ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

เราคงเคยพอเห็นข่าวผ่านหูผ่านตาบ้างเวลาที่มีนักไต่เชือกออกมาทำลายสถิติหรือมาโชว์หวาดเสียวไต่เชือกเส้นเดียวช้ามระหว่างตึกสูง ซึ่งในสมัยก่อนนั้นการที่เราเห็นคนไต่เชือกข้ามระหว่างตึกบนชั้น 20 นั้นก็ถือว่าน่าหวาดเสียวมากเกินพอแล้ว แต่จะเป็นอย่างไรหากเปลี่ยนตึกนั้นให้กลายเป็นตึกขนาด 35 ชั้นและเปลี่ยนจากตึกให้กลายเป็นหน้าผาที่เบื้องล่างนั้นเต็มไปด้วยโขดหินแหลมคม มันคงจะช่วยเพิ่มความลุ้นระทึกให้กับทางผู้รับชมและนักใส่เชือกเองได้ไม่น้อย หากเทียบให้ดูง่ายๆ ว่าเหตุใดการไต่เชือกข้ามตึกนั้นจึงดูหวาดเสียวน้อยกว่าการไต่เชือกข้ามหุบเขา อย่างแรกคือพื้นเบื้องล่างตามธรรมชาตินั้นมีความอันตรายกว่าพื้นคอนกรีตในเมืองอย่างแน่นอน เมื่อตกลงมาแล้วหากยังรอดชีวิตการตกตึกในเมืองก็ยังมีโอกาสไปถึงโรงพยาบาลเร็วกว่าการตกตึกอยู่กลางป่ากลางเขา อาจจะด้วยสาเหตุเหล่านี้ที่ทำให้การไต่เชือกข้ามตึกนั้นเสื่อมความนิยมไปและนักไต่เชือกมืออาชีพเริ่มจะหันไปเอาดีด้านการไต่เชือกข้ามหุบเขาแทน

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

เช่นเดียวกับชายชาวอังกฤษที่มีชื่อว่าแดน ฮันท์ ชายผู้เป็นนักไต่เชือกมืออาชีพที่มีความสามารถและความกล้าที่สุดจะบ้าระห่ำในการไต่เชือกข้ามระหว่างหน้าผาที่มีความสูงถึง 135 เมตร หากคุณนึกไม่ออกว่าความสูงระดับนี้จะสูงมากแค่ไหนขอให้ลองนึกถึงตึกสูงขนาด 35 ชั้นดู เพราะมันมีระดับความสูงที่ใกล้เคียงกัน เป็นความสูงระดับที่แม้แต่คนที่กลัวความสูงมองหน้าต่างลงมายังรู้สึกหวาดเสียวเลยด้วยซ้ำไป แต่ชายคนนี้กลับสามารถเดินไต่เชือกเส้นเล็กๆ ข้ามผ่านช่องแคบระหว่างหุบเขา โดยที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือในการทรงตัวหรือการไต่เชือกแม้แต่ชิ้นเดียว นักไต่เชือกที่จะสามารถทำเช่นนี้ได้นั้นไม่ใช่เพียงแค่คนที่มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญเป็นอย่างมากเท่านั้น แต่บุคคลนั้นจะต้องมีความกล้าหาญเป็นอย่างมากอีกด้วย

ในการไต่เชือกครั้งนี้เกิดขึ้นเมื่อปีพศ. 2555 แม้ว่ามันจะไม่ได้เป็นการทำลายสถิติโลกก็ตาม แต่มันก็สร้างความหวาดเสียวให้กับผู้คนได้ทั่วทั้งโลก สื่อทั่วทั้งโลกรวมไปถึงสื่อในประเทศไทยยังมีการทำข่าวของชายคนนี้เรื่องการที่เขานั้นไต่เชือกข้ามหน้าผาด้วยเท้าเปล่าเท่านั้น อุปกรณ์เพียงอย่างเดียวที่ติดตัวเขาไปด้วยนั่นก็คืออุปกรณ์ป้องกันภัยที่เป็นเพียงแค่เชือกซึ่งผูกติดเอวไว้เท่านั้น ปกติแล้วคนธรรมดาทั่วไปแค่ไปยืนอยู่ตรงหน้าผาก็ใจคอไม่ดีกว่าเสียวจนใจแทบจะร่วงไปอยู่ที่ตาตุ่ม แต่เขานั้นสามารถเดินข้ามหุบเขาได้บนเชือกที่มีความหนาเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น หุบเขาที่เขาทำการเดินข้ามในครั้งนี้อยู่ในสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังที่มีชื่อว่าเชดด้าจอร์จ ตั้งอยู่ในเมืองซอมเมอร์เซ็ท อยู่บริเวณตะวันตกเฉียงใต้ในสหราชอาณาจักร ซึ่งหุบเขาแห่งนี้เป็นหุบเขาประเภทหินปูนที่มีอายุอยู่บนโลกนี้มาแล้วกว่า  13,000 ปี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ท่องเที่ยวแนวธรรมชาติในสหราชอาณาจักรที่มีอายุมาอย่างยาวนาน ไม่เพียงเท่านั้นมันยังเป็นสถานที่ที่มีการค้นพบโครงกระดูกของมนุษย์ที่มีความสมบูรณ์ซึ่งมีอายุมากกว่า 9,000 ปีด้วย มันจึงเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีความสำคัญในทางประวัติศาสตร์เป็นอย่างมาก

ชายชาวอังกฤษไต่เชือกคำหน้าผาบนความสูงกว่า 135 เมตร 

แม้ว่ามันจะตั้งอยู่ห่างไกลจากตัวเมืองแต่มันก็มีนักท่องเที่ยวเข้ามาเยี่ยมชมอยู่เสมอไม่ขาดสาย โดยในการไต่เชือกครั้งนี้แดนนั้นได้ทำหลังจากที่เขาได้มีการฝึกไต่เชือกมาเป็นระยะเวลาหนึ่งแล้ว และยังมีการไปฝึกในสถานที่ต่างๆ เพื่อเก็บประสบการณ์และพัฒนาความสามารถในการไต่เชือกให้มีความชำนาญมากยิ่งขึ้น และเขายังกล่าวอีกว่าเคล็ดลับของการฝึกฝนในการไต่เชือกที่นัดไต่เชือกมืออาชีพมักจะเริ่มต้นกันนั่นก็คือการเดินบนเชือกที่ผูกระหว่างต้นไม้ 2 ต้น หลังจากที่เขาเริ่มมีความมั่นใจแล้วเขาจะหน้าให้มาทำสถิติของตนเองยังสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นระยะทางอยู่ที่ 28 เมตร และเขายังได้บันทึกเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดในขณะที่กำลังเดินไต่เชือกด้วยกล้องที่เขานั้นติดไว้บนหมวกที่สวมในขณะที่กำลังเดินอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ ดังนั้นเมื่อดูในวีดีโอดังกล่าวแล้วเราก็จะได้เห็นมุมมองในรูปแบบของเบิร์ดอายวิว ที่นอกจากจะเต็มไปด้วยความสวยงามของทัศนียภาพและยังเต็มไปด้วยความลุ้นระทึกอีกด้วย

#ชายชาวอังกฤษไต่เชือก

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว ไต่เชือกหุบเขาด้วยส้นสูง 2 นิ้ว 

กีฬาหรือกิจกรรมไต่เชือกนั้นเป็นกิจกรรมที่ค่อนข้างอันตรายและท้าทายความสามารถเป็นอย่างมาก การฝึกฝนจึงต้องมีการเข้มงวดไม่ว่าจะด้วยการเรียนรู้วิธีการรวมไปถึงการรักษาความปลอดภัยในชีวิต เพราะมันเป็นกิจกรรมที่หากพลาดไปแล้วและไม่ได้ป้องกันความปลอดภัยที่ดีก็อาจจะทำให้ถึงขั้นพิการหรือเสียชีวิตได้ ดังนั้นเวลาที่เราเห็นภาพการใส่เชือกส่วนใหญ่แล้วเราก็มักจะเห็นว่านักกีฬาเหล่านั้นมักจะทำการถอดรองเท้าหรือไม่ก็ใส่รองเท้าที่ช่วยให้สามารถไต่เชือกได้ดีมากยิ่งขึ้น และมีการสวมเสื้อผ้าที่เหมาะสม มีความรัดกุม ไม่รุ่ยร่ายและเทอะทะ และจะต้องมีอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยอย่างรัดกุม แม้เราจะทราบกันดีว่ากิจกรรมนี้เป็นกิจกรรมที่สร้างความหวาดเสียวจนทำให้ผู้รับชมรู้สึกถึงอะดรีนาลีนที่หลั่งออกมา แต่บางครั้งเหล่านักไต่เชือกนั้นก็รู้สึกว่าสิ่งที่ทำเป็นปกติไม่ได้สร้างความตื่นเต้นให้กับพวกเขาอีกต่อไปแล้ว พวกเขาจึงได้เพิ่มความท้าทายใหม่ๆ เข้ามาอยู่เสมอ อย่างเช่นนักไต่เชือกสาวมืออาชีพจากอเมริกาคนนี้ ที่ท้าทายความสามารถของตนเองและแรงโน้มถ่วงของโลกด้วยการใส่รองเท้าส้นสูงถึง 2 นิ้วไต่เชือกข้ามหุบเขาสูง

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

โดยเธอคนนี้มีชื่อว่า เฟธ ดิสกี้ เราต้องยอมรับว่าในขณะที่เธอกำลังพยายามใส่เชือกด้วยส้นสูง 2 นิ้วนั้น รูปร่างของเธอไม่ได้เป็นผู้หญิงที่มีรูปร่างเล็ก ดังนั้นการทรงตัวบนส้นสูงธรรมดาเดินบนพื้นเรียบก็ถือว่าสามารถทำได้ยากแล้ว แต่เธอกลับสามารถฉีกข้อจำกัดนั้นออกไปและใส่ส้นสูงซึ่งเปรียบเสมือนกับสัญลักษณ์ของผู้หญิงเดินไต่เชื่อที่มีความกว้างเพียงแค่ 2 นิ้วเท่านั้น ถือว่าเป็นการท้าทายความสามารถของตนเองที่อันตรายไม่น้อยเลยทีเดียว เพราะเธอนั้นไม่ได้เพียงแค่สวมใส่ส้นสูงแต่เพียงอย่างเดียว ชุดเสื้อผ้าที่เธอใส่ในวันนั้นก็เป็นเพียงแค่เดรสแขนกุดที่ไม่ได้มีความรัดกุมอะไรเลยแม้แต่น้อย ที่สำคัญคือการเดินไต่เชือกในครั้งนี้เธอไม่ได้ใช้อุปกรณ์ป้องกันความปลอดภัยเลยแม้แต่ชิ้นเดียว รวมไปถึงอุปกรณ์ที่ช่วยให้การไต่เชือกง่ายยิ่งขึ้นเช่นเดียวกัน แต่เธอก็สามารถทำมันสำเร็จ ดังนั้นจะเรียกได้ว่าความสำเร็จในครั้งนี้เกิดขึ้นจากความสามารถของเธอล้วนๆ ก็ว่าได้

นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

โดยหุบเขาที่เธอข้ามนั้นด้านล่างเป็นพื้นที่เต็มไปด้วยโขดหิน เป็นความสูงที่ตกลงไปแล้วไม่ต้องสืบเลยว่าชะตาชีวิตของเธอนั้นจะเป็นอย่างไรต่อไป โดยระยะทางระหว่างหุบเขานั้นมีความกว้างอยู่ที่ 100 เมตร เวลาที่เราเดินปกติอาจจะรู้สึกว่า 100 เมตรมันไม่ได้ไกลมากมายนัก แต่คงต้องขอบอกว่าเดิมทีนั้นในประเทศจีนสถิติการเดินไต่เชือกที่ไกลที่สุดอยู่ที่ระยะทางเพียงแค่ 60 เมตรเท่านั้น ซึ่งนั่นหมายความว่าระยะทางที่เฟธเดินไต่เชือกในครั้งนี้มีความไกลมากกว่าระยะทางที่เป็นสถิติสูงสุดในประเทศจีนนั่นเอง ทำให้เธอนั้นกลายเป็นผู้หญิงคนแรกที่ไต่เชือกบนที่สูงได้สำเร็จ และยังเป็นผู้หญิงคนแรกอีกด้วยที่สามารถใส่ส้นสูงถึง 2 นิ้วในการไต่เชือกและสามารถทำได้สำเร็จโดยที่ไม่ได้ใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือหรืออุปกรณ์รักษาความปลอดภัยใดๆ ทั้งสิ้น ต้องบอกว่าสิ่งที่เธอทำนั้นแม้ว่าจะมีชื่อเรียกกันว่าแสลคไลน์ ซึ่งเป็นสิ่งที่เคยมีการทำอย่างแพร่หลายในหมู่ของนักไต่เชือกมืออาชีพ แต่การใส่ส้นสูงนั้นเป็นการเพิ่มความอันตรายเข้าไปอีกเป็นเท่าตัว

25

หากเธอไม่ได้รับการฝึกฝนจนมีความชำนาญและเชี่ยวชาญคงไม่สามารถทำสถิติในครั้งนี้ได้สำเร็จ ไม่เพียงเท่านั้นการกระทำเช่นนี้ยังจะต้องใช้ความกล้าเป็นอย่างมากอีกด้วย เพราะหากพลาดขึ้นมามันหมายถึงชีวิตของเธอเป็นอันจบลงทันที หากใครที่มีความสนใจจะลองเล่นหรือทำกิจกรรมไปเชื่อ เราขอให้คุณนั้นรักษามาตรฐานเรื่องความปลอดภัยไว้ให้ดี เพราะหากพลาดขึ้นมาแล้วคุณอาจจะต้องสูญเสียมากกว่าที่คุณคิด และถึงแม้ว่าคุณนั้นจะมีความชำนาญเป็นพิเศษอยู่แล้ว การใส่ส้นสูงไต่เชือกข้ามภูเขาที่มีความสูงขนาดนี้ แม้ว่าจะเป็นเรื่องน่าท้าทายโดยเฉพาะสำหรับมืออาชีพแต่มันก็คงไม่ใช่ว่าทุกคนจะทำสำเร็จ

#นักไต่เชือกชาวอเมริกันสาว

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

สำหรับอีกหนึ่งอุปกรณ์การปีนเขาที่เราต้องให้ความสำคัญมาเป็นอันดับต้นๆเลยนั่นก็คือ “เชือกปีนเขา” นั่นเอง เพราะว่าเจ้าเชือกนี่แหละที่จะเป็นตัวที่คอยรองรับน้ำหนักของเรา ในขณะที่ปีน โรยตัวลง หรือแม้กระทั่งเวลาเราหล่นก็ยังมีเชือกที่คอยดึงตัวเราอยู่ เพราะฉะนั้นแล้วเชือกนี่แหละคืออุปกรณ์สำคัญที่จะคอยเซฟเราให้ปลอดภัย เราจึงคอยเลือกเชือกที่ดีและมีประสิทธิภาพกันนะคะ และวันนี้เราก็จะพาคุณมารู้จักกับเชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020 ว่ามีแบรนด์ไหนรุ่นไหนกันบ้าง

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

Black Diamond 9.4 Dry

แบรนด์ Black Diamond เป็นอีกหนึ่งแบรนด์ที่จะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน เพราะสำหรับเชือกรุ่นนี้นับได้ว่าเป็นเชือกที่มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก และมีการถักมาอย่างเรียบเนียบทำให้พอใส่รอกแล้วจะไหลลื่นมากแบบที่ไม่มีสะดุด นอกจากนั้นยังไม่พอเชือกรุ่นนี้ยังมีการถักหุ้มถึง 2 ชั้นทำให้เพิ่มความแข็งแรงทนทานเข้าไปอีก ให้คุณปีนได้อย่างมั่นใจ Belay ได้อย่างไร้กังวล และด้วยเทคโนโลยีการอบแห้งทำให้เชือกจะไม่เกิดการอับชื้น ขึ้นรา และแห้งกรอบที่เป็นสาเหตุให้เชือกปีนเขานั้นชำรุดเสียหายและเสื่อมสภาพการใช้งานได้ง่าย

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

Sterling Evolution Velocity

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่งเชือกปีนเขาที่ครองตลาดมานานหลายปี ได้รับความนิยมจากนักปีนเขาอย่างไม่มีเสื่อมคลายเลยจริงๆ กับแบรนด์ Sterling เพราะด้วยความแข็งแรงทนทานที่เป็นที่ทราบกันดี และขนาด 9.8 ที่เรียกได้ว่ามีทั้งความเบา เนื้อเหนียวและสามารถรองรับน้ำหนักได้ดี ใช้งานง่าย ไม่ว่าคุณจะเป็นนักปีนหน้าผามือใหม่ หรือมืออาชีพก็สามารถเลือกใช้เชือกรุ่น Sterling Evolution Velocity กันได้ เพราะว่าจะไม่ทำให้คุณผิดหวังอย่างแน่นอน และงานนี้ดูท่าแล้ว Sterling ก็ยังคงความนิยมและครองตำแหน่งเชือกขวัญใจนักปีนเขาอีกยาวนานหลายปีเลยทีเดียว

Maxim Pinnacle

และสำหรับเชือกรุ่นนี้ก็เป็นเชือกที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาในหมู่นักปีนเขามืออาชีพ ด้วยขนาดที่ 9.5 ที่นับได้ว่าไม่เล็กไม่ใหญ่ และการถักได้ถี่ มีหลายชั้น ทำให้เชือกรุ่นนี้มีความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังลดแรงเสียดทานตอนที่ใส่อุปกรณ์ได้อีกด้วย ที่ Maxim Pinnacle ได้ถูกคัดเลือกให้ติดอันดับเชือกที่ดีที่สุดนั่นก็เพราะว่านักปีนเขามืออาชีพนิยมใช้กันมากที่สุด มีความแข็งแรงทนทานมากที่คุณ สามารถ Hang อยู่บนเชือกได้เป็นเวลาหลายชั่วโมงดดยที่ไม่ต้องมาคอยวิตกกังวลกันเลยทีเดียว

เชือกปีนเขาที่ดีที่สุดในปี 2020

Beal Karma

เชือกรุ่นนี้มีขนาด 9.8 ซึ่งนับได้ว่าค่อนข้างใหญ่ หลายๆคนอาจจะรู้สึกว่าผูกเงื่อนลำบากต้องใช้เชือกเยอะ แต่นี่แหละคือเชือกที่แข็งแรงมากที่สุดรุ่นหนึ่งเลยทีเดียว และด้วยเนื้อสัมผัสของเชือกที่ค่อนข้างเรียบและนุ่มลื่น ทำให้การเสียดสีกับรอกและอุปกรณ์ต่างๆนั่นน้อยลงไปด้วย อีกอย่างเชือกรุ่นนี้ทำจากวัสดุธรรมชาติและไม่ได้ใส่สารเคมีย้อมสีด้วยนะคะ

#เชือกปีนเขา

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

สำหรับ Harness นี่ถือว่าเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์การปีนหน้าผาจำลองที่สำคัญมากที่สุดเลย เพราะว่าเป็นตัวช่วยให้คุณเพื่อความปลอดภัย ซึ่งเจ้า Harness นี้เราจะใส่สวมเข้าไปที่ขา และรัดบริเวณเอวของเรา ติดไว้กับเชือกเพื่อที่จะคอยเซฟตัวเราไม่ให้ตกลงมาและได้รับอันตรายขณะที่กำลังทำการปีนหน้าผา เพราะฉะนั้นการเลือก Harness คุณจะต้องคำนึงถึงความแข็งแรงทนทานเป็นอย่างมาก และการสวมใส่ที่สบาย ให้คุณเคลื่อนไหวได้สะดวกด้วย เรามาดูกันเลยว่า Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020 นั้นมีอะไรกันบ้าง

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Edelrid Sendero

และนี่ก็เป็นอีกหนึ่ง Harness ที่เรียกได้ว่าดีที่สุดในขณะนี้เลยก็ว่าได้ เพราะว่าเจ้า Harness แบรนด์ Edelrid Sendero นั้นมีความแข็งแรงทนทานเป็นเลิศแต่กลับมาพร้อมกับน้ำหนักที่เบาหวิว ทำให้ใส่สบายและมีความคล่องตัวมากยิ่งขึ้น เหมาะสำหรับการปีนในทุกรูปแบบเลยทีเดียว เพียงเท่านั้นยังไม่พอ รุ่นนี้ยังมาพร้อมกับ 5 gear loops ที่เอาไว้เกี่ยวอุปกรณ์รอบด้าน ใช้งานได้หลากหลาย และแอบบอกถึงความเป็นมืออาชีพอีกด้วยนะคะ อีกอย่างราคาของรุ่นนี้ก็ยังไม่แพงอีกด้วย

เหมาะสำหรับการปีนหน้าผาทุกประเภท

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Best Harness for Mountaineering

สำหรับ Harness รุ่นนี้ต้องบอกเลยว่าเรื่องความแข็งแรงทนทานนั้นมาเป็นที่ 1 ส่วนในเรื่องของฟังค์ชั่นและประโยชน์ใช้สอยนั้นก็โดดเด่นไม่เเพ้กัน เรียกได้ว่าใครที่เป็นสาย Outdoor ต้องไม่ควรพลาด เพราะทั้งความสวยงาม และความแข็งแรงทนทานนั้นไว้ใจได้เลย แต่หากใครที่เป็นสาย Indoor แล้วจะเลือกแบรนด์นี้อาจจะต้องชะลอไว้ก่อนเพราะว่าด้วยความที่อาจจะไม่ได้รู้สึกสะดวกสบายเวลา Hanging ทำให้ Harness ตัวนี้เอนเอียงไปทางการปีนแบบ Outdoor เสียมากกว่านะคะ

เหมาะกับการปีนหน้าผาแบบ Mountianeering(Outdoor)

Harness ที่ดีที่สุดในปี 2020

Mammut Ophir 3 Slide

สำหรับใครที่เป็นมือใหม่กำลังเริ่มต้นปีนหน้าผาจำลองและอยากจะมี Harness เป็นของตัวเองไว้ในครอบครองแล้วล่ะก็ เราขอแนะนำรุ่นนี้เลยค่ะ Mammut Ophir 3 Slide เพราะว่าเหมาะกับ Beginner มากๆ ทั้งในเรื่องของราคาที่แพงมากนัก และความแข็งแรงทนทาน และความปลอดภัย เพียงเท่านั้นยังไม่พอตัวนี้ก็ยังสวมใส่ได้ง่าย สบาย และสามารถเคลื่อนไหวได้อย่างคล่องตัวอีกด้วยนะคะ

เหมาะสำหรับผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นการปีนหน้าผา (Beginner)

Black Diamond Solution

และสำหรับใครที่เป็นสาย Sport หรือเป็นนักกีฬาปีนหน้าผาที่ต้องการหา Harness ดีๆสักอันที่ใส่แล้วคล่องตัวสุดๆ มีน้ำหนักเบามาก เพื่อใช้ในการฝึกซ้อม และใช้ใส่ในการลงแข่งจริงเห็นทีจะหนีไม่พ้น Harness รุ่น Black Diamond Solution สะแล้ว เพราะทั้งประสิทธิภาพ และการออกแบบนั้นสร้างมาเพื่อนักกีฬาปีนหน้าผาโดยเฉพาะเลยทีเดียว

เหมาะสำหรับการแข่งขันปีนหน้าผา (Sport Climbing)

#Harness

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 004

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 004

อุปสรรคใหญ่หลวงที่ทำให้การเล่นสเก็ตบอร์ดนั้นเป็นกิจกรรมกลางแจ้งที่ไม่ได้รับความนิยมมากเท่าที่ควรในประเทศไทยนั้นก็คือสภาพถนนที่เต็มไปด้วยความขรุขระและหลุมบ่อที่ทำให้เกิดความอันตรายและเกิดความเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุได้ รวมไปถึงยังไม่มีการจัดพื้นที่สำหรับการเล่นสเก็ตบอร์ดโดยเฉพาะมากมายนักโดยเฉพาะอย่างยิ่งตามต่างจังหวัด ทำให้คนที่ชื่นชอบในการเล่นกิจกรรมกลางแจ้งชนิดนี้ไม่มีพื้นที่ในการเล่น แต่ในปัจจุบันเราก็จะเริ่มเห็นแล้วว่ามีร้านสเก็ตบอร์ดให้บริการมากยิ่งขึ้นและสามารถเข้าไปเล่นได้ตามโรงเรียนหรือมหาวิทยาลัยซึ่งจะมีสภาพถนนที่ดีกว่าข้างนอก แต่อย่างไรก็ตามเราก็ควรที่จะเลือกใช้สเก็ตบอร์ดที่สามารถป้องกันไม่ให้เกิดอุบัติเหตุได้ด้วยความแข็งแรงทนทานและการดีไซน์อย่างที่เราจะมาแนะนำกันในวันนี้ นั่นก็คือสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 004

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 004

โดยสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้มาในราคา 2,590 บาทเท่านั้น เริ่มกันที่รูปทรงและการดีไซน์ เป็นสเก็ตบอร์ดทั่วไป ด้านหน้าจะเป็นพื้นหลังสีดำที่ตกแต่งลวดลายกราฟฟิกตัวอักษรเป็นสีขาวที่เข้ากันได้เป็นอย่างดี ส่วนด้านหลังนั้นจะตกแต่งเป็นลวดลายกาแล็กซี่ที่เน้นสีน้ำเงินและสีม่วงตัดกับลวดลายกราฟฟิกตัวอักษรสีขาวทำให้บอร์ดรุ่นนี้มีความสวยงามและความแตกต่าง แต่มันไม่ได้มีดีเพียงแค่ความสวยงามเท่านั้น แต่ยังใช้วัสดุที่มีความแข็งแรงทนทานและมีคุณภาพช่วยให้การเล่นสเก็ตบอร์ดของเราและปลอดภัยมากยิ่งขึ้นอีกด้วย

รีวิวสเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 004

สเก็ตบอร์ดรุ่น Pro Fishboard Hongy 004 มีฐานล้อที่ได้รับการออกแบบมาให้มีความแข็งแรงทนทานเป็นพิเศษ ส่วนตัวบอร์ดนั้นใช้เป็นไม้แอปเปิ้ลคุณภาพสูงที่มีความแข็งแรงทนทาน ไม่บวมหรือแตกหักง่าย ใช้ลูกปืนที่มีคุณภาพสูงอย่าง ABEC-11 ที่จะช่วยให้การเล่นสเก็ตบอร์ดของคุณนั้นสนุกและลื่นไหลได้มากยิ่งขึ้นแต่ยังมีความปลอดภัยอยู่ ขนาดของสเก็ตบอร์ดจะอยู่ที่ 72 x 20 x 11 เซ็นติเมตร โดยสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้เหมาะสำหรับทั้งวัยรุ่นและเด็ก มันจะคุ้มค่าเป็นอย่างมากสามารถใช้งานได้ตั้งแต่เด็กจนโตสำหรับบ้านที่มีบุตรหลานต้องการจะเล่นสเก็ตบอร์ด ไม่เพียงเท่านั้นมันยังสามารถใช้งานในการเล่นท่าต่างๆ ได้ไม่ว่าจะเป็น POP Shove, Oille หรือ Backside180 น้ำหนักของสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้จะอยู่ที่ 3 กิโลกรัม สามารถรับน้ำหนักได้สูงสุดอยู่ที่ไม่เกิน 150 กิโลกรัม ดังนั้นถึงแม้ว่าจะเป็นคนที่รูปร่างใหญ่และมีน้ำหนักมากก็สามารถเล่นสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ได้ ไม่เพียงเท่านั้นตัวล้อยางผลิตจากโพลียูรีเทนที่ช่วยให้สามารถยึดเกาะพื้นได้ดีมากยิ่งขึ้น  ดังนั้นจึงสามารถเล่นท่าต่างๆ ได้โดยที่ไม่ต้องกังวลว่าจะเกิดอุบัติเหตุ ส่วนลายกราฟฟิกนั้นก็สามารถกันน้ำได้เป็นอย่างดีมันจึงสามารถชำระล้างด้วยน้ำได้อย่างสะดวกและง่ายดาย

#สเก็ตบอร์ด

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

สำหรับวันนี้เราจะมาแนะนำเทคนิคดีๆ ที่คุณสามารถนำมาใช้เพื่อปรับเปลี่ยนความคิด และร่างกายของคุณเพื่อให้มีศักยภาพที่พร้อมแก่การปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้น และสามารถเอาชนะใจของคุณเองได้ แล้วเจ้า 8 เทคนิคที่ว่านี้จะมีอะไรกันบ้างเรามาดูกันเลยค่ะ

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

  1. เอาชนะความกลัวที่จะตกลงมา

แน่นอนว่ากีฬาการปีนหน้าผานั้น ทุกก้าว ทุกการเคลื่อนไหวอาจจะมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้อยู่แล้ว ซึ่งหนึ่งในอุปสรรคของคนที่อยากจะเริ่มต้นเล่นกีฬาการปีนหน้าผานั่นก็คือ การกลัวตกจากที่สูงนั่นเอง และแน่นอนว่าสิ่งสำคัญที่คุณจะต้องทำก่อนอื่นเลยนั่นก็คือการเอาชนะความกลัวที่คุณจะต้องตกลงมาจากที่สูงนั่นเอง ซึ่งหลักง่ายๆที่คุณจะสามารถเอาชนะความกลัวเหล่านั้นได้ก็คือ การมีความเชื่อมั่นในอุปกรณ์ Safety ของคุณเอง ว่าตราบใดที่คุณยังมีอุปกรณ์ Safety ที่มีสภาพพร้อมใช้งาน และใช้อย่าถูกวิธีแล้ว คุณจะไม่ได้รับอันตรายอย่างแน่นอน

  1. การเคลื่อนไหวสะโพกได้อย่างอิสระ

เชื่อเลยว่าคนส่วนใหญ่เมื่อพูดถึงกีฬาการปีนหน้าผาจำลองก็จะต้องคิดถึงความแข็งแรงให้การใช้กล้ามเนื้อแขนและขาอย่างแน่นอน แต่คุณรู้ไหมว่าอีกสิ่งหนึ่งที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีมากยิ่งขึ้นนั่นก็คือการที่คุณสามารถเคลื่อนไหวสะโพกได้อย่างอิสระ เพราะบ่อยครั้งการปีนหน้าผานั้นจะต้องมีการเอื้อมกระโดด และการเหวี่ยงสะโพกเข้ามาช่วยด้วย

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

  1. ตั้งเป้าหมายแล้วไปให้ถึง

เราเชื่อว่าหากคุณมีการตั้งเป้าหมายเอาไว้เป็นอย่าดีแล้ว ไม่มีอะไรที่คุณทำไม่ได้อย่างแน่นอน อย่างเช่นวันนี้คุณมาปีนหน้าผาจำลองคุณสามารถตั้งเป้าหมายเอาไว้ว่าจะปีน Route นี้ให้ได้สำเร็จ และเราเชื่อว่าคุณจะสามารถทำได้อย่างแน่นอน หากมีเป้าหมายแล้วก็แค่พาร่างกายและจิตใจของคุณไปถึงฝั่งให้ได้เท่านั้นเอง

  1. รู้ขีดจำกัดของตัวคุณเอง

การที่คุณรู้จัดขีดจำกัดของตัวคุณเองนี่ก็นับได้ว่าเป็นอีกหนึ่งสิ่งสำคัญ เพื่อที่คุณจะได้รู้ว่าคุณสามารถทำอะไรได้มากขนาดไหน คุณสามารถไปต่อได้หรือไม่ หรือว่าคุณควรที่จะหยุด ส่วนใหญ่เลยผู้ที่เพิ่งเริ่มต้นในการปีนหน้าผาจำลองจะตั้งมาตรฐานความสามารถของตัวเองเอาไว้ต่ำเกินไปโดยเอาความกลัวมากดทับเอาไว้ แต่เชื่อเถอะว่าหากปราศจากความกลัวและความกังวลต่างๆ คุณจะสามารถทำได้ดีอย่างแน่นอน แต่หากคุณตั้งระดับความสามารถของคุณเอาไว้สูงจนเกินไปนั่นก็ไม่ดีอีกเช่นเดียวกัน เพราะอาจจะได้รับบาดเจ็บและเกิดอันตรายได้เช่นเดียวกัน

5 เทคนิคดีๆที่จะทำให้คุณสามารถปีนหน้าผาได้ดีขึ้น

  1. มีคู่หูที่ดี

คุณเชื่อไหมว่าการมีคู่หู หรือ Buddy ในการปีนหน้าผาที่ดีนั้นมีชัยไปกว่าครึ่ง เพราะนอกจาก Buddy จะเป็นคนที่คอยช่วย Belay ให้เรา คอยเซฟเราเมื่อเราเกิดพลาดตกลงมาแล้ว Buddy ก็ยังเป็นอีกหนึ่งคนที่คอยให้กำลังใจคุณ ให้ไปจนสุดทางให้ได้ หรืแม้กระทั่งคอยแนะนำ Step ต่อไปในการเคลื่อนไหวให้คุณได้อีกด้วยนะคะ

#

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย

เดิมทีนั้นการไต่เชือกเป็นการเล่นกายกรรมชนิดหนึ่ง ในสมัยก่อนเราอาจจะพบเห็นได้ตามคณะละครสัตว์หรือคณะกายกรรม ภาพติดตาของคนหมู่มากสำหรับนักเตะเชือกนั้นก็คือเป็นคนที่สามารถเดินทรงตัวอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ ได้ราวกับใช้เวทมนตร์ ส่วนใหญ่แล้วคนเหล่านี้มักจะใช้ไม้ที่มีความยาวเป็นตัวช่วยปรับสมดุลให้กับร่างกายทำให้สามารถเดินบนเชือกได้ง่ายมากยิ่งขึ้น แต่ในยุคปัจจุบันนั้นคณะกายกรรมหรือคณะละครสัตว์แทบจะสูญหายไปจากโลกใบนี้แล้ว แต่หนึ่งสิ่งที่ไม่เคยหายไปนั่นก็คือการไต่เชือกซึ่งได้มีวิวัฒนาการไปตามยุคสมัย โดยในสมัยนี้ผู้คนหันมาไต่เชือกโดยมองว่าเป็นกิจกรรม Adventure ที่สุดแสนจะท้าทายและอันตราย รูปแบบและวิธีการจึงมีความแตกต่างออกไป สิ่งที่เรามักจะไม่ค่อยได้เห็นกันอีกแล้วในการไต่เชือกในยุคปัจจุบันนั่นก็คือไม้ที่ใช้ในการช่วยปรับสมดุลในการทรงตัว และสถานที่ที่นักไต่เชือกมักจะไปทำสถิติหรือสร้างความน่าหวาดเสียวก็มักจะเป็นตามตึกสูงหรือในสถานที่ที่เต็มไปด้วยอันตราย ไม่ว่าจะเป็นระหว่างหุบเขา ไต่เชือกข้ามแม่น้ำ หรือแม้แต่บ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย เช่นชายหนุ่มชาวอลาสก้าคนนี้ที่มีชื่อว่า จอร์จ โบดอน

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย

โดยเขานั้นได้ทำการไต่เชือกข้ามบ่อน้ำที่เต็มไปด้วยฝูงจระเข้เมื่อปีพ.ศ. 2558 ในขณะนั้นเขามีอายุเพียงแค่ 33 ปีเท่านั้น โดยในการไต่เชือกครั้งนี้ไม่ได้มีการใช้อุปกรณ์ช่วยเหลือที่ทำให้สามารถทรงตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้นหรือแม้แต่อุปกรณ์รักษาความปลอดภัย ดังนั้นมันจึงเป็นการเดินไต่เชือกที่มีความอันตรายเป็นอย่างมาก แม้ว่าระดับความสูงของการไต่เชือกในครั้งนี้จะไม่ได้สูงเทียบเท่ากับการไต่เชือกของคนอื่นๆ แต่มันก็มีอันตรายที่ไม่แพ้กันเลยทีเดียว หากตกลงไปไม่พอการก็อาจจะเสียชีวิตได้เช่นเดียวกัน

โดยมีการไต่เชือกครั้งนี้ จอร์จเลือกที่จะไต่ข้ามบ่อจระเข้ที่เต็มไปด้วยจระเข้ที่กำลังหิวโหยมากกว่า 10 ตัว โดยเขาได้มีการกล่าวในภายหลังไว้ว่าวินาทีที่กำลังเดินอยู่บนเชือกเส้นเล็กๆ ซึ่งข้างล่างเต็มไปด้วยจระเข้นั้นมันไม่ต่างอะไรกับวงปีศาจที่กำลังจับจ้องเขาอยู่ จะบอกว่ามันเป็นการเดินข้ามผ่านความเป็นความตายของเขาเลยก็ว่าได้ เพราะหากเขาทำพลาดขึ้นมาด้วยความสูงของเชือกที่ไม่มากนักรวมถึงไม่ได้มีอุปกรณ์ในการป้องกันและรักษาความปลอดภัยเขาจะกลายเป็นอาหารจระเข้ในทันที แต่ด้วยความชำนาญและความสามารถของเขาทำให้เขานั้นสามารถเดินบนเชือกที่มีขนาดไม่เกิน 2 นิ้วข้ามผ่านบึงจระเข้ได้สำเร็จ ซึ่งบึงจระเข้แห่งนั้นตั้งอยู่ในรัฐโคโลราโด ประเทศสหรัฐอเมริกา

สุดระทึก ชายหนุ่มชาวอลาสก้าไต่เชือกข้ามบ่อจระเข้ที่กำลังหิวโหย2

โดยปกติแล้วเรามักจะเห็นกันว่านักไต่เชือกมักจะเลือกที่จะไม่ใส่รองเท้าเพื่อให้สะดวกในการเดินบนเชือกมากยิ่งขึ้นและช่วยเพิ่มความสามารถในการทรงตัวได้ดียิ่งขึ้น แต่ในครั้งนี้จอร์จเลือกที่จะใส่รองเท้าผ้าใบในการเดินไต่เชือกแทน ซึ่งหากมองในมุมของคนอื่นๆ แล้วอาจจะมองว่ามันจะยิ่งเพิ่มความยากมากยิ่งขึ้น แต่ไม่แน่ว่ามันอาจจะเป็นวิธีการที่เขาถนัดก็เป็นได้จึงทำให้เขาสามารถทำมันได้สำเร็จ ซึ่งในระหว่างที่เขากำลังเดินไปเชือกอยู่นั้นเขาก็ได้มีการบันทึกวีดีโอโดยใช้เป็นกล้องคาดศีรษะเพื่อบันทึกเหตุการณ์ต่างๆ ให้เราได้ลุ้นระทึกไปกับการไต่เชือกของเขาในครั้งนี้ หากใครต้องการที่จะรับชมคลิปวิดีโอดังกล่าวสามารถเข้าไปดูใน YouTube ได้โดยมีชื่อคลิปว่า Slacklining Over Alligator Pool ที่จะทำให้เราได้เห็นว่าในบึงนั้นเต็มไปด้วยจระเข้ของจริงที่กำลังหิวโหยอยู่จริงๆ ความยาวของคลิปกินเวลาไปแค่ 1.23 นาทีเท่านั้น และเรายังเห็นหมีว่าเขานั้นไม่ได้เพียงแค่เดินข้ามบ่อจระเข้ไปเฉยๆ แต่ยังมีการโชว์ทักษะความสามารถในการทรงตัวอีกด้วย ทำให้คลิปนี้มียอดวิวสูงถึง 5.8 แสนครั้งเลยทีเดียว

#จอร์จ โบดอน

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

สำหรับใครที่กำลังสนใจอยากจะลองมาเปิดประสบการณ์ใหม่ด้วยการมาลองปีนหน้าผาจำลอง แต่ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นจากตรงไหนดี เพราะว่ายังไม่เคยลองมาก่อน วันนี้เราก็มีไกด์เล็กๆมาบอกคุณว่าในการปีนเขาครั้งแรกของคุณควรที่จะต้องทำอย่างไรกันบ้างนะคะ

 

ใส่เสื้อผ้าที่เหมาะแก่การปีนหน้าผา

สิ่งแรกที่คุณจะต้องเตรียมมาจากบ้านเลยนั่นก็คือการเลือกเสื้อผ้าที่กระชับแนบลำตัว ไม่ลุ่มล่าม สามารถเคลื่อนไหวได้สะดวกสบาย เพื่อให้คุณสามารถปีนป่าย ออกท่าทางได้คล่องแคล่วมากยิ่งขึ้น ซึ่งเราแนะนำเป็นกางเกงขาสั้น(มีซับในสำหรับคุณผู้หญิง) กางเกงโยคะ เสื้อยืดออกกำลังกาย หรือจะใส่เป็นสปอร์ตบาร์ก็ได้เช่นกัน

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เรียนรู้การใช้อุปกรณ์

สำหรับใครที่มาปีนหน้าผาจำลองในครั้งแรกคุณสามารถแจ้งเจ้าหน้าที่ได้เลยว่านี่คือครั้งแรกของคุณ จากนั้นเจ้าหน้าที่จะแนะนำอุปกรณ์ต่างๆให้คุณรวมทั้งวิธีการใช้งาน ซึ่งหลักๆก็จะมี climbing shoes และ harness ซึ่งนี่คือ 2 สิ่งหลักๆที่คุณใช้ในการปีนหน้าผาจำลอง และรวมถึงวิธีการผูกเงื่อนของเชือกให้แน่นหนาและปลอดภัยด้วยเช่นเดียวกัน นี่ถือว่าสำคัญมากๆ เพราะหมายถึงความปลอดภัยของคุณเองด้วยเช่นกัน

 

สอนวิธีการปีน

สำหรับการการปีนในครั้งแรกนั้นเราแนะนำให้คุณปีนแบบ Top Rope เพราะว่าการปีนแบบนี้จะเป็นการปีนที่มีหลายระดับให้คุณได้เลือก โดยที่คุณสามารถเริ่มปีนจากระดับพื้นฐานที่ง่ายที่สุดก่อนได้ โดยการปีน คือการที่คุณจะต้องจับ Holds สีเดียวกันไปจนถึงจุดสูงสุด และใช้มือทั้ง 2 ข้างของคุณจับ Holds ตัวสุดท้ายนั้นให้ได้นับว่าเป็นการจบการปีนโดยสมบูรณ์แบบ

ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

การโรยตัวลงมา

พอปีนจบแล้วก็เป็นการโรยตัวลงมา โดยใช้มือของคุณจับเชือกที่ติดกับ Harness ของคุณเอาไว้ และใช้ขาคอยยัน Wall ลงมาที่ละสเต็ปเพื่อไม่ให้ตัวของคุณกระแทกกับ Wall นั่นเองล่ะค่ะ ซึ่งหากใครที่เพิ่งมาปีนครั้งแรกอาจจะหวาดเสียวหน่อย แต่ถ้าคุณเชื่อมั่นในระบบความปลอดภัยของอุปกรณ์ที่ใช้ก็สบายหายห่วงได้เลยค่ะ

 

เรียนรู้การ Belay

นอกจากการเรียนรู้การเป็น Clamber แล้วคุณก็จะต้องเรียนรู้การเป็น Belayer ด้วยเช่นเดียวกันนะคะ และถ้ายิ่งใครที่เดินทางไปปีนหน้าผาจำลองเป็นคู่ล่ะก็ยิ่งดีใหญ่เพราะว่าจะได้ผลัดกันปีน ผลัดกัน Belay ได้ Belay คือผู้ที่อยู่ด้านล่าง คอยปล่อยเชือก และคอยคานน้ำหนักของผู้ปีนเพื่อไม่ให้ตกลงมา รวมถึงเป็นผู้ที่คอยบังคับเชือกขณะที่ผู้ปีนกำลังโรยตัวลงมาด้วย การ Belay นั้นคุณต้องห้ามประมาทอย่างเด็ดขาด ต้องรอบครอบทุกขั้นตอน ทั้งการผูกเงื่อน การดึงเชือก การปล่อยเชือก ตำแหน่งมือ และการรู้จักลิมิตน้ำหนักของตัวคุณเองว่าคุณสามารถคานน้ำหนักของคนปีนได้หรือไม่

#ปีนหน้าผาจำลองเริ่มต้นจากตรงไหนดี

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

สำหรับมนุษย์นั้น อะไรที่ยิ่งยากก็เหมือนยิ่งท้าทาย อะไรที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ยิ่งอยากเอาชนะ และยิ่งในวงการกีฬาที่มีเนื้อหาสำคัญคือการเอาชนะด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีการพยายามทำลายสถิติของคู่แข่งกันอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับการแข่งขันจักรยานในรายการ Yak Attack นั้นแค่เข้าเส้นชัยโดยที่ไม่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็นับว่าชนะแล้วเพราะว่ากันว่าเป็นเส้นทางที่ท้าความตายเป็นอย่างมากก็จริงอยู่ว่าถึงแม้ในการแข่งขันรายการนี้จะยังไม่มีนักปั่นคนใดเสียชีวิตแต่ดูเส้นทางแล้วก็มีโอกาศสูงในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

การแข่งขันจักรยานรายการ Yak Attack นั้นมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 400 กิโลเมตร ต้องปั่นข้ามเทือกเขาหิมาลัย ที่มีความสูงถึง 12,000 เมตร ส่วนจุดสูงที่สุดของนักปั่นที่ไปถึงนั้นอยู่ที่ 5,000 จากระดับน้ำทะเล แถมยังมีอากาศที่หนาวเหน็บเย็นยะเยือกที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-30 องศาเซลเซียส แต่ก็มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งเพราะมีทีมกู้ภัยคอยบินสำรวจด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดการแข่งขัน

เนลคอตแทมนักปั่นจักรยานเสือภูเขาชาวอังกฤษที่เคยลงแข่งในรายการนี้มาแล้วและสามารถเข้าเส้นชัยมาแล้วหลายครั้งได้เล่าถึงการแข่งขันจักรยานรายการนี้ว่าร่างกายของนักปั่นนั้นจะต้องพร้อมที่สุดเพราะจะต้องเจอทุกสภาพอากาศที่แสนจะทรมานไม่ว่าจะเป็นอากาศที่หนาวสุดขั้วอากาศร้อนสุดขีด  และสภาพเส้นทางที่แสนจะโหดไม่ว่าจะเป็นการไต่ความสูงขึ้นเขาต้องเจอกับฝุ่นกินหินดินทรายบ่อโคลนแม่น้ำที่ขวางกันธารน้ำแข็งรวมไปถึงสัตว์ป่าหลายอย่างเช่นวัว

ความโหดต่างๆจึงทำให้การแข่งขันรายการนี้จึงถูกยกให้เป็นสนามเสือภูเขาที่ยากที่สุดในโลกเพราะไม่ได้วัดแค่ความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้นยังเป็นการพิสูจน์หัวจิตหัวใจไหวพริบประสบการณ์ของนักปั่นมืออาชีพที่ร่วมทำการแข่งขันที่ต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากเทือกเขาหิมาลัยให้ได้นั่นเอง

นักปั่นเสื้อภูเขาที่ร่วมการแข่งขัน Yak Attack จะได้รับบททดสอบอันหนักหน่วง จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหมือนรายการอื่น เพราะที่นั่นจะเป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ มีเพียงอาหารที่เพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละมื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นก็จะมีเพียงเส้นทางที่แสนโหดแต่ท้าทาย จักรยานของนักปั่น ความอ่อนล้าที่เกาะกินทุกส่วนของร่างกายที่ค่อย ๆเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในทุกวัน อาการป่วย และออกซิเจนที่เบาบางลงเมื่อปั่นไปยังที่สูงขึ้น ซึ่งหากใครผ่านการแข่งขันนี้ไปได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากแล้ว

 

# นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

เชื่อว่าหลายๆคนที่มาปีนเขาอาจจะรู้สึกว่าทำไมการปีนเขานี่มันใช้พลังงานเยอะจังเลย ปีนได้ไม่กี่รอบก็เรื่อยรู้สึกเหนื่อยล้า จนปีนต่อไม่ไหวแล้ว เพราะใช้ทั้งพลังแขน ขา เอวอย่างเต็มที่ วันนี้เราเลยจะมาแนะนำเทคนิคดีๆให้คุณทราบเกี่ยวกับวิธีการปีนหน้าผาจำลองมาฝากกันนะคะว่าปีนยังไงให้ไม่เหนื่อยไม่เมื่อยง่าย เพื่อที่คุณจะได้สามารถเก็บแรงเอาไว้ปีนกันได้ทั้งวันเลยทีเดียว

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

การยืดแขนให้ตึง

สำหรับเทคนิคการยึดแขนให้ตึงนั้นจะเป็นการผ่อนแรงการใช้กล้ามเนื้อได้เป็นอย่างดี เพราะหากคุณยืดแขนจนตึงสุดนั่นหมายว่าส่วนที่รับน้ำหนักของร่างกายคุณจะกลายเป็นกระดูกของคุณไม่ใช่กล้ามเนื้อ เพราะคุณทราบไหมว่าการงอแขนแค่เพียงเล็กน้อยนั้นก็หมายความว่าคุณใช้การเกร็งกล้ามเนื้อและออกแรงกล้ามเนื้อเพื่อที่จะรับน้ำหนักทั้งร่างกายของคุณแล้ว เพราะฉะนั้นจังหวะไหนที่สามารถยืดแขนให้ตรงจนสุดได้ก็ทำเช่นนั้นจะดีกว่านะคะ

เทคนิคการปีนหน้าผาโดยไม่ต้องใช้พลังงานมากมาย

ตำแหน่งของสะโพก

อีกสิ่งหนึ่งที่ทำให้คุณรู้สึกได้ถึงความเหนื่อยเมื่อยล้าเลยก็คือการวางตำแหน่งสะโพกที่ไม่ถูกตรง หากใครที่เพิ่งเริ่มต้นปีนหน้าผาจะสามารถเห็นได้ชัดเลยว่าจะงอลำตัว และให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพง นั่นเป็นวิธีที่ไม่ถูกต้องนะคะเพราะกลายที่คุณงอตัวให้สะโพกตั้งฉากกับกำแพงจะทำให้เป็นการเพิ่มน้ำหนักที่มากขึ้นด้วย เป็นผลพวงให้คุณจะต้องใช้กำลังแขน ขา มากขึ้นกว่าเดิมเป็นเท่าตัว เราแนะนำให้คูรวางตำแหน่งสะโพกให้ขนานกับกำแพงไว้จะดีกว่านะคะ

วางสะโพกให้ชิดกำแพง

การที่คุณวางสะโพกของคุณฬห้ชิดกำแพงนั้นนอกจากจะทำให้ไหล่และทั้งตัวของคุณชิดกำแพงได้มากขึ้นแล้วก็ส่งผลให้จังหวะการเอื้อม Holds ข้างบนก็เป็นไปได้ง่ายมากขึ้นด้วยเช่นกัน ทำให้คุณไม่ต้องออกแรงเหวี่ยงตัวเหวี่ยงแข่งขึ้นไป แม้กระทั่งการวางสะโพกชิดกำแพงเอนลำตัวส่วนบนออกมานอกกำแพง เพื่อให้มือที่จับ Hold ได้ยืดจนสุดเพื่อจะพักกล้ามเนื้อแขนก็สามารถทำได้ง่ายขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน

พยายามใช้สายตาตลอดเวลา

การวางแผนการปีนไว้ล่วงหน้านั้นนับได้ว่าเป็นวิธีการที่ชาญฉลาด จงอย่าหยุดใช้สายตา ให้คุณมองขึ้นไปข้างบนตลอดเวลาเพื่อหา Hold ที่จะจับต่อไป เพื่อที่คุณจะได้ทราบตำแหน่งมือและเท้าโดยที่ไม่ต้องมองทีละ Step ซึ่งวิธีนี้จะทำให้คุณสามารถปีนขึ้นไปได้อย่างว่องไวมากยิ่งขึ้น จะได้ลงมาพักได้ไวๆ และไม่ต้องคอยลองผิดลองถูกกับ Holds อื่นๆอีกด้วย

ถ้าอยู่ในตำแหน่งที่สามารถพักได้จงพัก

หากคุณอยู่ใน Position ที่สามารถพักแขน พักขาของคุณได้ก็อย่ารอช้า จงคว้าโอกาสนั้นเอาไว้สะ เพราะว่าการที่เอาแต่ปีนๆอย่างเดียวโดยไม่พักอาจจะทำให้หมดแรงระหว่างทางโดยไม่รู้ตัว ซึ่งการพักนั้นนอกจากคุณจะได้ฟื้นฟูกล้ามเนื้อแล้ว ก็ยังสามารถมองขึ้นไปข้างบนเพื่อวางแผนการปีนระหว่างที่พักได้อีกด้วย

 

# ชายชาวจีนทำลายสถิติข้ามหุบเขาที่มีแม่น้ำที่ลึกที่สุดในโลก