2nd Stage และ Alternate air source สำหรับอุปกรณ์ที่ อยู่ในกลุ่มตัวช่วยสำหรับการจัดแรงดันใต้น้ำ นับเป็นอีกหนึ่งส่วน ที่สำคัญ และเกี่ยวพัน

2nd Stage และ Alternate air source

2nd Stage และ Alternate air source

สำหรับอุปกรณ์ที่ อยู่ในกลุ่มตัวช่วยสำหรับการจัดแรงดันใต้น้ำ นับเป็นอีกหนึ่งส่วน ที่สำคัญ และเกี่ยวพันไปถึงชีวิตของนักดำน้ำ ได้เลยทีเดียว  โดยในวันนี้เราจะพามาทำความรู้จักกับ อุปกรณ์มาตรฐานนักดำน้ำ อีก 2 ชิ้น ที่อยู่ในหมวดของชุดปรับแรงดัน (Regulator) ซึ่งได้แก่ 2nd Stageและ alternate air source นั่นเอง

  1. 2nd Stage

สำหรับอุปกรณ์ชนิดนี้ สามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า  Primary Air Source  ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้ จะเป็นตัวทำหน้าที่ในการจ่ายและส่งอากาศสำรองให้กับนักดำน้ำได้คาบเอาไว้ เพื่อใช้หายใจขณะที่อยู่ใต้น้ำ โดยอุปกรณ์ชิ้นนี้ จะทำงานร่วมกับอุปกรณ์อีกหนึ่งชิ้นที่เรียกว่า 1st Stage นั่นเอง ทั้งนี้ สำหรับ 2nd Stage หรือ Primary Air Source ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ส่งจ่ายอากาศสำรอง ที่ทำหน้าที่สำคัญมากที่สุดอีกชิ้นหนึ่ง ในอุปกรณ์หมวดหมู่การปรับแรงดัน หรือ Regulator เลยทีเดียว

2nd Stage และ Alternate air source

 

  1. Alternate Air Source

สำหรับอุปกรณ์ชนิดนี้ สามารถเรียกอีกชื่อหนึ่งได้ว่า Octopus  ซึ่งอุปกรณ์ชิ้นนี้ เป็นอุปกรณ์ที่มีหน้าที่ในการจ่ายอากาศสำรอง ให้กับนักดำน้ำได้ใช้ในการหายใจ ในขณะที่อยู่ใต้น้ำนั่นเอง โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ชนิดนี้มักนิยมทำออกมาให้มีสีเหลือง เพื่อให้สามารถมองเห็นได้โดยง่าย ทั้งนี้อุปกรณ์ชิ้นนี้จะทำหน้าที่ ในการเชื่อมต่อร่วมกันกับตัว 1st Stage นั่นเอง

อย่างไรก็ตาม ถึงแม้อุปกรณ์เหล่านี้จะมีขนาดที่ไม่ใหญ่มาก เมื่อเทียบกับอุปกรณ์ชิ้นอื่น แต่ทว่าในเรื่องของความสำคัญและหน้าที่แล้ว  ได้แก่ 2nd Stageและ alternate air source นี้ ก็จัดได้ว่ามีความสำคัญไม่เป็นสองรองอุปกรณ์ใดเลยทีเดียว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากอุปกรณ์ 2 ชิ้นนี้แล้ว ยังมีอุปกรณ์อื่น ๆ ที่อยู่ในชุดปรับแรงดันหรือ Regulator อีก 3 ชิ้นที่จะต้องทำงานร่วมกัน ได้แก่

– 1st Stage

– สาย Low pressure

– มาตรวัดความดันอากาศ หรือ Pressure gauge

ซึ่งแต่ละชิ้นนั้น ก็ถือได้ว่ามีความสำคัญต่อการใช้งาน ในขณะที่นักดำน้ำต้องอยู่ใต้น้ำเป็นอย่างมากเลยทีเดียว ทั้งนี้เป็นเพราะอุปกรณ์เหล่านี้เกี่ยวข้องกับการหายใจ ซึ่งนับว่าเป็นส่วนสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์ ทุก ๆ คนนั่นเอง


DepthGauge สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับนักดำน้ำแล้ว นอกเหนือจาก ชุดที่ใช้สวมใส่อุปกรณ์ช่วยทรงตัว, รวมไปถึงอุปกรณ์ช่วยในการ

DepthGauge

DepthGauge

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานสำหรับนักดำน้ำแล้ว นอกเหนือจาก ชุดที่ใช้สวมใส่อุปกรณ์ช่วยทรงตัว, รวมไปถึงอุปกรณ์ช่วยในการหายใจ  อีก ส่วนประกอบ 1 หนึ่ง ที่มีความสำคัญเป็นอย่างมากไม่แพ้กัน ซึ่ง อุปกรณ์ชิ้นนี้ จะคอยช่วยบอกระดับความลึกของน้ำที่ดำอยู่ในบริเวณนั้น ให้แก่ตัวนักดำน้ำได้ทราบแบบเรียลไทม์ ซึ่งอุปกรณ์ดังกล่าว นั่นก็คือ เจ้าอุปกรณ์ที่มีชื่อว่า Depth Gauge หรือ เครื่องวัดความลึกในการดำน้ำ นั่นเอง

สำหรับเครื่องวัดความลึกในการดำน้ำหรือ Depth Gauge ถือเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์สำคัญที่นักดำน้ำจำเป็นจะต้องมีติดตัวไว้ เพื่อให้สามารถรับรู้ได้ว่า ในจุดที่อยู่ปัจจุบันมีความลึกของในอยู่ในระดับใด ซึ่งวัตถุประสงค์ของการใช้อุปกรณ์ชิ้นนี้ นอกเหนือจากในเรื่องของความปลอดภัยแล้ว Depth Gauge

ยังช่วยให้ตัวนักดำน้ำสามารถคำนวณปริมาณของอากาศออกซิเจนที่มีอยู่ในถัง ณ เวลานั้น ได้ตรงกับระยะเวลาที่จะใช้งานได้อย่างเหมาะสมและพอดี  อุปกรณ์ชนิดนี้ มักถูกออกแบบมาให้สามารถเรืองแสงได้ เพื่อให้เรานักดำน้ำสามารถมองเห็นหรืออ่านค่า ได้อย่างชัดเจนในพื้นที่แสงน้อยขณะอยู่ใต้น้ำลึก

ในด้านของการทำงาน โดยส่วนใหญ่แล้วมาตรวัดความลึกในการดำน้ำ หรือ Depth Gauge นั้น มักนิยมต่อควบคู่ไปกับตัวมาตรวัดความดันอากาศ  หรือ Pressure Gauge  หากนักดำน้ำอุปกรณ์ชนิดที่เรียกว่าตัว Dive Computer แล้ว ก็อาจจะลดตัว Pressure Gauge  ออกไปแล้ว เหลือตัว Depth Gauge เอาไว้ใช้ บอกระดับแรงดันและความลึกของน้ำเพียงอย่างเดียว

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือไปจาก ตัวเครื่องวัดความลึกในการดำน้ำ หรือ DepthGauge จะ เป็นการทำงานเชื่อมต่อผ่านสาย Low pressure และ มาตรวัดความดันอากาศ หรือ Depth Gauge แล้ว ปัจจุบันอุปกรณ์ดังกล่าวยังถูกออกแบบให้มีดีไซน์แปลกใหม่ ซึ่งสามารถใช้งานได้อย่างอิสระและสะดวกสบายมากยิ่งขึ้น โดยการทำรูปทรงของตัว Depth Gauge ให้มาอยู่ในฟังชั่นหนึ่งของนาฬิกาข้อมือ ทั้งนี้ที่เหลือก็ล้วนแล้วแต่ขึ้นอยู่กับตัวของผู้ใช้งาน ว่าจะมีความสนใจหรือต้องการใช้งานอุปกรณ์วัดความลึกในการดำน้ำ หรือตัว Depth Gauge ที่มี Design หรือฟังก์ชันการใช้งานแบบไหนนั่นเอง


ธงดำน้ำ - ที่จำเป็นในท้องถิ่น สำหรับนักดำน้ำมืออาชีพหลายๆคนนั้น แน่นอนว่าคงจะเคยเห็นหรือผ่านตากับธงสัญลักษณ์ที่มีสีแดงและคาดด้วยแถบสีขาว

ธงดำน้ำ – ที่จำเป็นในท้องถิ่น

ธงดำน้ำ – ที่จำเป็นในท้องถิ่น

สำหรับนักดำน้ำมืออาชีพหลายๆคนนั้น แน่นอนว่าคงจะเคยเห็นหรือผ่านตากับธงสัญลักษณ์ที่มีสีแดงและคาดด้วยแถบสีขาว รวมไปถึงธงสีฟ้าขาว วางขายเอาไว้อยู่ในร้านอุปกรณ์สำหรับการดำน้ำทั่วไป ในหลายๆพื้นที่ ซึ่งถึงแม้จะเคยเห็นอยู่บ่อยครั้งแต่อาจจะยังไม่รู้ว่าธงเหล่านี้ ทำหน้าที่อะไรหรือมีความสำคัญและเกี่ยวข้องอย่างไรกับการดำน้ำ โดยในวันนี้เราจะพาผู้อ่านทุกท่านมาทำความรู้จักกับที่มาของธงดำน้ำทั้งสองแบบนี้ให้มากขึ้น

สำหรับธงดำน้ำนั้น ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์เสริมสำหรับการดำน้ำ และเป็นอุปกรณ์ที่ผู้สอนดำน้ำและผู้ช่วยต้องมีเพิ่มเติมจากอุปกรณ์มาตรฐานอื่น ๆ ทั้งนี้ก็เพื่อใช้ในการอำนวยความสะดวก และสร้างพื้นที่ที่ปลอดภัยให้กับบริเวณที่มีการดำน้ำอยู่ ณ เวลานั้น ๆ นั่นเอง

โดยทั่วไปแล้วธงดำน้ำที่จำเป็นในท้องถิ่นต่าง ๆ นั้น มักนิยมใช้ทั้งหมด 2 รูปแบบ ได้แก่

  1. ธงดำน้ำแบบสีแดงที่มีแถบสีขาว

เริ่มใช้ครั้งแรกในปี ค.ศ. 1950 ณ ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากกองทัพเรือธงชนิดนี้ ได้รับการยอมรับและถูกนำมาใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในแถบสหรัฐอเมริกาไปจนถึงประเทศแคนาดา นอกจากนี้ในบางพื้นที่ของประเทศไทยเอง ก็มีการติดธงเหล่านี้เพื่อเตือน เรือสัญจรต่าง ๆ ในท้องทะเลเช่นเดียวกัน

  1. ธงดำน้ำแบบที่มีสีขาวและสีฟ้าอยู่บนผืนธง

ที่มีรูปแบบและแรงบันดาลใจมาจากส่งของ Alpha ที่ใช้สำหรับส่งสัญญาณต่าง ๆ ในท้องทะเลมาอย่าง   ยาวนานมากกว่า 200 ปี นั่นเอง

โดยทั้งสองแบบนี้ ถึงแม้ว่าจะมีลักษณะและรูปแบบที่แตกต่างกัน แต่ทว่าวัตถุประสงค์ในการใช้นั้นเหมือนกันนั่นก็คือ การส่งสัญญาณแจ้งเตือนให้กับเรือ ต่าง ๆ ที่สัญจรไปมาได้ทราบว่าบริเวณดังกล่าวมีนักดำน้ำอยู่ใต้น้ำนั่นเอง


อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว (BCD) สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานนักดำน้ำที่เรียกว่า BCD นั้น  มีชื่อเรียกเต็ม ๆ อย่างแท้จริง ว่า Bouyancy Compensator Device

อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว (BCD)

อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว (BCD)

สำหรับอุปกรณ์มาตรฐานนักดำน้ำที่เรียกว่า BCD นั้น  มีชื่อเรียกเต็ม ๆ อย่างแท้จริง ว่า Bouyancy Compensator Device ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้ สามารถให้คำนิยามได้ง่ายๆก็คือ อุปกรณ์ประเภทถุงลม ที่ช่วยให้นักดำน้ำสามารถลอยตัวหรือประคองตัวอยู่ในระดับต่าง ๆ ภายใต้น้ำได้อย่างสะดวกและง่ายดายมากขึ้น โดยใช้หลักการหักล้างของน้ำหนักตัวและน้ำหนักลมภายใน BCD เพื่อทำให้ร่างกายของเราอยู่ในสภาวะไร้น้ำหนัก จนสามารถลอยตัวใต้น้ำได้อย่างอิสระ นั่นเอง

อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว (BCD)

ประเภทของอุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว หรือ BCD

ปัจจุบันประเภทของอุปกรณ์ชนิดนี้ สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภทด้วยการ ได้แก่

  1. อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภท Jacket or Vest Style BCDs

สำหรับอุปกรณ์โรยตัวประเภทนี้ มีรูปทรงคล้ายกับชื่อ นั่นคือ หน้าตาเหมือนกับเสื้อแจ็คเก็ตแบบแขนสั้นที่สวมใส่กันทั่วไปบนบกนั่นเอง โดยอุปกรณ์ควบคุมการลอยตัว (BCD)  ประเภทนี้ จะมีการซ่อนถุงลมเอาไว้ภายในของตัวแจ็คเก็ต ซึ่งจะกระจายถุงลมล้อมรอบตัวผู้สวมใส่เอาไว้ ทั้งด้านหน้าและด้านหลัง ในปัจจุบันอุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภทนี้ จัดเป็นประเภทที่ได้รับความนิยมมากที่สุดเลยทีเดียว

  1. อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภท FRONTADJUSTABLE Style

สำหรับอุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภทนี้ จะมีความเหมือนหรือคล้ายกับประเภทที่ 1 โดยมีรูปทรงคล้ายกับเสื้อแจ็คเก็ต  เพียงแต่ FRONT-ADJUSTABLE Style นี้ จะมีถุงลมอยู่แค่เพียงบริเวณด้านหน้าของลำตัวเท่านั้นเอง

อย่างไรก็ตาม อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภทนี้ ถือได้ว่าเป็นอุปกรณ์ที่ได้รับการคิดค้นต่อยอดขึ้นมาจากประเภทที่ 1 ทำให้สามารถปรับขนาดและรูปทรงให้เข้ากับสรีระผู้ใช้งานได้มากขึ้นนอกจากนี้ ยังได้รับการยืนยันจากผู้ใช้งานจริง เป็นเสียงเดียวกันว่า อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภท FRONT-ADJUSTABLE Style นั้น มีความเบาบาง และ สามารถควบคุมการลอยตัวได้เสถียรกว่าแบบแรก เป็นอย่างมากเลยทีเดียว

  1. อุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภท Back Mounted หรือ Wing Style

สำหรับอุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภทนี้ มีรูปแบบตรงกันข้ามกับในประเภทที่ 2 นั่นก็คือ จะมีถุงลมที่ช่วยในการลอยตัวเฉพาะบริเวณด้านหลังของตัว BCD ที่สวมใส่ นั่นเอง โดย จุดแข็งของอุปกรณ์ควบคุมการลอยตัวประเภท Back Mounted หรือ Wing Style นี้ ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างเบาสบาย ทั้งยังรู้สึกคล่องตัวเมื่อเคลื่อนที่ใต้น้ำมากกว่าแบบอื่น ๆ อีกด้วย


ถังอากาศและวาล์ว (Tanks / Valves) สำหรับใครที่ชื่นชอบในการทำกิจกรรมดำน้ำอยู่เป็นประจำแล้วก็ เชื่อว่าทุก ๆ คนนั้น จะต้องรู้จักอุปกรณ์มาตรฐาน

ถังอากาศและวาล์ว (Tanks / Valves)

ถังอากาศและวาล์ว (Tanks / Valves)

สำหรับใครที่ชื่นชอบในการทำกิจกรรมดำน้ำอยู่เป็นประจำแล้วก็ เชื่อว่าทุก ๆ คนนั้น จะต้องรู้จักอุปกรณ์มาตรฐานนักดำน้ำที่สำคัญ อย่าง ถังอากาศและวาล์ว หรือ Tanks and Valves แน่นอน โดยอุปกรณ์ชนิดนี้ ถือได้ว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ชิ้นสำคัญมาตรฐาน สำหรับนักดำน้ำทุกคนที่จะต้องมี ทั้งนี้สามารถกล่าวได้ว่าอุปกรณ์ อย่าง ถังอากาศและวาล์ว (Tanks / Valves) นั้น มีความสำคัญและเกี่ยวข้องกับชีวิตของนักดำน้ำได้เลยทีเดียว

หน้าที่ของถังอากาศและวาล์ว (Tanks /Valves)

ถังอากาศและวาล์ว (Tanks /Valves) นั้น จัดเป็นอุปกรณ์สำหรับการดำน้ำ ที่จะมีหน้าที่ในการช่วยอำนวยความสะดวก สำหรับการหายใจขณะดำน้ำอยู่ใต้ทะเลหรือแหล่งน้ำต่าง ๆ  ทั้งนี้โดยทั่วไปแล้ว ทางอากาศระหว่างนั้นจะนิยมใช้กับการดำน้ำ ในแบบ scuba diving มากกว่าแบบ Snorkelling ที่เป็นการดำบริเวณผิวน้ำ นั่นเอง

ปัจจุบันถังอากาศและวาล์ว ที่นิยมใช้กันทั่วไปนั้น สามารถแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบด้วยกัน ตามวัสดุที่ใช้ทำตัวถังอากาศนั่นเอง ได้แก่

  • ถังอากาศที่ทำมาจากเหล็ก (Steel Alloy Tank)
  • ถังอากาศที่ทำมาจากเหล็ก (Aluminum Alloy Tank)

ทั้งนี้ถังอากาศ แต่ละแบบนั้นต่างก็มีข้อดีและข้อเสีย ที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้เรื่องน้ำหนัก ความจุ ความสะดวกในการใช้งาน รวมไปถึงความแข็งแรงในการรับแรงดันใต้น้ำ

ความจุของถังอากาศ

สำหรับถังอากาศและวาล์วสำหรับการดำน้ำนั้น ถูกผลิตออกมาวางขายหลายขนาดและความจุด้วยกัน ซึ่งไม่สามารถระบุมาตรฐานหรือความจุได้อย่างชัดเจน  ทั้งนี้นักน้ำจึงจำเป็นจะต้องเลือกให้ความของถังอากาศให้เหมาะสมกับระยะเวลาที่จะใช้ รวมไปถึงระดับความลึกของน้ำที่จะดำลงไป นอกจากนี้ด้วยเทคโนโลยีในปัจจุบันนอกเหนือจากก๊าซออกซิเจนที่มีอยู่ในถังอากาศ สำหรับการดำน้ำแล้ว ผู้ผลิตยังได้มีการคิดค้นสารชนิดพิเศษ อย่างเช่น Enriched Air Nitrox ผสมเข้าไปในถังร่วมด้วย เพื่อให้สามารถใช้งานได้ยาวนานมาขึ้นนั่นเอง

อย่างไรก็ตาม นอกเหนือจากความจุที่ถูกระบุเอาไว้บนอากาศแล้ว ในสถานการณ์จริงยังมีปัจจัยอื่น ๆ ที่สามารถส่งผลต่อระยะเวลาการใช้งาน สำหรับถังอากาศและวาล์วได้อีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นระดับความลึกของน้ำ , ระดับความแรงของคลื่นลม, อัตราความถี่ของระดับการหายใจ นอกจากนี้ประสบการณ์ในการดำน้ำเอง ก็ยังสามารถส่งผลต่อระยะเวลาในการใช้งานของถังอากาศ ได้อีกด้วย


รีวิวตีนกบรุ่น Oceanic Accel Open Heel Fins สำหรับใครที่ชื่นชอบการดำน้ำจากชายหาดต้องห้ามพลาดกับฟินรุ่น Oceanic Accel Open Heel Fins

รีวิวตีนกบรุ่น Oceanic Accel Open Heel Fins

รีวิวตีนกบรุ่น Oceanic Accel Open Heel Fins

สำหรับใครที่ชื่นชอบการดำน้ำจากชายหาดต้องห้ามพลาดกับฟินรุ่น Oceanic Accel Open Heel Fins ซึ่งต้องบอกเลยว่าฟินรุ่นนี้เหมาะกับนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบ การดำน้ำ เป็นอย่างมาก เพราะไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของขนาดของฟินที่กำลังพอเหมาะ พอดี และยังมีน้ำหนักที่เบารวมถึงการพกพาง่าย พกพาได้อย่างสะดวกสบายนี่น่าจะเป็นตัวเลือกที่ดีมากๆของคุณเลยทีเดียว

ฟิน Oceanic Accel Open Heel Fins เป็นฟินแบบเปิดส้นที่ใส่ได้ง่าย และถอดได้ง่าย ซิลิโคนมีความอ่อนนุ่มทำให้สามารถใส่ตีน้ำได้แบบสบายๆโดยไม่รู้สึกเจ็บ แต่ถ้าคุณแพลนว่าอยากจะดำน้ำแบบเวลานานการที่คุณใส่ถุงเท้เข้าไปเสริมก็จะดีมากยิ่งขึ้น การที่มีน้ำหนักเบาก็จะทำให้คุณสามารถตีน้ำได้อย่างดีเยี่ยม ช่วยทุ่นแรงได้เป็นอย่างดีไม่รู้สึกเมื่อยง่ายๆ มีความแข็งแรงทนทานมีมากมายหลากหลายสีให้คุณได้เลือก และสามารถใช้ได้ตั้งแต่มือใหม่ไปจนถึงมืออาชีพเลยทีเดียว

คุณสมบัติของ Oceanic Accel Open Heel Fins

ประเภท : Snorkeling Fins

วัสดุ : ยางสังเคราะห์โมโนพรีนพร้อมสายรัดซิลิโคน

รูปแบบ : Open Heels

ความยาวสูงสุด : 21 นิ้ว

ขนาด : XS- XXL (US: 5-12+) (EU: 36-46+)

ราคา : 3,900 บาท

ข้อดีของ Oceanic Accel Open Heel Fins

– เป็นฟินที่เหมาสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นดำน้ำ หรือการดำน้ำแบบ Snorkel

– มีตัวเลือกมากมายหลากหลาย และมีหลากสีสันด้วย

– น้ำหนักเบาแต่แข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก

– ใส่สบาย คล่องตัว ทนทาน

– สวมและถอดง่ายด้วยสายรัดซิลิโคนอ่อนนุ่ม


 5 เหตุผล ที่คุณควรเล่น สกี

 5 เหตุผล ที่คุณควรเล่น สกี

 5 เหตุผล ที่คุณควรเล่น สกี

 

 5 เหตุผล ที่คุณควรเล่น สกี

                                  

สกี คือกีฬาโปรดของหลายคน แต่ใครจะรู้บ้างว่าเหตุผลใด กีฬาชนิดนี้ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ ทำให้สกีรีสอร์ตช่วงหน้าหนาวค่อนข้างหายาก เพราะมีการจองตั้งแต่เนิ่น ๆ โดยจุดประสงค์หลักของทุกคนคือ ได้สัมผัสกับหิมะบนเทือกเขาสูง และได้ชื่นชมเก็บเกี่ยวประสบการณ์การท่องเที่ยวกับกีฬากลางแจ้งยอดนิยม อย่างไรก็ตามหากจะหาเหตุผลว่าทำไมกีฬาชนิดนี้ได้รับความสนใจ และเป็นที่นิยม ของนักท่องเที่ยวมากขึ้นอย่างต่อเนื่องมาจากหลากหลายเหตุผล แต่เหตุผลหลัก ๆ ทำให้กีฬาชนิดนี้เป็นที่นิยมก็คือ

 

  1. ทำให้มีความสุข

จากงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์พบว่า คนที่เล่นสกีเป็นประจำจะมีความสุขมากกว่าคนที่ไม่เคยเล่นเลย เนื่องจากกีฬาชนิดนี้ จะเล่นกลางแจ้งทำให้ ได้อยู่ท่ามกลางธรรมชาติ ซึ่ง ส่วนนี้จะช่วยลดระดับคอติซอล หรือฮอร์โมนเกี่ยวกับความเครียดลงได้ โดยงานวิจัยครั้งนี้อ้างอิงว่า เพียงแค่เราอยู่ท่ามกลางธรรมชาติ สิบห้านาทีเป็นต้นไป จะช่วยเพิ่มความสุขให้กับชีวิตมากยิ่งขึ้น นอกจากนั้นจะช่วยเพิ่มสมรรถภาพการทำงานของสมอง ดังนั้นสกีจึงเป็นกีฬาทางเลือกที่ช่วยให้ความเครียดของแต่ละคนหมดไปได้ง่ายมาก

 

  1. สกีเป็นการพิสูจน์ตัวเอง

อย่างที่รู้กันว่าสกีเป็นกีฬาที่เล่นบนที่สูง ดังนั้นจึงมักพ่วงมาด้วยกับคำว่าตอนท้าทายและความกล้า และเทคนิคการเคลื่อนที่ใหม่ ๆ ตลอดเวลา ซึ่งถือว่าเป็นการพัฒนาตัวเองและเรียกสมาธิ รวมถึงพิสูจน์ตัวเองในหลาย ๆ ด้าน ซึ่งผลลัพธ์ที่ตามมาก็เกินทำให้คุณมีความมั่นใจในตัวเองเพิ่มมากขึ้น

 

  1. กีฬาชนิดนี้ไม่จำกัดวัย

ด้วยเหตุผลว่า สกี เป็นกีฬากลางแจ้งยอดนิยมจากคนทุกเพศทุกวัย ดังนั้น ไม่ว่าคุณจะมีอายุเท่าไหร่ก็สามารถสนุกไปกับ การเล่นสกีได้เช่นเดียวกัน

 

ขอบคุณภาพจาก: https://www.pinterest.com/pin/4011087159863303/

 

  1. ได้ใช้วันหยุดอย่างคุ้มค่า

 

ภายในวันหยุดหนึ่งวันหรืออาจจะมากกว่านั้นหลายคนเลือกที่จะพักผ่อนอยู่บ้านโดยการ นอน ถึงออกไปเที่ยวทะเล รวมถึงกิจกรรมอย่างอื่นที่ชอบ ซึ่งในส่วนของสกี มีความน่าสนใจมากกว่า วันพักผ่อนแน่นอน เพราะจะทำให้วันพักผ่อนของคุณยอดเยี่ยมภายในพริบตาเดียว ไม่เพียงแค่นั้น วันหยุด จะกลายเป็นวันครอบครัวที่อบอุ่นและทุกคนมีความสุขทันที เพราะกีฬาชนิดนี้สามารถเล่นได้แบบครอบครัวได้นั่นเอง ทุกคนมีกิจกรรมร่วมกัน เรียกได้ว่าเป็นการกระชับความสัมพันธ์ภายในครอบครัวให้แน่นแฟ้นมากยิ่งขึ้น

 

  1. ทำให้หลงรักอากาศหนาวมากยิ่งขึ้น

เนื่องจากเทศกาลเล่นสกีจะเล่นได้ในช่วง หน้าหนาวหรือก้อนหิมะบนเทือกเขาจะละลายเท่านั้น ซึ่งในช่วงนี้การออกกำลังกาย ถือว่าเป็นช่วงที่ดีเนื่องจากอากาศเย็นสบายไม่ขอให้เกิดอากาศร้อนอบอ้าว ทำให้การออกกำลังด้วยกีฬาสกีสนุกมากขึ้น ส่งผลให้คุณกล้ารักอากาศหนาวมากยิ่งขึ้น

โดยเหตุผลทั้ง 5 ข้อ ที่ทำให้ สกี เป็นกีฬายอดนิยม แสดงให้เห็นแล้วว่า หากมีโอกาสควรออกไปสัมผัสกับความสนุกกับกีฬาชนิดนี้ ให้ประสบการณ์ชีวิตดูสักครั้ง

 

ขอบคุณภาพจาก : https://www.pinterest.com/pin/419819996515672019/

 

 

 5 เหตุผล ที่คุณควรเล่น สกี


 

 

.

ประวัติความเป็นมาของกีฬา Highlining ก่อนเล่น

ประวัติความเป็นมาของกีฬา Highlining ก่อนเล่น

ประวัติความเป็นมาของกีฬา Highlining ก่อนเล่น

Highlining กีฬาเอ็กซ์ตรีมที่หลายคนอาจจะคุ้นเคยกันดีและเคยเห็นคนเล่นจริงกันมาก่อนแล้ว ซึ่งแต่ละวินาทีที่เฝ้าดูผู้เล่นก้าวแต่ละก้าวบนเชือกเพียงแค่หนึ่งเส้น ทำให้หัวใจของคุณดูสูบฉีดเต้นแรงไม่ต่างอะไรกับผู้เล่นเลย เพราะมีความตื่นเต้นหวาดเสียวไปพร้อม ๆ กัน ซึ่งคำว่า ไฮไลน์นิ่ง เป็นกีฬาที่พัฒนามาจาก Slacklining ซึ่งแปลว่า การเดินหรือวิ่ง เพื่อหาความสมดุลบนเชือกระดับไม่สูงมาก ซึ่งไม่ก่อให้เกิดอันตรายเท่าไรนัก แต่ผิดกับ ไฮไลน์นิ่ง โดยสิ้นเชิงเพราะกีฬาชนิดนี้ มักจะเล่นกันในที่สูงหลายสิบเมตรเท่านั้น

 

ประวัติความเป็นมาของกีฬา Highlining ก่อนเล่น

 

กีฬาไต่เชือก 1 เส้น บททดสอบความสำเร็จกับความพ่ายแพ้

แน่นอนว่าเมื่อกล่าวถึง Highlining คนจะคุ้นเคยเป็นอย่างดีกับกีฬาไต่เชือก โดยอุปกรณ์ที่จะใช้มีเพียงแค่เชือกหนึ่งเส้น หรือบางคนอาจมีไม้พลองหนึ่งอันทำหน้าที่บาลานซ์เพื่อให้การทรงตัวง่ายมากขึ้น ปัจจุบันกีฬาชนิดนี้มีการแข่งขันให้หลายพื้นที่ ซึ่งในยุโรป ความสูงที่ใช้ในการแข่งขันอยู่ในระดับมากถึง 2,000 เมตรกันเลยทีเดียว ส่วนการแข่งขันก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ดังนั้นผู้ชนะจะต้องมีสมาธิมากที่สุดเท่านั้น ซึ่งบททดสอบของกีฬาชนิดนี้ไม่ได้หมายถึงคู่แข่งที่ลงแข่งขันด้วย แต่เป็นสภาพจิตใจและความพร้อมของผู้แข่งขันเอง ว่ามีความพร้อมมากน้อยแค่ไหนกับการเดินไต่เชือกบนหน้าผาสูง ที่มีความเสี่ยงและมีการเดิมพันกันที่ชีวิต

ปัจจุบันเป็นกีฬายอดนิยมของคนในรัสเซียในบางละแวกเท่านั้น

สำหรับกีฬา Highlining  เดิมที่มีต้นกำเนิดมาจากประเทศรัสเซีย ในแถบดาเกสถาน โดยว่ากันว่ากีฬาชนิดนี้เป็นกีฬา ที่ใช้แข่งขันในประเพณีพื้นบ้านของผู้คนในละแวกนั้น และทุกปีจะมีการสืบทอดแบบรุ่นต่อรุ่นมาโดยตลอด โดยการแข่งขันกีฬาชนิดนี้ จะมีความสูงแค่ 3.5 เมตร และไม่ได้แข่งขันบนหน้าผาสูงเหมือนในปัจจุบัน และในขณะที่เดินอยู่ผู้แข่งขันจะต้องคือไม้พลองที่มีความยาวประมาณ 6 เมตร เป็นตัวช่วยรักษาสมดุลให้ร่างกายขณะเดินอยู่บนเชือก และเมื่อถึงอีกฝั่งเป็นที่เรียบร้อยแล้ว ไม้พลอง จะเป็นตัวช่วยรักษาสมดุล ให้การเต้นรำบนเชือกเป็นไปด้วยดีและสวยงามมากที่สุด

 

 

ความน่าสนใจของกีฬาชนิดนี้มีหลายอย่างด้วยกัน

Highlining เป็นกีฬาที่มีความน่าสนใจหลากหลาย ซึ่งแต่ละอย่าง สามารถสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ชมได้อย่างมาก อาทิเช่น

  1. ลุ้นว่าผู้เล่นจะไปถึงจุดหมายปลายทางหรือไม่

อย่าลืมว่ากีฬาไฮท์ไลน์นิ่ง เป็นกีฬาที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงมากมาย ดังนั้น ทุกอย่างเก่าที่นักกีฬา ก้าวเดินมันเชือกนั้น ทำให้ผู้ชมคอยลุ้นและให้กำลังใจพวกเขาอย่างต่อเนื่อง และเมื่อไรก็ตามที่พวกเขาเดินไปถึงจุดหมาย เสียงปรบมือจากเบื้องล่างจะดังกระหึ่มทันที

 

 

  1. เป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจอย่างแพร่หลาย

ในปัจจุบันเป็นที่ทราบกันดีว่า กีฬาเช่นนี้เป็นกีฬาที่ได้รับความสนใจจากผู้ชมจำนวนมาก ถึงแม้ว่าผู้เล่นจริงไม่มากเท่ากับผู้ชมก็ตาม ส่วนในอนาคตมีการคาดการณ์กันว่ากีฬาชนิดนี้จะได้รับความสนใจมากยิ่งขึ้นและต่อเนื่อง

 

 

ประวัติความเป็นมาของกีฬา Highlining ก่อนเล่น


 

.

.

Alpine Skiing และ Cross Country Skiing

Alpine Skiing และ Cross Country Skiing

Alpine Skiing และ Cross Country Skiing

สกี (Ski) เป็นกิจกรรมหรือกีฬาที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงหน้า และยังเป็นกิจกรรมที่มีผู้คนนิยมเล่นเป็นจำนวนมากขึ้นเรื่อย ๆ ซึ่งเราจะสังเกตจากการสกีรีสอร์ทต่าง ๆ ทั่วโลกได้มีการจัดกิจกรรมแข่งขันเล่นสกี นอกจากนี้สกียังถูกนำมาบรรจุลงในกีฬาโอลิมปิกด้วย ดังนั้นเราจึงไม่ต้องแปลกใจเลยว่าทำไมสกีจึงเป็นกีฬาในฝันของใครหลาย ๆ คน แต่รู้กันหรือไม่ประเภทของการเล่นสกีแบบลงเขา (Alpine Skiing) และการเล่นสกีแบบพื้นราบ (Cross Country Skiing) มีความแตกต่างกันด้วยนะ ซึ่งความแตกต่างของทั้งสองข้อจะมีเรื่องอะไรบ้างนั้น ตามมาส่องไปด้วยกันได้เลย

 

Alpine Skiing และ Cross Country Skiing

 

ประเภทการเล่นสกีแบบ Alpine Skiing และแบบ Cross Country Skiing ที่ควรรู้

สำหรับการเล่นสกีแบบลงเขา (Alpine Skiing) เป็นการเล่นสกีรูปแบบสกีอัลไพน์ที่เรามักจะเห็นกันบ่อย ๆ ในการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกช่วงฤดูหนาว และในสกีรีสอร์ท โดยส่วนใหญ่แล้วการเล่นสกีแบบนี้จะเล่นในพื้นที่เป็นทางลาดลงมาเหมือนกับเวลาเราเล่นอยู่ที่เนินเขานั่นเอง

ประเภทของการเล่นสกีแบบสกีอัลไพน์ เป็นการเล่นลงสกีมาจากภูเขาที่มีระยะทางที่ค่อนข้างยาวมาก และมีความความเร็วที่ค่อนข้างเร็วมาก ทำให้การควบคุมทิศทางในการเล่นทำได้ในระยะนึงเท่านั้น แต่พอใกล้ ๆ ถึงเนินเขาข้างล่างแล้วจะทำได้ยากนิดนึง เนื่องจากความเร็วของไถลลงมาของสกีนั่นเอง โดยการเล่นสกีในเทคนิคนี้เรียกว่า Super G ส่วนการเล่นสกีในเทคนิคแบบ Slalom จะเป็นการเล่นสกีซิกแซกระหว่าง Poles นั่นเอง

 

 

ส่วนการเล่นสกีแบบ Cross Country Skiing เป็นการเล่นสกีในพื้นที่ราบ  ที่เน้นระยะทางที่ยาว และเส้นทางในการเล่นสกีมักจะลัดเลาะไปตามทุ่งกว้าง หรือในป่าเขาเป็นส่วนใหญ่ และยังรวมถึงการเล่นสกีแบบข้ามเมืองอีกด้วย ซึ่งเราจะสังเกตได้ว่าการเล่นสกีแบบ Cross Country Skiing นั้นเป็นการเล่นที่สถานที่ไหนก็ได้ ไม่จำกัดพื้นที่ในการเล่น เพียงแค่มีลานหิมะก็สามารถเล่นได้แล้ว แถมการเล่นสกีแบบนี้ยังได้เสี่ยงต่อการบาดเจ็บน้อยกว่าแบบการเล่นสกีลงเขาด้วย

ดังนั้นเราจึงสามารถสรุปได้ว่า การเล่นสกีแบบลงเขา (Alpine Skiing) และการเล่นสกีแบบพื้นที่ราบ (Cross Country Skiing) เป็นการเล่นสกีเหมือนกัน แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่รูปแบบการเล่น สถานที่ในการเล่น และความเร็วที่ใช้ในการเล่นนั่นเอง ซึ่งสำหรับมือใหม่หัดเล่นสกีก็สามารถเลือกเล่นในแบบที่ตนเองชอบได้เลย แต่อาจจะต้องอยู่ในการดูแลของผู้ฝึกสอน หรือมีเพื่อนเล่นด้วยกัน เพื่อความปลอดภัยในการเล่น ป้องกันไม่ให้เกินอุบัติขณะเล่น

 

 

Alpine Skiing และ Cross Country Skiing


 

 

.

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

เมื่อพูดถึงกีฬาที่เกี่ยวข้องกับล้อแล้วหลาย ๆ คนคงจะนึกถึงจักรยานกันใช่ไหมครับ แต่ยังมีอุปกรณ์กีฬาอีกหนึ่งชนิดที่เกี่ยวข้องกับความเร็วและท้าทายกับผู้เล่นไม่แพ้ไปกว่าจักรยานเลยนั่นก็คือ ครุยเซอร์บอร์ดนั่นเอง

 

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท

 

  • ครุยเซอร์บอร์ดนั้นจัดเป็นสเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภทด้วยกันโดยถูกออกแบบมาทำให้มีขนาดที่สามารถพกพาไปไหนมาไหนได้อย่างสะดวก ไม่เทอะทะเหมือนกับตัวสเกตบอร์ดที่มีขนาดที่ยาวกว่า ด้วยขนาดที่ยาวกว่านี้เองของตัวสเกตบอร์ดจึงทำให้มีน้ำหนักที่หนัก อีกทั้งขนาดของล้อของตัวครุยเซอร์บอร์ดนี้ได้ถูกออกแบบมาให้มีขนาดที่ใหญ่กว่า ในส่วนของความแข็งของล้อนั้นมีความนิ่มกว่าตัวล้อของสเกตบอร์ดปกติ ทำให้สามารถเล่นได้ในพื้นที่ที่หลากหลายยิ่งขึ้นกว่า แต่ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อเสียสำหรับผู้คนที่ต้องการท้าทายความสามารถตัวเองด้วยการเล่นท่าทางประกอบในขณะเล่นเจ้าครุยเซอร์บอร์ดตัวนี้ เพราะอย่างที่ได้ทราบกันมาแล้วว่าขนาดความยาวของครุยเซอร์บอร์ดนั้นสั้นกว่าตัวของสเกตบอร์ด ทำให้เวลาที่ผู้เล่นได้ทำการเล่นท่านั้นจึงทำได้ยากกว่า เนื่องจากมีพื้นที่ในการเล่นหรือทรงตัวอยู่บนครุยเซอร์บอร์ดนั้นน้อยกว่าพื้นที่จากตัวสเกตบอร์ดนั่นเอง

 

 

  • ในปัจจุบันนั้นครุยเซอร์บอร์ดมีวางจำหน่ายในร้านค้าออกไลน์เป็นจำนวนมากมายหลากหลายร้านค้า นอกจากร้านค้าที่มากมายแล้ว ตัวครุยเซอร์บอร์ดนี้ก็ยังมีสีสันที่มีให้เราลังเลใจอยู่อย่างเยอะกันเลยทีเดียว นอกจากนี้ในเรื่องของตัววัสดุที่ใช้ทำครุยเซอร์บอร์ดนั้นในตอนแรกประเทศจีนได้มีการผลิตเจ้าครุยเซอร์บอร์ดที่ทำมาจากไม้ในส่วนของฐานที่ใช้รองรับเท้าและน้ำหนักของผู้เล่นครุยเซอร์บอร์ด อีกทั้งในส่วนของล้อของครุยเซอร์บอร์ดนั้นจะทำมาจากวัสดุที่มีน้ำหนักที่เบาและแข็งแรงสามารถทนทานต่อการกระแทกจากพื้นผิวที่ขรุขระ โดยส่วนใหญ่แล้วมักผลิตมาจากวัสดุประเภทไทเทเนียมหรือทำมาจากอลูมิเนียม ซึ่งวัสดุสองประเภทนี้สามารถทนรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดีประกอบกับการออกแบตัวของล้อที่มีขนาดของเส้นผ่านศูนย์กลางที่ใหญ่นั้นจะช่วยให้รอบหรือคาบของการหมุนของล้อนั้นที่ใช้แรงเท่ากันสามารถเคลื่อนที่ไปได้ไกลกว่าล้อของสเกตบอร์ดที่มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางที่เล็กกว่านั่นเอง

 

 

ครุยเซอร์บอร์ดนี้จึงเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์กีฬาที่สามารถช่วยอำนวยความสะอวด ความสบายในการเดินทางโดยเฉพาะในสังคมยุคนี้ที่มีเวลาเข้ามาเป็นตัวที่ทำให้เราต้องมีความ Active อยู่เสมอ

 

 

ครุยเซอร์บอร์ด สเกตบอร์ดอีกหนึ่งประเภท


 

.

.