สนามแข่ง MOTOCROSS ที่นักแข่งหลายคนอยากไปสัมผัส

สนามแข่ง MOTOCROSS ที่นักแข่งหลายคนอยากไปสัมผัส

ไม่ว่ากีฬาประเภทไหน สนามแข่งขันนั้นก็ถือเป็นจุดมุ่งหรืออาจเป็นความฝัน เป็นเป้าหมายของ รวมถึงอาจจะเป็นความฝันของนักกีฬาประเภทนั้น ๆ  ที่อยากจะไปลงทำการแข่งขัน อย่างเช่นถ้าเป็นนักวิ่ง ก็ยากไปวิ่งเบอร์ลิน หรือลอนดอนมาราธอนสักครั้ง หรือถ้าเป็นนักปั่นจักรยาน ก็คงอยากไปแข่งขันสนาม ตูร์ เดอ ฟรองซ์ ส่วนสำหรับนักบิดสายลุยฝุ่นอย่างจักรยานยนต์ MOTOCROSS นั้นมีสนามไหนกันบ้างที่เป็นที่สุดสำหรับนักบิดจักรยานยนต์วิบากลองมาดูกัน

สนามแข่ง MOTOCROSS ที่นักแข่งหลายคนอยากไปสัมผัส

สนาม Arenacross

สนามในร่ม Arenacross ถูกออกแบบให้เป็นสนามแข่งที่มีแต่โคลนที่เฉอะแฉะ และสกปรก มีแท่นกระโดดที่สูง 3 ขั้นรวมทั้งสิ่งกีดขวาง และอุปสรรคนานัปการ โดยสนามนี้เริ่มจัดการแข่งขันเมื่อปี 1970 ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งการแข่งขันรายการนี้เป็นเรื่องที่ท้าทาย และสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมที่อยู่บนอัฒจันทร์ ที่แทบจะเต็มความจุทุกครั้งที่มีการแข่งขัน

 

สนามแข่ง MOTOCROSS ที่นักแข่งหลายคนอยากไปสัมผัส

สนาม Scheveningen beach

สนามนี้เป็นสนามเลียบชายหาด Scheveningen ในประเทศฮอลแลนด์ ซึ่งนอกจากจะเป็นชายหาดที่มักมีนักท่องเที่ยวไปเดิน เล่น อาบแดด และว่ายน้ำแล้ว ชายหาดแห่งนี้ยังเปลี่ยนให้เป็นสนามแข่ง MOTOCROSS ชายหาด ที่ใหญ่ที่สุด ซึ่งแต่ละรอบนั้นก็เป็นรอบยาว โดยนักบิดที่ทำการแข่งขันมีทั้งมือสมัครเล่น และมืออาชีพ ซึ่งการแข่งขันนั้นในแต่ละปีมีการจัดการแข่งขันหลายครั้งแต่ในบางปีก็มีแค่ครั้งเดียวเท่านั้น ชายหาด Scheveningen ซึ่งตั้งอยู่ในเมือง Hague เป็นอีกหนึ่งสนามที่นักแข่ง MOTOCROSS ทั้งหลาย อยากไปสัมผัสความมันกันสักครั้ง

 

สนามแข่ง MOTOCROSS ที่นักแข่งหลายคนอยากไปสัมผัส

สนาม Thunder Valley Park

Thunder Valley Park นั้นตั้งอยู่ในเมือง เดนเวอร์ รัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่ Thunder Valley Motocross Park เริ่มสร้างเมื่อปี 1999 และเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันรายการ AMA Pro Motocross National ในปี 2005 ซึ่งหลังจากนั้นสนามนี้ก็กลายเป็นสนามที่กลายเป็นที่นิยมของเหล่านักบิด MOTOCROSS เป็นที่เรียบร้อยแล้วในช่วงฤดูร้อนของปีจะคลาคล่ำไปด้วยเสียงแผดของมอเตอร์ไซค์วิบากรวมถึงนักบิดและช่างเครื่องเป็นจำนวนมาก

 

สนาม GLEN HELEN สหรัฐอเมริกา

สนามแข่ง MOTOCROSS แห่งนี้นั้น เป็นสนามที่มีจุดเด่นตรงที่เส้นทางนั้นเป็นเส้นทางของหุบเขา Helens ใน แคลิฟอร์เนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ที่มีความลาดชันให้โดดกันอย่างเร้าใจ และค่อนข้างที่จะโหดเป็นอย่างมาก สนามนี้จัดการแข่งขันให้กับนักบิดมือใหม่ รวมไปถึงนักบิดมืออาชีพ และยังเป็นสนามที่ใช้จัดการแข่งขันรายการนานาชาติอย่างรายการ Superfast Grand Prix มาแล้ว

 

สนาม ERNEE ประเทศฝรั่งเศส

สนามแห่งนี้จะว่าเป็นสนามที่เก่าแก่ของโลกอีกสนามหนึ่งก็ว่าได้ เพราะเริ่มมีมาตั้งแต่ปี 1972 และยังสามารถจุจำนวนผู้เข้าชมได้ถึงประมาณสี่หมื่นกว่าคน  โดยได้รับหน้าที่จัดรายการแข่งขันใหญ่ ๆ อย่าง Motocross of Nations และรายการ FIM World Motocross events รวมไปถึงยังเป็นสนามสำหรับการชิงแชมป์ของประเทศฝรั่งเศสด้วย

 

สนาม Unadilla

เป็นสนามที่เก่าแก่ที่สุดในอเมริกา ซึ่งตั้งอยู่บริเวณทางเหนือของนิวยอร์ค การออกแบบสนามนั้น มีอุปสรรคให้ฝ่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็น ก้อนหินใหญ่ หรือบ่อลึกว่ากันว่าถ้าไม่เตรียมตัวมาดี ๆ แล้วถ้าพลาดมาอาจถึงตายได้

# 4โมโตครอส – เอ็นดูโร่ ที่ที่น่าสนใจ ไปไหนไปกันได้ทุกเส้นทาง

5 MOTOCROSS ในฝันของนักบิดสายฝุ่น

5 MOTOCROSS ในฝันของนักบิดสายฝุ่น

ถ้าพูดถึงโมโตครอส ระดับพรีเมี่ยมแล้วเชื่อว่าผู้ที่ชื่นชอบรถวิบากสายลุย คงมีรถในดวงใจกันอยู่หลายรุ่นหลายยี่ห้อ ซึ่งค่ายต่าง ๆ ก็ทำออกมาสู่ตลาด โดยแต่ละค่ายนั้น ก็มีเทคโนโลยี จุดเด่น รูปทรง และราคาที่แตกต่างกันออกไป ซึ่งแต่ละค่ายนั้นมีรุ่นอะไรกันบ้าง เราจึงรวบรวมกันมาให้ดูกัน 5 ค่าย ดังต่อไปนี้

5 MOTOCROSS ในฝันของนักบิดสายฝุ่น

จักรยานยนต์ MOTOCROSS ของ BMW

สำหรับ BMW ค่ายนี้ ชื่อนี้ การันตีอยู่แล้วเรื่องเทคโนโลยี สำหรับรถใหญ่ในวงการรถหรู หรือรถแข่งระดับโลก หรือบิ๊กไบค์ ที่ออกมาสู่ตลาดอย่างมากมาย แต่สำหรับ MOTOCROSS นั้นก็ยังมีคำถามอยู่เหมือนกันว่าของค่าย BMW จะดีจริงไหม ? บอกเลยว่า ดีจริง โดยเฉพาะรุ่น F 700 Gs ที่เผยโฉมออกมาเมื่อปี 2017 นั้นเป็น MOTOCROSS ที่มีแรงม้ามากถึง 7, 300 รอบ/นาที แรงระเบิดอยู่ที่ 77 นิวตัน มาพร้อมกับเครื่องยนต์ขนาด 2 สูบ จุดเด่นอีกอย่างของรุ่น BMW F 700 Gs นั้นคือ ความอึด ถึก ลุย และตัวรถนั้นน้ำหนักก็ยังเบาอีกอีกด้วย โดยราคานั้นอยู่ที่ประมาณ 500,000 บาท

 

5 MOTOCROSS ในฝันของนักบิดสายฝุ่น

จักรยานยนต์ MOTOCROSS ของค่าย KTM

สำหรับค่าย KTM นั้นหลาย ๆ คนที่ไม่เคยเล่นรถวิบากหรือ โมโตครอส เมื่อได้ยินชื่อค่ายนี้อาจขมวดคิ้วด้วยความสงสัยเพราะไม่คุ้นชื่อ แต่ในสายโดดสายคลุกฝุ่นนั้นค่าย KTM เป็นค่ายคุณภาพค่ายหนึ่งเลยทีเดียวโดยที่ จักรยานยนต์ MOTOCROSS เกรดพรีเมี่ยมนั้นก็คงจะเป็นรุ่น KTM 1090 Adventure ที่ถูกผลิตออกมาจำหน่ายในปี 2017 โดยเครื่องเครื่องยนต์ที่แรงขนาด 125 แรงม้า ระบบเกียร์ธรรมดา 6 เกียร์ 2 สูบ 4 วาล์ว ราคานั้นก็รุนแรงเช่นกันโดยอยู่ที่ประมาณ 1,000,000บาท กันเลยทีเดียว

 

จักรยานยนต์ MOTOCROSS ค่าย HONDA

HONDA เป็นค่ายรถจักรยานยนต์ที่บ้านเรารู้จักดีมากที่สุด เพราะครองตลาดจักรยานยนต์แทบจะกินขาดทุรุ่นที่ผลิตออกมา เต็มท้องถนนไปหมด แต่สำหรับจักรยานยนต์ MOTOCROSS นั้น HONDA นั้นก็ได้ทำการผลิตเกรดพรีเมี่ยมออกมาสู่ท้องตลาดเช่นกันโดยเป็นรุ่น Honda CRF 250L ที่ผลิตออกมาจำหน่านในปี 2016 เป็นโมโตครอส สายลุยฝุ่นที่มาพร้อมกับเครื่องยนต์ ระดับ 250 CC และรบบหัวฉีด PGM-FI ซึ่งเป็นเทคโนโลยีเฉพาะของ HONDA ระบบเบรกหน้านั้นเป็น ดิสเบรก 2 ลูกสูบ เบรกหลัง เป็นดิสเบรก 1 ลูกสูบ ในส่วนราคานั้น ก็จับต้องได้ไม่ยากโดยอยู่ที่ประมาณ หนึ่งแสนกว่าบาทเท่านั้น

 

จักยานยนต์ MOTOCROSS ค่าย Suzuki

เป็นค่ายรถจักรยานยนต์ที่ถือว่าเป็นคู่แข่งทางการตลาดกับค่าย HONDA ซึ่งจสกทางค่าย Suzuki ผลิตรถจักรยานยนต์ทั่วไปที่เราเห็นกันอย่างคุ้นตา ก็ยังผลิตจักยานยนต์ MOTOCROSS ออกมาในรุ่น Suzuki RM-Z250 standard และได้ผลิตออกมาจำหน่ายเมื่อปี 2016 รูปทรงนั้นดูก็รู้เลยว่าออกแบบมาเพื่อสายลุยโดยเฉพาะ มาพร้อมด้วย เครื่องยนต์ 219 CC ระบบเกียร์ธรรมดา 5 จังหวะ ส่วนราคานั้นอยู่ที่ ประมาณเกือบ สามแสนบาทกันเลยทีเดียว

 

จักยานยนต์ MOTOCROSSของค่าย Kawasaki

ค่าย Kawasaki รถในตลาดในบ้านเรานั้นอาจไม่เป็นที่นิยมกันมากนักถ้าเปรียบเทียบกับฮอนด้า หรือซูซูกิแต่ในส่วนของจักยานยนต์ MOTOCROSS นั้นก็ออกทำออกมาได้เหมือนน้อง ๆรถสูตรเลยก็ว่าได้โดยเป็นรุ่น าเรียาดในยhoสามแสนบาทกันเลยทีเดียวงยนต้วยความสงสับเพราะไม่คุ้นชื่อ แต่ในสาย Kawasaki KLX 300 โดยเป็นเครื่องยนต์ 1สูบ 292 CC ระบายความร้อนด้วยของเหลว  ราคานั้นอยู่ที่ประมาณ 300,000

เป็นไงกันบ้างสำหรับข้อมูลเล็กๆน้อยๆที่เรานำมาฝากกันซึ่งเชื่อว่าหลายๆท่านที่เป็นนักบิดสายลุยอ่านแล้วก็ต้องระงับกิเลสกันเป็นอย่างมากเลยทีเดียวซึ่งจริงๆแล้วในท้องตลาดยังมีจักยานยนต์ MOTOCROSS ให้ใช้งานกันอีกเยอะมาก ซึ่งใครจะใช้รุ่นไหน ก็คงแล้วแต่ความชอบส่วนตัว ของใครของมัน นั่นเองขอให้มีความสุขกับการขับขี่โดดและลุยฝุ่นกันทุกท่าน

 

Extreme motorsport คืออะไร

เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาประเภทไหนถ้าอยากมีความเป็นเลิศในกีฬาประเภทนั้น การทุ่มเทฝึกซ้อมอย่างมีวินัย คือสิ่งที่จำเป็นและสำคัญที่สุด อย่างนักแข่งที่จะเรียกว่าเป็นเทพแห่ง Hard Enduro อย่าง Jonny walker ( ชื่อน่าดื่มมาก ฮ่า)นักบิดสายลุยจากสหราชอาณาจักร ที่เขาก็ต้องมีโปรแกรมฟิตซ้อม เพื่อให้ร่างกายสมบูรณ์พร้อมลงแข่งมากที่สุด โดยเขามีเคล็ดลับ 5 ข้อ มาเปิดเผย มีอะไรบ้างไปดูกันเลย

เทคนิคการฝึกซ้อมของนักแข่งระดับโลกอย่าง Jonny walker

1. ฝึกความอึด

เพราะไม่ว่าจะเป็นนักปั่นจักรยาน หรือนักแข่งจักรยนต์วิบาก ความอึด แข็งแรง ปอดที่ใหญ่ทำงานได้ดี ร่างกายที่แกร่ง เพราะการแข่งขัน Hard Enduro ต้องใช้เวลาถึง 6 ชั่วโมงบนทางวิบาก และต้องมีการวอร์มเครื่องยนต์มอเตอร์ถึง 20 นาที การฝึกซ้อมนั้น ถ้าเป็นการออกไปปั่นจักรยานก็ต้องปั่นต่อเนื่องให้ได้ถึง 4 ชั่วโมง แต่ถ้าหากเป็นการวิ่งอย่าไปนับว่าวิ่งได้กี่กิโลเมตร แต่ขอให้ให้วิ่งจนหอบ ซึ่งเขาเองเคยฝึกซ้อมด้วยการปั่นจักรยานครั้งละ ประมาณ 12-15 ไมล์แต่ปรากฏว่ามันไม่ได้ช่วยอะไรเลย

2. ฟิต แอนด์ เฟิร์ม ด้วย สาย TRX

หากใครได้เห็นรูปร่างของ Jonny walker จะเห็นได้ว่ากล้ามเนื้อของเขาชัดเจนไปทุกส่วน หลาย ๆ คนนั้นคิดว่าเขาน่าจะใช้เวลาอยู่ในโรงยิมเพื่อเล่นเวท วันละหลาย ๆ ชั่วโมงเป็นแน่นแท้ ถึงได้ทีรูปร่างขนาดนั้น แต่หากใครคิดเช่นนั้นบอกเลยว่าคิดผิด เขาแทบจะไม่เล่นเวทเลย และถ้าจะเล่นก็เล่นเพียงแค่ 2 ท่าเท่านั้น โดยเขาจะฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อโดยใช้อุปกรณ์เพียงแค่สาย TRX เท่านั้นเอง โดยเขาใช้สาย TRX เพื่อใช้ฝึกแรงต้านจากร่างกาย แทบจะทุกส่วน ไม่ว่าจะเป็นขา ลำตัว แขน หน้าอก เป็นต้น และสาย TRX ยังสามารถประยุกต์ใช้ในท่าออกกำลังได้เยอะมาก

3. อย่าฝึกกล้ามเนื้อแขนด้วยการยกดัมเบล หรือยกน้ำหนัก

คนโดยทั่วไปหรือนักแข่งจักรยานยนต์วิบากหลาย ๆ คนอาจจะคิดว่าต้องฝึกความแข็งแรงของกล้ามเนื้อช่วงแขนให้มาก เพราะแขนที่แข็งแรงมีส่วนในการประคองรถ หรือบังคับรถได้ง่ายมากขึ้นแต่  Jonny walker ได้บอกว่าการยกดัมเบลหรือยกน้ำหนักเพื่อฝึกฝนกล้ามเนื้อแขนนั้นไม่ควรที่จะทำเป็นอย่างยิ่ง การที่ไปเพิ่มกล้ามเนื้อช่วงแขนนั้นทำให้ระบบหมุดเวียนของเลือดที่จะไปหล่อเลี้ยงบริเวณแขนนั้นไม่ดี และไม่ทั่วถึง ซึ่งไม่ได้ส่งผลดีต่อการ ขี่จักรยานยนต์วิบากเลย

4. หลัง และขาที่แข็งแรงมาจากเล่นท่า สควอช ให้มาก

การที่ขา และหลังแข็งแรง เป็นการช่วยให้บังคับรถได้ดีด้วย อย่างเวลาที่ขี่ไปในเส้นทางที่ยืนโก่งตัวในรูปแบบของการขี่ Hard Enduro การเข้าโค้ง ที่ต้องเกร็งหลัง และต้องเหยียดขาออกบ่อย ๆ การออกกำลังกายด้วยท่า สควอช ถือเป็นการสร้างความแข็งแกร่งได้เป็นอย่างดี และเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถล้มการจะดันรถให้ตั้งขึ้นได้นั้นต้องใช้กำลังขา และหลังเป็นอย่างมากยิ่งโดยเฉพาะหากเป็นจักรยานรุ่นใหญ่ ยิ่งลำบาก ความแข็งแรงของขาและหลังจึงสำคัญมาก

5. ออกไปลุย

เพราะการออกไปขี่จักรยานยนต์วิบากคือการฝึกซ้อมที่ดีที่สุด ไม่ว่าทักษะรวมถึงประสบการณ์ที่จะได้ การฝึกกล้ามเนื้อด้วยการเกร็ง เพราะว่าเรารักในกีฬาประเภทนี้ สุดท้ายความสุขที่ได้ ก็คือการออกไปขี่จักรยานยนต์วิบากแล้วออกลุยนั่นเอง

เป็นไงกันบ้างสำหรับเคล็ดลับ 5 ข้อ ของนักแข่งอย่าง Jonny walker หวังว่านักบิดสายลุยหลาย ๆ ท่านได้ประโยชน์กันไม่มากก็น้อย ซึ่งงวิธีการฝึกเหล่านี้ เราก็ยังสามารถ นำไปประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับตัวเองได้อีกด้วย เพราะเคล็ดลับแต่ละข้อนั้นไม่มีข้อไหนยากเลยเป็นวิธีง่าย ๆ ที่ใคร ๆ ก็ทำได้

 

# การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

ปกติแล้วการไต่เชือกข้ามภูเขาหรือข้ามตึกสูงก็สร้างความระทึกมากพออยู่แล้วเนื่องจากความสูงของมันนั้นทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงและความอันตรายที่อาจจะพลาดชีวิตของเหล่านักไต่เขาได้เลยหากพวกเขาพลาดแม้เพียงนิดเดียวโดยเฉพาะนักไต่เขาบางคนที่ท้าทายความสามารถของตนเองด้วยการไม่ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือใดๆในการทรงตัวหรือสร้างสมดุลที่จะช่วยให้เดินบนเชือกได้ง่ายยิ่งขึ้นหรือบางคนที่แม้แต่อุปกรณ์เซฟตี้ที่จะช่วยรักษาความปลอดภัยให้แก่ชีวิตและทรัพย์สินของตนเองนั้นยังเลือกที่จะไม่ใช้เลยด้วยซ้ำไปด้วยความที่รูปแบบของกีฬาไต่เชือกนั้นจะค่อนข้างไม่มีอะไรหากคุณเป็นคนที่เต็มไปด้วยประสบการณ์มีความชำนาญเป็นพิเศษสามารถเดินบนเชือกเส้นเล็กๆได้โดยที่ไม่ได้มีความกลัวหรือความประหม่าแต่อย่างใดและยังสามารถทํามันได้ดีมาก

นักไต่เชือกชาวอเมริกา สร้างสถิติไต่เชือกที่ขึงระหว่างบอลลูนทั้ง 2 ลูก

โดยเสมอด้วยมันจึงเป็นเหตุผลที่ทำให้เหล่านักไต่เชือกมักจะแสวงหาความตื่นเต้นและความท้าทายใหม่ๆอยู่เสมอเพื่อเป็นการพัฒนาฝีมือของตนเองและเราต้องไม่ลืมว่าคนที่จะชื่นชอบในการเล่นกีฬาประเภทนี้ต้องเป็นคนที่ชื่นชอบในเรื่องของความท้าทายและความเสี่ยงอันตรายอยู่แล้วมันจึงไม่น่าแปลกใจนักหากเราจะเห็นการท้าทายตนเองที่มีความน่าหวาดเสียวและเป็นอันตรายมากขึ้นทุกทีหากคุณคิดว่าสิ่งที่เคยรับรู้มาเกี่ยวกับการไต่เชือกมันช่างน่าหวาดเสียวจนไม่น่าจะมีอะไรที่จะทำให้อะดรีนาลีนของคุณหลังไปได้มากกว่านี้อีกแล้วอย่างเช่นการเดินบนเชือกเส้นเล็กๆข้ามภูเขาที่สูงกว่า 1,000 เมตร หรือการใส่ส้นสูงไต่เชือก แต่เชือกที่พวกเขากำลังเดินนั้นเป็นเชือกที่ขึงไว้ตึงและค่อนข้างมีความมั่นคงเป็นอย่างมาก ดูเหมือนว่ามันจะไม่ท้าทายพอสำหรับนักสร้างสถิติโลกในการไต่เชือกอย่างนักกีฬาไต่เชือกชาวสหรัฐอเมริกาที่มีชื่อว่าแอนดี้ ลูอิส ชายหนุ่มผู้เคยมาสร้างสถิติในการข้ามระหว่างตึกสูงในประเทศไทยมาก่อนจนกลายเป็นข่าวดังเมื่อปีพ.. 2557 ในครั้งนั้นเขาสามารถสร้างสถิติโลกครั้งใหม่ได้ในประเทศไทยซึ่งเป็นการทำลายสถิติเดิมของตนเองในเรื่องของระยะทาง แต่ในครั้งนี้เขาได้ท้าทายตนเองในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป จะเป็นอย่างไรหากเราต้องเดินอยู่บนเชือกที่หย่อนไม่ได้ถูกขึงให้ตึงจนมีความมั่นคงมากพอที่จะสามารถทรงตัวอยู่ได้

ในครั้งนี้แอนดี้จึงได้เลือกที่จะสร้างสถิติโดยการเดินบนเชือกที่ขึงระหว่างบอลลูน 2 ลูกที่กำลังลอยอยู่กลางท้องฟ้าความสูงเมื่อวัดแล้วจากระดับพื้นดินมีความสูงถึง 4,000 ฟุตเลยทีเดียว แม้ว่าระยะห่างระหว่างมนุษย์ทั้ง 2 ลูกนั้นจะเป็นระยะห่างเพียงแค่ 12 เมตรเท่านั้นแต่มันก็เป็นการท้าทายความสามารถเป็นอย่างมากกับการที่จะต้องรักษาสมดุลและพยายามทรงตัวบนเชื่อที่มีความหย่อนและไม่ตึงแถมยังลอยอยู่เหนือท้องฟ้าอีกด้วย ซึ่งในกรณีนี้หากตกลงมาแม้ว่าจะมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยก็จะอันตรายมากกว่าการไต่บนเชือกที่ถูกขึงไว้จนตึงแล้ว ที่สำคัญคือสถานที่ที่บอลลูน 2 ลูกนี้ลอยอยู่บนฟ้านั่นก็คือเป็นพื้นที่ทะเลทรายเนวาด้าใกล้กับเมืองที่ชื่อว่าลาสเวกัส

การลอยอยู่ท่ามกลางอากาศบนพื้นที่ที่เป็นทะเลทรายนั้นนอกจากจะต้องพบเจอกับอากาศที่ร้อนแล้วยังจะต้องพบเจอกับลมที่กรรโชกแรงอีกด้วย ยิ่งเป็นการเพิ่มความยากและความท้าทายให้กับการเดินบนเชือกในครั้งนี้เป็นอย่างมาก หลังจากที่เขาสามารถทำมันได้สำเร็จเขาได้มีการกล่าวว่าเขานั้นรู้สึกมหัศจรรย์เป็นอย่างมากเมื่อได้เดินอยู่บนเชือกที่ลอยอยู่กลางท้องฟ้า มันทำให้เขานั้นได้รู้สึกถึงอิสระภาพและความเสรีได้อย่างไม่น่าเชื่อ แม้ว่ามันจะเป็นความตื่นเต้นในการเสี่ยงชีวิตที่จะเล่นกีฬาชนิดนี้แต่มันก็ได้แปรเปลี่ยนไปเป็นความมุ่งมั่นที่ทำให้เขานั้นสามารถบรรลุเป้าหมายได้มันจึงกลายเป็นกีฬาที่เขารัก การที่เขาออกมาทำสถิติโลกเช่นนี้ทำให้ทั่วทั้งโลกนั้นหันมาสนใจกีฬาการไต่เชือกมากยิ่งขึ้น จนครั้งหนึ่งเขานั้นเคยได้รับเชิญไปแสดงคู่กับการแสดงของมาดอนน่าอีกด้วย ซึ่งมันทำให้เขานั้นมีชื่อเสียงเป็นอย่างมากและกลายเป็นนักไต่เชือกที่มีแต่คนรู้จักไปทั่วทั้งโลก

 

#ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

หลังจากที่วงการโมโตครอสบ้านเราซบเซามาหลายปี จนมาในช่วงประมาณ10ปีที่ผ่านนั้นได้รับความนิยมอีกครั้งและไม่ได้รับความนิยมธรรมดาเป็นการได้รับความนิยมแบบก้าวกระโดดเพราะเราจะสังเกตได้ว่ามีการแข่งขันจักรยานยนต์วิบากอยู่มากมายหลายรายการหลายสนามกระจายอยู่ทั่วประเทศเมื่อเป็นเช่นเช่นนั้นทางประเทศไทยเราเองจึงได้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโมโตครอสชิ่งแชมป์โลกมากมายหลายรายการและก็ได้รับการตอบรับเป็นอย่างมากสำหรับผู้ที่ชอบในกีฬาจักรยานยนต์วิบากและนักแข่งทั่วโลกซึ่งการจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกในบ้านเรานั้นยังเป็นการช่วยยกระดับฝีมือของนักแข่งโมโตครอชาวไทยไปในตัวอีกด้วย

การแข่งรถมอเตอร์ครอสในประเทศไทย เป็นมากกว่าการแข่งขันกีฬา

ไม่เพียงเท่านั้นยังช่วยทางด้านเศรษฐกิจให้ดีขึ้นโดยเฉพาะด้านการท่องเที่ยวซึ่งมาการกะประมาณเอาไว้ว่าเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวเพราะการแข่งขันโมโตครอสชิงแชมป์โลกนั้นน่าจะสูงถึงมากกว่า 100 บาท ต่อปีกันเลยทีเดียว ซึ่งทางรัฐเมื่อเห็นประโยชน์ของการแข่งขันก็ให้การสนับสนุน และส่งเสริมให้มีการจัดการแข่งขันอย่างต่อเนื่อง และทำให้ต่างชาติเห็นว่าเรานั้นมีความพร้อมทุกด้าน ไม่ว่าสนามแข่งที่ได้มาตรฐาน และหลากหลาย ทำให้สนามชิงแชมป์โลกในบ้านเราเริ่มเป็นจุดหมายปลายทางของนักแข่งหลาย ๆ ประเทศ

เพื่อแสดงถึงความจริงใจในการจัดการแข่งขัน เราจึงได้เริ่มเนรมิตสนามแข่งขันจักรยานยนต์วิบากขนาดใหญ่ในกรุงเทพ ชื่อว่าสนาม รึคแคร์ ปาร์ค และทุ่มทุนสร้างอย่างจริงจังโดยใช้งบประมาณในการสร้างสูง ถึงกว่าพันล่านบาทบนเนื้อที่กว่า 50 ไร่ กันเลยทีเดียว ซึ่งบริเวณสนามนั้นก็ถือว่าตั้งอยู่บนทำเลที่ดี โดยเดินทางจากสนามบิน ใช้เวลาเพียง10-15 นาทีเท่านั้น โดยสนาม สนามรึคแคร์ ปาร์ค ยังพร้อมที่จะเป็นสนามอเนกประสงค์อีกด้วย โดยพร้อมจัดการแข่งขัน กีฬาประเภทอื่น ที่เหมาะสม เท่านั้นยังไม่พอยังได้มีการสร้างสนามที่ไม่ห่างจากกรุงเทพขึ้นอีก โดยเป็นการสร้างที่จังหวัดสุพรรณบุรี โดยยังเป็นศูนย์ฝึกซ้อมของทีมชาติ และตัวสนามก็จะยังใช้จัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกด้วย ซึ่งแน่นอนว่าผลพลอยได้เรื่องเม็ดเงินจากการท่องเที่ยวนั้น จะถูกดูดเข้ามาอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

รายการแข่งขันระดับโลกของไทยในช่วงที่ผ่านมา

โดยในช่วงที่ผ่านมาประเทศไทยก็ได้เริ่มจัดการแข่งขันชิงแชมป์โลกไปหลายรายการและประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยมีผู้จัดอย่าง บริษัท IDEMITSU ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันเครื่องเจ้าใหญ่เขามาเป็นผู้สนับสนุนอย่างต่อเนื่อง อยู่ตลอด

โดยในปี 2018 นั้นก็เป็นจัดการแข่งขันรายการ IDEMITSU Thailand Supercross ถือว่าเป็นรายการเปิดตัวเพื่อให้นักแข่งทั่วโลกรู้จักสนามแข่งขันในประเทสไทยโดยทุ่มงบประมาณในการจัด ถึง สองร้อยล้านบาทกันเลย และต่อมา ในปี 2019 ก็จัด IDEMITSU Thailand Supercross 2019 อีกครั้ง โดยคราวนี้ไปจัดการแข่งขันที่จังหวัดระนอง เพื่อส่งเสริมและกระตุ้นการท่องเที่ยวของจังหวัด ในส่วนผู้สนับสนุนรายอื่น ที่เข้ามาจัดการแข่งขันก็คือ FMSCT ซึ่งได้จัดการแข่งขัน FMSCT Thailand Supercross 2019 ที่จัดการแข่งขันกันที่สนามสนามรึคแคร์ปาร์คที่ได้เสียงตอบรับเป็นอย่างดีทั้งนักแข่งไทยละนักแข่งต่างชาติและก็มีประชาชนเข้าชมการแข่งขันเป็นจำนวนมาก

แต่ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายไม่น้อยที่การแข่งขันจักรยานยนต์วิบากชิงแชมป์โลกในประเทศไทยขาดความต่อเนื่องเพราะสะดุดกับปัญหาวิกฤตโรคระบาดไวรัสโควิด – 19 ทำให้ต้องงดการแข่งขันรายการต่าง ๆ อย่างไม่มีกำหนด เพราะถึงแม้จะจัดได้ ก็เป็นได้ยาก หรือแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ที่นักแข่งชั้นนำแนวหน้าจากทั่วโลกจะเข้ามาทำการแข่งขัน คงต้องรอดูว่าหลังจากนี้ไปจะมีการจัดการแข่งขันได้เมื่อไหร่เท่านั้นเอง

 

# เทคนิคการขี่ motocross

เทคนิคการขี่ motocross

เทคนิคการขี่ motocross

ในการเล่นกีฬาทุกประเภท ไม่ว่าจะเป็นนักกีฬาอาชีพ หรือมือสมัครเล่นนั้นย่อมต้องมีความเชี่ยวชาญ หรือจำเป็นต้องฝึกซ้อมอยู่เสมอ ยิ่งกีฬาที่มีความท้าทาย และมีความเสี่ยงอย่างเช่นการปั่นจักรยานไม่ว่าประเภทถนน หรือประเภทเสือภูเขา รวมไปถึงการขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก หรือที่เรียกกันว่า motocross นั้นยิ่งต้องเพิ่มความเชี่ยวชาญเข้าไป เพราะเป็นกีฬาที่ใช้ความเร็ว ไปในเส้นทางที่เสี่ยง และผาดโผน หากไม่มีความชำนาญหรือเทคนิคดี ๆ แล้วนั้น อาจจะหมดสนุก รวมไปถึงเกิดอุบัติเหตุได้ เพราะว่าขี่ได้กับขี่เป็นนั้นแตกต่างกันเราจึงนำเอาเทคนิคการขี่ motocross มาฝากกัน

เทคนิคการขี่ motocross

รู้จักรอบของเครื่องยนต์

รถจักรยานยนต์วิบากแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อนั้น มีขีดความสามารถที่ไม่เหมือนกันฉะนั้นหากเราใช้รถรุ่นไหนอยู่ หรือกำลังได้รถมาใหม่ หรือกำลังเปลี่ยนรถใหม่ โดยเฉพาะรถวิบากนั้นจะเน้นอัตราการเร่งเป็นสำคัญ ยิ่งตอนออกตัวถ้าใครเคยดูการแข่งขัน motocross จะเห็นว่าใส่กันสุดคันเร่ง ถึงขั้นยกหน้ากันเลย ในระหว่างที่ขี่นั้นในเส้นทางวิบากจะมีการเข้าโค้งผ่อนหนักผ่อนเบา ตามความยากของเส้นทาง การรักษารอบ คันเร่ง และการเปลี่ยนเกียร์คือสิ่ง ที่สำคัญที่สุดต้องสัมพันธ์คล้องจองกันอย่างถูกจังหวะ เพราะถ้าขี่รอบที่ต่ำเกินไปอาจทำให้เกิดปัญหาได้

 

จัดท่าทางการขับขี่ให้ถูกต้อง

การขี่มอเตอร์ไซค์วิบาก หรือ motocross นั้นแตกต่างจากการขี่จักรยานยนต์ทางเรียบโดยทั่วไปอยู่แล้ว เพราะต้องเน้นการควบควบคุมรถที่อยู่บนเส้นทางที่ขรุขระ สมาธิต้องจดจ่อกับเส้นทางที่กำลังไปว่ามีอะไรขวางอยู่บ้าง การจัดท่าทางการขี่นั้นจึงสำคัญ โดยอย่างแรกเลยก็คือการวางเท้า โดยที่เท้าขวานั้นต้องอยู่ที่บริเวณคันเกียร์อยู่เสมอ (ยกเว้นตอนเอาเท้าลงพื้นเพื่อประคองรถ) เพื่อง่ายต่อการเปลี่ยนเกียร์ได้อย่างสอดคล้อง กับรอบของเครื่องยนต์ที่เปลี่ยนตลอดเวลา ส่วนเท้าซ้ายนั้นก็ต้องอยู่ทีคันเบรกอย่าให้ห่างเช่นกัน เพราะเมื่อมีเหตุการณ์ฉุกเฉินก็จะสามารถหยุดรถได้ทันท่วงที โดยเทคนิคการเบรกนั้นก็เน้นไปที่เบรกมือ หรือเบรกหน้าในระดับ 70% และใช้เบรกหลัง 30% เมื่อจะทำการหยุดรถ ในส่วนของท่านั่นนั้น เข่าก็ควรจะต้องหนีบถังน้ำมันตลอดเวลา ซึ่งจริง ๆแล้วการขี่ motocross นั้นปกติส่วนใหญ่ก็จะยืนเสียมากกว่าเพราะมันง่ายต่อการทรงตัว ในการยืนนั้นก็ควรจะโน้มตัวไปข้างหน้าเล็กน้อย ช่วงแขนรวมไปถึกศอกกางออก และควรเทน้ำหนักไปทางด้านหน้าเสมอ

 

รู้หลักการเข้าโค้ง

รถจักรยานยนต์ motocross นั้นด้วยการที่ออกแบบรวมไปถึงโครงสร้างทั่วไปนั้นจะแตกต่างจักรยานทางเรียนชนิดอื่น ๆ การเข้าโค้งจึงแตกต่างกันออกไปด้วย โดยการเข้าโค้งของมอเตอร์ไซค์วิบากนั้นควรที่จะยื่นเท้าเฉียงออกไปด้านประมาณ 45 องศาเพื่อง่ายต่อการควบคุมรึและเพื่อความสมดุลยกตัวอย่างเช่นเมื่อเข้าโค้งด้านซ้ายก็ให้ยื่นเท้าซ้ายเมื่อเข้าโค้งขวาก็ยื่นเท้าขวา

การถ่ายเทน้ำหนักเมื่อข้ามสิ่งกีดขวาง

การข้ามสิ่งกีดขวางนั้น ไม่ว่าจะเป็นท่อนไม้ กิ่งไม้ หินหรือหลุมบ่อ การขี่รถข้ามไปนั้นจังหวะที่ล้อหน้าข้าม ให้จับแฮนด์รถให้มั่นพร้อมกับยืนแล้วเอนตัวไปด้านหลัง เพื่อทำให้ช่วงหน้าของรถนั้นเบาที่สุด เมื่อถึงจังหวะที่ล้อหลังกำลังจะข้ามก็ให้เอนตัวโน้นตัวไปด้านหน้า เพื่อเป็นการถ่ายเทน้ำหนักให้ช่วงหลังของรถนั้นเบานั่นเอง

หวังว่าเทคนิคเล็กๆน้อยๆเหล่านี้จะช่วยให้นักบิดนำไปใช้ได้อย่าเกิดประโยชน์และที่สำคัญไม่ว่าจะขับขี่เส้นทางไหนก็ขอให้คำนึงถึงความปลอดภัยเป็นหลักแล้วเราจะสามารถสนุกกับการขี่มอเตอร์ไซค์ไปอีกนาน

 

เส้นทางวิบากที่ว่าดีที่สุดในไทย และต่างประเทศ

3 จักรยานยนต์วิบาก สายลุยรุ่นใหญ่

3 จักรยานยนต์วิบาก สายลุยรุ่นใหญ่

สำหรับนักบิดหลาย ๆ คนที่หันมาเลนรถจักรยานยนต์วิบากนั้น ก็มีเหตุผลแตกต่างกันไป บางคนชอบ ความตื่นเต้น ชอบผจญภัย หรือเพื่อการออกทริป ท่องเที่ยว แต่โดยส่วนมากแล้วคนที่ชอบออกทริปท่องเที่ยวนั้น หรือสายทัวริ่ง ก็มักจะเน้นรถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ ซึ่งเดินทางได้สบายใจกว่า แต่สำหรับใครที่ชอบแนวทัวริ่งด้วย และสามารถลุยไปได้ทุกเส้นทาง นั้นก็ควรจะเน้นไปที่รถรุ่นใหญ่ แนว Adventure ซึ่งก็จะมีมาแนะนำให้รู้จัก 3 รุ่นด้วยกัน

3 จักรยานยนต์วิบาก สายลุยรุ่นใหญ่

Triumph Tiger 800

สำหรับ Triumph Tiger 800 ออกแบบดีไซน์อย่างสวยสง่า ดูแกร่ง และแรง ซ่อนความดุดัน ราวกับเสือ มาพร้อมกับเครื่องยนต์ 800 ซีซี 95 แรงม้า นั่นจึงทำให้มีรถมีความแรงบิดได้อย่างใจนึก ด้านความปลอดภัยในด้านไฟส่องสว่างนั้นหมดห่วงด้วยไฟในแบบ LED โครงสร้างแข็งแรงทนทาน ส่วนล้อรถนั้นเป็นแบบซี่ลวด ยางอย่างหนา โดยขนาดโดยยางหลังนั้นจะหยาและเล็กกว่ายางหน้าเล็กน้อยระบบของรถนั้นก็ยังควบคุมด้วยระบบ อิเล็กทรอนิกส์ ที่สามารถปรับโหมดขับขี่ให้สอดคล้องกับทุกสภาพถนน ไม่ว่าจะเป็นโหมดในการขี่ตอนฝนตก ขี่ถนนปกติ ขี่แบบ ออฟโรด รวมไปถึงขี่แนว สปอร์ตก็สามารถทำได้ และยังสามารถเพิ่มโหมดการขับขี่ใหม่ได้อย่างเช่น โหมด ออฟโรด โปร ซึ่งโหมดนี้สามารถไปได้ในทางที่กันดารมากขึ้นได้อย่างหมดห่วงนั่นเอง ทางค่าย Triumph นั้นยังเครมอีกว่าเป็นรถจักรยานยนต์วิบากสายลุยที่ใช้โหมด ออฟโรด โปร ส่วนทางด้านแฮนด์นั้น ยังสามารถควบคุมง่ายด้วยปุ่มบังคับราวกับเล่นเกม กันเลยทีเดียว

 

BMW F 850 GS Adventure

เป็นแบรนด์ดัง ยี่ห้อหรู ที่ใครหลาย ๆ คนหมายปองสำหรับ BMW F 850 GS Adventure มีมาพร้อมความสวยเท่ บาดใจ นอกจากนี้ยังมันรถจักรยานยนต์รุ่นใหญ่ที่เน้นไว้ออกเดินทางทริปไกล ๆ ได้อย่างค่อนข้างจะดีมาก เพราะที่นั่งของขนขับนั้นออกแบบมาค่อนข้างจะสมบูรณ์แบบนั่งสบาย ส่วนแฮนด์ และรวมไปถึงส่วนต่าง ๆ นั้นค่อนข้างจะจัดตำแหน่งได้อย่างลงตัวเป็นอย่างยิ่ง ทำให้สามารถลุยได้ทุกเส้นทางทั้งทางถนนเรียบ และทางกันดาร สามารถท่องเที่ยวด้วยการขี่ยาว ๆ เพราะถังน้ำมัน บรรจุได้ถึง 23 ลิตร ไฟส่องสว่างเป็นรูปแบบ LED เห็นชัดเจนไม่ว่าจะมืดแค่ไหนก็ขี่ได้อย่างปลอดภัย วงล้อนั้นเป็นแบบซี่ลวด ขนาดวงล้ออยู่ที่ 21 นิ้ว ซี่รับรองได้ว่าแข็งแรงลุยเส้นทางได้หลากหลายไม่แพ้ล้อแม็กซ์อย่างแน่นอน ทางด้านเครื่องยนต์ของรุรุ่นนี้ก็จัดเต็มมาด้วยขนาด 853 ซีซี 2 สูบ 95 แรงม้า 6 เกียร์  ระบบความร้อนระบายด้วยน้ำ มีระบบ Closed loop ที่ช่วยควบคุมเครื่องยนต์และระบบไอเสียการนุ่มสบายในการขับขี่นั้นก็ถือว่าทำได้ดีเพราะใช้โช๊คแบบหัวกลับแข็งแกร่งด้วยสวิงอาร์มที่ทำจากอะลูมิเนียมซึ่งโดยรวมแล้งจัดได้ว่าเป็นรถรุ่นใหญ่ที่เพอร์เฟคมาก

 

Yamaha Tenere 700

รถวิบากรุ่นใหญ่จากค่าย Yamaha ในรุ่นนี้นั้นออกผลิตออกมาเป็นแนว Adventure เต็มรูปแบบ สวยแกร่งดูดีมีสไตล์ คล่องตัวสูง โฉบเฉี่ยวพร้อมลุยไปทุกที่ ส่วนตัวของรถนั้นก็แรงหนัก ด้วยเครื่องยนต์ 689 ซีซี 2 สูบ 4วาล์ว 54 แรงม้า เกียร์ 6 Speed ทำงานร่วมกับระบบครัชได้อย่างลงตัว ไฟส่องสว่างในรูแบบ 4 ดวง LED ช่วงล่างนั้นก็ยังนุ่มนวลด้วยระบบกันกระแทก และยางที่หนาแข็งแรงทน และเกาะถนนเป็นเยี่ยม

นี่ก็คือสวยหนึ่งของจักรยานยนต์สายลุยรุ่นใหญ่ที่เอามาแนะนำกันซึ่งหากใครชอบรถขนาดใหญ่รับรองไม่มีผิดหวังอย่างแน่นอนไม่ว่าจะระบบเครื่องเครื่องยนต์และเทคโนโลยีที่ค่อนข้างจะทันสมัยรับรองรองว่าการขี่ออกไปท่องเที่ยวไกลๆนั้นไม่มีผิดหวังแน่นอน

 

# บุกตลาดรถวิบาก YAMAHA เปิดตัว WR155R 2020

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

ปิดฉากลงอย่างสวยงามไปแล้วสำหรับการแข่งขันชิงแชมป์ประเทศไทยเพื่อค้นหานักกีฬาตัวแทนเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันระดับโลกของกีฬามอเตอร์สปอร์ตอย่าง เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 ที่นับว่าเป็นการแข่งขันที่ดุเดือด ได้ใจแฟน ๆ ไปเต็ม ๆ กับการแข่งขันอย่างจุใจทั้ง 4 สนาม โดยเฉพาะในสนามที่ 4 สนามตัดสินการแข่งขัน ปิดฉากการแข่งขันนฤดูกาลนี้ ในวันที่ 27 กันยายน ที่ผ่านมา ณ ท้ายเกาะเลควิว จ.ปทุมธานีซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนทั่วไปเป็นอย่างมาก

จบฤดูกาลแล้ว เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 แต่ความสนุกยังไม่จบ

ถึงแม้ว่าการแข่งขันจะจบลงไปแล้วแต่ภาพแห่งความประทับใจยังคงมีการปล่อยออกมาให้ชมกันอยู่เรื่อยๆทางเว็บไซต์ www.JETSKIPROTOUR.com ซึ่งมีให้ชมครบตั้งแต่สนามแรกยันสนามสุดท้าย ซึ่งการแข่งขันในฤดูกาล 2020 นี้ ได้มีการจัดการแข่งขันทั้งหมด 23 ประเภทด้วยกัน ผลจากการแข่งขันทำให้ประเทศไทยได้ตัวแทนสำหรับสู้ศึกศึกชิงแชมป์โลก อย่างแข่งขันเจ็ตสกีรายการใหญ่ที่สุดของโลกเจ็ตสกี เวิลด์ คัพและเจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2020-2021″ ที่จะจัดขึ้นในวันที่ 3-7 มีนาคม 2564 ที่กำลังจะมาถึงนี้เอง ซึ่งได้มีการปล่อยโปสเตอร์ออกมาอย่างเป็นทางการแล้ว ที่ทั้งนักกีฬาและแฟน ๆ ก็ต่างรอคอยและคงรู้สึกตื่นเต้นกับการแข่งขันที่กำลังจะมาถึงเช่นเดียวกัน หนึ่งในความน่าสนใจของโปสเตอร์คือรูปและอันดับของ เพิ่มพล ธีรพัฒน์พาณิชย์ แชมป์จากรายการแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 รุ่น PRO-AM RUNABOUT 1100 OPEN ที่ได้ถูกดึงขึ้นไปเผยแพร่ในโปสเตอร์รายการระดับโลกสุดยิ่งใหญ่นี้ด้วยเช่นเดียวกันทำให้เป็นที่น่าติดตามเลยทีเดียวสำหรับรายการแข่งขันระดับโลกนี้

ไม่เพียงเท่านั้นรายชื่อนักกีฬาที่จะเข้าร่วมการแข่งขันในศึกชิงแชมป์โลกมาจากแชมป์ประเทศไทยทั้ง 23 รุ่นที่มีการประกาศอย่างเป็นทางการแล้วเช่นกัน นับว่าเป็นรายการใหญ่ระดับโลกที่น่าติดตามมากที่สุดรายการหนึ่ง นอกจากนี้ยังได้มีการเปิดเผยข้อมูลเพิ่มเติมอีกว่า หลังจากรายการแข่งขันเจ็ตสกี เวิลด์ คัพและเจ็ตสกี เวิลด์ ซีรีส์ 2020-2021″ แล้ว ยังจะดำเนินการจัดการแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2021 เป็นรายการแข่งขันถัดไปอีกด้วย โดยเบื้องต้น ได้มีการประกาศสนามการแข่งขันแรกในวันที่ 17-18 เมษายน 2564 ต่อด้วยสนามที่ 2 ในวันที่ 22-23 พฤษภาคม 2564 สนามที่ 3 วันที่ 26-27 มิถุนายน 2564 และสนามสุดท้ายวันที่ 7-8 สิงหาคม 2564 ทั้งนักกีฬาและผู้เกี่ยวข้องก็ได้มีการเตรียมตัวสำหรับการแข่งขันทั้ง 2 รายการอย่างเต็มที่เลยทีเดียวเพื่อเป็นการผลักดันให้กีฬาเจ็ตสกีเป็นที่รู้จักของประชาชนมากขึ้นทั้งยังเป็นการส่งเสริมความสามารถของนักซิ่งไทยให้ปรากฎสู่สายตาชาวโลกมากขึ้นในทุกๆปีอีกด้วย

การแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2020 เป็นอีกรายการการแข่งขันอีกรายการหนึ่งที่สร้างเส้นทางสู่เวทีการแข่งขันระดับโลกให้กับนักซิ่งไทยได้เป็นอย่างดี ด้วยสนามการแข่งขันมาตรฐานระดับโลก รวมไปถึงกฎ กติการในการแข่งขัน และรุ่นในการแข่งขัน ทีมีครบทั้ง 23 รุ่นการแข่งขันจึงถือเป็นเวทีการแสดงความสามารถของนักเจ็ตสกีไทยสนามแรกๆที่จะเปิดเส้นทางสู่การแข่งขันระดับโลกต่อไป

ถึงแม้จะมีการระบาดของเชื้อไวรัส covid-19 ก็ไม่ได้ทำให้ความเข้มข้นของการแข่งขันลดลงไปเลย ด้วยมาตรการการป้องกันโรคระบาดที่ดีเยี่ยม และความร่วมมือของทั้งนักกีฬา สตาฟ รวมไปถึงผู้มีส่วนเกี่ยวข้องท่านอื่น ๆ ที่ให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี ทำให้สามารถขัดการแข่งขันได้ครบทั้ง 4 สนาม สำหรับการแข่งขันทั้งรายการระดับโลกและรายการแข่งขัน เจ็ตสกี โปรทัวร์ 2021 ที่จะจัดขึ้นในครั้งต่อไปจะสร้างสีสันและความสนุกสนานมากเพียงใด ก็คงต้องติดตามกันต่อไป โดยเฉพาะรายการระดับโลกที่ใกล้เข้ามาทุกทีแล้ว แฟน ๆ เจ็ตสกีคงต้องส่งกำลังใจเชียร์นักกีฬาจากไทยทั้ง 23 รุ่นกันเลย

 

ปล่อยโปสเตอร์แล้ว กับ 2IN1 SUPERTOURNAMENT

เจ็ตสกีมือสอง อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากครอบครอง

เจ็ตสกีมือสอง อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากครอบครอง

ปัจจุบันเริ่มมีคนหันมาสนใจเล่นเจ็ตสกีกันมากขึ้นแม้กระทั่งในหมู่ดารานักร้องนักแสดงหลายๆคนก็ได้หันมาเป็นนักซิ่งสายน้ำกันมากขึ้นหรือในแม้กระทั่งประชาชนทั่วไปเองก็สามารถใช้เจ็ตสกีเป็นเครื่องมือในการผ่อนคลายความเครียดหรือบางคนก็ใช้ขับเป็นอาชีพได้เช่นเดียวกัน

 อีกหนึ่งทางเลือกสำหรับคนที่อยากครอบครอง

สำหรับคนที่เล่นเจ็ตสกีได้ไม่นานนักหรือเรียกว่าเป็นมือใหม่และต้องการจะได้เจ็ตสกีดีๆสักลำมาครอบครองนั้นก็ไม่ใช่เรื่องยากเลยเพราะปัจจุบันเจ็ตสกีก็ได้มีช่องทางในการสั่งซื้อได้หลายช่องทางทั้งร้านต่างๆหรือช่องทางการสั่งซื้อออนไลน์ก็ได้เช่นเดียวกันแต่การเลือกซื้อเจ็ตสกีแต่ละลำนั้นก็ต้องเลือกกันอย่างพิถีพิถันทีเดียวเพราะราคาของเจ็ตสกีดีๆนั้นก็ไม่ถูกเลยฉะนั้นอีกหนึ่งทางเลือกของคนที่อยากครอบครองเจ็ตสกีเครื่องดีๆลำสวยๆแต่อยากได้ในราคาที่ถูกก็คือการซื้อเจ็ตสกีมือสองนั่นเองซึ่งบางลำนั้นเรียกว่าถูกและดีมีอยู่จริงเพราะเจ็ตสกีบางลำที่นำมาขายนั้นกีมีการใช้งานที่น้อยมากอาจจะไม่กี่กิโลเมตรเองแต่ก็ขึ้นชื่อว่าเป็นของมือสองราคาย่อมจะถูกกว่าของใหม่มือหนึ่งแน่นอน

ซึ่งช่องทางในการซื้อขายเจ็ตสกีมือสองนั้นก็มีได้หลายช่องทาง ทั้งเพจ facebook หรือหน้าร้านหรือเว็บไซต์ต่าง ๆ ก็มีวางจำหน่ายด้วย โดยบางร้านอาจะเป็นเจ็ตสกีจากไทย บางร้านอาจจะมีการนำเข้าจากต่างประเทศ เช่น นำเข้าจากญี่ปุ่นเป็นต้น บางร้านอาจจะมีการจำหน่ายทั้งมือหนึ่งและมือสอง หรืออาจจะเปิดเป็นศูนย์บริการรับซ่อมด้วย หรืออาจเป็นตัวแทนจำหน่ายอย่างเป็นทางการเลยก็ได้ อย่างเช่น เพจ Motor Field Thailand ขายเรือ เจ็ทสกี รถ UTV ATV อะไหล่ มือหนึ่ง มือสอง ซึ่งเป็นร้านที่น่าเชื่อถือและเป็นตำแทนจำหน่ายเจ็ตสกีด้วย หรือเว็บไซต์ http://www.mfjetski.com/ หรือเว็บไซต์อื่นๆก็มีประกาศขายค่อนข้างเยอะทีเดียวให้คุณเลือกซื้อเจ็ตสกีได้ตามใจชอบ

ในการเลือกซื้อเจ็สกีทั้งตัวใหม่และมือสองนั้นสิ่งที่ควรคำนึงถึงนั้นไม่เพียงแค่เรื่องของเครื่องยนต์ความเร็วแรงเท่านั้นยังต้องคำนึงถึงขนาดของลำความหนักของเรือรวมไปถึงอัตราการสิ้นเปลืองของน้ำมันด้วยที่สำคัญต้องคำนึงถึงการเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมด้วยซึ่งก่อนหน้านี้ก็เคยมีข่าวที่พูดถึงปัญหาของการขับเจ็ตสกีต่อสิ่งแวดล้อมด้วยทำให้จำเป็นต้องเลือกซื้อเจ็ตสกีที่มีการเผาพลาญน้ำมันได้ดียิ่งขึ้นซึ่งในการเลือกซื้อเจ็ตสกีมือสองนั้นสิ่งที่ต้องพิจารณามากกว่าการซื้อมือหนึ่งคือเรื่องของรุ่นที่ควรเลือกรุ่นที่ได้รับความนิยมในตลาดพอสมควรเพราะเนื่องจากเป็นสินค้ามือสองหากเราซื้อรุ่นที่ตกรุ่นไปมากแล้วอาจจะลำบากในการซ่อมได้จึงควรเลือกรุ่นที่ได้รับความนิยมและยังมีการผลิตอะไหล่ออกมาวางจำหน่ายอยู่

ส่วนการเลือกขนาดและเครื่องยนต์ก็ควรเลือกตามความเหมาะสมของขนาดของสถานที่ที่เราต้องการขับขี่หากต้องการขับขี่ออกทะเลหรือแม่น้ำที่ค่อนข้างกว้างมากก็ควรเลือกเครื่องยนต์ที่ใหญ่ 1000 ซีซีเป็นต้นไป แต่หากต้องการขับขี่ในแม่น้ำเล็กๆหรือบึงอาจจะใช้เครื่องยนต์ที่เล็กลงมาได้ที่สำคัญมากไปกว่านั้นคือเรื่องของตัวเรือโดยเฉพาะท้องเรือที่ควรเลือกซื้อเรือที่ท้องเรือยังคงมีสภาพที่สมบูรณ์อยู่ทำจากวัสดุที่ได้มาตรฐานและที่สำคัญไม่ควรผ่านการเสียอย่างรุนแรงมาก่อนเลยเช่นการถูชมจนแตกหักเพราะในการซ่อมตัวถังเรือเหล่านี้นั้นทำได้ค่อนข้างยากและถึงจะสามารถซ่อมได้ก็ไม่เหมือนกับแบบเดิมร้อยเปอร์เซ็นต์แน่นอนซึ่งการที่ท้องเรือมีรอยร้าวหรือรูรั่วนั้นอาจทำให้ผู้ขับขี่ได้รับอันตรายได้เช่นกันดังนั้นถึงแม้การเลือกซื้อเจ็ตสกีมือสองเป้นอีกทางเลือกหนึ่งสำหรับคนทีต้องการได้เจ็ตสกีมาครอบครองในราคาถูกแต่ก็ควรมีความรู้ในการเลือกซื้อด้วย

 

# ปิดการแข่งขันลงไปอย่างสวยงามกับ Thailand Powerboat Princess’s Cup 2020

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

ปกติแล้วเรามักจะเห็นการไต่เชือกตามการแสดงกายกรรมต่างๆซึ่งการโชว์ไต่เชือกเหล่านั้นส่วนใหญ่แล้วก็มักจะมีการรักษาความปลอดภัยอย่างเข้มงวดชนิดที่หาคนที่ไต่เชือกตกลงมาก็จะไม่ได้รับบาดเจ็บหรือได้รับบาดเจ็บน้อยที่สุดเนื่องจากมันเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างท้าทายและอันตรายพอสมควรในประเทศไทยนั้นแทบจะไม่มีคนที่ทำกิจกรรมนี้เลยด้วยซ้ำไปแต่เรามักจะได้เห็นข่าวอยู่เสมอเรื่องการทำลายสถิติของนักไต่เชือกต่างชาติส่วนใหญ่แล้วก็จะเป็นการทำลายสถิติไต่เชือกข้ามตึกสูงของชาติฝั่งตะวันตกซึ่งนิยมกิจกรรมดังกล่าวถึงขั้นที่มีคนทำอาชีพเป็นนักไต่เชือกอย่างจริงจังแต่ในฝั่งของเอเชียนั้นยังไม่ค่อยมีนักไต่เชือกอย่างแพร่หลายมากนัก

ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก

แต่ทราบหรือไม่ว่าครั้งหนึ่งในปีพ.. 2559 เคยมีชายชาวจีนคนหนึ่งที่มีชื่อว่า จาง เหลียง ซึ่งในขณะนั้นอายุได้เพียงแค่ 31 ปีเท่านั้น แต่เขานั้นได้ทำให้ทุกคนทั่วทั้งโลกต่างต้องลุ้นระทึกและรู้สึกหวาดเสียวเป็นอย่างยิ่งกับสิ่งที่เขาทำ หากคุณเป็นคนที่เบื่อแล้วกับการได้ยินข่าวไต่เชือกข้ามตึกสูง ชายคนนี้จะนำเสนอการไต่เชือกที่ลุ้นระทึกกว่านั้นมากเพราะสิ่งที่เขาไต่ข้ามนั่นก็คือหุบเขา เบื้องล่างนั้นไม่ได้เป็นพื้นหรือขนหินแต่มันเป็นแม่น้ำที่ขึ้นชื่อว่าเป็นแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลกและมีกระแสน้ำเชี่ยวกราด หากตกลงไปแล้วไม่ต้องพิสูจน์เลยว่าเขาจะยังคงมีชีวิตรอดอยู่หรือไม่ ไม่เพียงเท่านั้นเชื่อกที่เขาไต่ก็มีขนาดเพียงแค่ 2.5 เซ็นติเมตรเท่านั้น ไม่ต้องพูดถึงการเดินบนเชือกบนแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก เพียงแค่เราเอาเชือกที่มีขนาดเดียวกันวางไว้บนพื้นและพยายามเดินให้ไม่ตกก็นับว่าเป็นเรื่องยากที่จะทำได้สำเร็จแล้ว แต่เขานั้นสามารถเดินบนเชือกขนาดเพียงไม่กี่เซ็นติเมตรนี้แล้วข้ามระหว่างหุบเขาที่มีแม่น้ำกั้นขวางได้สำเร็จ ที่สำคัญคืออุปกรณ์ช่วยเหลือชีวิตเพียงสิ่งเดียวที่เขามีนั่นก็คือสายรัดเอวเป็นเชือกสลิงเส้นเล็กๆ เท่านั้นที่คล้องระหว่างข้อเท้าของเขาและเชือกเส้นเล็ก ไม่เพียงเท่านั้นในการไต่เชือกครั้งนี้ยังไม่มีการใช้อุปกรณ์ช่วยใดๆ ทั้งสิ้น ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ที่ช่วยให้ความสมดุลอย่างที่เรามักจะเห็นกันนั่นก็คือไม้คานหรืออุปกรณ์อื่นๆ ที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ง่ายมากขึ้น เรียกได้ว่าการไต่เชือกครั้งนี้ใช้เพียงความสามารถล้วนๆ ก็ว่าได้

ช่องแคบระหว่างหุบเขาที่เขาไต่เชือกข้ามผ่านนั้นเรียกกันว่าช่องเขาเสือกระโจนเป็นช่องเขาที่ตั้งอยู่ในประเทศจีนเบื้องล่างนั้นเป็นแม่น้ำที่มีกระแสน้ำเชี่ยวตราดตลอดเวลาและความลึกนั้นยังเป็นความลึกที่มากที่สุดในโลกอีกด้วยโดยแม่น้ำสายนี้เป็นแม่น้ำสายเดียวกับแม่น้ำแยงซีเกียงที่ไหลผ่านหุบเขาในเมืองลี่เจียงมณฑลยูนนานประเทศจีนโดยระยะทางในการไต่เชือกข้ามช่องเขาในครั้งนี้อยู่ที่ประมาณ 60 เมตร ถึงแม้ว่าจะเป็นระยะที่ไม่ได้ไกลมากนักแต่มันก็เป็นระยะทางที่สามารถทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดในประเทศจีนได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นเขายังใช้เวลาเพียงแค่ 6 นาทีในการไต่เชือกครั้งนี้ ด้วยระยะทาง 60 เมตรแล้วปกติหากเราเดินเล่นการก็ใช้เวลาหลายนาทีอยู่แล้ว

แต่นี่เป็นการเดินไต่เขาแต่เขานั้นสามารถทำเวลาไปได้เพียงแค่ 6 นาทีเท่านั้นนับว่าเขานั้นเป็นนักไต่เชือกที่มีฝีมือเป็นอย่างมากอีกคนหนึ่งที่อยู่ในประเทศจีนไม่เช่นนั้นคงไม่สามารถทำเวลาได้ดีถึงขนาดนี้และคงไม่มีความกล้ามากพอที่จะทำสถิติดังกล่าวได้อย่างแน่นอนเพราะมันไม่ได้เพียงค่าทำลายสถิติการไต่เชือกที่ยาวที่สุดเท่านั้นแต่มันยังเป็นการไต่เชือกที่อันตรายที่สุดอีกด้วย ที่มาของชื่อช่องเขาเสือกระโจนนั้นมาจากตำนานที่เล่าต่อๆกันมาว่าในอดีตเคยมีเสือตัวหนึ่งได้พยายามหลบหนีการไล่ล่าของนายพรานเมื่อมาถึงหน้าผามันก็ได้กระโดดข้ามแม่น้ำที่เชี่ยวกราดในจุดที่แคบที่สุดตั้งแต่นั้นช่องของนี้ก็จึงได้ชื่อเรียกว่าเป็นช่องเขาเสือกระโจนมาตั้งแต่นั้น

 

# นักไต่เชือกชาวสหรัฐทำลายสถิติโลกในประเทศไทย