รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook  สเก็ตบอร์ดที่มีลวดลายให้เลือกหลากหลายเหมาะทั้งสำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย ราคาไม่แพง และใช้ดีทนทน

รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook 

รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook 

ในยุคปัจจุบันที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าเป็นอย่างมากทำให้หลายครอบครัวประสบปัญหาบุตรหลานติดโทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์จนเกินพอดี ซึ่งการติดคอมพิวเตอร์หรือโทรศัพท์มือถือในเด็กนั้นจะส่งผลต่อพัฒนาการทำให้มีการเรียนรู้ที่ช้าลง และกล้ามเนื้อมัดเล็กไม่เกิดการพัฒนา ส่งผลเสียเป็นอย่างยิ่งในอนาคตและระยะยาว

ดังนั้นหลายๆ บ้านจึงได้พยายามคิดหากิจกรรมเพื่อที่จะให้บุตรหลานออกไปทำข้างนอกและได้ขยับร่างกายเป็นการออกกำลังกายบ้าง และหนึ่งในตัวเลือกนั่นก็คือการ เล่นสเก็ตบอร์ด แต่อย่างไรก็ตามสเก็ตบอร์ดสำหรับผู้ใหญ่นั้นบางครั้งก็มีลวดลายที่ไม่เหมาะสม หรือค่อนข้างที่จะเป็นลวดลายที่รุนแรง

รีวิวสเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook 

ถึงแม้ว่าขนาดจะสามารถใช้ได้ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่ก็ตาม อย่างไรก็ดีเพื่อความปลอดภัยของบุตรหลานของเราจึงควรเลือกสเก็ตบอร์ดสำหรับเด็กจึงจะเหมาะสมมากกว่า ไม่ว่าจะด้วยลวดลายหรือขนาดก็ตาม โดยที่เราจะมาแนะนำในวันนี้นั่นก็คือ สเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook เป็นสเก็ตบอร์ดที่ได้รับการออกแบบมาสำหรับการใช้งานในเด็กโดยเฉพาะ

ดังนั้นมันจึงมีความเหมาะสมไม่ว่าจะเป็นขนาดหรือลวดลายก็ตาม และที่สำคัญคือมีลวดลายให้เลือกหลากหลายเหมาะทั้งสำหรับเด็กผู้หญิงและเด็กผู้ชาย โดยจะเน้นเป็นรูปการ์ตูนที่มีสีสันฉูดฉาดและความน่ารัก ราคาอยู่ที่ตัวละ 509 บาท เท่านั้น

สเก็ตบอร์ดแบรนด์ OnLook เป็นสเก็ตบอร์ดที่เหมาะสำหรับเอาไว้ให้บุตรหลานได้ทำกิจกรรมนอกบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในเด็กที่ยังไม่เคยเล่นมาก่อน เพราะสเก็ตบอร์ดรุ่นนี้ราคาค่อนข้างถูก ทำให้เวลาที่เล่นก็จะรู้สึกไม่เสียดายถึงแม้ว่าจะไปชนนู่นชนนี่จนเกิดการแตกหักเสียหายบ้างก็ตาม แต่ไม่ต้องกังวลไปเพราะถึงแม้ว่าราคาถูกแล้วจะทำมาสำหรับการใช้งานในเด็ก

แต่ทางแบรนด์ก็เลือกใช้วัสดุที่มีคุณภาพสูงในการผลิต อย่างเช่นตัวแผ่นกระดานที่ใช้ไม้แอปเปิ้ลคุณภาพสูงอาจซ้อนทับกันหนาถึง 7 ชั้นทำให้มีความแข็งแรงทนทาน ไม่แตกหักแม้ว่าจะเล่นไปชนขอบทางก็ตาม เพิ่มความปลอดภัยและลดโอกาสเสี่ยงที่จะเกิดอุบัติเหตุจนทำให้ร่างกายได้รับบาดเจ็บด้วยการปูแผ่นกันลื่นให้สามารถทรงตัวได้ง่ายมากยิ่งขึ้น และมันยังช่วยให้สามารถทำท่าทางต่างๆได้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ฐานล้อเป็นอลูมิเนียมที่มีความแข็งแรงและไม่เป็นสนิม สามารถรองรับน้ำหนักได้สูงสุดที่ 20 กิโลกรัม ล้อผลิตมาจาก PVC ทำให้มีความแข็งแรงทนทานสูงและสามารถทนแรงเสียดสีได้ค่อนข้างดี ดังนั้นมันจึงค่อนข้างที่จะยึดเกาะพื้น ควบคุมง่าย สามารถเล่นได้ในทุกสภาพพื้นถนน เหมาะสำหรับเด็กอายุตั้งแต่ 2-6 ปีขึ้นไป


เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

สำหรับมนุษย์นั้น อะไรที่ยิ่งยากก็เหมือนยิ่งท้าทาย อะไรที่ดูเหมือนว่าจะเป็นไปไม่ได้ก็ยิ่งอยากเอาชนะ และยิ่งในวงการกีฬาที่มีเนื้อหาสำคัญคือการเอาชนะด้วยแล้ว ก็ยิ่งมีการพยายามทำลายสถิติของคู่แข่งกันอยู่ตลอดเวลา แต่สำหรับการแข่งขันจักรยานในรายการ Yak Attack นั้นแค่เข้าเส้นชัยโดยที่ไม่บาดเจ็บหรือเสียชีวิตก็นับว่าชนะแล้วเพราะว่ากันว่าเป็นเส้นทางที่ท้าความตายเป็นอย่างมากก็จริงอยู่ว่าถึงแม้ในการแข่งขันรายการนี้จะยังไม่มีนักปั่นคนใดเสียชีวิตแต่ดูเส้นทางแล้วก็มีโอกาศสูงในอนาคตที่จะเกิดขึ้น

เส้นทางท้าความตาย Yak Attack

การแข่งขันจักรยานรายการ Yak Attack นั้นมีระยะทางทั้งสิ้นประมาณ 400 กิโลเมตร ต้องปั่นข้ามเทือกเขาหิมาลัย ที่มีความสูงถึง 12,000 เมตร ส่วนจุดสูงที่สุดของนักปั่นที่ไปถึงนั้นอยู่ที่ 5,000 จากระดับน้ำทะเล แถมยังมีอากาศที่หนาวเหน็บเย็นยะเยือกที่มีอุณหภูมิอยู่ที่ประมาณ 15-30 องศาเซลเซียส แต่ก็มีความปลอดภัยในระดับหนึ่งเพราะมีทีมกู้ภัยคอยบินสำรวจด้วยเฮลิคอปเตอร์ตลอดการแข่งขัน

เนลคอตแทมนักปั่นจักรยานเสือภูเขาชาวอังกฤษที่เคยลงแข่งในรายการนี้มาแล้วและสามารถเข้าเส้นชัยมาแล้วหลายครั้งได้เล่าถึงการแข่งขันจักรยานรายการนี้ว่าร่างกายของนักปั่นนั้นจะต้องพร้อมที่สุดเพราะจะต้องเจอทุกสภาพอากาศที่แสนจะทรมานไม่ว่าจะเป็นอากาศที่หนาวสุดขั้วอากาศร้อนสุดขีด  และสภาพเส้นทางที่แสนจะโหดไม่ว่าจะเป็นการไต่ความสูงขึ้นเขาต้องเจอกับฝุ่นกินหินดินทรายบ่อโคลนแม่น้ำที่ขวางกันธารน้ำแข็งรวมไปถึงสัตว์ป่าหลายอย่างเช่นวัว

ความโหดต่างๆจึงทำให้การแข่งขันรายการนี้จึงถูกยกให้เป็นสนามเสือภูเขาที่ยากที่สุดในโลกเพราะไม่ได้วัดแค่ความแข็งแรงของร่างกายเท่านั้นยังเป็นการพิสูจน์หัวจิตหัวใจไหวพริบประสบการณ์ของนักปั่นมืออาชีพที่ร่วมทำการแข่งขันที่ต้องใช้ทุกอย่างที่มีเพื่อเอาตัวรอดจากเทือกเขาหิมาลัยให้ได้นั่นเอง

นักปั่นเสื้อภูเขาที่ร่วมการแข่งขัน Yak Attack จะได้รับบททดสอบอันหนักหน่วง จะไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เหมือนรายการอื่น เพราะที่นั่นจะเป็นพื้นที่ทุรกันดารห่างไกลความเจริญ มีเพียงอาหารที่เพียงพอสำหรับร่างกายในแต่ละมื้อและสิ่งอำนวยความสะดวกขั้นพื้นฐานเท่านั้น ส่วนที่เหลือนั้นก็จะมีเพียงเส้นทางที่แสนโหดแต่ท้าทาย จักรยานของนักปั่น ความอ่อนล้าที่เกาะกินทุกส่วนของร่างกายที่ค่อย ๆเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆในทุกวัน อาการป่วย และออกซิเจนที่เบาบางลงเมื่อปั่นไปยังที่สูงขึ้น ซึ่งหากใครผ่านการแข่งขันนี้ไปได้ก็ถือว่าประสบความสำเร็จเป็นอย่างมากแล้ว

 

# นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

BMX PARKำ-01

BMX PARK

BMX PARK

มาถึงประเภทที่ 4 กันแล้วกับประเภทของการแข่งขันกีฬาจักรยาน BMX โดยการแข่งขันในประเภทที่ 4 นี้ จะใช้ทักษะแบบเดียวกันกับการแข่งขันประเภท BMX STREET แต่จะดูดีกว่าประเภท STREET ตรงที่ว่า STREET นั้นจะเป็นการใช้อุปกรณ์ที่มีอยู่ตามที่สาธารณะต่างๆ และใช้พื้นที่ตามท้องถนนหรือเนินสูงในการเล่น แต่ในประเภทนี้มีการใช้อุปกรณ์แบบเดียวกันกับ STREET แต่อุปกรณ์ทุกอย่างถูกเซ็ตให้อยู่กันอย่างเป็นระเบียบเรียบร้อยและเป็นแพทเทิร์นในการเล่นซึ่งการขี่จักรยาน BMX ในประเภทนี้จะมีชื่อเรียกว่า BMX PARK

BMX PARK

BMX PARK คืออะไร? BMX PARK คือการขี่จักรยาน BMX แบบผาดโผนจะมีรูปแบบการเล่นคล้ายกับ STREET อย่างที่กล่าวไปในตอนแรก แต่ในการขี่แบบ PARK คือจะมีการจัดวางสิ่งต่างๆ เอาไว้อย่างพร้อมเพรียงและมีสถานที่เล่นอย่างเป็นทางการไม่ต้องไปเล่นตามพื้นที่สาธารณะแต่อย่างใด ส่วนมากสถานที่ที่ใช้จัดสนามสำหรับ BMX PARK จะเป็นตามโกดังขนาดใหญ่ที่ถูกปล่อยทิ้งเอาไว้หรืออาจจะเป็นสถานที่ที่ผู้จัดการแข่งขันสร้างขึ้นมาเอง โดยข้างในจะมีอุปกรณ์แบบเดียวกันกับประเภท STREET จะมีทั้งเก้าอี้, เนินสูง, ราวเหล็ก, พื้นราบ, และขั้นบันได ก็อาจจะบอกได้ว่าการแข่งขันแบบ PARK เป็นการนำแบบ STREET มาจัดวางให้มีระเบียบในการแข่งขันมากขึ้นกว่าเดิม

สำหรับกฎกติกาวิธีการแข่งขันจักรยาน BMX ในประเภท BMX PARK นั้น จะมีกฏกติการเหมือนอย่างประเภทอื่นๆ คือจะมีการแบ่งรุ่นอย่างชัดเจนทั้งในรุ่นของเยาวชนและบุคคลทั่วไป แบ่งเป็นทั้งชายหญิง โดยผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องแข่งขันภายในเวลาที่คณะกรรมการกำหนดและคณะกรรมการทั้งหมดจะเป็นผู้ให้คะแนน โดยคะแนนจะมาจากความยากง่ายของท่า และความต่อเนื่องในจุดที่ต้องย้ายไปอีกอุปกรณ์หนึ่ง ซึ่งในการแข่งขันแบบ PARK ผู้เข้าแข่งสามารถใช้เท้าเข้ามาช่วยได้ในการสัมผัสกับอุปกรณ์หรือพื้น โดยจะไม่มีการหักคะแนนในจุดนั้นแต่อย่างใด หรือบางครั้งผู้เล่นจะเอาเท้ายันพื้นเพื่อจัดท่าทางหรือจัดการออกตัวเพื่อไปสู่อุปกรณ์ต่อไปก็ได้ แถมยังสามารถใช้เท้าร่วมกับการเล่นท่าทางต่างๆ ได้อีกด้วย เรียกได้ว่าประเภทการแข่งขันแบบ PARK จะมีกฎที่ช่วยนักกีฬามากกว่าประเภท FLATLAND และ STREET

ลักษณะของจักรยานที่ใช้ในการแข่งขันประเภท PARK นั้นจะใช้จักรยานประเภทเดียวกันกับ STREET เพราะอย่างที่บอกไปว่าการแข่งขันแบบ PARK นั้นเป็นการแช่งขันประเภทเดียวกันกับประเภท STREET เพียงแต่ว่าการแข่งขันแบบ STREET นั้นจะเป็นการแข่งขันในพื้นที่เปิด แต่การแข่งขันแบบ PARK จะเป็นการแข่งขันในพื้นที่ที่ได้มาตรฐานที่ได้ถูกจัดเอาไว้สำหรับทำการแข่งขันโดยเฉพาะ ส่วนทักษะเบื้องต้นที่ต้องมีนั้นหากใครที่คุ้นเคยกับการขี่แบบ STREET มาโดยตลอดก็ทำความคุ้นเคยได้ไม่ยากเพียงแค่มีท่าทางเพิ่มขึ้นมานิดหน่อยกับเล่นในพื้นที่ที่ถูกจัดไว้แค่นั้น

ด้วยความที่เป็นกีฬาที่มีความเสี่ยงสูงดังนั้นผู้เล่นจะต้องทำความเข้าใจและเคารพกฏกติกาของทางผู้จัดการแข่งขันอยู่เสมอและต้องเตรียมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองซึ่งประกอบด้วยหมวกกันน็อค, สนับเข่า, สนับแข้ง, และสนับข้อศอก เป็นต้น ทั้งหมดเพื่อเป็นการป้องกันอันตรายหากเกิดเหตุการณ์ฉุกเฉินขึ้นมา ซึ่งถึงแม้ว่าจะมีอุปกรณ์ป้องกันครบก็ใช่ว่าอุบัติเหตุจะเกิดขึ้นไม่ได้ หลายครั้งที่นักกีฬาจักรยาน BMX ประเภท PARK ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงซึ่งหากเป็นมือใหม่แนะนำให้เล่นในจุดที่เป็นพื้นฐานเพื่อเรียนรู้เบสิคและกฎการเล่นเบื้องต้นเสียก่อนจากนั้นพอทำการฝึกฝนจนชำนาญแล้วก็ค่อยขยับขึ้นมาเล่นในจุดที่แอดวานซ์กว่าปกติและนอกจากนี้ก็จะต้องทำตามกฎกติกมารยาทของแต่ละสนามอย่างเคร่งครัดด้วยเช่นเดียวกัน

 

# BMX RACING

BMX RACING

BMX RACING

BMX RACING

ยาวกันมาต่อเนื่องกับประเภทของการแข่งขันจักรยาน BMX ที่ตอนนี้มาถึงในประเภทที่ 5 กันแล้ว ประเภทนี้จะเป็นประเภทที่หลายๆ คนให้ความนิยมเป็นอย่างมาก เพราะไม่ต้องใช้ลีลาผาดโผนอะไรมากนัก เพียงแต่ปั่นไปตามเส้นทางที่กำหนดไว้ อาจจะมีเนินให้กระโดดบ้างเป็นบางครั้ง แต่จะเน้นกันที่ความเร็วเป็นหลัก เลยทำให้หลายๆ คนเลือกที่จะแข่งขันในประเภทแถมความอันตรายยังน้อยกว่าอีก 4 แบงที่กล่าวมาก่อนหน้านี้ สำหรับการแข่งขันจักรยาน BMX ในประเภทที่ 5 นี้ก็คือ การแข่งขันจักรยาน BMX ประเภท BMX RACING

BMX RACING

BMX RACING คืออะไร? BMX RACING คือประเภทหนึ่งของการแข่งขันกีฬาจักรยาน BMX โดยเป็นการแข่งขันโดยใช้ความเร็วในระยะทางสั้นๆ รูปแบบของสนามจะถูกออกแบบมาให้เป็นทางเรียบสลับกับทางโค้งและมีเนินให้กระโดดในบางจุด หากใครนึกภาพไม่ออก ให้นึกถึงการแข่งขัน MOTORCROSS จะใช้สนามในรูปแบบเดียวกัน โดยการแข่งขัน BMX RACING ได้แพร่กระจายเข้ามาสู่ประเทศไทยเมื่อประมาณ 20 ปีก่อน และในตอนนั้นก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลาย แต่อยู่ดีๆ การแข่งขันก็เงียบหายไปจากวงการกีฬาของไทยในระยะ 10 ปีที่ผ่านมา แต่ในปัจจุบันนี้การแข่งขัน BMX RACING กลับมาได้รับความนิยมมากขึ้นไม่แพ้กีฬาประเภทอื่นๆ และมีการจัดทัวร์นาเม้นท์การแข่งขันเพิ่มมากขึ้น ทำให้อดีตนักกีฬาหันกลับสู่วงการอย่างมากมาย ซึ่งนักกีฬาเด่นๆ ของไทยในประเภทนี้คือ อาแมนดา คาร์ นักแข่งขันลูกครึ่งไทยอเมริกาที่สร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยในการแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ที่ประเทศเกาหลีใต้เมื่อปีก่อนหน้านี้

การแข่งขัน BMX RACING จะเหมือนกับประเภทอื่นๆ จะมีการแบ่งรุ่น แบ่งชายหญิงเอาไว้อย่างชัดเจน โดยในแต่ละรอบของการแข่งขันจะมีการปล่อยนักกีฬาให้แข่งขันสูงสุด 8 คนด้วยกันโดยแต่ละสนามจะมีการเก็บคะแนนสะสมไปเรื่อยๆจนไปถึงสนามสุดท้ายจะเอาผู้ที่มีคะแนนสะสมสูงที่สุดเป็นผู้ชนะในการแข่งขันรายการนั้นๆแต่อย่างไรก็ตามในบางรายการนั้นอาจจะมีกฎกติการที่แตกต่างกันออกไปซึ่งผู้เข้าแข่งขันต้องทำความใจเข้าใจให้ละเอียดเสียก่อนเช่นบางรายการและบางรุ่นอาจจะแข่งแบบสนามเดียวจบหรือบางครั้งอาจจะเอาชนะผู้ชนะของแต่ละสนามมาแข่งขันกันอีกรอบเพื่อหาผู้ชนะคนสุดท้ายของการแข่งขันต่อไป

มาถึงลักษณะของจักรยาน BMX ในประเภท RACING ตัวช่วงรถจักรยานนั้นจะมีความยาวกว่าประเภทอื่นๆซึ่งนั่นทำเพื่อช่วยเพิ่มหน้าสัมผัสกับพื้นสนามทำให้จักรยานเกาะติดกับสนามได้ดีและเป็นการต่อการกระโดดขึ้นและลงเนินตัวรูปร่างของถูกแบบให้ตรงตามหลักวิทยาศาสตร์แต่แฝงไปด้วยความันสมัยซึ่งนั่นก็เพื่อช่วยนักขี่ได้ขี่จักรยานที่มีประสิทธิภาพสูงที่สุดแต่ในขณะเดียวรูปทรงธรรมดาก็ยังคงได้รับความนิยมไม่แพ้กัน

สำหรับนักกีฬาจักรยาน BMX ประเภท RACING นั้นจะเน้นทักษะในเรื่องของความเร็ว การกระโดดขึ้นเนินและการเข้าแบงก์เป็นหลัก แต่สำหรับหากใครที่เป็นมือใหม่ก็ขอแนะนำว่าอย่าเพิ่งลองกระโดดขึ้นเนินเพราะอาจจะทำให้เกิดอันตรายต่อตัวนักกีฬาและอาจจะทำให้จักรยานเกิดความเสียหายได้ ซึ่งการกระโดดขึ้นเนินต้องใช้ความชำนาญในระดับที่สูงหากดูจากหน้าจออาจจะเหมือนทำได้ง่ายๆ แต่จริงๆ แล้วมีความยากมาก หากใครที่อยากจะทดลองกระโดดก็ต้องได้รับคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญอย่างใกล้ชิด และที่สำคัญอย่าลืมอุปกรณ์ป้องกันตัวเองหลักๆ เลยจะประกอบไปด้วย หมวกกันน็อค, สนับเข่า, สนับข้อศอก และ สนับแข้งเป็นหลัก ซึ่งนักกีฬาคนไหนที่ไม่ถนัดในด้านผาดโผน แต่ชื่นชอบในเรื่องของความเร็ว การขี่จักรยาน BMX ประเภท BMX RACING ถือว่าตอบโจทย์ได้เป็นอย่างดีแต่ก็ต้องมีการฝึกฝนให้เกิดความชำนาญเช่นเดียวกัน

 

# บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

BMX VERT 

BMX VERT

BMX VERT

หลังจากที่ได้สำเสนอประเภทของการแข่งขันจักรยาน BMX ไปแล้ว 5 ประเภทด้วยกัน ก็ได้เดินทางมาถึงในประเภทสุดท้ายกันแล้ว ประเภทนี้จะเป็นการรวมทักษะของทุกประเภทเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของการกระโดด การทรงตัวกลางอากาศ การแสดงท่าทาง และการใช้ความเร็วเข้ามาช่วย แม้การขี่จักรยาน BMX ในประเภทนี้จะไม่ใช้เนื้อที่มากเท่าไหร่นัก แต่ความท้าทายถือว่าสูงมากและต้องได้รับการดูแลจากเจ้าหน้าสนามอย่างใกล้ชิด การขี่จักรยาน BMX ประเภทนี้คือ BMX VERT (VERT ย่อมาจากคำว่า Vertical)

BMX VERT

BMX VERT คืออะไร? BMX VERT คือการขี่จักรยาน BMX แบบผาดโผนที่ถือเป็นขั้นสูงของการแข่งขันกีฬาจักรยาน BMX โดยอุปกรณ์การเล่น BMX VERT จะมีลักษณะเป็นท่อครึ่งวงกลม หรือเรียกอีกแบบว่า Half Pipe หากใครนึกไม่ออกให้ถึงตัว U จะเป็นในลักษณะนี้ ซึ่งการขี่จักรยาน BMX ประเภท BMX VERT ยังไม่ได้ความนิยมมากเท่าไหร่นักในประเทศไทย และหากเป็นในต่างชาติอย่างประเทศสหรัฐอเมริกา การขี่จักรยานแบบ BMX VERT ถือว่าได้รับความนิยมอย่างมากและมีนักกีฬามีชื่อเสียงมากมายบางคนสามารถหาเลี้ยงชีพได้ด้วยกีฬาประเภทนี้ ซึ่ง BMX VERT จะเน้นในเรื่องของความเร็วโดยผู้เล่นจะต้องทิ้งตัวจากอีกฝั่งจากนั้นก็ไหลไปตามทางลาดและมากระโดดขึ้นอีกฝั่ง ซึ่งผู้เล่นจะต้องทำการลอยอยู่บนอากาศและแสดงท่าทางให้นานที่สุดก่อนที่จะกลับมาลงมาสู่พื้น

สำหรับการแข่งขับ BMX VERT ส่วนมาจะมีแต่ผู้ชายที่เชี่ยวชาญในการขี่จักรยาน BMX น้อยครั้งที่จะเห็นนักกีฬาที่เป็นผู้หญิงโดยการแข่งขันจะแข่งกันในเวลาที่กำหนดซึ่งกรรมการจะเป็นผู้ให้คะแนนคะแนนที่นักกีฬาจะได้นั้นมาจากท่าที่โชว์ออกมาความต่อเนื่องของการเล่นท่าโดยที่นักกีฬาสามารถใช้เท้าในการสัมผัสกับอุปกรณ์ได้และจะไม่มีการหักคะแนนแต่อย่างซึ่งนั่นเพื่อเป็นการให้นักกีฬาได้จัดท่าทางและเตรียมตัวที่จะทำการแข่งขันต่อและนอกจากนี้ตอนที่แสดงท่าทางตอนอยู่กลางอากาศนักกีฬายังสามารถใช้เท้าเข้ามาช่วยในการเรียกคะแนนได้อีกด้วย

ลักษณะของจักรยานที่ใช้แข่งขันใน BMX VERT ส่วนมากจะใช้แบบเดียวกันกับ BMX STREET เพราะเป็นการแข่งขันที่เน้นในเรื่องของการผาดโผนเป็นหลัก จักรยานเลยต้องมีความแข็งแรงและรองรับแรงกระแทกได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้ทั้งก็ขึ้นอยู่กับตัวนักกีฬาเองว่ามีความถนัดในจักรยานประเภทไหน หรือได้รับการฝึกฝนกับจักรยานแบบไหนมาก่อน เลยทำให้หลายๆ ครั้งผู้เข้ารวมการแข่งขันอาจจะใช้จักรยานลักษณะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ STREET เข้าแข่งขันซึ่งกรรมการก็ไม่ได้ตัดสิทธิ์ในเรื่องนี้แต่อย่างใด

อย่างที่บอกไปว่า BMX VERT เป็นการแข่งผาดโผนที่ต้องใช้เทคนิคขั้นสูง เนื่องจากตัวอุปกรณ์คือ Half Pipe จะมีด้านตั้งฉากอยู่ที่สองด้าน ซึ่งทำให้นักกีฬาต้องใช้ความเร็วเป็นอย่างสูงในการที่จะเหวี่ยงตัวไปตามแนวโค้งของสนาม ซึ่งนักกีฬาส่วนมากจะฝึกฝนกับเครื่องกระโดดลอยตัวที่ชื่อว่า Quarter Pipe ซึ่งอุปกรณ์ชนิดนี้จะมีอยู่ในสนามของจักรยาน BMX ประเภท BMX PARK ซึ่งส่วนนักกีฬาที่อยากจะเข้าแข่งขันในรายการ BMX VERT จะไปฝึกฝนในสนามของ BMX PARK จนเกิดความชำนาญ ก่อนที่จะลงแข่งขันในสนามจริง และด้วยกีฬาที่ถือว่าใช้เทคนิคขั้นสูง ทำให้ความอันตรายเพี่มขึ้นไปด้วยดังนั้น ผู้เข้าร่วมการแข่งขันจะต้องเตรียมเตรียมร่างกายให้พร้อมไม่ว่าจะเป็นในเรื่องของความกล้าและอุปกรณ์ป้องกันตัวต่างๆ รวมถึงต้องฟังคำแนะนำของเจ้าหน้าที่จัดการแข่งขันอย่างเคร่งครัด เพราะในอดีตที่ผ่านมามีนักกีฬาหลายคนที่ได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงในการแข่งขัน BMX VERT มาแล้ว

 

# นักปั่น BMX เศร้า เวียดนามตัดจากการแข่งซีเกมส์

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

การแข่งขันจักรยานไม่ว่าจะเป็นจักรยานเสือหมอบหรือ BMX ล้วนแล้วแต่มีอันตรายอยู่ในตัว หากผู้ที่เข้าร่วมการแข่งขันไม่รักษากฏกติการให้ดีก็อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุที่น่ากลัวเกิดขึ้นได้ อย่างเช่นในการแข่งขันจักรยานทางไกลรายการทัวร์ ออฟ โปแลนด์เมื่อช่วงเดือนสิงหาคมที่ผ่านมา ที่เกิดอุบัติเหตุไม่คาดฝันขึ้น ทำให้นักกีฬาคนหนึ่งต้องพักยาวและต้องเข้ารับการผ่าตัดเพื่อรักษาชีวิตรอดเอาไว้ ส่วนนักกีฬาอีกรายหนึ่งก็ถูกแบนจากการกระทำดังกล่าวเป็นเวลาถึง 9 เดือนด้วยกันแถมยังมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีกจำนวนหนึ่ง

นักปั่นชาวดัตช์ โดนแบน 9 เดือน หลังเจตนาเบียดคู่แข่งล้ม

เหตุการณ์ดังกล่าวต้องย้อนกลับไปเมื่อวันที่ 5 สิงหาคม 2563 ศึกการแข่งขันจักรยานทางไกลรายการทัวร์ ออฟ โปแลนด์ที่ประเทศโปแลนด์ ตอนนั้นทุกอย่างกำลังดำเนินมาได้ด้วยดีบรรดานักกีฬาที่มาจากทีมตัวเต็งต่างโชว์ผลงานกันอย่างเต็มที่ และท่ามกลางเสียงเชียร์จากแฟนคลับการแข่งขันจักรยาน ไม่มีใครคาดคิดว่าก่อนที่จะเข้าเส้นชัยจะเกิดอุบัติเหตุขึ้น และเกิดขึ้นเพราะความตั้งใจของนักแข่งด้วยกันเอง เพียงเพื่อต้องการที่จะเอาชัยชนะมาครองให้ได้ ทำให้อีกฝ่ายเกือบจะไม่มีโอกาสอยู่บนโลกใบนี้อีก และเป็นเหตุการณ์ที่เกิดกับนักปั่น 2 รายที่มาจากประเทศเดียวกันแต่อยู่กันคนละทีม

ดีแลนกรูเนอเวเกนนักปั่นจากประเทศเนเธอร์แลนด์แห่งทีมจัมโบวิสมา และเป็นผู้ที่ก่อเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันขึ้น ในตอนนั้น ดีแลน เป็นฝ่ายนำอยู่และเหลือระยะทางอีกไม่เท่าไหร ดีแลน จะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับที่ 1 ความต้องการในชัยชนะของ ดีแลน เกือบจะทำให้เขาถูกตราหน้าว่าเป็นฆาตรกรไปตลอดกาล โดยจังหวะนั้น ดีแลน ตีคู่มากับ ฟาบิโอ ยาค็อบเซ่น นักปั่นเพื่อนร่วมชาติแห่งทีม ดีคอยนิคควิปสเต็ปทั้งคู่ต่างมีการเบียดและชิงจังหวะโดยดีแลนต้องการจะรักษาอันดับผู้นำไว้ขณะที่ยาค็อบเซ่นก็ต้องชิงจังหวะเพื่อขึ้นนำแทน

ทั้งคู่เบียดกันมาอย่างสูสีและแล้วสิ่งที่ทุกคนไม่คาดคิดรวมถึงตัวของยาค็อบเซ่นเองก็ได้เกิดขึ้นเมื่อดีแลนกรูเนอเวเกนตัดสินใจเบียดยาค็อบเซ่นจนทำให้เขาเสียหลักและพุ่งชนป้ายโฆษณาทะลุไปชนกับเสาเหล็กที่อยู่บริเวณเส้นชัยอย่างรุนแรงท่ามกลางความตกใจของแฟนๆที่ยืนชมอยู่ด้านข้างส่วนตัวของดีแลนเองก็ล้มแต่ก็เข้าเส้นชัยได้เป็นอันดับที่และเหตุการณ์ดังกล่าวยังส่งผลให้นักกีฬาที่ขี่ตามมาเบรกไม่ทันและชนกันล้มอีกหลายคนด้วยกันภายหลังจากนั้นทุกคนถูกนำตัวโรงพยาบาลทันทีแต่คนที่อาการสาหัสที่สุดคงจะหนีไม่พ้นฟาบิโอยาค็อบเซ่นที่เข้าขั้นโคม่า

หลังจากนั้นได้มีการสอบสวนหาสาเหตุที่แท้จริงในการกระทำดังกล่าวของดีแลนกรูเวอเนเกนซึ่งเจ้าตัวยอมรับและสารภาพว่าตั้งใจจะเบียดยาค็อบเซ่นเพื่อจะเข้าเส้นชัยเป็นอันดับเลยทำให้เขาทำผิดกฎที่ทางสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) ตั้งเอาไว้ ซึ่งการยอมรับผิดแต่โดยดีของทาง ดีแลน ทำให้ล่าสุดทาง ยูซีไอ ตัดสินใจแบนเขาจากการแข่งขันเป็นเวลา 9 เดือนด้วยกันโดยนับจากวันแรกที่เขาได้ก่อเหตุซึ่งนั่นจะหมายความว่าดีแลนกรูเวอเนเกนจะได้กลับมาสู่การแข่งขันอีกครั้งในช่วงเดือนพฤษภาคมปีหน้าพร้อมกันนี้ดีแลนยังต้องเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆของทางยูซีไอที่จะเป็นประโยชน์ต่อสังคมเช่นเดียวกันในขณะที่ทางด้านของยาค็อบเซ่นที่หลังจากนั้นการผ่าตัดดำเนินไปได้ด้วยดีกล่าวว่าเขายังดีใจที่ตัวเองไม่ได้เสียชีวิตไปจากเหตุการณ์ซึ่งในตอนนั้นได้เข้ารับการผ่าตัดเป็นการด่วนเพื่อรักษาโครงหน้าและกรามให้กลับเข้าที่เดิมและในปีหน้ายังมีกำหนดผ่าตัดเพิ่มเติมอีกครั้ง

 

# บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

พลเอกเดชา เหมกระศรี นายกสมาคมกีฬาจักรยานแห่งประเทศไทย เผย ยังหวังให้นักกีฬาจักรยานประเภท BMX ของไทยทั้งชายและหญิงได้ผ่านเข้าไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ ปีหน้าที่กรุงโตเกียวประเทศญี่ปุ่น แม้จะมีคะแนนตามหลังกลุ่มที่การันตีไปแข่งขันชัวร์ก็ตาม หลังจากการแข่งขันรายการล่าสุด ชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ถูกบรรจุให้อยู่ในปฏทินแข่งขันของสหพันธ์จักรยานนานาชาติ (ยูซีไอ) หมาด ทำให้นักกีฬาชายหญิง ที่ได้แชมป์รายการนี้จะได้เก็บคะแนนสะสมอีกด้วย

บิ๊กบอสสมาคมนักปั่น แอบหวัง BMX ไทย ได้ตะลุยโอลิมปิก

โดยพลเอกเดชาเปิดเผยว่าการแช่งขันชิงแชมป์ประเทศไทย ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตรราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี สนามที่ 5 สนามสุดท้าย ประจำปี 2563 ที่จังหวัดชัยนาทเมื่อช่วงวันที่ 7 – 8 พฤศจิกายน ที่ผ่านมาได้ถูก ยูซีไอ นำเข้าปฏิทินการแข่งขันเป็นที่เรียบร้อยนั่นแปลว่าจะช่วยส่งผลให้นักปั่นของไทยที่เข้าแข่งรายการนี้ได้เก็บคะแนนสะสมเพื่อรักษาอันดับทั้งในรายบุคคลและอันดับประเทศ ปัจจุบันในรุ่นประชาชนชาย ประเทศไทยนั้น อยู่ในอันดับที่ 27 ของโลก เก็บคะแนนสะสมได้ทั้งหมด 298 คะแนน อันดับดีขึ้นมา 3 อันดับด้วยกัน ส่วนในรุ่นประชาชนหญิง ก็ได้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 20 ส่วนในรุ่นเยาวชนชายและหญิงยังคงอยู่ที่เดิมคือ 6 และ 5 ตามลำดับ

ส่วนประเภทบุคคล สิบตรี โกเมธ สุขประเสริฐ นักปั่นมือ 1 ของทีมชาติไทยอยู่ที่ 77 ส่วน สมคิด ฮาระตะวัน อยู่ที่ 101 ส่วนฝั่งหญิง ชุติกาญจน์ กิจวานิชเสถียร ทำอันดับไต่ขึ้นมา 6 อันดับอยู่ที่ 55 ในตอนนี้ ขณะที่ วรัญญา แซ่แต้ อยู่ในอันดับ 67 ซึ่งการทำคะแนนสะสมสำหรับทีม BMX ของไทยนั่นเพื่อเป็นการรักษาสิทธิ์ที่ทีมชาติไทยจะได้เข้าแข่งขันในรายการที่ทาง ยูซีไอ ได้กำหนดเอาไว้เพื่อเป็นการเก็บคะแนนสะสมคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ ฤดูร้อนครั้งที่ 32 ที่ประเทศญี่ปุ่นในช่วงปีหน้า โดยทางสหพันธ์นานาชาติได้เลื่อนการแข่งขันในรอบควอลิฟายออกมาเนื่องจากปัญหาโควิด – 19 โดยคาดการณ์ว่าทาง ยูซีไอ จะจัดการเรื่องทุกอย่างให้สิ้นสุดภายในเดือนพฤษภาคม 2564”

จากผลงานของทีม BMX ทีมชาติไทยหลังจบฤดูกาล 2020 ทำให้เราได้สิทธิ์ในการส่งนักกีฬาไปเข้าร่วมรายการเวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอสและ รายการจักรยาน BMX RACING ชิงแชมป์โลกที่ทาง ยูซีไอ จะใช้เป็นสนามหลักในเก็บคะแนนเพื่อคัดเลือกเข้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ แต่ในตอนนี้เรายังไม่ได้ข้อมูลจากทาง ยูซีไอ ว่าจะเริ่มแข่งขันกันเมื่อไหร่ แต่ทางเราก็ไม่ประมาทในจุดนี้ โดยทางสมาคมได้ให้นักกีฬาเตรียมความพร้อมโดยตลอด ซึ่งหลังจากการเสร็จการแข่งขันที่จังหวัดชัยนาม เราก็ส่งนักกีฬาเข้าเก็บตัวที่สนาม “BMX เสมอกันเซอร์กิตที่จังหวัดสุพรรบุรี โดยมี มร.อดัม แครี่ และนายอัภร ไชยมาโย ดูแลการซ้อมอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้พลเอกเดชายังกล่าวต่อไปอีกว่าอันดับในโอลิมปิกแรงก์กิ้ง ที่จะได้รับเลือกไปแข่งขันในโอลิมปิกเกมส์ 2020 ในรุ่นประชาชนชาย ไทยอยู่อันดับที่ 25 มีคะแนน 640 คะแนน ขณะที่รุ่นประชาชนหญิง เก็บได้ 1,200 คะแนน อยู่อันดับ 17 แต่ในการแข่งขันโอลิมปิเกจะคัดเลือกถึงแค่อันดับที่ 11 เท่านั้น โดยในรุ่นประชาชนชายยังมีแต้มตามหลังที่ 11 อยู่หลายร้อยคะแนนด้วยกัน ซึ่งโอกาสที่จะผ่านไปก็ถือว่าริบหรี่เต็มทน แต่ยังพอมีความหวังอยู่บ้าง เช่นเดียวกันกับในรุ่นประชาชนหญิง ที่ตอนนี้อันดับ 11 คือประเทศสวิตเซอร์แลนด์ โดยมีแต้มห่างเราถึง 400 แต้ม แต่โอกาสยังพอมีกับการแข่งขันเวิลด์คัพ ซูเปอร์ครอสและ รายการจักรยาน BMX RACING ชิงแชมป์โลกที่ไทยได้รับสิทธิ์เข้าแข่งด้วย ซึ่งทาง ยูซีไอ ยืนยันว่าจะมีการให้คะแนนตั้งแต่อันดับที่ 1 จนถึงอันดับที่ 64 นั่นคือความหวังของไทยเรา หากนักกีฬาสามารถทำได้ตามเป้าหมาย โอกาสที่ได้สิทธิ์เข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ก็จะเปิดกว้างต่อไป

 

Jet Ski บิดแหวกในสายน้ำ

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

ย้อนกลับไปเมื่อปี 2014 กับการแข่งขันกีฬา เอเชียนเกมส์ 2014 ที่เมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ ทีมชาติไทยได้ส่งนักกีฬาจักรยานเข้าแข่งขันในครั้งนั้นซึ่งรวมถึงการแข่งขันจักรยานประเภท BMX ด้วย ทีมชาติไทยไม่ได้เป็นตัวเต็งที่จะคว้าเหรียญทองมาครอง และแฟนๆ ที่ส่งกำลังใจไปเชียร์ก็ไม่ได้คาดหวังกับกีฬาชนิดนี้มากนัก แต่หลังจากการแข่งขันสิ้นสุดลง เพลงชาติไทยกลับได้เปิดไปก้องทั่วทั้งสนาม ธงของประเทศไทยได้โบกสะบัดไปบนเสา นักกีฬาของไทยคว้าเหรียญทองมาครองได้ และเธอคนนั้นในเวลานั้นยังไม่มีใครรู้จักเธอเลย เธอคืออาแมนดา คาร์

อาแมนดา คาร์ ประกาศรีไทร์ตัวเองแล้ว

หลังจากที่เธอคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์มาให้กับวงการจักรยาน BMX ของประเทศไทย ชื่อของเธอเริ่มจะเป็นที่รู้จักมากขึ้นสำหรับแฟนๆ กีฬาของประเทศไทย และพอสือประวัติถึงได้ทราบว่า อาแมนดา คาร์ เป็นลูกครึ่งไทยสหรัฐอเมริกา และเธอเลือกที่จะขี่จักรยาน BMX ให้กับทีมชาติไทย เธอบอกว่านั่นคือความฝันของเธอ อาแมนดา หลังจากคว้าเหรียญทองให้กับทีมชาติไทยได้แล้ว เธอยังได้คว้าเหรียญทองในการแข่งขันซีเกมส์อีก 2 สมัยและ ได้สิทธิ์เข้าไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ในปี 2016 ซึ่งหลังจากนั้นเธอได้หลุดทีมชาติไป เพราะทางสมาคมมีแผนจะเก็บตัวยาว 4 ปี แต่ อาแมนดา ที่ติดภารกิจอยู่ในประเทศสหรัฐอเมริกา ไม่สามารถมาเข้าร่วมได้

หลังจากนั้นชื่อของเธอได้หายไปจากคนไทยจนมีหลายคนสงสัยว่าเธอคงเลิกเล่นไปแต่ก่อนหน้านี้เธอเพิ่งออกมาบอกว่ายังคงขี่จักรยานอยู่ยังไม่เลิกแต่อย่างแต่อย่างไรก็ตามล่าสุดจอมปั่นสาววัย 30 ปี ได้ออกมาประกาศรีไทร์ตัวเองอย่างเป็นทางการ โดยเธอได้โพสต์ภาพของเธอในการแข่งขันครั้งสุดท้ายที่สนาม “Charlotte BMX” พร้อมสวมหมวกกันน็อคที่มีลายธงชาติไทยพร้อมกับคำพูดว่า

นี่คือเพื่อนที่ดีที่สุดคนหนึ่งของฉัน เธอชื่อว่า อาแมนดา เกวิ่ง เราได้พบกับครั้งแรกตอนปี 2541 ในการแข่งขันรุ่นอายุไม่เกิน 7 หรือ 8 ปี นี่แหละ จากนั้นเราได้กลายมาเป็นคู่หูกัน ฉันไม่เคยคิดเราจะกลายเป็นที่รู้จักกว้างขวางไปทั่วโลก และเราประกาศอำลาวงการพร้อมกัน โดยตอนแรกฉันคิดว่า อยากจะเลิกเล่นเพียงคนเดียว แต่พอได้ปรึกษากับเธอในเรื่องนี้ เธอก็มาขอเข้าร่วมด้วย เราสองคนปั่นไปด้วย เป็นเด็กผู้หญิงตัวเล็กที่มีความฝันเหมือนกันและฉันอยากจะเก็บสิ่งเหล่านี้ให้อยู่ในความทรงจำตลอดไป ขอบคุณสำหรับทุกกำลังใจจากแฟนๆ ทั่วโลก ที่ส่งมาให้ในทุกช่องทาง

สำหรับอาแมนดาคาร์นั้นเกิดเมื่อวันที่ 24 มิถุนายน ปี พ..2533 ที่รัฐฟลอริด้า ประเทศสหรัฐอเมริกา โดยที่เธอมีคุณแม่เป็นคนไทยที่มาจากจังหวัดอุดรธานี ส่วนคุณพ่อเป็นชาวอเมริกันมีอาชีพเป็นทนาย และเธอมีชื่อเล่นว่าหยองเธอได้ชื่นชอบจักรยาน BMX มาตั้งแต่เด็กและมักจะขี่แข่งกับลูกพี่ลูกน้องของเธอบ่อยครั้งนั่นเลยทำให้เธอมีความชำนาญในด้านเทคนิคต่างๆตั้งแต่อายุยังน้อย

อาแมนดาแม้จะมีคุณพ่อเป็นช่าวต่างชาติแต่เธอก็ได้คุณแม่คอยสอนภาษาไทยให้โดยเฉพาะภาษาอีสานที่เธอพูดได้คล่องมากดังเช่นตอนที่เธอให้สัมภาษณ์หลังจากคว้าเหรียญทองที่อินชอนประเทศเกาหลีใต้ทำให้ชื่อเสียงของเธอโด่งดังยิ่งขึ้นไปอีกหลังจากนั้นเธอได้กลายเป็นคนดังของประเทศไทยอาแมนดาใช้ชีวิตที่เรียบง่ายและชอบกินส้มตำเป็นประจำหลังจากจบการแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2016 อาแมนดาได้ตัดสินเดินทางกลับไปยังประเทศสหรัฐอเมริกาโดยตอนนั้นเธอได้ให้เหตุผลว่ากลับไปเรียนต่อให้จบตามที่ได้สัญญากับคุณแม่เอาไว้จากนั้นเธอจึงหลุดจากทีมชาติไทยก่อนจะประกาศอำลาวงการในที่สุด

 

มาริส สตรอมเบิร์ก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ BMX

ภาพจาก : https://www.mainstand.co.th/

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX FLATLAND

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX FLATLAND

การแข่งขันกีฬาจักรยานประเภท BMX ถือว่าเป็นการแข่งขันอีกรายการที่ชาวไทยให้ความนิยม ซึ่งรูปแบบการแข่งขันจักรยาน BMX จะมีแบ่งออกเป็นอีก 6 ประเภทด้วยกัน วันนี้จะขอพามาดูว่าทั้ง 6 ประเภทมีอะไรกันบ้าง ซึ่งตอนนี้จะขอกล่าวถึงประเภทนั่นคือ “BMX FLATLAND” หรือการขี่จักรยานประเภทแฟลตแลนด์

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX FLATLAND

BMX FLATLAND คืออะไร? BMX FLATLAND คือการขี่จักรยานประเภทแฟลตแลนด์ ซึ่งจะเป็นขี่ผาดโผนในพื้นราบ ทีนี้หากใครกำลังสงสัยว่าบนพื้นราบจะผาดโผนยังไงให้ดูการเล่นยินาสติกไปด้วยจะเข้าใจได้ทันที การแข่งขันประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการทรงตัวและการเล่นท่าในขณะที่ผู้ขับขี่ยังอยู่บนจักรยาน เสน่ห์ของ BMX FLATLAND จะอยู่ที่ความต่อเนื่องของนักกีฬาในการเล่นท่าทางต่างๆ และเท้าไม่สัมผัสกับพื้นเลย โดย BMX FLATLAND เข้ามาสู่ประเทศไทยได้ประมาณ 10 กว่าปีแล้ว และเป็นการเล่นที่มีคนให้ความนิยมอย่างแพร่หลาย เพราะเป็นประเภทที่เสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุน้อยที่สุด และตอนนี้จะเห็นวัยรุ่นบางส่วนที่ชื่นชอบ BMX FLATLAND จะจับกลุ่มเล่นกันตามสวนสาธารณะหรือพื้นที่ว่าง และนอกจากนี้ยังมีการจัดการแข่งขันอีกด้วย

การแข่งขัน BMX FLATLAND จะมีการแบ่งรุ่นอายุ, แบ่งประเภทชายหญิง เอาไว้อย่างชัดเจน และการให้คะแนนจะให้คล้ายๆ กับการแข่งขันยิมนาสติกลีลา จะแบ่งย่อยออกเป็น 2 ลักษณะคือแข่งขันภายในเวลาที่กำหนดโดยจะมีกรรมการคอยให้คะแนน ซึ่งคะแนนจะมากจะน้อยขึ้นอยู่กับทวงท่าและลีลาที่ผู้ใช้จะสรรสร้างออกมาก รวมถึงท่าทุกอย่างจะต้องมีความต่อเนื่องกันไม่สะดุดแต่อย่างใด แถมด้วยเท้าของผู้เล่นห้ามสัมผัสกับพื้นอย่างเด็ดขาด แต่ก็มีข้อยกเว้นในบางกรณี และการแข่งอีกแบบเป็นการแข่งขันแบบตัวต่อตัวหรือออกมา Battle กัน ซึ่งจะมีการแข่งขันทังหมด 3 ยก ผู้เล่นจะต้องงัดเอาฟอร์ม งัดเอาลีลาต่างๆ ที่มีออกมาจัดการคู่แข่งให้ได้ โดยกรรมการจะไม่มีการจับเวลาแต่อย่างใด แต่ส่วนมากผู้ที่เข้าแข่งประเภทนี้จะไม่เล่นท่าต่อเนื่องอย่างเต็มที่ เพื่อป้องกันความผิดพลาดที่อาจจะเกิดขึ้นได้ จากนั้นเมื่อครบ 3 ยกกรรมการก็จะตัดสินหาผู้ชนะต่อไป ทีนี้นอกจากการแข่งใน 2 ประเภทหลักๆ แล้ว ยังมีการแข่งแบบย่อยๆ ออกไปอีกเช่นการแข่งแบบ Best Trick โดยจะเอาท่าที่ยากที่สุดเป็นผู้ชนะ, และยังมีการแข่งทำท่าต่อเนื่องมากที่สุดที่กระตุ้นให้นักกีฬามารวมตัวกันได้เป็นอย่างดี

ต่อไปจะขอกล่าวถึงลักษณะของ BMX FLATLAND ว่าตัวจักรยานเป็นแบบไหน คือจักรยานที่ใช่เล่น BMX FLATLAND จะมีลักษณะที่สั้นกว่าในประเภท ทำไมถึงสั้นกว่า เพราะทำให้ใช้งานได้ง่ายและสะดวกสำหรับผู้เล่นที่จะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยาน ตัวจักรยานจะมีน้ำหนักที่เบา มีรูปทรงบางตอนที่โค้งเว้า แต่ก็ใช้วัสดุที่มีคุณภาพสามารถรองรับน้ำหนักของผู้เล่นได้ หากผู้ที่ไม่เคยเล่นกีฬาประเภทนี้มาก่อนจะดูผิวเผินว่าจักรยาน BMX FLATLAND จะคล้ายกับจักรยานทั่วไปแต่หากวิเคราะห์ทั้งสองอย่างจะต่างกันเพียงแค่บางจุดเท่านั้น

ทักษะสำคัญที่ผู้เล่นจะต้องมีคือสมาธิและความอดทนเพราะอย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่า BMX FLATLAND คือการที่จะต้องทรงตัวอยู่บนจักรยานให้ได้นานที่สุดโดยจุดสำคัญอยู่ตรงที่พักเท้าที่ผู้เล่นจะใช้เหยียบและเป็นแกนในการยกทั้งล้อหน้าและล้อหลังตามที่ต้องการบางท่าอาจจะต้องใช้เวลาฝึกเป็นเดือนแต่สำหรับบางท่าอาจจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วันเท่านั้นทั้งนี้ทั้งนั้นขึ้นอยู่กับความตั้งใจของนักกีฬาด้วยและกีฬาประเภทยังช่วยให้คนที่ใจร้อนกลับมาใจเย็นมากขึ้นอีกด้วยเช่นเดียวกัน

 

# นักปั่น BMX เศร้า เวียดนามตัดจากการแข่งซีเกมส์

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX STREET

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX STREET

มาต่อกันที่ประเภทของการแข่งขันจักรยาน BMX ประเภทต่างๆ ในตอนที่แล้วได้กล่าวถึง MNX FLATLAND มาในตอนนี้จะขอกล่าวประเภทการแข่งขันที่มีความคล้ายคลึงกันแต่ในประเภทนี้จะอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาช่วย ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นก็หาได้ง่ายตามสวนสาธารณะหรือตามที่ตางๆ ทั่วไป การแข่งขันจักรยาน BMX ในประเภทที่ 2 ที่จะขอกล่าวถึงคือ BMX STREET

ประเภทการแข่งขันจักรยาน BMX STREET

BMX STREET คืออะไร? ก็ตามชื่อเลยเป็นการขี่จักรยานแบบสตรีท ซึ่งการขี่จักรยานในประเภทนี้จะเน้นในเรื่องของการผาดโผนเช่นเดียวกันกับการขี่ในแบบ FLATLAND แต่จะมีความแตกต่างกันตรงที่ว่า BMX STREET จะมีอุปกรณ์เข้ามาช่วยเสริมในการเล่น และอุปกรณ์พวกนี้จะตั้งอยู่ตามท้องถนน, ตามสวนสาธารณะ หรือตามสถานที่ต่างๆ ที่ถูกปล่อยให้รกร้าง หรือไม้มีใครเข้าไปดูแล ซึ่งอุปกรณ์เหล่านั้นจะประกอบด้วย ม้านั่ง, โต๊ะ, ราวเหล็ก, ฟุตบาทข้างถนน, หรือแม้กระทั่งเนินสูงๆ เนินลาดชัน เป็นต้น โดยเมื่อเจอกับอุปกรณ์เหล่านี้สิ่งแรกที่ผู้ขับขี่ต้องทำคือเข้าไปใกล้ๆ แล้วกระโดดเอาจักรยานขึ้นไปทรงตัวบนอุปกรณ์เหล่านั้น หรือรูดไปตามราวเหล็ก และอาจจะผสมผสานท่าทางต่างๆ เช่นการตีลังกา, หมุนตัว เป็นต้น

BMX STREET ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากกับวัยรุ่นที่ประเทศสหรัฐอเมริกา และทวีปยุโรป แต่กับที่ประเทศไทยนั้น การขี่ประเภทนี้ยังไม่ได้รับความนิยมเท่าที่ควร แต่ก็มีเล่นบ้างเป็นบางกลุ่มและก็มีการจัดการแข่งขันขึ้น ซึ่งการแข่งขันก็มีแบ่งเป็นประเภทชายหญิงโดยหลักจะเน้นการทำทวงท่าลีลากับอุปกรณ์ที่นำมาให้อย่างเก้าอี้หรือท่อเหล็กยาวๆผู้เข้าแข่งขันก็มีหน้าที่ไปยืนทรงตัวอยู่บนนั้นและใช้ลีลาท่างที่ได้ฝึกฝนมาในการเรียกคะแนนและสร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมการแข่งขันซึ่งการแข่งขันประเภทนี้ในประเทศไทยยังไม่มีการโปรโมทเท่าที่ควรมักจะเป็นกิจกรรมในกลุ่มกันมากกว่าในขณะที่ต่างประเทศการแข่งขันประเภทถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมากและอีกสาเหตุอาจจะมาจากการที่ต่างประเทศมีอุปกรณ์พวกนี้มากกว่าประเทศไทยส่วนอีกเหตุผลคงเป็นเรื่องของไลฟ์สไตล์ระหว่างวัยรุ่นไทยกับต่างประเทศที่แตกต่างกัน

มากันที่ลักษณะของจักรยานในการแข่งขันประเภท BMX STREET จักรยานที่ใช้ในการแข่งขันประเภทนี้จะมีความยาวกว่าจักรยานที่ใช้ในการแข่งขันแบบแฟลตแลนด์เล็กน้อยเท่านั้น แต่ในเรื่องของรูปทรงจะไม่แปลกเท่ากับแบบแฟลตแลนด์ เพราะ STREET ไม่ได้เน้นการเล่นท่าอยู่บนพื้นราบ แต่จะเน้นการกระโดดขึ้นไปบนอุปกรณ์ต่างๆ จึงทำให้การออกมาแบบจะเน้นวัสดุที่เบาเพื่อรองรับการกระโดดซะส่วนใหญ่ แต่วัสดุที่ใช้ต้องมีความแข็งแรงและทนทาน รวมถึงอุปกรณ์ต่างๆ ก็จะมีเสริมเข้ามาอีกมากเช่นหมวกกันน็อค, สนับเข่า สนับแขน และอุปกรณ์ป้องกันในกรณีที่เกิดเหตุฉุนเฉินขึ้นมา

สำหรับทักษะที่นักกีฬา BMX STREET จะต้องใช้บ่อยคือการกระโดด (Bunny Hop), การยกล้อหน้า (Manual) และอีกอย่างคือการไถลไปราว (Grind) และก็รวมถึงท่าทางลีล่าส่วนตัวต่างๆ  ที่ผู้เล่นสุดแล้วจะสรรหาเข้าไป การแข่งขันจักรยานประเภท BMX STREET นอกจากจะต้องสมาธิทักษะที่สูงแล้ว ยังต้องใช้ความกล้าเข้ามาอีกด้วย เพราะเป็นประเภทการขี่ที่เกิดอุบัติเหตุสูงมาก มีนักกีฬาหลายคนได้รับบาดเจ็บอย่างรุนแรงจากการขี่จักรยานประเภทนี้ ทำให้ผู้เล่นต้องมีการเซฟตี้ตัวองทุกครั้ง ทีนี้เมื่อทุกอย่างพร้อมแล้ว อยู่ที่ใจของผู้เล่นเองว่าจะมีความกล้าพอที่จะท้าทายกับการแข่งขันประเภทนี้หรือเปล่า หากใครกล้าพอก็จะได้รับประสบการณ์อีกรูปแบบหนึ่งที่ยากจะหาใครมาเลียนแบบได้

 

มาริส สตรอมเบิร์ก เหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ BMX