ำใต้ท้องทะเล โดยอุปกรณ์ที่ใช้ในการเล่นกีฬาเอ็กซ์ตรีมประเภทนี้จะมีความแตกต่างกันออกไปตามสถานการณ์ และในบทความนี้เราจะพาทุกคนมารู้จักกับอุปกรณ์ดำน้ำที่เราควรมีติดตัวอยู่เสมอมาบอกกันค่ะ จะมีอะไรบ้างนั้น ตามมาดูกันได้เลย

 

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้

 

  1. หน้ากากดำน้ำ (Mask)

               หน้ากากดำน้ำ เป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้เราสามารถมองเห็นสิ่งต่าง ๆ ใต้ท้องทะเลได้ชัดเจนมากขึ้น พร้อมทั้งยังช่วยป้องกันดวงตาจากอันตรายต่าง ๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้อีกด้วย

  1. ตีนกบ (Fin)

               ตีนกบ อุปกรณ์ดำน้ำที่จะช่วยทำให้การแหวกว่ายใต้ท้องทะเลของเราสะดวกและรวดเร็วมากขึ้น โดยวิธีการเลือกใช้ตีนกบนั้น เราควรเลือกแบบที่มีความยืดหยุ่น ไม่หนักมาก และมีรูปทรงที่เข้ากับเท้าของเรา เพื่อลดอาการบาดเจ็บที่อาจจะเกิดขึ้นได้นั่นเอง

  1. ชุดดำน้ำ (Wetsuit)

               สำหรับชุดดำน้ำก็เป็นสิ่งสำคัญเช่นกันที่เราจะลืมกันไม่ได้เลย เนื่องจากเมื่อเราลงไปใต้ทะเลแล้ว อุณหภูมิในน้ำจะมีความเย็นขึ้นเรื่อย ๆ เมื่อลึกลงไปใต้ท้องทะเล ดังนั้นชุดดำน้ำจะเป็นตัวช่วยสำคัญที่ทำให้เราไม่หนาวสั่นเมื่ออยู่ในน้ำนาน ๆ นั่นเอง

 

 

  1. อุปกรณ์สำหรับหายใจใต้น้ำ (Regulator)

               อุปกรณ์สำหรับหายใจใต้น้ำ เป็นสายส่งอากาศที่ต่อเข้ากับถังอากาศ โดยมีหน้าที่ในการเปลี่ยนอากาศจากถังอากาศที่มีแรงดันสูงให้มีความดันที่เหมาะสมสำหรับนักดำน้ำเพื่อเอาไว้หายใจ

  1. ถังอากาศ (Tank)

               ถังอากาศ อุปกรณ์สำคัญที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับการเล่นกีฬา Extreme ประเภทการดำน้ำลึก เพราะถ้าเราไม่มีอากาศในถังเอาไว้หายใจใต้น้ำ ก็จะทำให้เราไม่สามารถดำน้ำลงไปลึกได้นั่นเอง

 

 

  1. เสื้อชูชีพ (Buoyancy Compensator Device)

เสื้อชูชีพประเภท Buoyancy Compensator Device เป็นเสื้อชูชีพสำหรับนำดำน้ำโดยเฉพาะ ที่สามารถเติมลมและปล่อยลมเข้าไปในเสื้อได้ตามต้องการ เพื่อทำให้เราสามารถลอยตัวอยู่ใต้ได้อย่างสมดุล โดยที่เสื้อชูชีพแบบนี้จะมีสายต่อเข้ากับถึงอากาศและมีปุ่มปรับลมเข้า-ออกได้

นอกจากนี้อุปกรณ์สำหรับดำน้ำลึกในถ้ำยังมีหมดเพียงเท่านี้ เพราะยังมีอุปกรณ์เสริมอื่น ๆ ที่เราควรรู้เอาไว้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็น เข็มขัดตะกั่ว (เอาไว้ใช้เพื่อให้เราจมลงไปใต้น้ำได้ดียิ่งขึ้น) ไฟฉายใต้น้ำ (ช่วยทำให้เราสามารถมองเห็นใต้ท้องทะเลที่มืดได้) เข็มทิศ (ใช้บอกทิศทาง) และนาฬิกา (ที่สามารถใช้ใต้น้ำได้) เป็นต้น

 

 

6 อุปกรณ์ดำน้ำลึกในถ้ำ ที่นักดำน้ำควรรู้


 

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

 

Kitesurfing กีฬา extreme ทางน้ำสุดโหด

 

สำหรับใครที่กำลังชื่นชอบกีฬาผาดโผนสุดโหดที่ผู้เล่นนั้นจะต้องใช้ความสามารถพิเศษของตนเองและประสบการณ์ที่ได้สั่งสมมาตั้งแต่วัยเยาว์ เพื่อใช้ในการเล่นกีฬาผาดโผนสุดโหดที่เรากำลังจะแนะนำให้ทุกท่านได้ทราบกันในปัจจุบัน กีฬาที่ผู้คนให้ความสนใจเป็นอย่างมากแต่จะต้องเป็นผู้ที่มีความกล้าและชอบท้าทายความสามารถของตนเองเป็นผู้เล่น เนื่องจากเขาเป็นกีฬาที่มีความหวาดเสียวและผาดโผนเป็นกีฬาทางน้ำที่ผู้คนให้การยอมรับว่ามีรูปแบบวิธีการเล่นที่ค่อนข้างยาก ผู้ที่จะสามารถเล่นได้นั้นจะต้องมีประสบการณ์สูงและมีพละกำลังกล้ามเนื้อของแขนและขาได้อย่างยอดเยี่ยมจึงจะสามารถยืนทรงตัวบนกีฬาดังกล่าวได้ เป็นกีฬาสีอื่นไม่ได้นอกจาก Kitesurfing กีฬา extreme ในไทย ที่กำลังมีผู้คนให้ความสนใจมากที่สุด ถึงเลือกที่จะมาอธิบายเกี่ยวกับรูปแบบวิธีการเล่นพื้นฐานรวมถึงลักษณะพิเศษของกีฬาดังกล่าวว่าเขามีความแตกต่างจากกีฬาทางน้ำรูปแบบอื่นอย่างไรบ้าง ไปดูกันเลยว่าเขามีรูปแบบวิธีการเล่นรวมถึงรายละเอียดของกีฬาดังกล่าวอย่างไร

 

 

Extreme Sport ยอดนิยม

อย่างที่ทุกท่านทราบกันเป็นอย่างดีแล้วว่า กีฬา extreme กำลังได้รับความนิยมในไทย มีผู้คนพูดถึงมากที่สุดคงจะเป็นกีฬาอื่นไม่ได้นอกจาก Kitesurfing เป็นกีฬาทางน้ำที่ได้รับความนิยมเราจะมาอธิบายเกี่ยวกับอุปกรณ์การเล่นและขั้นตอนวิธีการเล่นที่ทุกท่านสามารถปฏิบัติตามได้อย่างแน่นอน แต่จะต้องมีการฝึกฝนและผ่านประสบการณ์มาอย่างยาวนานจึงจะสามารถเล่นได้อย่างคล่องตัว เขาเป็นกีฬาที่ต้องใช้อุปกรณ์เสริมนั่นก็คือ ว่าว และ การโต้คลื่นขนาดเล็ก อุปกรณ์ ที่ใช้ในการเล่นเป็นหลักและต้องมีอุปกรณ์เสริมที่ใช้ในการเล่นเพื่อป้องกันความปลอดภัย Safety ที่ช่วยป้องกันอันตรายหรืออุบัติเหตุที่เกิดจากการเล่นได้ จะเห็นได้ว่าเป็นกีฬาที่ท้าทายความสามารถอย่างมากจะต้องอาศัยทั้งลมและคลื่นทะเลที่ซัดอย่างรุนแรงโดยผู้เล่นนั้นจะต้องทรงตัวอยู่บนกระดานโต้คลื่นและมืออีกฝั่งนั้นจะต้อง เชื่อมโยงกับการดึงว่าว ที่อยู่ด้านบนเพื่อให้การเคลื่อนที่นั้นไปในทิศทางลมที่สามารถฝึกบังคับทิศทางลมได้จากการประคองว่าว

ทักษะและวิธีการเล่น Kitesurfing

สำหรับทักษะและวิธีการเล่นกีฬา extreme ที่จะช่วยทำให้ทุกท่านนั้นสามารถเล่นได้อย่างมีประสิทธิภาพจะต้องใช้ทักษะการทรงตัวและพละกำลังของกล้ามเนื้อขาและกล้ามเนื้อแขน เพื่อช่วยประคับประคองกระดานโต้คลื่นที่จะทำให้ทุกท่านเล่นไปยังจุดหมายและปลายทางได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยเทคนิคหนักจะต้องใช้การทรงตัวที่ยืนอยู่บนกระดานโต้คลื่นได้อย่างสมบูรณ์แบบคือการฝึกผ่านประสบการณ์ที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน


 

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

สำหรับมนุษย์นั้น อะไรที่ยิ่งยากก็เหมือนยิ่งท้าทาย อะไรที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ยิ่งอยากเอาชนะ และยิ่งในวงการกีฬาที่มีเนื้อหาสำคัญคือการเอาชนะด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีการพยายามทำลายสถิติของคู่แข่งกันอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับการแข่งขันจักรยานในรายการ Yak Attack นั้นแค่เข้าเส้นชัยโดยที่ไม่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็นับว่าชนะแล้วเพราะว่ากันว่าเป็นเส้นทางที่ท้าความตายเป็นอย่างมากก็จริงอยู่ว่าถึงแม้ในการแข่งขันรายการนี้จะยังไม่มีนักปั่นคนใดเสียชีวิตแต่ดูเส้นทางแล้วก็มีโอกาศสูงในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

การแข่งขันจักรยานรายการ Yak Attack นั้นมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 400 กิโลเมตร ต้องปั่นข้ามเทือกเขาหิมาลัย ที่มีความสูงถึง 12,000 เมตร ส่วนจุดสูงที่สุดของนักปั่นที่ไปถึงนั้นอยู่ที่ 5,000 จากระดับน้ำทะเล แถมยังมีอากาศที่หนาวเหน็บเย็นยะเยือกที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-30 องศาเซลเซียส แต่ก็มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งเพราะมีทีมกู้ภัยคอยบินสำรวจด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดการแข่งขัน

เนลคอตแทมนักปั่นจักรยานเสือภูเขาชาวอังกฤษที่เคยลงแข่งในรายการนี้มาแล้วและสามารถเข้าเส้นชัยมาแล้วหลายครั้งได้เล่าถึงการแข่งขันจักรยานรายการนี้ว่าร่างกายของนักปั่นนั้นจะต้องพร้อมที่สุดเพราะจะต้องเจอทุกสภาพอากาศที่แสนจะทรมานไม่ว่าจะเป็นอากาศที่หนาวสุดขั้วอากาศร้อนสุดขีด  และสภาพเส้นทางที่แสนจะโหดไม่ว่าจะเป็นการไต่ความสูงขึ้นเขาต้องเจอกับฝุ่นกินหินดินทรายบ่อโคลนแม่น้ำที่ขวางกันธารน้ำแข็งรวมไปถึงสัตว์ป่าหลายอย่างเช่นวัว

ความโหดต่างๆจึงทำให้การแข่งขันรายการนี้จึงถูกยกให้เป็นสนามเสือภูเขาที่ยากที่สุดในโลกเพราะไม่ได้วัดแค่ความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้นยังเป็นการพิสูจน์หัวจิตหัวใจไหวพริบประสบการณ์ของนักปั่นมืออาชีพที่ร่วมทำการแข่งขันที่ต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากเทือกเขาหิมาลัยให้ได้นั่นเอง

นักปั่นเสื้อภูเขาที่ร่วมการแข่งขัน Yak Attack จะได้รับบททดสอบอันหนักหน่วง จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหมือนรายการอื่น เพราะที่นั่นจะเป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ มีเพียงอาหารที่เพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละมื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นก็จะมีเพียงเส้นทางที่แสนโหดแต่ท้าทาย จักรยานของนักปั่น ความอ่อนล้าที่เกาะกินทุกส่วนของร่างกายที่ค่อย ๆเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในทุกวัน อาการป่วย และออกซิเจนที่เบาบางลงเมื่อปั่นไปยังที่สูงขึ้น ซึ่งหากใครผ่านการแข่งขันนี้ไปได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากแล้ว

 

# นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เชื่อว่าหลายๆคนที่มาปีนเขาอาจจะรู้สึกว่าทำไมการปีนเขานี่มันใช้พลังงานเยอะจังเลย ปีนได้ไม่กี่รอบก็เรื่อยรู้สึกเหนื่อยล้า จนปีนต่อไม่ไหวแล้ว เพราะใช้ทั้งพลังแขน ขา เอวอย่างเต็มที่ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเทคนิคดีๆให้คุณทราบเกี่ยวกับวิธีการปีนหน้าผาจำลองมาฝากกันนะคะว่าปีนยังไงให้ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยง่าย เพื่อที่คุณจะได้สามารถเก็บแรงเอาไว้ปีนกันได้ทั้งวันเลยทีเดียว

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

การยืดแขนให้ตึง

สำหรับเทคนิคการยึดแขนให้ตึงนั้นจะเป็นการผ่อนแรงการใช้กล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี เพราะหากคุณยืดแขนจนตึงสุดนั่นหมายว่าส่วนที่รับน้ำหนักของร่างกายคุณจะกลายเป็นกระดูกของคุณไม่ใช่กล้ามเนื้อ เพราะคุณทราบไหมว่าการงอแขนแค่เพียงเล็กน้อยนั้นก็หมายความว่าคุณใช้การเกร็งกล้ามเนื้อและออกแรงกล้ามเนื้อเพื่อที่จะรับน้ำหนักทั้งร่างกายของคุณแล้ว เพราะฉะนั้นจังหวะไหนที่สามารถยืดแขนให้ตรงจนสุดได้ก็ทำเช่นนั้นจะดีกว่านะคะ

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

ตำแหน่งของสะโพก

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยเมื่อยล้าเลยก็คือการวางตำแหน่งสะโพกที่ไม่ถูกตรง หากใครที่เพิ่งเริ่มต้นปีนหน้าผาจะสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าจะงอลำตัว และให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพง นั่นเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนะคะเพราะกลายที่คุณงอตัวให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพงจะทำให้เป็นการเพิ่มน้ำหนักที่มากขึ้นด้วย เป็นผลพวงให้คุณจะต้องใช้กำลังแขน ขา มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เราแนะนำให้คูรวางตำแหน่งสะโพกให้ขนานกับกำแพงไว้จะดีกว่านะคะ

วางสะโพกให้ชิดกำแพง

การที่คุณวางสะโพกของคุณฬห้ชิดกำแพงนั้นนอกจากจะทำให้ไหล่และทั้งตัวของคุณชิดกำแพงได้มากขึ้นแล้วก็ส่งผลให้จังหวะการเอื้อม Holds ข้างบนก็เป็นไปได้ง่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงเหวี่ยงตัวเหวี่ยงแข่งขึ้นไป แม้กระทั่งการวางสะโพกชิดกำแพงเอนลำตัวส่วนบนออกมานอกกำแพง เพื่อให้มือที่จับ Hold ได้ยืดจนสุดเพื่อจะพักกล้ามเนื้อแขนก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

พยายามใช้สายตาตลอดเวลา

การวางแผนการปีนไว้ล่วงหน้านั้นนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด จงอย่าหยุดใช้สายตา ให้คุณมองขึ้นไปข้างบนตลอดเวลาเพื่อหา Hold ที่จะจับต่อไป เพื่อที่คุณจะได้ทราบตำแหน่งมือและเท้าโดยที่ไม่ต้องมองทีละ Step ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถปีนขึ้นไปได้อย่างว่องไวมากยิ่งขึ้น จะได้ลงมาพักได้ไวๆ และไม่ต้องคอยลองผิดลองถูกกับ Holds อื่นๆอีกด้วย

ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่สามารถพักได้จงพัก

หากคุณอยู่ใน Position ที่สามารถพักแขน พักขาของคุณได้ก็อย่ารอช้า จงคว้าโอกาสนั้นเอาไว้สะ เพราะว่าการที่เอาแต่ปีนๆอย่างเดียวโดยไม่พักอาจจะทำให้หมดแรงระหว่างทางโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการพักนั้นนอกจากคุณจะได้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อแล้ว ก็ยังสามารถมองขึ้นไปข้างบนเพื่อวางแผนการปีนระหว่างที่พักได้อีกด้วย

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series ปล่อยประเภทการแข่งขันแล้ว

Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series ปล่อยประเภทการแข่งขันแล้ว

หลังจากมีการปล่อยโปสเตอร์การแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการแล้วสำหรับการแข่งขันเจ็ตสกีรายการระดับโลกอย่าง Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series 2020-2021 ซึ่งเป็น 2 in 1 Super tournaments ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-7 มีนาคม 2021 นี้ ล่าสุด เพิ่งมีการประกาศประเภทรายการแข่งขันออกมาอย่างเป็นทางการ โดยเปิดการแข่งขันสำหรับนักเจ็ตสกีทั่วโลกใน 5 ประเภทการแข่งขันที่ไม่จำเป็นต้องต้องได้รับการรับรองจาก National Affiliated Organization ในแต่ละประเทศสามารถส่งตัวแทนเข้ามาได้ไม่เกิน 4 คน แต่หากในกรณีที่จำนวนของผู้เข้าร่วมการแข่งขันมากกว่าที่กำหนดทางผู้จัดงานจะทำการคัดเลือกอีกครั้ง อย่างไรก็ตามสำหรับแชมป์จากรายการการแข่งขัน Jet Ski World Cup Series 2019 และ  Jet Ski World Cup 2019 ในแต่ละประเภทการแข่งขัน จะได้รับสิทธิพิเศษให้สามารถเข้าร่วมการแข่งขันรอบ “moto round” โดยอัตโนมัตินั่นเอง ยกเว้นการแข่งขันรายการ Pro Freestyle และ Pro-Am Endurance

Jet Ski World Cup and Jet Ski World Series ปล่อยประเภทการแข่งขันแล้ว

สำหรับประเภทการแข่งขันทั้งหมดนั้นแบ่งเป็น 21 ประเภทการแข่งขัน ที่เพิ่งจะประกาศออกมาอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 8 กันยายนที่ผ่านมานี่เองประกอบด้วย

– Pro Ski Grand Prix – Pro Sport GP

– Pro R/A 1100 Open- Pro R/A GP

– Pro Freestyle- Pro-Am Endurance Open

– Pro-Am Ski Stock – Pro-Am Ski Lites

– Pro-Am Women Ski- Pro-Am Sport GT 1R GP

– Pro-Am Runabout Limited- Pro-Am R/A Superstock

– Expert Veterans R/A Limited- Expert Ski Grand Prix

– Amateur R/A 1100 Stock- Novice Ski Stock

– Novice Runabout Stock- Novice R/A 1100 Stock

– Junior 13-15 Ski Stock

เรียกว่ายิ่งใหญ่สมฐานะสนามการแข่งขันระดับโลกจริง ๆ รับรองว่าสนุกและเต็มอิ่มจริง ๆ เลย สำหรับการแข่งขันในสนามนี้ โดยในรายการแข่ง Pro Ski Grand Prix , Pro Sport GP, Pro R/A 1100 Open, Pro R/A GP และ Pro Freestyle นี้เอง เป็น 5 รายการแข่งขันที่ทางผู้จัดงานเปิดโอกาสให้แต่ละประเทศสามารถส่งตัวแทนได้สูงสุดถึง 4 คนต่อหนึ่งประเภทรายการแข่งขัน และจะใช้ระบบของ “World Cup” ในการตัดสินการแข่งขันแต่อย่างไรก็ตามนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันจำเป็นต้องมีใบอนุญาตการขับขี่เจ็ตสกีอย่างเป็นทางการในแต่ละประเภทการขับขี่นั้นๆทั้งนี้ก็เพื่อความปลอดภัยของผู้เข้าร่วมการแข่งขันนั่นเอง

ในส่วนของเงินรางวัลนั้นก็ล่อตาล่อใจนักกีฬาที่เข้าร่วมการแข่งขันมากเลยทีเดียวโดยแต่ละประเภทการแข่งขันนั้นก็จะให้เงินรางวัลที่แตกต่างกันออกไปในส่วนของ Jet Ski World Series มีทั้งหมด 6 รายการแข่งขัน เงินรางวัลสูงสุดที่ 30,000 USD หรือประมาณ 900,000 บาท ส่วน Jet Ski world Cup นั้น เงินรางวัลสูงสุกที่ 50,000 USD หรือประมาณ 1,500,000 บาท ซึ่งจะตกเป็นของแชมป์จากรายการการแข่งขันประเภท Pro Ski Grand Prix และ Pro R/A GP นั่นเอง และค่าสมัครเข้าร่วมการแข่งขันก็แตกต่างออกไปตามประเภทการแข่งขันเช่นเดียวกัน โดยราคาที่ถูกที่สุดอยู่ที่ 195 USD คิดเป็นเงินไทยประมาณเกือบ ๆ 600 บาท และแพงที่สุดที่ 525 USD หรือประมาณ 16,000 บาทนั่นเอง และแชมป์ในทุกรายการการแข่งขันนั้นมีถ้วยรางวัลให้ด้วย และสำหรับรายการแข่งขันของ Jet Ski world Cup มีเหรียญรางวัลให้อีกด้วยซึ่งแน่นอนว่าเป็นที่หมายปองของนักกีฬาเจ็ตสกีจากทั่วทุกมุมโลกเป็นอย่างมาก

สำหรับประเทศไทยเองก็ได้มีการคัดเลือกนักกีฬาและเตรียมพร้อมเป็นอย่างมากเพื่อจะส่งนักกีฬาเข้าร่วมการแข่งขันในครั้งนี้โดยได้แชมป์จากทุกประเภทรายการการแข่งขันแล้วเรียบร้อยพร้อมที่จะโชว์ฝีมือการขับเจ็ตสกีแสดงความสามารถของนักกีฬาไทยเจ็ตสกีไทยให้โลกได้เห็นแล้วซึ่งนับว่าเป็นอีกหนึ่งกีฬาที่น่าสนใจไม่น้อยและนักกีฬาไทยก็เคยคว้าแชมป์ในรายการแข่งขันสนามนี้มาแล้วในปีนี้แฟนๆเจ็ตสกีก็คงต้องร่วมลุ้นและร่วมเป็นกำลังใจให้นักเจ็ตสกีไทยอีกครั้ง

 

# ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

เชื่อว่าหลายต่อหลายคนที่เที่ยวบนบกจนเห็นกันแบบทะลุปรุโปร่งแล้วก็อยากจะที่ลองลงไปชื่นชมความสวยงามของโลกใต้น้ำกันดูบ้างใช่ไหมละคะ และแน่นอนว่าโลกใต้น้ำนั้นสวยงามและน่าอัศจรรย์ไม่แพ้กับบนบกเลยทีเดียว ซึ่งวันนี้ถ้าใครที่อยากจะเปิดประสบการณ์การดำน้ำเราก็มีเกร็ดความรู้ดีๆเกี่ยวกับการดำน้ำมาฝากกันนะคะ ซึ่งบอกได้เลยว่าหากคุณได้ลองดำน้ำแล้วจะต้องตกหลุมรักโลกใต้น้ำอย่างแน่นอนเลยทีเดียว

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

การดำน้ำ คือ การที่เราดำตัวลอยไปใต้ผิวน้ำเพื่อสำรวจโลกใต้น้ำนั่นเอง ซึ่งการดำน้ำก็ใช้ในหลากหลายช่องทาง เช่นเพื่อการสำรวจทางวิทยาศาสตร์ ทางการทหาร การประมง และปัจจุบันกิจกรรมการดำน้ำก็เป็นกิจกรรมยอดฮิตที่ใช้ในการท่องเที่ยวเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความสวยงามและน่าตื่นตาตื่นใจในแบบที่เราไม่สามารถหาประสบการณ์ที่แสนวิเศษแบบนี้ได้อย่างบนบก จริงทำให้มีกลุ่นคนจำนวนมากที่หลงไหลในการน้ำดำ ซึ่งการดำน้ำเพื่อการชมความสวยงามของโลกใต้ทะเลนั้นก็มีอยู่ 3 ประเภทด้วยกัน

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

ประเภทของการดำน้ำ

สำหรับการดำน้ำเราจะมีการแบ่งแยกประเภทตามอุปกรณ์ที่ใช้ และเทคนิคในการดำน้ำ ซึ่งทั้ง 3 ประเภทที่เราจะมากล่าวถึงกันในวันนี้ก็มีทั้งความแตกต่างและความคล้ายคลึงกันด้วย ส่วนจะมีแบบไหนบ้างนั้นเรามาดูกันเลยค่ะ

เกร็ดความรู้เกี่ยวกับการดำน้ำประเภทต่างๆ

1. Snorkeling

การดำน้ำแบบ Snorkeling นี้จะเป็นการดำน้ำที่คุณจะลอยตัวอยู่บนผิวน้ำในลักษณะที่คว่ำน้ำลงในน้ำ ซึ่งก็จะมีอุปกรณ์ที่ช่วยให้คุณสามารถหายใจได้ขณะที่คุณลอยตัวอยู่นั่นก็คือ Mask(หน้ากาก) Snorkel(ท่อหายใจ) ซึ่งคุณสามารถทำการหายใจทางปากผ่านท่อหายใจที่ลอยอยู่เหนือผิวน้ำได้เลย ซึ่งการดำน้ำประเภทนี้จะเหมาะกับการดำน้ำตื้นไม่เกิน 3 เมตร เพราะคุณสามารถมองเห็นพื้นเบื้องล่างมหาสมุทรได้อย่างชัดเจนจากผิวน้ำโดยที่ไม่ต้องดำลงไปด้านล่าง ซึ่งการดำน้ำแบบ Snorkeling นี้ถือว่าสามารถทำได้ง่ายมากๆ เรียกได้ว่าคุณไม่ต้องมีประสบการณ์การดำน้ำมาก่อนก็สามารถทำได้ หรือแม้กระทั่งคนที่ว่ายน้ำไม่เป็นก็สามารถดำแบบ Snorkeling ได้เช่นเดียวกัน แต่แนะนำว่าให้คุณสวมเสื้อชูชีพด้วยนะคะเพื่อความปลอดภัย

2. Freediving

การดำน้ำแบบ Freediving จะเป็นการดำน้ำที่ใช้อุปกรณ์คล้ายกับการดำแบบ Snorkeling เลย แต่ว่าจะไม่ได้ดำเฉพาะบนผิวน้ำเท่านั้น จะต้องดำลงไปใต้ผิวน้ำด้วย โดยการกลั้นหายใจแล้วมุดตัวลงไปใต้ซึ่งจะใช้เทคนิคที่มากกว่าการดำน้ำแบบ Snorkeling โดยการดำน้ำประเภทนี้คุณจะต้องผ่านการเรียนและการฝึกฝนจนชำนาญเสียก่อน เพื่อไม่ให้เกิดอันตรายได้ โดยการดำน้ำแบบ Freediving นี้คุณสามารถดำลงไปดูโลกได้น้ำได้ลึกถึง 30 เมตรเลยนะคะ หรือบางคนที่สามารถทำสถิติโลกได้ก็จะอยู่ที่ประมาณ 72 เมตรหรือเกือบ 100 เมตรเลยทีเดียว แต่การที่คุณจะดำได้แบบนี้นั้นจะต้องมีการเรียนรู้และผ่านการฝึกอบรมด้วยนะคะ และบอกเลยว่าถ้าหากคุณสามารถ Freedive ได้ล่ะก็คุณจะว่ายน้ำได้อย่างปลาเลยทีเดียว

3. Scuba

สำหรับรูปแบบการดำน้ำแบบนี้จะเป็นการดำน้ำที่คุณสามารถดำลงไปใต้ผิวน้ำและสามารถหายใจผ่านท่อออกซิเจนได้เลย โดยที่ไม่ต้องคอยขึ้นมาหายใจด้านบนแบบการ Freediving โดยการดำน้ำแบบ Scuba นี้จะทำให้คุณสามารถเห็นโลกใต้ทะเลได้ลึกขึ้น ละเอียดขึ้น และสามารถอยู่ได้นานขึ้น โดยการดำน้ำ 1 Dive นั้นคุณจะสามารถอยู่ใต้น้ำได้นานประมาณ 45-110 นาที เลยทีเดียว ซึ่งก็อยู่ที่ปริมาณออกซิเจนที่คงเหลือของคุณด้วย ส่วนความลึกที่คุณสามารถดำได้นั้นก็จะมีตั้งแต่ระดับ 20 เมตร 30 เมตร 40 เมตร หรืออาจจะลึกมากไปกว่านั้น และแน่นอนว่าการที่คุณจะดำน้ำแบบ Scuba  ได้คุณจะต้องมีการเรียนและฝึกอบรมหลักสูตรด้วยเช่นเดียวกันเพื่อความปลอดภัยนะคะ

 

# 10 ข้อเท็จจริงที่น่าทึ่งเกี่ยวกับ Freediving

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro HONGY 005

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro HONGY 005

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro HONGY 005

สเก็ตบอร์ดนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ได้รับความนิยมโดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นแต่ด้วยความที่สเก็ตบอร์ดนั้นมีขนาดเล็กและดูแล้วค่อนข้างบอบบางทำให้คนที่มีรูปร่างใหญ่หรือมีน้ำหนักค่อนข้างเยอะไม่ค่อยกล้าที่จะเล่นเท่าไหร่นักเนื่องจากเป็นห่วงเรื่องความปลอดภัยและความแข็งแรงของสเก็ตบอร์ดว่าจะสามารถรองรับน้ำหนักได้หรือไม่แต่ความจริงแล้วในปัจจุบันนี้สเก็ตบอร์ดส่วนใหญ่มีความแข็งแรงทนทานสูงและสามารถรับน้ำหนักได้เป็นจำนวนมากดังนั้นหากคุณเป็นคนที่มีรูปร่างค่อนข้างใหญ่หรือมีน้ำหนักเยอะแล้วอยากจะลองเล่นสเก็ตบอร์ดดูเราขอแนะนำสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro HONGY 005

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro HONGY 005

เนื่องจากรุ่นนี้มีความแข็งแรงทนทานสูงและสามารถรองรับน้ำหนักผู้ใช้งานได้สูงสุดที่ 150 กิโลกรัม มาในราคา 2,290 บาท พร้อมของแถมอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสติ๊กเกอร์ อะไหล่ล้อ เครื่องมือปรับล้อ และสีสำหรับตกแต่งเพิ่มเติม มีขนาดความยาวอยู่ที่ 79 เซ็นติเมตร ความกว้าง 20 เซ็นติเมตร และความสูง 10 เซ็นติเมตร ซึ่งเป็นขนาดมาตรฐานที่กำลังพอดีสามารถเล่นถ้าได้มากมายไม่ว่าจะเป็นท่า Heelflip, Kickflip, Pop Shove และอื่นๆ อีกมากมาย ตัวแผ่นกระดานนั้นทำมาจากไม้แอปเปิ้ลที่คัดสรรคุณภาพมาเป็นอย่างดีอัดกันถึง 7 ชั้น ดังนั้นมันจึงแข็งแรงทนทานและสามารถรองรับน้ำหนักได้สูง ไม่แตกหักง่ายอย่างแน่นอน

 สเก็ตบอร์ดรุ่น Pro HONGY 005 มาพร้อมกับลวดลายกราฟฟิกที่มีความเป็นสตรีทและเรียบง่าย โดยด้านบนนั้นจะใช้พื้นสีดำและแต่งด้วยตัวอักษรกราฟิกสีขาว ส่วนด้านล่างนั้นจะมีพื้นหลังเป็นสีส้มตกแต่งลวดลายกราฟฟิกการ์ตูนและตัวอักษร ที่สำคัญคือลวดลายเหล่านี้กันน้ำ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลในกรณีที่เราต้องเผชิญกับฝนตกหรือเล่นสเก็ตบอร์ดในที่ที่มีแอ่งน้ำ ตัวร้อนผลิตมาจากวัสดุอย่างโพลียูรีเทนซึ่งมีความสามารถในการป้องกันการขูดขีดเป็นรอยและยังสามารถช่วยให้การยึดเกาะกับพื้นดียิ่งขึ้นอีกด้วย ฐานล้อมีความแข็งแรงและสามารถรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี น้ำหนักของตัวสเก็ตบอร์ดจะอยู่ที่ 2.2 กิโลกรัม

โดยโครงสร้างที่มีความแข็งแรงสูงและสามารถรองรับแรงกระแทกได้ดี ทำให้ถึงแม้ว่าผู้เล่นจะมีรูปร่างใหญ่หรือน้ำหนักมากก็ยังสามารถใช้งานสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ในการเล่นท่าต่างๆ ได้อย่างปลอดภัย และที่สำคัญคือตัวกระดานก็ไม่เกิดความเสียหายอีกด้วย ไม่เพียงเท่านั้นยังสามารถใช้งานได้ทั้งเด็กและผู้ใหญ่ ในกรณีที่ซื้อให้บุตรหลานเล่นก็สามารถเล่นสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ได้จนโตเป็นผู้ใหญ่ มันจึงเป็นสเก็ตบอร์ดที่คุ้มค่าเป็นอย่างมาก ใครกำลังมองหาสเก็ตบอร์ดที่มีความโดดเด่นเรื่องความแข็งแรงทนทานรุ่นนี้ก็น่าสนใจไม่น้อย

 

# รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 001

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

สำหรับนักขี่จักรยานยนต์โมโตครอสหรือเอ็นดูโร่มือใหม่ที่กำลังเข้าวงการอาจจะยังไม่รู้ว่าการออกไปผจญภัยในป่าหรือเส้นทางกันดารว่าของที่ต้องมีหรืออุปกรณ์ที่จำเป็นนอกเหนือจากรถคู่ใจแล้วควรจะมีอะไรบ้างเพื่อเป็นการช่วยเซฟและสร้างความปลอดภัยในการออกไปลุยและบางคนก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าอุปกรณ์ต่างๆที่ควรมีนั้นมีประโยชน์ยังไงวันนี้เราจึงมาบอกเกี่ยวกับอุปกรณ์พื้นฐาน 6 อย่างที่ต้องเตรียมให้พร้อมถ้าคิดจะเป็นนักบิดสายลุย

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

1.หมวกกันน็อค ( Helmet)

เป็นอุปกรณ์ที่จำเป็นอันดับ 2 รองมาจักรยานยนต์วิบากที่ต้องมี (ฮ่า ) ซึ่งหมวกกันน็อคสำหรับนักบิดสาย โมโตครอส หรือเอ็นดูโร่นั้นจะเรียกว่า  Off-Road or Motocross Helmet ซึ่งเป็นหมวกกันน็อคเต็มใบไม่มีซิลด์บัง โดยที่ส่วนบนของหมวกนั้นจะมีบังลมที่ยาวออกมาเพื่อบังแดด บังฝน ส่วนคางนั้นจะแหลมหนา เพื่อป้องกันคางและขากรรไกรกระแทกในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ แล้วเอาส่วนหน้าลงพื้นนั่นเอง หมวกชนิดนี้ทั้งสายลุยฝุ่น หรือสายออกทริป ก็ใช้ได้ทั้งนั้น เพราะนอกจากจะช่วยป้องกันศีรษะได้เป็นอย่างดียังมีน้ำหนักที่เบาอีกด้วย

6 อุปกรณ์ที่ขาดไม่ได้สำหรับนักขี่สายลุยฝุ่น

2.แว่นตา Goggles

แว่นตาที่ว่านี้ไม่ได้หมายถึงแว่นกันแดด หรือแว่นตาทั่วไปที่เอาไว้ใส่เท่ ๆ เพราะแว่นสำหรับรถโมโตครอส หรือเอ็นดูโร่นั้น ต้องสามารถมารถป้องกันฝุ่น ป้องกัน ฝน ป้องกันโคลน รวมไปถึงแมลงต่าง ๆ ได้อีกด้วย ในการเลือกแว่นนั้น ก็ควรจะเลือกแว่นที่มีคุณภาพ ของแท้ 100% เพราะไม่งั้นเวลาเจอฝนจะทำให้ขึ้นฝ้าได้เร็วมาก ต้องเสียเวลาถอดเช็ดบ่อย ๆ ก็ทำให้เซ็งได้เหมือนกัน

3.ถุงมือ Gloves

ถุงมือสำหรับนักบิดชาวโมโตครอส หรือเอ็นดูโร่นั้น มีประโยชน์อยู่หลายอย่างไม่ว่าจะเป็นการสร้างความกระชับ ไม่ลื่นในการจับแฮนด์รถ ยิ่งการขี่รถจักรยานยนต์วิบากด้วยแล้วการลงหลุม ลงบ่อหรือเส้นทางขรุขระก็อาจทำให้มือลื่นหลุดได้ง่าย และถุงมือยังช่วยป้องกันกิ่งไม้หรือหนามต่าง ๆ เวลาลุยป่า และเมื่อเกิดอุบัติเหตุยังช่วยเซฟมือของนักบิดได้ ส่วนการเลือกถึงมือนั้นควรจะเลือกที่กระชับพอดี ไม่หลวมหรือแน่นจนเกินไป และควรเลือกแบบที่ใส่แล้วนุ่มมือการ์ดต้องไม่แข็งมากนักเพื่อเป็นการเพิ่มความรู้สึกสบายในการขับขี่ให้มากที่สุดนั่นเอง

4.ชุดขี่ โมโตครอส Jersey /Pant

ชุดสำหรับขี่โมโตครอสนั้น ควรจะเป็นชุดที่ระบายอากาศได้ดี แห้งง่าย เพราะเราต้องขี่ลุยทั้งแดด และฝนส่วนเนื้อผ้านั้นก็ควรจะมีความยืดหยุ่นที่สูงเมื่อเราบังคับรถ ทั้งการยืนขี่ เอี้ยวตัว รวมไปถึงการเข้าโค้ง และเคลื่อนไหวในท่วงท่าต่าง ๆ จะทำให้คล่องตัว และสะดวกมากขึ้นนั่นเอง

5.สนับศอก สนับเข่า

เป็นอุปกรณ์ที่ควรจะต้องใส่ทุกครั้ง สำหรับนักบิด เอ็นดูโร่ หรือโมโตครอส ยิ่งการที่ต้องขี่เข้าป่า หรือไปในเส้นทางที่กันดารด้วยแล้ว เราไม่สามารถจะรู้ได้ว่าจะมีอะไรเกิดขึ้นได้บ้าง โดยเฉพาะอุบัติเหตุที่สามารถเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ สนับศอกสนับเข่าใส่ไว้เถอะ ไม่ได้เกะกะอะไรมากมายนักหรอก

6.รองเท้าบู๊ท boots

รองเท้าสำหรับรถจักรยานยนต์วิบากนั้นจะเป็นแบบที่หุ้มไปถึงประมาณหน้าแข้ง หรือที่เรียกว่ารองเท้าบู๊ทแบบเต็มข้อ ซึ่งสามารถป้องกันได้หลายอย่าง ไม่จะเป็นการป้องกันความร้อนจากท่อรถ กิ่งไม้ หนาม แหละป้องกันเท้าท่อนล่างไปถูกกับส่วนต่าง ๆ ของรถที่ทำให้บาดเจ็บได้ ยังไม่รวมถึงการช่วยเซฟแข้งขา ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุ รองเท้าบู๊ทจึงถือว่าเป็นอุปกรณ์ที่นักบิดลุยฝุ่นควรต้องมี

 

อยากเริ่มขี่จักรยานยนต์วิบาก เริ่มต้นยังไงดี

ประเภทของการแข่งขันรถวิบากที่ควรรู้

ประเภทของการแข่งขันรถวิบากที่ควรรู้

การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากนั้น คือกีฬาที่ต้องอยู่บนเบาะมอเตอร์ไซค์เป็นหลัก และต้องที่ไปในเส้นทางที่อุปสรรคเยอะ ( ถึงเรียกว่า วิบาก ฮ่า ) ซึ่งใครที่จะเล่นกีฬาประเภทนี้ต้องมีทักษะในด้านการขับขี่พอสมควร ยิ่งถ้าจะลงแข่งขันด้วยแล้วล่ะก็ ยิ่งต้องมีการฝึกฝนเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง ถึงจะสามารถเป็นนักแข่งได้ ส่วนประเภทของการแข่งขันนั้นมีอะไรกันบ้างก็แบ่งได้ดังนี้

ประเภทของการแข่งขันรถวิบากที่ควรรู้

Dakar Rally- บอกได้เลยว่านี่คือการแข่งขันจักรยานยนต์วิบากที่โหดที่สุด นักแข่งรถประเภทนี้นั้นต้องมีความชำนาญ และทักษะ รวมถึงประสบการณ์ที่มาก ต้องมีความพร้อมทั้งกาย และใจรวมไปถึงรถจักรยานยนต์คู่ใจ เพราะนอกจากเส้นทางที่โหดในทะเลทราย นักขี่จะไม่เจอแค่เพียงทรายเท่านั้น เพราะจะมีทั้งฝุ่น หินกรวด หินใหญ่ หน้าผาสูงและต้องขี่กันอย่างยาวนานเป็นอย่างมาก เพราะเส้นทางการแข่งขันนั้นยาวไกลในระดับ 10,000 กิโลเมตรเลย ส่วนมอเตอร์ไซค์วิบากที่จะใช้ทำการแข่งขันนั้น ต้องมีเครื่องยนต์ ถึง 450 CC. ขึ้นไปอีกด้วย

MXGP/MX2- หรือที่เรียกกันว่าการแข่งขันมอเตอร์ไซค์วิบาก แบบโมโตครอส (Motocross) โดยจักรยานยนต์ประเภทนี้จะไม่มีอุปกรณ์ที่ไม่จำเป็นเพื่อให้รถจักรยานยนต์นั้นเบาที่สุด เพราะจะสามารถควบคุมได้ง่าย เมื่อทำการแข่งขัน ฉะนั้นเราจะไม่เห็นอุปกรณ์จำพวก ไฟหน้า ไฟเลี้ยว รวมไปถึงไฟท้ายอีกด้วย โดยการแข่งขันนั้นจะต้องผ่านอุปสรรคทุกรูปแบบที่มีอยู่บนเส้นทางที่เราขี่ตะลุยไป ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่ขรุขระ ที่เขาลงเขา ฝ่าโคลนลุยทราย เรียกง่าย ๆ ว่าไม่มีอะไรสามารถจะมาขวางทางไปสู่เส้นชัยได้นั้นเอง

Enduro- การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากประเภทเอ็นดูโร่นี้ เป็นการแข่งขันที่ใกล้เคียงกับการแข่งขัน MXGP/MX2 หรือโมโตครอส มากที่สุดก็ว่าได้ ไม่ว่าจะเป็นเส้นทางที่ต้องบุกป่า ฝ่าเขา บุกตะลุยทุกอย่างที่ขวางหน้า ไม่ว่าจะเป็นภูเขาหรือลำธาร แต่จุดแตกต่างก็คือ เอ็นดูโร่นั้นจะมีเส้นทางการแข่งขันที่ยาวไกลกว่า เครื่องยนต์ต้องปรับให้รอบต่ำกว่าเพื่อที่จะสามารถทำความเร็วได้ อีกทั้งยังมีไฟหน้าไปท้าย เพื่อที่ว่าบางทีอาจต้องแข่งจนถึงมืดเพราะระยะทางที่ไกลนั่นเอง นับว่าการแข่งขันจักรยานยนต์วิบาก ที่สนุกตื่นเต้นอีกประเภทหนึ่ง

Trial Bike-จักรยานยนต์วิบากประเภทนี้ยังไม่ค่อยแพร่หลายในบ้านเรานัก คนที่ขี่จักรยานยนต์ประเภทนี้ก็ยังไม่ค่อยจะเห็นสักเท่าไหร่ น่าจะเป็นจักรยานยนต์วิบากประเภทเดียวที่ไม่อนุญาตให้นั่งขี่ได้ เพราะไม่มีเบาะ (ฮ่า) และอุปกรณ์ต่าง ๆ สำหรับรถที่ไม่จำเป็นก็ต้องถอดออกเพื่อจะทำให้น้ำหนักรถเบาที่สุด ในการแข่งขันจักรยานยนต์วิบากประเภท Trial Bike นั้นบอกเลยว่าเป็นไรที่เสียงชีวิตที่สุดแล้ว ถึงแม้จะไม่ได้แข่งขันกันทางด้านความเร็ว และมีรอบที่สูง แต่การที่ต้องทรงตัวใช้จักรยานยนต์กระโดดไปมาปีนป่ายไปในที่ต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นโขดหิน หรือลัดเลาะไปตามหน้าผา นั้นบีบหัวใจทั้งนักแข่งและผู้ชมสุด ๆ เลยทีเดียว

ข้อควรรู้ก่อนดูการแข่งขันจักรยานยนต์

เพราะหลาย ๆ คนสงสัยว่า ทำไมนักแข่งเวลาเข้าโค้งต้องทำท่าแปลก ๆ ไม่เหมือนการเข้าโค้งของมอเตอร์ไซค์ประเภทอื่น ๆโดยการเข้าโค้งของจักรยานยนต์วิบากนั้นจะต้องเหยียดขาออกไปข้างหน้า การเข้าโค้งพร้อมกับเบี่ยงตัวให้อยู่ตรงข้ามกับโค้ง และเหยียดขาออกมาในฝั่งที่เข้าโค้งนั้นเรียกว่าท่า ลีนเอ้าท์ ซึ่งนักแข่งจักรยานยนต์วิบากเท่านั้นที่จะใช้ท่านี้ เพราะเป็นการสร้างความสมดุลให้แก่ร่างกายของนักขับ และจักรยานยนต์ และยังสามารถควบคุมรถได้ง่ายขึ้น และป้องกันรถล้มตอนเข้าโค้งนั่นเอง ไม่ได้เหยียดเอาเท่แต่อย่างใด ( ฮ่า ) ทีนี้หลาย ๆท่านคงดูกีฬาจักรยานยนต์วิบากแบบหายสงสัยกันแล้วใช่ไหมล่ะ

 

# ความเป็นมาของการแข่งขัน Motocross และรูปแบบการแข่งขัน